๑๒. โลกกามคุณวคฺโค

๑-๒. ปฐมมารปาสสุตฺตาทิวณฺณนา

๑๑๔-๑๑๕. อาวสติ เอตฺถ กิเลสมาโรติ อาวาโส. กามคุณอชฺฌตฺติกพาหิรานิ อายตนานิ. กิเลสมารสฺส อาวาสํ คโต วสํ คโต. ติวิธสฺสาติ ปปญฺจสญฺญาสงฺขาตสฺส ติวิธสฺสปิ มารสฺส. ตโต เอว เทวปุตฺตมารสฺสปิ วสํ คโตติ สกฺกา วิญฺญาตุํ.

ปฐมมารปาสสุตฺตาทิวณฺณนา นิฏฺฐิตา.

๓. โลกนฺตคมนสุตฺตวณฺณนา

๑๑๖. โลกิยนฺติ เอตฺถ สตฺตกายภูตคามาทีติ โลโก, จกฺกวาโฬ. สงฺขาโร ปน ลุชฺชนปลุชฺชนฏฺเฐน โลโก. อนฺตนฺติ โอสานํ. สพฺพญฺญุตญฺญาเณน สํสนฺทิตฺวาติ สพฺพญฺญุตญฺญาณคติยา สมาเนตฺวา อวิโรเธตฺวา. โถเมสฺสามีติ ปสํสิสฺสามิ.

เอวํสมฺปตฺติกนฺติ เอวํสมฺปชฺชนกํ เอวํปสฺสิตพฺพํ อิทํ มม อชฺเฌสนํ. เตนาห ‘‘อีทิสนฺติ อตฺโถ’’ติ. ชานํ ชานาตีติ สพฺพญฺญุตญฺญาเณน ชานิตพฺพํ ชานาติ เอว. น หิ ปเทสญฺญาเณ ฐิโต ชานิตพฺพํ สพฺพํ ชานาติ. อุกฺกฏฺฐนิทฺเทเสน หิ อวิเสสคฺคหเณน จ ‘‘ชาน’’นฺติ อิมินา นิรวเสสํ เญยฺยชาตํ ปริคฺคยฺหตีติ ตพฺพิสยาย ชานนกิริยาย สพฺพญฺญุตญฺญาณเมว กรณํ ภวิตุํ ยุตฺตํ. ปกรณวเสน ‘‘ภควา’’ติ ปทสนฺนิธาเนน จ อยมตฺโถ วิภาเวตพฺโพ. ปสฺสิตพฺพเมว ปสฺสตีติ ทิพฺพจกฺขุ-ปญฺญาจกฺขุ-ธมฺมจกฺขุ-พุทฺธจกฺขุ-สมนฺตจกฺขุ-สงฺขาเตหิ ญาณจกฺขูหิ ปสฺสิตพฺพํ ปสฺสติ เอว. อถ วา ชานํ ชานาตีติ ยถา อญฺเญ สวิปลฺลาสา กามรูปปริญฺญาวาทิโน ชานนฺตาปิ วิปลฺลาสวเสน ชานนฺติ, น เอวํ ภควา. ภควา ปน ปหีนวิปลฺลาสตฺตา ชานนฺโต ชานาติ เอว, ทิฏฺฐิทสฺสนสฺส อภาวา ปสฺสนฺโต ปสฺสติ เอวาติ อตฺโถ.

ทสฺสนปริณายกฏฺเฐนาติ ยถา จกฺขุ สตฺตานํ ทสฺสนตฺถํ ปริเณติ สาเธติ, เอวํ โลกสฺส ยาถาวทสฺสนสาธนโตปิ ทสฺสนกิจฺจปริณายกฏฺเฐน จกฺขุภูโต, ปญฺญาจกฺขุมยตฺตา วา สยมฺภูญาเณน ปญฺญาจกฺขุํ ภูโต ปตฺโตติ วา จกฺขุภูโต. ญาณภูโตติ เอตสฺส จ เอวเมว อตฺโถ ทฏฺฐพฺโพ. ธมฺมา วา โพธิปกฺขิยา, เตหิ อุปฺปนฺนตฺตา โลกสฺส จ ตทุปฺปาทนโต อนญฺญสาธารณํ วา ธมฺมํ ปตฺโต อธิคโตติ ธมฺมภูโต. ‘‘พฺรหฺมา’’วุจฺจติ เสฏฺฐฏฺเฐน มคฺคญาณํ, เตน อุปฺปนฺนตฺตา โลกสฺส จ ตทุปฺปาทนโต ตญฺจ สยมฺภูญาเณน ปตฺโตติ พฺรหฺมภูโต. จตุสจฺจธมฺมํ วทตีติ วตฺตา. จิรํ สจฺจปฏิเวธํ ปวตฺเตนฺโต วทตีติ ปวตฺตา. อตฺถํ นีหริตฺวาติ ทุกฺขาทิอตฺถํ อุทฺธริตฺวา. ปรมตฺถํ วา นิพฺพานํ ปาปยิตา. อมตสจฺฉิกิริยํ สตฺเตสุ อุปฺปาเทนฺโต อมตํ ททาตีติ อมตสฺส ทาตา. โพธิปกฺขิยธมฺมานํ ตทายตฺตภาวโต ธมฺมสฺสามี. ปุนปฺปุนํ ยาจาเปนฺโต ภาริยํ กโรนฺโต ครุํ กโรติ นาม, ตถา ทุวิญฺเญยฺยํ กตฺวา กเถนฺโตปิ.

จกฺขุนา วิชฺชมาเนน โลกสญฺญี โหติ, น ตสฺมึ อสติ. น หิ อชฺฌตฺติกายตนวิรเหน โลกสมญฺญา อตฺถิ. เตนาห ‘‘จกฺขุญฺหิ โลโก’’ติอาทิ. อปฺปหีนทิฏฺฐีติ อสมูหตสกฺกายทิฏฺฐิโก ฆนวินิพฺโภคํ กาตุํ อสกฺโกนฺโต สมุทายํ วิย อวยวํ ‘‘โลโก’’ติ สญฺชานาติ เจว มญฺญติ จ. ตถาติ อิมินา ‘‘โลโกติ สญฺชานาติ เจว มญฺญติ จา’’ติ ปทตฺตยํ อากฑฺฒติ. ตสฺสาติ ปุถุชฺชนสฺส, จกฺกวาฬโลกสฺส วา. จกฺขาทิเมว หิ สโหกาเสน ‘‘จกฺกวาโฬ’’ติ ปุถุชฺชโน สญฺชานาติ. คมเนนาติ ปทสา คมเนน. น สกฺกา เตสํ อนนฺตตฺตา. ลุชฺชนฏฺเฐนาติ อภิสงฺขารโลกวเสน โลกสฺส อนฺตํ ทสฺเสตุํ วุตฺตํ. ตสฺส อนฺโต นาม นิพฺพานํ. ตํ ปตฺตุํ สกฺกา สมฺมาปฏิปตฺติยา ปตฺตพฺพตฺตา. จกฺกวาฬโลกสฺส ปน อนฺโต นาม, นตฺถิ ตสฺส คมเนน อปฺปตฺตพฺพตฺตา.

อิเมหิ ปเทหีติ อิเมหิ วากฺยวิภาเคหิ ปเทหิ. ตานิ ปน อกฺขรสมุทายลกฺขณานีติ อาห ‘‘อกฺขรสมฺปิณฺฑเนหี’’ติ. ปาฏิเยกฺกอกฺขเรหีติ ตสฺมึ ตสฺมึ ปเท ปฏินิยตสนฺนิเวเสหิ วิสุํ วิสุํ จิตฺเตน คยฺหมาเนหิ อกฺขเรหีติ อตฺโถ.

คมนฏฺเฐน ‘‘ปณฺฑา’’ วุจฺจติ ปญฺญา, ตาย อิโต คโต ปตฺโตติ ปณฺฑิโต, ปญฺญวา. มหาปญฺญตา นาม ปฏิสมฺภิทาวเสน เวทิตพฺพาติ อาห ‘‘มหนฺเต อตฺเถ’’ติอาทิ. ยถา ตนฺติ เอตฺถ ตนฺติ นิปาตมตฺตํ ปฐมวิกปฺเป, ทุติยวิกปฺเป ปน ปจฺจามสนนฺติ อาห ‘‘ตํ พฺยากต’’นฺติ.

โลกนฺตคมนสุตฺตวณฺณนา นิฏฺฐิตา.

๔. กามคุณสุตฺตวณฺณนา

๑๑๗. เจตโสติ กรเณ สามิวจนํ. จิตฺเตน สํผุสนํ นาม อนุภโวติ อาห ‘‘จิตฺเตน อนุภูตปุพฺพา’’ติ. อุตุตฺตยานุรูปตาวเสน ปาสาทตฺตยํ, ตํ วเสน ติวิธนาฏกเภโท. มโนรมฺมตามตฺเตน กามคุณํ กตฺวา ทสฺสิตํ, น กามวเสน. น หิ อภินิกฺขมนโต อุทฺธํ โพธิสตฺตสฺส กามวิตกฺกา ภูตปุพฺพา. เตนาห มาโร ปาปิมา –

‘‘สตฺต วสฺสานิ ภควนฺตํ, อนุพนฺธึ ปทาปทํ;

โอตารํ นาธิคจฺฉิสฺสํ, สมฺพุทฺธสฺส สตีมโต’’ติ. (สุ. นิ. ๔๔๘);

เมตฺเตยฺโย นามาติอาทิ อนาคตารมฺมณทสฺสนมตฺตํ, น โพธิสตฺตสฺส เอวํ อุปฺปชฺชตีติ. อตฺตา ปิยายิตพฺพรูโป เอตสฺสาติ อตฺตรูโป, อุตฺตรปเท ปุริมปทโลเปนาติ ‘‘อตฺตโน หิตกามชาติเกนา’’ติ อตฺโถ วุตฺโต. อตฺตรูเปนาติ วา ปีติโสมนสฺเสหิ คหิตสภาเวน ตุฏฺฐปหฏฺเฐน อุทคฺคุทคฺเคน. อปฺปมาโทติ อปฺปมชฺชนํ กุสลธมฺเมสุ อขณฺฑการิตาติ อาห ‘‘สาตจฺจกิริยา’’ติ. อโวสฺสคฺโคติ จิตฺตสฺส กามคุเณสุ อโวสฺสชฺชนํ ปกฺขนฺทิตุํ อปฺปทานํ. ปุริโม วิกปฺโป กุสลานํ ธมฺมานํ กรณวเสน ทสฺสิโต, ปจฺฉิโม อกุสลานํ อกรณวเสน. เทฺว ธมฺมาติ อปฺปมาโท สตีติ เทฺว ธมฺมา. อปฺปมาโท สติ จ ตถา ปวตฺตา จตฺตาโร กุสลธมฺมกฺขนฺธา เวทิตพฺพา. กตฺตพฺพาติ ปวตฺเตตพฺพา.

ตสฺมึ อายตเนติ ตสฺมึ นิพฺพานสญฺญิเต การเณ ปฏิเวเธ. ตํ การณนฺติ ฉนฺนํ อายตนานํ การณํ. สฬายตนํ นิรุชฺฌติ เอตฺถาติ สฬายตนนิโรโธ วุจฺจติ นิพฺพานํ. เตนาห ‘‘นิพฺพานํ. ตํ สนฺธายา’’ติอาทิ. นิพฺพานสฺมินฺติ นิพฺพานมฺหิ.

กามคุณสุตฺตวณฺณนา นิฏฺฐิตา.

๕-๖. สกฺกปญฺหสุตฺตาทิวณฺณนา

๑๑๘-๑๑๙. ทิฏฺเฐติ ปจฺจกฺขภูเต. ธมฺเมติ อุปาทานกฺขนฺธธมฺเม. ตตฺถ หิ อตฺตาติ ภวติ สญฺญา ทิฏฺฐิ จาติ อตฺตภาวสญฺญา. เตนาห – ‘‘ทิฏฺเฐว ธมฺเมติ อิมสฺมึเยว อตฺตภาเว’’ติ. ‘‘ตนฺนิสฺสิต’’นฺติ เอตฺถ ตํ-สทฺเทน เหฏฺฐา อภินนฺทนาทิปริยาเยน วุตฺตา ตณฺหา ปจฺจามฏฺฐาติ อาห – ‘‘ตณฺหานิสฺสิต’’นฺติ. ตํ อุปาทานํ เอตสฺสาติ ตทุปาทานํ. เตนาห – ‘‘ตํคหณ’’นฺติอาทิ. ตณฺหุปาทานสงฺขาตํ คหณํ เอตสฺสาติ ตํคหณํ. ฉฏฺฐํ อุตฺตานเมว ปญฺจเม วุตฺตนยตฺตา.

สกฺกปญฺหสุตฺตาทิวณฺณนา นิฏฺฐิตา.

๗. สาริปุตฺตสทฺธิวิหาริกสุตฺตวณฺณนา

๑๒๐. ฆเฏสฺสตีติ ปุพฺเพนาปรํ ฆฏิตํ สมฺพนฺธํ กริสฺสติ. วิจฺเฉทนฺติ พฺรหฺมจริยสฺส วิโรธิปจฺจยสมุปฺปตฺติยา อุจฺเฉทํ.

๘. ราหุโลวาทสุตฺตวณฺณนา

๑๒๑. เย ธมฺมา สมฺมเทว ภาวิตา พหุลีกตา วิมุตฺติยา อรหตฺตสฺส สจฺฉิกิริยาย สํวตฺตนฺติ, เต สทฺธาทโย สมฺภารา วิมุตฺติปริปาจนิยาติ อธิปฺเปตา. ปริปาเจนฺตีติ ปริปากํ ปริณามํ คเมนฺติ. ธมฺมาติ การณภูตา ธมฺมา. วิสุทฺธิการณวเสนาติ วิสุทฺธิการณตาวเสน, สา ปน สทฺธินฺทฺริยาทีนํ การณโต วิสุทฺธิ. ยถา นาม ชาติสมฺปนฺนสฺส ขตฺติยกุมารสฺส วิปกฺขวิคเมน ปกฺขสงฺคเหน ปวตฺติฏฺฐานสมฺปตฺติยา จ ปริสุทฺธิ โหติ, เอวเมวํ ทฏฺฐพฺพาติ ทสฺเสนฺโต ‘‘วุตฺตํ เหต’’นฺติอาทิมาห.

อสฺสทฺธาทโยปิ ปุคฺคลา สทฺธาทีนํ ยาวเทว ปริหานาย โหนฺติ, สทฺธาทโย ปาริปูริยาว, ตถา ปสาทนิยสุตฺตนฺตาทิปจฺจเวกฺขณา, ปสาทนิยสุตฺตนฺตา นาม สมฺปสาทนียสุตฺตาทโย. สมฺมปฺปธาเนติ สมฺมปฺปธานสุตฺตนฺเต. สติปฏฺฐาเนติ จตฺตาโร สติปฏฺฐาเน. ฌานวิโมกฺเขติ ฌานานิ เจว วิโมกฺเข จ อุทฺทิสฺส ปวตฺตสุตฺตนฺเต. คมฺภีรญาณจริเยติ ขนฺธายตนธาตุปฏิจฺจสมุปฺปาทปฏิสํยุตฺตสุตฺตนฺเต.

กลฺยาณมิตฺตตาทโยติ กลฺยาณมิตฺตตา สีลสํวโร อภิสลฺเลขกถา วีริยารมฺโภ นิพฺเพธิกปญฺญาติ อิเม กลฺยาณมิตฺตาทโย ปญฺจ ธมฺมา, เย ‘‘อิธ, เมฆิย, ภิกฺขุ กลฺยาณมิตฺโต โหตี’’ติอาทินา อุทาเน (อุทา. ๓๑) กถิตา. โลกํ โวโลเกนฺตสฺสาติ อายสฺมโต ราหุลสฺส ตาสญฺจ เทวตานํ อินฺทฺริยปริปากํ ปสฺสนฺตสฺส. ตโต เยน อนฺธวนํ, ตตฺถ ทิวาวิหาราย มหาสมาคโม ภวิสฺสตีติ. ตถา หิ วกฺขติ ‘‘เอตฺตกาติ คณนาวเสน ปริจฺเฉโท นตฺถี’’ติ.

รุกฺขปพฺพตนิสฺสิตา ภูมฏฺฐกา, อากาสจาริวิมานวาสิโน อนฺตลิกฺขฏฺฐกา. ธมฺมจกฺขุนฺติ เวทิตพฺพานิ จตุสจฺจธมฺมานํ ทสฺสนฏฺเฐน.

ราหุโลวาทสุตฺตวณฺณนา นิฏฺฐิตา.

โลกกามคุณวคฺควณฺณนา นิฏฺฐิตา.