๙. เถรวคฺโค
๑. อานนฺทสุตฺตวณฺณนา
๘๓. ปฏิจฺจาติ นิสฺสยํ กตฺวา. ‘‘เอโสหมสฺมี’’ติ ทิฏฺฐิคฺคาโห, ‘‘เสยฺโยหมสฺมี’’ติ มานคฺคาโห จ ตณฺหาวเสเนว โหนฺตีติ ตณฺหาปิ ตถาปวตฺติยา ปจฺจยภูตา ตถาปวตฺติ เอวาติ วุตฺตํ ‘‘อสฺมีติ เอวํ ปวตฺตํ ตณฺหามานทิฏฺฐิปปญฺจตฺตยํ โหตี’’ติ. ทหรสทฺโท พาลทารเกปิ ปวตฺตตีติ ตโต วิเสสนตฺถํ ‘‘ยุวา’’ติ วุตฺตํ. ยุวาปิ เอโก อมณฺฑนสีโลติ ตโต วิเสสนตฺถํ ‘‘มณฺฑนกชาติโก’’ติ วุตฺตํ. เตน มุขนิมิตฺตปจฺจเวกฺขณสฺส สพฺภาวํ ทสฺเสติ. ตนฺติ อาทาสมณฺฑลํ โอโลกยโต. ปรมฺมุขํ หุตฺวา ปญฺญาเยยฺยาติ ยทิ ปุรตฺถิมทิสาภิมุขํ หุตฺวา ฐิตํ, มุขนิมิตฺตมฺปิ ปุรตฺถิมทิสาภิมุขเมว หุตฺวา ปญฺญาเยยฺยาติ อตฺโถ. ยทิปิ ปรสฺส สทิสสฺส มุขํ ภเวยฺย, ตถาปิ กาจิ อสทิสตา ภเวยฺยาติ วุตฺตํ ‘‘วณฺณาทีหิ อสทิสํ หุตฺวา ปญฺญาเยยฺยา’’ติ. นิภาสรูปนฺติ ปฏิภาสรูปํ. นิภาสรูปํ ตาว กํสาทิมเย ปภสฺสเร มณฺฑเล ปญฺญายตุ, อุทเก ปน กถนฺติ ‘‘เกน การเณนา’’ติ ปุจฺฉติ. อิตโร ‘‘มหาภูตานํ วิสุทฺธตายา’’ติ วทนฺโต ตตฺถาปิ ยถาลทฺธปภสฺสรภาเวเนวาติ ทสฺเสติ. เอตฺถ จ มณฺฑนชาติโก ปุริโส วิย ปุถุชฺชโน, อาทาสตลาทโย วิย ปญฺจกฺขนฺธา, มุขนิมิตฺตํ วิย ‘‘อสฺมี’’ติ คหณํ, มุขนิมิตฺตํ อุปาทาย ทิสฺสมานรูปาทิ วิย ‘‘อสฺมี’’ติ สติ ‘‘อหมสฺมี’’ติ ‘‘ปโรสฺมี’’ติอาทโย คาหวิเสสา. อภิสเมโตติ อภิสมิโต, อยเมว วา ปาโฐ.
อานนฺทสุตฺตวณฺณนา นิฏฺฐิตา.
๒. ติสฺสสุตฺตวณฺณนา
๘๔. มธุรกํ วุจฺจติ กาเย วิภารนฺติ อาห – ‘‘มธุรกชาโต วิยาติ สญฺชาตครุภาโว วิยา’’ติ. ครุภาเว สติ ลหุตา อโนกาสาว, ตถา มุทุตา กมฺมญฺญตา จาติ วุตฺตํ ‘‘อกมฺมญฺโญ’’ติ. ‘‘กาเย’’ติ อาเนตฺวา วตฺตพฺพํ. น ปกฺขายนฺตีติ ปกาสา หุตฺวา น ขายนฺติ. เตนาห ‘‘น ปากฏา โหนฺตี’’ติ. อุปฏฺฐหนฺตีติ อุปติฏฺฐนฺติ. น ทิสฺสตีติ คหณํ น คจฺฉติ. มหาวิจิกิจฺฉาติ อฏฺฐวตฺถุกา โสฬสวตฺถุกา จ วิมติ. น หิ อุปฺปชฺชติ ปริปกฺกกุสลมูลตฺตา.
กามานเมตํ อธิวจนนฺติ ปทํ อุทฺธริตฺวา เยน อธิปฺปาเยน ภควตา นินฺนํ ปลฺลลํ กามานํ นิทสฺสนภาเวน อาภตํ, ตํ อธิปฺปายํ วิภาเวตุํ ‘‘ยถา หี’’ติอาทิ วุตฺตํ.
ติสฺสสุตฺตวณฺณนา นิฏฺฐิตา.
๓. ยมกสุตฺตวณฺณนา
๘๕. ทิฏฺฐิ เอว ทิฏฺฐิคตํ ‘‘คูถคตํ มุตฺตคต’’นฺติ (ม. นิ. ๒.๑๑๙; อ. นิ. ๙.๑๑) ยถา. ทิฏฺฐิคตํ นาม ชาตํ ขนฺธวินิมุตฺตสฺส สตฺตสฺส คหิตตฺตา.
กุปิเตติ ทิฏฺฐิสงฺขาตโรเคน กุปิเต. ปคฺคยฺหาติ เตสํ ภิกฺขูนํ สนฺติเก วิย เถรสฺส สาริปุตฺตสฺส สมฺมุขา อตฺตโน ลทฺธึ ปคฺคยฺห ‘‘เอวํ ขฺวาห’’นฺติ เอวํ นิจฺฉเยน วตฺตุํ อสกฺโกนฺโต.
อนุโยควตฺตํ นาม เยน ยุตฺโต, ตสฺส อตฺตโน คาหํ นิชฺฌานกฺขนฺติยาว ยาถาวโต ปเวทนํ. เถรสฺส อนุโยเค ภุมฺมนฺติ ‘‘ตํ กึ มญฺญสิ, อาวุโส ยมกา’’ติอาทินา เถเรน กถิตปุจฺฉาย ภุมฺมนิทฺเทโส. สเจ ตํ อาวุโสติ อิทนฺติ ‘‘สเจ ตํ, อาวุโส’’ติ เอวมาทิกํ อิทํ วจนํ. เอตนฺติ ยมกตฺเถรํ. อญฺญนฺติ อรหตฺตํ. วตฺตพฺพากาเรน วทนฺโต อตฺถโต อรหตฺตํ พฺยากโรนฺโต นาม โหตีติ อธิปฺปาเยน วทติ.
เอตสฺส ปฐมมคฺคสฺสาติ เอตสฺส อิทานิเยว ติปริวฏฺฏเทสนาวสาเน ตยา อธิคตสฺส ปฐมมคฺคสฺส. จตูหิ โยเคหีติ อตฺตโต ปิยโต อุทาสินโต เวริโตติ จตูหิปิ อุปฺปชฺชนอนตฺถโยเคหิ.
อุเปตีติ ตณฺหุปยทิฏฺฐุปเยหิ อุปาทิยติ ตณฺหาทิฏฺฐิวตฺถุํ ปปฺโปติ. อุปาทิยตีติ ทฬฺหคฺคาหํ คณฺหาติ. อธิติฏฺฐตีติ อภินิวิสฺส ติฏฺฐติ. กินฺติ? ‘‘อตฺตา เม’’ติ. ปจฺจตฺถิกา เม เอเตติ เอเต รูปเวทนาทโย ปญฺจุปาทานกฺขนฺธา มยฺหํ ปจฺจตฺถิกา อนตฺถาวหตฺตาติ วิปสฺสนาญาเณน ญตฺวา. วิปสฺสนาย โยเชตฺวาติ วิปสฺสนาย ขนฺเธ โยเชตฺวา.
ยมกสุตฺตวณฺณนา นิฏฺฐิตา.
๔. อนุราธสุตฺตวณฺณนา
๘๖. ตสฺเสว วิหารสฺสาติ มหาวเน ยสฺมึ วิหาเร ภควา วิหรติ, ตสฺเสว วิหารสฺส. อิเมติ อญฺญติตฺถิยา. ยสฺมา อยํ เถโร ฐปนียํ ปญฺหํ ฐปนียภาเวน น ฐเปสิ, ตสฺมา. อญฺญติตฺถิยา…เป… เอตทโวจุํ. เตนาห ‘‘เอกเทเสน สาสนสมยํ ชานนฺตา’’ติ.
คหิตเมว โหติ ตโต ปเคว สิทฺธตฺตา. เตนาห ‘‘ตสฺส มูลตฺตา’’ติ. เอวนฺติ ‘‘ทุกฺขญฺเจว ปญฺญเปมิ, ทุกฺขสฺส จ นิโรธ’’นฺติ เอวํ. วฏฺฏวิวฏฺฏเมวาติ ปญฺจนฺนํ ปน ขนฺธานํ สมนุปสฺสนาย วเสน วฏฺฏํ, ‘‘เอวํ ปสฺส’’นฺติอาทินา วิวฏฺฏํ กถิตเมว.
อนุราธสุตฺตวณฺณนา นิฏฺฐิตา.
๕. วกฺกลิสุตฺตวณฺณนา
๘๗. นครมชฺเฌ มหาอาพาโธ อุปฺปชฺชีติ นครมชฺเฌน อาคจฺฉนฺโต กมฺมสมุฏฺฐาโน มหนฺโต อาพาโธ อุปฺปชฺชติ. สมนฺตโต อโธสีติ สพฺพภาเคน ปริปฺผนฺทิ. อิริยาปถํ ยาเปตุนฺติ สยนนิสชฺชาทิเภทํ อิริยาปถํ ปวตฺเตตุํ. นิวตฺตนฺตีติ โอสกฺกนฺติ, ปริหายนฺตีติ อตฺโถ. อธิคจฺฉนฺตีติ วฑฺฒนฺติ. สตฺถุ คุณสรีรํ นาม นววิธโลกุตฺตรธมฺมาธิคมมูลนฺติ กตฺวา วุตฺตํ ‘‘นววิโธ หิ…เป… กาโย นามา’’ติ, ยถา สตฺตานํ กาโย ปฏิสนฺธิมูลโก.
กาฬสิลายํ กตวิหาโร กาฬสิลาวิหาโร. มคฺควิโมกฺขตฺถายาติ อคฺคมคฺควิโมกฺขาธิคมาย. เทวตาติ สุทฺธาวาสเทวตา. อลามกํ นาม ปุถุชฺชนกาลกิริยาย อภาวโต. เตนาห ‘‘เถโร กิรา’’ติอาทิ. เอกํ เทฺว ญาณานีติ เอกํ เทฺว ปจฺจเวกฺขณญาณานิ สภาวโต อวสฺสํ อุปฺปชฺชนฺติ, อยํ ธมฺมตา. มคฺคผลนิพฺพานปจฺจเวกฺขณานิ ตํตํมคฺควุฏฺฐาเน อุปฺปชฺชนฺติ เอว. เอกํ เทฺวติ วจนํ อุปฺปนฺนภาวทสฺสนตฺถํ วุตฺตํ.
ธูมายนภาโว ธูมาการตา, ตถา ติมิรายนภาโว.
วกฺกลิสุตฺตวณฺณนา นิฏฺฐิตา.
๖. อสฺสชิสุตฺตวณฺณนา
๘๘. ปสฺสมฺภิตฺวาติ นิโรเธตฺวา. โน จ สฺวาหนฺติ โน จ สุ อหํ. ปริหายิ กุปฺปธมฺมตฺตา. เอตนฺติ สมาธิมตฺตสารํ, สีลมตฺเต ปน วตฺตพฺพเมว นตฺถิ. กถํ โหตีติ กถํ อภินนฺทนา โหติ. ทุกฺขํ ปตฺวาติ ทุกฺขุปฺปตฺติเหตุ สุขํ ปตฺเถติ ‘‘เอวํ เม ทุกฺขปริฬาโห น ภวิสฺสตี’’ติ. ยทคฺเคนาติ เยน ภาเคน. ‘‘ทุกฺขํ ปตฺเถติเยวา’’ติ วตฺวา ตตฺถ การณมาห ‘‘สุขวิปริณาเมน หี’’ติอาทิ. สุขวิปริวตฺเต สุขวิปริณามทุกฺขํ, ตสฺมา สุขํ อภินนฺทนฺโต อตฺถโต ทุกฺขํ อภินนฺทติ นาม.
อสฺสชิสุตฺตวณฺณนา นิฏฺฐิตา.
๗. เขมกสุตฺตวณฺณนา
๘๙. อตฺตนิยนฺติ ทิฏฺฐิคติกปริกปฺปิตสฺส อตฺตโน สนฺตกํ. เตนาห ‘‘อตฺตโน ปริกฺขารชาต’’นฺติ. ตณฺหามาโน อธิคโต อรหตฺตสฺส อนธิคตตฺตา, โน ทิฏฺฐิมาโน อธิคโต, ตถา กามราคพฺยาปาทาปิ. อนาคามี กิร เขมกตฺเถโร, ‘‘สกทาคามี’’ติ เกจิ วทนฺติ. สนฺธาวนิกายาติ สญฺจรเณน. เตนาห ‘‘ปุนปฺปุนํ คมนาคมเนนา’’ติ. จตุกฺขตฺตุํ คมนาคมเนนาติ จตุกฺขตฺตุํ คมเนน จ อาคมเนน จ. เตนาห – ‘‘ตํ ทิวสํ ทฺวิโยชนํ อทฺธานํ อาหิณฺฑี’’ติ. ญตฺวาติ อชฺฌาสยํ ญตฺวา. เถโรติ เขมกตฺเถโร.
รูปเมว อสฺมีติ วทตีติ รูปกฺขนฺธเมว ‘‘อสฺมี’’ติ คาหสฺส วตฺถุํ กตฺวา วทติ. อธิคโต ตณฺหามาโน.
อณุสหคโตติ อณุภาวํ คโต. เตนาห ‘‘สุขุโม’’ติ. ตโย ขารา วิย ติสฺโส อนุปสฺสนา จิตฺตสํกิเลสสฺส วิโสธนโต. สีลคนฺธาทีหิ คุณคนฺเธหิ.
กเถตุนฺติ อุทฺเทสวเสน กเถตุํ. ปกาเสตุนฺติ นิทฺเทสวเสน ตมตฺถํ ปกาเสตุํ. ชานาเปตุนฺติ การณวเสน ชานาเปตุํ. ปติฏฺฐาเปตุนฺติ กถาเปตุํ. วิวฏํ กาตุนฺติ อุทาหรณํ วณฺเณตฺวา ปากฏํ กาตุํ. สุวิภตฺตํ กาตุนฺติ อนฺวยโต พฺยติเรกโต สุฏฺฐุ, วิภตฺตํ กาตุํ. อุตฺตานกํ กาตุนฺติ อุปนยนิคเมหิ ตมตฺถํ วิภูตํ กาตุํ. อญฺเญน นีหาเรนาติ วิปสฺสนาวิมุตฺเตน จิตฺตาภินีหาเรน.
เขมกสุตฺตวณฺณนา นิฏฺฐิตา.
๘. ฉนฺนสุตฺตวณฺณนา
๙๐. มกฺขีติ คุณมกฺขนลกฺขเณน มกฺเขน สมนฺนาคโต. ปฬาสีติ ยุคคฺคาหลกฺขเณน ปฬาเสน สมนฺนาคโต. เอตํ อโวจาติ ‘‘โอวทนฺตุ มํ…เป… ปสฺเสยฺย’’นฺติ เอตํ อโวจ.
เถรนฺติ ฉนฺนตฺเถรํ. อตฺตโน ทุคฺคหเณน กญฺจิ อุปารมฺภมฺปิ กเรยฺย. เตน วุตฺตํ ‘‘เอวํ กิร เนสํ อโหสี’’ติอาทิ. นิทฺโทสเมวสฺส กตฺวาติ อาทิโต อนุรูปตฺตเมว กตฺวา สทฺธมฺมํ กเถสฺสามาติ.
ปริตสฺสนา อุปาทานนฺติ ภยปริตสฺสนา ทิฏฺฐุปาทานํ. อนตฺตนิ สติ อนตฺตกตานิ กมฺมานิ กมตฺตานํ ผุสิสฺสนฺตีติ ภยปริตสฺสนา เจว ทิฏฺฐุปาทานญฺจ อุปฺปชฺชติ. ปฏินิวตฺตตีติ ยถารทฺธวิปสฺสนาโต ปฏินิวตฺตติ, นาสกฺขีติ อตฺโถ. กสฺมา ปเนตสฺส วิปสฺสนมนุยุญฺชนฺตสฺส เอวํ อโหสีติ ตตฺถ การณํ วทติ ‘‘อยํ กิรา’’ติอาทินา. เอวนฺติ ‘‘โก นุ โข เม อตฺตา’’ติ เอวํ น โหติ. ตาวติกา วิสฺสตฺถีติ ‘‘มยฺหํ ธมฺมํ เทเสตู’’ติ วุตฺตวิสฺสาโส อตฺถีติ อตฺโถ. อิทํ กจฺจานสตฺถํ อทฺทสาติ โยชนา. ‘‘ทฺวยนิสฺสิโต, กจฺจาน, โลโก’’ติอาทิ ทิฏฺฐิวินิเวฐนา. ‘‘เอเต เต, กจฺจาน, อุโภ อนฺเต อนุปคมฺมา’’ติอาทิ พุทฺธพลทีปนา.
ฉนฺนสุตฺตวณฺณนา นิฏฺฐิตา.
๙-๑๐. ราหุลสุตฺตาทิวณฺณนา
๙๑-๙๒. เอตานิ สุตฺตานิ. อิธาคตานีติ อิมสฺมึ วคฺเค อานีตานิ สงฺคีติกาเรหีติ.
ราหุลสุตฺตาทิวณฺณนา นิฏฺฐิตา.
เถรวคฺควณฺณนา นิฏฺฐิตา.