๑๐. ปุปฺผวคฺโค

๑. นทีสุตฺตวณฺณนา

๙๓. ปพฺพเตยฺยาติ ปพฺพตโต อาคตา. ตโต เอว โอหารินี. เตนสฺสา จณฺฑโสตตํ ทสฺเสติ. ทูรํ คจฺฉตีติ ทูรงฺคมา. เตนสฺสา มโหฆตํ ทสฺเสติ.

โสเตติ วฏฺฏโสเต. จตูหิ คาเหหีติ ‘‘รูปํ อตฺตโต สมนุปสฺสตี’’ติอาทินยปฺปวตฺเตหิ จตูหิ คาเหหิ. ปลุชฺชนตฺตาติ ฉินฺนตฺตา. โสกาทิพฺยสนปฺปตฺตีติ โสกาทิอนตฺถุปฺปตฺติ.

นทีสุตฺตวณฺณนา นิฏฺฐิตา.

๒. ปุปฺผสุตฺตวณฺณนา

๙๔. วิวทตีติ วิวาทํ กโรติ. วทนฺโตติ อยถาสภาเวน วทนฺโต. วิวทติ ธมฺมตาย วิรุทฺธํ กตฺวา วทติ. โลกธมฺโมติ ลุชฺชนสภาวธมฺโม. โก ปน โสติ อาห ‘‘ขนฺธปญฺจก’’นฺติ. เตนาห ‘‘ตํ หี’’ติอาทิ. กถํ กโรมีติ เกน ปกาเรนาหํ พาลํ อชานนฺตํ กโรมิ. เตนาห ‘‘มยฺหํ หี’’ติอาทิ. ตถา จาห ‘‘อกฺขาโต โว มยา มคฺโค’’ติอาทิ (ธ. ป. ๒๗๕). ‘‘ตโย โลกา กถิตา’’ติ วตฺวา ตํ วิวริตุํ ‘‘นาหํ, ภิกฺขเว’’ติอาทิมาห.

ปุปฺผสุตฺตวณฺณนา นิฏฺฐิตา.

๓. เผณปิณฺฑูปมสุตฺตวณฺณนา

๙๕. เกนจิ การเณน ยุชฺฌิตฺวา คเหตุํ น สกฺกาติ อยุชฺฌา นาม. นิวตฺตนฏฺฐาเนติ อุทกปฺปวาหสฺส นิวตฺติตฏฺฐาเน.

อนุโสตาคมเนติ อนุโสตํ อาคมนเหตุ, ‘‘อนุโสตาคมเนนา’’ติ วา ปาโฐ. อนุปุพฺเพน ปวฑฺฒิตฺวาติ ตตฺถ ตตฺถ อุฏฺฐิตานํ ขุทฺทกมหนฺตานํ เผณปิณฺฑานํ สํสคฺเคน ปการโต วุทฺธึ ปตฺวา. อาวเหยฺยาติ อาเนตฺวา วเหยฺย. การเณน อุปปริกฺเขยฺยาติ ญาเณน วีมํเสยฺย. ‘‘สาโร นาม กึ ภเวยฺยา’’ติ วตฺวา สพฺพโส ตทภาวํ ทสฺเสนฺโต ‘‘วิลียิตฺวา วิทฺธํเสยฺเยวา’’ติ อาห. เตน รูปมฺปิ นิสฺสารตาย ภิชฺชเตวาติ ทสฺเสติ. ยถา หิ อนิจฺจตาย อสารตาสิทฺธิ, เอวํ อสารตายปิ อนิจฺจตาสิทฺธีติ อนิจฺจตาย เอว นิจฺจสารํ ถิรภาวสารํ ธุวสารํ สามีนิวาสีการกภูตสฺส อตฺตโน วเส ปวตฺตนมฺเปตฺถ นตฺถีติ อาห ‘‘รูปมฺปิ…เป… นิสฺสารเมวา’’ติ. โสติ เผณปิณฺโฑ. คหิโตปิ อุปาเยน ตมตฺถํ น สาเธติ อนรหตฺตา. อเนกสนฺธิฆฏิโต ตถา ตถา ฆฏิโต หุตฺวา.

พฺยามมตฺตมฺปิ เอตรหิ มนุสฺสานํ วเสน. อวสฺสเมว ภิชฺชติ ตรงฺคพฺภาหตํ หุตฺวา.

ตสฺมึ ตสฺมึ อุทกพินฺทุมฺหิ ปติเต. อุทกตลนฺติ อุทกปิฏฺฐึ. อญฺญโต ปตนฺตํ อุทกพินฺทุํ. อุทกชลฺลนฺติ สนฺตานกํ หุตฺวา ฐิตํ อุทกมลํ. ตญฺหิ สํกฑฺฒิตฺวา ตโต อุทกํ ปุฏํ กโรติ, ตสฺมึ ปุเฏ ปุพฺพุฬสมญฺญา. วตฺถุนฺติ จกฺขาทิวตฺถุํ. อารมฺมณนฺติ รูปาทิอารมฺมณํ. กิเลสชลฺลนฺติ ปุริมสิทฺธํ, ปฏิลพฺภมานํ วา กิเลสมลํ. ผสฺสสงฺฆฏฺฏนนฺติ ผสฺสสโมธานํ. ปุพฺพุฬสทิสา มุหุตฺตรมณียตาย. ยสฺมา ฆมฺมกาเล สูริยาตปสนฺตาปาภินิพฺพตฺตรสฺมิชาลนิปาเต ตาทิเส ภูมิปเทเส อิโต จิโต สมุคฺคตวาตเวคสมุทฺธฏวิรุฬฺหสงฺขาเตสุ ปริพฺภมนฺเตสุ อณุปรมาณุตชฺชาริปฺปกาเรสุ ภูตสงฺฆาเตสุ มรีจิสมญฺญา, ตสฺมา สพฺพโส สารวิรหิตาติ วุตฺตํ ‘‘สญฺญาปิ อสารกฏฺเฐน มรีจิสทิสา’’ติ. ยสฺมา จ ปสฺสนฺตานํ เยภุยฺเยน อุทกากาเรน ขายติ, ตสฺมา ‘‘คเหตฺวา ปิวิตุํ วา’’ติอาทิ วุตฺตํ. นีลาทิอนุภวนตฺถายาติ นีลาทิอารมฺมณสฺส อนุภวนตฺถาย. ผนฺทตีติ ผนฺทนาการปฺปตฺตา วิย โหติ อปฺปหีนตณฺหสฺส ปุคฺคลสฺส. วิปฺปลมฺเภติ อปฺปหีนวิปลฺลาสํ ปุคฺคลํ. เตนาห ‘‘อิทํ นีลก’’นฺติอาทิ. สญฺญาวิปลฺลาสโต หิ จิตฺตวิปลฺลาโส, ตโต ทิฏฺฐิวิปลฺลาโสติ. วิปฺปลมฺภเนนาติ วิปฺปการวเสเนว อารมฺมณสฺส ลมฺภเนน. วิปฺปการวเสน หิ เอตํ ลมฺภนํ, ยทิทํ อนุทกเมว อุทกํ กตฺวา ทสฺสนํ อนครเมว นครํ กตฺวา คนฺธพฺพนาฏกาทิทสฺสนํ.

กุกฺกุกํ วุจฺจติ กทลิกฺขนฺธสฺส สพฺพปตฺตวฏฺฏีนํ อพฺภนฺตเร ทณฺฑกนฺติ อาห ‘‘อกุกฺกุกชาตนฺติ อนฺโต อสญฺชาตฆนทณฺฑก’’นฺติ. น ตถา โหตีติ ยทตฺถาย อุปนีตํ, ตทตฺถาย น โหติ. นานาลกฺขโณติ นานาสภาโว. สงฺขารกฺขนฺโธวาติ เอโก สงฺขารกฺขนฺโธเตฺวว วุจฺจติ.

อสฺสาติ ปุริสสฺส. อปคตปฏลปิฬกนฺติ อปคตปฏลโทสญฺเจว อปคตปิฬกโทสญฺจ. อสารภาวทสฺสนสมตฺถนฺติ อสารสฺส อสารภาวทสฺสนสมตฺถํ. อิตฺตราติ ปริตฺตกาลา, น จิรฏฺฐิติกา. เตนาห ‘‘ลหุปจฺจุปฏฺฐานา’’ติ. อญฺญเทว จ อาคมนกาเล จิตฺตนฺติ อิทญฺจ โอฬาริกวเสเนว วุตฺตํ. ตถา หิ เอกจฺฉรกฺขเณ อเนกโกฏิสตสหสฺสสงฺขานิ จิตฺตานิ อุปฺปชฺชิตฺวา นิรุชฺฌนฺติ. มายาย ทสฺสิตํ รูปํ มายาติ วุตฺตํ. ยํกิญฺจิเทว กปาลิฏฺฐกปาสาณวาลิกาทึ. วญฺเจตีติ อสุวณฺณเมว สุวณฺณนฺติ, อมุตฺตเมว มุตฺตาติอาทินา วญฺเจติ. นนุ จ สญฺญาปิ มรีจิ วิย วิปฺปลมฺเภติ วญฺเจติ, อิทมฺปิ วิญฺญาณํ มายา วิย วญฺเจตีติ โก อิเมสํ วิเสโสติ? วจนตฺโถ เนสํ สาธารโณ. ตถาปิ สญฺญา อนุทกํเยว อุทกํ กตฺวา คาหาเปนฺตี, อปุริสญฺเญว ปุริสํ กตฺวา คาหาเปนฺตี วิปฺปลมฺภนวเสน อปฺปวิสยา, วิญฺญาณํ ปน ยํ กิญฺจิ อตํสภาวํ ตํ กตฺวา ทสฺเสนฺตี มายา วิย มหาวิสยา. เตนาห ‘‘ยํกิญฺจิเทวา’’ติอาทิ. เอวมฺปีติ อติวิย ลหุปริวตฺติภาเวนปิ มายาสทิสนฺติ.

เทสิตาติ เอวํ เทสิตา เผณปิณฺฑาทิอุปมาหิ.

ภูริ วุจฺจติ ปถวี, สณฺหฏฺเฐน วิปุลฏฺเฐน จ ภูริสทิสปญฺญตาย ภูริปญฺโญ. เตนาห ‘‘สณฺหปญฺเญน เจวา’’ติอาทิ. กิมิคณาทีนนฺติ อาทิ-สทฺเทน อเนกคิชฺฌาทิเก สงฺคณฺหาติ. ปเวณีติ ธมฺมปพนฺโธ. พาลลาปินี ‘‘อหํ มมา’’ติอาทินา. เสสธาตุโย คเหตฺวาว ภิชฺชติ เอกุปฺปาเทกนิโรธตฺตา, วตฺถุรูปนิสฺสยปจฺจยตฺตา ‘‘อย’’นฺติ น วิสุํ คหิตํ. วธภาวโตติ วธสฺส มรณสฺส อตฺถิภาวโต. สรณนฺติ ปฏิสรณํ.

เผณปิณฺฑูปมสุตฺตวณฺณนา นิฏฺฐิตา.

๔-๖. โคมยปิณฺฑสุตฺตาทิวณฺณนา

๙๖-๙๘. สสฺสตํ สพฺพกาลํ ยาว กปฺปวุฏฺฐานา โหนฺตีติ สสฺสติโย, สิเนรุอาทโย. ตาหิ สมํ สมกาลํ. อเนนาติ ภควตา. นยิทนฺติ เอตฺถ ย-กาโร ปทสนฺธิกโร, อิทนฺติ นิปาตปทํ. ตํ ปน เยน เยน สมฺพนฺธียติ, ตํ ติลิงฺโคว โหตีติ ‘‘อยํ มคฺคพฺรหฺมจริยวาโส’’ติ วุตฺตํ. ‘‘น ปญฺญาเยยฺยา’’ติ วตฺวา ตมตฺถํ วิวริตุํ ‘‘มคฺโค หี’’ติอาทิ วุตฺตํ. วิวฏฺเฏนฺโตติ วินิวฏฺเฏนฺโต อปฺปวตฺตึ กโรนฺโต.

ราชธานีติ รญฺโญ นิวาสนครํ. สุตฺตมยนฺติ จิตฺตวณฺณวฏฺฏิกามยํ.

โคมยปิณฺฑสุตฺตาทิวณฺณนา นิฏฺฐิตา.

๗. คทฺทุลพทฺธสุตฺตวณฺณนา

๙๙. ยํ มหาสมุทฺโทติ เอตฺถ ยนฺติ สมยสฺส ปจฺจามสนํ. ภุมฺมตฺเถ เจตํ ปจฺจตฺตวจนนฺติ อาห ‘‘ยสฺมึ สมเย’’ติ. โส จ สมโย อยนฺติ ทสฺเสนฺโต ‘‘ปญฺจเม สูริเย อุฏฺฐิเต’’ติ อาห. ปริจฺเฉทํ น วทามิ ปริจฺเฉทการิกาย อคฺคมคฺควิชฺชาย อนธิคตตฺตา. สุนโข วิย วฏฺฏนิสฺสิโต พาโล อสวสภาวโต. คทฺทุโล วิย ทิฏฺฐิพนฺโธ. สกฺกาโย ตสฺส อสวสภาวโต. ปุถุชฺชนสฺส สกฺกายานุปริวตฺตนนฺติ ‘‘สนฺตาเน สตฺตโวหาโร’’ติ ตํ ตโต อญฺญํ กตฺวา เภเทน นิทฺเทโส.

คทฺทุลพทฺธสุตฺตวณฺณนา นิฏฺฐิตา.

๘. ทุติยคทฺทุลพทฺธสุตฺตวณฺณนา

๑๐๐. ทิฏฺฐิคทฺทุลนิสฺสิตายาติ สหชาตาทิปจฺจยวเสน ทิฏฺฐิคทฺทุลนิสฺสิตาย นิสฺสาเยว ปวตฺตติ ตโต อตฺตานํ วิเวเจตุํ อสกฺกุเณยฺยตฺตา. จิตฺตสํกิเลเสเนวาติ ทสวิธกิเลสวตฺถุวเสน จิตฺตสฺส สํกิลิฏฺฐภาเวน. อริยมคฺคาธิคมเนน จิตฺตสฺส โวทานตฺตา โวทายนฺติ วิสุชฺฌนฺติ.

วิจรณจิตฺตนฺติ คเหตฺวา วิจรณวเสน วิจรณจิตฺตํ. สงฺขานามาติ เอวํนามกา. พฺราหฺมณปาสณฺฑิกาติ ชาติยา พฺราหฺมณา, ฉนฺนวุติยา ปาสณฺเฑสุ ตํ สงฺขาสญฺญิตํ ปาสณฺฑํ ปคฺคยฺห วิจรณกา. ปฏโกฏฺฐกนฺติ ทุสฺสาปณกํ. ทสฺเสนฺตาติ ยถาคติกมฺมวิปากจิตฺตตํ ทสฺเสนฺตา. ตํ จิตฺตนฺติ ตํ ปฏโกฏฺฐกจิตฺตํ คเหตฺวา วิจรนฺติ. จินฺเตตฺวา กตตฺตาติ ‘‘อิมสฺส รูปสฺส เอวํ หตฺถปาทา, เอวํ มุขํ ลิขิตพฺพํ, เอวํ อาการวตฺถคฺคหณานิ, เอวํ กิริยาวิเสสา, เอวํ กิริยาวิภาคํ, สตฺตวิเสสานํ วิภาคํ กาตพฺพ’’นฺติ ตสฺส อุพฺพตฺตนขิปนปวตฺตนาทิปโยชนญฺจาติ สพฺพเมตํ ตถา จินฺเตตฺวา กตตฺตา จิตฺเตน มนสา จินฺติตํ นาม. อุปายปริเยสนจิตฺตนฺติ ‘‘หตฺถปาทา เอวํ ลิขิตพฺพา’’ติอาทินา ยถาวุตฺตอุปายสฺส เจว ปุพฺเพ ปวตฺตสฺส ภูมิปริกมฺมวณฺณธาตุสมฺมาโยชนุปายสฺส จ วเสน ปวตฺตํ จิตฺตํ. ตโตปิ จิตฺตตรนฺติ ตโต จิตฺตกมฺมโตปิ จิตฺตตรํ จิตฺตกาเรน จินฺติตปฺปการานํ สพฺเพสํเยว จิตฺตกมฺเม อนิปฺผชฺชนโต. กมฺมจิตฺเตนาติ กมฺมวิญฺญาเณน. กมฺมจิตฺเตนาติ วา กมฺมสฺส จิตฺตภาเวน. โส กมฺมสฺส วิจิตฺตภาโว ตณฺหาวเสน ชายตีติ เวทิตพฺโพ. สฺวายมตฺโถ อฏฺฐสาลินีฏีกายํ วิภาวิโต. เอวํ จิตฺตาติ เอวํ จิตฺตรูปวิเสสา. โยนึ อุปเนตีติ ตํ ตํ อณฺฑชาทิเภทํ โยนิวิเสสํ ปาเปติ วณฺณวิเสโส วิย ผลิกมณิกํ. น หิ วิเสสา หิตวิจิตฺตสามตฺถิยกมฺมํ โยนึ อุปเนติ, ตสฺส ตสฺส วิปากุปฺปตฺติยา ปจฺจโย โหติ. โยนิมูลโก เตสํ จิตฺตภาโวติ ยํ ยํ โยนึ กมฺมํ สตฺเต อุปเนติ, ตํตํโยนิมูลโก เตสํ สตฺตานํ จิตฺตวิจิตฺตภาโว. เตนาห ‘‘โยนิอุปคตา’’ติอาทิ. สทิสจิตฺตาว สทิสจิตฺตภาวา เอว. อิตีติอาทิ วุตฺตสฺเสว อตฺถสฺส อุปฺปฏิปาฏิยา นิคมนํ.

ติรจฺฉานคตจิตฺตภาวโต จิตฺตสฺเสว สวิเสสํ จิตฺตภาวกรณํ ทสฺเสตุํ ‘‘อปิจา’’ติอาทิ วุตฺตํ. ตตฺถ จิตฺตํ นาเมตํ จิตฺตตรเมว เวทิตพฺพนฺติ สมฺพนฺโธ. สหชาตธมฺมจิตฺตตายาติ ราคาทิสทฺธาทิธมฺมวิจิตฺตภาเวน. ภูมิจิตฺตตายาติ อธิฏฺฐานจิตฺตตาย. กมฺมนานตฺตํ มูลํ การณํ เอเตสนฺติ กมฺมนานตฺตมูลกา, เตสํ. ลิงฺคนานตฺตํ อิตฺถิลิงฺคาทินานตฺตวเสน เจว ตํตํสณฺฐานนานตฺตวเสน จ เวทิตพฺพํ. สญฺญานานตฺตํ อิตฺถิปุริสเทวมนุสฺสาทิสญฺญานานตฺตวเสน. โวหารนานตฺตํ ติสฺโสติอาทิโวหารนานตฺตวเสน. จิตฺตานํ วิจิตฺตานํ. ตํตํโวหารนานตฺตมฺปิ จิตฺเตเนว ปญฺญปียติ. รงฺคชาตรูปสมุฏฺฐาปนาทินา วตฺถํ รญฺชยตีติ รชโก, วณฺณกาโร. ปุถุชฺชนสฺส อตฺตภาวสญฺญิตรูปสมุฏฺฐาปนตา นิยตา เอกนฺติกาติ ปุถุชฺชนคฺคหณํ. ‘‘อภิรูปํ รูปํ สมุฏฺฐาเปตี’’ติ อาเนตฺวา สมฺพนฺโธ.

ทุติยคทฺทุลพทฺธสุตฺตวณฺณนา นิฏฺฐิตา.

๙. วาสิชฏสุตฺตวณฺณนา

๑๐๑. อตฺถสฺสาติ หิตสฺส. อสาธิกา ‘‘ภาวนานุโยคํ อนนุยุตฺตสฺสา’’ติ อนนุยุตฺตสฺส วุตฺตตฺตา. อิตราติ สุกฺกปกฺขอุปมา. สาธิกา ภาวนาโยคสฺส อนุยุตฺตตฺตา. ตญฺหิ ตสฺส สาธิกา เวทิตพฺพา. สมฺภาวนตฺเถติ ปรมตฺถสมฺภาวเน. เอวญฺหิ กณฺหปกฺเขปิ อปิสทฺทคฺคหณํ สมตฺถิตํ โหติ. สมฺภาวนตฺเถติ วา ปริกปฺปนตฺเถติ อตฺโถ. สงฺขาตพฺเพ อตฺเถ อนิยมโต วุจฺจมาเน สงฺขาโต อนิยมตฺโถ วาสทฺโท วตฺตพฺโพติ ‘‘อฏฺฐ วา’’ติอาทิ วุตฺตํ. อูนาธิกานีติ อูนานิปิ อธิกานิปิ กิญฺจาปิ โหนฺติ, เอกํโส ปน คเหตพฺโพติ ‘‘อฏฺฐ วา ทส วา ทฺวาทส วา’’ติ วุตฺตํ. เอวํ วจนํ สนฺธาย ‘‘วจนสิลิฏฺฐตายา’’ติอาทิ วุตฺตํ. ปาทนขสิขาหิ อโกปนวเสน สมฺมา อธิสยิตานิ. อุตุนฺติ อุณฺหอุตุํ กายุสฺมาวเสน. เตนาห ‘‘อุสฺมีกตานี’’ติ. ภาวิตานีติ กุกฺกุฏวาสนาย วาสิตานิ. สมฺมาอธิสยนาทิติวิธกิริยากรเณน อิมํ อปฺปมาทํ กตฺวา. โสตฺถินา อภินิพฺภิชฺชิตุนฺติ อนนฺตราเยน ตโต นิกฺขมิตุํ. อิทานิ ตมตฺถํ วิวรนฺโต ‘‘เต หี’’ติอาทิมาห. สยมฺปีติ อณฺฑานิ. ปริณามนฺติ ปริปกฺกํ พหินิกฺขมนโยคฺคตํ.

ตนฺติ โอปมฺมสมฺปฏิปาทนํ. เอวนฺติ อิทานิ วุจฺจมานากาเรน. อตฺเถนาติ อุปเมยฺยตฺเถน. สํสนฺทิตฺวา สมฺมา โยเชตฺวา. สมฺปยุตฺตธมฺมวเสน ญาณสฺส ติกฺขาทิภาโว เวทิตพฺโพ. ญาณสฺส หิ สภาวโต สติเนปกฺกโต จ ติกฺขภาโว, สมาธิวเสน สูรภาโว, สทฺธาวเสน วิปฺปสนฺนภาโว, วีริยวเสน ปริณามภาโว. ปริณามกาโลติ พลววิปสฺสนากาโล. วฑฺฒิตกาโลติ วุฏฺฐานคามินิวิปสฺสนากาโล. อนุโลมฏฺฐานสฺส หิ วิปสฺสนา คหิตคพฺภา นาม ตทา มคฺคคพฺภสฺส คหิตตฺตา. ตชฺชาติกนฺติ ตสฺส วิปสฺสนานุโยคสฺส อนุรูปํ. สตฺถาปิ คาถาย อวิชฺชณฺฑโกสํ ปหรติ ภินฺทาเปติ.

โอลมฺพกสงฺขาตนฺติ โอลมฺพกสุตฺตสงฺขาตํ. ปลนฺติ ตสฺส สุตฺตสฺส นามํ. ธาเรตฺวาติ ทารูนํ เหยฺยาทิชานนตฺถํ อุปเนตฺวา. ทารูนํ คณฺฑํ หรตีติ ปลคณฺโฑติ เอเตน ปเลน คณฺฑหาโร ‘‘ปลคณฺโฑ’’ติ ปจฺฉิมปเท อุตฺตรปทโลเปน นิทฺเทโสติ ทสฺเสติ. คหณฏฺฐาเนติ หตฺเถน คเหตพฺพฏฺฐาเน. สมฺมเทว เขปียนฺติ เอเตน กายทุจฺจริตาทีนีติ สงฺเขโป, เตน. วิปสฺสนํ อนุยุญฺชนฺตสฺส ปุคฺคลสฺเสว ทิวเส ทิวเส อาสวานํ ปริกฺขโย อิธ ‘‘วิปสฺสนายานิสํโส’’ติ อธิปฺเปโต. เหมนฺติเกน กรณภูเตน. ภุมฺมตฺเถ วา เอตํ กรณวจนํ, เหมนฺติเกติ อตฺโถ. ปฏิปฺปสฺสมฺภนฺตีติ ปฏิปฺปสฺสทฺธผลานิ โหนฺติ. เตนาห ‘‘ปูติกานิ ภวนฺตี’’ติ.

มหาสมุทฺโท วิย สาสนํ สภาวคมฺภีรภาวโต. นาวา วิย โยคาวจโร มโหฆุตฺตรณโต. ปริยาทานํ วิยาติ ปริโต อปริปูรณํ วิย. ขชฺชมานานนฺติ สงฺขาทนฺเตน วิย อุทเกน เขปิยมานานํ พนฺธนานํ. ตนุภาโวติ ปริยุฏฺฐานุปฺปตฺติยา อสมตฺถตาย ทุพฺพลภาโว. วิปสฺสนาญาณปีติปาโมชฺเชหีติ วิปสฺสนาญาณสมุฏฺฐิเตหิ ปีติปาโมชฺเชหิ. โอกฺขายมาเน ปกฺขายมาเนติ วิวิธปฏิปตฺติยา อุกฺขายมาเน ปฏิสงฺขานุปสฺสนาย ปกฺขายมาเน. ทุพฺพลตา ทีปิตา ‘‘อปฺปกสิเรเนว สํโยชนานิ ปฏิปฺปสฺสมฺภนฺติ, ปูติกานิ ภวนฺตี’’ติ วุตฺตตฺตา.

วาสิชฏสุตฺตวณฺณนา นิฏฺฐิตา.

๑๐. อนิจฺจสญฺญาสุตฺตวณฺณนา

๑๐๒. ภาเวนฺตสฺสาติ วิปสฺสนาย มคฺคํ ภาเวนฺตสฺส อุปฺปนฺนสญฺญา. เตนาห – ‘‘สพฺพํ กามราคํ ปริยาทิยตี’’ติอาทิ. สนฺตาเนตฺวาติ กสนฏฺฐานํ สพฺพโส วิตเนตฺวา ปตฺถริตฺวา. กิเลสาติ อุปกฺกิเลสปฺปเภทา กิเลสา. อนิจฺจสญฺญาญาเณนาติ อนิจฺจสญฺญาสหคเตน ญาเณน.

ลายนนฺติ ลายนํ วิย นยนํ วิย นิจฺโฉฏนํ วิย จ อนิจฺจสญฺญาญาณํ. อิมินา อตฺเถนาติ อิมินา ยถาวุตฺเตน ปาฬิยา อตฺเถน, อุปมา สํสนฺเทตพฺพาติ เอตฺถ ปพฺพชลายโก วิย โยคาวจโร. ลายนาทินา ตสฺส ตตฺถ กตกิจฺจตาย ปริตุฏฺฐิ วิย อิมสฺส กิเลเส สพฺพโส ฉินฺทิตฺวา ผลสมาปตฺติสุเขน กาลสฺส วีตินามนา.

กูฏํ คจฺฉนฺตีติ ปาริมนฺเตน กูฏํ คจฺฉนฺติ. กูฏํ ปวิสนภาเวนาติ กูฏจฺฉิทฺทํ อคฺเคน ปวิสนวเสน. สโมสริตฺวาติ ฉิทฺเท อนุปวิสนวเสน จ อาหจฺจ อวฏฺฐาเนน จ สโมสริตฺวา ฐิตา. กูฏํ วิย อนิจฺจสญฺญา อนิจฺจานุปสฺสนาวเสน อวฏฺฐานสฺส มูลภาวโต. โคปานสิโย วิย จตุภูมกกุสลา ธมฺมา อนิจฺจสญฺญามูลกตฺตา. กูฏํ อคฺคํ สพฺพโคปานสีนํ ตถาอธิฏฺฐานสฺส ปธานการณตฺตา. อนิจฺจสญฺญา อคฺคาติ เอตฺถาปิ เอเสว นโย. อนิจฺจสญฺญา โลกิยาติ อิทํ อนิจฺจสญฺญานุปสฺสนํ สนฺธาย วุตฺตํ. อนิจฺจานุปสฺสนามุเขน อธิคตอริยมคฺเค อุปฺปนฺนสญฺญา อนิจฺจสญฺญาติ วตฺตพฺพตํ ลภตีติ ‘‘อนิจฺจสญฺญา, ภิกฺขเว, ภาวิตา พหุลีกตา สพฺพํ กามราคํ ปริยาทิยตี’’ติอาทิ วุตฺตํ. ตถา หิ ธมฺมสงฺคเห (ธ. ส. ๓๕๗, ๓๖๐) ‘‘ยสฺมึ สมเย โลกุตฺตรํ สญฺญํ ภาเวตี’’ติอาทินา สญฺญาปิ อุทฺธฏา. สพฺพาสุ อุปมาสูติ มูลสนฺตานอุปมาทีสุ ปญฺจสุ อุปมาสุ. ปุริมาหีติ กสฺสกปพฺพชลายนอมฺพปิณฺฑิอุปมาหิ อนิจฺจสญฺญาย กิจฺจํ วุตฺตํ มูลสนฺตานกปทาลนปพฺพชลายนวณฺฏจฺเฉทนปเทเสน อนิจฺจสญฺญาย ปฏิปกฺขปจฺเฉทนสฺส ทสฺสิตตฺตา. ปจฺฉิมาหิ พลํ ทสฺสิตํ ปฏิปกฺขาติภาวสฺส โชติตตฺตา.

อนิจฺจสญฺญาสุตฺตวณฺณนา นิฏฺฐิตา.

ปุปฺผวคฺควณฺณนา นิฏฺฐิตา.

มชฺฌิมปณฺณาสโก สมตฺโต.