๑๐. นิรุตฺติปถสุตฺตวณฺณนา
๖๒. นิรุตฺติโยว นิรุตฺติปถาติ ปถ-สทฺเทน ปทวฑฺฒนมาห ยถา ‘‘พีชานิเยว พีชชาตานี’’ติ. นิรุตฺติวเสนาติ นิพฺพจนวเสน. ปถา จ อตฺถานุรูปภาวโต. ตีณิปีติ นิรุตฺติอธิวจนปญฺญตฺติปถปทานิ. ตถา หิ ‘‘ผุสตีติ ผสฺโส’’ติอาทินา นีหริตฺวา วจนํ นิรุตฺติ, ‘‘สิรีวฑฺฒโก ธนวฑฺฒโก’’ติอาทินา วจนมตฺตเมว อธิการํ กตฺวา ปวตฺตํ อธิวจนํ, ‘‘ตกฺโก วิตกฺโก’’ติอาทินา ตํตํปกาเรน ญาปนโต ปญฺญตฺติ. อถ วา ตํตํอตฺถปฺปกาสเนน นิจฺฉิตํ, นิยตํ วา วจนํ นิรุตฺติ. อธิ-สทฺโท อุปริภาเค, อุปริ วจนํ อธิวจนํ. กสฺส อุปริ? ปกาเสตพฺพสฺส อตฺถสฺสาติ ปากโฏยมตฺโถ. อธีนํ วจนํ อธิวจนํ. เกน อธีนํ? อตฺเถน. อตฺถสฺส ปญฺญาปนตฺเถน ปญฺญตฺตีติ เอวํ นิรุตฺติอาทิปทานํ สพฺพวจเนสุ ปวตฺติ เวทิตพฺพา. อญฺญถา ‘‘ผุสตีติ ผสฺโส’’ติอาทิปฺปกาเรน นิทฺธารณวจนานํเยว นิรุตฺติตา, สิริวฑฺฒกธนวฑฺฒกปการานเมว อภิลาปนํ อธิวจนตา. ‘‘ตกฺโก วิตกฺโก’’ติ เอวํปการานเมว เอกเมว อตฺถํ เตน เตน ปกาเรน ญาเปนฺตานํ วจนานํ ปญฺญตฺติตา จ อาปชฺเชยฺย. อสํกิณฺณาติ น สํกิณฺณา. เตนาห ‘‘อวิชหิตา…เป… อฉฑฺฑิตา’’ติ. น สํกียนฺตีติ น สํกิรียนฺติ, น สํกียิสฺสนฺติ น สํกิรียิสฺสนฺตีติ อตฺโถ. อปฺปฏิกุฏฺฐาติ น ปฏิกฺขิตฺตา. ยสฺมา ภงฺคํ อติกฺกนฺตํ อุปฺปาทาทิ อติกฺกนฺตเมว โหติ, ตสฺมา วุตฺตํ ‘‘ภงฺคเมวา’’ติ. ยสฺมา เทสนฺตรํ สงฺกนฺโตปิ อติกฺกนฺตนฺติ วุจฺจติ, ตสฺมา ตทาภาวํ ทสฺเสตุํ ‘‘เทสนฺตรํ อสงฺกมิตฺวา’’ติ วุตฺตํ. ยตฺถ ยตฺถ หิ สงฺขารา อุปฺปชฺชนฺติ, ตตฺถ ตตฺเถว ภิชฺชนฺติ นิรุชฺฌนฺติ วิปริณมนฺติ วินาสํ อาปชฺชนฺติ. เตนาห ‘‘วิปริณตนฺติ…เป… นฏฺฐ’’นฺติ. อปากฏีภูตํ อชาตตฺตา เอว.
วสภณโคตฺตตาย วสฺสภญฺญา. มูลทิฏฺฐิคติกาติ มูลภูตา ทิฏฺฐิคติกา, อิมสฺมึ กปฺเป สพฺพปฐมํ ตาทิสทิฏฺฐิสมุปฺปาทกา. ปุนปฺปุนํ อาวชฺเชนฺตสฺสาติ อเหตุวาทปฏิสํยุตฺตคนฺถํ อุคฺคเหตฺวา ปริยาปุณิตฺวา ตทตฺถํ วีมํสนฺตสฺส ‘‘นตฺถิ เหตุ, นตฺถิ ปจฺจโย สตฺตานํ สํกิเลสายา’’ติอาทินยปฺปวตฺตาย ลทฺธิยา อารมฺมเณ มิจฺฉาสติ สนฺติฏฺฐติ, ‘‘นตฺถิ เหตู’’ติอาทิวเสน อนุสฺสวูปลทฺเธ อตฺเถ ตทาการปริวิตกฺกเนหิ สวิคฺคเห วิย สรูปโต จิตฺตสฺส ปจฺจุปฏฺฐิเต จิรกาลปริจเยน ‘‘เอวเมต’’นฺติ นิชฺฌานกฺขมภาวูปคมเนน นิชฺฌานกฺขนฺติยา ตถาคหิเต ปุนปฺปุนํ ตเถว อาเสวนฺตสฺส พหุลีกโรนฺตสฺส มิจฺฉาวิตกฺเกน สมาทิยมานา มิจฺฉาวายามูปตฺถมฺภิตา อตํสภาวํ ‘‘ตํสภาว’’นฺติ คณฺหนฺตี มิจฺฉาสตีติ ลทฺธนามา ตํลทฺธิสหคตา ตณฺหา สนฺติฏฺฐติ. ยถาสกํ วิตกฺกาทิปจฺจยลาเภน ตสฺมึ อารมฺมเณ อธิฏฺฐิตตาย อเนกคฺคตํ ปหาย จิตฺตํ เอกคฺคตํ อปฺปิตํ วิย โหติ มิจฺฉาสมาธินา. โสปิ หิ ปจฺจยวิเสเสหิ ลทฺธภาวนาพโล อีทิเส ฐาเน สมาธานปติรูปกิจฺจกโร โหติเยว วาลวิชฺฌนาทีสุ วิยาติ ทฏฺฐพฺพํ. ตถา หิ อเนกกฺขตฺตุํ เตนากาเรน ปุพฺพภาคิเยสุ ชวนวาเรสุ ปวตฺเตสุ สพฺพปจฺฉิเม ชวนวาเร สตฺต ชวนานิ ชวนฺติ. ตตฺถ ปฐเม สเตกิจฺโฉ โหติ, ตถา ทุติยาทีสุ. สตฺตเม ปน ชวเน สมฺปตฺเต อเตกิจฺโฉ โหติ. เตนาห ‘‘อสฺสาเทนฺตสฺสา’’ติอาทิ. อิเมสุปีติ ทฺวีสุปิ ฐาเนสุ.
ปจฺจุปฺปนฺนํ วาติ เอตฺถ อิติ-สทฺโท อาทิอตฺโถ. เตน ‘‘ยเทตํ อนาคตํ นาม, นยิทํ อนาคต’’นฺติอาทิกํ สงฺคณฺหาติ. เตปีติ เต วสฺสภญฺญาปิ น มญฺญึสุ โลกสมญฺญาย อนติกฺกมนียโต. เตนาห ‘‘อตีตํ ปนา’’ติอาทิ. ขนฺธานํ อุปริ นิรุฬฺหา ปณฺณตฺติ.
นิรุตฺติปถสุตฺตวณฺณนา นิฏฺฐิตา.
อุปยวคฺควณฺณนา นิฏฺฐิตา.