๒. เทวทหสุตฺตวณฺณนา

๒. เทวา วุจฺจนฺติ ราชาโน ‘‘ทิพฺพนฺติ กามคุเณหิ กีฬนฺติ ลฬนฺติ, อตฺตโน วา ปุญฺญานุภาเวน โชตนฺตี’’ติ กตฺวา. เตสํ ทโหติ เทวทโห. สยํชาโต วา โส โหติ, ตสฺมาปิ ‘‘เทวทโห’’ติ วุตฺโต. ตสฺส อวิทูเร นิคโม ‘‘เทวทห’’นฺเตฺวว สงฺขํ คโต ยถา ‘‘วรณานครํ, โคธาคาโม’’ติ. ปจฺฉาภูมิยํ อปรทิสายํ นิวิฏฺฐชนปโท ปจฺฉาภูมํ, ตํ คนฺตุกามา ปจฺฉาภูมคมิกา. เต สภาเรติ เต ภิกฺขู เถรสฺส วเสน สภาเร กาตุกามตาย. ยทิ เถโร เตสํ ภาโร, เถรสฺสปิ เต ภารา เอวาติ ‘‘เต สภาเร กาตุกามตายา’’ติ วุตฺตํ. เอวญฺหิ เถโร เต โอวทิตพฺเพ อนุสาสิตพฺเพ มญฺญตีติ. อิทานิ ตมตฺถํ วิวรนฺโต ‘‘โย หี’’ติอาทิมาห. อยํ นิพฺภาโร นาม กญฺจิ ปุคฺคลํ อตฺตโน ภารํ กตฺวา อวตฺตนโต.

จตุพฺพิเธนาติ ธาตุโกสลฺลํ อายตนโกสลฺลํ ปฏิจฺจสมุปฺปาทโกสลฺลํ ฐานาฏฺฐานโกสลฺลนฺติ เอวํ จตุพฺพิเธน.

เต มหลฺลกาพาธิกาติทหรปุคฺคเล คณฺหิตฺวาว คจฺฉติ. เต หิ ทิวสทฺวเยน วูปสนฺตปริสฺสมา เอว. หตฺถิวานรติตฺติรปฏิพทฺธํ วตฺถุํ กเถตฺวา. ‘‘เอฬกาฬคุมฺเพติ กาฬติณคจฺฉมณฺฑเป’’ติปิ วทนฺติ.

วิวิธํ นานาภูตํ รชฺชํ วิรชฺชํ, วิรชฺชเมว เวรชฺชํ, ตตฺถ คตํ, ปรเทสคตนฺติ อตฺโถ. เตนาห ‘‘เอกสฺสา’’ติอาทิ. จิตฺตสุทตฺตาทโยติ จิตฺตคหปติอนาถปิณฺฑิกาทโย. วีมํสกาติ ธมฺมวิจารกา. กินฺติ กีทิสํ. ทสฺสนนฺติ สิทฺธนฺตํ. อาจิกฺขติ กีทิสนฺติ อธิปฺปาโย. ธมฺมสฺสาติ ภควตา วุตฺตธมฺมสฺส. อนุธมฺมนฺติ อนุกูลํ อวิรุชฺฌนธมฺมํ. โส ปน เวเนยฺยชฺฌาสยานุรูปเทสนาวิตฺถาโรติ อาห – ‘‘วุตฺตพฺยากรณสฺส อนุพฺยากรณ’’นฺติ. ธาเรติ อตฺตโน ผลนฺติ ธมฺโม, การณนฺติ อาห – ‘‘สหธมฺมิโกติ สการโณ’’ติ. อิมินาปิ ปาฐนฺตเรน วาโท เอว ทีปิโต, น เตน ปกาสิตา กิริยา.

ตณฺหาวเสเนว ฉนฺนมฺปิ ปทานํ อตฺโถ เวทิตพฺโพ. ยสฺมา ราคาทโย ตณฺหาย เอว อวตฺถาวิเสสาติ. เตนาห ‘‘ตณฺหา หี’’ติอาทิ. วิหนนฺติ กายํ จิตฺตญฺจาติ วิฆาโต, ทุกฺขนฺติ อาห – ‘‘อวิฆาโตติ นิทุกฺโข’’ติ. อุปายาเสติ อุปตาเปตีติ อุปายาโส, อุปตาโป. ตปฺปฏิปกฺโข ปน อนุปายาโส นิรูปตาโป ทฏฺฐพฺโพ. สพฺพตฺถาติ สพฺพวาเรสุ.

เทวทหสุตฺตวณฺณนา นิฏฺฐิตา.