๓. หาลิทฺทิกานิสุตฺตวณฺณนา
๓. ‘‘อวนฺติทกฺขิณาปเถ’’ติ อญฺเญสุ สุตฺตปเทสุ อาคตตฺตา อาห ‘‘อวนฺติทกฺขิณาปถสงฺขาเต’’ติ. มชฺฌิมเทสโต หิ ทกฺขิณทิสาย อวนฺติรฏฺฐํ. ปวตฺตยิตฺถ เอตฺถ ลทฺธีติ ปวตฺตํ, ปวตฺติตพฺพฏฺฐานนฺติ อาห ‘‘ลทฺธิปวตฺตฏฺฐาเน’’ติ. รุปฺปนสภาโว ธมฺโมติ กตฺวา รูปธาตูติ รูปกฺขนฺโธ วุตฺโต. รูปธาตุมฺหิ อารมฺมณปจฺจยภูเตน ราเคน สหชาเตนปิ อสหชาเตนปิ อุปนิสฺสยภูเตน อปฺปหีนภาเวเนว วินิพทฺธํ ปฏิพทฺธํ กมฺมวิญฺญาณํ. โอกสารีติ วุจฺจติ – ‘‘ตสฺมึ รูปธาตุสญฺญิเต โอเก สรติ ปวตฺตตี’’ติ กตฺวา. อวติ เอตฺถ คจฺฉติ ปวตฺตตีติ โอกํ, ปวตฺติฏฺฐานํ. เตนาห – ‘‘เคหสารี อาลยสารี’’ติ.
อุคจฺฉติ วา เอตฺถ เวทนาทีหิ สทฺธึ สมเวตีติ โอโก, จกฺขุรูปาทิ. ปจฺจโยติ อารมฺมณาทิวเสน ปจฺจโย. ปจฺจโย โหตีติ อนนฺตรสมนนฺตราทินา เจว กมฺมูปนิสฺสยอารมฺมณาทินา จ. ‘‘วิญฺญาณธาตุ โข, คหปตี’’ติ เอวํ วุตฺเต ‘‘กมฺมวิญฺญาณวิปากวิญฺญาเณสุ กตรํ นุ โข’’ติ สมฺโมโห ภเวยฺย. ตสฺส สมฺโมหสฺส วิฆาตตฺถํ อปคมนตฺถํ. อสมฺภินฺนาวาติ อสํกิณฺณาว เทสนา กตา. อารมฺมณวเสน จตสฺโส อภิสงฺขารวิญฺญาณฏฺฐิติโย วุตฺตา – ‘‘รูปุปยํ วา, ภิกฺขเว, วิญฺญาณํ ติฏฺฐมานํ ติฏฺเฐยฺย, รูปารมฺมณ’’นฺติอาทินา (สํ. นิ. ๓.๕๓). ตา วิญฺญาณฏฺฐิติโย ทสฺเสตุมฺปิ.
ทฬฺหํ อภินิเวสวเสน อารมฺมณํ อุเปนฺตีติ อุปยา, ตณฺหาทิฏฺฐิโย. อธิฏฺฐานภูตาติ ปติฏฺฐานภูตา. อภินิเวสภูตาติ ตํ ตํ อารมฺมณํ อภินิวิสฺส อชฺโฌสาย ปวตฺติยา การณภูตา. อนุสยภูตาติ ราคานุสยทิฏฺฐานุสยภูตา. อุปริมโกฏิยาติ ปหานสฺส อุปริมโกฏิยา. พุทฺธานญฺเญว หิ เต สวาสนา ปหีนา. ปุพฺเพ อคฺคหิตํ วิญฺญาณํ อคฺคหิตเมวาติ กตฺวา กสฺมา อิธ เทสนา กตาติ โจเทติ – ‘‘อิธ วิญฺญาณํ กสฺมา คหิต’’นฺติ. ปุพฺเพ ‘‘วิญฺญาณธาตุราควินิพนฺธญฺจ วิญฺญาณ’’นฺติ วุจฺจมาเน ยถา ยถา สมฺโมโห สิยา ปจฺจยปจฺจยุปฺปนฺนวิภาคสฺส ทุกฺกรตฺตา, อิธ ปน สมฺโมหสฺส โอกาโสว นตฺถิ อวิเสเสน ปญฺจสุ ขนฺเธสุ กิเลสปฺปหานวเสนาติ. เตนาห ‘‘กิเลสปฺปหานทสฺสนตฺถ’’นฺติอาทิ. กมฺมวิญฺญาเณน โอกํ อสรนฺเตนา’’ติ อิตฺถมฺภูตลกฺขเณ กรณวจนํ. อสรนฺเตนาติ อนุปคจฺฉนฺเตน.
ปจฺจยฏฺเฐนาติ อารมฺมณาทิปจฺจยภาเวน. นิมิตฺตํ อุปฺปตฺติกํ. อารมฺมณ…เป… นิเกตนฺติ อารมฺมณกรณสงฺขาเตน นิวาสฏฺฐานภูเตน รูปเมว นิเกตนฺติ รูปนิมิตฺตนิเกตํ.
ฉนฺทราคสฺส พลวทุพฺพลตายาติ อชฺฌตฺตขนฺธปญฺจเก ฉนฺทราคสฺส พลวภาเวน ตํ ‘‘โอโก’’ติ, พหิทฺธา ฉสุ อารมฺมเณสุ ตสฺส ทุพฺพลตาย ตานิ ‘‘นิเกต’’นฺติ วุตฺตานิ. อิทานิ ยถาวุตฺตมตฺถํ ปากฏํ กตฺวา ทสฺเสตุํ ‘‘สมาเนปิ หี’’ติอาทิ วุตฺตํ. โอโกติ วุจฺจติ เคหเมว รตฺติฏฺฐานภาวโต. นิเกตนฺติ วุจฺจติ อุยฺยานาทิ ทิวาฏฺฐานภาวโต. ตโต ทุพฺพลตโร โหติ ฉนฺทราโค.
เคหสฺสิตสุเขนาติ เคหนิสฺสิเตน จิตฺตสฺส สุเขน สุขิโต สุขปฺปตฺโต โหติ. กิจฺจกรณีเยสูติ ขุทฺทเกสุ เจว มหนฺเตสุ จ กตฺตพฺพตฺเถสุ. สยนฺติ อตฺตนา. อนฺโตติ จิตฺตชฺฌาสเย.
เอวํรูโปติ อีทิสรูโป. วณฺณสทฺโท วิย รูปสทฺโท รูปายตนสฺส วิย สณฺฐานสฺสปิ วาจโกติ อธิปฺปาเยน ‘‘ทีฆรสฺส กาโฬทาตาทีสุ รูเปสู’’ติ วุตฺตํ. สุขาทีสูติ โสมนสฺสาทีสุ. ตตฺถ หิ ‘‘อภิณฺหํ โสมนสฺสิโต ภเวยฺย’’นฺติ ปตฺถนา สิยา. เอวํสญฺโญ นามาติ วิสยวเสน สญฺญาวิเสสปตฺถนมาห. เอวํวิญฺญาโณติ ปน อิธ วิสยมุเขน วิญฺญาณวิเสสปตฺถนํ วทติ – ‘‘เอวํนิปุณรูปทสฺสนสมตฺถํ, เอวํปญฺจปสาทปฏิมณฺฑิตนิสฺสยญฺจ เม วิญฺญาณํ ภเวยฺยา’’ติ.
วฏฺฏํ ปุรโต อกุรูมาโนติ โลเก จิตฺตํ อปตฺเถนฺโต. อสิลิฏฺฐํ ปุพฺเพนาปรํ อสมฺพทฺธํ. วทนฺติ เอเตนาติ วาโท, โทโสติ อาห – ‘‘ตุยฺหํ โทโส’’ติอาทิ. อิเธว อิมสฺมึเยว สมาคเม. นิพฺเพเฐหิ โทสโต อตฺตานํ โมเจหิ.
หาลิทฺทิกานิสุตฺตวณฺณนา นิฏฺฐิตา.