๑. นกุลปิตุสุตฺตวณฺณนา

๑. ภคฺคา นาม ชานปทิโน ราชกุมารา. เตสํ นิวาโส เอโกปิ ชนปโท รุฬฺหีวเสน ‘‘ภคฺคา’’เตฺวว วุจฺจตีติ กตฺวา วุตฺตํ ‘‘เอวํนามเก ชนปเท’’ติ, เอวํ พหุวจนวเสน ลทฺธนาเม’’ติ อตฺโถ. ตสฺมึ วนสณฺเฑติ โย ปน วนสณฺโฑ ปุพฺเพ มิคานํ อภยตฺถาย ทินฺโน, ตสฺมึ วนสณฺเฑ. ยสฺมา โส คหปติ ตสฺมึ นคเร ‘‘นกุลปิตา’’ติ ปุตฺตสฺส วเสน ปญฺญายิตฺถ, ตสฺมา วุตฺตํ ‘‘นกุลปิตา’’ติ นกุลสฺส นาม ทารกสฺส ปิตาติ อตฺโถ. ภริยาปิสฺส ‘‘นกุลมาตา’’ติ ปญฺญายิตฺถ.

ชราชิณฺโณติ ชราวเสน ชิณฺโณ, น พฺยาธิอาทีนํ วเสน ชิณฺโณ. วโยวุฑฺโฒติ ชิณฺณตฺตา เอว วโยวุฑฺฒิปฺปตฺติยา วุฑฺโฒ, น สีลาทิวุฑฺฒิยา. ชาติยา มหนฺตตาย จิรรตฺตตาย ชาติมหลฺลโก. ติยทฺธคโตติ ปฐโม มชฺฌิโม ปจฺฉิโมติ ตโย อทฺเธ คโต. ตตฺถ ปฐมํ ทุติยญฺจ อติกฺกนฺตตฺตา ปจฺฉิมํ อุปคตตฺตา วโยอนุปฺปตฺโต. อาตุรกาโยติ ทุกฺขเวทนาปวิสตาย อนสฺสาทกาโย. เคลญฺญํ ปน ทุกฺขคติกนฺติ ‘‘คิลานกาโย’’ติ วุตฺตํ. ตถา หิ สจฺจวิภงฺเค (วิภ. ๑๙๐ อาทโย) ทุกฺขสจฺจนิทฺเทเส ทุกฺขคฺคหเณเนว คหิตตฺตา พฺยาธิ น นิทฺทิฏฺโฐ. นิจฺจปคฺฆรณฏฺเฐนาติ สพฺพทา อสุจิปคฺฆรณภาเวน. โส ปนสฺส อาตุรภาเวนาติ อาห – ‘‘อาตุรํเยว นามา’’ติ. วิเสเสนาติ อธิกภาเวน. อาตุรตีติ อาตุโร. สงฺคามปฺปตฺโต สนฺตตฺตกาโย. ชราย อาตุรตา ชราตุรตา. กุสลปกฺขวฑฺฒเนน มโน ภาเวนฺตีติ มโนภาวนียา. มนสา วา ภาวนียา สมฺภาวนียาติ มโนภาวนียา. อนุสาสตูติ อนุ อนุ สาสตูติ อยเมตฺถ อตฺโถติ อาห – ‘‘ปุนปฺปุนํ สาสตู’’ติ. อปราปรํ ปวตฺติตํ หิตวจนํ. อโนติณฺเณ วตฺถุสฺมึ โย เอวํ กโรติ, ตสฺส อยํ คุโณ โทโสติ วจนํ. ตนฺติวเสนาติ ตนฺติสนฺนิสฺสเยน อยํ อนุสาสนี นาม. ปเวณีติ ตนฺติยา เอว เววจนํ.

อณฺฑํ วิย ภูโตติ อธิโกปมา กายสฺส อณฺฑโกสโต อพลทุพฺพลภาวโต. เตนาห ‘‘อณฺฑํ หี’’ติอาทิ. พาโลเยว ตาทิสตฺตภาวสมงฺคี มุหุตฺตมฺปิ อาโรคฺยํ ปฏิชานนฺโต.

วิปฺปสนฺนานีติ ปกติมาการํ อติกฺกมิตฺวา วิเสเสน ปสนฺนานิ. เตนาห – ‘‘สุอุ ปสนฺนานี’’ติ. ปสนฺนจิตฺตสมุฏฺฐิตรูปสมฺปทาหิ ตาหิ ตสฺส มุขวณฺณสฺส ปาริสุทฺธีติ อาห – ‘‘ปริสุทฺโธติ นิทฺโทโส’’ติ. เตเนวาห ‘‘นิรุปกฺกิเลสตายา’’ติอาทิ. เอเตเนวสฺสินฺทฺริยวิปฺปสนฺนตาการณมฺปิ สํวณฺณิตนฺติ ทฏฺฐพฺพํ. เอส มุขวณฺโณ. นยคฺคาหปญฺญา กิเรสาติ อิทํ อนาวชฺชนวเสเนว วุตฺตภาวํ สนฺธายาห.

ยํ เนว ปุตฺตสฺสาติอาทิ ‘‘โอวทตุ โน, ภนฺเต, ภควา ยถา มยํ ปรโลเกปิ อญฺญมญฺญํ สมาคจฺเฉยฺยามา’’ติ วุตฺตวจนํ สนฺธาย วุตฺตเมว. มธุรธมฺมเทสนาเยว สตฺถุ สมฺมุขา ปฏิลทฺธา, ตสฺส อตฺตโน เปมคารวคหิตตฺตา ‘‘อมตาภิเสโก’’ติ เวทิตพฺโพ.

อิทํ ปททฺวยํ. อารกตฺตา กิเลเสหิ มคฺเคน สมุจฺฉินฺนตฺตา. อนเยติ อวฑฺฒิยํ, อนตฺเถติ อตฺโถ. อนเย วา อนุปาเย. น อิริยนโต อวตฺตนโต. อเยติ วฑฺฒิยํ อตฺเถ อุปาเย จ. อรณียโตติ ปยิรุปาสิตพฺพโต. นิรุตฺตินเยน ปทสิทฺธิ เวทิตพฺพา ปุริเมสุ อตฺถวิกปฺเปสุ, ปจฺฉิเม ปน สทฺทสตฺถวเสนปิ. ยทิปิ อริยสทฺโท ‘‘เย หิ โว อริยา ปริสุทฺธกายกมฺมนฺตา’’ติอาทีสุ (ม. นิ. ๑.๓๕) วิสุทฺธาสยปโยเคสุ ปุถุชฺชเนสุปิ วฏฺฏติ, อิธ ปน อริยมคฺคาธิคเมน สพฺพโลกุตฺตรภาเวน จ อริยภาโว อธิปฺเปโตติ ทสฺเสนฺโต อาห – ‘‘พุทฺธา จา’’ติอาทิ. ตตฺถ ปจฺเจกพุทฺธา ตถาคตสาวกา จ สปฺปุริสาติ อิทํ ‘‘อริยา สปฺปุริสา’’ติ อิธ วุตฺตปทานํ อตฺถํ อสงฺกรโต ทสฺเสตุํ วุตฺตํ. ยสฺมา ปน นิปฺปริยายโต อริยสปฺปุริสภาวา อภินฺนสภาวา, ตสฺมา ‘‘สพฺเพว วา’’ติอาทิ วุตฺตํ.

เอตฺตาวตา หิ พุทฺธสาวโก วุตฺโต, ตสฺส หิ เอกนฺเตน กลฺยาณมิตฺโต อิจฺฉิตพฺโพ ปรโต โฆสมนฺตเรน ปฐมมคฺคสฺส อนุปฺปชฺชนโต. วิเสสโต จสฺส ภควาว ‘‘กลฺยาณมิตฺโต’’ติ อธิปฺเปโต. วุตฺตเญฺหตํ ‘‘มมญฺหิ, อานนฺท, กลฺยาณมิตฺตํ อาคมฺม ชาติธมฺมา สตฺตา ชาติยา ปริมุจฺจนฺตี’’ติอาทิ (สํ. นิ. ๑.๑๒๙; ๕.๒). โส เอว จ อเวจฺจปสาทาธิคเมน ทฬฺหภตฺติ นาม. วุตฺตมฺปิ เจตํ ‘‘ยํ มยา สาวกานํ สิกฺขาปทํ ปญฺญตฺตํ, ตํ มม สาวกา ชีวิตเหตุปิ นาติกฺกมนฺตี’’ติ (อุทา. ๔๕; จูฬว. ๓๘๕). กตญฺญุตาทีหิ ปจฺเจกพุทฺธพุทฺธาติ เอตฺถ กตํ ชานาตีติ กตญฺญู. กตํ วิทิตํ ปากฏํ กโรตีติ กตเวที. ปจฺเจกพุทฺธา หิ อเนเกสุปิ กปฺปสตสหสฺเสสุ กตํ อุปการํ ชานนฺติ, กตญฺจ ปากฏํ กโรนฺติ สติชนนอามิสปฏิคฺคหณาทินา. ตถา สํสารทุกฺขทุกฺขิตสฺส สกฺกจฺจํ กโรนฺติ กิจฺจํ, ยํ อตฺตนา กาตุํ สกฺกา. สมฺมาสมฺพุทฺโธ ปน กปฺปานํ อสงฺเขฺยยฺยสหสฺเสสุปิ กตํ อุปการํ มคฺคผลานํ อุปนิสฺสยญฺจ ชานนฺติ, ปากฏญฺจ กโรนฺติ. สีโห วิย จ เอวํ สพฺพตฺถ สกฺกจฺจเมว ธมฺมเทสนํ กโรนฺเตน พุทฺธกิจฺจํ กโรนฺติ. ยาย ปฏิปตฺติยา อริยา ทิฏฺฐา นาม โหนฺติ, ตสฺสา อปฺปฏิปชฺชนํ, ตตฺถ จ อาทราภาโว อริยานํ อทสฺสนสีลตา, น จ ทสฺสเน สาธุการิตาติ เวทิตพฺพา. จกฺขุนา อทสฺสาวีติ เอตฺถ จกฺขุ นาม น มํสจกฺขุ เอว, อถ โข ทิพฺพจกฺขุปีติ อาห ‘‘ทิพฺพจกฺขุนา วา’’ติ. อริยภาโวติ เยหิ โยคโต ‘‘อริยา’’ติ วุจฺจนฺติ, เต มคฺคผลธมฺมา ทฏฺฐพฺพา.

ตตฺราติ ญาณทสฺสนสฺเสว ทสฺสนภาเว. วตฺถูติ อธิปฺเปตตฺถญาปนการณํ. เอวํ วุตฺเตปีติ เอวํ อญฺญาปเทเสน อตฺตุปนายิกํ กตฺวา วุตฺเตปิ. ธมฺมนฺติ โลกุตฺตรธมฺมํ, จตุสจฺจธมฺมํ วา. อริยกรธมฺมา อนิจฺจานุปสฺสนาทโย, วิปสฺสิยมานา วา อนิจฺจาทโย, จตฺตาริ วา อริยสจฺจานิ.

อวินีโตติ น วินีโต อธิสีลสิกฺขาทีนํ วเสน น สิกฺขิโต. เยสํ สํวรวินยาทีนํ อภาเวน อยํ ‘‘อวินีโต’’ติ วุจฺจติ, เต ตาว ทสฺเสตุํ ‘‘ทุวิโธ วินโย นามา’’ติอาทิมาห. ตตฺถ สีลสํวโรติ ปาติโมกฺขสํวโร เวทิตพฺโพ, โส จ อตฺถโต กายิกวาจสิโก อวีติกฺกโม. สติสํวโรติ อินฺทฺริยารกฺขา, สา จ ตถาปวตฺตา สติเยว. ญาณสํวโรติ ‘‘โสตานํ สํวรํ พฺรูมี’’ติ (สุ. นิ. ๑๐๔๑) วตฺวา ‘‘ปญฺญาเยเต ปิธียเร’’ติ (สุ. นิ. ๑๐๔๑) วจนโต โสตสงฺขาตานํ ตณฺหาทิฏฺฐิทุจฺจริตอวิชฺชาอวสิฏฺฐกิเลสานํ สํวโร ปิทหนํ สมุจฺเฉทญาณนฺติ เวทิตพฺพํ. ขนฺติสํวโรติ อธิวาสนา, สา จ ตถาปวตฺตา ขนฺธา, อโทโส วา, ‘‘ปญฺญา’’ติ เกจิ วทนฺติ. วีริยสํวโร กามวิตกฺกาทีนํ วิโนทนวเสน ปวตฺตํ วีริยเมว. เตน เตน องฺเคน ตสฺส ตสฺส องฺคสฺส ปหานํ ตทงฺคปฺปหานํ. วิกฺขมฺภนวเสน ปหานํ วิกฺขมฺภนปฺปหานํ. เสสปทตฺตเยปิ เอเสว นโย.

อิมินา ปาติโมกฺขสํวเรนาติอาทิ สีลสํวราทีนํ วิวรณํ. ตตฺถ สมุเปโตติ อิติ-สทฺโท อาทิอตฺโถ. เตน ‘‘อุปคโต’’ติอาทินา วิภงฺเค (วิภ. ๕๑๑) อาคตํ สํวรวิภงฺคํ ทสฺเสติ. กายทุจฺจริตาทีนนฺติ ทุสฺสีลฺยสงฺขาตานํ กายวจีทุจฺจริตาทีนํ มุฏฺฐสจฺจสงฺขาตสฺส ปมาทสฺส, อภิชฺฌาทีนํ วา อกฺขนฺติอญฺญาณโกสชฺชานญฺจ. สํวรณโตติ ปิทหนโต, วินยนโตติ กายวาจาจิตฺตานํ วิรูปปวตฺติยา วินยนโต, กายทุจฺจริตาทีนํ วา อปนยนโต, กายาทีนํ วา ชิมฺหปวตฺตึ วิจฺฉินฺทิตฺวา อุชุกนยนโตติ อตฺโถ. ปจฺจยสมวาเย อุปฺปชฺชนารหานํ กายทุจฺจริตาทีนํ ตถา ตถา อนุปฺปาทนเมว สํวรณํ วินยนญฺจ เวทิตพฺพํ.

ยํ ปหานนฺติ สมฺพนฺโธ. ‘‘นามรูปปริจฺเฉทาทีสุ วิปสฺสนาญาเณสู’’ติ กสฺมา วุตฺตํ? นนุ นามรูปปริจฺเฉทปจฺจยปริคฺคหกงฺขาวิตรณานิ น วิปสฺสนาญาณานิ สมฺมสนากาเรน อปฺปวตฺตนโต? สจฺจเมตํ, วิปสฺสนาญาณสฺส ปน อธิฏฺฐานภาวโต เอวํ วุตฺตํ. นามรูปมตฺตมิทํ, ‘‘นตฺถิ เอตฺถ อตฺตา วา อตฺตนิยํ วา’’ติ เอวํ ปวตฺตญาณํ นามรูปววตฺถานํ. สติ วิชฺชมาเน ขนฺธปญฺจกสงฺขาเต กาเย, สยํ วา สตี ตสฺมึ กาเย ทิฏฺฐิ สกฺกายทิฏฺฐิ, สา จ ‘‘รูปํ อตฺตโต สมนุปสฺสตี’’ติ เอวํ ปวตฺตา อตฺตทิฏฺฐิ. ตสฺส นามรูปสฺส กมฺมาวิชฺชาทิปจฺจยปริคฺคณฺหนญาณํ ปจฺจยปริคฺคโห. ‘‘นตฺถิ เหตุ, นตฺถิ ปจฺจโย สตฺตานํ สํกิเลสายา’’ติอาทินยปฺปวตฺตา อเหตุทิฏฺฐิ. ‘‘อิสฺสรปุริสปชาปติปกติอณุกาลาทีหิ โลโก ปวตฺตติ นิวตฺตติ จา’’ติ ตถา ตถา ปวตฺตา ทิฏฺฐิ วิสมเหตุทิฏฺฐิ. ตสฺเสวาติ ปจฺจยปริคฺคหสฺเสว. กงฺขาวิตรเณนาติ ยถา เอตรหิ นามรูปสฺส กมฺมาทิปจฺจยโต อุปฺปตฺติ, เอวํ อตีเต อนาคเตปีติ ตีสุ กาเลสุ วิจิกิจฺฉาปนยนญาเณน. กถํกถีภาวสฺสาติ ‘‘อโหสึ นุ โข อหํ อตีตมทฺธาน’’นฺติอาทินยปวตฺตาย (ม. นิ. ๑.๑๘; สํ. นิ. ๒.๒๐) สํสยปฺปวตฺติยา. กลาปสมฺมสเนนาติ ‘‘ยํ กิญฺจิ รูปํ อตีตานาคตปจฺจุปฺปนฺน’’นฺติอาทินา (สํ. นิ. ๓.๔๘-๔๙) ขนฺธปญฺจกํ เอกาทสสุ โอกาเสสุ ปกฺขิปิตฺวา สมฺมสนวเสน ปวตฺเตน วิปสฺสนาญาเณน. อหํ มมาติ คาหสฺสาติ ‘‘อตฺตา อตฺตนิย’’นฺติ คหณสฺส. มคฺคามคฺคววตฺถาเนนาติ มคฺคามคฺคญาณวิสุทฺธิยา. อมคฺเค มคฺคสญฺญายาติ อมคฺเค โอภาสาทิเก ‘‘มคฺโค’’ติ อุปฺปนฺนสญฺญาย. ยสฺมา สมฺมเทว สงฺขารานํ อุทยํ ปสฺสนฺโต ‘‘เอวเมเต สงฺขารา อนุรูปการณโต อุปฺปชฺชนฺติ, น ปน อุจฺฉิชฺชนฺตี’’ติ คณฺหาติ, ตสฺมา วุตฺตํ ‘‘อุทยทสฺสเนน อุจฺเฉททิฏฺฐิยา’’ติ. ยสฺมา ปน สงฺขารานํ วยํ ‘‘ยทิปิเม สงฺขารา อวิจฺฉินฺนา วตฺตนฺติ, อุปฺปนฺนุปฺปนฺนา ปน อปฺปฏิสนฺธิกา นิรุชฺฌนฺเตวา’’ติ ปสฺสโต กุโต สสฺสตคฺคาโห. ตสฺมา วุตฺตํ ‘‘วยทสฺสเนน สสฺสตทิฏฺฐิยา’’ติ. ภยทสฺสเนนาติ ภยตูปฏฺฐานญาเณน. สภเยติ สพฺพภยานํ อากรภาวโต สกลทุกฺขวูปสมสงฺขาตสฺส ปรมสฺสาสสฺส ปฏิปกฺขภาวโต จ สภเย ขนฺธปญฺจเก. อภยสญฺญายาติ ‘‘อภยํ เขม’’นฺติ อุปฺปนฺนสญฺญาย. อสฺสาทสญฺญา นาม ปญฺจุปาทานกฺขนฺเธสุ อสฺสาทนวเสน ปวตฺตสญฺญา, โย ‘‘อาลยาภินิเวโส’’ติปิ วุจฺจติ. อภิรติสญฺญา ตตฺเถว อภิรมณวเสน ปวตฺตสญฺญา, ยา ‘‘นนฺที’’ติปิ วุจฺจติ. อมุจฺจิตุกามตา อาทานํ. อนุเปกฺขา สงฺขาเรหิ อนิพฺพินฺทนํ, สาลยตาติ อตฺโถ. ธมฺมฏฺฐิติยํ ปฏิจฺจสมุปฺปาเท. ปฏิโลมภาโว สสฺสตุจฺเฉทคฺคาโห, ปจฺจยาการปฏิจฺฉาทกโมโห วา. นิพฺพาเน จ ปฏิโลมภาโว สงฺขาเรสุ นติ, นิพฺพานปฏิจฺฉาทกโมโห วา. สงฺขารนิมิตฺตคฺคาโหติ ยาทิสสฺส กิเลสสฺส อปฺปหีนตา วิปสฺสนา สงฺขารนิมิตฺตํ น มุญฺจติ, โส กิเลโส, โย ‘‘สํโยคาภินิเวโส’’ติปิ วุจฺจติ, สงฺขารนิมิตฺตคฺคาหสฺส, อติกฺกมนเมว วา ปหานํ.

ปวตฺติ เอว ปวตฺติภาโว, ปริยุฏฺฐานนฺติ อตฺโถ. นีวรณาทิธมฺมานนฺติ อาทิ-สทฺเทน นีวรณปกฺขิยา กิเลสา วิตกฺกวิจาราทโย จ คยฺหนฺติ. จตุนฺนํ อริยมคฺคานํ ภาวิตตฺตา อจฺจนฺตํ อปฺปวตฺติภาเวน ยํ ปหานนฺติ สมฺพนฺโธ. เกน ปน ปหานนฺติ? ‘‘อริยมคฺเคเหวา’’ติ วิญฺญายมาโนยมตฺโถ เตสํ ภาวิตตฺตา อปฺปวตฺติวจนโต. ‘‘สมุทยปกฺขิกสฺสา’’ติ เอตฺถ จตฺตาโรปิ มคฺคา จตุสจฺจาภิสมยาติ กตฺวา เตหิ ปหาตพฺเพน เตน เตน สมุทยสงฺขาเตน โลเภน สห ปหาตพฺพตฺตา สมุทยสภาวตฺตา จ. สจฺจวิภงฺเค จ สพฺพกิเลสานํ สมุทยภาวสฺส วุตฺตตฺตา ‘‘สมุทยปกฺขิกา’’ติ ทิฏฺฐิอาทโย วุจฺจนฺติ. ปฏิปสฺสทฺธตฺตํ วูปสนฺตตา.

สงฺขตนิสฺสฏตา สงฺขารสภาวาภาโว. ปหีนสพฺพสงฺขตนฺติ วิรหิตสพฺพสงฺขตํ, วิสงฺขารนฺติ อตฺโถ. ปหานญฺจ ตํ วินโย จาติ ปหานวินโย ปุริเมน อตฺเถน. ทุติเยน ปน ปหียตีติ ปหานํ, ตสฺส วินโยติ โยเชตพฺโพ.

ภินฺนสํวรตฺตาติ นฏฺฐสํวรตฺตา, สํวราภาวโตติ อตฺโถ. เตน อสมาทินฺนสํวโรปิ สงฺคหิโตว โหติ. สมาทาเนน หิ สมฺปาเทตพฺโพ สํวโร, ตทภาเว น โหตีติ. อริเยติ อริโย. ปจฺจตฺตวจนเญฺหตํ. เอเสเสติ เอโส เอโส, อตฺถโต อนญฺโญติ อตฺโถ. ตชฺชาเตติ อตฺถโต ตํสภาโว, สปฺปุริโส อริยสภาโว, อริโย จ สปฺปุริสภาโวติ อตฺโถ.

โส อหนฺติ อตฺตนา ปริกปฺปิตํ อตฺตานํ ทิฏฺฐิคติโก วทติ. ‘‘อหํพุทฺธินิพนฺธโน อตฺตา’’ติ หิ อตฺตวาทิโน ลทฺธิ. อทฺวยนฺติ ทฺวยตารหิตํ. อภินฺนํ วณฺณเมว ‘‘อจฺจี’’ติ คเหตฺวา ‘‘อจฺจีติ วณฺโณ เอวา’’ติ เตสํ เอกตฺตํ ปสฺสนฺโต วิย ยถาปริกปฺปิตํ อตฺตานํ ‘‘รูป’’นฺติ, ยถาทิฏฺฐํ วา รูปํ, ‘‘อตฺตา’’ติ คเหตฺวา เตสํ เอกตฺตํ ปสฺสนฺโต ทฏฺฐพฺโพ. เอตฺถ จ ‘‘รูปํ อตฺตา’’ติ อิมิสฺสา ปวตฺติยา อภาเวปิ รูเป อตฺตคฺคหณํ ปวตฺตมานํ อจฺจิยํ วณฺณคฺคหณํ วิย ‘‘อทฺวยทสฺสน’’นฺติ วุตฺตํ. อุปมาโย จ อนญฺญตฺตาทิคหณนิทสฺสนวเสเนว วุตฺตา, น วณฺณาทีนํ วิย อตฺตโน วิชฺชมานทสฺสนตฺถํ. น หิ อตฺตนิ สามิภาเวน รูปญฺจ สกิญฺจนภาเวน สมนุปสฺสติ. อตฺตนิ วา รูปนฺติ อตฺตานํ รูปสฺส สภาวโต อาธารณภาเวน. รูปสฺมึ วา อตฺตานนฺติ รูปสฺส อตฺตโน อาธารณภาเวน ทิฏฺฐิปสฺสนาย ปสฺสติ. ปริยุฏฺฐฏฺฐายีติ ปริยุฏฺฐานปฺปตฺตาหิ ทิฏฺฐิตณฺหาหิ ‘‘รูปํ อตฺตา, รูปวา อตฺตา’’ติอาทินา ขนฺธปญฺจกํ มิจฺฉา คเหตฺวา ติฏฺฐนโต. เตนาห ‘‘ปริยุฏฺฐานากาเรนา’’ติอาทิ. เอเสว นโยติ โย ‘‘อิเธกจฺโจ รูปํ อตฺตโต สมนุปสฺสตี’’ติอาทินา รูปกฺขนฺเธ วุตฺโต สํวณฺณนานโย, เวทนากฺขนฺธาทีสุปิ เอโส เอว นโย เวทิตพฺโพ.

สุทฺธรูปเมวาติ อรูเปน อมิสฺสิตํ เกวลํ รูปเมว. อรูปนฺติ สุทฺธอรูปํ รูปสฺส อคฺคหิตตฺตา. จตูสุ ขนฺเธสุ ติณฺณํ ติณฺณํ วเสนาติ จตูสุ ขนฺเธสุ ติณฺณํ ติณฺณํ คหณวเสน รูปารูปมิสฺสโก อตฺตา กถิโต ตสฺมึ ตสฺมึ คหเณ เวทนาทิวินิมุตฺตอรูปธมฺเม กสิณรูเปน สทฺธึ สพฺพรูปธมฺเม จ เอกชฺฌํ คหณสิทฺธิโต. ปญฺจสุ ฐาเนสุ อุจฺเฉททิฏฺฐิ กถิตา, เต เต เอว ธมฺเม ‘‘อตฺตา’’ติ คหณโต เตสญฺจ อุจฺเฉทภาวโต. อวเสเสสุ ปน ปนฺนรสสุ ฐาเนสุ รูปํ ‘‘อตฺตา’’ติ คเหตฺวาปิ ทิฏฺฐิคติโก ตตฺถ นิจฺจสญฺญํ น วิสฺสชฺเชติ กสิณรูเปน ตํ มิสฺเสตฺวา ตสฺส จ อุปฺปาทาทีนํ อทสฺสนโต, ตสฺมาสฺส ตตฺถปิ โหติเยว สสฺสตทิฏฺฐิ เอกจฺจสสฺสตคาหวเสนปิ. มคฺคาวรณา วิปรีตทสฺสนโต. น สคฺคาวรณา อกมฺมปถปฺปตฺตตาย. อกิริยาเหตุกนตฺถิกทิฏฺฐิโย เอว หิ กมฺมปถทิฏฺฐิโย.

กาโยติ รูปกาโย. โส อาตุโรเยว อสวสภาวโต. ราคโทสโมหานุคตนฺติ อปฺปหีนราคโทสโมหสนฺตาเน ปวตฺตํ. อิธาติ อิมสฺมึ สุตฺเต. ทสฺสิตํ อาตุรภาเวน. นิกฺกิเลสตายาติ สยํ ปหีนกิเลสสนฺตานคตตาย. เสขา เนว อาตุรจิตฺตา ปหีนกิเลเส อุปาทาย, อปฺปหีเน ปน อุปาทาย อาตุรจิตฺตา. อนาตุรจิตฺตตํเยว ภชนฺติ วฏฺฏานุสาริมหาชนสฺส วิย เตสํ จิตฺตสฺส กิเลสวเสน อาตุรตฺตาภาวโต.

นกุลปิตุสุตฺตวณฺณนา นิฏฺฐิตา.