๙. ติสฺสสุตฺตวณฺณนา
๒๔๓. ภณฺฑกนฺติ ปตฺตจีวรํ. นิสีทิเยว วตฺตสฺส อสิกฺขิตตฺตา. ตุชฺชนตฺเถน วาจา เอว สตฺติโยติ อาห ‘‘วาจาสตฺตีหี’’ติ.
วาจาย สนฺนิโตทเกนาติ วจนสงฺขาเตน สมนฺตโต นิจฺจํ กตฺวา อุปตุทนโต สนฺนิตุทเกน. วิภตฺติอโลเปน โส นิทฺเทโส. เตนาห ‘‘วจนปโตเทนา’’ติ.
อุจฺจกุเล ชาติ เอตสฺสาติ ชาติมา, พฺรหฺมชาติโก อิสิ. มาตงฺโคติ จณฺฑาโล. ตตฺถาติ กุมฺภการสาลายํ. โอกาสํ ยาจิ กุมฺภการํ. มหนฺตํ ทิสฺวา อาห – ‘‘ปฐมตรํ ปวิฏฺโฐ ปพฺพชิโต’’ติ. ตตฺเถวาติ ตสฺสาเยว สาลาย ทฺวารํ นิสฺสาย ทฺวารสมีเป. เมติ มยา. ขม มยฺหนฺติ มยฺหํ อปราธํ ขมสฺสุ. เตติ ตยา. ปุน เตติ ตว. คณฺหิ อุคฺคนฺตุํ อปฺปทานวเสน. เตนาห ‘‘นาสฺส อุคฺคนฺตุํ อทาสี’’ติ. ปพุชฺฌึสูติ นิทฺทาย ปพุชฺฌึสุ ปกติยา ปพุชฺฌนเวลาย อุปคตตฺตา.
ฉโวติ นิหีโน. อนนฺตมาโยติ วิวิธมาโย มายาวี.
โสติ มตฺติกาปิณฺโฑ. ‘‘สตฺตธา ภิชฺชี’’ติ เอตฺถายมธิปฺปาโย – ยํ เตน ตาปเสน ปารมิตาปริภาวนสมิทฺธาหิ นานาวิหารสมาปตฺติปริปูริตาหิ สีลทิฏฺฐิสมฺปทาทีหิ สุสงฺขตสนฺตาเน มหากรุณาธิวาเส มหาสตฺเต โพธิสตฺเต อริยูปวาทกมฺมํ อภิสปสงฺขาตํ ผรุสวจนํ ปวตฺติตํ, ตํ มหาสตฺตสฺส เขตฺตวิเสสภาวโต ตสฺส จ อชฺฌาสยผรุสตาย ทิฏฺฐธมฺมเวทนียํ หุตฺวา สเจ โส มหาสตฺตํ น ขมาเปติ, ตํ กกฺขฬํ หุตฺวา วิปจฺจนสภาวํ ชาตํ, ขมาปิเต ปน มหาสตฺเต ปโยคสมฺปตฺติปฏิพาหิตตฺตา อวิปากธมฺมตํ อาปชฺชติ อโหสิกมฺมภาวโต. อยญฺหิ อริยูปวาทปาปสฺส ทิฏฺฐธมฺมเวทนียสฺส จ ธมฺมตา. ยํ ตํ โพธิสตฺเตน สูริยุคฺคมนนิวารณํ กตํ, อยํ โพธิสตฺเตน ทิฏฺโฐ อุปาโย. เตน หิ อุพฺพาฬฺหา มนุสฺสา โพธิสตฺตสฺส สนฺติเก ตาปสํ อาเนตฺวา ขมาเปสุํ. โสปิ จ มหาสตฺตสฺส คุเณ ชานิตฺวา ตสฺมึ จิตฺตํ ปสาเทสิ. ยํ ปนสฺส มตฺถเก มตฺติกาปิณฺฑสฺส ฐปนํ ตสฺส สตฺตธา ผาลนํ กตํ, ตํ มนุสฺสานํ จิตฺตานุรกฺขณตฺถํ. อญฺญถา หิ อิเม ปพฺพชิตา สมานา จิตฺตสฺส วสํ วตฺตนฺติ, น ปน จิตฺตมตฺตโน วเส วตฺตาเปนฺตีติ มหาสตฺตมฺปิ เตน สทิสํ กตฺวา คเณฺหยฺยุํ, ตทสฺส เนสํ ทีฆรตฺตํ อหิตาย ทุกฺขายาติ. ปติรูปนฺติ ยุตฺตํ.
ติสฺสสุตฺตวณฺณนา นิฏฺฐิตา.