๕. ญาติกสุตฺตวณฺณนา
๔๕. อญฺญมญฺญํ ทฺวินฺนํ ญาตีนํ คาโม ญาติโกติ วุตฺโตติ อาห ‘‘ทฺวินฺนํ ญาตกานํ คาเม’’ติ. คิญฺชกา วุจฺจนฺติ อิฏฺฐกา, คิญฺชกาหิ เอว กโต อาวสโถ คิญฺชกาวสโถ. โส กิร อาวาโส ยถา สุธาปริกมฺเมน ปโยชนํ นตฺถิ, เอวํ อิฏฺฐกาหิ เอว จินิตฺวา ฉาเทตฺวา กโต. ตาทิสญฺหิ ฉทนํ สนฺธาย ภควตา อิฏฺฐกาฉทนํ อนุญฺญาตํ. เตน วุตฺตํ ‘‘อิฏฺฐกาหิ กเต มหาปาสาเท’’ติ. ตตฺถ ทฺวารพนฺธกวาฏผลกาทีนิ ปน ทารุมยานิเยว. ปริยายติ อตฺตโน ผลํ ปริคฺคเหตฺวา วตฺตตีติ ปริยาโย, การณนฺติ อาห ‘‘ธมฺมปริยายนฺติ ธมฺมการณ’’นฺติ, ปริยตฺติธมฺมภูตํ วิเสสาธิคมสฺส เหตุนฺติ อตฺโถ. อุเปจฺจ สุยฺยติ เอตฺถาติ อุปสฺสุตีติ วุตฺตํ ‘‘อุปสฺสุตีติ อุปสฺสุติฏฺฐาน’’นฺติ. อตฺตโน กมฺมนฺติ ยทตฺถํ ตตฺถ คโต, ตํ ปริเวณสมชฺชนกิริยํ. ปหายาติ อกตฺวา. เอวํ มหตฺถญฺหิ วิมุตฺตายตนสีเส ฐตฺวา สุณนฺตสฺส มหโต อตฺถาย สํวตฺตติ. เอกงฺคณํ อโหสีติ สพฺพํ วิวฏํ อโหสิ. ตีสุ หิ ภเวสุ สงฺขารคตํ ปจฺจยุปฺปนฺนวเสน มนสิกโรโต ภควโต กิญฺจิ อเสเสตฺวา สพฺพมฺปิ ตํ ญาณมุเข อาปาถํ อุปคจฺฉิ. เตน วุตฺตํ ‘‘ยาวภวคฺคา เอกงฺคณํ อโหสี’’ติ. ตนฺติวเสน ตมตฺถํ วาจาย นิจฺฉาเรนฺโต ‘‘วจสา สชฺฌายํ กโรนฺโต’’ติ วุตฺโต. ปจฺจยปจฺจยุปฺปนฺนวเสน จ อตฺถํ อาหริตฺวา เตสํ นิโรเธน วิวฏฺฏสฺส อาหตตฺตา ‘‘ยถานุสนฺธินา’’ติ วุตฺตํ. อทฺทส ญาณจกฺขุนา.
มนสา สชฺฌายํ กโรนฺโต ‘‘ตุณฺหีภูโตว ปคุณํ กโรนฺโต’’ติ วุตฺโต. ปทานุปทนฺติ ปทญฺจ อนุปทญฺจ. ปุริมญฺหิ ปทํ นาม, ตทนนฺตรํ อนุปทํ. ฆเฏตฺวา สมฺพนฺธํ กตฺวา อวิจฺฉินฺทิตฺวา. ปริยาปุณาตีติ อชฺฌยติ. อาธารปฺปตฺตนฺติ อาธารํ จิตฺตสนฺตานปฺปตฺตํ อปฺปมุฏฺฐํ คตตฺตา อาธารปฺปตฺตํ นาม. การณนิสฺสิโตติ โลกุตฺตรธมฺมสฺส การณสนฺนิสฺสิโต. อาทิพฺรหฺมจริยโกติ อาทิพฺรหฺมจริยํ, ตเทว อาทิพฺรหฺมจริยกํ. ธมฺมปริยายาเปกฺขาย ปุลฺลิงฺคนิทฺเทโส. ตีสุปิ อิเมสูติ ตติยจตุตฺถปญฺจเมสุ ตีสุ สุตฺเตสุ.
ญาติกสุตฺตวณฺณนา นิฏฺฐิตา.