๓. ปฏิปทาสุตฺตวณฺณนา

๓. มิจฺฉา ปฏิปชฺชติ เอตายาติ มิจฺฉาปฏิปทา, วฏฺฏคามิมคฺโค ทุกฺขาวหตฺตา. ตํ มิจฺฉาปฏิปทํ. เตนาห ‘‘อนิยฺยานิกปฏิปทา’’ติ. โส ปุญฺญาภิสงฺขาโร กถํ มิจฺฉาปฏิปทา โหตีติ? สมฺปตฺติภเว สุขาวโหว โหตีติ อธิปฺปาโย. วฏฺฏสีสตฺตาติ วฏฺฏปกฺขิยานํ อุตฺตมงฺคภาวโต. อนฺตมโสติ อุกฺกํสปริยนฺตํ สนฺธาย วทติ อวกํสปริยนฺตโต. ‘‘อิทํ เม ปุญฺญํ นิพฺพานาธิคมาย ปจฺจโย โหตู’’ติ เอวํ นิพฺพานํ ปตฺเถตฺวา ปวตฺติตํ. ปณฺณมุฏฺฐิทานมตฺตนฺติ สากปณฺณมุฏฺฐิทานมตฺตํ. อปฺปตฺวาติ อนฺโตคธเหตุ เอส นิทฺเทโส, อปาเปตฺวาติ อตฺโถ. ยทคฺเคน วา ปฏิปชฺชนโต อรหตฺตํ ปตฺโตติ วุจฺจติ, ตทคฺเคน ตทาวหา ปฏิปทาปิ ปตฺตาติ วุจฺจตีติ ‘‘อปฺปตฺวา’’ติ วุตฺตํ. อนุโลมวเสนาติ อนุโลมปฏิจฺจสมุปฺปาทวเสน. ปฏิโลมวเสนาติ เอตฺถาปิ เอเสว นโย. ปฏิปทา ปุจฺฉิตาติ เอเตน ปฏิปทา เทเสตุํ อารทฺธาติ อยมฺปิ อตฺโถ สงฺคหิโต ยถารทฺธสฺส อตฺถสฺส กเถตุกมฺยตาปุจฺฉาย อิธาคตตฺตา. อนุโลมปฏิจฺจสมุปฺปาทเทสนายมฺเปตฺถ พฺยติเรกมุเขน อวิชฺชาทินิโรธา ปน วิชฺชาย สติ โหติ สงฺขารานํ อสมฺภโวติ วุตฺตํ ‘‘นิพฺพานํ ภาชิต’’นฺติ. สรูเปน ปน ตาย วฏฺฏเมว ปกาสิตํ. วกฺขติ หิ ปริโยสาเน ‘‘วฏฺฏวิวฏฺฏเมว กถิต’’นฺติ. นิยฺยาตเนติ นิคมเน. ผเลนาติ ปตฺตพฺพผเลน ปฏิปทาย สมฺปาปกเหตุโน ทสฺสิตตฺตา. ยถา หิ ติวิโธ เหตุ ญาปโก, นิพฺพตฺตโก, สมฺปาปโกติ, เอวํ ติวิธํ ผลํ ญาเปตพฺพํ, นิพฺพตฺเตตพฺพํ, สมฺปาเปตพฺพนฺติ. ตสฺมา ปตฺตพฺพผเลน นิพฺพาเนน ตํสมฺปาปกเหตุภูตาย ปฏิปทาย ทสฺสิตตฺตาติ อตฺโถ. เตนาห ‘‘ผเลน เหตฺถา’’ติอาทิ. อยํ วุจฺจตีติ เอวํ นิพฺพานผลา อยํ ‘‘สมฺมาปฏิปทา’’ติ วุจฺจติ. อเสสวิราคา อเสสนิโรธาติ สมุจฺเฉทปฺปหานวเสน อวิชฺชาย อเสสวิรชฺชนโต อเสสนิรุชฺฌนโต จ. ปททฺวเยนปิ อนุปฺปาทนิโรธเมว วทติ. ตญฺหิ นิพฺพานํ. ทุติยวิกปฺเป อยํ เอตฺถ อธิปฺปาโย – เยน มคฺเคน กรณภูเตน อเสสนิโรโธ โหติ, อวิชฺชาย อเสสนิโรโธ ยํ อาคมฺม โหติ, ตํ มคฺคํ ทสฺเสตุนฺติ. เอวญฺหิ สตีติ เอวํ ปทภาชนสฺส นิพฺพานสฺส ปทตฺเถ สติ. สานุภาวา ปฏิปทา วิภตฺตา โหตีติ อวิชฺชาย อเสสนิโรธเหตุปฏิปทา ตตฺถ สาติสยสามตฺถิยสมาโยคโต สานุภาวา วิภตฺตา โหติ. มิจฺฉาปฏิปทาคหเณเนตฺถ วฏฺฏสฺสปิ วิภตฺตตฺตา วุตฺตํ ‘‘วฏฺฏวิวฏฺฏเมว กถิต’’นฺติ.

ปฏิปทาสุตฺตวณฺณนา นิฏฺฐิตา.