๙. สุนฺทริกสุตฺตวณฺณนา
๑๙๕. อาเนตฺวา หุนิตพฺพโต อาหุติ. สปฺปิมธุปายสาทีหิ อคฺคึ ชุโหติ เอตฺถาติ อคฺคิหุตฺตํ, สาธิฏฺฐานํ เวทิตพฺพํ. เตนาห ‘‘อคฺยายตน’’นฺติอาทิ. สุวิโสธิโต จสฺสาติ นิหีนชาติกานํ อเนน สุฏฺฐุ วิโสธิโต จ ภเวยฺย. ‘‘เม’’ติ ปทํ อาเนตฺวา สมฺพนฺโธ.
อผลํ กโรตีติ อิโต ปฏฺฐาย ยาว เทมีติ ปทํ. ตาว อนนฺตรสุตฺตวณฺณนาย อาคตสทิสเมวาติ เปยฺยาลวเสน ฐเปสิ, น สปฺปิสงฺขารฏฺฐปนํ. หิมปาตสฺส จ สีตวาตสฺส จ ปฏิพาหนตฺถนฺติ อการณเมตนฺติ ตํ อนาทิยิตฺวา อญฺญเมว สุการณํ ทสฺเสตุํ ‘‘ปฏิพโลวา’’ติอาทิ วุตฺตํ. สญฺชานิตฺวาติ ‘‘นายํ พฺราหฺมโณ’’ติ สญฺชานิตฺวา.
นีจเกสนฺตนฺติ รสฺสเกสนฺตํ. พฺราหฺมณานํ สุทฺธิอตฺถา สิขาติ อาห ‘‘ปวตฺตมตฺตมฺปิ, สิขํ อทิสฺวา’’ติ, ‘‘ปรมหํสปริกฺขาทินา’’ติ เกจิ.
อการณํ ทกฺขิเณยฺยภาวสฺส ชาติ อทกฺขิเณยฺยภาวเหตูนํ ปาปธมฺมานํ อปฏิกฺเขปภาวโต. เอตนฺติ สีลาทิเภทํ จรณํ. ทกฺขิเณยฺยภาวสฺส การณํ อทกฺขิเณยฺยภาวการกปาปธมฺมานํ ตทงฺคาทิวเสน ปชหนโต. อสฺสาติ พฺราหฺมณสฺส. ตมตฺถนฺติ ตํ ทกฺขิเณยฺยภาวสฺส การณตาสงฺขาตมตฺถํ อุปมาย วิภาเวนฺโต. สาลาทิกฏฺฐา ชาโตวาติ สาลาทิวิสุทฺธกฏฺฐาว ชาโต. สาปานโทณิอาทิอวิสุทฺธกฏฺฐา ชาโต อคฺคิกิจฺจํ น จ น กโรติ. เอวนฺติ ยถา อคฺคิ ยโต กุโตจิ ชาโตปิ อคฺคิกิจฺจํ กโรติเยว, เอวํ จณฺฑาลกุลาทีสุ ชาโตปิ ทกฺขิเณยฺโย น น โหติ คุณสมฺปทาวเสน อริยานํ วํเส ปชาตตฺตาติ อาห ‘‘คุณสมฺปตฺติยา ชาติมา’’ติ. ธิติยา คุณสมฺปตฺติยา ปมุขภาวํ ทสฺเสตุํ ‘‘โส หี’’ติอาทิ วุตฺตํ. ตตฺถ ธิติยาติ วีริเยน. ตญฺหิ อนุปฺปนฺนานํ กุสลธมฺมานํ อุปฺปาทนปริพฺรูหเนหิ เต ธาเรติ. หิริยา โทเส นิเสเธติ, สมฺมเทว ปาปานํ ชิคุจฺฉเน สติ เตสํ ปวตฺติยา อวสโร เอว นตฺถิ. โมนธมฺเมน ญาณสงฺขาเตน โอตฺตปฺปธมฺเมน. การณาการณชานนโกติ เตสํ เตสํ ธมฺมานํ ยถาภูตํ ฐานํ, ปาปธมฺมานํ วา วิปฺปการสภาวฏฺฐานํ ชานนโก.
ปรมตฺถสจฺเจน นิพฺพาเนน อารมฺมณปจฺจยภูเตน อริยมคฺเคน ทนฺโต. อินฺทฺริยทเมนาติ ตโต เอว อริเยน อินฺทฺริยสํวเรน อุปคโต. วิทนฺติ เตหิ สจฺจานีติ เวทา. มคฺคเวทานํ อนฺตนฺติ อริยผลํ. กิเลสานํ อนฺตนฺติ เตสํ อนุปฺปาทนิโรธฏฺฐานํ. ยญฺโญติ อคฺคผลํ. นิรตฺถกนฺติ อผลํ เตสํ อนาคมนโต, อาคตานมฺปิ อคฺคทกฺขิเณยฺยาภาวโต. ชุหติ เทติ.
สุยิฏฺฐนฺติ สุทานํ อคฺคทกฺขิเณยฺยลาเภน. สุหุตนฺติ ตสฺเสว เววจนํ. อถ วา สุยิฏฺฐนฺติ สุฏฺฐุ สมฺมเทว ยิฏฺฐํ สาเร อุปนีตํ มม อิทํ เทยฺยวตฺถุ. สุหุตนฺติ เอตฺถาปิ เอเสว นโย.
อุปหฏมตฺเตติ พฺราหฺมเณน ‘‘ภุญฺชตุ ภว’’นฺติ อุปนีตมตฺเต. นิพฺพตฺติโตชเมวาติ สวตฺถุกํ อคฺคเหตฺวา วตฺถุโต วิเวจิตโอชเมว. เตน ตํ สุขุมตฺตํ คตนฺติ ตํ หพฺยเสสํ สพฺพโส สุขุมภาวํ คตนฺติ โอชาย อโนฬาริกตาย ปุริมากาเรเนว ปญฺญายมานตํ สนฺธาย วุตฺตํ, น ปน โอชาย เอว เกวลาย คหณํ สนฺธาย. สา หิ อวินิพฺโภควุตฺติตาย วิสุํ คณฺหิตุํ น สกฺกา, ตสฺมา เทวตาหิปิ สวตฺถุกา คยฺหติ. มนุสฺสานํ วตฺถูติ กรชกายมาห. โอฬาริกวตฺถุตาย เทวานํ วิย คหณี น ติกฺขาติ ทิพฺโพชสมฺมิสฺสตาย สมฺมา ปริณามํ น คจฺฉติ. สุขุมาปิ สมานา ทิพฺโพชา เตน ปายเสน มิสฺสิตา โอฬาริกสมฺมิสฺสตาย สุขุมวตฺถุกานํ เทวานํ สุขทา น โหตีติ อิมมตฺถํ ทสฺเสติ ‘‘โคยูเส ปนา’’ติอาทินา. ปริโภควตฺถุโน โอฬาริกตาย วา เทวานํ ทุกฺกรํ สมฺมา ปริณาเมตุํ, ทิพฺโพชาย ครุตรภาเวน มนุสฺสานํ. เตนาห ภควา ‘‘น ขฺวาห’’นฺติอาทิ. สมาปตฺติจิตฺตสมุฏฺฐิตา เตโชธาตุ ฌานานุภาวสนฺเตชิตา ติกฺขตรา โหตีติ วุตฺตํ ‘‘อฏฺฐ…เป… ปริณาเมยฺยา’’ติ. ภควโต ปน สุทฺเธเนว ปริณมตีติ วุตฺตํ ‘‘ปากติเกเนวา’’ติ, ฌานานุภาวปฺปตฺเตน ฌาเนน วินา สภาวสิทฺเธเนว.
‘‘อปฺปหริเต’’ติ เอตฺถ อปฺป-สทฺโท ‘‘อปฺปิจฺโฉ’’ติอาทีสุ วิย อภาวตฺโถติ อาห ‘‘อปฺปหริเตติ อหริเต’’ติ. ปาติสเตปิ ปายเส. น อาลุฬตีติ น อาวิลํ โหติ. อนาคนฺตาว คจฺเฉยฺย ‘‘อตฺตนาปิ น ปริภุญฺชิ, อญฺเญสํ น ทาเปสิ, เกวลํ ปายสํ นาเสสี’’ติ โทมนสฺสปฺปตฺโต.
ทารุ สมาทหาโนติ ทารุหริทฺทิ ทารุสฺมึ ตสฺส ทหนฺโต. ยทีติอาทิ ทารุฌาปนสฺส พหิทฺธภาวสาธนํ อสุทฺธเหตูนํ ปฏิปกฺขาภาวโต ตสฺส. ขนฺธาทีสุ กุสลาติ เตสุ สภาวโต สมุทยโต อตฺถงฺคมโต อสฺสาทโต อาทีนวโต นิสฺสรณโต ชานนโต เฉกา ปณฺฑิตา. ญาณโชตินฺติ ญาณมยํ โชตึ. ชาเลมีติ ปชฺชลิตํ กโรมิ. นิจฺจํ ปชฺชลิตคฺคิ สพฺพตฺถกเมว วิคตสมฺโมหนฺธการตาย เอโกภาสภาวโต. สพฺพโส วิกฺเขปาภาวโต นิจฺจสมาหิตตฺโต. เอวํ วทตีติ จริตํ พฺรหฺมจริยํ คเหตฺวา จรามีติ เอวํ วตฺตมานํ วิย วทติ อาสนฺนตํ หทเย ฐเปตฺวา.
ขาริภาโรติ ขาริภารสทิโส. เตนาห ‘‘ยถา’’ติอาทิ. ขนฺเธน วยฺหมาโนติ กาเช ปกฺขิปิตฺวา ขนฺเธน วยฺหมาโน. ปถวิยา สทฺธึ ผุเสติ ภารสฺส ครุกภาเวน กาชสฺส ปริณมเนน. มาเนน อตฺตโน ชาติอาทีนิ ปคฺคณฺหโต อญฺญสฺส ตานิ น สหตีติ อาห – ‘‘ตตฺถ ตตฺถ อิสฺสํ อุปฺปาเทนฺโต’’ติ, ตตฺถ ตตฺถ ชาติอาทิมานวตฺถุสฺมึ ครุตรคฺคหเณน สํสีเทยฺยาติ อธิปฺปาโย. โกโธ ธูโมติ ยถาปิ ภาสุโร อคฺคิ ธูเมน อุปกฺกิลิฏฺโฐ, เอวํ โกเธน อุปกฺกิลิฏฺโฐ. ญาณคฺคีติ ตสฺส โกโธ ธูโม. มุสาวาโทว โมสวชฺชํ. ยถา ญาเณ สติ มุสาวาโท นตฺถิ, เอวํ มุสาวาเท สติ ญาณมฺปีติ เตน ตํ นิโรธิตํ วิย โหตีติ อาห – ‘‘มุสาวาเทน ปฏิจฺฉนฺนํ ญาณ’’นฺติ. ยถา สุชาย วินา พฺราหฺมณานํ ยาโค น อิชฺฌติ, เอวํ ปหูตชิวฺหาย วินา สตฺถุ ธมฺมยาโค น อิชฺฌตีติ ชิวฺหา สุชาปริยายา วุตฺตา. โชติ ฐิยติ เอตฺถาติ โชติฏฺฐานํ เวทิ, ยํ อคฺคิกุณฺฑํ. สตฺตานํ หทยํ โชติฏฺฐานํ ญาณคฺคิโน ตตฺถ สมุชฺชลนโต. อตฺตาติ จิตฺตํ ‘‘อาหิโต อหํ มาโน เอตฺถา’’ติ กตฺวา.
ธมฺโม รหโทติ อสฺสทฺธิยาทิอาลสิยาภาวโต กิเลสมลปกฺขาลนโต ปรมคฺคินิพฺพุตาวหนโต อริยมคฺคธมฺโม อนาวิโล รหโท. เหฏฺฐุปริยวาลุกาติ วิปริวตฺติตวาลุกา หุตฺวา. อาลุฬาติ อากุลชาตา. ปณฺฑิตานํ ปสตฺโถติ ปณฺฑิตานํ ปุรโต เสฏฺโฐ. เสฏฺฐภาเวน สนฺโต ปาสํโส หุตฺวา กิเลเส ภินฺทติ สมุจฺฉินฺทตีติ สพฺภีติ วุจฺจติ. เตนาห ‘‘อุตฺตมฏฺเฐนา’’ติ. ตถา จาห ภควา ‘‘มคฺคานฏฺฐงฺคิโก เสฏฺโฐ’’ติ (ธ. ป. ๒๗๓).
วจีสจฺจนฺติ อิมินา ‘‘จตุรงฺคสมนฺนาคตา วาจา สุปริสุทฺธา โหตี’’ติ สมฺมาวาจํ ทสฺเสติ. สจฺจสํยมปเทหิ ทสฺสิตา มคฺคธมฺมา อิธ ‘‘ธมฺโม’’ติ อธิปฺเปตาติ อาห – ‘‘ธมฺโมติ อิมินา…เป… ทสฺเสตี’’ติ. มคฺคสจฺจํ คหิตํ อนนฺตรคาถาย อเนเกหิ วิเสเสตฺวา วุตฺตตฺตา. อตฺถโตติ ปุพฺพงฺคมตฺตาทิอตฺถโต. ตาย หิ สกิจฺจํ กโรนฺติยา อิตเร สพฺเพปิ ตทนุวตฺติกา โหนฺติ. ตคฺคติกตฺตาติ สมฺมาทิฏฺฐิยา อุปการกภาเวน ตาย สมานคติกตฺตา. อารมฺมณญฺหิ วิตกฺเกนาหฏํ ปญฺญา วิจินิตุํ สกฺโกติ. ตถา หิ โส ปญฺญากฺขนฺเธน สงฺคหํ คโต. ธมฺโมติ สภาวโต สมาธิ คหิโต, อิตเร เทฺว ตทุปการตฺตา. ตถา หิ ‘‘เอวํธมฺมา เต ภควนฺโต’’ติอาทีสุ (ที. นิ. ๒.๑๓; ม. นิ. ๓.๑๙๗; สํ. นิ. ๕.๓๗๘) สมาธิ ‘‘ธมฺโม’’ติ วุตฺโต. ปรมตฺถสจฺจํ คหิตํ สพฺเพสํ เสฏฺฐภาวโต. ยถาห – ‘‘ยาวตา, ภิกฺขเว, ธมฺมา สงฺขตา วา อสงฺขตา วา, วิราโค เตสํ อคฺคมกฺขายตี’’ติ (อิติวุ. ๙๐; อ. นิ. ๔.๓๔). อตฺถโตติ ตโต เอว ปรมตฺถโต, อนนฺตรํ วุจฺจมานานํ วา มคฺคธมฺมานํ อารมฺมณภาวโต. ปญฺจงฺคานิ คหิตานิ ตาสํ มคฺคภาวโต. ตีณิ องฺคานิ. พฺรหฺมจริยํ นามาติ เอตํ นิพฺพานคามิ อุตฺตมฏฺเฐน มคฺคพฺรหฺมจริยํ นาม. มชฺเฌ สิตาติ ลีนุทฺธจฺจาทิอนฺตทฺวยวิวชฺชเนน มชฺเฌ มชฺฌิมปฏิปทาภาวนํ นิสฺสิตา. สสฺสตุจฺเฉทคฺคหณํ เหตฺถ ปธานตาย นิทสฺสนมตฺตํ. เสฏฺฐปฺปตฺตีติ เสฏฺฐภาวปฺปตฺติ. ต-กาโร ปทสนฺธิกโรติ ‘‘ส อุชุภูเตสู’’ติ วตฺตพฺเพ มชฺเฌ ต-กาโร ปทสนฺธิกโร, ‘‘ส ทุชฺชุภูเตสูติ เกจิ ปฐนฺติ, เตสํ ท-กาโร ปทสนฺธิกโร. ส-อิติ สุนฺทริโก พฺราหฺมโณ วุตฺโตติ กตฺวา อาห ‘‘ส ตฺว’’นฺติ, โส ตฺวนฺติ อตฺโถ. ธมฺโม สาริโย ปริธานภูตา อลงฺการา เอตสฺสาติ ธมฺมสารี. อถ วา ธมฺเมหิ สาริตวาติ ธมฺมสารี, เตหิ สาเรตฺวา ฐิตวาติ อตฺโถ. เตนาห ‘‘กุสลธมฺเมหี’’ติอาทิ.
สุนฺทริกสุตฺตวณฺณนา นิฏฺฐิตา.