๒. โสมาสุตฺตวณฺณนา
๑๖๓. ฐานนฺติ อิสฺสริยฏฺฐานํ วิสยชฺฌตฺตํ. ทุปฺปสหํ อกมฺปิยภาวตฺตา. ทฺวงฺคุลปญฺญายาติ เอตฺถ อิตฺถิโย หิ ทหรกุมาริกากาลโต ปฏฺฐาย โอทนปจนวิธึ อนุติฏฺฐนฺติโย อุกฺขลิยํ อุทกํ ตาเปตฺวา ตณฺฑุเล ปกฺขิปิตฺวา อตฺตโน พุทฺธิยา เตสํ ปากกาลปฺปมาณํ ปริจฺฉินฺทิตุํ ตานิ ทพฺพิยา อุทฺธริตฺวาปิ วณฺณสณฺฐานคฺคหณมตฺเตน ปกฺกาปกฺกภาวํ ชานิตุํ น สกฺโกนฺติ, เกวลํ ปน ทฺวีหิ องฺคุลีหิ อุปฺปีฬิตกาเล เอว ชานนฺติ, ตสฺมา ทฺวีหงฺคุลิเกหิ ทุพฺพลปญฺญตฺตา ‘‘ทฺวงฺคุลปญฺญา’’ติ วุจฺจนฺติ. ผลสมาปตฺติญาณปฺปวตฺติกิตฺตเนน จตูสุ สจฺเจสุ อสมฺโมหวิหาโร ทีปิโต โหตีติ อาห ‘‘ญาณมฺหิ วตฺตมานมฺหีติ ผลสมาปตฺติญาเณ ปวตฺตมาเน’’ติ. วิปสฺสนฺตสฺสาติ อสมฺโมหปฏิเวธโต วิเสเสน ปสฺสนฺตสฺส ขนฺธปญฺจกเมว สจฺจาภิสมยโต ปุพฺพภาเค วิปสฺสนฺตสฺส. อญฺญํ วาติ อิตฺถิปุริสโต อญฺญํ วา กิญฺจิ วตฺถุํ. ‘‘อหํ อสฺมี’’ติ มานทิฏฺฐิคาหตณฺหาคาหวเสน คหิตวตฺถุสฺมึ เยวาติ อาห ‘‘อหํ อสฺมีติ ตณฺหามานทิฏฺฐิวเสนา’’ติ.
โสมาสุตฺตวณฺณนา นิฏฺฐิตา.