๓. กิสาโคตมีสุตฺตวณฺณนา

๑๖๔. ‘‘กิสาโคตมี’’ติ เอตฺถ กา ปนายํ กิสาโคตมี, กิสฺส อยํ ภิกฺขุนี หุตฺวา สมณธมฺมํ มตฺถกํ ปาเปสีติ ตมตฺถํ วิภาเวตุํ ‘‘ปุพฺเพ กิรา’’ติอาทิมารทฺธํ. องฺคาราวาติ อทฺทาริฏฺฐกวณฺณองฺคารา เอว ชาตา. ทารุสากนฺติ อทฺธมาสเกน ทารุํ สากญฺจ อาหริสฺสามีติ อนฺตราปเณ อนฺตรวีถึ คตา.

สิทฺธตฺถกนฺติ สาสปํ. สาลายนฺติ อนาถสาลายํ. ขุรคฺเคเยวาติ ขุรสิเข เอว, เกโสโรหนกฺขเณ เอวาติ อตฺโถ.

เอกมาสีติ เอตฺถ ม-กาโร ปทสนฺธิกโร. สํหิตาวเสน จ ปุริมปเท วา รสฺสตฺตํ. ปรปเท วา ทีฆตฺตนฺติ อาห ‘‘เอกา อาสี’’ติ. ภาวนปุํสกเมตํ ‘‘เอกมนฺตํ นิสีที’’ติอาทีสุ วิย. ปุตฺตมรณํ อนฺตํ อตีตํ อิทานิ ปุตฺตมรณสฺส อภาวโต. เตเนวาห ‘‘ปุตฺตมรณํ นาม นตฺถี’’ติ. ปุริสํ คเวสิตุนฺติ ยถา มยฺหํ ปุริสคเวสนา นาม สพฺพโส นตฺถิ, ตถา เอว ปุตฺตคเวสนาปิ นตฺถิ, ตสฺมา เม ปุตฺตมรณํ เอตทนฺตํ, สพฺเพสุ ขนฺธาทีสุ ภวาทีสุ จ ตณฺหานนฺทิยา อภาวกถเนน สพฺพสตฺเตสุ ตณฺหา สพฺพโส วิโสสิตา, ตสฺสาเยว การกอวิชฺชากฺขนฺโธ ปทาลิโตติ อตฺตโน นิกฺกิเลสตํ ปเวเทนฺตี เถรี สีหนาทํ นทีติ.

กิสาโคตมีสุตฺตวณฺณนา นิฏฺฐิตา.