๖. ปตฺตสุตฺตวณฺณนา

๑๕๒. ปญฺจนฺนํ อุปาทานกฺขนฺธานํ ลกฺขณาทีนิ เจว สมุทยญฺจ อสฺสาทาทีนวนิสฺสรณานิ จ คเหตฺวา สมฺมา เตสํ ลกฺขณาทีนํ คหณํ โหตีติ อาห ‘‘ปญฺจ อุปาทานกฺขนฺเธ อาทิยิตฺวา’’ติ. รุปฺปนเวทิยนสญฺชานนอภิสงฺขรณวิชานนานิ ขนฺธานํ สภาวลกฺขณานิ. อาทิ-สทฺเทน รสปจฺจุปฏฺฐานปทฏฺฐานานิ เจว สมุทยาทีนิ จ สงฺคณฺหาติ. ทสฺเสตีติ ปจฺจกฺขโต ทสฺเสติ, หตฺถามลกํ วิย ปากเฏ วิภูเต กตฺวา วิภาเวติ. คณฺหาเปตีติ เต ธมฺเม มนสา อนุเปกฺขิเต ทิฏฺฐิยา สุปฺปฏิวิทฺเธ กโรนฺโต อุคฺคณฺหาเปติ. สมาทานมฺหีติ ตตฺถ อตฺถสฺส สมฺมเทว อาทิยเน ขนฺธานญฺจ สมฺมสนวเสน อญฺญธมฺมวเสน สมาทิยเน. ปฏิวิทฺธคุเณนาติ ตาย เทสนาย, ตํ นิสฺสาย ปจฺจตฺตปุริสกาเรน จ เตสํ ปฏิวิทฺธคุเณน. โชตาเปตีติ เตสํ จิตฺตสนฺตานํ อสฺสทฺธิยาทิกิเลสมลวิธมเนน ปภสฺสรํ กโรติ. อฏฺฐึ กตฺวาติ ตาย เทสนาย ปาเปตพฺพํ อตฺถํ ปโยชนํ ทฬฺหํ กตฺวา. เตนาห ‘‘อยํ โน’’ติอาทิ. กมฺมการกจิตฺตํ นาม โอตรณจิตฺตํ. ‘‘โยนิโสมนสิการปุพฺพกํ วิปสฺสนาจิตฺต’’นฺติ เกจิ. โอหิตโสตาติ อนญฺญวิหิตตาย ธมฺมสฺสวนาย อปฺปิตโสตา, ตโต เอว ตทตฺถํ ฐปิตโสตา.

เอเต รูปาทโย ขนฺเธ ยญฺจ สงฺขตํ สมิทฺธปจฺจเยหิ กตํ, ตญฺจ ‘‘เอโส อหํ น โหมิ, เอตํ มยฺหํ น โหตี’’ติ ปสฺสนฺโตติ โยชนา. เขโม อตฺตาติ เขมตฺตา, ตํ เขมตฺตํ. เตนาห ‘‘เขมิภูตํ อตฺตภาว’’นฺติ. ปริเยสมานา มารเสนา.

ปตฺตสุตฺตวณฺณนา นิฏฺฐิตา.