๑. ปฐมวคฺโค

๑. ตโปกมฺมสุตฺตวณฺณนา

๑๓๗. อุรุเวลาย สมีเป คาโม อุรุเวลคาโม, ตํ อุรุเวลคามํ อภิมุขภาเวน สมฺมเทว สพฺพธมฺเม พุชฺฌตีติ อภิสมฺโพธิ, สพฺพญฺญุตญฺญาณํ, เตน สมนฺนาคตตฺตา จ ภควา อภิสมฺพุทฺโธติ วุจฺจติ. ตสฺส ปญฺจจตฺตาลีสาย วสฺเสสุ อาทิโต ปนฺนรส วสฺสานิ ปฐมโพธิ, อิธ ปน สตฺตาหพฺภนฺตรเมว อธิปฺเปตนฺติ อาห ‘‘อภิสมฺพุทฺโธ หุตฺวา อนฺโตสตฺตาหสฺมึ เยวา’’ติ. อสุขภาเวน อญฺเญหิ กาตุํ อสกฺกุเณยฺยตฺตา ทุกฺกรํ กโรตีติ ทุกฺกรกาโร, โส เอว อิตฺถิลิงฺควเสน ทุกฺกรการิกา. ตาย มุตฺโต วตมฺหีติ จินฺเตสิ. ยทิ เอวํ กสฺมา ตํ โลกนาโถ ฉพฺพสฺสานิ สมนุยุญฺชติ? กมฺมปีฬิตวเสน. วุตฺตเญฺหตํ อปทาเน (อป. เถร ๑.๓๙.๙๒-๙๔) –

‘‘อวจาหํ โชติปาโล, สุคตํ กสฺสปํ ตทา;

กุโต นุ โพธิ มุณฺฑสฺส, โพธิ ปรมทุลฺลภา.

‘‘เตน กมฺมวิปาเกน, อจรึ ทุกฺกรํ พหุํ;

ฉพฺพสฺสานุรุเวลายํ, ตโต โพธิมปาปุณึ.

‘‘นาหํ เอเตน มคฺเคน, ปาปุณึ โพธิมุตฺตมํ;

กุมฺมคฺเคน คเวสิสฺสํ, ปุพฺพกมฺเมน วาริโต’’ติ.

มาเรตีติ วิพาเธติ. วิปตฺติอาทิสํโยชนญฺหิ สาธูนํ ปรมตฺถโต มรณํ สจฺจปฏิเวธมารณตฺตา, ปาปตรตฺตา ปาปตโมติ ปาปิมา. สา จสฺส ปาปตมตา ปาปวุตฺติตายาติ อาห ‘‘ปาเป นิยุตฺโต’’ติ. อธิปตีติ กามาธิปติ. อปฺปหีนกามราเค อตฺตโน วเส วตฺเตตีติ วสวตฺตี. เตสํเยว กุสลกมฺมานํ อนฺตํ กโรตีติ อนฺตโก. วฏฺฏทุกฺขโต อปริมุตฺตปจฺจยตฺตา นมุจิ. มตฺตานํ ปมตฺตานํ พนฺธูติ ปมตฺตพนฺธุ.

ตโปกมฺมาติ อตฺตกิลมถานุโยคโต. อปรทฺโธติ วิรชฺฌสิ. ‘‘อปราโธ’’ติปิ อตฺถิ, โสเยว อตฺโถ. กายกิลมถํ อนุยุญฺชนฺโต เยภุยฺเยน อมรตฺถาย อนุยุญฺชติ, โส จ กมฺมวาทีหิ อนุยุญฺชิยมาโน เทวตฺถาย สิยาติ อาห ‘‘อมรภาวตฺถายา’’ติ. สพฺพํ ตปนฺติ สพฺพํ อตฺตปริตาปนํ. อตฺถาวหํ น ภวติ โพธิยา อนุปายตฺตา. กิญฺจสฺสาติ กิญฺจิ สิยาติ อตฺโถ. ผิยาริตฺตํว ธมฺมนีติ ธมฺมํ วุจฺจติ วณฺณุ, โส อิธ ‘‘ธมฺม’’นฺติ วุตฺโต, ธมฺมนิ วณฺณุปเทเสติ อตฺโถ. เตนาห ‘‘อรญฺเญ’’ติ. อุโภสุ ปสฺเสสุ ผิยาหิ อากฑฺเฒยฺย เจว อริตฺเตหิ อุปฺปีเฬยฺย จ.

สมฺมาวาจากมฺมนฺตาชีวา คหิตา มคฺคสีลสฺส อธิปฺเปตตฺตา. สมาธิโน หิ คหเณน สมฺมาวายามสติสมาธโย คหิตา อุปการภาวโต. ปญฺญายาติ เอตฺถาปิ เอเสว นโย. พุชฺฌติ เอเตนาติ โพโธ. มคฺโคติ อาห ‘‘โพธายาติ มคฺคตฺถายา’’ติ. กถํ ปน มคฺคํ มคฺคตฺถาย ภาเวตีติ อาห ‘‘ยถา หี’’ติอาทิ. เตน ยถา ยาคุปจนารมฺโภ ยาวเทว ยาคุอตฺโถ, เอวํ มคฺคภาวนารมฺโภ มคฺคาธิคมตฺถายาติ ทสฺเสติ. อารมฺโภติ จ อริยมคฺคภาวนาย พนฺธาปนํ ทฏฺฐพฺพํ. เกจิ ปน ‘‘มคฺคนฺติ อริยมคฺคํ, โพธายาติ อรหตฺตสมฺโพธาย, เอวญฺจ กตฺวา ‘ปตฺโตสฺมิ ปรมสุทฺธิ’นฺติ อิทมฺปิ วจนํ สมตฺถิต’’นฺติ วทนฺติ, อปเร ปน ‘‘สพฺพญฺญุตญฺญาณสมฺโพธายาติ. โส หิ สพฺพสฺมาปิ โพธิโต อุตฺตริตโร’’ติ. นิหโต นิพฺพิเสวนภาวํ ปาปิโต. เตนาห ‘‘ปราชิโต’’ติ.

ตโปกมฺมสุตฺตวณฺณนา นิฏฺฐิตา.

๒. หตฺถิราชวณฺณสุตฺตวณฺณนา

๑๓๘. อนฺธภาวการเกติ ปจุรชนสฺส จกฺขุวิญฺญาณุปฺปตฺตินิวารเณน อนฺธภาวการเก. มหาตเมติ มหติ ตมสิ. ปาสาณผลเก มหาจีวรํ สีเส ฐเปตฺวาติ เอเตน ตํ ผลกํ อปสฺสาย นิสินฺโนติ ทสฺเสติ. ปธานนฺติ ภาวนํ. ปริคฺคณฺหมาโนติ สพฺพโส คณฺหนฺโต อวิสฺสชฺเชนฺโต, ภาวนํ อนุยุญฺชนฺโต อนุปุพฺพสมาปตฺติโย ผลสมาปตฺติญฺจ มนสิกโรนฺโตติ อตฺโถ. เตนาห ‘‘นนุ จา’’ติอาทิ. อริฏฺฐโกติ อริฏฺฐกวณฺโณ. เตนาห ‘‘กาฬโก’’ติ.

ทีฆมทฺธานนฺติ จิรตรํ กาลํ. สํสรนฺติ อาสาทนาธิปฺปาเยน สญฺจรนฺโต, อลํ ตุยฺหํ เอเตน นิปฺปโยชนนฺติ อธิปฺปาโย. น หิ เตน มารสฺส กาจิ อตฺถสิทฺธีติ.

หตฺถิราชวณฺณสุตฺตวณฺณนา นิฏฺฐิตา.

๓. สุภสุตฺตวณฺณนา

๑๓๙. สุสํวุตาติ มคฺคสํวเรน สุฏฺฐุ สํวุตา. สุปิหิตาติ สุฏฺฐุ ปิหิตา. วสานุคาติ กายาทิทฺวารวสานุคา วสวตฺติโน น โหนฺติ. พทฺธจราติ ปฏิพทฺธจริยาติ.

สุภสุตฺตวณฺณนา นิฏฺฐิตา.

๔. ปฐมมารปาสสุตฺตวณฺณนา

๑๔๐. อุปายมนสิกาเรนาติ อนิจฺจาทีสุ อนิจฺจาทิโต มนสิกรเณน. อุปายวีริเยนาติ อนุปฺปนฺนากุสลานํ อนุปฺปาทนาย วิธินา ปวตฺตวีริเยน. การณวีริเยนาติ อนุปฺปนฺนานุปฺปาทนาทิอตฺถสฺส การณภูเตน วีริเยน. อนุปฺปนฺนปาปกานุปฺปาทนาทิอตฺถานิ หิ วีริยานิ ยทตฺถํ โหนฺติ, ตํ อตฺถํ สาเธนฺติเยวาติ เอตสฺส อตฺถสฺส ทีปโก สมฺมา-สทฺโท. โยนิโสสมฺมาสทฺเทน หิ อุปายการณตฺถทีปกตํ สนฺธาย ‘‘อุปายวีริเยน การณวีริเยนา’’ติ วุตฺตํ. อรหตฺตผลวิมุตฺติ อุกฺกฏฺฐนิทฺเทเสน. มาเรน ‘‘มยฺหํ โข, ภิกฺขเว’’ติอาทิกํ ภควโต วจนํ สุตฺวา วุตฺตํ ‘‘อรหตฺตํ ปตฺวาปิ น ตุสฺสตี’’ติอาทิ.

กิเลสปาเสนาติ กิเลสมารสฺส อุปายภูเตน. กิเลสมาโร หิ สตฺเต กามคุณปาเสหิ นิพนฺธติ, น ปน สยเมว. เตนาห ‘‘เย ทิพฺพา กามคุณสงฺขาตา’’ติอาทิ. มารพนฺธเนติ กิเลสมารสฺส พนฺธนฏฺฐาเน, ภวจารเกติ อตฺโถ. น เม สมณ โมกฺขสีติ อิทํ มาโร ‘‘อนุตฺตรา วิมุตฺติ อนุปฺปตฺตา, วิมุตฺตา สพฺพปาเสหี’’ติ จ ภควโต วจนํ อสทฺทหนฺโต วทติ สทฺทหนฺโตปิ วา ‘‘เอวมยํ ปเรสํ สตฺตานํ โมกฺขาย อุสฺสาหํ น กเรยฺยา’’ติ อตฺตโน โกหญฺเญ ฐตฺวา วทติ.

ปฐมมารปาสสุตฺตวณฺณนา นิฏฺฐิตา.

๕. ทุติยมารปาสสุตฺตวณฺณนา

๑๔๑. อนุปุพฺพคมนจาริกนฺติ คามนิคมราชธานีสุ อนุกฺกเมน คมนสงฺขาตํ จาริกํ. เอวํ หิ คเตสูติ เอวํ ตุเมฺหสุ พหูสุ เอกชฺฌํ คเตสุ.

อาทิมฺหิ กลฺยาณํ เอตสฺสาติ อาทิกลฺยาณํ, ตถา เสเสสุ. สาสนสฺส อาทิ สีลํ มูลกตฺตา. ตสฺส สมถาทโย มชฺฌํ สาสนสมฺปตฺติยา เวมชฺฌภาวโต. ผลนิพฺพานานิ ปริโยสานํ ตทธิคมโต อุตฺตริ กรณียาภาวโต. สาสเน สมฺมาปฏิปตฺติ นาม ปญฺญาย โหติ, ตสฺสา จ สีลํ สมาธิ จ มูลนฺติ อาห ‘‘สีลสมาธโย วา อาที’’ติ. ยสฺมา ปญฺญา อนุโพธปฏิเวธวเสน ทุวิธา, ตสฺมา ตทุภยํ คณฺหนฺโต ‘‘วิปสฺสนามคฺคา มชฺฌ’’นฺติ อาห. ปญฺญานิปฺผตฺติ ผลกิจฺจํ, นิพฺพานสจฺฉิกิริยา ปน สมฺมาปฏิปตฺติยา ปริโยสานํ ตโต ปรํ กตฺตพฺพาภาวโตติ อาห ‘‘ผลนิพฺพานานิ ปริโยสาน’’นฺติ. ผลคฺคหเณน หิ สอุปาทิเสสนิพฺพานํ คยฺหติ, อิตเรน อิตรํ, ตทุภยวเสน ปฏิปตฺติยา โอสานนฺติ อาห ‘‘ผลนิพฺพานานิ ปริโยสาน’’นฺติ. ‘‘ตสฺมาติห ตฺวํ, ภิกฺขุ, อาทิเมว วิโสเธหิ กุสเลสุ ธมฺเมสุ. โก จาทิ กุสลานํ ธมฺมานํ? สีลญฺจ สุวิสุทฺธํ, ทิฏฺฐิ จ อุชุกา’’ติ (สํ. นิ. ๕.๓๖๙) วจนโต สีลทิฏฺฐุชุกตาย มตฺถกภูตา วิปสฺสนา, ตทธิฏฺฐานา สีลสมาธีติ อิเม ตสฺส สาสนสฺส มูลนฺติ อาห ‘‘สีลสมาธิวิปสฺสนา วา อาที’’ติ. เสสํ วุตฺตนยเมว.

กิญฺจาปิ อวยววินิมุตฺโต สมุทาโย นตฺถิ, เยสุ ปน อวยเวสุ สมุทายรูเปน อเปกฺขิเตสุ คาถาติ สมญฺญา, ตํ ตโต ภินฺนํ วิย กตฺวา ทสฺเสนฺโต ‘‘จตุปฺปทิกคาถาย ตาว ปฐมปาโท’’ติอาทิมาห. ปญฺจปทฉปฺปทานํ คาถานํ อาทิปริโยสานคฺคหเณน อิตเร ทุติยาทโย ตโย จตฺตาโร วา มชฺฌนฺติ อวุตฺตสิทฺธเมวาติ น วุตฺตํ. เอกานุสนฺธิกสุตฺตสฺสาติ อิทํ พหุวิภาคํ ยถานุสนฺธินา เอกานุสนฺธิกํ สุตฺตํ สนฺธาย วุตฺตํ, อิตรสฺส ปน เตเยว เทเสตพฺพธมฺมวิภาเคน อาทิมชฺฌปริโยสานภาคา ลพฺภนฺติ. นิทานนฺติ กาลเทสกปริสาทิ-อปทิสนลกฺขณาทิโก อตฺโถ. อิทมโวจาติ อิติ-สทฺโท อาทิอตฺโถ. เตน ตทวเสสนิคมนปาฬึ สงฺคณฺหาติ. อเนกานุสนฺธีกสฺส สห นิทาเนน ปฐโม อนุสนฺธิ อาทิ. สห นิคมเนน ปจฺฉิโม ปริโยสานํ, อิตเรน มชฺฌิมนฺติอาทิมชฺฌปริโยสานานิ เวทิตพฺพานิ.

สาตฺถกนฺติ อตฺถสมฺปตฺติยา สาตฺถกํ กตฺวา. สพฺยญฺชนนฺติ พฺยญฺชนสมฺปตฺติยา สพฺยญฺชนํ. สมฺปตฺติ จ นาม ปริปุณฺณพฺยญฺชนตาติ อาห ‘‘พฺยญฺชเนหิ…เป… เทเสตา’’ติ. สกลปริปุณฺณนฺติ สพฺพโส ปริปุณฺณํ สีลาทิปญฺจธมฺมกฺขนฺธปาริปูริยา. นิรุปกฺกิเลสํ ทิฏฺฐิมานาทิอุปกฺกิเลสาภาวโต. อวิเสสโต ติสฺโส สิกฺขา สกเล สาสเน ภวนฺติ. ธมฺโมติ ปน พฺรหฺมจริยํ วา สนฺธาย วุตฺตํ ‘‘กตเมสานํ โข, ภนฺเต, พุทฺธานํ ภควนฺตานํ พฺรหฺมจริยํ จิรฏฺฐิติกํ อโหสี’’ติอาทีสุ (ปารา. ๑๘) วิย. ทุกูลสาณิยา ปฏิจฺฉนฺนา วิย, น ตุ ปาการเสลาทิปฏิจฺฉนฺนา วิย. เตน ธมฺมนิรุตฺติยา สกลกิเลสานํ ปหานานุภาวํ วทติ. อลาภปริหานิยา, น ลทฺธปริหานิยา. อฑฺฒุฑฺฒานีติ ปญฺจสตาธิกานิ ตีณิ ปาฏิหาริยสหสฺสานิ. สาตนฺติ สุขํ.

ทุติยมารปาสสุตฺตวณฺณนา นิฏฺฐิตา.

๖. สปฺปสุตฺตวณฺณนา

๑๔๒. สุราการกานนฺติ ปิฏฺฐสุราโยชนกานํ. โกสลานํ อิสฺสโรติ โกสโล, โกสลราชสฺส อยนฺติ โกสลิกา. ปริโภคปาตีติ ภตฺตปริโภชนตฺถาย ปาติ ปริโภคปาติ. กมฺมารุทฺธนปณาฬิยาติ กมฺมารุทฺธนปณาฬิมุเข. ธมมานายาติ ธมิยมานาย. ตํ ปน ยสฺมา ภสฺตวาเตหิ ปูริตํ นาม โหติ, ตสฺมา ‘‘ภสฺตวาเตน ปูริยมานายา’’ติ วุตฺตํ. นิยามภูมิยนฺติ ภควโต ปฏิสลฺลานฏฺฐาเน สญฺจรนฺตํ มารํ มํสจกฺขุนาว ทิสฺวา. เตนาห ‘‘วิชฺชุลตาโลเกนา’’ติ.

เสยฺยตฺถายาติ เสยฺยานิสํสาย. เตนาห ‘‘ฐสฺสามี’’ติอาทิ. อตฺตสญฺญโตติ อตฺตภาเวน สํยโต. เตนาห ‘‘สํยตตฺตภาโว’’ติ. ตํสณฺฐิตสฺสาติ ตสฺมึ หตฺถปาทกุกฺกุจฺจรหิเต พุทฺธมุนิสฺมึ อวฏฺฐิตสฺส. โวสฺสชฺช จเรยฺย ตตฺถ โสติ อิมินา ภควา ตํ พฺยากรมาโน วิภึสิตา พุทฺธานํ กึ กริสฺสติ ภยาภาวโต? เกวลํ ปน อนฏฺฐวลิกํ อุปฺปีเฬนฺโต วิย ตฺวเมว อายาสํ อาปชฺชิสฺสสีติ มารํ สนฺตชฺเชติ.

เภรวาติ อวีตราคานํ ภยชนกา. ตตฺถาติ ตํนิมิตฺตํ. ผเลยฺยาติ ภิชฺเชยฺย. สตฺติสลฺลนฺติ สตฺติสงฺขาตํ ปุถุสลฺลํ. อุรสฺมึ จารเยยฺยุนฺติ ผาสุํ วิชฺฌิตุํ ฐเปยฺยุํ อุคฺคิเรยฺยุํ. ขนฺธุปธีสูติ ขนฺธสงฺขาเตสุ อุปธีสุ. ตาณํ กโรนฺติ นามาติ ตโต ภยนิมิตฺตโต อตฺตโน ตาณํ กโรนฺติ นาม.

สปฺปสุตฺตวณฺณนา นิฏฺฐิตา.

๗. สุปติสุตฺตวณฺณนา

๑๔๓. อุตุคาหาปนตฺถํ โธวิตฺวา, น รโชชลฺลวิกฺขาลนตฺถํ. เตนาห ‘‘พุทฺธานํ ปนา’’ติอาทิ. โธตปาทเก เคเหติ โธตปาเทหิ อกฺกมิตพฺพเก. วตฺตเภโท นาม นตฺถิ ธมฺมสฺสามิภาวโต. วตฺตสีเส ฐตฺวา โธวนฺติ อญฺเญสํ ทิฏฺฐานุคติอาปชฺชนตฺถํ. โสปฺปปริคฺคาหเกนาติ เอตฺถ โสปฺปํ นาม นิทฺทาย อนฺตรนฺตรา ปวตฺตกิริยมยจิตฺตปฺปวตฺติรหิตา นิรนฺตรภวงฺคสนฺตตีติ ตํ สภาวโต ปโยชนโต กาลปริจฺเฉทโต ปริคฺคาหกํ อุปรินิทฺเทสสติสมฺปชญฺญํ สนฺธาย วุตฺตํ ‘‘โสปฺปปริคฺคาหเกน สติสมฺปชญฺเญนา’’ติ. เกจิ ปน ‘‘นิทฺทาโสปฺปนา’’ติ วทนฺติ, ตํ ภควโต โสปฺปํ หีเฬนฺโต วทติ.

กึ นูติ เอตฺถํ กินฺติ เหตุนิสฺสกฺเก ปจฺจตฺตวจนนฺติ อาห ‘‘กสฺมา นุ สุปสี’’ติ? ทุพฺภโค วุจฺจติ นิสฺสิริโก ภินฺนภโค, โส ปน มตสทิโส วิสญฺญิสทิโส จ โหตีติ อาห ‘‘มโต วิย วิสญฺญี วิย จา’’ติ.

อาทินาติ อาทิ-สทฺเทน ‘‘พาหิรสฺส อุปาทาย อฏฺฐารสา’’ติอาทินา (วิภ. ๘๔๒) อาคตํ ตณฺหาโกฏฺฐาสํ สงฺคณฺหาติ. ตตฺถ ตตฺถ วิสตฺตตายาติ ตมฺมึ ตสฺมึ อารมฺมเณ วิเสสโต อาสตฺตภาเวน. วิสสฺส ทุกฺขนิพฺพตฺตกกมฺมสฺส เหตุภาวโต วิสมูลตา วิสํ วา ทุกฺขทุกฺขาทิภูตเวทนา มูลํ เอตสฺสาติ วิสมูลา, ตณฺหา. ตสฺส รูปาทิกสฺส ทุกฺขสฺส ปริโภโค, น อมตสฺสาติ วิสปริโภคตา. กตฺถจิ เนตุนฺติ กตฺถจิ ภเว สพฺพถา เนตุํ? ปริกฺขยาติ สพฺพโส ขีณตฺตา. ตุยฺหํ กึ เอตฺถาติ สพฺพุปธิปริกฺขยา สุทฺธสฺส มม ปฏิปตฺติยํ ตุยฺหํ กึ อุชฺฌายนํ? เกวลํ วิฆาโตเยว เตติ ทสฺเสติ.

สุปติสุตฺตวณฺณนา นิฏฺฐิตา.

๘. นนฺทติสุตฺตวณฺณนา

๑๔๔. อฏฺฐมํ อุตฺตานตฺถเมว.

นนฺทติสุตฺตวณฺณนา นิฏฺฐิตา.

๙. ปฐมอายุสุตฺตวณฺณนา

๑๔๕. ปณฺณาสํ วา วสฺสานิ ชีวติ วสฺสสตโต อุปริ เสยฺยถาปิ เถโร อนุรุทฺโธ. สฏฺฐิ วา วสฺสานิ เสยฺยถาปิ เถโร พากุโล. ปฏิหริตฺวา ปจฺจนีกภาเว สาตํ สุขํ เอตสฺสาติ ปจฺจนีกสาโต, ตพฺภาโว ปจฺจนีกสาตตา, ตาย. อภิภวิตฺวา อภาสิ ปฏิวจนํ ชานมาโนว.

น หีเฬยฺย น ชิคุจฺเฉยฺย. เอวนฺติ โส ทารโก วิย กิญฺจิ อจินฺเตนฺโต สปฺปุริโส จเรยฺย, เอวํ หิสฺส จิตฺตทุกฺขํ น โหตีติ อธิปฺปาโย. ปชฺชลิตสีโส วิย จเรยฺยาติ ยถา ปชฺชลิตสีโส ปุริโส อญฺญํ กิญฺจิ อกตฺวา ตสฺเสว วูปสมาย วายเมยฺย, เอวํ สปฺปุริโส อายุํ ปริตฺตนฺติ ญตฺวา เตเนว นเยน สพฺพสงฺขารคตํ อนิจฺจํ, อนิจฺจตฺตา เอว ทุกฺขํ, อนตฺตาติ วิปสฺสนมฺปิ โอตริตฺวา ตํ อุสฺสุกฺกาเปนฺโตปิ สงฺขารวิคมาย จเรยฺย ปฏิปชฺเชยฺย.

ปฐมอายุสุตฺตวณฺณนา นิฏฺฐิตา.

๑๐. ทุติยอายุสุตฺตวณฺณนา

๑๔๖. เนมีวาติ เนมิสีเสน จกฺกํ วทติ. กุพฺพรํ อนุปริยายตีติ กุพฺพรํ อนุปริวตฺตติ. ตถาภูโต ปน โส ตํ อชหนฺโตวาติ อาห ‘‘น วิชหตี’’ติ. อายุ อนุปริยายตีติ มจฺจานํ อายุ คตมฺปิ ปจฺจาคจฺฉตีติ ภควโต ปฏาณิ หุตฺวา วทติ, ภควา ปน ตํ อภิภวิตฺวา ‘‘อจฺจยนฺติ อโหรตฺตา’’ติอาทินา อายุโน อจฺจยคมนมรณตํเยว ปเวเทสิ.

ทุติยอายุสุตฺตวณฺณนา นิฏฺฐิตา.

ปฐมวคฺควณฺณนา นิฏฺฐิตา.