๑. ทหรสุตฺตวณฺณนา
๑๑๒. ภควตา สทฺธึ สมฺโมทีติ ภควโต คุเณ อชานนฺโต โกสลราชา อตฺตโน ขตฺติยมาเนน เกวลํ ภควตา สทฺธึ สมฺโมทิ. ปฐมาคเต หิ สตฺถริ ตสฺส สมฺโมทิตาการํ ทสฺเสตุํ ‘‘ยถา’’ติอาทิ วุตฺตํ. ยถา ขมนียาทีนิ ปุจฺฉนฺโตติ ยถา ภควา ‘‘กจฺจิ เต, มหาราช, ขมนียํ, กจฺจิ ยาปนีย’’นฺติอาทินา เตน รญฺญา สทฺธึ ปฐมํ ปวตฺตโมโท อโหสิ ปุพฺพภาสิตาย, ตทนุกรเณน เอวํ โสปิ ราชา ภควตา สทฺธึ สมปฺปวตฺตโมโท อโหสีติ โยชนา. ตํ ปน สมปฺปวตฺตโมทนํ อุปมาย ทสฺเสตุํ ‘‘สีโตทกํ วิยา’’ติอาทิ วุตฺตํ. ตตฺถ สมฺโมทิตนฺติ สํสนฺทิตํ เอกีภาวนฺติ สมฺโมทนกิริยาย สมานตํ เอกรูปตํ, ขมนียนฺติ ‘‘อิทํ จตุจกฺกํ นวทฺวารํ สรีรยนฺตํ ทุกฺขพหุลตาย สภาวโต ทุสฺสหํ, กจฺจิ ขมิตุํ สกฺกุเณยฺย’’นฺติ ปุจฺฉติ. ยาปนียนฺติ ปจฺจยายตฺตวุตฺติกํ จิรปพนฺธสงฺขาตาย ยาปนาย กจฺจิ ยาเปตุํ สกฺกุเณยฺยํ. สีสโรคาทิอาพาธาภาเวน กจฺจิ อปฺปาพาธํ. ทุกฺขชีวิกาภาเวน กจฺจิ อปฺปาตงฺกํ. ตํตํกิจฺจกรเณ อุฏฺฐานสุขตาย กจฺจิ ลหุฏฺฐานํ. ตทนุรูปพลโยคโต กจฺจิ พลํ. สุขวิหารสมฺภเวน กจฺจิ ผาสุวิหาโร อตฺถีติ ตตฺถ ตตฺถ กจฺจิ-สทฺทํ โยเชตฺวา อตฺโถ เวทิตพฺโพ. พลวปฺปตฺตา ปีติ ปีติเยว. ตรุณปีติ ปาโมชฺชํ. สมฺโมทนํ ชเนติ กโรตีติ สมฺโมทนียํ. สมฺโมทิตพฺพโต สมฺโมทนียนฺติ อิมํ ปน อตฺถํ ทสฺเสนฺโต ‘‘สมฺโมทิตุํ ยุตฺตภาวโต’’ติ อาห. สริตพฺพภาวโตติ อนุสฺสริตพฺพภาวโต. ‘‘สรณีย’’นฺติ วตฺตพฺเพ ทีฆํ กตฺวา ‘‘สารณีย’’นฺติ วุตฺตํ.
สุยฺยมานสุขโตติ อาปาถมธุรตํ อาห, อนุสฺสริยมานสุขโตติ วิมทฺทรมณียตํ. พฺยญฺชนปริสุทฺธตายาติ สภาวนิรุตฺติภาเวน ตสฺสา กถาย วจนจาตุริยมาห, อตฺถปริสุทฺธตายาติ อตฺถสฺส นิรุปกฺกิเลสตํ. อเนเกหิ ปริยาเยหีติ อเนเกหิ การเณหิ. อทิฏฺฐตฺตาติ อุปสงฺกมนวเสน อทิฏฺฐตฺตา. คุณาคุณวเสนาติ คุณวเสน คมฺภีรภาวํ วา อคุณวเสน อุตฺตานภาวํ วา. โอวฏฺฏิกสารํ กตฺวาติ โอวฏฺฏิกาย คเหตพฺพสารวตฺถุํ กตฺวา. โลกนิสฺสรณภโวกฺกนฺติปญฺหนฺติ โลกโต นิสฺสฏภาวปญฺหญฺเจว อาทิโต ภโวกฺกมนปญฺหญฺจ. สตฺถุ สมฺมาสมฺพุทฺธตํ ปุจฺฉนฺโต หิ ‘‘กึ ภวํ โคตโม สพฺพโลกโต นิสฺสโฏ, สพฺพสตฺเตหิ จ เชฏฺโฐ’’ติ? ปุจฺฉติ นาม. ยถา หิ สตฺถุ สมฺมาสมฺพุทฺธตาย โลกโต นิสฺสฏตา วิญฺญายติ, เอวํ สพฺพสตฺเตหิ เชฏฺฐภาวโต เสฏฺฐภาวโต. สฺวายมตฺโถ อคฺคปสาทสุตฺตาทีหิ (อิติวุ. ๙๐; อ. นิ. ๔.๓๔) วิภาเวตพฺโพ. กถํ ปน สมฺพุทฺธตา วิญฺญายตีติ? อวิปรีตธมฺมเทสนโต. อยเมตฺถ สงฺเขโป, วิตฺถาโร ปน วิสุทฺธิมคฺคสํวณฺณนาทีสุ (วิสุทฺธิ. มหาฏี. ๑.๑๒๔) วุตฺตนเยน เวทิตพฺโพ.
ราชา สตฺถุ อวิปรีตธมฺมเทสนํ อชานนฺโต ตโต เอวสฺส สมฺมาสมฺโพธึ อสทฺทหนฺโต ‘‘วุฑฺฒตเรสุปิ จิรปพฺพชิเตสุ สมฺมาสมฺพุทฺธภาเว อลพฺภมาเน ตพฺพิปรีเต กถํ ลพฺเภยฺยา’’ติ มญฺญมาโน ‘‘กึ ปน ภวํ โคตโม’’ติอาทึ วกฺขติ. ราชา อตฺตโน ลทฺธิยา น ปุจฺฉติ อตฺตโน สมฺมุขา เตหิ อสมฺมาสมฺพุทฺธภาวสฺเสว ปฏิญฺญาตตฺตา. ยสฺมา เต มุสาวาทิตาย อตฺตโน อุปฏฺฐากาทีนํ ‘‘พุทฺธา มย’’นฺติ ปฏิชานึสุ, ตสฺมา วุตฺตํ ‘‘โลเก มหาชเนน คหิตปฏิญฺญาวเสน ปุจฺฉตี’’ติ. สฺวายมตฺโถ อาคมิสฺสติ. พุทฺธสีหนาทนฺติ พุทฺธานํ เอว อาเวณิกํ สีหนาทํ. กามํ มคฺคญาณปทฏฺฐานํ สพฺพญฺญุตญฺญาณํ, สมฺโพธิญาเณ ปน คหิเต ตํ อตฺถโต คหิตเมว โหตีติ วุตฺตํ ‘‘สพฺพญฺญุตญฺญาณสงฺขาตํ สมฺมาสมฺโพธิ’’นฺติ.
ปพฺพชฺชูปคมเนนาติ ยาย กายจิ ปพฺพชฺชาย อุปคมนมตฺเตน สมณา, น สมิตปาปตาย. ชาติวเสนาติ ชาติมตฺเตน พฺราหฺมณา, น พาหิตปาปตาย. ปพฺพชิตสมูหสงฺขาโต สงฺโฆติ ปพฺพชิตสมูหตามตฺเตน สงฺโฆ, น นิยฺยานิกทิฏฺฐิวิสุทฺธสีลสามญฺญวเสน สํหตตฺตาติ อธิปฺปาโย. เอเตสํ อตฺถีติ เอเตสํ สพฺพญฺญุปฏิญฺญาตานํ ปริวารภูโต อตฺถิ. เสฺววาติ ปพฺพชิตสมูหสงฺขาโต เอว. เกจิ ปน ‘‘ปพฺพชิตสมูหวเสน. สงฺฆิโน, คหฏฺฐสมูหวเสน คณิโน’’ติ วทนฺติ, ตํ เตสํ มติมตฺตํ คเณ เอว โลเก สงฺฆสทฺทสฺส นิรุฬฺหตฺตา. อาจารสิกฺขาปนวเสนาติ อเจลกวตจริยาทิ-อาจารสิกฺขาปนวเสน. ปากฏาติ สงฺฆีอาทิภาเวน ปกาสิตา. ‘‘อปฺปิจฺฉา’’ติ วตฺวา ตตฺถ ลพฺภมานํ อปฺปิจฺฉตํ ทสฺเสตุํ ‘‘อปิจฺฉตาย วตฺถมฺปิ น นิวาเสนฺตี’’ติ วุตฺตํ. น หิ เตสุ สาสนิเกสุ วิย สนฺตคุณนิคุหนา อปฺปิจฺฉา ลพฺภตีติ. ยโสติ กิตฺติสทฺโท. ตรนฺติ เอเตน สํสาโรฆนฺติ เอวํ สมฺมตตฺตา ติตฺถํ วุจฺจติ ลทฺธีติ อาห ‘‘ติตฺถกราติ ลทฺธิกรา’’ติ. สาธุสมฺมตาติ ‘‘สาธู’’ติ สมฺมตา, น สาธูหิ สมฺมตาติ อาห ‘‘สนฺโต…เป… ปุถุชฺชนสฺสา’’ติ.
กปฺปโกลาหลนฺติ กปฺปโต โกลาหลํ, ‘‘กปฺปุฏฺฐานํ ภวิสฺสตี’’ติ เทวปุตฺเตหิ อุคฺโฆสิตมหาสทฺโท. อิเมติ ปูรณาทโย. พุทฺธโกลาหลนฺติ เทวตาหิ โฆสิตํ พุทฺธโกลาหลํ. ปยิรุปาสิตฺวาติ ปุริสสุติปรมฺปราย สุตฺวา. จินฺตามณิวิชฺชา นาม ปรจิตฺตชานาปนวิชฺชา. สา เกวฏฺฏสุตฺเต ‘‘มณิกา’’ติ อาคตา, อาทิ-สทฺเทน คนฺธาริสมฺภววิชฺชาทึ สงฺคณฺหาติ. ตตฺถ คนฺธาริยา วิกุพฺพนํ ทสฺเสติ. อตฺตภาเวติ สรีเร. ราชุสฺมาติ ราชเตโช.
สุกฺกธมฺโมติ อนวชฺชธมฺโม นิกฺกิเลสตา. อิทํ คเหตฺวาติ อิทํ ปรมฺมุขา ‘‘มยํ พุทฺธา’’ติ วตฺวา อตฺตโน สมฺมุขา ‘‘น มยํ พุทฺธา’’ติ เตหิ วุตฺตวจนํ คเหตฺวา. เอวมาหาติ ‘‘เยปิ เต, โภ โคตม…เป… นโว จ ปพฺพชฺชายา’’ติ เอวํ อโวจ. อตฺตโน ปฏิญฺญํ คเหตฺวาติ ‘‘น มยํ พุทฺธา’’ติ เตสํ อตฺตโน ปุรโต ปวตฺติตํ ปฏิญฺญํ คเหตฺวา. อีทิเส ฐาเน กึ-สทฺโท ปฏิเสธวาจโก โหตีติ วุตฺตํ ‘‘กินฺติ ปฏิกฺเขปวจน’’นฺติ, กสฺมา ปฏิชานาตีติ อตฺโถ?
น อุญฺญาตพฺพาติ น ครหิตพฺพา. ครหตฺโถ หิ อยํ อุ-สทฺโท. ‘‘ทหโร’’ติ อธิกตตฺตา วกฺขมานตฺตา จ ‘‘ขตฺติโยติ ราชกุมาโร’’ติ วุตฺตํ. อุรสา คจฺฉตีติ อุรโค, โย โกจิ สปฺโป, อิธ ปน อธิปฺเปตํ ทสฺเสตุํ ‘‘อาสีวิโส’’ติ อาห. สีลวนฺตํ ปพฺพชิตํ ทสฺเสติ สามญฺญโต ‘‘ภิกฺขู’’ติ วทนฺโต. อิธ ปน ยสฺมา ‘‘ภวมฺปิ โน โคตโม’’ติอาทินา ภควนฺตํ อุทฺทิสฺส กถํ สมุฏฺฐาเปสิ, ตสฺมา ภควา อตฺตานํ อพฺภนฺตรํ อกาสิ. ยทิปิ วิเสโส สามญฺญโชตนาย วิภาวิโต โหติ, สํสยุปฺปตฺติทีปกํ โนติ วุตฺตคฺคหณํ ปน ตํ ปริจฺฉิชฺชตีติ. เตนาห ‘‘เทสนากุสลตายา’’ติอาทิ. อิทานิ อวญฺญาปริภเว ปโยคโต วิภาเวตุํ ‘‘เอตฺถ จา’’ติอาทิ วุตฺตํ. ตตฺถ อจิตฺตีกตาการวเสน อวญฺญาย ปากฏภาโว, วมฺภนวเสน ปริภวสฺสาติ อธิปฺปาเยน กายปโยควเสน อวญฺญา ทสฺสิตา, วจีปโยควเสน ปริภโว, อุภยํ ปน อุภยตฺถาปิ ปเภทโต คหิตํ, อวญฺญปริภวานํ ทฺวินฺนมฺปิ อุภยตฺถ ปริคฺคโห. ตํ สพฺพมฺปีติ ตํ อวญฺญาทิ สพฺพมฺปิ. จตูสุปิ ตํ น กาตพฺพเมว สมฺปติ อายติญฺจ อนตฺถาวหตฺตา.
ตทตฺถทีปนาติ ตสฺส อาทิโต วุตฺตสฺส อตฺถสฺส ทีปนา. วิเสสตฺถทีปนาติ ตโต วิสิฏฺฐตฺถทีปนา. เขตฺตานํ อธิปตีติ ขตฺติโยติ นิรุตฺตินเยน สทฺทสิทฺธิ เวทิตพฺพา. เขตฺตโต วิวาทา สตฺเต ตายตีติ ขตฺติโยติ โลกิยา กถยนฺติ. ‘‘มหาสมฺมโต, ขตฺติโย, ราชา’’ติ เอวมาคเตสุ อิเมสุ ทุติยํ. อกฺขรนฺติ สมญฺญา. สา หิ อุทยพฺพยาภาวโต ‘‘น กทาจิ ขรตีติ อกฺขร’’นฺติ วุตฺตา. เตนาห ‘‘นามโคตฺตํ น ชีรตี’’ติ. ชาติสมฺปนฺนนฺติ สมฺปนฺนชาตึ อติวิสุทฺธชาตึ. ตีณิ กุลานีติ พฺราหฺมณเวสฺสสุทฺทกุลานิ. อติกฺกมิตฺวาติ อตฺตโน ชาติสมฺปตฺติยา อภิภวิตฺวา.
เกวลํ นามปทํ วุตฺตํ อาขฺยาตปทํ อเปกฺขเตวาติ อาห ‘‘ฐานํ หีติ การณํ วิชฺชตี’’ติ. อุทฺธฏทณฺเฑนาติ สมนฺตโต อุพฺภเตน ทณฺเฑน สาสเนน, พลวํ อุปกฺกมํ ครุกํ ราชานมฺปิ. ตํ ขตฺติยํ ปริวชฺเชยฺยาติ ขตฺติยํ อวญฺญาปริภวกรณโต วชฺเชยฺย. เตนาห ‘‘น ฆฏฺเฏยฺยา’’ติ.
อุรคสฺส จ นานาวิธวณฺณคฺคหเณ การณํ วทติ ‘‘เยน เยน หี’’ติอาทินา. พหุภกฺขนฺติ มหาภกฺขํ สพฺพภกฺขขาทกํ. ปาวกํ โสธนตฺเถน อสุทฺธสฺสปิ ทหเนน. โสติ มคฺโค. กโณฺห วตฺตนี อิมสฺสาติ กณฺหวตฺตนี. มหนฺโต อคฺคิกฺขนฺโธ หุตฺวา. ยาวพฺรหฺมโลกปฺปมาโณติ กปฺปวุฏฺฐานกาเล อรญฺเญ อคฺคินา คหิเต กาลนฺตเร เอว กฏฺฐติณรุกฺขาทิสมฺภโวติ ทสฺเสตุํ ‘‘ชายนฺติ ตตฺถ ปาโรหา’’ติ ปาฬิยํ วุตฺตนฺติ ทสฺเสนฺโต ‘‘ตตฺถา’’ติอาทิมาห.
ฑหิตุํ น สกฺโกติ ปจฺจกฺโกสนาทินา. วินสฺสนฺติ สมณเตชสา วินาสิตตฺตา. ‘‘น ตสฺสา’’ติ เอตฺถ น-การํ ‘‘วินฺทเร’’ติ เอตฺถ อาเนตฺวา สมฺพนฺธิตพฺพนฺติ อาห ‘‘น วินฺทนฺตี’’ติ. วตฺถุมตฺตาวสิฏฺโฐติ ฐานเมว เนสํ อวสิสฺสติ, สยํ ปน สพฺพโส สห ธเนน วินสฺสนฺตีติ อตฺโถ.
‘‘สมฺมเทว สมาจเร’’ติ เอตฺถ ยถา ราชาทีสุ สมฺมา สมาจเรยฺย, ตํ วิภาเคน ทสฺเสนฺโต ‘‘ขตฺติยํ ตาวา’’ติอาทิมาห. ตํ สุวิญฺเญยฺยเมว. ติสฺโส กุลสมฺปตฺติโยติ ขตฺติย-พฺราหฺมณคหปติ-มหาสาลกุลานิ วทติ. ปญฺจ รูปิพฺรหฺมโลเก, จตฺตาโร อรูปีพฺรหฺมโลเกติ เอวํ นว พฺรหฺมโลเก กมฺมภววิภาเคน, เสสานํ คณนานํ อุปปตฺติภววิภาเคน.
อภิกฺกนฺตนฺติ อติวิย กมนียํ. สา ปนสฺสา กนฺตตา อติวิย อิฏฺฐตาย มนวฑฺฒนตาย โสภนตายาติ อาห ‘‘อติอิฏฺฐํ อติมนาปํ อติสุนฺทรนฺติ อตฺโถ’’ติ. ‘‘อภิกฺกนฺต’’นฺติ วจนํ อเปกฺขิตฺวา นปุํสกนิทฺเทโส, วจนํ ปน ภควโต ธมฺมเทสนาติ ตถา วุตฺตํ. อตฺถมตฺตทสฺสนํ วา เอตํ, ตสฺมา อตฺถวเสน ลิงฺควิภตฺติวิปริณาโม เวทิตพฺโพ. ทุติยปเทปิ เอเสว นโย.
อโธมุขฐปิตนฺติ เกนจิ อโธมุขํ ฐปิตํ. เหฏฺฐามุขชาตนฺติ สภาเวเนว เหฏฺฐามุขํ ชาตํ. อุคฺฆาเฏยฺยาติ วิวฏํ กเรยฺย. หตฺเถ คเหตฺวาติ ‘‘ปุรตฺถาภิมุโข อุตฺตราภิมุโข วา คจฺฉา’’ติอาทีนิ อวตฺวา หตฺเถ คเหตฺวา นิสฺสนฺเทหํ กตฺวา ‘‘เอส มคฺโค’’ติ เอวํ วตฺวา ‘‘คจฺฉา’’ติ วเทยฺย. กาฬปกฺขจาตุทฺทสีติ กาฬปกฺเข จาตุทฺทสี. นิกฺกุชฺชิตํ อุกฺกุชฺเชยฺยาติ อาเธยฺยสฺส อนาธารภูตํ ภาชนํ ตสฺส อาธารภาวาปาทนวเสน อุกฺกุชฺเชยฺย. อญฺญาณสฺส อภิมุขตฺตา เหฏฺฐามุขชาตตาย สทฺธมฺมวิมุขํ, ตโต เอว อโธมุขภาเวน อสทฺธมฺเม ปติตนฺติ เอวํ ปททฺวยํ ยถารหํ โยเชตพฺพํ, น ยถาสงฺขยํ. กามํ กามจฺฉนฺทาทโยปิ ปฏิจฺฉาทกา, มิจฺฉาทิฏฺฐิ ปน สวิเสสํ ปฏิจฺฉาทิกาติ อาห ‘‘มิจฺฉาทิฏฺฐิคหนปฏิจฺฉนฺน’’นฺติ. เตนาห ภควา – ‘‘มิจฺฉาทิฏฺฐิปรมาหํ, ภิกฺขเว, วชฺชํ วทามี’’ติ (อ. นิ. ๑.๓๑๐). สพฺพาปายคามิมคฺโค กุมฺมคฺโค ‘‘กุจฺฉิโต มคฺโค’’ติ กตฺวา. สมฺมาทิฏฺฐิอาทีนํ อุชุปฏิปกฺขตาย มิจฺฉาทิฏฺฐิอาทโย อฏฺฐ มิจฺฉตฺตธมฺมา มิจฺฉามคฺโค. เตเนว หิ ตทุภยปฏิปกฺขตํ สนฺธาย ‘‘สคฺคโมกฺขมคฺคํ อาวิกโรนฺเตนา’’ติ วุตฺตํ. สปฺปิอาทิสนฺนิสฺสโย ปทีโป น ตถา อุชฺชโล, ยถา เตลสนฺนิสฺสโยติ เตลปชฺโชตคฺคหณํ. เอเตหิ ปริยาเยหีติ เอเตหิ นิกฺกุชฺชิตุกฺกุชฺชนปฏิจฺฉนฺนวิวรณาทิอุปโมปมิตพฺพปฺปกาเรหิ.
ปสนฺนาการนฺติ ปสนฺเนหิ กาตพฺพํ สกฺการํ. สรณนฺติ ปฏิสรณํ ปรายณํ. อชฺชตาติ อชฺชาติ ปทสฺส วฑฺฒนมตฺตํ เหตฺถ ตา-สทฺโท ยถา ‘‘เทวตา’’ติ. ปาเณหิ อุเปตนฺติ ปาเณหิ สห สรณํ อุเปตํ. ‘‘ยาว เม ปาณา ธรนฺติ, ตาว สรณํ คตเมว มํ ธาเรตู’’ติ อาปาณโกฏิกํ อตฺตโน สรณคมนํ ปเวเทติ. เตนาห ‘‘ยาว เม’’ติอาทิ. ยํ ปเนตฺถ อตฺถโต อวิภตฺตํ, ตํ สุวิญฺเญยฺยเมว.
ทหรสุตฺตวณฺณนา นิฏฺฐิตา.