๑. ปฐมวคฺโค
๑. ทหรสุตฺตวณฺณนา
๑๑๒. ภควตา สทฺธึ สมฺโมทีติ ภควโต คุเณ อชานนฺโต โกสลราชา อตฺตโน ขตฺติยมาเนน เกวลํ ภควตา สทฺธึ สมฺโมทิ. ปฐมาคเต หิ สตฺถริ ตสฺส สมฺโมทิตาการํ ทสฺเสตุํ ‘‘ยถา’’ติอาทิ วุตฺตํ. ยถา ขมนียาทีนิ ปุจฺฉนฺโตติ ยถา ภควา ‘‘กจฺจิ เต, มหาราช, ขมนียํ, กจฺจิ ยาปนีย’’นฺติอาทินา เตน รญฺญา สทฺธึ ปฐมํ ปวตฺตโมโท อโหสิ ปุพฺพภาสิตาย, ตทนุกรเณน เอวํ โสปิ ราชา ภควตา สทฺธึ สมปฺปวตฺตโมโท อโหสีติ โยชนา. ตํ ปน สมปฺปวตฺตโมทนํ อุปมาย ทสฺเสตุํ ‘‘สีโตทกํ วิยา’’ติอาทิ วุตฺตํ. ตตฺถ สมฺโมทิตนฺติ สํสนฺทิตํ เอกีภาวนฺติ สมฺโมทนกิริยาย สมานตํ เอกรูปตํ, ขมนียนฺติ ‘‘อิทํ จตุจกฺกํ นวทฺวารํ สรีรยนฺตํ ทุกฺขพหุลตาย สภาวโต ทุสฺสหํ, กจฺจิ ขมิตุํ สกฺกุเณยฺย’’นฺติ ปุจฺฉติ. ยาปนียนฺติ ปจฺจยายตฺตวุตฺติกํ จิรปพนฺธสงฺขาตาย ยาปนาย กจฺจิ ยาเปตุํ สกฺกุเณยฺยํ. สีสโรคาทิอาพาธาภาเวน กจฺจิ อปฺปาพาธํ. ทุกฺขชีวิกาภาเวน กจฺจิ อปฺปาตงฺกํ. ตํตํกิจฺจกรเณ อุฏฺฐานสุขตาย กจฺจิ ลหุฏฺฐานํ. ตทนุรูปพลโยคโต กจฺจิ พลํ. สุขวิหารสมฺภเวน กจฺจิ ผาสุวิหาโร อตฺถีติ ตตฺถ ตตฺถ กจฺจิ-สทฺทํ โยเชตฺวา อตฺโถ เวทิตพฺโพ. พลวปฺปตฺตา ปีติ ปีติเยว. ตรุณปีติ ปาโมชฺชํ. สมฺโมทนํ ชเนติ กโรตีติ สมฺโมทนียํ. สมฺโมทิตพฺพโต สมฺโมทนียนฺติ อิมํ ปน อตฺถํ ทสฺเสนฺโต ‘‘สมฺโมทิตุํ ยุตฺตภาวโต’’ติ อาห. สริตพฺพภาวโตติ อนุสฺสริตพฺพภาวโต. ‘‘สรณีย’’นฺติ วตฺตพฺเพ ทีฆํ กตฺวา ‘‘สารณีย’’นฺติ วุตฺตํ.
สุยฺยมานสุขโตติ อาปาถมธุรตํ อาห, อนุสฺสริยมานสุขโตติ วิมทฺทรมณียตํ. พฺยญฺชนปริสุทฺธตายาติ สภาวนิรุตฺติภาเวน ตสฺสา กถาย วจนจาตุริยมาห, อตฺถปริสุทฺธตายาติ อตฺถสฺส นิรุปกฺกิเลสตํ. อเนเกหิ ปริยาเยหีติ อเนเกหิ การเณหิ. อทิฏฺฐตฺตาติ อุปสงฺกมนวเสน อทิฏฺฐตฺตา. คุณาคุณวเสนาติ คุณวเสน คมฺภีรภาวํ วา อคุณวเสน อุตฺตานภาวํ วา. โอวฏฺฏิกสารํ กตฺวาติ โอวฏฺฏิกาย คเหตพฺพสารวตฺถุํ กตฺวา. โลกนิสฺสรณภโวกฺกนฺติปญฺหนฺติ โลกโต นิสฺสฏภาวปญฺหญฺเจว อาทิโต ภโวกฺกมนปญฺหญฺจ. สตฺถุ สมฺมาสมฺพุทฺธตํ ปุจฺฉนฺโต หิ ‘‘กึ ภวํ โคตโม สพฺพโลกโต นิสฺสโฏ, สพฺพสตฺเตหิ จ เชฏฺโฐ’’ติ? ปุจฺฉติ นาม. ยถา หิ สตฺถุ สมฺมาสมฺพุทฺธตาย โลกโต นิสฺสฏตา วิญฺญายติ, เอวํ สพฺพสตฺเตหิ เชฏฺฐภาวโต เสฏฺฐภาวโต. สฺวายมตฺโถ อคฺคปสาทสุตฺตาทีหิ (อิติวุ. ๙๐; อ. นิ. ๔.๓๔) วิภาเวตพฺโพ. กถํ ปน สมฺพุทฺธตา วิญฺญายตีติ? อวิปรีตธมฺมเทสนโต. อยเมตฺถ สงฺเขโป, วิตฺถาโร ปน วิสุทฺธิมคฺคสํวณฺณนาทีสุ (วิสุทฺธิ. มหาฏี. ๑.๑๒๔) วุตฺตนเยน เวทิตพฺโพ.
ราชา สตฺถุ อวิปรีตธมฺมเทสนํ อชานนฺโต ตโต เอวสฺส สมฺมาสมฺโพธึ อสทฺทหนฺโต ‘‘วุฑฺฒตเรสุปิ จิรปพฺพชิเตสุ สมฺมาสมฺพุทฺธภาเว อลพฺภมาเน ตพฺพิปรีเต กถํ ลพฺเภยฺยา’’ติ มญฺญมาโน ‘‘กึ ปน ภวํ โคตโม’’ติอาทึ วกฺขติ. ราชา อตฺตโน ลทฺธิยา น ปุจฺฉติ อตฺตโน สมฺมุขา เตหิ อสมฺมาสมฺพุทฺธภาวสฺเสว ปฏิญฺญาตตฺตา. ยสฺมา เต มุสาวาทิตาย อตฺตโน อุปฏฺฐากาทีนํ ‘‘พุทฺธา มย’’นฺติ ปฏิชานึสุ, ตสฺมา วุตฺตํ ‘‘โลเก มหาชเนน คหิตปฏิญฺญาวเสน ปุจฺฉตี’’ติ. สฺวายมตฺโถ อาคมิสฺสติ. พุทฺธสีหนาทนฺติ พุทฺธานํ เอว อาเวณิกํ สีหนาทํ. กามํ มคฺคญาณปทฏฺฐานํ สพฺพญฺญุตญฺญาณํ, สมฺโพธิญาเณ ปน คหิเต ตํ อตฺถโต คหิตเมว โหตีติ วุตฺตํ ‘‘สพฺพญฺญุตญฺญาณสงฺขาตํ สมฺมาสมฺโพธิ’’นฺติ.
ปพฺพชฺชูปคมเนนาติ ยาย กายจิ ปพฺพชฺชาย อุปคมนมตฺเตน สมณา, น สมิตปาปตาย. ชาติวเสนาติ ชาติมตฺเตน พฺราหฺมณา, น พาหิตปาปตาย. ปพฺพชิตสมูหสงฺขาโต สงฺโฆติ ปพฺพชิตสมูหตามตฺเตน สงฺโฆ, น นิยฺยานิกทิฏฺฐิวิสุทฺธสีลสามญฺญวเสน สํหตตฺตาติ อธิปฺปาโย. เอเตสํ อตฺถีติ เอเตสํ สพฺพญฺญุปฏิญฺญาตานํ ปริวารภูโต อตฺถิ. เสฺววาติ ปพฺพชิตสมูหสงฺขาโต เอว. เกจิ ปน ‘‘ปพฺพชิตสมูหวเสน. สงฺฆิโน, คหฏฺฐสมูหวเสน คณิโน’’ติ วทนฺติ, ตํ เตสํ มติมตฺตํ คเณ เอว โลเก สงฺฆสทฺทสฺส นิรุฬฺหตฺตา. อาจารสิกฺขาปนวเสนาติ อเจลกวตจริยาทิ-อาจารสิกฺขาปนวเสน. ปากฏาติ สงฺฆีอาทิภาเวน ปกาสิตา. ‘‘อปฺปิจฺฉา’’ติ วตฺวา ตตฺถ ลพฺภมานํ อปฺปิจฺฉตํ ทสฺเสตุํ ‘‘อปิจฺฉตาย วตฺถมฺปิ น นิวาเสนฺตี’’ติ วุตฺตํ. น หิ เตสุ สาสนิเกสุ วิย สนฺตคุณนิคุหนา อปฺปิจฺฉา ลพฺภตีติ. ยโสติ กิตฺติสทฺโท. ตรนฺติ เอเตน สํสาโรฆนฺติ เอวํ สมฺมตตฺตา ติตฺถํ วุจฺจติ ลทฺธีติ อาห ‘‘ติตฺถกราติ ลทฺธิกรา’’ติ. สาธุสมฺมตาติ ‘‘สาธู’’ติ สมฺมตา, น สาธูหิ สมฺมตาติ อาห ‘‘สนฺโต…เป… ปุถุชฺชนสฺสา’’ติ.
กปฺปโกลาหลนฺติ กปฺปโต โกลาหลํ, ‘‘กปฺปุฏฺฐานํ ภวิสฺสตี’’ติ เทวปุตฺเตหิ อุคฺโฆสิตมหาสทฺโท. อิเมติ ปูรณาทโย. พุทฺธโกลาหลนฺติ เทวตาหิ โฆสิตํ พุทฺธโกลาหลํ. ปยิรุปาสิตฺวาติ ปุริสสุติปรมฺปราย สุตฺวา. จินฺตามณิวิชฺชา นาม ปรจิตฺตชานาปนวิชฺชา. สา เกวฏฺฏสุตฺเต ‘‘มณิกา’’ติ อาคตา, อาทิ-สทฺเทน คนฺธาริสมฺภววิชฺชาทึ สงฺคณฺหาติ. ตตฺถ คนฺธาริยา วิกุพฺพนํ ทสฺเสติ. อตฺตภาเวติ สรีเร. ราชุสฺมาติ ราชเตโช.
สุกฺกธมฺโมติ อนวชฺชธมฺโม นิกฺกิเลสตา. อิทํ คเหตฺวาติ อิทํ ปรมฺมุขา ‘‘มยํ พุทฺธา’’ติ วตฺวา อตฺตโน สมฺมุขา ‘‘น มยํ พุทฺธา’’ติ เตหิ วุตฺตวจนํ คเหตฺวา. เอวมาหาติ ‘‘เยปิ เต, โภ โคตม…เป… นโว จ ปพฺพชฺชายา’’ติ เอวํ อโวจ. อตฺตโน ปฏิญฺญํ คเหตฺวาติ ‘‘น มยํ พุทฺธา’’ติ เตสํ อตฺตโน ปุรโต ปวตฺติตํ ปฏิญฺญํ คเหตฺวา. อีทิเส ฐาเน กึ-สทฺโท ปฏิเสธวาจโก โหตีติ วุตฺตํ ‘‘กินฺติ ปฏิกฺเขปวจน’’นฺติ, กสฺมา ปฏิชานาตีติ อตฺโถ?
น อุญฺญาตพฺพาติ น ครหิตพฺพา. ครหตฺโถ หิ อยํ อุ-สทฺโท. ‘‘ทหโร’’ติ อธิกตตฺตา วกฺขมานตฺตา จ ‘‘ขตฺติโยติ ราชกุมาโร’’ติ วุตฺตํ. อุรสา คจฺฉตีติ อุรโค, โย โกจิ สปฺโป, อิธ ปน อธิปฺเปตํ ทสฺเสตุํ ‘‘อาสีวิโส’’ติ อาห. สีลวนฺตํ ปพฺพชิตํ ทสฺเสติ สามญฺญโต ‘‘ภิกฺขู’’ติ วทนฺโต. อิธ ปน ยสฺมา ‘‘ภวมฺปิ โน โคตโม’’ติอาทินา ภควนฺตํ อุทฺทิสฺส กถํ สมุฏฺฐาเปสิ, ตสฺมา ภควา อตฺตานํ อพฺภนฺตรํ อกาสิ. ยทิปิ วิเสโส สามญฺญโชตนาย วิภาวิโต โหติ, สํสยุปฺปตฺติทีปกํ โนติ วุตฺตคฺคหณํ ปน ตํ ปริจฺฉิชฺชตีติ. เตนาห ‘‘เทสนากุสลตายา’’ติอาทิ. อิทานิ อวญฺญาปริภเว ปโยคโต วิภาเวตุํ ‘‘เอตฺถ จา’’ติอาทิ วุตฺตํ. ตตฺถ อจิตฺตีกตาการวเสน อวญฺญาย ปากฏภาโว, วมฺภนวเสน ปริภวสฺสาติ อธิปฺปาเยน กายปโยควเสน อวญฺญา ทสฺสิตา, วจีปโยควเสน ปริภโว, อุภยํ ปน อุภยตฺถาปิ ปเภทโต คหิตํ, อวญฺญปริภวานํ ทฺวินฺนมฺปิ อุภยตฺถ ปริคฺคโห. ตํ สพฺพมฺปีติ ตํ อวญฺญาทิ สพฺพมฺปิ. จตูสุปิ ตํ น กาตพฺพเมว สมฺปติ อายติญฺจ อนตฺถาวหตฺตา.
ตทตฺถทีปนาติ ตสฺส อาทิโต วุตฺตสฺส อตฺถสฺส ทีปนา. วิเสสตฺถทีปนาติ ตโต วิสิฏฺฐตฺถทีปนา. เขตฺตานํ อธิปตีติ ขตฺติโยติ นิรุตฺตินเยน สทฺทสิทฺธิ เวทิตพฺพา. เขตฺตโต วิวาทา สตฺเต ตายตีติ ขตฺติโยติ โลกิยา กถยนฺติ. ‘‘มหาสมฺมโต, ขตฺติโย, ราชา’’ติ เอวมาคเตสุ อิเมสุ ทุติยํ. อกฺขรนฺติ สมญฺญา. สา หิ อุทยพฺพยาภาวโต ‘‘น กทาจิ ขรตีติ อกฺขร’’นฺติ วุตฺตา. เตนาห ‘‘นามโคตฺตํ น ชีรตี’’ติ. ชาติสมฺปนฺนนฺติ สมฺปนฺนชาตึ อติวิสุทฺธชาตึ. ตีณิ กุลานีติ พฺราหฺมณเวสฺสสุทฺทกุลานิ. อติกฺกมิตฺวาติ อตฺตโน ชาติสมฺปตฺติยา อภิภวิตฺวา.
เกวลํ นามปทํ วุตฺตํ อาขฺยาตปทํ อเปกฺขเตวาติ อาห ‘‘ฐานํ หีติ การณํ วิชฺชตี’’ติ. อุทฺธฏทณฺเฑนาติ สมนฺตโต อุพฺภเตน ทณฺเฑน สาสเนน, พลวํ อุปกฺกมํ ครุกํ ราชานมฺปิ. ตํ ขตฺติยํ ปริวชฺเชยฺยาติ ขตฺติยํ อวญฺญาปริภวกรณโต วชฺเชยฺย. เตนาห ‘‘น ฆฏฺเฏยฺยา’’ติ.
อุรคสฺส จ นานาวิธวณฺณคฺคหเณ การณํ วทติ ‘‘เยน เยน หี’’ติอาทินา. พหุภกฺขนฺติ มหาภกฺขํ สพฺพภกฺขขาทกํ. ปาวกํ โสธนตฺเถน อสุทฺธสฺสปิ ทหเนน. โสติ มคฺโค. กโณฺห วตฺตนี อิมสฺสาติ กณฺหวตฺตนี. มหนฺโต อคฺคิกฺขนฺโธ หุตฺวา. ยาวพฺรหฺมโลกปฺปมาโณติ กปฺปวุฏฺฐานกาเล อรญฺเญ อคฺคินา คหิเต กาลนฺตเร เอว กฏฺฐติณรุกฺขาทิสมฺภโวติ ทสฺเสตุํ ‘‘ชายนฺติ ตตฺถ ปาโรหา’’ติ ปาฬิยํ วุตฺตนฺติ ทสฺเสนฺโต ‘‘ตตฺถา’’ติอาทิมาห.
ฑหิตุํ น สกฺโกติ ปจฺจกฺโกสนาทินา. วินสฺสนฺติ สมณเตชสา วินาสิตตฺตา. ‘‘น ตสฺสา’’ติ เอตฺถ น-การํ ‘‘วินฺทเร’’ติ เอตฺถ อาเนตฺวา สมฺพนฺธิตพฺพนฺติ อาห ‘‘น วินฺทนฺตี’’ติ. วตฺถุมตฺตาวสิฏฺโฐติ ฐานเมว เนสํ อวสิสฺสติ, สยํ ปน สพฺพโส สห ธเนน วินสฺสนฺตีติ อตฺโถ.
‘‘สมฺมเทว สมาจเร’’ติ เอตฺถ ยถา ราชาทีสุ สมฺมา สมาจเรยฺย, ตํ วิภาเคน ทสฺเสนฺโต ‘‘ขตฺติยํ ตาวา’’ติอาทิมาห. ตํ สุวิญฺเญยฺยเมว. ติสฺโส กุลสมฺปตฺติโยติ ขตฺติย-พฺราหฺมณคหปติ-มหาสาลกุลานิ วทติ. ปญฺจ รูปิพฺรหฺมโลเก, จตฺตาโร อรูปีพฺรหฺมโลเกติ เอวํ นว พฺรหฺมโลเก กมฺมภววิภาเคน, เสสานํ คณนานํ อุปปตฺติภววิภาเคน.
อภิกฺกนฺตนฺติ อติวิย กมนียํ. สา ปนสฺสา กนฺตตา อติวิย อิฏฺฐตาย มนวฑฺฒนตาย โสภนตายาติ อาห ‘‘อติอิฏฺฐํ อติมนาปํ อติสุนฺทรนฺติ อตฺโถ’’ติ. ‘‘อภิกฺกนฺต’’นฺติ วจนํ อเปกฺขิตฺวา นปุํสกนิทฺเทโส, วจนํ ปน ภควโต ธมฺมเทสนาติ ตถา วุตฺตํ. อตฺถมตฺตทสฺสนํ วา เอตํ, ตสฺมา อตฺถวเสน ลิงฺควิภตฺติวิปริณาโม เวทิตพฺโพ. ทุติยปเทปิ เอเสว นโย.
อโธมุขฐปิตนฺติ เกนจิ อโธมุขํ ฐปิตํ. เหฏฺฐามุขชาตนฺติ สภาเวเนว เหฏฺฐามุขํ ชาตํ. อุคฺฆาเฏยฺยาติ วิวฏํ กเรยฺย. หตฺเถ คเหตฺวาติ ‘‘ปุรตฺถาภิมุโข อุตฺตราภิมุโข วา คจฺฉา’’ติอาทีนิ อวตฺวา หตฺเถ คเหตฺวา นิสฺสนฺเทหํ กตฺวา ‘‘เอส มคฺโค’’ติ เอวํ วตฺวา ‘‘คจฺฉา’’ติ วเทยฺย. กาฬปกฺขจาตุทฺทสีติ กาฬปกฺเข จาตุทฺทสี. นิกฺกุชฺชิตํ อุกฺกุชฺเชยฺยาติ อาเธยฺยสฺส อนาธารภูตํ ภาชนํ ตสฺส อาธารภาวาปาทนวเสน อุกฺกุชฺเชยฺย. อญฺญาณสฺส อภิมุขตฺตา เหฏฺฐามุขชาตตาย สทฺธมฺมวิมุขํ, ตโต เอว อโธมุขภาเวน อสทฺธมฺเม ปติตนฺติ เอวํ ปททฺวยํ ยถารหํ โยเชตพฺพํ, น ยถาสงฺขยํ. กามํ กามจฺฉนฺทาทโยปิ ปฏิจฺฉาทกา, มิจฺฉาทิฏฺฐิ ปน สวิเสสํ ปฏิจฺฉาทิกาติ อาห ‘‘มิจฺฉาทิฏฺฐิคหนปฏิจฺฉนฺน’’นฺติ. เตนาห ภควา – ‘‘มิจฺฉาทิฏฺฐิปรมาหํ, ภิกฺขเว, วชฺชํ วทามี’’ติ (อ. นิ. ๑.๓๑๐). สพฺพาปายคามิมคฺโค กุมฺมคฺโค ‘‘กุจฺฉิโต มคฺโค’’ติ กตฺวา. สมฺมาทิฏฺฐิอาทีนํ อุชุปฏิปกฺขตาย มิจฺฉาทิฏฺฐิอาทโย อฏฺฐ มิจฺฉตฺตธมฺมา มิจฺฉามคฺโค. เตเนว หิ ตทุภยปฏิปกฺขตํ สนฺธาย ‘‘สคฺคโมกฺขมคฺคํ อาวิกโรนฺเตนา’’ติ วุตฺตํ. สปฺปิอาทิสนฺนิสฺสโย ปทีโป น ตถา อุชฺชโล, ยถา เตลสนฺนิสฺสโยติ เตลปชฺโชตคฺคหณํ. เอเตหิ ปริยาเยหีติ เอเตหิ นิกฺกุชฺชิตุกฺกุชฺชนปฏิจฺฉนฺนวิวรณาทิอุปโมปมิตพฺพปฺปกาเรหิ.
ปสนฺนาการนฺติ ปสนฺเนหิ กาตพฺพํ สกฺการํ. สรณนฺติ ปฏิสรณํ ปรายณํ. อชฺชตาติ อชฺชาติ ปทสฺส วฑฺฒนมตฺตํ เหตฺถ ตา-สทฺโท ยถา ‘‘เทวตา’’ติ. ปาเณหิ อุเปตนฺติ ปาเณหิ สห สรณํ อุเปตํ. ‘‘ยาว เม ปาณา ธรนฺติ, ตาว สรณํ คตเมว มํ ธาเรตู’’ติ อาปาณโกฏิกํ อตฺตโน สรณคมนํ ปเวเทติ. เตนาห ‘‘ยาว เม’’ติอาทิ. ยํ ปเนตฺถ อตฺถโต อวิภตฺตํ, ตํ สุวิญฺเญยฺยเมว.
ทหรสุตฺตวณฺณนา นิฏฺฐิตา.
๒. ปุริสสุตฺตวณฺณนา
๑๑๓. ปุริมสุตฺเตติ ปุริมสุตฺตเทสนายํ. ตตฺถ หิ อุปสงฺกมนฺตเวลาย สตฺถุ คุเณ อชานนฺโต เกวลํ สมฺโมทนํ กโรติ. เทสนํ สุตฺวา ปน สตฺถุ คุเณ ญตฺวา สรณงฺคตตฺตา อิธ อิมสฺมึ สมาคเม อภิวาเทสิ ปญฺจปติฏฺฐิเตน วนฺทิ. อตฺตานํ อธิ อชฺฌตฺตํ, อวิชเหน อตฺตานํ อธิกิจฺจ อุทฺทิสฺส ปวตฺตธมฺมา อชฺฌตฺตํ เอกชฺฌํ คหณวเสน, ภุมฺมตฺเถ เจตํ ปจฺจตฺตวจนํ. กามญฺจายํ อชฺฌตฺตสทฺโท โคจรชฺฌตฺตวิสยชฺฌตฺตอชฺฌตฺตชฺฌตฺเตสุ ปวตฺตติ. เต ปเนตฺถ น ยุชฺชนฺตีติ วุตฺตํ ‘‘นิยกชฺฌตฺต’’นฺติ, นิยกสงฺขาตอชฺฌตฺตธมฺเมสูติ อตฺโถ. เตนาห ‘‘อตฺตโน สนฺตาเน’’ติ. ลุพฺภนลกฺขโณติ คิชฺฌนลกฺขโณ, อารมฺมเณ ทฬฺหคฺคหณสภาโวติ อตฺโถ. ทุสฺสนลกฺขโณติ กุชฺฌนลกฺขโณ, พฺยาปชฺชนสภาโวติ อตฺโถ. มุยฺหนลกฺขโณติ อญฺญาณลกฺขโณ, อารมฺมเณ สภาวสมฺโมหภาโวติ อตฺโถ. วิเหเฐนฺตีติ อตฺถนาสนอนตฺถุปฺปาทเนหิ วิพาเธนฺติ. ตโต เอว ยถา สคฺคมคฺเคสุ น ทิสฺสติ, เอวํ กโรนฺตีติ อาห ‘‘นาเสนฺติ วินาเสนฺตี’’ติ. อตฺตนิ สมฺภูตาติ สนฺตาเน นิพฺพตฺตา.
ปุริสสุตฺตวณฺณนา นิฏฺฐิตา.
๓. ชรามรณสุตฺตวณฺณนา
๑๑๔. อญฺญตฺร ชรามรณาติ ชรามรเณน วินา. ชรามรณวิรหิโต ชาโต นาม อตฺถิ นุ โขติ ปุจฺฉติ. ปาฬิยํ ชาตสฺสาติ ปจฺจตฺเต สามิวจนํ. มหาสาลาติ อิมินา ร-การสฺส ล-การํ กตฺวา ‘‘มหาสาลา’’ติ วุตฺตนฺติ ทสฺเสติ ยถา ‘‘ปุรตฺถิโยติ ปุลตฺถิโย’’ติ. มหาสารปฺปตฺตาติ มหนฺตํ วิภวสารํ ปตฺตา. โกฏิสตํ ธนํ, อยเมว วา ปาโฐ. ‘‘กุมฺภํ นาม ทส อมฺพณานี’’ติ วทนฺติ. อิสฺสราติ วิภวิสฺสริเยน อิสฺสรา. สุวณฺณรชตภาชนาทีนนฺติ อาทิ-สทฺเทน วตฺถเสยฺยาวสถาทึ สงฺคณฺหาติ. อสาธารณธนานํ นิธานคตตฺตา ‘‘อนิธานคตสฺสา’’ติ วุตฺตํ. ตุฏฺฐิกรณสฺสาติ ปาสาทสิวิกาทิสุขสาธนสฺส.
อารกา กิเลเสหีติ นิรุตฺตินเยน สทฺทสิทฺธิมาห. อารกาติ จ สพฺพโส สมุจฺฉินฺนตฺตา เตหิ ทูเรติ อตฺโถ. ราคาทีนํ หตตฺตา, ปาปกรเณ รหาภาวโต, อนุตฺตรทกฺขิเณยฺยตาทิปจฺจยา จ อรหํ. กามญฺจายํ สํยุตฺตวณฺณนา, อภิธมฺมนโย เอว ปน นิปฺปริยาโยติ อาห ‘‘จตฺตาโร อาสวา’’ติ พฺรหฺมจริยวาสนฺติ มคฺคพฺรหฺมจริยวาสํ. วุฏฺฐาติ วุฏฺฐวนฺโต. จตูหิ มคฺเคหิ กรณียนฺติ ปจฺเจกํ จตูหิ มคฺเคหิ กตฺตพฺพํ ปริญฺญาปหานสจฺฉิกิริยภาวนาภิสมยํ. เอวํ คตํ โสฬสวิธํ โหติ. โอสีทาปนฏฺเฐน ภารา วิยาติ ภารา. เตนาห ‘‘ภารา หเว ปญฺจกฺขนฺธา’’ติอาทิ (สํ. นิ. ๓.๒๒). อตฺตปฏิพทฺธตาย อตฺตโน อวิชหนโต ปรมตฺถเทสนาย จ ปรมตฺโถ อรหตฺตํ. กามญฺจายมตฺโถ สพฺพสมิทฺธิสสนฺตติปริยาปนฺโน อนวชฺชธมฺโม สมฺภวติ อกุปฺปสภาวา, อปริหานธมฺเมสุ ปน อคฺคภูเต อรหตฺเต สาติสโย, น อิตเรสูติ ‘‘อรหตฺตสงฺขาโต’’ติอาทิ วุตฺตํ. โอรมฺภาคิยุทฺธมฺภาคิยวิภาคํ ทสวิธมฺปิ ภเวสุ สํโยชนํ กิเลสกมฺมวิปากวฏฺฏปจฺจโย หุตฺวา นิสฺสริตุํ อปฺปทานวเสน พนฺธตีติ ภวสํโยชนํ. สติปิ หิ อญฺเญสํ ตปฺปกฺขิยภาเวน วินา สํโยชนานิ เตสํ ตปฺปจฺจยภาโว อตฺถิ, ภวนิยาโม โอรมฺภาคิยุทฺธมฺภาคิยสงฺคหิโตติ ตํตํภวนิพฺพตฺตกกมฺมนิยาโม จ โหติ, น จ อุปจฺฉินฺนสํโยชนสฺส กตานิปิ กมฺมานิ ภวํ นิพฺพตฺเตนฺตีติ เตสํเยว สํโยชนฏฺโฐ ทฏฺฐพฺโพ. สมฺมา การเณหิ ชานิตฺวาติ ญาเยน ทุกฺขาทีสุ โส ยถา ชานิตพฺโพ; ตถา ชานิตฺวา, ปุพฺพกาลกิริยาวิมุตฺตา หิ อปรกาลกิริยา จ ยถา สมฺภวติ, ตํ ทสฺเสตุํ ‘‘มคฺคปญฺญายา’’ติอาทิ วุตฺตํ.
ภิชฺชนสภาโว ขณายตฺตตฺตา. นิกฺขิปิตพฺพสภาโว มรณธมฺมตฺตา. อยํ กาโย อุสฺมายุวิญฺญาณาปคโม ฉฑฺฑนียธมฺโม, ยสฺมึ ยํ ปติฏฺฐิตํ, ตํ ตสฺส สนฺตานคตวิปฺปยุตฺตนฺติ กตฺวา วตฺตพฺพตํ อรหตีติ อาห ‘‘ขีณาสวสฺส หิ อชีรณธมฺโมปิ อตฺถี’’ติอาทิ. เตนาห ภควา ‘‘อิมสฺมึเยว พฺยามมตฺเต กเฬวเร สสญฺญิมฺหิ สมนเก โลกญฺจ ปญฺญเปมิ โลกสมุทยญฺจ โลกนิโรธญฺจา’’ติอาทิ (สํ. นิ. ๑.๑๐๗; อ. นิ. ๔.๔๕). อสฺส ขีณาสวสฺส, ‘‘ชีรณธมฺม’’นฺติ ยถาวุตฺตํ อชีรณธมฺมํ ฐเปตฺวา ชีรณธมฺมํ ทสฺเสนฺโต ‘‘เตสํปายํ กาโย เภทนธมฺโม’’ติ เอวมาห. ชรํ ปตฺตสฺเสว หิสฺส เภทนนิกฺขิปิตพฺพตานิยเต อตฺเถ สุตฺตเทสนา ปวตฺตา. อตฺถสฺส อุปฺปตฺติ อฏฺฐุปฺปตฺติ, สา เอตสฺส อตฺถีติ อฏฺฐุปฺปตฺติโก. กิร-สทฺโท อนุสฺสวตฺโถ, เตน อนุสฺสวาคโตยมตฺโถ, น อฏฺฐกถาคโตติ ทีเปติ. เตนาห ‘‘วทนฺตี’’ติ. เยนายํ อตฺโถ เหตุนา อฏฺฐุปฺปตฺติโก, ตํ ทสฺเสตุํ ‘‘สิวิกสาลายํ นิสีทิตฺวา กถิต’’นฺติ วุตฺตํ. ‘‘วิหรติ เชตวเน’’ติ นิทานวจเนน ยถา น วิรุชฺฌติ, ตถา เวทิตพฺพํ. นนุ อิมสฺส สุตฺตสฺส ปุจฺฉาวสิโก นิกฺเขโปติ? สจฺจเมตํ, สุตฺเตกเทสํ ปน สนฺธาย อฏฺฐุปฺปตฺติกตาวจนํ. เกจิ ปน ‘‘ยานํ อารุหิตฺวา ราชา อาคโต, รญฺโญ อาโรหนียรถํ ทสฺเสตฺวา วุตฺต’’นฺติปิ วทนฺติ.
สรีเร เผณปิณฺฑสเม กึ วตฺตพฺพํ? สพฺภิ สทฺธินฺติ สาธูหิ สห ปเวทยนฺติ. น หิ กทาจิ สาธูนํ สาธูหิ สห กตฺตพฺพา โหนฺติ, ตสฺมา สีทนสภาวานํ กิเลสานํ ภิชฺชนปฺปตฺตตฺตา นิพฺพานํ สพฺภีติ วุจฺจติ. ปุริมปทสฺสาติ ‘‘สตญฺจ ธมฺโม น ชรํ อุเปตี’’ติ ปทสฺส. การณํ ทสฺเสนฺโต พฺยติเรกวเสน. สตํ ธมฺโม นิพฺพานํ กิเลเสหิ สํสีทนภิชฺชนสภาโว น โหติ, ตสฺมา ตํ อาคมฺม ชรํ น อุเปติ. กิเลสา ปน ตนฺนิมิตฺตกา, เอวมยํ วุตฺตการณโต ชรํ น อุเปตีติ. เตนาห ‘‘อิท’’นฺติอาทิ. สุนฺทราธิวจนํ วา เอตํ ‘‘สพฺภี’’ติ ปทํ อปาปตาทีปนโต, สพฺภิธมฺมภูตนฺติ อตฺโถ. เตนาห ‘‘วิราโค เตสํ อคฺคมกฺขายติ (อิติวุ. ๙๐; อ. นิ. ๔.๓๔), น เตน ธมฺเมน สมตฺถิ กิญฺจี’’ติ (ขุ. ปา. ๖.๔; สุ. นิ. ๒๒๗) จ.
ชรามรณสุตฺตวณฺณนา นิฏฺฐิตา.
๔. ปิยสุตฺตวณฺณนา
๑๑๕. รหสิ คตสฺสาติ ชนสมฺพาธโต อปกฺกนฺตสฺส. นิลีนสฺส เตเนว ชนวิเวเกน เอกมนฺตํ นิสชฺชาย เอกีภาเวน ปฏิสลฺลีนสฺส วิย. เตนาห ‘‘เอกีภูตสฺสา’’ติ. สพฺพญฺญุภาสิตํ กโรนฺโต อาห ตสฺส วจนํ ‘‘เอวเมต’’นฺติ สมฺปฏิจฺฉิตฺวา ตสฺส วจนํ ตถาปจฺจนุภาสนฺโต. อนฺตเกนาธิปนฺนตฺตา เอว เขตฺตวตฺถุหิรญฺญสุวณฺณาทิ มานุสํ ภวํ ชหโต. อนุคนฺติ อนุคตํ, ตเมว อนุคามีติ อตฺโถ. นิจยนฺติ อุปรูปริ วฑฺฒิยา นิจิตภูตํ. สมฺปรายิกนฺติ สมฺปราย หิตํ.
ปิยสุตฺตวณฺณนา นิฏฺฐิตา.
๕. อตฺตรกฺขิตสุตฺตวณฺณนา
๑๑๖. ปีทหนนฺติ สํยมนํ. กมฺมปถเภทํ อปฺปตฺตสฺสาติ สุปินกาโล วิย ปวตฺติมตฺตตาย กมฺมปถวิเสสํ อคตสฺส. กมฺมสฺสาติ อกุสลกมฺมสฺส. สํวรนฺติ สํวรภาวํ ทสฺเสติ, อิตรสฺส ปน สํวรภาโว ปุริเมหิ ตีหิ ปเทหิ ทสฺสิโตวาติ. โอตฺตปฺปมฺปิ คหิตเมว ตทวินาภาวโต. น หิ ปาปชิคุจฺฉนํ ปาปอุตฺราสรหิตํ, อุตฺราโส วา ปาปชิคุจฺฉนรหิโต อตฺถีติ.
อตฺตรกฺขิตสุตฺตวณฺณนา นิฏฺฐิตา.
๖. อปฺปกสุตฺตวณฺณนา
๑๑๗. อุฬารสทฺโท เสฏฺเฐ พหุเก จ ทิสฺสตีติ อาห ‘‘ปณีเต จ พหุเก จา’’ติ. มานมชฺชเนนาติ มานวเสน มทปฺปตฺติยา. อติกฺกมนฺติ สาธุมริยาทวีติกฺกมลกฺขณํ โทสํ. กูโฏ ปาโส.
อปฺปกสุตฺตวณฺณนา นิฏฺฐิตา.
๗. อฑฺฑกรณสุตฺตวณฺณนา
๑๑๘. ยสฺมา กามนิมิตฺตํ สตฺโต สมฺปชานมุสา ภาสติ, ตสฺมา กามา ตสฺส ปติฏฺฐา ปจฺจโย การณนฺติ อาห ‘‘กามเหตู’’ติอาทิ. ภทฺรมุขสีเสน วิฏฏุภํ ภโทฺรปจาเรน อุปจรตีติ อตฺโถ, วินิจฺฉโย กรียติ เอตฺถาติ อฑฺฑกรณํ, วินิจฺฉยฏฺฐานํ. ขิปฺปนฺติ กูฏํ, มจฺฉขิปฺปนฺติปิ วฏฺฏติ. โอฑฺฑิตนฺติ โอฑฺฑนวเสน ผลํ ปาปิตํ.
อฑฺฑกรณสุตฺตวณฺณนา นิฏฺฐิตา.
๘. มลฺลิกาสุตฺตวณฺณนา
๑๑๙. ‘‘กสฺมา ปุจฺฉตี’’ติ? ปุจฺฉาการณํ โจเทตฺวา สมุทยโต ปฏฺฐาย ทสฺเสตุํ ‘‘อยํ กิร มลฺลิกา’’ติอาทิ วุตฺตํ. มาลารามํ คนฺตฺวาติ อตฺตโน ปิตุ มาลารามํ รกฺขณตฺถญฺเจว อวเสสปุปฺผคฺคหณตฺถญฺจ คนฺตฺวา. กาสิคาเมติ กาสิรฏฺฐสฺส คาเม. โส กิร คาโม มหาโกสลราเชน อตฺตโน ธีตุยา ปติฆรํ คจฺฉนฺติยา ปุปฺผมูลตฺถาย ทินฺโน, ตํนิมิตฺตํ. ภาคิเนยฺเยน อชาตสตฺตุนา. ตสฺสาติ รญฺโญ ปเสนทิสฺส. สาติ มลฺลิกา. นิวตฺติตุนฺติ ตสฺสา ธมฺมตาย นิวตฺติตุํ ตสฺสา วจนํ ปฏิกฺขิปิตุํ. เนวชฺฌคาติ วตฺตมานตฺเถ อตีตวจนนฺติ อาห ‘‘นาธิคจฺฉตี’’ติ. ปุถุ อตฺตาติ เตสํ สตฺตานํ อตฺตา.
มลฺลิกาสุตฺตวณฺณนา นิฏฺฐิตา.
๙. ยญฺญสุตฺตวณฺณนา
๑๒๐. ถูณนฺติ ยญฺญูปตฺถมฺภํ. อุปนีตานิ ยญฺญํ ยชิตุํ อารมฺภาย. เอตฺตาวตาติ ‘‘อิธ, ภนฺเต…เป… รุทมานา ปริกมฺมานิ กโรนฺตี’’ติ เอตฺตเกน ปาเฐน. สนฺนิฏฺฐานนฺติ ‘‘นํ อิตฺถึ ลภิสฺสามิ นุ โข, น นุ โข ลภิสฺสามี’’ติ นิจฺฉยํ อวินฺทนฺโต น ญายนฺโต. เผณุทฺเทหกนฺติ ยถา ยตฺถ กุถิเต เผณํ อุทฺเทหติ น อุปธียติ, เอวํ อเนกวารํ เผณํ อุฏฺฐาเปตฺวา. ตํ ทิวสนฺติ ตสฺมึ รญฺญา นิทฺทํ อลภิตฺวา ทุกฺขเสยฺยทิวเส. อาโลกํ โอโลเกตฺวาติ โลหกุมฺภิมุขวฏฺฏิสีเส ปตฺเต ตตฺถ มหนฺตํ อาโลกํ โอโลเกตฺวา. อตฺตาโน วจนํ รญฺโญ ปวตฺติญาปนตฺถํ. มหาสทฺโท อุทปาทิ ‘‘เอวรูปํ ยญฺญํ ราชา การาเปตี’’ติ. วตฺตุกาโม อโหสิ, วตฺตุญฺจ ปน อวิสหนฺโต ‘‘ส’’ อิติ วตฺวา โลหกุมฺภิยํ นิมุคฺโค. อิมํ คาถํ วตฺตุกาโม อโหสีติ อยํ ปเนตฺถ สมฺพนฺโธ. เอส นโย เสสปททฺวเยปิ. ธมฺมเภรึ จราเปสุํ ‘‘โกจิ กญฺจิ ปาณํ มา หนตู’’ติ. โส อิตฺถิสามิโก ปุริโส โสตาปตฺติผเล ปติฏฺฐหิ อตฺตโน อุปนิสฺสยสมฺปตฺติยา สตฺตุ จ เทสนาวิลาสสมฺปตฺติยา, ราชา ปน มหาโพธินิรุชฺฌนสภาวตฺตา กิญฺจิ วิเสสํ นาธิคจฺฉิ.
สงฺคหวตฺถูนีติ โลกสฺส สงฺคหการณานิ. นิปฺผนฺนสสฺสโต นวภาเค กสฺสกสฺส ทตฺวา รญฺญํ เอกภาคคฺคหณํ ทสมภาคคฺคหณํ. เอวํ กสฺสกา หฏฺฐตุฏฺฐา สสฺสานิ สมฺปาเทนฺตีติ อาห ‘‘สสฺสสมฺปาทเน เมธาวิตาติ อตฺโถ’’ติ. ตโต โอรภาเค กิร ฉภาคคฺคหณํ ชาตํ. ฉมาสิกนฺติ ฉนฺนํ ฉนฺนํ มาสานํ ปโหนกํ. ปาเสตีติ ปาสคเต วิย กโรติ. วาจาย ปิยสฺส ปิยกรสฺส กมฺมํ วาจาเปยฺยํ. สพฺพโส รฏฺฐสฺส อิทฺธาทิภาวโต เขมํ. นิรพฺพุทํ โจริยาภาวโต. อิทญฺหิ รฏฺฐํ อโจริยํ นิรคฺคฬนฺติ วุจฺจติ อปารุตฆรภาวโต.
อุทฺธํมูลกํ กตฺวาติ อุมฺมูลํ กตฺวา. ทฺวีหิ ปริยญฺเญหีติ มหายญฺญสฺส ปุพฺพภาเค ปจฺฉา จ ปวตฺเตตพฺเพหิ ทฺวีหิ ปริวารยญฺเญหิ. สตฺตวีสติ…เป… นสฺสาติ สตฺตวีสาธิกานํ ติณฺณํ ปสุสตานํ ทฺวาวีสติยา อสฺสาทีหิ จ สฏฺฐิอธิกทฺวิสตอารญฺญกปสูหิ จ สทฺธึ สมฺปิณฺฑิตานํ ปน นวาธิกฉสตปสูนํ มารเณน เภรวสฺส ปาปภีรุกานํ ภยาวหสฺส. ตถา หิ วทนฺติ –
‘‘ฉสตานิ นิยุชฺชนฺติ, ปสูนํ มชฺฌิเม หนิ,
อสฺสเมธสฺส ยญฺญสฺส, อธิกานิ นวาปิ จา’’ติ.
สมฺมนฺติ ยุคจฺฉิทฺเท ปกฺขิปิตพฺพทณฺฑกํ. ปาเสนฺตีติ ขิปนฺติ. สํหาริเมหีติ สกเฏหิ วหิตพฺเพหิ ยูเปหิ. ปุพฺเพ กิร เอโก ราชา สมฺมาปาสํ ยชนฺโต สรสฺสตินทีตีเร ปถวิยา วิวเร ทินฺเน นิมุคฺโคเยว อโหสิ. อนฺธพาลพฺราหฺมณา คตานุคติคตา ‘‘อยํ ตสฺส สคฺคคมนมคฺโค’’ติ สญฺญาย ตตฺถ สมฺมาปาสยญฺญํ ปฏฺฐเปนฺติ. เตน วุตฺตํ ‘‘นิมุคฺโคกาสโต ปภุตี’’ติ. อยูโป อปฺปกทิวโส ยาโค, สยูโป พหุทิวสํ สาเธยฺโย สตฺรยาโค. มนฺตปทาภิสงฺขตานํ สปฺปิมธูนํ วาชมิติ สมญฺญา, หิรญฺญสุวณฺณโคมหึ สาทิสตฺตรสกทกฺขิณสฺส. สารคพฺภโกฏฺฐาคาราทีสุ นตฺเถตฺถ อคฺคฬนฺติ นิรคฺคโฬ. ตตฺถ กิร ยญฺเญ อตฺตโน สาปเตยฺยํ อนวเสสโต อนิคูหิตฺวา นิยฺยาตียติ. มหารมฺภาติ พหุปสุฆาตกมฺมา. อฏฺฐกถายํ ปน ‘‘วิวิธา ยตฺถ หญฺญเร’’ติ วกฺขมานตฺตา ‘‘มหากิจฺจา’’ติ อตฺโถ วุตฺโต, อิธ ‘‘มหารมฺภาติ ปปญฺจวเสน อเชฬกา’’ติอาทิ วุตฺตนฺติ ‘‘พหุปสุฆาตกมฺมา’’ติ อตฺโถ วุตฺโต. นิรารมฺภาติ เอตฺถาปิ วุตฺตนเยน อตฺโถ เวทิตพฺโพ. อนุคตํ กุลนฺติ อนุกุลํ, กุลานุคตนฺติ อตฺโถ เวทิตพฺโพ. เตนาห ‘‘ยํ นิจฺจภตฺตาทิ…เป… อตฺโถ’’ติ.
ยญฺญสุตฺตวณฺณนา นิฏฺฐิตา.
๑๐. พนฺธนสุตฺตวณฺณนา
๑๒๑. อิทนฺติ ‘‘อิธ, ภนฺเต’’ติอาทิกํ วจนํ. เต ภิกฺขู อาโรเจสุนฺติ สมฺพนฺโธ. เตสูติ เตสุ รญฺญา พนฺธาปิตมนุสฺเสสุ. สุกตการณนฺติ สุการณกิริยํ อาโรเจสุํ, น เกวลํ เตสํ มนุสฺสานํ พนฺธาปิตภาวํ. อิทานิ ตมตฺถํ วิตฺถารโต ทสฺเสตุํ ‘‘รญฺโญ กิรา’’ติอาทิ วุตฺตํ. อฏฺฐวงฺโกติ อฏฺฐํโส. อนฺโตฆรจาริโนติ อนฺเตปุรวาสิโน.
อุกฺกฏฺเฐติ ยุทฺเธ. มนฺตีสูติ คุตฺตมนฺตีสุ. อกุตูหลนฺติ สญฺญตํ. ปิยนฺติ ปิยายิตพฺพํ. อนฺนปานมฺหิ มธุเร อภุตฺเต อุปฺปนฺเน. อตฺเถติ อตฺเถ กิจฺเจ ชาเต ถิรนฺติ น กเถนฺติ กายพลมตฺเตน อปเนตุํ สกฺกุเณยฺยตฺตา. สุฏฺฐุ รตฺตรตฺตาติ อติวิย รตฺตา เอว หุตฺวา รตฺตา. สารตฺเตนาติ สารภาเวน สารภาวสญฺญาย. โอหารินนฺติ เหฏฺฐา หรณสีลนฺติ อาห ‘‘จตูสุ อปาเยสุ อากฑฺฒนก’’นฺติ. สิถิลนฺติ สิถิลาการํ, น ปน สิถิลํ. เตนาห ภควา ‘‘ทุปฺปมุญฺจ’’นฺติ.
พนฺธนสุตฺตวณฺณนา นิฏฺฐิตา.
ปฐมวคฺควณฺณนา นิฏฺฐิตา.