๙. สุสิมสุตฺตวณฺณนา

๑๑๐. ตุยฺหมฺปิ โนติ ตุยฺหมฺปิ นุ, นุ-สทฺโท ปุจฺฉายํ, ตสฺมา วณฺณํ กเถตุกาโม ปุจฺฉตีติ อธิปฺปาโย. น วฏฺฏตีติ น ยุชฺชติ, กถิโตติ กเถตุํ อารทฺโธ, เตนาห ‘‘มตฺถกํ น ปาปุณาตี’’ติ. ตเมว มตฺถกาปาปุณนํ ทสฺเสตุํ ‘‘โส หี’’ติอาทิ วุตฺตํ. สติสมฺปชญฺญาโยคโต โครูปสีโล, มูโฬฺห ขลิตปญฺโญ, โครูปสฺส วิย สีลํ เอตสฺสาติ หิ โครูปสีโล. สภาโค เอกรูปจิตฺตตาย. อริยานํ สภาคตา นาม คุณวนฺตวเสนาติ อาห ‘‘อญฺญมญฺญสฺส คุเณสุ ปสีทิตฺวา’’ติ. โสฬสวิธํ ปญฺญนฺติ มหาปญฺญาทิกา ฉ, นว อนุปุพฺพวิหารสมาปตฺติปญฺญา, อาสวกฺขยปญฺญาติ อิมํ โสฬสวิธํ ปญฺญํ. เตสฏฺฐิ สาวกสาธารณญาณานิปิ เอตฺเถว สงฺคหํ สโมสรณํ คจฺฉนฺติ.

อานนฺทาติ เถรํ อาห. อาจาโรติ จาริตฺตสีลมาห. โคจโรติ โคจรสมฺปตฺติ. วิหาโรติ สมาปตฺติวิหาโร. อภิกฺกโมติอาทินา อิริยาปถวิหารํ. ตุยฺหมฺปีติ ปิ-สทฺเทน ภควตา อตฺตานํ อาทึ กตฺวา ตทญฺเญสํ วิญฺญูนํ สพฺเพสํ เถรสฺส รุจฺจนสภาโว ทีปิโตติ ทสฺเสนฺโต ‘‘มยฺหํ รุจฺจตี’’ติอาทิมาห. ตตฺถ สติปิ อานนฺทตฺเถรสฺสปิ อสีติยา มหาเถรานํ อนฺโตคธภาเว ‘‘อสีติยา มหาเถรานํ รุจฺจตี’’ติ วตฺวา ‘‘ตุยฺหมฺปิ รุจฺจตี’’ติ วจนํ เตน ธมฺมเสนาปติโน วณฺณํ กถาเปตุกามตายาติ ทฏฺฐพฺพํ.

สาฏกนฺตเรติ นิวตฺถวตฺถนฺตเร. ลทฺโธกาโสติ นิพฺพุทฺธํ กโรนฺโต สาฏกนฺตเร ลทฺธํ คเหตุํ ลทฺธาวสโร. ลภิสฺสามิโนติ ลภิสฺสามิ วต. ทีปธชภูตนฺติ สตโยชนวิตฺถิณฺณํ ชมฺพุทีปสฺส ธชภูตํ. ปุคฺคลปลาเปติ อนฺโตสาราภาวโต ปลาปภูเต ปุคฺคเล หรนฺโต. พาลตายาติ รุจิขนฺติอาทิอภาวตาย. โทสตายาติ ทุสฺสกภาเวน. โมเหนาติ มหามูฬฺหตาย. เกจิ ปน ‘‘พาโล พาลตายาติ มูฬฺหตาย ปกติพาลภาเวน น ชานาติ. มูโฬฺห โมเหนาติ สยํ อพาโล สมาโนปิ ยทา โมเหน ปริยุฏฺฐิโต โหติ, ตทา โมเหน น ชานาติ, อยํ ปททฺวยสฺส วิเสโส’’ติ วทนฺติ. วิปลฺลตฺถจิตฺโตติ ยกฺขุมฺมาเทน ปิตฺตุมฺมาเทน วา วิปรีตจิตฺโต.

‘‘จตูสุ โกสลฺเลสู’’ติ วุตฺตํ จตุพฺพิธํ โกสลฺลํ ปาฬิยา เอว ทสฺเสตุํ ‘‘วุตฺตํ เหต’’นฺติอาทิ วุตฺตํ. ตตฺถ โย อฏฺฐารส ธาตุโย สมุทยโต อตฺถงฺคมโต อสฺสาทโต อาทีนวโต นิสฺสรณโต จ ยถาภูตํ ปชานาติ, อยํ ธาตุกุสโล. วุตฺตนเยน อายตเนสุ กุสโล อายตนกุสโล. อวิชฺชาทีสุ ทฺวาทสปฏิจฺจสมุปฺปาทงฺเคสุ กุสโล ปฏิจฺจสมุปฺปาทกุสโล. ‘‘อิทํ อิมสฺส ผลสฺส ฐานํ การณํ, อิทํ อฏฺฐานํ อการณ’’นฺติ เอวํ ฐานญฺจ ฐานโต, อฏฺฐานญฺจ อฏฺฐานโต ยถาภูตํ ปชานโต ฐานาฏฺฐานกุสโล. โย ปน อิเมสุ ธาตุอาทีสุ ปริญฺญาภิสมยาทิวเสน นิสฺสงฺคคติยา ปณฺฑาติ ลทฺธนาเมน ญาเณน อิโต คโต ปวตฺโต, อยํ ปณฺฑิโต นาม.

มหนฺตานํ อตฺถานํ ปริคฺคณฺหนโต มหตี ปญฺญา เอตสฺสาติ มหาปญฺโญ. เสสปเทสุปิ เอเสว นโยติ อาห ‘‘มหาปญฺญาทีหิ สมนฺนาคโตติ อตฺโถ’’ติ. นานตฺตนฺติ ยาหิ มหาปญฺญาทีหิ สมนฺนาคตตฺตา เถโร ‘‘มหาปญฺโญ’’ติอาทินา กิตฺติโต, ตาสํ มหาปญฺญาทีนํ อิทํ นานตฺตํ อยํ เวมตฺตตา. ยสฺส กสฺสจิ วิเสสโต อรูปธมฺมสฺส มหตฺตํ นาม กิจฺจสิทฺธิยา เวทิตพฺพนฺติ ตทสฺส กิจฺจสิทฺธิยา ทสฺเสนฺโต ‘‘มหนฺเต สีลกฺขนฺเธ ปริคฺคณฺหาตี’’ติอาทิมาห. ตตฺถ เหตุมหนฺตตาย ปจฺจยมหนฺตตาย นิสฺสยมหนฺตตาย ปเภทมหนฺตตาย กิจฺจมหนฺตตาย ผลมหนฺตตาย อานิสํสมหนฺตตาย จ สีลกฺขนฺธสฺส มหนฺตภาโว เวทิตพฺโพ. ตตฺถ เหตู อโลภาทโย. ปจฺจยา หิโรตฺตปฺปสทฺธาสติวีริยาทโย. นิสฺสยา สาวกโพธิปจฺเจกโพธิสมฺมาสมฺโพธินิยตตา, ตํสมงฺคิโน จ ปุริสวิเสสา. ปเภโท จาริตฺตาทิวิภาโค. กิจฺจํ ตทงฺคาทิวเสน ปฏิปกฺขสฺส วิธมนํ. ผลํ สคฺคสมฺปทา นิพฺพานสมฺปทา จ. อานิสํโส ปิยมนาปตาทิ. อยเมตฺถ สงฺเขโป, วิตฺถาโร ปน วิสุทฺธิมคฺเค (วิสุทฺธิ. ๑.๘-๙) อากงฺเขยฺยสุตฺตาทีสุ (ม. นิ. ๑.๖๔ อาทโย) จ อาคตนเยน เวทิตพฺโพ. อิมินา นเยน สมาธิกฺขนฺธาทีนมฺปิ มหนฺตตา ยถารหํ นิทฺธาเรตฺวา เวทิตพฺพา. ฐานาฏฺฐานาทีนํ ปน มหนฺตภาโว มหาวิสยตาย เวทิตพฺโพ. ตตฺถ ฐานาฏฺฐานานํ มหาวิสยตา พหุธาตุกสุตฺตาทีสุ อาคตนเยน, วิหารสมาปตฺตีนํ สมาธิกฺขนฺเธ นิทฺธาริตนเยน เวทิตพฺพา. อริยสจฺจานํ สกลสาสนสงฺคณฺหนโต สจฺจวิภงฺเค (วิภ. ๑๘๙ อาทโย) ตํสํวณฺณนาสุ (วิภ. อฏฺฐ. ๑๘๙ อาทโย) อาคตนเยน; สติปฏฺฐานาทีนํ สติปฏฺฐานวิภงฺคาทีสุ (วิภ. ๓๕๕ อาทโย) ตํสํวณฺณนาทีสุ (วิภ. อฏฺฐ. ๓๕๕ อาทโย) จ อาคตนเยน; สามญฺญผลานํ มหโต หิตสฺส มหโต สุขสฺส มหโต อตฺถสฺส มหโต โยคกฺเขมสฺส นิปฺผตฺติภาวโต สนฺตปณีตนิปุณอตกฺกาวจรปณฺฑิตเวทนียภาวโต จ; อภิญฺญานํ มหาสมฺภารโต มหาวิสยโต มหากิจฺจโต มหานุภาวโต มหานิปฺผตฺติโต จ; นิพฺพานสฺส มทนิมฺมทนาทิมหตฺถสิทฺธิโต มหนฺตตา เวทิตพฺพา. ปริคฺคณฺหาตีติ สภาวาทิโต ปริจฺฉิชฺช คณฺหาติ ชานาติ ปฏิวิชฺฌตีติ อตฺโถ. สา ปนาติ มหาปญฺญตา.

ปุถุปญฺญาติ เอตฺถ นานาขนฺเธสุ ญาณํ ปวตฺตตีติ อยํ รูปกฺขนฺโธ นาม…เป… อยํ วิญฺญาณกฺขนฺโธ นามาติ เอวํ ปญฺจนฺนํ ขนฺธานํ นานากรณํ ปฏิจฺจ ญาณํ ปวตฺตติ. เตสุ เอกวิเธน รูปกฺขนฺโธ, เอกาทสวิเธน รูปกฺขนฺโธ, เอกวิเธน เวทนากฺขนฺโธ, พหุวิเธน เวทนากฺขนฺโธ, เอกวิเธน สญฺญากฺขนฺโธ, สงฺขารกฺขนฺโธ, วิญฺญาณกฺขนฺโธติ เอวํ เอเกกสฺส ขนฺธสฺส เอกวิธาทิวเสน อตีตาทิวเสนปิ นานากรณํ ปฏิจฺจ ญาณํ ปวตฺตติ. ตถา อิทํ จกฺขายตนํ นาม…เป… อิทํ ธมฺมายตนํ นามํ. ตตฺถ ทสายตนา กามาวจรา, เทฺว จตุภูมกาติ เอวํ อายตนานํ นานากรณํ ปฏิจฺจ ญาณํ ปวตฺตติ. นานาธาตูสูติ อยํ จกฺขุธาตุ นาม…เป… อยํ มโนวิญฺญาณธาตุ นาม. ตตฺถ โสฬส ธาตุโย กามาวจรา, เทฺว จตุภูมกาติ เอวํ ธาตุนานากรณํ ปฏิจฺจ ญาณํ ปวตฺตติ, ตํ อุปาทิณฺณธาตุวเสน วุตฺตนฺติ เวทิตพฺพํ ปจฺเจกพุทฺธานญฺหิ ทฺวินฺนํ อคฺคสาวกานญฺจ อุปาทิณฺณธาตูสุ เอว นานากรณํ ปฏิจฺจ ญาณํ ปวตฺตติ. ตญฺจ โข เอกเทสมตฺตโต, น นิปฺปเทสโต, อนุปาทิณฺณกธาตูนํ ปน นานากรณํ น ชานนฺติ เอว. อิตรสาวเกสุ วตฺตพฺพเมว นตฺถิ, สพฺพญฺญุพุทฺธานํเยว ปน อิมาย นาม ธาตุยา อุสฺสนฺนตฺตาว อิมสฺส รุกฺขสฺส ขนฺโธ เสโต โหติ, อิมสฺส กาโฬ, อิมสฺส มฏฺโฐ, อิมสฺส พหลตฺตโจ, อิมสฺส ตนุตฺตโจ, อิมสฺส ปตฺตํ วณฺณสณฺฐานาทิวเสน เอวรูปํ; อิมสฺส ปุปฺผํ นีลํ ปีตกํ โลหิตกํ โอทาตํ, สุคนฺธํ ทุคฺคนฺธํ; ผลํ ขุทฺทกํ มหนฺตํ ทีฆํ วฏฺฏํ สุสณฺฐานํ มฏฺฐํ ผรุสํ สุคนฺธํ มธุรํ ติตฺตกํ อมฺพิลํ กฏุกํ กสาวํ; กณฺฏโก ติขิโณ อติขิโณ อุชุโก กุฏิโล ตมฺโพ โลหิโต โอทาโต โหตีติ ธาตุนานตฺตํ ปฏิจฺจ ญาณํ ปวตฺตติ.

อตฺเถสูติ รูปาทีสุ อารมฺมเณสุ. นานาปฏิจฺจสมุปฺปาเทสูติ อชฺฌตฺตพหิทฺธาเภทโต จ สณฺฐานเภทโต จ นานปฺปเภเทสุ ปฏิจฺจสมุปฺปาทงฺเคสุ. อวิชฺชาทิองฺคานญฺหิ ปจฺเจกํ ปฏิจฺจสมุปฺปาทสญฺญิตาติ. เตนาห สงฺขารปิฏเก ‘‘ทฺวาทส ปจฺจยา ทฺวาทส ปฏิจฺจสมุปฺปาทา’’ติ. นานาสุญฺญตมนุปลพฺเภสูติ นานาสภาเวสุ นิจฺจสาราทิวิรหโต สุญฺญสภาเวสุ, ตโต เอว อิตฺถิปุริสอตฺตอตฺตนิยาทิวเสน อนุปลพฺเภสุ สภาเวสุ. ม-กาโร เหตฺถ ปทสนฺธิกโร. นานาอตฺเถสูติ อตฺถปฏิสมฺภิทาวิสเยสุ ปจฺจยุปฺปนฺนาทิเภเทสุ นานาวิเธสุ อตฺเถสุ. ธมฺเมสูติ ธมฺมปฏิสมฺภิทาวิสเยสุ ปจฺจยาทินานาธมฺเมสุ. นิรุตฺตีสูติ เตสํเยว อตฺถธมฺมานํ นิทฺธารณวจนสงฺขาตาสุ นิรุตฺตีสุ. ปฏิภาเนสูติ อตฺถปฏิสมฺภิทาทีสุ วิสยภูเตสุ ‘‘อิมานิ อิทมตฺถโชตกานี’’ติ ตถา ตถา ปฏิภานโต ปติฏฺฐานโต ปฏิภานานีติ ลทฺธนาเมสุ ญาเณสุ. ปุถุ นานาสีลกฺขนฺเธสูติอาทีสุ สีลสฺส ปุถุตฺตํ นานตฺตญฺจ วุตฺตเมว. อิตเรสํ ปน วุตฺตนยานุสาเรน สุวิญฺเญยฺยตฺตา ปากฏเมว. ยํ ปน อภินฺนํ เอกเมว นิพฺพานํ, ตตฺถ อุปจารวเสน ปุถุตฺตํ คเหตพฺพนฺติ อาห ‘‘ปุถุ ชนสาธารเณ ธมฺเม สมติกฺกมฺมา’’ติ. เตนสฺส อิธ มทนิมฺมทนาทิปริยาเยน ปุถุตฺตํ ทีปิตํ โหติ.

เอวํ วิสยวเสน ปญฺญาย มหตฺตํ ปุถุตฺตญฺจ ทสฺเสตฺวา อิทานิ สมฺปยุตฺตธมฺมวเสน หาสภาวํ, ปวตฺติอาการวเสน ชวนภาวํ, กิจฺจวเสน ติกฺขาทิภาวญฺจ ทสฺเสตุํ ‘‘กตมา หาสปญฺญา’’ติอาทิ วุตฺตํ. ตตฺถ หาสพหุโลติ ปีติพหุโล. เสสปทานิ ตสฺส เววจนานิ. สีลํ ปริปูเรตีติ หฏฺฐปหฏฺโฐ อุทคฺคุทคฺโค หุตฺวา ปีติสหคตาย ปญฺญาย ปาติโมกฺขสีลํ ฐเปตฺวา หาสนียตรสฺเสว วิสุํ คหิตตฺตา อิตรํ ติวิธํ สีลํ ปริปูเรติ. ปีติโสมนสฺสสหคตา หิ ปญฺญา อภิรติวเสน ตทารมฺมเณ ผุลฺลิตา วิกสิตา วิย วตฺตติ, น อุเปกฺขาสหคตา. สีลกฺขนฺธํ สมาธิกฺขนฺธนฺติอาทีสุปิ เอเสว นโย. เถโรติอาทินา อภินีหารสิทฺธา เถรสฺส หาสปญฺญตาติ ทสฺเสติ.

สพฺพํ รูปํ อนิจฺจลกฺขณโต ขิปฺปํ ชวตีติ รูปกฺขนฺธํ อนิจฺจนฺติ สีฆเวเคน ปวตฺติยา ปฏิปกฺขทูรีภาเวน ปุพฺพาภิสงฺขารสฺส สาติสยตฺตา อินฺเทน วิสฏฺฐวชิรํ วิย ลกฺขณํ ปฏิวิชฺฌนฺตี อทนฺธายนฺตี รูปกฺขนฺเธ อนิจฺจลกฺขณํ เวเคน ปฏิวิชฺฌติ, ตสฺมา สา ชวนปญฺญา นามาติ อตฺโถ. เสสปเทสุปิ เอเสว นโย. เอวํ ลกฺขณารมฺมณิกวิปสฺสนาวเสน ชวนปญฺญํ ทสฺเสตฺวา พลววิปสฺสนาวเสน ทสฺเสตุํ ‘‘รูป’’นฺติอาทิ วุตฺตํ. ตตฺถ ขยฏฺเฐนาติ ยตฺถ ยตฺถ อุปฺปชฺชติ, ตตฺถ ตตฺเถว ขเณเนว ภิชฺชนโต ขยสภาวโต. ภยฏฺเฐนาติ ภยานกโต. อสารกฏฺเฐนาติ อตฺตสารวิรหโต นิจฺจสาราทิวิรหโต จ. ตุลยิตฺวาติ ตุลาภูตาย วิปสฺสนาย ตุลยิตฺวา. ตีรยิตฺวาติ ตาย เอว ตีรณภูตาย ตีเรตฺวา. วิภาวยิตฺวาติ ยาถาวโต ปกาเสตฺวา ปญฺจกฺขนฺธํ วิภูตํ กตฺวา ปากฏํ กตฺวา. รูปนิโรเธติ รูปกฺขนฺธสฺส นิโรธภูเต นิพฺพาเน นินฺนโปณปพฺภารภาเวน. อิทานิ สิขาปฺปตฺตวิปสฺสนาวเสน ชวนปญฺญํ ทสฺเสตุํ ปุน ‘‘รูป’’นฺติอาทิ วุตฺตํ. ‘‘วุฏฺฐานคามินิวิปสฺสนาวเสนา’’ติ เกจิ.

ญาณติกฺขภาโว นาม สวิเสสํ ปฏิปกฺขสมุจฺฉินฺทเน เวทิตพฺโพติ ‘‘ขิปฺปํ กิเลเส ฉินฺทตีติ ติกฺขปญฺโญ’’ติ วตฺวา เต ปน กิเลเส วิภาเคน ทสฺเสนฺโต ‘‘อุปฺปนฺนํ กามวิตกฺก’’นฺติอาทิมาห. ติกฺขปญฺโญ ขิปฺปาภิญฺโญ โหติ, ปฏิปทา จสฺส น จลตีติ อาห ‘‘เอกสฺมึ อาสเน จตฺตาโร จ อริยมคฺคา อธิคตา โหนฺตี’’ติอาทิ. เถโร จาติอาทินา ธมฺมเสนาปติโน ติกฺขปญฺญตา สิขาปฺปตฺตาติ ทสฺเสติ.

‘‘สพฺเพ สงฺขารา อนิจฺจา ทุกฺขา วิปริณามธมฺมา สงฺขตา ปฏิจฺจสมุปฺปนฺนา ขยธมฺมา วยธมฺมา วิราคธมฺมา นิโรธธมฺมา’’ติ ยาถาวโต ทสฺสเนน สจฺจสมฺปฏิเวโธ อิชฺฌติ, น อญฺญถาติ การณมุเขน นิพฺเพธิกปญฺญํ ทสฺเสตุํ ‘‘สพฺพสงฺขาเรสุ อุพฺเพคพหุโล โหตี’’ติอาทิ วุตฺตํ. ตตฺถ อุพฺเพคพหุโลติ วุตฺตนเยน สพฺพสงฺขาเรสุ อภิณฺหปฺปวตฺตสํเวโค. อุตฺตาสพหุโลติ ญาณุตฺตาสวเสน สพฺพสงฺขาเรสุ พหุโส อุตฺรสฺตมานโส. เตน อาทีนวานุปสฺสนมาห. อุกฺกณฺฐนพหุโลติ อิมินา ปน นิพฺพิทานุปสฺสนมาห, อรติพหุโลติอาทินา ตสฺสา เอว อปราปรุปฺปตฺตึ. พหิมุโข สพฺพสงฺขารโต พหิภูตํ นิพฺพานํ อุทฺทิสฺส ปวตฺตญาณมุโข, ตถา วา ปวตฺติตวิโมกฺขมุโข. นิพฺพิชฺฌนํ นิพฺเพโธ, โส เอติสฺสา อตฺถิ, นิพฺพิชฺฌตีติ วา นิพฺเพธา, สา เอว ปญฺญา นิพฺเพธิกา. ยํ ปเนตฺถ อตฺถโต น วิภตฺตํ, ตํ เหฏฺฐา วุตฺตนยตฺตา สุวิญฺเญยฺยเมว.

อปฺปิจฺโฉติ สนฺตคุณนิคุหนตาติ อตฺตนิ วิชฺชมานานํ พาหุสจฺจธุตธมฺมสีลาทิคุณานญฺเจว ปฏิเวธคุณสฺส จ นิคุหนํ, ปฏิคฺคหเณ จ มตฺตญฺญุตาติ เอเตเนว ปริเยสนปริโภคมตฺตญฺญุตาปิ วุตฺตา โหติ. ตีหิ สนฺโตเสหีติ จตูสุ ปจฺจเยสุ ปจฺเจกํ ตีหิ สนฺโตเสหิ, สพฺเพ ปน ทฺวาทส. ปฏิสลฺลีเนน วิเวกฏฺฐกายานํ น สงฺคณิการามานํ. เนกฺขมฺมาภิรตานนฺติ ปพฺพชฺชํ อุปคตานํ. ปริสุทฺธจิตฺตานํ วิคตจิตฺตสํกิเลสานํ. ปรมโวทานปฺปตฺตานํ อฏฺฐสมาปตฺติสมธิคเมน อติวิย โวทานํ วิสุทฺธึ ปตฺตานํ. กิเลสุปธิอาทีนํ อภาวโต นิรุปธีนํ. ผลสมาปตฺติวเสน สพฺพสงฺขารวินิสฺสฏตฺตา วิสงฺขารํ นิพฺพานํ. อุปคตานํ, อิเมสํ ติณฺณํ วิเวกานํ ลาภี ปวิวิตฺโต ‘‘ปกาเรหิ วิวิตฺโต’’ติ กตฺวา. สมาสชฺชนํ ปริสิเนหุปฺปาโท สํสคฺโค, สวนวเสน อุปฺปชฺชนกสํสคฺโค สวนสํสคฺโค. เอส นโย เสเสสุปิ. สมุลฺลปนํ อาลาปสลฺลปนํ. สํสคฺควตฺถุนา อิมินา ตสฺส ปริโภโค ปริโภคสํสคฺโค.

อารทฺธวีริโยติ เอตฺถ วีริยารมฺโภ นาม วีริยสฺส ปคฺคณฺหนํ ปริปุณฺณกรณํ. ตํ ปน สพฺพโส กิเลสานํ นิคฺคณฺหนนฺติ ทสฺเสนฺโต ‘‘ตตฺถา’’ติอาทิมาห. โอธุนนวตฺตาติ กิเลสานํ ยสฺส กสฺสจิ สาวชฺชสฺส โอธุนนวเสน วตฺตา. เตนาห ‘‘ภิกฺขูน’’นฺติอาทิ. โอติณฺณํ นาม วชฺชํ อชฺฌาจริตนฺติ อาโรจิตํ. อโนติณฺณํ อนาโรจิตํ. ตนฺติวเสนาติ ปาฬิธมฺมวเสน, ยุตฺตสทฺทสฺส วเสนาติ อตฺโถ. ปาเป ลามเก ปุคฺคเล ธมฺเม จ ครหติ ชิคุจฺฉตีติ ปาปครหี. เตนาห ‘‘ปาปปุคฺคเล’’ติอาทิ. เอกทสฺสีติ เอกภวทสฺสี, อิธโลกมตฺตทสฺสี ทิฏฺฐธมฺมิกสุขมตฺตาเปกฺขี. สมนฺตาติ สมนฺตโต, ปริโต เม กตฺถจิ มา อหูติ โยชนา.

โสฬสหิ ปเทหีติ โสฬสหิ โกฏฺฐาเสหิ. อกุปฺปนฺติ เกนจิ อโกปนียํ. อยํ ธมฺมเสนาปติโน คุณกถา สตฺถุ วจนานุสาเรน ทสสหสฺสจกฺกวาฬพฺยาปินี อโหสิ, ตํ ทสฺเสตุํ ‘‘เอว’’นฺติอาทิ วุตฺตํ. จตุพฺพิธา วณฺณนิภา ปาตุภวิ อุฬารปีติโสมนสฺสสมุฏฺฐานตฺตา. สุฏฺฐุ โอภาสตีติ สุโภ. โอภาสสมฺปตฺติยา มณิโน ภทฺทกตาติ อาห ‘‘สุโภติ สุนฺทโร’’ติ. ชาติมา ปริสุทฺธอากรสมุฏฺฐิตตฺตา. กุรุวินฺทชาติอาทิชาติวิเสโสปิ มณิ อากรปริสุทฺธมูลโก เอวาติ อาห ‘‘ชาติสมฺปนฺโน’’ติ. โธวนาทิปริกมฺเมนาติ จตูสุ ปาสาเณสุ โธวนโทสนีหรณตาปนสณฺหกรณาทิปริกมฺเมน. รตฺตกมฺพลสฺส วเสน สภาววณฺณสิทฺธิยา เวฬุริยมณิ อติวิย โสภตีติ อาห ‘‘ปณฺฑุกมฺพเล นิกฺขิตฺโต’’ติ. นิกฺขนฺติ ภณฺฑมาห. ตญฺจ อปฺปเกน สุวณฺเณน กตํ ภณฺฑํ น โสภติ โสภาวิปุเลนาติ อาห ‘‘อติเรกปญฺจสุวณฺเณน กตปิฬนฺธน’’นฺติ. สุวณฺณนฺติ ปญฺจธรณสฺส สมญฺญา, ตสฺมา ปญฺจวีสติสุวณฺณสาริยา วิจิตฺตอาภรณํ อิธ ‘‘นิกฺข’’นฺติ อธิปฺเปตํ. ตญฺหิ วิปุลํ น ปริตฺตกํ. มหาชมฺพุสาขาย ปวตฺตนทิยนฺติ มหาชมฺพุสาขาย เหฏฺฐา สญฺชาตนทิยํ. ตํ กิร รตนํ รตฺตํ. สุกุสเลน…เป… สมฺปหฏฺฐนฺติ สุฏฺฐุ กุสเลน สุวณฺณกาเรน อุกฺกาย ตาเปตฺวา สมฺมา ปหฏฺฐํ มชฺชนาทิวเสน สุกตปริกมฺมํ. ธาตุวิภงฺเคติ ธาตุวิภงฺคสุตฺเต. กตภณฺฑนฺติ อาภรณภาเวน กตํ ภณฺฑํ.

นาติอุจฺโจ นาตินีโจ ตรุณสูริโย นาม. สตฺถารา อาภตวณฺโณ อุพฺภตคุโณติ อตฺโถ. เนว มรณํ อภินนฺทตีติ อตฺตโนปิ มรณํ เนว อภินนฺทติ อตฺตวินิปาตสฺส สาวชฺชภาวโต. โพธิสตฺโต ปน ปเรสํ อตฺถาย อตฺตโน อตฺตภาวํ ปริจฺจชติ กรุณาวเสน, เอวํ โวสชฺชนํ ปรมตฺถปารมีปาริปูรึ คจฺฉตีติ สาวกา น ตถา กาตุํ สกฺกา สิกฺขาปทโต. น ชีวิตํ ปตฺเถติ ชีวิตาสาย สมุจฺฉินฺนตฺตา. ทิวสสงฺเขปนฺติ อชฺช ตฺวํ อิทํ นาม กมฺมํ กโรหิ, อิทํ เต เวตนนฺติ ทิวสภาเคน ปริจฺฉินฺนํ เวตนํ. ตาทิโส หิ ภตโก ทิวสกฺขยเมว อุทิกฺขติ, น กมฺมนิฏฺฐานํ. นิพฺพิสํ ภตโก ยถาติ เวตนํ ภตึ อิจฺฉนฺโต กาลกฺขยํ อุทิกฺขนฺโต ภตกปุริโส วิย.

สุสิมสุตฺตวณฺณนา นิฏฺฐิตา.