๑. อินฺทกสุตฺตวณฺณนา

๒๓๕. อตฺตโน ปริณายกตฺเตน อินฺโท นาม มเหสกฺโข, อินฺโทติ สมญฺญา อสฺสาติ กตฺวา ‘‘อินฺทโก’’ติปิ วุจฺจติ, ตสฺส อินฺทกสฺส. อินฺทกูเฏ ปพฺพเต นิวสตีติ อินฺทกูฏนิวาสี, ตสฺส อินฺทกูฏนิวาสิโน. พลิกมฺเมหิ ยชิตพฺพโต ปูชิตพฺพโต ยกฺโข, ตสฺส ยกฺขสฺส. อินฺทสฺส นิวาสฏฺฐานภูตํ กูฏํ อินฺทกูฏนฺติ ยกฺขโต กูเฏน นามํ ลทฺธํ. อินฺทกูโฏ อินฺโท อุตฺตรปทโลเปน ยถา ‘‘เกลาสกูโฏ เกลาโส’’ติ. อินฺโท ยกฺโขติ กูฏโต ยกฺเขน นามํ ลทฺธํ. น เจตฺถ อิตรีตรนิสฺสยโทโส อญฺญมญฺญูปลกฺขณภาวโต ยถา ตํ ‘‘กายกมฺมฏฺฐาน’’นฺติ. รูปนฺติ สกลํ รูปกฺขนฺธมาห, น รูปายตนนฺติ. อิมํ สรีรํ เปจฺจ อยํ กินฺติ ปฏิลภตีติ โจเทติ.

กุโต อาคจฺฉตีติ ปราธารรูเป ชีเว อตฺตนิ มาตุกุจฺฉิโมกฺกนฺเต รูปสฺส สมฺภโวติ กุโต นาม ฐานโต อาคจฺฉติ. เตนาห ‘‘อิมานิ จ อฏฺฐีนิ อิมา จ มํสเปสิโย’’ติอาทิ. กถํ นฺวยนฺติ อยํ กุจฺฉิสงฺขาเต คพฺภเร กถํ สชฺชตีติ ปุจฺฉติ. ‘‘สีหานํว นทนฺตานํ, ทาฐีนํ คิริคพฺภเร’’ติอาทินา (เถรคา. นิทานคาถา) คพฺภโร จ กุจฺฉิวาจโก อาคโต. เตนาห ‘‘คพฺภรสฺมินฺติ มาตุกุจฺฉิสฺมิ’’นฺติ. ปุคฺคลวาทีติ อตฺตวาทุปาทาโน. ยถา หิ มจฺฉมํสํ ภุตฺตํ เผณํ วิย หุตฺวา วิลียติ, น จ ปญฺญายติ สตฺตภาเวน อปฺปวตฺตนโต, เอวเมวํ ยทิ มาตุกุจฺฉิสฺมึ คพฺภภาเวน อุปฺปนฺนํ รูปํ สตฺโต น ภเวยฺย โน วฑฺเฒยฺย, วิลียิตฺวา คจฺเฉยฺย, ปญฺญายติ จ ตํ รูปํ, ตสฺมา ชีโวติ อิมาย ลทฺธิยา. เอวมาหาติ ‘‘รูปํ…เป… คพฺภรสฺมิ’’นฺติ เอวมโวจ. ปฐมนฺติ เอเตสํ ปญฺจนฺนํ ปฐมํ. เตนาห ‘‘ปฐเมน ปฏิสนฺธิวิญฺญาเณน สทฺธิ’’นฺติ. ‘‘ชาติอุณฺณํสูหีติ ชาติเอฬกาย อุณฺณํสูหี’’ติ วทนฺติ. ‘‘คพฺภํ ผาเลตฺวา คหิตอุณฺณา ชาติอุณฺณา. ตสฺสา อํสูหิ ตีหิ กตสุตฺตคฺเค’’ติ สํยุตฺตภาณกานํ อธิปฺปาโย.

อนาวิโลติ อจฺโฉ, สุปฺปสนฺโนติ อตฺโถ. เอวํวณฺณปฺปฏิภาคนฺติ วุตฺตปฺปมาณสณฺฐานสมฺปริจฺฉินฺนํ. กลลํ สมฺปวุจฺจตีติ อตฺตภาโว ภูตุปาทารูปสงฺขาโต สนฺตานวเสน ปวตฺตมาโน กลลํ นามาติ กถียติ.

กลลาติ ยถาวุตฺตกลลรูปเหตุ ตํ นิสฺสาย ปจฺจยํ กตฺวา. มํสโธวนอุทกวณฺณนฺติ วณฺณโต มํสโธวนอุทกวณฺณํ, สณฺฐานโต ปน วิลีนติปุสทิสํ.

ปริปกฺกนฺติ ปริปากกลลภาวโต ปริปากํ คตํ สุปริปากํ คตํ. สมูหตนฺติ สมูหภูตํ สงฺคตํ. วิวฏฺฏมานนฺติ ปริณมนฺตํ. ตพฺภาวนฺติ กรเณ เอตํ อุปโยควจนํ, ตพฺภาเวน ปริณมนฺตนฺติ อตฺโถ. นิสฺสกฺเก วา อุปโยควจนํ, ตพฺภาวโต กลลภาวโต กลลํ วิปริณมนฺตํ. อพฺพุทํ นาม ชายติ, อพฺพุทํ นาม สมฺปชฺชตีติ อตฺโถ.

วิลีนติปุสทิสา สณฺฐานวเสน, วณฺณวเสน ปน สิตา อรตฺตาว โหตีติ วทนฺติ. มณฺฑนฺติ ทาริกานํ ตถา ปีฬนโต นิพฺพตฺตมริจปกฺกสฺส สารภูตํ รสํ. สพฺพภาเคหิ มุจฺจตีติ โส มณฺโฑ กปาเล อลคฺโค หุตฺวา ตสฺส สพฺพภาเคหิ มุจฺฉิตฺวา ปิณฺฑิโต หุตฺวา ติฏฺฐติ. เอวรูปา เปสิ โหตีติ สา เปสิ คพฺภาสเย กตฺถจิ อลคฺคา ยถาวุตฺตมณฺโฑ วิย ปิณฺฑิโต หุตฺวา ติฏฺฐติ. เตนาห ‘‘วิลีนติปุสทิสา’’ติ.

เปสิ นิพฺพตฺตตีติ เอตฺถ เปสีติ นิสฺสกฺเก ปจฺจตฺตวจนนฺติ อาห ‘‘ตโต เปสิโต’’ติ.

ฆนสฺส สณฺฐานํ. นิพฺพตฺตํ กมฺมปจฺจยาติ ตํสณฺฐานํ รูปธมฺมนิพฺพตฺติยา ชายติ. ‘‘ชรามรณํ อนิจฺจํ สงฺขตํ ปฏิจฺจสมุปฺปนฺน’’นฺติ (สํ. นิ. ๒.๒๐) หิ วุตฺตํ.

ปีฬกาติ ปีฬกสทิสา มํสปิณฺฑา ชายนฺติ.

สตฺตมาทีนีติ อาทิ-สทฺเทน อฏฺฐมสตฺตาหโต ปฏฺฐาย ยาว เอกจตฺตาลีสา จตุตฺตึส สตฺตาหานิ สงฺคณฺหาติ. ปริณตกาลนฺติ คพฺภสฺส ปริณตกาลํ. นวมาสโต พหิ ปริปกฺโก นาม โหติ เกสโลมาทินิพฺพตฺติโต. เตนาห ‘‘ทฺวาจตฺตาลีเส สตฺตาเห เอตานิ ชายนฺตี’’ติ.

ตสฺสาติ คพฺภเสยฺยกสตฺตสฺส. มาตุอุทรปฏเลน เอกาพทฺโธ โหติ ยโต มาตรา ปริภุตฺตอาหาโร อามาสเย ปติฏฺฐิเต คพฺภสฺส นาภินาฬานุสาเรน คพฺภคตสฺส สรีรํ สมฺปตฺวา อาหารกิจฺจํ กโรติ. อาหารสมุฏฺฐานรูปํ สมุฏฺฐาเปตีติ คพฺภคตสฺส กาเย โอชาย ปจฺจโย โหติ. สา จ ตํ ปจฺจยํ ลภิตฺวา โอชฏฺฐมกํ รูปํ สมุฏฺฐาเปติ. เอวํ มาตรา ปริภุตฺตอาหารปจฺจเยน คพฺภคโต ทส มาเส ยาเปติ อตฺตโน นาภินาฬานุสารคเตเนว เตน ยาว อาหารสมุฏฺฐานสตฺตาโห, ตโต ปฏฺฐาย อาหรณโต. เกจิ ปน ‘‘มาตรา ปริภุตฺตอาหาโร พาหิรวคฺโค วิย ตสฺส กายํ อภิสนฺเนติ ปริสนฺเนติ, เตน โส ยาเปตี’’ติ วทนฺติ. กุจฺฉิคตํ อุทรปฏเลน ติโรหิตตฺตา พหิ ฐิตนฺติ วตฺตพฺพตํ น อรหตีติ ‘‘กุจฺฉิยา อพฺภนฺตรคโต’’ติ อาห. มาตุกุจฺฉิคโต นโรติ มาตุ ติโรกุจฺฉิคโต. เอวํ โขติ อิมินา ยถาวุตฺตากาเรน อยํ สตฺโต…เป… นิพฺพตฺตติ, ตสฺมา รูปํ น ชีโว. น หิ ทิฏฺฐิคตสฺส สตฺตาหกฺกเมน วุฑฺฒิปฺปตฺโต อิจฺฉิโต อนิจฺจตาปตฺติโต.

อินฺทกสุตฺตวณฺณนา นิฏฺฐิตา.