๙. รตนวคฺโค

๑. อนฺเตปุรสิกฺขาปท-อตฺถโยชนา

๔๙๔. ราชวคฺคสฺส ปฐเม ปริตฺตโกติ คุเณน ขุทฺทโก. ปาสาทวรสทฺทสฺส อุปริสทฺเทน สมฺพนฺธิตพฺพภาวํ ทสฺเสตุํ วุตฺตํ ‘‘ปาสาทวรสฺส อุปริ คโต’’ติ. อิมินา ปาสาทวรสฺส อุปริ อุปริปาสาทวรํ, ตํ คโต อุปคโตติ อุปริปาสาทวรคโตติ วจนตฺถํ ทสฺเสติ. อยฺยานนฺติ ภิกฺขูนํ. ‘‘การณา’’ติ อิมินา ‘‘วาหสา’’ติ ปทสฺสตฺถํ ทสฺเสติ. เตหีติ อยฺเยหิ.

๔๙๗. อนฺตรนฺติ ขณํ, โอกาสํ วา วิวรํ วา. ฆาเตตุนฺติ หนิตุํ. อิจฺฉตีติ อิมินา ปตฺถธาตุยา ยาจนตฺถํ ทสฺเสติ. ‘‘ราชนฺเตปุรํ หตฺถิสมฺมทฺท’’นฺติอาทีสุ วจนตฺโถ เอวํ เวทิตพฺโพติ โยชนา. หตฺถิสมฺมทฺทนฺติ หตฺถิสมฺพาธฏฺฐานํ. อสฺเสหิ สมฺมทฺโท เอตฺถาติ อสฺสสมฺมทฺโท. รเถหิ สมฺมทฺโท เอตฺถาติ รถสมฺมทฺโทติ วจนตฺถํ อติทิสนฺโต อาห ‘‘เอเสว นโย’’ติ. ‘‘สมฺมตฺต’’นฺติ ปฐมกฺขเรน ปาฐสฺส สมฺพาธสฺส อวาจกตฺตา วุตฺตํ ‘‘ตํ น คเหตพฺพ’’นฺติ. ตตฺถาติ ปาเฐ. ‘‘หตฺถีนํ สมฺมทฺท’’นฺติ อิมินา อุตฺตรปทสฺส สมฺมทฺทนํ สมฺมทฺทนฺติ ภาวตฺถํ ทสฺเสติ, ปุริมปเทน ฉฏฺฐีสมาสญฺจ. ปุริมปาเฐ ปน อุตฺตรปทสฺส อธิกรณตฺถญฺจ ปุพฺพปเทน ตติยาสมาสญฺจ ทสฺเสติ. พาหิรตฺถสมาโสติปิ วุจฺจติ. ปจฺฉิมปาเฐ ‘‘หตฺถิสมฺมทฺท’’นฺติอาทิปทสฺส ลิงฺควิปลฺลาสญฺจ ‘‘อตฺถี’’ติ ปาฐเสเสน โยเชตพฺพตญฺจ ทสฺเสตุํ วุตฺตํ ‘‘หตฺถิสมฺมทฺโท อตฺถี’’ติ. รชิตพฺพานีติ รชนียานิ, รชิตุํ อรหานีติ อตฺโถ. อิมินา สมฺพนฺธกาเล ปุริมปาเฐ รญฺโญ อนฺเตปุเรติ วิภตฺติวิปลฺลาโส กาตพฺโพติ. ปจฺฉิมปาเฐ ปน มุขฺยโตว ยุชฺชติ. เตน วุตฺตํ ‘‘ตสฺมึ อนฺเตปุเร’’ติ.

๔๙๘. อวสิตฺตสฺสาติ ขตฺติยาภิเสเกน อภิสิตฺตสฺส. อิโตติ สยนิฆรโต. อิมินา ปญฺจมีพาหิรสมาสํ ทสฺเสติ. รญฺโญ รติชนนฏฺเฐน รตนํ วุจฺจติ มเหสี. มเหสีติ จ สาภิเสกา เทวี. นิปุพฺพ คมุธาตุสฺส นิปุพฺพกมุธาตุยา ปริยายภาวํ ทสฺเสตุํ วุตฺตํ ‘‘นิคฺคตนฺติ นิกฺขนฺต’’นฺติ. ปฐมํ.

๒. รตนสิกฺขาปทํ

๕๐๒. ทุติเย ปมุสฺสิตฺวาติ สติวิปฺปวาเสน ปมุสฺสิตฺวา. ปุณฺณปตฺตนฺติ ตุฏฺฐิทายํ. ตญฺหิ มโนรถปุณฺเณน ปตฺตพฺพภาคตฺตา ‘‘ปุณฺณปตฺต’’นฺติ วุจฺจติ. ตสฺส สรูปํ ทสฺเสตุํ วุตฺตํ ‘‘สตโต ปญฺจ กหาปณา’’ติ. อิธ ปน กหาปณานํ ปญฺจสตตฺตา ปญฺจวีสกหาปณา อธิปฺเปตา. อาภรณสทฺทสฺส อลงฺการสทฺเทน ปริยายภาวํ ทสฺเสตุํ วุตฺตํ ‘‘อลงฺการ’’นฺติ. ‘‘มหาลตํ นามา’’ติ อิมินา น โย วา โส วา อลงฺกาโร, อถ โข วิเสสาลงฺกาโรติ ทสฺเสติ. มหนฺตานิ มาลากมฺมลตากมฺมานิ เอตฺถาติ มหาลตา. ลตาคหเณน หิ มาลาปิ คหิตา. นวหิ โกฏีหิ อคฺฆํ อิมสฺสาติ นวโกฏิอคฺฆนกํ, นวโกฏิสงฺขาตํ อคฺฆํ อรหตีติ วา นวโกฏิอคฺฆนกํ.

๕๐๔. อนฺเต สมีเป วสนสีลตฺตา ปริจาริโก ‘‘อนฺเตวาสี’’ติ วุจฺจตีติ อาห ‘‘ปริจาริโก’’ติ.

๕๐๖. เทฺว เลฑฺฑุปาตาติ ถามมชฺฌิมสฺส ปุริสสฺส เทฺว เลฑฺฑุปาตา. สงฺฆ…เป… นวกมฺมานํ อตฺถาย อุคฺคณฺหนฺตสฺส วา อุคฺคณฺหาเปนฺตสฺส วา ทุกฺกฏนฺติ โยชนา. อวเสสนฺติ ชาตรูปรชตโต อวเสสํ. มาตุกณฺณปิฬนฺธนตาลปณฺณมฺปีติ มาตุยา กณฺเณ ปิฬนฺธิตตาลปณฺณมฺปิ, ปฏิสาเมนฺตสฺสาติ สมฺพนฺโธ.

‘‘กปฺปิยภณฺฑํ โหตี’’ติ อิมินา อกปฺปิยภณฺฑํ น วฏฺฏตีติ ทสฺเสติ. อิทนฺติ ภณฺฑํ. ปลิโพโธ นามาติ อตฺตโน ปลิโพโธ นาม. ฉนฺเทนปีติ วฑฺฒกีอาทีนํ ฉนฺทเหตุนาปิ. ภเยนปีติ ราชวลฺลภานํ ภยเหตุนาปิ. พลกฺกาเรนาติ กรณํ กาโร, พเลน กาโร พลกฺกาโร, เตน, พลกฺกาโร หุตฺวา ปาเตตฺวาติ อตฺโถ.

ตตฺถาติ มหาราเม. ยตฺถาติ ยสฺมึ ฐาเน, สงฺกา อุปฺปชฺชตีติ สมฺพนฺโธ. มหาชนสญฺจรณฏฺฐาเนสูติ พหูนํ ชนานํ สญฺจรณสงฺขาเตสุ ฐาเนสุ. นคเหตพฺพสฺส เหตุํ ทสฺเสตุํ วุตฺตํ ‘‘ปลิโพโธ น โหตี’’ติ. ยสฺมา ปลิโพโธ น โหติ, ตสฺมา น คเหตพฺพนฺติ อธิปฺปาโย. เอโกติ เอโก ภิกฺขุ ปสฺสตีติ สมฺพนฺโธ. โอกฺกมฺมาติ โอกฺกมิตฺวา.

รูปสทฺโท ภณฺฑปริยาโยติ อาห ‘‘ภณฺฑ’’นฺติ. ภณฺฑํ รูปํ นามาติ โยชนา. ภณฺฑิกนฺติ ภณฺเฑน นิยุตฺตํ ปุฏกํ. คเณตฺวาติ คณนํ กตฺวา. นิมิตฺตนฺตีติ เอตฺถ อิติสทฺโท นามปริยาโย. ลญฺฉนาทิ นิมิตฺตํ นามาติ หิ โยชนา. ลญฺฉนาทีติ อาทิสทฺเทน นีลปิโลติกาทโย สงฺคณฺหาติ. ลาขายาติ ชตุนา.

ปติรูปา นาม อิธ ลชฺชิกุกฺกุจฺจกาติ อาห ‘‘ลชฺชิโน กุกฺกุจฺจกา’’ติ. ถาวรนฺติ ชงฺคมา อญฺญํ ถาวรํ. อทฺธุโนติ กาลสฺส. สมาทเปตฺวาติ อญฺเญ สมาทเปตฺวา. อุทฺทิสฺส อริยา ติฏฺฐนฺติ, เอสา อริยาน ยาจนา’’ติ (ชา. ๑.๗.๕๙) วุตฺตนเยน ยาจิตฺวาติ อตฺโถ.

๕๐๗. รตนสมฺมตนฺติ มนุสฺสานํ อุปโภคปริโภคนฺติ. ทุติยํ.

๓. วิกาลคามปฺปวิสนสิกฺขาปทํ

๕๐๘. ตติเย ‘‘ติรจฺฉานภูตํ กถ’’นฺติ อิมินา ‘‘ติรจฺฉานกถ’’นฺติ ปทสฺส ตุลฺยนิสฺสิตสมาสํ ทสฺเสติ. ราชปฏิสํยุตฺตนฺติ ราชูหิ ปฏิสํยุตฺตํ.

๕๑๒. สมฺพหุลา ภิกฺขูติ สมฺพนฺโธ. ตสฺมึ คาเมติ ตสฺมึ ปฐมปวิสนคาเม. ตํ กมฺมนฺติ ตํ อิจฺฉิตกมฺมํ. อนฺตราติ คามวิหารานมนฺตเร. ภุมฺมตฺเถ เจตํ นิสฺสกฺกวจนํ.

กุลฆเร วาติ ญาติกุลอุปฏฺฐากกุลฆเร วา. เตลภิกฺขาย วาติ เตลยาจนตฺถาย วา. ปสฺเสติ อตฺตโน ปสฺเส สมีเปติ วุตฺตํ โหติ. เตนาติ คามมชฺฌมคฺเคน. อโนกฺกมฺมาติ อโนกฺกมิตฺวา, อปกฺกมิตฺวาติ อตฺโถติ. ตติยํ.

๔. สูจิฆรสิกฺขาปทํ

๕๑๗. จตุตฺเถ กการสฺส ปทปูรณภาวํ ทสฺเสตุํ วุตฺตํ ‘‘เภทนเมว เภทนก’’นฺติ. อสฺสตฺถิอตฺเถ อปจฺจโยติ อาห ‘‘ตํ อสฺส อตฺถี’’ติ. อสฺสาติ ปาจิตฺติยสฺส. ปฐมํ สูจิฆรํ ภินฺทิตฺวา ปจฺฉา ปาจิตฺติยํ เทเสตพฺพนฺติ อตฺโถ. อรณิธนุเกติ อรณิยา ธนุเก. เวธเกติ กายพนฺธนเวธเกติ. จตุตฺถํ.

๕. มญฺจสิกฺขาปทํ

๕๒๒. ปญฺจเม เฉทนเมว เฉทนกํ, ตมสฺสตฺถีติ เฉทนกนฺติ อตฺถํ สนฺธาย วุตฺตํ ‘‘วุตฺตนยเมวา’’ติ.

นิขณิตฺวาติ ปมาณาติเรกํ นิขณิตฺวา. อุตฺตานํ วา กตฺวาติ เหฏฺฐุปริ ปริวตฺตนํ วา กตฺวา. ฐเปตฺวาติ ลมฺพณวเสน ฐเปตฺวาติ. ปญฺจมํ.

๖. ตูโลนทฺธสิกฺขาปทํ

๕๒๖. ฉฏฺเฐ เอตฺถาติ มญฺจปีเฐ. อวนหิตพฺพนฺติ โอนทฺธํ, ตูเลน โอนทฺธํ ตูโลนทฺธนฺติ อตฺโถปิ ยุชฺชติ. ตูลํ ปกฺขิปิตฺวาติ มญฺจปีเฐ จิมิลิกํ ปตฺถริตฺวา ตสฺสุปริ ตูลํ ปกฺขิปิตฺวาติ อตฺโถติ. ฉฏฺฐํ.

๗. นิสีทนสิกฺขาปทํ

๕๓๑. สตฺตเม กตฺถาติ กิสฺมึ ขนฺธเก, กิสฺมึ วตฺถุสฺมึ วา. หีติ สจฺจํ. ตตฺถาติ จีวรกฺขนฺธเก, ปณีตโภชนวตฺถุสฺมึ วา. ‘‘ยถา นามา’’ติ อิมินา ‘‘เสยฺยถาปี’’ติ ปทสฺส อตฺถํ ทสฺเสติ, ‘‘ปุราโณ จมฺมกาโร’’ติ อิมินา ‘‘ปุราณาสิโกฏฺโฐ’’ติ ปทสฺส. จมฺมกาโร หิ อสินา จมฺมํ กุฏติ ฉินฺทตีติ ‘‘อสิโกฏฺโฐ’’ติ วุจฺจติ. วตฺถุปฺปนฺนกาลมุปนิธาย วุตฺตํ ‘‘ปุราโณ’’ติ. ตเมวูปมํ ปากฏํ กโรนฺโต อาห ‘‘ยถา หี’’ติ. หีติ ตปฺปากฏีกรณํ, ตํ ปากฏํ กริสฺสามีติ หิ อตฺโถ. จมฺมกาโร กฑฺฒตีติ สมฺพนฺโธ. วิตฺถตนฺติ วิสาลํ. โสปีติ อุทายีปิ. ตํ นิสีทนํ กฑฺฒตีติ โยชนา. เตนาติ กฑฺฒนเหตุนา. ตนฺติ อุทายึ. สนฺถตสทิสนฺติ สนฺถเตน สทิสํ. เอกสฺมึ อนฺเตติ เอกสฺมึ โกฏฺฐาเส, ผาเลตฺวาติ สมฺพนฺโธติ. สตฺตมํ.

๘. กณฺฑุปฏิจฺฉาทิสิกฺขาปทํ

๕๓๗. อฏฺฐเม ‘‘กตฺถา’’ติอาทีนิ วุตฺตนยาเนว.

๕๓๙. ‘‘ยสฺสา’’ติ ปทสฺส วิสยํ ทสฺเสตุํ วุตฺตํ ‘‘ภิกฺขุโน’’ติ. ‘‘นาภิยา เหฏฺฐา’’ติ อิมินา นาภิยา อโธ อโธนาภีติ วจนตฺถํ ทสฺเสติ, ‘‘ชาณุมณฺฑลานํ อุปรี’’ติ อิมินา ชาณุมณฺฑลานํ อุพฺภ อุพฺภชาณุมณฺฑลนฺติ. อุพฺภสทฺโท หิ อุปริปริยาโย สตฺตมฺยนฺตนิปาโต. กณฺฑุขชฺชุสทฺทานํ เววจนตฺตา วุตฺตํ ‘‘กณฺฑูติ ขชฺชู’’ติ. กณฺฑติ เภทนํ กโรตีติ กณฺฑุ. ขชฺชติ พฺยธนํ กโรตีติ ขชฺชุ. เกสุจิ โปตฺถเกสุ ‘‘กจฺฉู’’ติ ปาโฐ อตฺถิ, โส อยุตฺโต.

โลหิตํ ตุณฺฑํ เอติสฺสาติ โลหิตตุณฺฑิกา. ปิฬยติ วิพาธยตีติ ปิฬกา. อา ภุโส อสุจึ สวติ ปคฺฆราเปตีติ อสฺสาโวติ วจนตฺถํ ทสฺเสนฺโต อาห ‘‘อสุจิปคฺฆรณ’’นฺติ. อริสญฺจ ภคนฺทรา จ มธุเมโห จ. อาทิสทฺเทน ทุนฺนามกาทโย สงฺคณฺหาติ. ตตฺถ อริ วิย อีสติ อภิภวตีติ อริสํ. ภคํ วุจฺจติ วจฺจมคฺคํ, ตํ ทรติ ผาเลตีติ ภคนฺทรา, คูถสมีเป ชาโต วณวิเสโส. มธุ วิย มุตฺตาทึ มิหติ เสจตีติ มธุเมโห, โส อาพาโธ มุตฺตเมโห สุกฺกเมโห รตฺตเมโหติ อเนกวิโธ. ถุลฺลสทฺโท มหนฺตปริยาโยติ อาห ‘‘มหา’’ติ. อฏฺฐมํ.

๙. วสฺสิกสาฏิกสิกฺขาปทํ

๕๔๒. นวเม วสฺเส วสฺสกาเล อธิฏฺฐาตพฺพาติ วสฺสิกา, วสฺสิกา จ สา สาฏิกา เจติ วสฺสิกสาฏิกาติ. นวมํ.

๑๐. นนฺทตฺเถรสิกฺขาปทํ

๕๔๗. ทสเม ‘‘จตูหิ องฺคุเลหี’’ติ อิมินา จตุโร องฺคุลา จตุรงฺคุลาติ อสมาหารทิคุํ ทสฺเสติ. อูนกปฺปมาโณติ ภควโต ลามกปมาโณ. อิมินา โอมกสทฺทสฺส ลามกตฺถํ ทสฺเสตีติ ทฏฺฐพฺพนฺติ. ทสมํ.

รตนวคฺโค นวโม.

อิติ สมนฺตปาสาทิกาย วินยสํวณฺณนาย

ขุทฺทกวณฺณนาย โยชนา สมตฺตา.