๓. โมหนสิกฺขาปทํ

๔๔๔. ตติเย อนุสทฺโท ปฏิปาฏิอตฺถํ อนฺโตกตฺวา วิจฺฉตฺถวาจโกติ อาห ‘‘อนุปฏิปาฏิยา อทฺธมาเส อทฺธมาเส’’ติ. โสติ ปาติโมกฺโข. อุโปสเถ อุโปสเถ อุทฺทิสิตพฺพนฺติ อนุโปสถิกํ. เอตฺถาปิ หิ อนุสทฺโท วิจฺฉตฺถวาจโก. โสติ ปาติโมกฺโข. อุทฺทิสิยมาโน นาม โหตีติ โยชนา. ‘‘ตสฺมึ อนาจาเร’’ติ ปเทน ‘‘ตตฺถา’’ติ ปทสฺสตฺถํ ทสฺเสติ. ‘‘ยํ อาปตฺติ’’นฺติ ปเทน ยํสทฺทสฺส วิสยํ ทสฺเสติ. ยถาธมฺโมติ เอตฺถ ธมฺมสทฺเทน ธมฺโม จ วินโย จ อธิปฺเปโตติ อาห ‘‘ธมฺโม จ วินโย จา’’ติ. ยถาติ เยนากาเรน. สาธุสทฺโท สุนฺทรตฺโถ, กสทฺโท ปทปูรโณติ อาห ‘‘สุฏฺฐู’’ติ. อฏฺฐินฺติ จ ‘‘กตฺวา’’ติ จ เทฺว ปทานิ ทฏฺฐพฺพานิ. ‘‘อฏฺฐิกตฺวา’’ติ วา เอกํ ปทํ. ตตฺถ ปุพฺพนเย อตฺโถ ยสฺสตฺถีติ อฏฺฐิ ตฺถการสฺส ฏฺฐการํ กตฺวา, ตํ อฏฺฐึ. กตฺวาติ ตฺวาปจฺจยนฺตอุตฺตรปเทน สมาโส น โหติ. อฏฺฐิกภาวนฺติ เอตฺถ อิกสทฺเทน ‘‘อฏฺฐี’’ติ เอตฺถ อีปจฺจยํ ทสฺเสติ. ‘‘ภาว’’นฺติปเทน ภาวปจฺจเยน วินา ภาวตฺถสฺส ญาเปตพฺพตํ ทสฺเสติ. อตฺโถ ปเนวํ ทฏฺฐพฺโพ – อฏฺฐิภาวํ กตฺวาติ. ปจฺฉิมนเย อตฺโถ ยสฺสตฺถีติ อฏฺฐิโก ปุริมนเยเนว ตฺถการสฺส ฏฺฐการํ กตฺวา. อตฺถยิตพฺโพ อิจฺฉิตพฺโพติ วา อฏฺฐิโก, อฏฺฐิกอิติ นามสทฺทโต ตฺวาปจฺจโย กาตพฺโพ. ‘‘อฏฺฐิกตฺวา’’ติ อิทํ ปทํ กิริยาวิเสสนํ. กิริยาวิเสสเน วตฺตมาเน กรธาตุ วา ภูธาตุ วา โยเชตพฺพาติ ทสฺเสภุํ วุตฺตํ ‘‘กตฺวา หุตฺวา’’ติ. ตํ สพฺพํ ทสฺเสนฺโต อาห ‘‘อฏฺฐิกตฺวาติ อฏฺฐิกภาวํ กตฺวา, อฏฺฐิโก หุตฺวา’’ติ. ตติยํ.