๘. อริฏฺฐสิกฺขาปทํ
๔๑๗. อฏฺฐเม คนฺเธติ คิชฺเฌ. เต หิ คิธนฺติ กุณปํ อภิกงฺขนฺตีติ ‘‘คนฺธา’’ติ วุจฺจนฺติ. คทฺเธติปิ ปาโฐ, โสปิ ยุชฺชติ ยถา ‘‘ยุคนนฺโธ, ยุคนทฺโธ’’ติ จ ‘‘ปฏิพนฺโธ ปฏิพทฺโธ’’ติ จ. พาธยึสูติ หนึสุ. อสฺสาติ อริฏฺฐสฺส.
ตทฺธิเตน วุตฺตสฺส อตฺถสฺส ทสฺเสตุมาห ‘‘เต’’ติอาทิ. เตติ อนฺตรายิกา. ตตฺถาติ ปญฺจวิเธสุ อนฺตรายิเกสุ. ‘‘ตถา’’ติปเทน ‘‘กมฺมนฺตรายิกํ นามา’’ติ ปทํ อติทิสติ. ตํ ปนาติ ภิกฺขุนิทูสกกมฺมํ ปน. โมกฺขสฺเสวาติ มคฺคนิพฺพานสฺเสว. มคฺโค หิ กิเลเสหิ มุจฺจตีติ อตฺเถน โมกฺโข นาม. ฌานมฺเปตฺถ สงฺคหิตํ นีวรเณหิ วิมุจฺจนตฺตา. นิพฺพานํ วิมุจฺจีติ อตฺเถน โมกฺโข นาม. ผลมฺเปตฺถ สงฺคหิตํ วิมุจฺจิตตฺตา. นิยตมิจฺฉาทิฏฺฐิธมฺมาติ นิยตภาวํ ปตฺตา, นิยตวเสน วา ปวตฺตา มิจฺฉาทิฏฺฐิสงฺขาตา ธมฺมา. เต ปน นตฺถิกอเหตุก อกิริยวเสน ติวิธา. ปณฺฑกาทิคหณสฺส นิทสฺสนมตฺตตฺตา ‘ปฏิสนฺธิธมฺมา’’ติปเทน อเหตุกทฺวิเหตุกปฏิสนฺธิธมฺมา คเหตพฺพา สพฺเพสมฺปิ วิปากนฺตรายิกภาวโต. เตปิ โมกฺขสฺเสว อนฺตรายํ กโรนฺติ, น สคฺคสฺส. เต ปนาติ อริยูปวาทา ปน. ตาวเทว อุปวาทนฺตรายิกา นามาติ โยชนา. ตาปีติ สญฺจิจฺจ อาปนฺนา อาปตฺติโยปิ. ปาราชิกาปตฺตึ สนฺธาย วุตฺตํ ‘‘ภิกฺขุภาวํ วา ปฏิชานาตี’’ติ. สงฺฆาทิเสสาปตฺตึ สนฺธาย วุตฺตํ ‘‘น วุฏฺฐาติ วา’’ติ. ลหุกาปตฺตึ สนฺธาย วุตฺตํ ‘‘น เทเสติ วา’’ติ.
ตตฺราติ ปญฺจวิเธสุ อนฺตรายิเกสุ. อยํ ภิกฺขูติ อริฏฺโฐ คนฺธพาธิปุพฺโพ ภิกฺขุ. เสสนฺตรายิเกติ อาณาวีติกฺกมนฺตรายิกโต เสเส จตุพฺพิเธ อนฺตรายิเก. อิเม อาคาริกาติ อคาเร วสนสีลา อิเม มนุสฺสา. ภิกฺขูปิ ปสฺสนฺติ ผุสนฺติ ปริภุญฺชนฺตีติ สมฺพนฺโธ. กสฺมา น วฏฺฏนฺติ, วฏฺฏนฺติเยวาติ อธิปฺปาโย. รเสน รสํ สํสนฺทิตฺวาติ อุปาทิณฺณกรเสน อนุปาทิณฺณกรสํ, อนุปาทิณฺณกรเสน วา อุปาทิณฺณกรสํ สมาเนตฺวา. โยนิโส ปจฺจเวกฺขณสฺส อภาวโต สํวิชฺชติ ฉนฺทราโค เอตฺถาติ สจฺฉนฺทราโค, โสเยว ปริโภโค สจฺฉนฺทราคปริโภโค, ตํ. เอกํ กตฺวาติ สมานํ กตฺวา. ฆเฏนฺโต วิย ปาปกํ ทิฏฺฐิคตํ อุปฺปาเทตฺวาติ โยชนา. กึสทฺโท ครหตฺโถ, กสฺมา ภควตา ปฐมปาราชิกํ ปญฺญตฺตํ, น ปญฺญาเปตพฺพนฺติ อตฺโถ. มหาสมุทฺทํ พนฺธนฺโต ยถา อกตฺตพฺพํ กโรติ, ตถา ปฐมปาราชิกํ ปญฺญเปนฺโต ภควา อปญฺญตฺตํ ปญฺญเปตีติ อธิปฺปาโย. เอตฺถาติ ปฐมปาราชิเก. อาสนฺติ ภพฺพาสํ. อาณาจกฺเกติ อาณาสงฺขาเต จกฺเก.
อฏฺฐิเยว อฏฺฐิกํ กุจฺฉิตตฺเถน, กุจฺฉิตตฺเถ หิ โก. อฏฺฐิกเมว ขโล นีจฏฺเฐน ลามกฏฺเฐนาติ อฏฺฐิกงฺขโล นิคฺคหีตาคมํ กตฺวา. เตน อุปมา สทิสาติ อฏฺฐิกงฺขลูปมา. ‘‘อฏฺฐี’’ติ จ ‘‘กงฺขล’’นฺติ จ ปทํ คเหตฺวา วณฺเณนฺติ อาจริยา (สารตฺถ. ฏี. ปาจิตฺติย ๓.๔๑๗; วิ. วิ. ฏี. ปาจิตฺติย ๒.๔๑๗; ม. นิ. อฏฺฐ. ๒.๔๒; ม. นิ. ฏี. ๓.๔๒). องฺคารกาสูปมาติ องฺคารราสิสทิสา, องฺคาเรหิ วา ปริปุณฺณา อาวาฏสทิสา. อสิสูนูปมาติ เอตฺถ อสีติ ขคฺโค. โส หิ อสเต ขิปเต อเนนาติ ‘‘อสี’’ติ วุจฺจติ. สูนาติ อธิโกฏฺฏนํ. ตญฺหิ สุนติ สญฺจุณฺณภาวํ คจฺฉติ เอตฺถาติ ‘‘สูนา’’ติ วุจฺจติ. อสินา สูนาติ อสิสูนา, ตาย อุปมา สทิสาติ อสิสูนูปมา. สตฺติสูลูปมาติ สตฺติยา จ สูเลน จ สทิสา. เอตฺถาติ อิมิสฺสํ อฏฺฐกถายํ. มชฺฌิมฏฺฐกถายํ อลคทฺทูปมสุตฺเต (ม. นิ. อฏฺฐ. ๑.๒๓๔ อาทโย) คเหตพฺโพ. เอวํสทฺทโขสทฺทานมนฺตเร วิยสทฺทสฺส พฺยาเทสภาวํ ทสฺเสตุํ วุตฺตํ ‘‘เอวํ วิย โข’’ติ. อฏฺฐมํ.