๗. สปฺปาณกวคฺโค
๑. สญฺจิจฺจปาณสิกฺขาปท-อตฺถโยชนา
๓๘๒. สปฺปาณกวคฺคสฺส ปฐเม อุสุํ อสติ ขิปติ อเนนาติ อิสฺสาโสติ กเต ธนุเยว มุขฺยโต อิสฺสาโส นาม, ธนุคฺคหา- จริโย ปน อุปจาเรน. อุสุํ อสติ ขิปตีติ อิสฺสาโสติ กเต ธนุคฺคหาจริโย อิสฺสาโส นาม, อิธ ปน อุปจารตฺโถ วา กตฺตุตฺโถ วา คเหตพฺโพติ อาห ‘‘ธนุคฺคหาจริโย โหตี’’ติ. ปพฺพชิตกาเล อิสฺสาสสฺส อยุตฺตตฺตา วุตฺตํ ‘‘คิหิกาเล’’ติ. โวโรปิตาติ เอตฺถ วิ อว ปุพฺพสฺส รุหธาตุสฺส อธิปฺปายตฺถํ ทสฺเสตุํ วุตฺตํ ‘‘วิโยชิตา’’ติ.
ยสฺมา คจฺฉตีติ สมฺพนฺโธ. เอตนฺติ ‘‘ชีวิตา โวโรปิตา’’ติวจนํ. กสฺมา โวหารมตฺตเมว โหติ, นนุ ยโต กุโตจิ ยสฺมึ กิสฺมึจิ วิโยชิเต เทฺว วตฺถูนิ วิย วิสุํ ติฏฺฐนฺติ ปาณโต ชีวิเต วิโยชิเต ปาณชีวิตาปีติ อาห ‘‘น เหตฺถา’’ติอาทิ. หีติ สจฺจํ. เอตฺถาติ ‘‘ชีวิตา โวโรปิตา’’ติวจเน ทสฺเสตุนฺติ สมฺพนฺโธ. กิญฺจิ ชีวิตํ นามาติ โยชนา. อยํ ปเนตฺถ อตฺถสมฺพนฺโธ – สีสาลงฺกาเร สีสโต วิโยชิเต สีสํ อลงฺการโต วิสุํ ติฏฺฐติ ยถา, เอวํ ชีวิเต ปาณโต วิโยชิเต ชีวิตํ ปาณโต วิสุํ น ติฏฺฐติ นามาติ. อญฺญทตฺถูติ เอกํเสน. ‘‘ปาณ’’นฺติ สามญฺญโต วุตฺโตปิ มนุสฺสปาณสฺส ปาราชิกฏฺฐาเน คหิตตฺตา อิธ ปาริเสสญาเยน ติรจฺฉานปาโณว คเหตพฺโพติ อาห ‘‘ติรจฺฉานคโตเยว ปาโณ’’ติ. ตนฺติ ปาณํ. มหนฺเต ปน ปาเณติ สมฺพนฺโธ.
๓๘๕. โสเธนฺโต อปเนตีติ โยชนา. มงฺคุโลติ มนุสฺสรตฺตโป เอโก กิมิวิเสโส. โส หิ รตฺตปิวนตฺถาย มงฺคติ อิโต จิโต จ อิมํ จิมญฺจ ฐานํ คจฺฉตีติ ‘‘มงฺคุโล’’ติ วุจฺจติ. ปทกฺขรานญฺหิ อวิปริตตฺถํ, โสตูนญฺจ สชฺฌาโยปเทสลภนตฺถํ กตฺถจิ ฐาเน วจนตฺโถ วุตฺโตติ ทฏฺฐพฺพํ. ตสฺส พีชเมว ขุทฺทกฏฺเฐน มงฺคุลพีชกํ, ตสฺมึ. ตนฺติ มงฺคุลพีชกํ. ภินฺทนฺโต หุตฺวาติ โยชนาติ. ปฐมํ.
๒. สปฺปาณกสิกฺขาปทํ
๓๘๗. ทุติเย สห ปาเณหีติ สปฺปาณกํ อุทกนฺติ ทสฺเสนฺโต อาห ‘‘เย ปาณกา’’ติอาทิ. หีติ สจฺจํ. ปตฺตปูรมฺปิ อุทกนฺติ สมฺพนฺโธ. ตาทิเสนาติ สปฺปาณเกน. โธวโตปิ ปาจิตฺติยนฺติ โยชนา. อุทกโสณฺฑินฺติ สิลามยํ อุทกโสณฺฑึ. โปกฺขรณินฺติ สิลามยํ โปกฺขรณึ. อุฏฺฐาปยโตปิ ปาจิตฺติยนฺติ สมฺพนฺโธ. ตโตติ โสณฺฑิโปกฺขรณีหิ. อุทกสฺสาติ อุทเกน, ปูเร ฆเฏ อาสิญฺจิตฺวาติ สมฺพนฺโธ. ตตฺถาติ อุทเก. อุทเกติ อุทกสณฺฐานกปเทเส อาสิญฺจิตอุทเก. ปติสฺสตีติ โสณฺฑิโปกฺขรณีหิ คหิตอุทกํ ปติสฺสตีติ. ทุติยํ.
๓. อุกฺโกฏนสิกฺขาปทํ
๓๙๒. ตติเย ‘‘อุจฺจาเลนฺตี’’ติอิมินา อุกฺโกเฏนฺตีติ เอตฺถ อุปุพฺพสฺส กุฏธาตุสฺส อุจฺจาลนตฺถํ ทสฺเสติ ธาตูน, มเนกตฺถตฺตา. ยํ ยํ ปติฏฺฐิตํ ยถาปติฏฺฐิตํ, ตสฺส ภาโว ยถาปติฏฺฐิตภาโว, เตน.
๓๙๓. โย ธมฺโมติ โย สมถธมฺโม. ธมฺเมนาติ เอตฺถ เอนสทฺเทน ‘‘ยถาธมฺม’’นฺติ เอตฺถ อํอิติการิยสฺส การึ ทสฺเสติ. อิมินา ‘‘ยถาธมฺม’’นฺติ ปทสฺส ‘‘นิหตาธิกรณ’’นฺติ เอตฺถ นิหตสทฺเทน สมฺพนฺธิตพฺพภาวํ ทสฺเสติ. ‘‘สตฺถารา’’ติปทํ ‘‘วุตฺตํ’’ อิติปเท กตฺตา. นตฺถิ หตํ หนนํ อิมสฺสาติ นิหตนฺติ วุตฺเต อตฺถโต วูปสมนเมวาติ อาห ‘‘วูปสมิต’’นฺติ.
๓๙๕. ยํ วา ตํ วา กมฺมํ ธมฺมกมฺมํ นาม น โหติ, อถ โข อธิกรณวูปสมกมฺมเมว ธมฺมกมฺมํ นามาติ ทสฺเสนฺโต อาห ‘‘เยน กมฺเมนา’’ติอาทิ. อยมฺปีติ อยมฺปิ ภิกฺขุ. เสสปทานิปีติ ‘‘ธมฺมกมฺเม เวมติโก’’ติอาทีนิ เสสปทานิปิ. เอตฺถาติ อิมสฺมึ สิกฺขาปเท. วิตฺถาโร ปน วุตฺโตติ สมฺพนฺโธ. ตตฺเถวาติ ปริวาเร เอว. อิธาติ อิมสฺมึ สิกฺขาปเท, วิภงฺเค วาติ. ตติยํ.
๔. ทุฏฺฐุลฺลสิกฺขาปทํ
๓๙๙. จตุตฺเถ อตฺถุทฺธารวเสน ทสฺสิตานิ ทุฏฺฐุลฺลสทฺทตฺถภาเวน สทิสตฺตาติ อธิปฺปาโย. ‘‘ธุร’’นฺติ เอตฺถ ลกฺขณวนฺตตฺตา ภุมฺมตฺเถ อุปโยควจนนฺติ อาห ‘‘ธุเร’’ติ. ธุเร นิกฺขิตฺตมตฺเต สตีติ โยชนา.
เอวํ ธุรํ นิกฺขิปิตฺวาติ ‘‘อญฺญสฺส นาโรเจสฺสามี’’ติ เอวํ ธุรํ นิกฺขิปิตฺวา. อญฺญสฺสาติ วตฺถุ, ปุคฺคลโต อญฺญสฺส ทุติยสฺส. โสปีติ ทุติโยปิ. อญฺญสฺสาติ ตติยสฺส. ยาว โกฏิ น ฉิชฺชติ, ตาว อาปชฺชติเยวาติ โยชนา. ตสฺเสวาติ อาปตฺตึ อาปนฺนปุคฺคลสฺส. วตฺถุปุคฺคโลเยวาติ อาปตฺตึ อาปนฺนปุคฺคโลเยว. อยนฺติ ปฐมภิกฺขุ. อญฺญสฺสาติ ทุติยสฺส. โสติ ทุติโย อาโรเจตีติ สมฺพนฺโธ. เยนาติ ปฐมภิกฺขุนา. อสฺสาติ ทุติยสฺส. ตสฺเสวาติ ปฐมภิกฺขุสฺเสว. วตฺถุปุคฺคลํ อุปนิธาย ‘‘ตติเยน ปุคฺคเลน ทุติยสฺสา’’ติ วุตฺตํ.
๔๐๐. ปญฺจาปตฺติกฺขนฺเธติ ถุลฺลจฺจยาทิเก ปญฺจ อาปตฺติกฺขนฺเธ. อชฺฌาจาโร นามาติ อธิภวิตฺวา วีติกฺกมิตฺวา อาจริตพฺพตฺตา อชฺฌาจาโร นามาติ. จตุตฺถํ.
๕. อูนวีสติวสฺสสิกฺขาปทํ
๔๐๒. ปญฺจเม องฺคุลิโยติ กรสาขาโย. ตา หิ องฺคนฺติ หตฺถโต ปญฺจธา ภิชฺชิตฺวา อุคฺคจฺฉนฺตีติ องฺคุลิโยติ วุจฺจนฺติ. ลิขนฺตสฺส อุปาลิสฺสาติ สมฺพนฺโธ. เตนาติ พหุจินฺเตตพฺพการเณน. อสฺสาติ อุปาลิสฺส. อุโรติ หทยํ. ตญฺหิ อุสติ จิตฺตตาโป ทหติ เอตฺถาติ อุโรติ วุจฺจติ. รูปสุตฺตนฺติ เหรญฺญิกานํ รูปสุตฺตํ, ยถา หตฺถาจริยานํ หตฺถิสุตฺตนฺติ. อกฺขีนีติ จกฺขูนิ. ตานิ หิ อกฺขนฺติ วิสเยสุ พฺยาปีภวนฺติ, รูปํ วา ปสฺสติ อิเมหีติ อกฺขีนีติ วุจฺจนฺติ. มกเสน สูจิมุขานํ คหิตตฺตา ฑํเสน ปิงฺคลมกฺขิกาโยว คเหตพฺพาติ อาห ‘‘ฑํสาติ ปิงฺคลมกฺขิกาโย’’ติ. ปิงฺคลมกฺขิกาโย หิ ฑํสนฏฺเฐน ขาทนฏฺเฐน ฑํสาติ วุจฺจนฺติ. ทุกฺกโร ขโม เอตาสนฺติ ทุกฺขาติ ทสฺเสนฺโต อาห ‘‘ทุกฺขมาน’’นฺติ. เวทนานนฺติ สมฺพนฺโธ. อสาตสฺส การณํ ทสฺเสตุํ วุตฺตํ ‘‘อมธุราน’’นฺติ. อิมินา อมธุรตฺตา น สาทิตพฺพาติ อสาตาติ อตฺถํ ทสฺเสติ. ปาณสทฺทชีวิตสทฺทานํ ปริยายภาวํ ทสฺเสตุํ วุตฺตํ ‘‘ชีวิตหราน’’นฺติ. ปาณํ หรนฺติ อปเนนฺตีติ ปาณหรา, ตาสํ เวทนานนฺติ สมฺพนฺโธ.
๔๐๔. วิชายนกาลโต ปฏฺฐาย ปริปุณฺณวีสติวสฺโส น คเหตพฺโพ, คพฺภคหณกาลโต ปน ปฏฺฐายาติ ทสฺเสนฺโต อาห ‘‘ปฏิสนฺธิคฺคหณโต ปฏฺฐายา’’ติ. คพฺเภ สยิตกาเลน สทฺธึ วีสติมํ วสฺสํ ปริปุณฺณมสฺสาติ คพฺภวีโส ปุคฺคโล. หีติ สจฺจํ. ยถาหาติ เยนากาเรน สงฺขฺยํ คจฺฉติ, เตนากาเรน ภควา อาหาติ โยชนา. อถ วา ยถา กึ วจนํ ภควา อาหาติ โยชนา.
คพฺภวีโส หุตฺวา อุปสมฺปนฺโนติ สมฺพนฺโธ. อมฺหีติ อสฺมิ. นุสทฺโท ปริวิตกฺกตฺเถ นิปาโต. ยนฺติ ยาทิสํ ปฐมํ จิตฺตนฺติ สมฺพนฺโธ. อิมินา ปฏิสนฺธิจิตฺตํ ทสฺเสติ. ‘‘ปฐมํ วิญฺญาณ’’นฺติ ตสฺเสว เววจนํ. ตนฺติ ปฐมํ จิตฺตํ ปฐมํ วิญฺญาณํ. อสฺสาติ สตฺตสฺส. สาว ชาตีติ สา เอว ปฏิสนฺธิ, คพฺโภ นาม โหตีติ สมฺพนฺโธ.
ตตฺถาติ ปาฬิยํ, วินิจฺฉโย เอวํ เวทิตพฺโพติ โยชนา. โยติ ปุคฺคโล. มหาปวารณายาติ อสฺสยุชปุณฺณมิยํ. สา หิ ปูชิตปวารณตฺตา มหาปวารณาติ วุจฺจติ. ตโตติ ปวารณาย ชาตกาลโต. ตนฺติ มหาปวารณํ. ปาฏิปเท จาติ เอตฺถ จสทฺโท อนิยมวิกปฺปตฺโถ, ปวารณทิวสปาฏิปททิวเสสุ อญฺญตรสฺมึ ทิวเส อุปสมฺปาเทตพฺโพติ อตฺโถ. หายนวฑฺฒนนฺติ กุจฺฉิมฺหิ วสิตมาเสสุ อธิเกสุ หายนญฺจ อูเนสุ วฑฺฒุนญฺจ เวทิตพฺพํ.
โปราณกตฺเถรา ปน อุปสมฺปาเทนฺตีติ สมฺพนฺโธ. เอกูนวีสติวสฺสนฺติ อนนฺตเร วุตฺตํ เอกูนวีสติวสฺสํ. นิกฺขมนีโยติ สาวณมาโส. โส หิ อนฺโตวีถิโต พาหิรวีถึ นิกฺขมติ สูริโย อสฺมินฺติ ‘‘นิกฺขมนีโย’’ติ วุจฺจติ. ปาฏิปททิวเสติ ปจฺฉิมิกาย วสฺสูปคมนทิวเส. ตํ อุปสมฺปาทนํ. กสฺมาติ ปุจฺฉา. เอตฺถ ฐตฺวา ปริหาโร วุจฺจเต มยาติ โยชนา. วีสติยา วสฺเสสูติ อุปสมฺปนฺนปุคฺคลสฺส วีสติยา วสฺเสสุ. ตึสรตฺติทิวสฺส เอกมาสตฺตา ‘‘จตฺตาโร มาสา ปริหายนฺตี’’ติ วุตฺตํ. อุกฺกฑฺฒนฺตีติ เอกสฺส อธิกมาสสฺส นาสนตฺถาย วสฺสํ อุปริ กฑฺฒนฺติ. ตโตติ ฉมาสโต อปเนตฺวาติ สมฺพนฺโธ. เอตฺถาติ ‘‘เอกูนวีสติวสฺส’’นฺติอาทิวจเน. ปน-สทฺโท หิสทฺทตฺโถ, สจฺจนฺติ อตฺโถ. โยติ ปุคฺคโล. ตสฺมาติ ยสฺมา คพฺภมาสานมฺปิ คณนูปคตฺตา คเหตฺวา อุปสมฺปาเทนฺติ, ตสฺมา ฉ มาเส วสิตฺวาติ สมฺพนฺโธ. อฏฺฐ มาเส วสิตฺวา ชาโตปิ น ชีวตีติ สุตฺตนฺตอฏฺฐกถาสุ (ที. นิ. อฏฺฐ. ๒.๒๔-๒๕; ม. นิ. อฏฺฐ. ๓.๒๐๕) วุตฺตํ.
๔๐๖. ทสวสฺสจฺจเยนาติ อุปสมฺปทโต ทสวสฺสาติกฺกเมน. อุปสมฺปาเทตีติ อุปชฺฌาโย วา กมฺมวาจาจริโย วา หุตฺวา อุปสมฺปาเทติ. ตนฺติ อุปชฺฌาจริยภูตํ อนุปสมฺปนฺนปุคฺคลํ. กมฺมวาจาจริโย หุตฺวา อุปสมฺปาเทนฺโต ตํ มุญฺจิตฺวา สเจ อญฺโญปิ กมฺมวาจาจริโย อตฺถิ, สูปสมฺปนฺโน. โสว สเจ กมฺมวาจํ สาเวติ, นุปสมฺปนฺโน. ญตฺวา ปน ปุน อนุปสมฺปาเทนฺเต สคฺคนฺตราโยปิ มคฺคนฺตราโยปิ โหติเยวาติ ทฏฺฐพฺพนฺติ. ปญฺจมํ.
๖. เถยฺยสตฺถสิกฺขาปทํ
๔๐๗. ฉฏฺเฐ ‘‘ปฏิยาโลก’’นฺติ เอตฺถ อาโลกสทฺเทน สูริโย วุตฺโต อุปจาเรน. สูริโย หิ ปุรตฺถิมทิสโต อุคฺคนฺตฺวา ปจฺฉิมทิสํ คโต, ตสฺมา สูริยสงฺขาตสฺส อาโลกสฺส ปฏิมุขํ ‘‘ปฏิยาโลก’’นฺติ วุตฺเต ปจฺฉิมทิสาเยว คเหตพฺพาติ อาห ‘‘ปจฺฉิมํ ทิสนฺติ อตฺโถ’’ติ. กมฺมิกาติ กมฺเม ยุตฺตา ปยุตฺตา.
๔๐๙. ราชานนฺติ เอตฺถ รญฺโญ สนฺตกํ ‘‘ราชา’’ติ วุจฺจติ อุปจาเรน, อถ วา รญฺโญ เอโส ‘‘ราชา’’ติ กตฺวา รญฺโญ สนฺตกํ ‘‘ราชา’’ติ วุจฺจติ. เถยฺยนฺติ เถเนตฺวา ‘‘สกฺกจฺจ’’นฺติอาทีสุ (ปาจิ. ๖๐๖) วิย นิคฺคหีตาคโม โหติ. ราชานํ, รญฺโญ สนฺตกํ วา เถยฺยํ เถเนตฺวา คจฺฉนฺตีติ อตฺโถ. อิติ อิมมตฺถํ ทสฺเสนฺโต อาห ‘‘ราชานํ วา เถเนตฺวา’’ติอาทิ.
๔๑๑. จตูสุ วิสงฺเกเตสุ ทฺวีหิ อนาปตฺติ, ทฺวีหิ อาปตฺติเยวาติ. ฉฏฺฐํ.
๗. สํวิธานสิกฺขาปทํ
๔๑๒. สตฺตเม ‘‘ปธูเปนฺโต’’ติ เอตฺถ ปปุพฺพ ธูปธาตุ ปริภาสนตฺเถ วตฺตตีติ อาห ‘‘ปริภาสนฺโต’’ติ. ตฺวํ สมโณปิ มาตุคาเมน สทฺธึ คจฺฉสิ, ตุเยฺหเวโส โทโส, เนตสฺส ปุริสสฺสาติ อตฺตานํเยว ปริภาสนฺโตติ อตฺโถ. ‘‘นิกฺขาเมสี’’ติอิมินา ‘‘นิปฺปาเตสี’’ติเอตฺถ นิปุพฺพ ปตธาตุ คตฺยตฺโถติ ทสฺเสตีติ. สตฺตมํ.
๘. อริฏฺฐสิกฺขาปทํ
๔๑๗. อฏฺฐเม คนฺเธติ คิชฺเฌ. เต หิ คิธนฺติ กุณปํ อภิกงฺขนฺตีติ ‘‘คนฺธา’’ติ วุจฺจนฺติ. คทฺเธติปิ ปาโฐ, โสปิ ยุชฺชติ ยถา ‘‘ยุคนนฺโธ, ยุคนทฺโธ’’ติ จ ‘‘ปฏิพนฺโธ ปฏิพทฺโธ’’ติ จ. พาธยึสูติ หนึสุ. อสฺสาติ อริฏฺฐสฺส.
ตทฺธิเตน วุตฺตสฺส อตฺถสฺส ทสฺเสตุมาห ‘‘เต’’ติอาทิ. เตติ อนฺตรายิกา. ตตฺถาติ ปญฺจวิเธสุ อนฺตรายิเกสุ. ‘‘ตถา’’ติปเทน ‘‘กมฺมนฺตรายิกํ นามา’’ติ ปทํ อติทิสติ. ตํ ปนาติ ภิกฺขุนิทูสกกมฺมํ ปน. โมกฺขสฺเสวาติ มคฺคนิพฺพานสฺเสว. มคฺโค หิ กิเลเสหิ มุจฺจตีติ อตฺเถน โมกฺโข นาม. ฌานมฺเปตฺถ สงฺคหิตํ นีวรเณหิ วิมุจฺจนตฺตา. นิพฺพานํ วิมุจฺจีติ อตฺเถน โมกฺโข นาม. ผลมฺเปตฺถ สงฺคหิตํ วิมุจฺจิตตฺตา. นิยตมิจฺฉาทิฏฺฐิธมฺมาติ นิยตภาวํ ปตฺตา, นิยตวเสน วา ปวตฺตา มิจฺฉาทิฏฺฐิสงฺขาตา ธมฺมา. เต ปน นตฺถิกอเหตุก อกิริยวเสน ติวิธา. ปณฺฑกาทิคหณสฺส นิทสฺสนมตฺตตฺตา ‘ปฏิสนฺธิธมฺมา’’ติปเทน อเหตุกทฺวิเหตุกปฏิสนฺธิธมฺมา คเหตพฺพา สพฺเพสมฺปิ วิปากนฺตรายิกภาวโต. เตปิ โมกฺขสฺเสว อนฺตรายํ กโรนฺติ, น สคฺคสฺส. เต ปนาติ อริยูปวาทา ปน. ตาวเทว อุปวาทนฺตรายิกา นามาติ โยชนา. ตาปีติ สญฺจิจฺจ อาปนฺนา อาปตฺติโยปิ. ปาราชิกาปตฺตึ สนฺธาย วุตฺตํ ‘‘ภิกฺขุภาวํ วา ปฏิชานาตี’’ติ. สงฺฆาทิเสสาปตฺตึ สนฺธาย วุตฺตํ ‘‘น วุฏฺฐาติ วา’’ติ. ลหุกาปตฺตึ สนฺธาย วุตฺตํ ‘‘น เทเสติ วา’’ติ.
ตตฺราติ ปญฺจวิเธสุ อนฺตรายิเกสุ. อยํ ภิกฺขูติ อริฏฺโฐ คนฺธพาธิปุพฺโพ ภิกฺขุ. เสสนฺตรายิเกติ อาณาวีติกฺกมนฺตรายิกโต เสเส จตุพฺพิเธ อนฺตรายิเก. อิเม อาคาริกาติ อคาเร วสนสีลา อิเม มนุสฺสา. ภิกฺขูปิ ปสฺสนฺติ ผุสนฺติ ปริภุญฺชนฺตีติ สมฺพนฺโธ. กสฺมา น วฏฺฏนฺติ, วฏฺฏนฺติเยวาติ อธิปฺปาโย. รเสน รสํ สํสนฺทิตฺวาติ อุปาทิณฺณกรเสน อนุปาทิณฺณกรสํ, อนุปาทิณฺณกรเสน วา อุปาทิณฺณกรสํ สมาเนตฺวา. โยนิโส ปจฺจเวกฺขณสฺส อภาวโต สํวิชฺชติ ฉนฺทราโค เอตฺถาติ สจฺฉนฺทราโค, โสเยว ปริโภโค สจฺฉนฺทราคปริโภโค, ตํ. เอกํ กตฺวาติ สมานํ กตฺวา. ฆเฏนฺโต วิย ปาปกํ ทิฏฺฐิคตํ อุปฺปาเทตฺวาติ โยชนา. กึสทฺโท ครหตฺโถ, กสฺมา ภควตา ปฐมปาราชิกํ ปญฺญตฺตํ, น ปญฺญาเปตพฺพนฺติ อตฺโถ. มหาสมุทฺทํ พนฺธนฺโต ยถา อกตฺตพฺพํ กโรติ, ตถา ปฐมปาราชิกํ ปญฺญเปนฺโต ภควา อปญฺญตฺตํ ปญฺญเปตีติ อธิปฺปาโย. เอตฺถาติ ปฐมปาราชิเก. อาสนฺติ ภพฺพาสํ. อาณาจกฺเกติ อาณาสงฺขาเต จกฺเก.
อฏฺฐิเยว อฏฺฐิกํ กุจฺฉิตตฺเถน, กุจฺฉิตตฺเถ หิ โก. อฏฺฐิกเมว ขโล นีจฏฺเฐน ลามกฏฺเฐนาติ อฏฺฐิกงฺขโล นิคฺคหีตาคมํ กตฺวา. เตน อุปมา สทิสาติ อฏฺฐิกงฺขลูปมา. ‘‘อฏฺฐี’’ติ จ ‘‘กงฺขล’’นฺติ จ ปทํ คเหตฺวา วณฺเณนฺติ อาจริยา (สารตฺถ. ฏี. ปาจิตฺติย ๓.๔๑๗; วิ. วิ. ฏี. ปาจิตฺติย ๒.๔๑๗; ม. นิ. อฏฺฐ. ๒.๔๒; ม. นิ. ฏี. ๓.๔๒). องฺคารกาสูปมาติ องฺคารราสิสทิสา, องฺคาเรหิ วา ปริปุณฺณา อาวาฏสทิสา. อสิสูนูปมาติ เอตฺถ อสีติ ขคฺโค. โส หิ อสเต ขิปเต อเนนาติ ‘‘อสี’’ติ วุจฺจติ. สูนาติ อธิโกฏฺฏนํ. ตญฺหิ สุนติ สญฺจุณฺณภาวํ คจฺฉติ เอตฺถาติ ‘‘สูนา’’ติ วุจฺจติ. อสินา สูนาติ อสิสูนา, ตาย อุปมา สทิสาติ อสิสูนูปมา. สตฺติสูลูปมาติ สตฺติยา จ สูเลน จ สทิสา. เอตฺถาติ อิมิสฺสํ อฏฺฐกถายํ. มชฺฌิมฏฺฐกถายํ อลคทฺทูปมสุตฺเต (ม. นิ. อฏฺฐ. ๑.๒๓๔ อาทโย) คเหตพฺโพ. เอวํสทฺทโขสทฺทานมนฺตเร วิยสทฺทสฺส พฺยาเทสภาวํ ทสฺเสตุํ วุตฺตํ ‘‘เอวํ วิย โข’’ติ. อฏฺฐมํ.
๙. อุกฺขิตฺตสมฺโภคสิกฺขาปทํ
๔๒๔. นวเม อนุธมฺมสฺส สรูปํ ทสฺเสตุํ วุตฺตํ ‘‘อนุโลมวตฺตํ ทิสฺวา กตา โอสารณา’’ติ. อิมินา อนุโลมวตฺตํ ทิสฺวา กโต โอสารณสงฺขาโต ธมฺโม อนุธมฺโมติ ทสฺเสติ. โอสารณาติ ปเวสนา. เตเนวาติ อุกฺขิตฺตกสฺส อกฏานุธมฺมตฺตา เอว. อสฺสาติ ‘‘อกฏานุธมฺเมนา’’ติ ปทสฺส.
ททโต วา คณฺหโต วาติ วาสทฺโท อนิยมวิกปฺปตฺโถติ. นวมํ.
๑๐. กณฺฏกสิกฺขาปทํ
๔๒๘. ทสเม อริฏฺฐสฺส อุปฺปนฺนํ วิย เอตสฺสาปิ อุปฺปนฺนนฺติ โยชนา. อุมฺมชฺชนฺตสฺสาติ มนสิกโรนฺตสฺส. สํวาสสฺส นาสนา สํวาสนาสนา. ลิงฺคสฺส นาสนา ลิงฺคนาสนา. ทณฺฑกมฺเมน นาสนา ทณฺฑกมฺมนาสนา. ตตฺถาติ ติวิธาสุ นาสนาสุ. ทูสโก…เป… นาเสถาติ เอตฺถ อยํ นาสนา ลิงฺคนาสนา นามาติ โยชนา. อยนฺติ ทณฺฑกมฺมนาสนา. อิธาติ อิมสฺมึ สิกฺขาปเท, ‘‘นาเสตู’’ติ ปเท วา. ตตฺถาติ ปุริมวจนาเปกฺขํ, ‘‘เอวญฺจ ปน ภิกฺขเว’’ติ อาทิวจเนติ อตฺโถ. ปิเรติ อามนฺตนปทํ ปรสทฺเทน สมานตฺถนฺติ อาห ‘‘ปรา’’ติ. ‘‘อมฺหากํ อนชฺฌตฺติกภูต’’อิติ วา ‘‘อมฺหากํ ปจฺจนีกภูต’’ อิติ วา อตฺโถ ทฏฺฐพฺโพ. ‘‘อมามก’’อิติปเทน ‘‘ปร’’อิติปทสฺส อธิปฺปายตฺถํ ทสฺเสติ. อเมฺห นมมายก, อเมฺหหิ วา นมมายิตพฺพ อิติ อตฺโถ. ‘‘อมฺหามก’’อิติปิ หการยุตฺโต ปาโฐ. อเมฺหหิ อามกอิติ อตฺโถ. ยตฺถาติ ยสฺมึ ฐาเน. เตติ อุปโยคตฺเถ สามิวจนํ, ตนฺติ อตฺโถ. ตว รูปสทฺเท วาติ สมฺพนฺโธ. น ปสฺสามาติ น ปสฺสาม, น สุณาม.
๔๒๙. เตนาติ สามเณเรน. ‘‘การาเปยฺยา’’ติ ปเท การิตกมฺมนฺติ. ทสมํ.
สปฺปาณกวคฺโค สตฺตโม.