๖. สุราปานวคฺโค

๑. สุราปานสิกฺขาปท-อตฺถโยชนา

๓๒๖. สุราปานวคฺคสฺส ปฐเม ภทฺทา วติ เอตฺถาติ ภทฺทวติกาติ จ, ภทฺทา วติ ภทฺทวติ, สา เอตฺถ อตฺถีติ ภทฺทวติกาติ จ อตฺถํ ทสฺเสนฺโต อาห ‘‘โส’’ติอาทิ. โสติ คาโม ลภีติ สมฺพนฺโธ. ปถํ คจฺฉนฺตีติ ปถาวิโนติ กเต อทฺธิกาเยวาติ อาห ‘‘อทฺธิกา’’ติ. อทฺธํ คจฺฉนฺตีติ อทฺธิกา. ‘‘ปถิกา’’ติปิ ปาโฐ, อยเมวตฺโถ. ‘‘เตชสา เตช’’นฺติปทานิ สมฺพนฺธาเปกฺขานิ จ โหนฺติ, ปทานํ สมานตฺตา สมฺพนฺโธ จ สมาโนติ มญฺญิตุํ สกฺกุเณยฺยา จ โหนฺติ, ตสฺมา เตสํ สมฺพนฺธญฺจ ตสฺส อสมานตญฺจ ทสฺเสตุํ วุตฺตํ ‘‘อตฺตโน เตชสา นาคสฺส เตช’’นฺติ. ‘‘อานุภาเวนา’’ติอิมินา ปน เตชสทฺทสฺส อตฺถํ ทสฺเสติ. กโปตสฺส ปาโท กโปโต อุปจาเรน, ตสฺส เอโส กาโปโต, วณฺโณ. กาโปโต วิย วณฺโณ อสฺสาติ กาโปติกาติ ทสฺเสนฺโต อาห ‘‘กโปตปาทสมวณฺณรตฺโตภาสา’’ติ. ปสนฺนสทฺทสฺส ปสาทสทฺธาทโย นิวตฺเตตุํ ‘‘สุรามณฺฑสฺเสตํ อธิวจน’’นฺติ วุตฺตํ. ปญฺจาภิญฺญสฺส สโตติ ปญฺจาภิญฺญสฺส สมานสฺส สาคตสฺสาติ โยชนา.

๓๒๘. ‘‘มธุกปุปฺผาทีนํ รเสน กโต’’ติอิมินา ปุปฺผานํ รเสน กโต อาสโว ปุปฺผาสโวติ วจนตฺถํ ทสฺเสติ. เอส นโย ‘‘ผลาสโว’’ติอาทีสุปิ. สุราเมรยานํ วิเสสํ ทสฺเสตุํ วุตฺตํ ‘‘สุรา นามา’’ติอาทิ. ปิฏฺฐกิณฺณปกฺขิตฺตาติ ปิฏฺเฐน จ กิณฺเณน จ ปกฺขิตฺตา กตา วารุณีติ สมฺพนฺโธ. กิณฺณาติ จ สุราย พีชํ. ตญฺหิ กิรนฺติ นานาสมฺภารานิ มิสฺสีภวนฺติ เอตฺถาติ กิณฺณาติ วุจฺจติ. ตสฺสาเยว มณฺเฑติ โยชนา. สุรนามเกน เอเกน วนจรเกน กตาติ สุรา. มทํ ชเนตีติ เมรยํ.

๓๒๙. โลณโสวีรกนฺติ เอวํนามกํ ปานํ. สุตฺตนฺติปิ เอวเมว. ตสฺมินฺติ สูปสํปาเก. เตลํ ปน ปจนฺตีติ สมฺพนฺโธ. นตฺถิ ติขิณํ มชฺชํ เอตฺถาติ อติขิณมชฺชํ, อติขิณมชฺเช ตสฺมึเยว เตเลติ อตฺโถ. ยํ ปนาติ เตลํ ปน. ติขิณํ มชฺชํ อิมสฺส เตลสฺสาติ ติขิณมชฺชํ. ยตฺถาติ เตเล. อริฏฺโฐติ เอวํนามกํ เภสชฺชํ. ตนฺติ อริฏฺฐํ, ‘‘สนฺธายา’’ติปเท อวุตฺตกมฺมํ. เอตนฺติ ‘‘อมชฺชํ อริฏฺฐ’’นฺติวจนํ, ‘‘วุตฺต’’นฺติปเท วุตฺตกมฺมนฺติ. ปฐมํ.

๒. องฺคุลิปโตทกสิกฺขาปทํ

๓๓๐. ทุติเย องฺคุลีหิ ปตุชฺชนํ องฺคุลิปโตโท, โสเยว องฺคุลิปโตทโกติ ทสฺเสนฺโต อาห ‘‘องฺคุลีหี’’ติอาทิ. อุตฺตนฺโตติ อวตปนฺโต. อวตปนฺโตติ จ อตฺถโต กิลมนฺโตเยวาติ อาห ‘‘กิลมนฺโต’’ติ. กิลมนฺโต หุตฺวาติ โยชนา. อสฺสาสคหเณน ปสฺสาโสปิ คเหตพฺโพติ อาห ‘‘อสฺสาสปสฺสาสสญฺจาโร’’ติ. ตมฺปีติ ภิกฺขุนิมฺปีติ. ทุติยํ.

๓. หสธมฺมสิกฺขาปทํ

๓๓๕. ตติเย ปกาเรน กรียติ ฐปียตีติ ปกตํ ปญฺญตฺตนฺติ ทสฺเสนฺโต อาห ‘‘ยํ ภควตา’’ติอาทิ. ยนฺติ สิกฺขาปทํ.

๓๓๖. หสสงฺขาโต ธมฺโม สภาโว หสธมฺโมติ วุตฺเต อตฺถโต กีฬิกาเยวาติ อาห ‘‘กีฬิกา วุจฺจตี’’ติ.

๓๓๗. โคปฺผกานนฺติ จรณคณฺฐิกานํ. เต หิ ปาเท ปาทํ ฐปนกาเล อญฺญมญฺญูปริ ฐปนโต โคปียนฺตีติ โคปฺผา, เต เอว โคปฺผกาติ วุจฺจนฺติ. ปาทสฺส หิ อุปริ ปาทํ ฐปนกาเล เอกสฺส อุปริ เอโก น ฐเปตพฺโพ. เตนาห ภควา ‘‘ปาเท ปาทํ อจฺจาธายา’’ติ (ที. นิ. ๒.๑๙๖; ม. นิ. ๑.๔๒๓; อ. นิ. ๓.๑๖). โอฏฺฐโช ทุติโย. โอโรหนฺตสฺส ภิกฺขุโนติ สมฺพนฺโธ.

๓๓๘. ผิยาริตฺตาทีหีติ อาทิสทฺเทน ลงฺการาทโย สงฺคณฺหาติ. เกจิ วทนฺตีติ สมฺพนฺโธ. ปตนุปฺปตนวาเรสูติ ปตนวาร อุปฺปตนวาเรสุ. ตตฺถาติ ตสฺสํ ขิตฺตกถลายํ. หีติ สจฺจํ, ยสฺมา วา. ฐเปตฺวา กีฬนฺตสฺสาติ สมฺพนฺโธ. ลิขิตุํ วฏฺฏติ กีฬาธิปฺปายสฺส วิรหิตตฺตาติ อธิปฺปาโย. กีฬาธิปฺปาเยน อตฺถโชตกํ อกฺขรํ ลิขนฺตสฺสาปิ อาปตฺติเยวาติ วทนฺติ. เอตฺถาติ อิมสฺมึ สิกฺขาปเทติ. ตติยํ.

๔. อนาทริยสิกฺขาปทํ

๓๔๒. จตุตฺเถ ธมฺโม นาม ตนฺติเยวาติ อาห ‘‘ตนฺตี’’ติ. ปเวณีติ ตสฺเสว เววจนํ. ‘‘ตํ วา น สิกฺขิตุกาโม’’ติ เอตฺถ ตํสทฺทสฺส อตฺถมาวิกาตุํ วุตฺตํ ‘‘เยน ปญฺญตฺเตนา’’ติ. วินเย อปญฺญตฺตํ สนฺธาย วุตฺตํ ‘‘อปญฺญตฺเตนา’’ติ อาห ‘‘สุตฺเต วา อภิธมฺเม วา อาคเตนา’’ติ.

๓๔๔. ปเวณิยาติ อุปาลิอาทิกาย อาจริยปรมฺปรสงฺขาตาย ตนฺติยา. กุรุนฺทิยํ วุตฺตนฺติ สมฺพนฺโธ. มหาปจฺจริยํ วุตฺตนฺติ สมฺพนฺโธ. ตํ สพฺพนฺติ กุรุนฺทิวาทมหาปจฺจริวาทสงฺขาตํ สพฺพํ ตํ วจนํ. ปเวณิยา อาคเตติ ปเวณิยา อาคตสงฺขาเต มหาอฏฺฐกถาวาเทติ. จตุตฺถํ.

๓๔๕. ปญฺจเม มนุสฺสวิคฺคเหติ มนุสฺสวิคฺคหปาราชิเกติ. ปญฺจมํ.

๖. โชติสิกฺขาปทํ

๓๕๐. ฉฏฺเฐ ชนปทสฺส นามตฺตา พหุวจนวเสน ‘‘ภคฺเคสู’’ติ ปาฬิยํ วุตฺตํ. สุสุมารสณฺฐาโน ปพฺพตสงฺขาโต คิริ เอตฺถาติ สุสุมารคิริ, เอตสฺส วา มาปิตกาเล สุสุมาโร คิรติ สทฺทํ นิคฺคิรติ เอตฺถาติ สุสุมารคิรีติ อตฺถมนเปกฺขิตฺวา วุตฺตํ ‘‘นครสฺส นาม’’นฺติ. ตํ ปนาติ วนํ ปน. ‘‘มิคาน’’นฺติอาทินา มิคานํ อภโย ทียติ เอตฺถาติ มิคทาโยติ อตฺถํ ทสฺเสติ.

๓๕๒. ‘‘โชติเก’’ติปทสฺส โชติสฺส อคฺคิสฺส กรณํ โชติกนฺติ ทสฺเสตุํ วุตฺตํ ‘‘โชติกรเณ’’ติ.

๓๕๔. ‘‘สมาทหิตุกามตายา’’ติปทํ ‘‘อรณิสณฺฐาปนโต’’ติปเท เหตุ. ชาลาติ สิขา. สา หิ ชลติ ทิพฺพตีติ ชาลาติ วุจฺจติ.

ปติลาตํ อุกฺขิปตีติ เอตฺถ ‘‘ปติตาลาต’’นฺติ วตฺตพฺเพ ตการโลปํ กตฺวา สนฺธิวเสน ปติลาตนฺติ วุตฺตนฺติ อาห ‘‘อลาตํ ปติตํ อุกฺขิปตี’’ติ. อลาตนฺติ อุมฺมุกฺกํ. ตญฺหิ อาทิตฺตํ หุตฺวา อติอุณฺหตฺตา น ลาตพฺพํ น คณฺหิตพฺพนฺติ อลาตนฺติ วุจฺจติ. อวิชฺฌาตนฺติ ฌายนโต ฑยฺหนโต อวิคตํ อลาตนฺติ สมฺพนฺโธ. ฌายนํ ฑยฺหนํ ฌาตํ, วิคตํ ฌาตํ อิมสฺสาลาตสฺสาติ วิชฺฌาตํ.

๓๕๖. ปทีปาทีนีติ ปทีปโชติกาทีนิ. ตตฺถาติ ตาสุ ทุฏฺฐวาฬมิคอมนุสฺสสงฺขาตาสุ อาปทาสุ นิมิตฺตภูตาสุ. นิมิตฺตตฺเถ เจตํ ภุมฺมวจนนฺติ. ฉฏฺฐํ.

๗. นหานสิกฺขาปทํ

๓๖๖. สตฺตเม ปารํ คจฺฉนฺโต น เกวลํ สอุทกาย นทิยา เอว นฺหายิตุํ วฏฺฏติ, สุกฺขาย นทิยาปิ วฏฺฏตีติ ทสฺเสนฺโต อาห ‘‘สุกฺขายา’’ติอาทิ. อุกฺกิริตฺวาติ วิยูหิตฺวา. อาวาฏาเยว ขุทฺทกฏฺเฐน อาวาฏกา, เตสูติ. สตฺตมํ.

๘. ทุพฺพณฺณกรณสิกฺขาปทํ

๓๖๘. อฏฺฐเม อลภีติ ลโภติ วจนตฺเถ อปจฺจยํ กตฺวา ณปจฺจยสฺส สฺวตฺถภาวํ ทสฺเสตุํ วุตฺตํ ‘‘ลโภเยว ลาโภ’’ติ. อปจฺจยมกตฺวา ปกติยา ณปจฺจโยปิ ยุตฺโตเยวาติ ทฏฺฐพฺพํ. สทฺทนฺตโรปิ อตฺถนฺตราภาวา สมาโส โหตีติ อาห ‘‘นวจีวรลาเภนาติ วตฺตพฺเพ’’ติ. อนุนาสิกโลปนฺติ ‘‘นว’’นฺติ เอตฺถ นิคฺคหีตสฺส วินาสํ. นิคฺคหีตญฺหิ นาสํ อนุคตตฺตา ‘‘อนุนาสิก’’นฺติ วุจฺจติ, ตสฺส อทสฺสน, มกตฺวาติ อตฺโถ. มชฺเฌ ฐิตปททฺวเยติ ‘‘นว’’นฺติ จ ‘‘จีวรลาเภนา’’ติ จ ทฺวินฺนํ ปทานมนฺตเร ‘‘ฐิเต ปนา’’ติ จ ‘‘ภิกฺขุนา’’ติ จ ปททฺวเย. นิทฺธารเณ เจตํ ภุมฺมวจนํ. นิปาโตติ นิปาตมตฺตํ. อลภีติ ลโภติ วจนตฺถสฺส อภิเธยฺยตฺถํ ทสฺเสตุํ ‘‘ภิกฺขุนา’’ติ วุตฺตนฺติ อาห ‘‘ภิกฺขุนา’’ติอาทิ. ปทภาชเน ปน วุตฺตนฺติ สมฺพนฺโธ. ยนฺติ ยํ จีวรํ. ‘‘จีวร’’นฺติ เอตฺถ จีวรสรูปํ ทสฺเสนฺโต อาห ‘‘ยํ นิวาเสตุํ วา’’ติอาทิ. จมฺมการนีลนฺติ จมฺมการานํ ติผเล ปกฺขิตฺตสฺส อยคูถสฺส นีลํ. มหาปจฺจริยํ วุตฺตนฺติ สมฺพนฺโธ. ทุพฺพณฺโณ กรียติ อเนนาติ ทุพฺพณฺณกรณํ, กปฺปพินฺทุนฺติ อาห ‘‘กปฺปพินฺทุํ สนฺธายา’’ติ. อาทิยนฺเตน ภิกฺขุนา อาทาตพฺพนฺติ สมฺพนฺโธ. โกเณสูติ อนฺเตสุ. วาสทฺโท อนิยมวิกปฺปตฺโถ. อกฺขิมณฺฑลมตฺตํ วาติ อกฺขิมณฺฑลสฺส ปมาณํ วา กปฺปพินฺทูติ สมฺพนฺโธ. ปฏฺเฏ วาติ อนุวาตปฏฺเฏ วา. คณฺฐิยํ วาติ คณฺฐิกปฏฺเฏ วา. ปาฬิกปฺโปติ เทฺว วา ติสฺโส วา ตโต อธิกา วา พินฺทุอาวลี กตฺวา กโต กปฺโป. กณฺณิกกปฺโปติ กณฺณิกํ วิย พินฺทุโคจฺฉกํ กตฺวา กโต กปฺโป. อาทิสทฺเทน อคฺฆิยกปฺปาทโย สงฺคณฺหาติ. สพฺพตฺถาติ สพฺพาสุ อฏฺฐกถาสุ. เอโกปิ พินฺทุ วฏฺโฏเยว วฏฺฏตีติ อาห ‘‘เอกํ วฏฺฏพินฺทุ’’นฺติ.

๓๗๑. อคฺคฬาทีนีติ อาทิสทฺเทน อนุวาตปริภณฺเฑ สงฺคณฺหาตีติ. อฏฺฐมํ.

๙. วิกปฺปนสิกฺขาปทํ

๓๗๔. นวเม ตสฺสาติ เอตฺถ ตสทฺทสฺส วิสโย จีวรสามิโกเยวาติ อาห ‘‘จีวรสามิกสฺสา’’ติ. ทุติยสฺส ตสทฺทสฺส วิสโย วินยธโรเยวาติ อาห ‘‘เยนา’’ติอาทิ. ‘‘อวิสฺสาสนฺโต’’ติปทสฺส กิริยาวิเสสนภาวํ ทสฺเสตุํ วุตฺตํ ‘‘อวิสฺสาเสนา’’ติ. เตนาติ วินยธเรนาติ. นวมํ.

๑๐. จีวราปนิธานสิกฺขาปทํ

๓๗๗. ทสเม ‘‘อปเนตฺวา’’ติอิมินา อปอิตฺยูปสคฺคสฺส อตฺถํ ทสฺเสติ. นิเธนฺตีติ นิคูหิตฺวา ฐเปนฺติ. หสาธิปฺปาโยติ หสํ, หสนตฺถาย วา อธิปฺปาโย. ปริกฺขารสฺส สรูปํ ทสฺเสตุํ วุตฺตํ ‘‘ปตฺตตฺถวิกาทิ’’นฺติ. ปตฺตสฺส ปาฬิยมาคตตฺตา ปตฺตสฺส ถวิกาติ อตฺโถเยว คเหตพฺโพ, น ปตฺโต จ ถวิกา จาติ. ‘‘สมเณน นามา’’ติปทํ ‘‘ภวิตุ’’นฺติปเท ภาวกตฺตาติ. ทสมํ.

สุราปานวคฺโค ฉฏฺโฐ.