๖. จาริตฺตสิกฺขาปทํ

๒๙๔. ฉฏฺเฐ กสฺมา เตหิ ‘‘เทถาวุโส ภตฺต’’นฺติ วุตฺตํ, นนุ ภิกฺขูนํ เอวํ วตฺตุํ น วฏฺฏตีติ อาห ‘‘เอตฺถ ตํ กิรา’’ติอาทิ. ตสฺมาติ ยสฺมา อภิหฏํ อโหสิ, ตสฺมา.

๒๙๕. อิทํ ปน วจนํ อาหาติ สมฺพนฺโธ. ปสาทญฺญถตฺตนฺติ ปสาทสฺส อญฺเญนากาเรน ภาโว. นนฺติ ขาทนียํ. ‘‘คเหตฺวา อาคมํสู’’ติอิมินา ‘‘อุสฺสาริยิตฺถา’’ติ เอตฺถ อุการสฺส อุคฺคหตฺถตญฺจ สรธาตุสฺส คตฺยตฺถตญฺจ อชฺชตนิญุํวิภตฺติยา ตฺถตฺตญฺจ ทสฺเสติ, อุคฺคเหตฺวา สารึสุ อคมํสูติ อตฺโถ.

๒๙๘. ยตฺถาติ ยสฺมึ ฐาเน. ฐิตสฺส ภิกฺขุโน จิตฺตํ อุปฺปนฺนนฺติ โยชนา. ตโตติ จิตฺตุปฺปนฺนโต. ยนฺติ ภิกฺขุํ. ปกติวจเนนาติ อุจฺจาสทฺทมกตฺวา ปวตฺเตน สภาววจเนน. อนฺโตวิหาเรติ วจนสฺส อติสมฺพาธตฺตา อยุตฺตภาวํ มญฺญมาโน อาห ‘‘อปิ จ อนฺโตอุปจารสีมายา’’ติ.

๓๐๒. คามสฺส อนฺตเร อาราโม ติฏฺฐตีติ อนฺตราราโม วิหาโร, ตํ คจฺฉตีติ ทสฺเสนฺโต อาห ‘‘อนฺโตคาเม’’ติอาทีติ. ฉฏฺฐํ.