๘. นาวาภิรุหนสิกฺขาปทํ
๑๘๘. อฏฺฐเม สห อญฺญมญฺญํ ถวนํ อภิตฺถวนํ สนฺถโว, สงฺคโมติ วุตฺตํ โหติ. มิตฺตภาเวน สนฺถโว มิตฺตสนฺถโว, โลเกหิ อสฺสาเทตพฺโพ จ โส มิตฺตสนฺถโว เจติ โลกสฺสาทมิตฺตสนฺถโว, ตสฺส วโส ปภู, เตน วา อายตฺโตติ โลกสฺสาทมิตฺตสนฺถววโส, เตน. อุทฺธํ คจฺฉตีติ อุทฺธํคามินีติ ทสฺเสนฺโต อาห ‘‘อุทฺธ’’นฺติอาทิ. อุทฺธนฺติ จ อิธ ปฏิโสโต. เตนาห ‘‘นทิยา ปฏิโสต’’นฺติ. ‘‘อุทฺธํคามินิ’’นฺติมาติกาปทํ ‘‘อุชฺชวนิกายา’’ติปทภาชนิยา สํสนฺเทนฺโต อาห ‘‘ยสฺมา ปนา’’ติอาทิ. โยติ ภิกฺขุ. อุทฺธํ ชวนโตติ ปฏิโสตํ คมนโต. เตนาติ เตน เหตุนา. อสฺสาติ ‘‘อุทฺธํคามินิ’’นฺติปทสฺส. อนุโสตํ อิธ อโธ นามาติ อาห ‘‘อนุโสต’’นฺติ. อสฺสปีติ ปิสทฺโท ปุริมาเปกฺโข. ตตฺถาติ ‘‘อุทฺธํคามินึ วา อโธคามินึ วา’’ติวจเน. ยนฺติ นาวํ หรนฺตีติ สมฺพนฺโธ. สมฺปฏิปาทนตฺถนฺติ สมฺมา ปฏิมุขํ ปาทนตฺถํ, อุชุปชฺชาปนตฺถนฺติ อตฺโถ. เอตฺถาติ นาวายํ. ‘‘ฐเปตฺวา’’ติปทภาชนิมเปกฺขิตฺวา ‘‘อุปโยคตฺเถ นิสฺสกฺกวจน’’นฺติ อาห. ‘‘อญฺญตฺรา’’ติ มาติกาปเท อเปกฺขิเต นิสฺสกฺกตฺเถ นิสฺสกฺกวจนมฺปิ ยุชฺชเตว.
๑๘๙. เอกํ ตีรํ อคามกํ อรญฺญํ โหตีติ โยชนา. อทฺธโยชนคณนาย ปาจิตฺติยานิ โหนฺตีติ สมฺพนฺโธ. มชฺเฌน คมเนปีติ ปิสทฺโท อคามกอรญฺญตีรปสฺเสน คมเน กา นาม กถาติ ทสฺเสติ. น เกวลํ นทิยาติ เกวลํ นทิยา เอว อนาปตฺติ นาติ โยชนา, อญฺเญสุปิ สมุทฺทาทีสุ อนาปตฺตีติ อธิปฺปาโย. โยปิ ภิกฺขุ คจฺฉตีติ สมฺพนฺโธ. หีติ สจฺจํ, ยสฺมา วา.
๑๙๑. กาลวิสงฺเกโต, ติตฺถวิสงฺเกโต, นาวาวิสงฺเกโตติ ติวิโธ วิสงฺเกโต. ตตฺถ กาลวิสงฺเกเตน อนาปตฺตึ สนฺธาย ‘‘วิสงฺเกเตน อภิรุหนฺตี’’ติ วุตฺตํ. อญฺเญน วิสงฺเกเตน อาปตฺติเยว, ตมตฺถํ ทสฺเสนฺโต อาห ‘‘อิธาปี’’ติอาทีติ. อฏฺฐมํ.