๖. จีวรสิพฺพนสิกฺขาปทํ
๑๗๕. ฉฏฺเฐ อุทายีติ เอตฺถ มหาอุทายี, กาฬุทายี, ลาฬุทายีติ ตโย อุทายี โหนฺติ. เตสุ ตติโยวาธิปฺเปโตติ อาห ‘‘ลาฬุทายี’’ติ. ปภาเวน ฐาติ ปวตฺตตีติ ปฏฺโฐติ กเต ปฏิพโลว ลพฺภติ. เตนาห ‘‘ปฏิพโล’’ติ. นิปุโณติ กุสโล. ‘‘ปฏิภาเนน กตจิตฺต’’นฺติอิมินา ‘‘ปฏิภานจิตฺต’’นฺติ ปทสฺส มชฺเฌ ปทโลปํ ทสฺเสติ. โสติ ลาฬุทายี อกาสีติ สมฺพนฺโธ. ตสฺสาติ จีวรสฺส. ‘‘ยถาสํหฏ’’นฺติ เอตฺถ เอวสทฺโท อชฺฌาหริตพฺโพติ อาห ‘‘ยถาสํหฏเมวา’’ติ.
๑๗๖. ยํ จีวรํ นิวาสิตุํ วา ปารุปิตุํ วา สกฺกา โหติ, ตํ จีวรํ นามาติ โยชนา. เอวํ หีติ เอวเมว. ‘‘ทุกฺกฏ’’นฺติอิมินา ‘‘สยํ สิพฺพติ, อาปตฺติ ปาจิตฺติยสฺสา’’ติ เอตฺถ อนฺตราปตฺตึ ทสฺเสติ. อาราติ สูจิ. สา หิ อรติ นิสฺสงฺควเสน คจฺฉติ ปวิสตีติ ‘‘อารา’’ติ วุจฺจติ, ตสฺสา ปโถ คมนํ อาราปโถ, ตสฺมึ, อาราปถสฺส นีหรณาวสานตฺตา ‘‘นีหรเณ’’ติ วุตฺตํ. สตกฺขตฺตุมฺปีติ อเนกกฺขตฺตุมฺปิ. อาณตฺโตติ อาณาปียตีติ อาณตฺโต. ‘‘อาณาปิโต’’ติ วตฺตพฺเพ ณาเปสทฺทสฺส โลปํ, อิการสฺส จ อการํ กตฺวา, ‘‘อาทตฺเต’’ติ อาขฺยาตปเท เตวิภตฺติยา วิย ตปจฺจยสฺส จ ทฺวิภาวํ กตฺวา เอวํ วุตฺตํ. เตนาห ‘‘สกึ จีวรํ สิพฺพาติ วุตฺโต’’ติ. อถ ปนาติ ตโต อญฺญถา ปน. อาณตฺตสฺสาติ อาณาปิตสฺส. สมฺพหุลานิปิ ปาจิตฺติยานิ โหนฺตีติ สมฺพนฺโธ.
เยปิ นิสฺสิตกา สิพฺพนฺตีติ โยชนา, อาจริยุปชฺฌาเยสุ สิพฺพนฺเตสูติ สมฺพนฺโธ. เตสนฺติ อาจริยุปชฺฌายานํ. เตสมฺปีติ นิสฺสิตกานมฺปิ. ญาติกานํ ภิกฺขุนีนํ จีวรนฺติ สมฺพนฺโธ. ‘‘อนฺเตวาสิเกหี’’ติปทํ ‘‘สิพฺพาเปนฺตี’’ติปเท การิตกมฺมํ. ตตฺราปีติ อาจริยุปชฺฌาเยหิ สิพฺพาปเนปิ. ‘‘อนฺเตวาสิเก’’ติปทํ ‘‘วญฺเจตฺวา’’ติปเท สุทฺธกมฺมํ, ‘‘สิพฺพาเปนฺตี’’ติปเท การิตกมฺมํ. อิตเรสนฺติ อาจริยุปชฺฌายานนฺติ. ฉฏฺฐํ.