๒. อตฺถงฺคตสิกฺขาปทํ

๑๕๓. ทุติเย ปริยายสทฺโท วารตฺโถติ อาห ‘‘วาเรนา’’ติ. วาโรติ จ อนุกฺกโมเยวาติ อาห ‘‘ปฏิปาฏิยาติ อตฺโถ’’ติ. อธิกํ จิตฺตํ อิมสฺสาติ อธิเจโตติ ทสฺเสนฺโต อาห ‘‘อธิจิตฺตวโต’’ติอาทิ. อธิจิตฺตํ นาม อิธ อรหตฺตผลจิตฺตเมว, น วิปสฺสนาปาทกภูตํ อฏฺฐสมาปตฺติจิตฺตนฺติ อาห ‘‘อรหตฺตผลจิตฺเตนา’’ติ. ‘‘อธิจิตฺตสิกฺขา’’ติอาทีสุ (ปารา. ๔๕; ที. นิ. ๓.๓๐๕; ม. นิ. ๑.๔๙๗; อ. นิ. ๖.๑๐๕; มหานิ. ๑๐) หิ วิปสฺสนาปาทกภูตํ อฏฺฐสมาปตฺติจิตฺตํ ‘‘อธิจิตฺต’’นฺติ วุจฺจติ. น ปมชฺชโตติ น ปมชฺชนฺตสฺส. สาตจฺจกิริยายาติ สตตกรเณน. อุโภ โลเก มุนติ ชานาตีติ มุนีติ จ, โมนํ วุจฺจติ ญาณํ มุนนฏฺเฐน ชานนตฺเถน, ตมสฺสตฺถีติ มุนีติ จ ทสฺเสนฺโต อาห ‘‘มุนิโนตี’’ติอาทิ. ตตฺถ ‘‘โย มุนติ…เป… มุนเนน วา’’ติอิมินา ปฐมตฺถํ ทสฺเสติ, ‘‘โมนํ วุจฺจติ…เป… วุจฺจตี’’ติอิมินา ทุติยตฺถํ ทสฺเสติ. มุน คติยนฺติ ธาตุปาเฐสุ (สทฺทนีติธาตุมาลายํ ๑๕ ปการนฺตธาตุ) วุตฺตตฺตา ‘‘โย มุนตี’’ติ เอตฺถ ภูวาทิคณิโก มุนธาตุเยว, น กียาทิคณิโก มุธาตูติ ทฏฺฐพฺพํ. อถ วา มุน ญาเณติ ธาตุปาเฐสุ (สทฺทนีติธาตุมาลายํ ๑๗ กิยาทิคณิก) วุตฺตตฺตา ‘‘มุนาตี’’ติ กียาทิคณิโกว. ธาตฺวนฺตนการโลโปติ ทฏฺฐพฺพํ. ‘‘โมนํ วุจฺจติ ญาณ’’นฺติ เจตฺถ ญาณํ นาม อรหตฺตญาณเมว. โมนสฺส ปโถ โมนปโถติ วุตฺเต สตฺตตึส โพธิปกฺขิยธมฺมาว อธิปฺเปตาติ อาห ‘‘สตฺตตึสโพธิปกฺขิยธมฺเมสู’’ติ. อถ วา อธิสีลสิกฺขาทโย อธิปฺเปตาติ อาห ‘‘ตีสุ วา สิกฺขาสู’’ติ. ปุพฺพภาคปฏิปทนฺติ อรหตฺตญาณสฺส ปุพฺพภาเค ปวตฺตํ สีลสมถวิปสฺสนาสงฺขาตํ ปฏิปทํ. ปุพฺพภาเคติ อรหตฺตญาณสฺส ปุพฺพภาเค. เอตฺถาติ ‘‘อธิเจตโส…เป… สิกฺขโต’’ติ วจเน. ‘‘ตาทิโน’’ติปทํ ‘‘มุนิโน’’ติปเทน โยเชตพฺพนฺติ อาห ‘‘ตาทิสสฺส ขีณาสวมุนิโน’’ติ. เอตฺถาติ ‘‘โสกา น ภวนฺติ ตาทิโน’’ติ วจเน. ราคาทโย อุปสเมตีติ อุปสนฺโตติ ทสฺเสตุํ วุตฺตํ ‘‘ราคาทีน’’นฺติ. สติ อสฺสตฺถีติ สติมาติ กตฺวา มนฺตุสทฺโท นิจฺจโยคตฺโถติ อาห ‘‘สติยา อวิรหิตสฺสา’’ติ.

น กสียติ น วิเลขียตีติ อกาโส, โสเยว อากาโส. อนฺตเรน ฉิทฺเทน อิกฺขิตพฺโพติ อนฺตลิกฺโข. อากาโส หิ จตุพฺพิโธ อชฏากาโส, กสิณุคฺฆาฏิมากาโส, ปริจฺฉินฺนากาโส, รูปปริจฺเฉทากาโสติ. ตตฺถ อชฏากาโสว อิธาธิปฺเปโต ‘‘อนฺตลิกฺเข’’ติ วิเสสิตตฺตา. เตนาห ‘‘น กสิณุคฺฆาฏิเม, น ปน รูปปริจฺเฉเท’’ติ. ปริจฺฉินฺนากาโสปิ รูปปริจฺเฉทากาเสน สงฺคหิโต. ‘‘ม’’นฺติ ปทํ ‘‘อวมญฺญนฺตี’’ติ ปเท กมฺมํ. เอตฺตกเมวาติ เอตปฺปมาณํ ‘‘อธิเจตโส’’ติอาทิสงฺขาตํ วจนเมว, น อญฺญํ พุทฺธวจนนฺติ อตฺโถ. อยนฺติ จูฬปนฺถโก เถโร. หนฺทาติ วสฺสคฺคตฺเถ นิปาโต. มม อานุภาวํ ทสฺเสมิ, ตุเมฺห ปสฺสถ คณฺหถาติ อธิปฺปาโย. วุฏฺฐายาติ ตโต จตุตฺถชฺฌานโต วุฏฺฐหิตฺวา. อนฺตราปิ ธายตีติ เอตฺถ ปิสทฺทสฺส อฏฺฐานตฺถํ ทสฺเสนฺโต อาห ‘‘อนฺตรธายติปี’’ติ. เอเสว นโย ‘‘เสยฺยมฺปิ กปฺเปตี’’ติ เอตฺถปิ. เถโรติ จูฬปนฺถโก เถโร. อิทํ ปทํ อนฺตรนฺตรา ยุตฺตฏฺฐาเนสุ สมฺพนฺธิตฺวา ‘‘ตญฺเจว ภณตี’’ติอิมินา สมฺพนฺธิตพฺพํ. ภาตุเถรสฺสาติ เชฏฺฐกภาตุภูตสฺส มหาปนฺถกเถรสฺส.

ปทฺมนฺติ คาถายํ ตโย ปาทา อินฺทวชิรา, จตุตฺถปาโท อุเปนฺทวชิโร. ตสฺมา ปทฺมนฺติ เอตฺถ มกาเร ปเร ทุการุการสฺส โลปํ กตฺวา ปรกฺขรํ เนตฺวา ‘‘ปทฺม’’นฺติ ทฺวิภาเวน ลิขิตพฺพํ. อวีตคนฺธนฺติ เอตฺถ วีติ ทีฆุจฺจารณเมว ยุตฺตํ. ปงฺเก ทวติ คจฺฉตีติ ปทุมํ. โกกํ ทุคฺคนฺธสฺส อาทานํ นุทติ อปเนตีติ โกกนุทํ. สุนฺทโร คนฺโธ อิมสฺสาติ สุคนฺธํ. อยํ ปเนตฺถ โยชนา – ยถา โกกนุทสงฺขาตํ สุคนฺธํ ปาโต ปเคว พาลาตเปน ผุลฺลํ วิกสิตํ อวีตคนฺธํ หุตฺวา วิโรจมานํ ปทุมํ สิยา, ตถา องฺคีรสํ องฺคิโต สรีรโต นิจฺฉรณปภสฺสรรสํ หุตฺวา วิโรจมานภูตํ อนฺตลิกฺเข ตปนฺตํ อาทิจฺจํ อิว เตธาตุเก ตปนฺตํ สมฺมาสมฺพุทฺธํ ปสฺสาติ.

ปคุณนฺติ วาจุคฺคตํ. ตโตติ อสกฺกุเณยฺยโต. นนฺติ จูฬปนฺถกํ. เถโรติ มหาปนฺถโก เถโร นิกฺกฑฺฒาเปสีติ สมฺพนฺโธ. โสติ จูฬปนฺถโก. อถาติ ตสฺมึ กาเล. ภควา อาหาติ โยชนา. พุทฺธจกฺขุนาติ อาสยานุสยอินฺทฺริยปโรปริยตฺตญาณสงฺขาเตน สพฺพญฺญุพุทฺธานํ จกฺขุนา. ตนฺติ จูฬปนฺถกํ. ตสฺสาติ จูฬปนฺถกสฺส. อถาติ ตสฺมึ อาโรจนกาเล. อสฺสาติ จูฬปนฺถกสฺส, ทตฺวาติ สมฺพนฺโธ. รชํ มลํ หรติ อปเนตีติ รโชหรณํ, ปิโลติกขณฺฑํ. โสติ จูฬปนฺถโก. ตสฺสาติ ปิโลติกขณฺฑสฺส, ‘‘อนฺต’’นฺติปเท อวยวิสมฺพนฺโธ. ปริสุทฺธมฺปีติ ปิสทฺโท อปริสุทฺเธ ปิโลติกขณฺเฑ กา นาม กถาติ ทสฺเสติ. สํเวคนฺติ สนฺตาสํ ภยนฺติ อตฺโถ. อถาติ ตสฺมึ อารมฺภกาเล. อสฺสาติ จูฬปนฺถกสฺส. ‘‘ต’’นฺติปทํ ‘‘มมายนภาว’’นฺติปเทน สมฺพนฺธํ กตฺวา โยชนา กาตพฺพาติ. ทุติยํ.