๗. เสขิยกณฺฑํ

๑. ปริมณฺฑลวคฺค-อตฺถโยชนา

สิกฺขิตสิกฺเขน ตีสุ สิกฺขาสุ จตูหิ มคฺเคหิ สิกฺขิตสิกฺเขน ตาทินา อฏฺฐหิ โลกธมฺเมหิ อกมฺปิยฏฺเฐน ตาทินา, อิฏฺฐานิฏฺเฐสุ วา อวิการฏฺเฐน ตาทินา ภควตา ยานิ สิกฺขาปทานิ ‘‘เสขิยานี’’ติ ภาสิตานิ, ทานิ เตสมฺปิ สิกฺขาปทานํ อยมฺปิ วณฺณนากฺกโม ภวตีติ โยชนา.

๕๗๖. ตตฺถาติ เสขิยสิกฺขาปเทสุ, อตฺโถ เอวํ เวทิตพฺโพติ โยชนา. ‘‘สมนฺตโต’’ติอิมินา ปริตฺยูปสคฺคสฺสตฺถํ ทสฺเสติ. ‘‘นาภิมณฺฑลํ ชาณุมณฺฑล’’นฺติ เอตฺถ อุทฺธํสทฺโท จ อโธสทฺโท จ อชฺฌาหริตพฺโพติ อาห ‘‘อุทฺธ’’นฺติอาทิ. อฏฺฐงฺคุลมตฺตนฺติ ภาวนปุํสกํ, นิวาเสตพฺพนฺติ สมฺพนฺโธ. ตโตติ อฏฺฐงฺคุลมตฺตโต. ยถา ปฏิจฺฉนฺนํ โหติ, เอวํ นิวาเสนฺตสฺสาติ โยชนา. ตตฺริทํ ปมาณนฺติ ตสฺส นิวาสนสฺส อิทํ ปมาณํ. ตาทิสสฺสาติ ทีฆโต มุฏฺฐิปญฺจกสฺส ติริยํ อฑฺฒเตยฺยหตฺถสฺส นิวาสนสฺส. ชาณุมณฺฑลํ ปฏิจฺฉาทนตฺถํ วฏฺฏตีติ โยชนา. ตตฺถาติ จีวเรสุ. น ติฏฺฐตีติ วิรฬตฺตา น ติฏฺฐติ. ติฏฺฐตีติ ฆนตฺตา ติฏฺฐติ.

นิวาเสนฺตสฺส จาติเอตฺถ จสทฺโท อวธารณตฺโถ, นิวาเสนฺตสฺเสวาติ อตฺโถ. เกวลํ เอวํ นิวาเสนฺตสฺเสว ทุกฺกฏํ น โหติ, อถ โข ตถา นิวาเสนฺตสฺสาปิ ทุกฺกฏเมวาติ โยชนา. เย ปน นิวาสนโทสาติ สมฺพนฺโธ. อญฺเญติ ปุรโต จ ปจฺฉโต จ โอลมฺเพตฺวา นิวสนโต อญฺเญ. เต สพฺเพติ สพฺเพ เต นิวาสนโทสา. เอตฺถาติ อิมสฺมึ วิภงฺเค. ตตฺเถวาติ ขนฺธเกเยว.

อสญฺจิจฺจ นิวาเสนฺตสฺส อนาปตฺตีติ สมฺพนฺโธ. เอเสว นโย ‘‘อสติยา’’ติ เอตฺถาปิ. อชานนฺตสฺสาติ เอตฺถ อชานนํ ทุวิธํ นิวาสนวตฺตสฺส อชานนํ, อารูโฬฺหรูฬฺหภาวสฺส อชานนนฺติ. ตตฺถ อารูโฬฺหรูฬฺหภาวสฺส อชานนํ สนฺธาย วุตฺตํ ‘‘อชานนฺตสฺสา’’ติ ทสฺเสนฺโต อาห ‘‘อชานนฺตสฺสาติ เอตฺถา’’ติอาทิ. หีติ สจฺจํ. ตสฺสาติ นิวาสนวตฺตสฺส. อสฺสาติ ภิกฺขุโน. ตํ ปนาติ อาปตฺติโต อโมกฺขนํ ปน. ตสฺมาติ ยสฺมา ยุชฺชติ, ตสฺมา. โยติ ภิกฺขุ. กุรุนฺทิยํ วุตฺตนฺติ สมฺพนฺโธ. สุกฺขา ชงฺฆา อิมสฺสาติ สุกฺขชงฺโฆ. มหนฺตํ ปิณฺฑิกมํสํ อิมสฺสาติ มหาปิณฺฑิกมํโส. ตสฺสาติ ภิกฺขุสฺส.

วโณติ อรุ. ตญฺหิ วณติ คตฺตวิจุณฺณนํ กโรตีติ วโณติ วุจฺจติ. วาฬมิคา วา โจรา วาติ เอตฺถ วาสทฺโท อวุตฺตสมฺปิณฺฑนตฺโถ, เตน อญฺญาปิ อุทกจิกฺขลฺลาทโย อาปทา สงฺคยฺหนฺติ.

๕๗๗. อิธาติ อิมสฺมึ วิภงฺเค, สิกฺขาปเท วา. อุโภ กณฺเณติ ปุรโต จ ปจฺฉโต จ นิคฺคเต เทฺว กณฺเณ. อวิเสเสนาติ ‘‘อนฺตรฆเร’’ติ จ ‘‘อาราเม’’ติ จ วิเสสํ อกตฺวา สามญฺเญน. วิหาเรปีติ สงฺฆสนฺนิปาตพุทฺธุปฏฺฐานเถรุปฏฺฐานาทิกาลํ สนฺธาย วุตฺตํ.

๕๗๘. กาเยกเทเส กายสทฺโท วตฺตตีติ อาห ‘‘ชาณุมฺปิ อุรมฺปี’’ติ. ‘‘น สีสํ ปารุเตนา’’ติอิมินา ‘‘สุปฺปฏิจฺฉนฺเนนา’’ติปทสฺส อติพฺยาปิตโทสํ ปฏิกฺขิปติ. คณฺฐิกนฺติ ปาโส. โส หิ คนฺเถติ พนฺธตีติ วา, คนฺเถติ พนฺธติ เอตฺถาติ วา กตฺวา คนฺถิโกติ วุจฺจติ. นฺถการสฺส วาณฺฐกาเร กเต คณฺฐิโก, ตํ คณฺฐิกํ ปฏิมุญฺจิตฺวา. อุโภ กณฺเณติ จีวรสฺส เทฺว โกเณ. คลวาฏกโตติ เอตฺถ คโลติ กณฺโฐ. โส หิ ขชฺชโภชฺชเลยฺยเปยฺยสงฺขาตํ จตุพฺพิธํ อสนํ คลติ ปนฺโน หุตฺวา กุจฺฉิยํ ปตติ อิโตติ คโลติ วุจฺจติ. อาวาโฏเยว ขุทฺทกฏฺเฐน อาวาฏโก, ขุทฺทกตฺเถ โก. คเล ฐิโต อาวาฏโก คลวาฏโก. อการโต หิ อาการสฺส โลโป ‘‘ปป’’นฺติอาทีสุ (ชา. ๑.๑.๒) วิย. เอตฺถ หิ ปอาปนฺติ ปทจฺเฉโท, อการโต อาการสฺส จ โลโป. ปวทฺธํ อาปํ ปปํ, มหนฺตํ อุทกนฺติ อตฺโถ. สีสํ วิวริตฺวาติ สมฺพนฺโธ.

๕๗๙. วาสํ อุปคโตติ วา วาเสน อุปคโตติ วา อตฺถํ ปฏิกฺขิปนฺโต อาห ‘‘วาสตฺถาย อุปคตสฺสา’’ติ.

๕๘๐. หตฺถปาเท อกีฬนฺโต สุสํวุโต นามาติ ทสฺเสนฺโต อาห ‘‘หตฺถํ วา ปาทํ วา อกีฬาเปนฺโต’’ติ.

๕๘๒. โอกฺขิตฺตจกฺขูติ เอตฺถ โอสทฺโท เหฏฺฐาปริยาโยติ อาห ‘‘เหฏฺฐา ขิตฺตจกฺขู’’ติ. ‘‘หุตฺวา’’ติอิมินา กิริยาวิเสสนภาวํ ทสฺเสติ. ยุคยุตฺตโกติ ยุเค ยุตฺตโก. ทมิยิตฺถาติ ทนฺโต. อาภุโส ชานาติ การณาการณนฺติ อาชาเนยฺโย. เอตฺตกนฺติ จตุหตฺถปมาณํ. โย คจฺฉติ, อสฺส ภิกฺขุโน ทุกฺกฏา อาปตฺติ โหตีติ โยชนา. ‘‘ปริสฺสยภาว’’นฺติ จ ‘‘ปริสฺสยาภาว’’นฺติ จ เทฺว ปาฐา ยุชฺชนฺติเยว.

๕๘๔. อิตฺถมฺภูตลกฺขเณติ อิมํ ปการํ อิตฺถํ จีวรุกฺขิปนํ, ภวติ คจฺฉตีติ ภูโต, ภิกฺขุ. ลกฺขียติ อเนนาติ ลกฺขณํ, จีวรํ. อิตฺถํ ภูโต อิตฺถมฺภูโต, ตสฺส ลกฺขณํ อิตฺถมฺภูตลกฺขณํ, ตสฺมึ. กรณวจนํ ทฏฺฐพฺพนฺติ โยชนา. อิตฺถมฺภูตลกฺขณํ นาม กิริยาวิเสสนสฺส สภาโวติ อาห ‘‘เอกโต วา…เป… หุตฺวาติ อตฺโถ’’ติ. อนฺโตอินฺทขีลโตติ คามสฺส อนฺโตอินฺทขีลโตติ. ปฐโม วคฺโค.

๒. อุชฺชคฺฆิกวคฺค-อตฺถโยชนา

๕๘๖. อุจฺจาสทฺทํ กตฺวา ชคฺฆนํ หสนํ อุชฺชคฺโฆ, โสเยว อุชฺชคฺฆิกา, ตาย. อิติ อิมมตฺถํ ทสฺเสนฺโต อาห ‘‘มหาหสิตํ หสนฺโต’’ติ. เอตฺถาติ ‘‘อุชฺชคฺฆิกายา’’ติปเท.

๕๘๘. กิตฺตาวตาติ กิตฺตเกน ปมาเณน, เอวํ นิสินฺเนสุ เถเรสูติ สมฺพนฺโธ, นิทฺธารเณ เจตํ ภุมฺมวจนํ. ววตฺถเปตีติ อิทญฺจีทญฺจ กเถตีติ ววตฺถเปติ. เอตฺตาวตาติ เอตฺตเกน ปมาเณน.

๕๙๐. นิจฺจลํ กตฺวา กายสฺส อุชุฏฺฐปนํ กายปคฺคโห นามาติ อาห ‘‘นิจฺจลํ กตฺวา’’ติอาทิ. เอเสว นโย พาหุปคฺคหสีสปคฺคเหสุปีติ. ทุติโย วคฺโค.

๓. ขมฺภกตวคฺค-อตฺถโยชนา

๕๙๖. ขมฺโภ กโต เยนาติ ขมฺภกโต. ขมฺโภติ จ ปฏิพทฺโธ. กตฺถ ปฏิพทฺโธติ อาห ‘‘กฏิยํ หตฺถํ ฐเปตฺวา’’ติ. สสีสํ อวคุณฺฐยติ ปริเวฐตีติ โอคุณฺฐิโตติ อาห ‘‘สสีสํ ปารุโต’’ติ.

๖๐๐. อุทฺธํ เอกา โกฏิ อิมิสฺสา คมนายาติ อุกฺกุฏิกาติ ทสฺเสนฺโต อาห ‘‘อุกฺกุฏิกา วุจฺจตี’’ติอาทิ. เอตฺถาติ ‘‘อุกฺกุฏิกายา’’ติปเท.

๖๐๑. หตฺถปลฺลตฺถีกทุสฺสปลฺลตฺถีเกสุ ทฺวีสุ ทุสฺสปลฺลตฺถิเก อาโยคปลฺลตฺถีกาปิ สงฺคหํ คจฺฉตีติ อาห ‘‘อาโยคปลฺลตฺถิกาปิ ทุสฺสปลฺลตฺถิกา เอวา’’ติ.

๖๐๒. สติยา อุปฏฺฐานํ สกฺกจฺจนฺติ อาห ‘‘สตึอุปฏฺฐเปตฺวา’’ติ.

๖๐๓. ปิณฺฑปาตํ เทนฺเตปีติ ปิณฺฑปาตํ ปตฺเต ปกฺขิปนฺเตปิ. ปตฺเต สญฺญา ปตฺตสญฺญา, สา อสฺสตฺถีติ ปตฺตสญฺญี. ‘‘กตฺวา’’ ติอิมินา กิริยาวิเสสนภาวํ ทสฺเสติ.

๖๐๔. สมสูปกํ ปิณฺฑปาตนฺติ เอตฺถ สูปปิณฺฑปาตานํ สมอุปฑฺฒภาวํ อาสงฺกา ภเวยฺยาติ อาห ‘‘สมสูปโก นามา’’ติอาทิ. ยตฺถาติ ปิณฺฑปาเต. ภตฺตสฺส จตุตฺถภาคปมาโณ สูโป โหติ, โส ปิณฺฑปาโต สมสูปโก นามาติ โยชนา. โอโลณี จ สากสูเปยฺยญฺจ มจฺฉรโส จ มํสรโส จาติ ทฺวนฺโท. ตตฺถ โอโลณีติ เอกา พฺยญฺชนวิกติ. สากสูเปยฺยนฺติ สูปสฺส หิตํ สูเปยฺยํ, สากเมว สูเปยฺยํ สากสูเปยฺยํ. อิมินา สพฺพาปิ สากสูเปยฺยพฺยญฺชนวิกติ คหิตา. มจฺฉรสมํสรสาทีนีติ เอตฺถ อาทิสทฺเทน อวเสสา สพฺพาปิ พฺยญฺชนวิกติ สงฺคหิตา. ตํ สพฺพํ รสานํ รโส รสรโสติ กตฺวา ‘‘รสรโส’’ติ วุจฺจติ.

๖๐๕. สมปุณฺณํ สมภริตนฺติ เววจนเมว. ถูปํ กโต ถูปีกโตติ อตฺถํ ทสฺเสนฺโต อาห ‘‘ถูปีกโต นามา’’ติอาทิ.

ตตฺถาติ ‘‘ถูปีกต’’นฺติอาทิวจเน. เตสนฺติ อภยตฺเถรติปิฏกจูฬนาคตฺเถรานํ. อิติ ปุจฺฉึสุ, เตสญฺจ เถรานํ วาทํ อาโรเจสุนฺติ โยชนา. เถโรติ จูฬสุมนตฺเถโร. เอตสฺสาติ ติปิฏกจูฬนาคตฺเถรสฺส. สตฺตกฺขตฺตุนฺติ สตฺต วาเร. กุโตติ กสฺสาจริยสฺส สนฺติกา. ตสฺมาติ ยสฺมา ยาวกาลิเกน ปริจฺฉินฺโน, ตสฺมา. อามิสชาติกํ ยาคุภตฺตํ วา ผลาผลํ วาติ โยชนา. ตญฺจ โขติ ตญฺจ สมติตฺถิกํ. อิตเรน ปนาติ นาธิฏฺฐานุปเคน ปตฺเตน ปน. ยํ ปูวอุจฺฉุขณฺฑผลาผลาทิ เหฏฺฐา โอโรหติ, ตํ ปูวอุจฺฉุขณฺฑผลาผลาทีติ โยชนา. ปูววฏํสโกติ เอตฺถ วฏํสโกติ อุตฺตํโส. โส หิ อุทฺธํ ตสียเต อลงฺกรียเตติ วฏํโสติ วุจฺจติ อุการสฺส วการํ, ตการสฺส จ ฏการํ กตฺวา, โสเยว วฏํสโก, มุทฺธนิ ปิลนฺธิโต เอโก อลงฺการวิเสโส. ปูวเมว ตํสทิสตฺตา ปูววฏํสโก, ตํ. ปุปฺผวฏํสโก จ ตกฺโกลกฏุกผลาทิวฏํสโก จาติ ทฺวนฺโท, เต.

อิธาติ อิมสฺมึ สิกฺขาปเท. นนุ สพฺพถูปีกเตสุ ปฏิคฺคหณสฺส อกปฺปิยตฺตา ปริภุญฺชนมฺปิ น วฏฺฏตีติ อาห ‘‘สพฺพตฺถ ปนา’’ติอาทิ. ตตฺถ สพฺพตฺถาติ สพฺเพสุ ถูปีกเตสูติ. ตติโย วคฺโค.

๔. สกฺกจฺจวคฺค-อตฺถโยชนา

๖๐๘. ตตฺถ ตตฺถาติ ตสฺมึ ตสฺมึ ฐาเน. โอธินฺติ อวธึ มริยาทํ.

๖๑๐. ถูปกโตติ ถูปเมว ถูปกํ, ตโต ถูปกโตติ ทสฺเสนฺโต อาห ‘‘มตฺถกโต’’ติ.

๖๑๑. มาฆาตสมยาทีสูติ ‘‘ปาเณ มา ฆาเตถา’’ติ ราชาโน เภรึ จราเปนฺติ เอตฺถาติ มาฆาโต, โสเยว สมโย มาฆาตสมโย. อาทิสทฺเทน อญฺญํ ปฏิจฺฉนฺนการณํ คเหตพฺพํ.

๖๑๕. เตสนฺติ มยูรณฺฑกุกฺกุฏณฺฑานนฺติ. จตุตฺโถ วคฺโค.

๕. กพฬวคฺค-อตฺถโยชนา

๖๑๗. ‘‘มุขทฺวาร’’นฺติ กมฺมสฺส ‘‘อนาหเฏ’’ติ จ ‘‘วิวริสฺสามี’’ติ จ ทฺวีสุ กิริยาสุ สมฺพนฺธภาวํ ทสฺเสตุํ วุตฺตํ ‘‘อนาหริเต มุขทฺวาร’’นฺติ.

๖๑๘. สกลํ หตฺถนฺติ ปญฺจงฺคุลึ สนฺธาย วุตฺตํ.

๖๑๙. สกพเฬนาติ เอตฺถ กพฬสทฺเทน วจนสฺส อปริปุณฺณการณํ สพฺพมฺปิ คเหตพฺพํ.

๖๒๐. ปิณฺฑุกฺเขปกนฺติอาทีสุ วิจฺฉตฺเถ กปจฺจโยติ อาห ‘‘ปิณฺฑํ อุกฺขิปิตฺวา อุกฺขิปิตฺวา’’ติ. ตฺวาสทฺเทน กิริยาวิเสสนภาวํ ทสฺเสติ.

๖๒๔. ‘‘อวกิริตฺวา’’ติ อิมินา สิตฺถาวการกนฺติ เอตฺถ อวปุพฺโพ กิรธาตุเยว, น กรธาตูติ ทสฺเสติ.

๖๒๖. ‘‘จปุจปู’’ติ เอวํ สทฺทนฺติ ‘‘จปุจปู’’ติ เอวํ อนุกรณรวนฺติ. ปญฺจโม วคฺโค.

๖. สุรุสุรุวคฺค-อตฺถโยชนา

๖๒๗. ‘‘สุรุสุรู’’ติ เอวํ สทฺทนฺติ ‘‘สุรุสุรู’’ติ เอวํ อนุกรณรวํ. ทวนํ กีฬนนฺติ อิมินา วจนตฺเถน ปริหาโส ทโว นามาติ อาห ‘‘ทโวติ ปริหาสวจน’’นฺติ. ตนฺติ โส ทโว. ลิงฺควิปลฺลาโส เหส. น กาตพฺพํ น กาตพฺโพติ สมฺพนฺโธ. สิลกพุทฺโธติ สิลาย กโต, สิเลน นิยุตฺโต วา พุทฺโธ. อปฏิพุทฺโธติ อปฏิวิทฺโธ พุทฺโธ, ปริหาสวจนเมตํ. โคธมฺโมติ คุนฺนํ ธมฺโม. อชธมฺโมติ อชานํ ธมฺโม. มิคสงฺโฆติ มิคานํ สงฺโฆ. ปสุสงฺโฆติ ปสูนํ สงฺโฆ.

๖๒๘. ‘‘ภุญฺชนฺเตนา’’ติ ปทํ ‘‘นิลฺเลหิตุ’’นฺติ ปเท ภาวกตฺตา.

๖๓๑. เอวํนามเกติ ‘‘โกกนุท’’นฺติ เอวํ นามํ อสฺส ปาสาทสฺสาติ เอวํนามโก, ปาสาโท, ตสฺมึ. ‘‘ปทุมสณฺฐาโน’’ติ อิมินา ปาสาทสฺส สทิสูปจาเรน ‘‘โกกนุโท’’ติ นามลภนํ ทสฺเสติ. เตนาติ ปทุมสณฺฐานตฺตา. อสฺสาติ ปาสาทสฺส. ปุคฺคลิกมฺปีติ ปรปุคฺคลสนฺตกํ คเหตพฺพํ ‘‘อตฺตโน สนฺตกมฺปี’’ติ อตฺตปุคฺคลสนฺตกสฺส วิสุํ คยฺหมานตฺตา. สงฺขมฺปีติ ปานียสงฺขมฺปิ. สราวมฺปีติ ปานียสราวมฺปิ. ถาลกมฺปีติ ปานียถาลกมฺปิ.

๖๓๒. ‘‘อุทฺธริตฺวา’’ติ สามญฺญโต วุตฺตวจนสฺส กมฺมาปาทานานิ ทสฺเสตุํ วุตฺตํ ‘‘สิตฺถานิ อุทกโต’’ติ. ภินฺทิตฺวาติ จุณฺณวิจุณฺณานิ กตฺวา. พหีติ อนฺตรฆรโต พหิ.

๖๓๔. เสตจฺฉตฺตนฺติ เอตฺถ เสตสทฺโท ปณฺฑรปริยาโยติ อาห ‘‘ปณฺฑรจฺฉตฺต’’นฺติ. วตฺถปลิคุณฺฐิตนฺติ วตฺเถหิ สมนฺตโต เวฐิตํ. เสตํ ฉตฺตํ เสตจฺฉตฺตํ. กิฬญฺเชหิ กตํ ฉตฺตํ กิฬญฺชจฺฉตฺตํ. ปณฺเณหิ กตํ ฉตฺตํ ปณฺณจฺฉตฺตํ. มณฺฑเลน พทฺธํ มณฺฑลพทฺธํ. สลากาหิ พทฺธํ สลากพทฺธํ. ตานีติ ตีณิ ฉตฺตานิ. หีติ สจฺจํ. ยมฺปิ เอกปณฺณจฺฉตฺตนฺติ โยชนา. เอเตสูติ ตีสุ ฉตฺเตสุ. อสฺสาติ ยสฺส กสฺสจิ คหฏฺฐสฺส วา ปพฺพชิตสฺส วา. โสติ โย โกจิ คหฏฺโฐ วา ปพฺพชิโต วา. ฉตฺตปาทุกาย วาติ ฉตฺตทณฺฑนิกฺเขปนาย ปาทุกาย วา. เอตฺถาติ อิมสฺมึ สิกฺขาปเท.

๖๓๕. มชฺฌิมสฺสาติ ปมาณมชฺฌิมสฺส. ‘‘จตุหตฺถปฺปมาโณ’’ติอิมินา จตุหตฺถโต อูนาติเรโก ทณฺโฑ น ทณฺโฑ นามาติ ทสฺเสติ. ทณฺโฑ ปาณิมฺหิ อสฺสาติ วจนตฺถํ อติทิสนฺโต อาห ‘‘วุตฺตนเยเนวา’’ติ.

๖๓๖. ‘‘สตฺถปาณิมฺหี’’ติ เอตฺถ อสิ เอว อธิปฺเปโตติ อาห ‘‘อสิ’’นฺติ. อสินฺติ ขคฺคํ.

๖๓๗. ‘‘อาวุธํ นาม จาโป โกทณฺโฑ’’ติ ปาฬิยํ วุตฺตวจนํ อุปลกฺขณเมวาติ ทสฺเสนฺโต อาห ‘‘อาวุธปาณิสฺสาติ เอตฺถา’’ติอาทิ. สพฺพาปิ ธนุวิกติ อาวุธนฺติ เวทิตพฺพาติ โยชนา. ยถา อสึ สนฺนหิตฺวา ฐิโต สตฺถปาณีติ สงฺขฺยํ น คจฺฉติ, เอวํ ธนุํ กณฺเฐ ปฏิมุกฺโก อาวุธปาณีติ อาห ‘‘สเจ ปนา’’ติอาทิ, อิมินา อาวุโธ ปาณินา คหิโตเยว อาวุธปาณิ นามาติ ทสฺเสตีติ. ฉฏฺโฐ วคฺโค.

๗. ปาทุกวคฺค-อตฺถโยชนา

๖๓๘. องฺคุลนฺตรนฺติ ปาทงฺคุลวิวรํ. ปาทุกนฺติ อุปาหนวิเสโส. โส หิ ปชฺชเต อิมายาติ ปาทุกาติ วุจฺจติ, สา พหุปฏลา จมฺมมยา วา โหติ กฏฺฐมยา วา. ปฏิมุญฺจิตฺวาติ ปาทุกํ ปฏิมุญฺจีตฺวา.

๖๔๐. ทฺวีหิ ชเนหิ คหิโตติ สมฺพนฺโธ. วํเสนาติ เวณุนา, ยาเน นิสินฺโนติ สมฺพนฺโธ. วิสงฺขริตฺวาติ วิปตฺตึ กริตฺวา. เทฺวปีติ ธมฺมกถิกธมฺมปฏิคฺคาหกสงฺขาตา อุโภปิ ชนา. วฏฺฏตีติ เทเสตุํ วฏฺฏติ.

๖๔๑. สยนคตสฺสาติ สยนํ คตสฺส, สยเน นิปนฺนสฺสาติ อตฺโถ. นิปนฺนสฺส เทเสตุํ น วฏฺฏตีติ สมฺพนฺโธ.

๖๔๒. ตีสุ ปลฺลตฺถิกาสุ ยาย กายจิ ปลฺลตฺถิกาย นิสินฺนสฺส ธมฺมํ เทเสตุํ น วฏฺฏตีติ ทสฺเสนฺโต อาห ‘‘ปลฺลตฺถิกายา’’ติอาทิ.

๖๔๓. ยถา เวฐิยมาเน เกสนฺโต น ทิสฺสติ, เอวํ เวฐิตสีสสฺสาติ โยชนา.

๖๔๗. ฉปกสทฺทสฺส จ จณฺฑาลสทฺทสฺส จ เววจนตฺตา วุตฺตํ ‘‘จณฺฑาลสฺสา’’ติ. จณฺฑาโล หิ สํ สุนขํ ปจตีติ ฉปโกติ วุจฺจติ สการสฺส ฉการํ กตฺวา. ฉปกสฺส เอสา ฉปกี, จณฺฑาลภริยา. ยตฺราติ เอตฺถ ตฺรปจฺจโย ปจฺจตฺเต โหตีติ อาห ‘‘โย หิ นามา’’ติ. โย ราชา อุจฺเจ อาสเน นิสีทิตฺวา มนฺตํ ปริยาปุณิสฺสติ นาม, อยํ ราชา ยาว อติวิย อธมฺมิโกติ วุตฺตํ โหติ. ‘‘สพฺพมิท’’นฺติ อยํ สทฺโท ลิงฺควิปลฺลาโสติ อาห ‘‘สพฺโพ อย’’นฺติ. ‘‘โลโก’’ติ อิมินา อิธสทฺทสฺส วิสยํ ทสฺเสติ. จริมสทฺโท อนฺติมปริยาโย. อนฺติโมติ จ ลามโก. ลามโกติ จ นาม อิธ วิปตฺตีติ อาห ‘‘สงฺกร’’นฺติ. สงฺกรนฺติ วิปตฺตึ. ‘‘นิมฺมริยาโท’’ติ อิมินา ‘‘สงฺกรํ คโต’’ติ ปทานํ อธิปฺปายตฺถํ ทสฺเสติ. จริมํ คตํ จริมคตํ, สพฺโพ อยํ โลโก จริมคโตติ อตฺโถ. อิธ จ ชาตเก (ชา. ๑.๔.๓๓) จ เกสุจิ โปตฺถเกสุ ‘‘จมริกต’’นฺติ ปาโฐ อตฺถิ, โส อยุตฺโตเยว. ตตฺเถวาติ อมฺพรุกฺขมูเลเยว. เตสนฺติ ราชพฺราหฺมณานํ.

ตตฺถาติ ติสฺสํ คาถายํ. ปาฬิยาติ อตฺตโน อาจารปกาสกคนฺถสงฺขาตาย ปาฬิยา. น ปสฺสเรติ เอตฺถ เรสทฺโท อนฺติสฺส การิโยติ อาห ‘‘น ปสฺสนฺตี’’ติ. โย จายนฺติ โย จ อยํ. อยํสทฺโท ปทาลงฺการมตฺโต, พฺราหฺมโณติ อตฺโถ. อธียตีติ อชฺฌายติ, สิกฺขตีติ อตฺโถ.

ตโตติ โพธิสตฺเตน วุตฺตคาถาโต ปรนฺติ สมฺพนฺโธ. ตสฺสาติ คาถาย. โภติ โพธิสตฺตํ อามนฺเตติ. ‘‘ภุตฺโต’’ติ ปทสฺส กมฺมวาจกภาวมาวิกาตุํ วุตฺตํ ‘‘มยา’’ติ. อสฺสาติ โอทนสฺส. อิมินา สุจิ ปริสุทฺธํ มํสํ สุจิมํสํ, เตน อุปเสจนมสฺสาติ สุจิมํสูปเสจโนติ พาหิรตฺถสมาสํ ทสฺเสติ. ธมฺเมติ อาจารธมฺเม. พทฺโธ หุตฺวาติ ถทฺโธ หุตฺวา, อยเมว วา ปาโฐ. วณฺณสทฺทสฺส สณฺฐานาทิเก อญฺเญ อตฺเถ ปฏิกฺขิปิตุํ วุตฺตํ ‘‘ปสตฺโถ’’ติ. โถมิโตติ ตสฺเสว เววจนํ.

อถาติ อนนฺตเร. นนฺติ พฺราหฺมณํ. ตสฺสาติ คาถาทฺวยสฺส. พฺราหฺมณาติ ปุโรหิตํ อาลปติ. สมฺปตีติ สนฺทีฏฺฐิเก. ‘‘ยา วุตฺติ วินิปาเตน, อธมฺมจรเณน วา’’ติ ปทานํ สมฺพนฺธํ ทสฺเสตุํ วุตฺตํ ‘‘นิปฺปชฺชตี’’ติ.

มหาพฺรเหฺมติ เอตฺถ พฺรหฺมสทฺโท พฺราหฺมณวาจโกติ อาห ‘‘มหาพฺราหฺมณา’’ติ. อญฺเญปีติ ราชพฺราหฺมเณหิ อปเรปิ. ‘‘ปจนฺตี’’ติ วุตฺเต อวินาภาวโต ‘‘ภุญฺชนฺตี’’ติ อตฺโถปิ คเหตพฺโพติ อาห ‘‘ปจนฺติ เจว ภุญฺชนฺติ จา’’ติ. ‘‘น เกวล’’นฺติอาทินา อญฺเญปีติ เอตฺถ ปิสทฺทสฺส สมฺปิณฺฑนตฺถํ ทสฺเสติ, ตฺวํ อาจริสฺสสีติ สมฺพนฺโธ. ปุน ตฺวนฺติ ตํ, อุปโยคตฺเถ เจตํ ปจฺจตฺตวจนํ, ‘‘มา ภิทา’’ติอิมินา สมฺพนฺธิตพฺพํ. ‘‘ปาสาโณ’’ติอิมินา อสฺมสทฺโท ปาสาณปริยาโยติ ทสฺเสติ. เตนาติ ภินฺทนเหตุนา.

๖๔๘. อตฺตโน กงฺขาฐานสฺส ปุจฺฉนํ สนฺธาย วุตฺตํ ‘‘น กเถตพฺพ’’นฺติ.

๖๔๙. สมธุเรนาติ สมํ ธุเรน, สมํ มุเขนาติ อตฺโถ.

๖๕๒. ยํ มูลํ วา ยา สาขา วา คจฺฉตีติ โยชนา. ขนฺเธติ รุกฺขสฺส ขนฺเธ. นิกฺขมตีติ อุจฺจารปสฺสาโว นิกฺขมติ. ติณณฺฑุปกนฺติ ติเณน กตํ, ติณมยํ วา อณฺฑุปกํ. เอตฺถาติ อุจฺจารปสฺสาวเขเฬสุ.

๖๕๓. อธิปฺเปตอุทกํ ทสฺเสตุํ วุตฺตํ ‘‘ปริโภคอุทกเมวา’’ติ. สตฺตโม วคฺโค.

เอตฺถาติ เสขิเยสุ. สูปพฺยญฺชนปฏิจฺฉาทเนติ สูปพฺยญฺชเน โอทเนน ปฏิจฺฉาเทติ. สมตฺตา เสขิยา.

๘. สตฺตาธิกรณสมถ-อตฺถโยชนา

๖๕๕. สงฺขฺยํ ปริจฺฉิชฺชตีติ สงฺขฺยาปริจฺเฉโท. เตสนฺติ จตุพฺพิธานมธิกรณานํ. ตสฺสาติ เตสํ ขนฺธกปริวารานํ. ตตฺเถวาติ เตสุ เอว ขนฺธกปริวาเรสุ. สพฺพตฺถาติ สพฺเพสุ สิกฺขาปเทสูติ.

อิติ สมนฺตปาสาทิกาย วินยสํวณฺณนาย

ภิกฺขุวิภงฺควณฺณนาย โยชนา สมตฺตา.

ชาทิลญฺฉิตนาเมน เนกานํ วาจิโต มยา.

สาธุํ มหาวิภงฺคสฺส, สมตฺโต โยชนานโยติ.