๙. ทุฏฺฐุลฺลาโรจนสิกฺขาปทํ
๗๘. นวเม ตตฺราติ ตสฺสํ ‘‘ทุฏฺฐุลฺลา นามา’’ติอาทิปาฬิยํ, ตาสุ วา ปาฬิอฏฺฐกถาสุ. วิจารณาติ วีมํสนา. อุปสมฺปนฺนสทฺเทติ อุปสมฺปนฺนสทฺทตฺถภาเว. เอตฺถ หิ สทฺเท วุจฺจมาเน อวินาภาวโต สทฺเทน อตฺโถปิ วุตฺโต, วินาปิ ภาวปจฺจเยน ภาวตฺถสฺส ญาตพฺพตฺตา ภาโวปิ คเหตพฺโพ, ตสฺมา วุตฺตํ ‘‘อุปสมฺปนฺนสทฺทตฺถภาเว’’ติ. เอเสว นโย ‘‘ทุฏฺฐุลฺลสทฺเท’’ติ เอตฺถาปิ. เอตํ ปริมาณํ ยสฺสาติ เอตํ, ‘‘เตรส สงฺฆาทิเสสา’’ติ วจนํ. เอตํ เอว วตฺตพฺพํ, น ‘‘จตฺตาริ จ ปาราชิกานี’’ติ อิทนฺติ อตฺโถ. ตตฺถาติ ปาฬิยํ. กสฺสจิ วิมติ ภเวยฺย, กึ ภเวยฺยาติ โยชนา. อาปตฺตึ อาโรเจนฺเตน อกฺโกสนฺตสฺส สมานตฺตา วุตฺตํ ‘‘เอวํ สตี’’ติอาทิ. ปาจิตฺติยเมว จาติ จสทฺโท พฺยติเรกตฺโถ, น ทุกฺกฏํ อาปชฺชตีติ อตฺโถ. หีติ สจฺจํ. เอตนฺติ ปาจิตฺติยาปชฺชนตํ, ‘‘อสุทฺโธ โหติ…เป… โอมสวาทสฺสา’’ติ วจนํ วา, วุตฺตนฺติ สมฺพนฺโธ. เอตฺถาติ ปาฬิยํ. อฏฺฐกถาจริยาเวติ เอตฺถ เอวกาโร อฏฺฐานโยโค, ปมาณนฺติ เอตฺถ โยเชตพฺโพ, การณเมวาติ อตฺโถ. เตน วุตฺตํ ‘‘น อญฺญา วิจารณา’’ติ. อถ วา อญฺญาติ สามฺยตฺเถ ปจฺจตฺตวจนเมตํ, น อญฺเญสํ วิจารณา ปมาณนฺติ อตฺโถ. เอวญฺหิ สติ เอวกาโร ฐานโยโคว. ปุพฺเพปิ จาติ คนฺถารมฺภกาเลปิ จ.
เอตนฺติ อฏฺฐกถาจริยานํ ปมาณตํ. สํวรตฺถาย เอว, อนาปชฺชนตฺถาย เอว จ อนุญฺญาตนฺติ โยชนา. เตนาห ‘‘น ตสฺส’’ตฺยาทิ. ตสฺมาติ ยสฺมา ภิกฺขุภาโว นาม น อตฺถิ, ตสฺมา สุวุตฺตเมวาติ สมฺพนฺโธ.
๘๐. สาติ ภิกฺขุสมฺมุติ, สงฺเฆน กาตพฺพาติ โยชนา. กตฺถจีติ กิสฺมิญฺจิ ฐาเน. อิธาติ อิมสฺมึ สิกฺขาปเท. ‘‘วุตฺตตฺตา’’ติ ปทํ ‘‘กาตพฺพา’’ติ ปเท เหตุ. เอสาติ เอโส ภิกฺขุ. หิเตสิตายาติ หิตสฺส เอสิตาย, อตฺถสฺส อิจฺฉตายาติ อตฺโถ.
๘๒. เสสานีติ อาทิมฺหิ ปญฺจสิกฺขาปทโต เสสานิ อุปริ ปญฺจ สิกฺขาปทานิ. อสฺสาติ อนุปสมฺปนฺนสฺส. ฆเฏตฺวาติ สมฺพนฺธํ กตฺวาติ. นวมํ.