๑. อนาถปิณฺฑิโกวาทสุตฺตวณฺณนา
๓๘๓. อธิมตฺตคิลาโนติ อธิกาย มตฺตาย มรณสฺส อาสนฺนตาย อติวิย คิลาโนติ อตฺโถ. เตนาห ‘‘มรณเสยฺยํ อุปคโต’’ติ. อขณฺฑํ อกาสิ คหปติโน สตฺถริ ปรมเปมตฺตา. ยตฺตกํ จสฺสาติ, ‘‘สกึ วา ทฺวิกฺขตฺตุํ วา’’ติ วุตฺตํ ยตฺตกํ อสฺส คหปติสฺส.
๓๘๔. โอสกฺกนฺตีติ ปริหายนฺติ. โอตฺถรนฺตีติ อภิภวนฺติ. อุสฺมา นาม กมฺมชเตโชธาตุ, สา สห ชีวิตินฺทฺริยนิโรธา ปริยาทิยติ, ยาว ตา อายุอุสฺมา วตฺตนฺติ, ตาว มรณนฺติกา เวทนา วตฺตนฺเตว วิญฺญาณสฺส อนิรุทฺธตฺตา. เตนาห ‘‘ยาว อุสฺมา’’ติอาทิ.
๓๘๕. ตีหิ คาเหหีติ ตณฺหามานทิฏฺฐิคฺคาเหหิ. ปฏิพาหิตุํ วิกฺขมฺเภตุํ. จกฺขุํ ตีหิ คาเหหิ น คณฺหิสฺสามีติ มานคฺคาหปฏิกฺเขปมุเขน จกฺขุสฺมึ อนิจฺจานุปสฺสนาติ ทสฺเสติ. อนิจฺจานุปสฺสนาย หิ สติ อปฺปติฏฺโฐ มานคฺคาโห, ทุกฺขานุปสฺสนาย สติ อปฺปติฏฺโฐ ตณฺหาคฺคาโห, อนตฺตานุปสฺสนาย สติ อปฺปติฏฺโฐ ทิฏฺฐิคฺคาโหติ, คาโห จ นาม โอฬาริโก, ตสฺมึ วิคเตปิ นิกนฺติ ติฏฺเฐยฺยาติ ตํ วิชหาเปตุกาเมน, – ‘‘น จ เม จกฺขุนิสฺสิตํ วิญฺญาณํ ภวิสฺสตี’’ติ วุตฺตนฺติ อาห – ‘‘วิญฺญาณญฺจาปิ เม จกฺขุนิสฺสิตํ น ภวิสฺสตี’’ติ. สพฺพํ กามภวรูปนฺติ กามภูมิปริยาปนฺนํ สพฺพํ รูปกฺขนฺธมาห – ‘‘กามรูปภวรูป’’นฺติ วา ปาโฐ. โส ยุตฺโต อิมสฺส วารสฺส เอว อนวเสสปญฺจโวการภวปริยาปนฺนโต. ตถา หิ อุปริ จตุโวการภโว อนวเสสโต วุตฺโต.
๓๘๖. อิธโลกนฺติ เอตฺถ สงฺขารโลกวิสโยติ อธิปฺปาเยน, ‘‘วสนฏฺฐานํ วา’’ติอาทิ วุตฺตํ, ตญฺจ โข ปฐมทุติยวาเรหิ อิธโลโก คหิโตติ กตฺวา. ปฐมทุติยวาเรหิ ปน อิธโลโก ปรโลโกติ วิภาเคน วินา ปญฺจโวการภโว คหิโต; ตถา ตติยวาเร ปญฺจโวการภโว จตุโวการภโว จ คหิโตติ ปุน ทิฏฺฐธมฺมสมฺปรายวเสน ตํ วิภชิตฺวา ทสฺเสตุํ, ‘‘น อิธโลก’’นฺติอาทิ วุตฺตํ. อิธโลกนฺติ จ สตฺตสงฺขารวเสเนว คหิตํ. สพฺพมฺปิ สงฺขารวเสน ปริคฺคเหตฺวา ทสฺเสตุํ, ‘‘ยมฺปิ เม ทิฏฺฐ’’นฺติอาทิ วุตฺตนฺติ เกจิ. อปริตสฺสนตฺถํ ตณฺหาปริตสฺสนาย อนุปฺปาทนตฺถํ. ยสฺส ทิฏฺฐธมฺโมติ วุจฺจติ, ตสฺส ปน อภาวโต, ‘‘มนุสฺสโลกํ ฐเปตฺวา เสสา ปรโลกา นามา’’ติ วุตฺตํ. เยสํ ปน ‘‘อิธโลก’’นฺติ อิมินา สตฺตโลกสฺสปิ คหณํ อิจฺฉิตํ. เตสํ มเตน, ‘‘มนุสฺสโลกํ ฐเปตฺวา’’ติ โยชนา.
๓๘๗. อลฺลียสีติ อตฺตภาเว โภเคสุ จ อเปกฺขํ กโรสีติ อตฺโถ. เอวรูปีติ ยาทิสี ตทา ธมฺมเสนาปตินา กถิตา, เอวรูปี. ธมฺมกถา น สุตปุพฺพาติ ยถากถิตาการเมว สนฺธาย ปฏิกฺเขโป, น สุขุมคมฺภีรสุญฺญตาปฏิสํยุตฺตตาสามญฺญํ. เตนาห ‘‘เอวํ ปนา’’ติอาทิ.
มยา คตมคฺคเมว อนุคจฺฉสีติ ทานมยปุญฺญภาวสามญฺญํ คเหตฺวา วทติ, น โพธิสตฺตทานภูตํ ทานปารมิตํ. น ปฏิภาตีติ รุจฺจนวเสน จิตฺเต น อุปติฏฺฐติ. เตนาห ‘‘น รุจฺจตี’’ติ. ตถา เหส วฏฺฏาภิรโตติ. อุชุมคฺคาวหา วิปสฺสนา ภควตา ปนสฺส กถิตปุพฺพา.
๓๘๘. เอสิตคุณตฺตา เอสิยมานคุณตฺตา จ อิสิ, อเสกฺขา เสกฺขา กลฺยาณปุถุชฺชนา จ, อิสีนํ สงฺโฆ, เตน นิเสวิตนฺติ อิสิสงฺฆนิเสวิตํ. กามํ ตสฺส วิหารสฺส คนฺธกุฏิปาสาทกูฏาคาราทิวเสน นิสีทนนิปชฺชนาย รุกฺขลตาทิวเสน ภูมิสยาทิวเสน จ อนญฺญสาธารณา มหตี รมณียตา อตฺเถว, สา ปน เคหสฺสิตภาเวน อริยานํ จิตฺตํ ตถา น โตเสติ; ยถา อริยานํ นิเสวิตภาเวนาติ อาห – ‘‘ปฐมคาถาย เชตวนสฺส วณฺณํ กเถตฺวา’’ติ. เตนาห ภควา – ‘‘ยตฺถ อรหนฺโต วิหรนฺติ, ตํ ภูมิรามเณยฺยก’’นฺติ (ธ. ป. ๙๘; เถรคา. ๙๙๑; สํ. นิ. ๑.๒๖๑). อปจยคามินี เจตนา สตฺตานํ สุทฺธิมาวหตีติ อาห – ‘‘กมฺมนฺติ มคฺคเจตนา’’ติ. จตุนฺนํ อริยสจฺจานํ วิทิตกรณฏฺเฐน กิเลสานํ วิกฺขมฺภนฏฺเฐน จ วิชฺชา, มคฺคสมฺมาทิฏฺฐีติ อาห – ‘‘วิชฺชาติ มคฺคปญฺญา’’ติ. สมาธิปกฺขิโก ธมฺโม นาม สมฺมาวายามสติสมาธโย. ตถา หิ วิชฺชาภาคิโย สมาธิปิ สมาธิปกฺขิโก. สีลํ ตสฺส อตฺถีติ สีลนฺติ อาห – ‘‘สีเล ปติฏฺฐิตสฺส ชีวิตํ อุตฺตม’’นฺติ. ทิฏฺฐิสงฺกปฺโปติ สมฺมาสงฺกปฺโป. ตตฺถ สมฺมาสงฺกปฺปสฺส อุปการกภาเวน วิชฺชาภาโค. ตถา หิ โส ปญฺญากฺขนฺธสงฺคหิโตติ วุจฺจติ, ยถา สมฺมาสงฺกปฺโป ปญฺญากฺขนฺเธน สงฺคหิโต, เอวํ วายามสติโย สมาธิกฺขนฺธสงฺคหิตาติ. เตนาห – ‘‘ธมฺโมติ วายามสติสมาธโย’’ติ. ‘‘ธมฺโม’’ติ หิ อิธ สมฺมาสมาธิ อธิปฺเปโต, – ‘‘เอวํ ธมฺมา เต ภควนฺโต อเหสุ’’นฺติอาทีสุ (ที. นิ. ๒.๑๓; ม. นิ. ๓.๑๙๘; สํ. นิ. ๕.๓๗๘) วิย. วาจากมฺมนฺตาชีวาติ สมฺมาวาจากมฺมนฺตาชีวา มคฺคปริยาปนฺนา เอว, เต สพฺเพปิ คหิตาติ. เตนาห – ‘‘เอเตน อฏฺฐงฺคิเกน มคฺเคนา’’ติ.
อุปาเยนาติ เยน วิธินา อริยมคฺโค ภาเวตพฺโพ, เตน สมาธิปกฺขิยํ วิปสฺสนาธมฺมญฺเจว มคฺคธมฺมญฺจ. ‘‘อริยํ โว, ภิกฺขเว, สมฺมาสมาธึ เทเสสฺสามิ สอุปนิสํ สปริกฺขาร’’นฺติ (ม. นิ. ๓.๑๓๖) หิ วจนโต สมฺมาสมาธิอาทโย มคฺคธมฺมาปิ สมาธิปกฺขิยา. วิจิเนยฺยาติ วีมํเสยฺย, ภาเวยฺยาติ อตฺโถ. ตตฺถาติ เหตุมฺหิ ภุมฺมวจนํ. อริยมคฺคเหตุกา หิ สตฺตานํ วิสุทฺธิ. เตนาห – ‘‘ตสฺมึ อริยมคฺเค วิสุชฺฌตี’’ติ. ปญฺจกฺขนฺธธมฺมํ วิจิเนยฺย, ปญฺจุปาทานกฺขนฺเธ วิปสฺเสยฺย. เตสุ หิ วิปสฺสิยมาเนสุ วิปสฺสนา อุกฺกํสคตา. ยทคฺเคน ทุกฺขสจฺจํ ปริญฺญาปฏิเวเธน ปฏิวิชฺฌียติ, ตทคฺเคน สมุทยสจฺจํ ปหานปฏิเวเธน นิโรธสจฺจํ สจฺฉิกิริยาปฏิเวเธน, มคฺคสจฺจํ ภาวนาปฏิเวเธน ปฏิวิชฺฌียติ, เอวํ อจฺจนฺตวิสุทฺธิยา สุชฺฌติ. เตนาห – ‘‘เอวํ เตสุ จตูสุ สจฺเจสุ วิสุชฺฌตี’’ติ. อิธาปิ นิมิตฺตตฺเถ ภุมฺมวจนํ. สจฺเจสุ วา ปฏิวิชฺฌิยมาเนสูติ วจนเสโส.
อวธารณวจนนฺติ ววตฺถาปนวจนํ, อวธารณนฺติ อตฺโถ. สาริปุตฺโตวาติ จ อวธารณํ ตสฺส สาวกภาวโต สาวเกสุ สาริปุตฺโตว เสยฺโยติ อิมมตฺถํ ทีเปติ. กิเลสอุปสเมนาติ อิมินา มหาเถรสฺส ตาทิโส กิเลสูปสโมติ ทสฺเสติ, ยสฺส สาวกสฺส วิสเย ปญฺญาย ปารมิปฺปตฺติ อโหสิ. ยทิ เอวํ – ‘‘โยปิ ปารงฺคโต ภิกฺขุ, เอตาวปรโม สิยา’’ติ อิทํ กถนฺติ? เตสํ เตสํ พุทฺธานํ สาสเน ปญฺญาย ปารมิปฺปตฺตสาวกวเสเนตํ วุตฺตนฺติ ทฏฺฐพฺพํ. อถ วา – ‘‘นตฺถิ วิมุตฺติยา นานตฺต’’นฺติ (ที. นิ. ฏี. ๓.๑๔๑; วิภ. มูลฏี. สุตฺตนฺตภาชนียวณฺณนา) วจนโต สาวเกหิ วิมุตฺติปญฺญามตฺตํ สนฺธาเยตํ วุตฺตํ. เตนาห – ‘‘ปารงฺคโตติ นิพฺพานํ คโต’’ติอาทิ. เสสํ สุวิญฺเญยฺยเมว.
อนาถปิณฺฑิโกวาทสุตฺตวณฺณนาย ลีนตฺถปฺปกาสนา สมตฺตา.