๕. จงฺกีสุตฺตวณฺณนา

๔๒๒. ตสฺมินฺติ สาลวเน. อุตฺตเรน โอปาสาทนฺติ โอปาสาทคามสฺส อุตฺตรทิสายํ. อุตฺตเรนาติ เอน-สทฺทโยเคน หิ โอปาสาทนฺติ อุปโยควจนํ. อชฺฌาวสตีติ เอตฺถ อธิ-อา-สทฺทานํ อนตฺถนฺตรตํ หทเย กตฺวา อาห ‘‘วสตี’’ติ. อิทานิ เตสํ อตฺถวิเสสภาวิตํ ทสฺเสนฺโต ‘‘อภิภวิตฺวา วา อาวสตี’’ติอาทิมาห. เอตฺถาติ โอปาสาทปเท. สตฺตุสฺสทนฺติอาทีสุ ปน กถนฺติ อาห – ‘‘ตสฺส อนุปฺปโยคตฺตาว เสสปเทสู’’ติ. อุป-อนุ-อธิ-อิติ-เอวํ-ปุพฺพเก วสนกิริยยาฏฺฐาเน อุปโยควจนเมว ปาปุณาตีติ สทฺทวิทู อิจฺฉนฺตีติ อาห ‘‘ลกฺขณํ สทฺทสตฺถโต ปริเยสิตพฺพ’’นฺติ. ตถา หิ วุตฺตํ ‘‘อุปสคฺควเสน ปเนตฺถ ภุมฺมตฺเถ อุปโยควจนํ เวทิตพฺพ’’นฺติ. อุสฺสทตา นาเมตฺถ พหุลตาติ ตํ พหุลตํ ทสฺเสตุํ ‘‘พหุชน’’นฺติอาทิ วุตฺตํ. อาวชฺชิตฺวาติ ปริกฺขิปิตฺวา.

รญฺญา วิย ภุญฺชิตพฺพนฺติ วา ราชโภคฺคํ. รญฺโญ ทายภูตนฺติ กุลปรมฺปราย โภคฺคภาเวน รญฺญา ลทฺธทายภูตํ. เตนาห ‘‘ทายชฺชนฺติ อตฺโถ’’ติ. ราชนีหาเรน ปริภุญฺชิตพฺพโต อุทฺธํ ปริโภคลาภสฺส เสฏฺฐเทยฺยตา นาม นตฺถีติ อาห – ‘‘ฉตฺตํ อุสฺสาเปตฺวา ราชสงฺเขเปน ปริภุญฺชิตพฺพ’’นฺติ. ติตฺถปพฺพตาทีสูติ นทีติตฺถปพฺพตปาทคามทฺวารอฏวีมุขาทีสุ. นิสฺสฏฺฐปริจฺจตฺตนฺติ มุตฺตจาควเสน ปริจฺจตฺตํ กตฺวา. เอเตสํ พฺราหฺมณคหปติกานํ.

๔๒๓. ติ สนฺนิปติตา. โย โกจิ วิญฺญูนํ อิจฺฉิโต ปโญฺห, ตสฺส ปุจฺฉิตสฺส ยาถาวโต กถนสมตฺโถ ปุจฺฉิตปญฺหพฺยากรณสมตฺโถ.กุลาปเทสาทินา มหตี มตฺตา เอตสฺสาติ มหามตฺโต.

๔๒๔. เตติ ‘‘นานาเวรชฺชกา’’ติ วุตฺตพฺราหฺมณา. ‘‘อุภโต สุชาโต’’ติ (ที. นิ. ฏี. ๑.๓๐๓; อ. นิ. ฏี. ๓.๕.๑๓๔) เอตฺตเก วุตฺเต เยหิ เกหิจิ ทฺวีหิ ภาเคหิ สุชาตตา วิญฺญาเยยฺย, สุชาตสทฺโท จ ‘‘สุชาโต จารุทสฺสโน’’ติอาทีสุ (ม. นิ. ๒.๓๙๙; สุ. นิ. ๕๕๓; เถรคา. ๘๑๘) อาโรหปริณาหสมฺปตฺติปริยาโยติ ชาติวเสเนว สุชาตตํ วิภาเวตุํ ‘‘มาติโต จ ปิติโต จา’’ติ วุตฺตํ. อโนรสปุตฺตวเสนปิ โลเก มาตุปิตุสมญฺญา ทิสฺสติ, อิธ ปนสฺส โอรสปุตฺตวเสเนว อิจฺฉียตีติ ทสฺเสตุํ ‘‘สํสุทฺธคหณีโก’’ติ วุตฺตํ. ปิตา จ มาตา จ ปิตโร, ปิตูนํ ปิตโร ปิตามหา, เตสํ ยุโค ปิตามหยุโค, ตสฺมา ยาว สตฺตมา ปิตามหยุคาติ เอวเมตฺถ อตฺโถ ทฏฺฐพฺโพ. ยุคสทฺโท เจตฺถ เอกเสสนเยน ทฏฺฐพฺโพ ‘‘ยุโค จ ยุโค จ ยุคา’’ติ. เอวญฺหิ ตตฺถ ตตฺถ ทฺวินฺนํ คหิตเมว โหติ. เตนาห – ‘‘ตโต อุทฺธํ สพฺเพปิ ปุพฺพปุริสา ปิตามหคฺคหเณเนว คหิตา’’ติ. ปุริสคฺคหณญฺเจตฺถ อุกฺกฏฺฐนิทฺเทสวเสน กตนฺติ ทฏฺฐพฺพํ. เอวญฺหิ ‘‘มาติโต’’ติ ปาฬิวจนํ สมตฺถิตํ โหติ. อกฺขิตฺโตติ อปฺปตฺตเขโป. อนวกฺขิตฺโตติ สทฺธถาลิปากาทีสุ น อวกฺขิตฺโต. ชาติวาเทนาติ เหตุมฺหิ กรณวจนนฺติ ทสฺเสตุํ ‘‘เกน การเณนา’’ติอาทิ วุตฺตํ. เอตฺถ จ อุภโต…เป… ปิตามหยุคาติ เอเตน พฺราหฺมณสฺส โยนิโทสาภาโว ทสฺสิโต สํสุทฺธคหณิกภาวกิตฺตนโต. อกฺขิตฺโตติ อิมินา กิริยาปราธาภาโว. กิริยาปราเธน หิ สตฺตา เขปํ ปาปุณนฺติ. อนุปกุฏฺโฐติ อิมินา อยุตฺตสํสคฺคาภาโว. อยุตฺตสํสคฺคมฺปิ หิ ปฏิจฺจ สตฺตา อกฺโกสํ ลภนฺติ.

อิสฺสโรติ อธิปเตยฺยสํวตฺตนิยกมฺมผเลน อีสนสีโล. สา ปนสฺส อิสฺสรตา วิภวสมฺปตฺติปจฺจยา ปากฏา ชาตาติ อฑฺฒตาปริยายภาเวน วทนฺโต ‘‘อฑฺโฒติ อิสฺสโร’’ติ อาห. มหนฺตํ ธนมสฺส ภูมิคตญฺเจว เวหาสฏฺฐญฺจาติ มหทฺธโน. ตสฺสาติ ตสฺส ตสฺส. วทนฺติ ‘‘อนฺวยโต พฺยติเรกโต จ อนุปสงฺกมนการณํ กิตฺเตมา’’ติ.

อธิกรูโปติ วิสิฏฺฐรูโป อุตฺตมสรีโร. ทสฺสนํ อรหตีติ ทสฺสนีโย. เตนาห ‘‘ทสฺสนโยคฺโค’’ติ. ปสาทํ อาวหตีติ ปาสาทิโก. เตนาห ‘‘จิตฺตปสาทชนนโต’’ติ. วณฺณสฺสาติ วณฺณธาตุยา. สรีรนฺติ สนฺนิเวสวิสิฏฺโฐ กรจรณคีวาสีสาทิ อวยวสมุทาโย, โส จ สณฺฐานมุเขน คยฺหตีติ ‘‘ปรมาย วณฺณโปกฺขรตายาติ ปรมาย…เป… สมฺปตฺติยา จา’’ติ วุตฺตํ. สพฺพวณฺเณสุ สุวณฺณวณฺโณว อุตฺตโมติ วุตฺตํ ‘‘เสฏฺเฐน สุวณฺณวณฺเณน สมนฺนาคโต’’ติ. ตถา หิ พุทฺธา จกฺกวตฺติโน จ สุวณฺณวณฺณาว โหนฺติ. พฺรหฺมวจฺฉสีติ อุตฺตมสรีราโภ สุวณฺณาโภติ อตฺโถ. อิมเมว หิ อตฺถํ สนฺธายาห ‘‘มหาพฺรหฺมุโน สรีรสทิเสน สรีเรน สมนฺนาคโต’’ติ. น พฺรหฺมุชุคตฺตตํ. อขุทฺทาวกาโส ทสฺสนายาติ อาโรหปริณาหสมฺปตฺติยา อวยวปาริปูริยา จ ทสฺสนาย โอกาโส น ขุทฺทโก. เตนาห ‘‘สพฺพาเนวา’’ติอาทิ.

ยมนิยมลกฺขณํ สีลมสฺส อตฺถีติ สีลวา, ตํ ปนสฺส รตฺตญฺญุตาย วุทฺธํ วฑฺฒิตํ สีลํ อสฺส อตฺถีติ วุทฺธสีลี, เตน จ สพฺพทา สมาโยคโต วุฑฺฒสีเลน สมนฺนาคโต. ปญฺจสีลมตฺตเมว สนฺธาย วทนฺติ ตโต ปรํ สีลสฺส ตตฺถ อภาวโต เตสญฺจ อชานนโต.

ฐานกรณสมฺปตฺติยา สิกฺขาสมฺปตฺติยา จ กตฺถจิปิ อนูนตาย ปริมณฺฑลปทานิ พฺยญฺชนานิ อกฺขรานิ เอติสฺสาติ ปริมณฺฑลปทพฺยญฺชนา. อถ วา ปชฺชติ อตฺโถ เอเตนาติ ปทํ, นามาทิ, ยถาธิปฺเปตมตฺถํ พฺยญฺเชตีติ พฺยญฺชนํ วากฺยํ, เตสํ ปริปุณฺณตาย ปริมณฺฑลปทพฺยญฺชนา. อตฺถญาปนสาธนตาย วาจาว กรณนฺติ วากฺกรณํ, อุทาหรณโฆโส. คุณปริปุณฺณภาเวน ตสฺส พฺราหฺมณสฺส, เตน วา ภาสิตพฺพอตฺถสฺส. ปูเร ปุณฺณภาเว. ปูเรติ จ ปุริมสฺมึ อตฺเถ อาธาเร ภุมฺมํ, ทุติยสฺมึ วิสเย. สุขุมาลตฺตเนนาติ อิมินา ตสฺสา วาจาย มุทุสณฺหภาวมาห. อปลิพุทฺธาย ปิตฺตเสมฺหาทีหิ. สนฺทิฏฺฐํ สพฺพํ ทสฺเสตฺวา วิย เอกเทสกถนํ. วิลมฺพิตํ สณิกํ จิรายิตฺวา กถนํ. ‘‘สนฺทิทฺธวิลมฺพิตาที’’ติ วา ปาโฐ. ตตฺถ สนฺทิทฺธํ สนฺเทหชนกํ. อาทิ-สทฺเทน ขลิตานุกฑฺฒิตาทึ สงฺคณฺหาติ. อาทิมชฺฌปริโยสานํ ปากฏํ กตฺวาติ อิมินา จสฺส วาจาย อตฺถปาริปูรึ วทนฺติ.

๔๒๕. สทิสาติ เอกเทเสน สทิสา. น หิ พุทฺธานํ คุเณหิ สพฺพถา สทิสา เกจิปิ คุณา อญฺเญสุ ลพฺภนฺติ. อิตเรติ อตฺตโน คุเณหิ อสทิสคุเณ. อิทนฺติ อิทํ อตฺถชาตํ. โคปทกนฺติ คาวิยา ปเท ฐิตอุทกํ. กุลปริยาเยนาติ กุลานุกฺกเมน.

ตตฺถาติ มญฺจเก. สีหเสยฺยํ กปฺเปสีติ ยถา ราหุ อสุรินฺโท อายามโต วิตฺถารโต อุพฺเพธโต จ ภควโต รูปกายสฺส ปริจฺเฉทํ คเหตุํ น สกฺโกติ, ตถารูปํ อิทฺธาภิสงฺขารํ อภิสงฺขโรนฺโต สีหเสยฺยํ กปฺเปสิ.

ปริสุทฺธฏฺเฐน อริยนฺติ อาห ‘‘อริยํ อุตฺตมํ ปริสุทฺธ’’นฺติ. อนวชฺชฏฺเฐน กุสลํ, น สุขวิปากฏฺเฐน. กตฺถจิ จตุราสีติ ปาณสหสฺสานิ กตฺถจิ อปริมาณาปิ เทวมนุสฺสา ยสฺมา จตุวีสติยา ฐาเนสุ อสงฺเขฺยยฺยา อปริเมยฺยา มคฺคผลามตํ ปิวนฺติ. โกฏิสตสหสฺสาทิปริมาเณนปิ พหู เอว. ตสฺมา อนุตฺตราจารสิกฺขาปนวเสเนว ภควา พหูนํ อาจริโย. เตติ กามราคโต อญฺเญ ภควตา ปหีนกิเลเส.

อปาปปุเรกฺขาโรติ อปาเปหิ ปุรกฺขรียติ, น วา ปาปํ ปุรโต กโรตีติปิ อปาปปุเรกฺขาโรติ อิมมตฺถํ ทสฺเสตุํ ‘‘อปาเป นว โลกุตฺตรธมฺเม’’ติอาทิ วุตฺตํ. ตตฺถ อปาเปติ ปาปปปฏิปกฺเข ปาปรหิเต จ. พฺรหฺมนิ ภวา, พฺรหฺมุโน วา หิตา ครุกรณาทินา, พฺรหฺมานํ วา มคฺคํ ชานาตีติ พฺรหฺมญฺญา, ตสฺสา พฺรหฺมญฺญาย ปชาย.

ติโรรฏฺฐา ติโรชนปทาติ เอตฺถ รชฺชํ รฏฺฐํ ราชนฺติ ราชาโน เอเตนาติ กตฺวา. ตเทกเทสภูตา ปเทสา ปน ชนปโท ชนา ปชฺชนฺติ เอตฺถ สุขชีวิกํ ปาปุณนฺตีติ กตฺวา. ปุจฺฉาย โทสํ สลฺลกฺเขตฺวาติ สมฺพนฺโธ. ภควา วิสฺสชฺเชติ เตสํ อุปนิสฺสยสมฺปตฺตึ จินฺเตตฺวาติ อธิปฺปาโย. นวกาติ อาคนฺตุกภาเวน อมฺหากํ อภินวา.

๔๒๖. โอปาเตติ นิปฺปาเตตีติ อตฺโถ. ตถาภูโต จ ตตฺถ เปสิตา โหตีติ วุตฺตํ ‘‘ปเวเสตี’’ติ. สํปุรกฺขโรนฺตีติ สกฺกจฺจํ ปุพฺพงฺคมํ กโรนฺติ. เตนาห ‘‘ปุรโต กตฺวา วิจรนฺตี’’ติ.

๔๒๗. สุทฺเท พหิ กตฺวา รโห สาสิตพฺพฏฺเฐน มนฺตา เอว ตํตํอตฺถปฏิปตฺติเหตุตาย ปทนฺติ มนฺตปทํ เวทํ. เตนาห ‘‘เวโท’’ติ. เอวํ กิราติ ปรมฺปรภาเวน อาภตนฺติ อาจริยปรมฺปราย อาภตํ. ปาวจนสงฺขาตสมฺปตฺติยาติ ปมุขวจนมฺหิ อุทตฺตาทิสมฺปตฺติยา. สาวิตฺติอาทีหิ ฉนฺทพนฺเธหิ วคฺคพนฺเธหิ จาติ คายตฺตีอาทีหิ อชฺฌายานุวากาทีหิ ฉนฺทพนฺเธหิ จ วคฺคพนฺเธหิ จ. สมฺปาเทตฺวาติ ปทสมฺปตฺตึ อหาเปตฺวา. ปวตฺตาโรติ วา ปาวจนวเสน วตฺตาโร. สชฺฌายิตนฺติ คายนวเสน สชฺฌายิตํ, ตํ ปน ปเทเนว อิจฺฉิตนฺติ อาห ‘‘ปทสมฺปตฺติวเสนา’’ติ. อญฺเญสํ วุตฺตนฺติ ปาวจนวเสน อญฺเญสํ วุตฺตํ. ราสิกตนฺติ อิรุเวทยชุเวทสามเวทาทิวเสน, ตตฺถาปิ ปจฺเจกํ มนฺตพฺรหฺมาทิวเสน อชฺฌายานุวากาทิวเสน ราสิกตํ. ทิพฺเพน จกฺขุนา โอโลเกตฺวาติ ทิพฺพจกฺขุปริภณฺเฑน ยถากมฺมูปคญาเณน สตฺตานํ กมฺมสฺสกตํ, ปจฺจกฺขโต ทสฺสนฏฺเฐน ทิพฺพจกฺขุสทิเสน ปุพฺเพนิวาสญาเณน อตีตกปฺเป พฺราหฺมณานํ มนฺตชฺเฌนวิธิญฺจ โอโลเกตฺวา. ปาวจเนน สห สํสนฺเทตฺวาติ กสฺสปสมฺมาสมฺพุทฺธสฺส ยํ วจนํ วฏฺฏสนฺนิสฺสิตํ, เตน สห อวิรุทฺธํ กตฺวา. น หิ เตสํ วิวฏฺฏสนฺนิสฺสิโต อตฺโถ ปจฺจกฺโข โหติ. อปราปเรติ อฏฺฐกาทีหิ อปราปเร, ปจฺฉิมา โอกฺกากราชกาลาทีสุ อุปฺปนฺนา. ปกฺขิปิตฺวาติ อฏฺฐกาทีหิ คนฺถิตมนฺตปเทสุ กิเลสสนฺนิสฺสิตปทานํ ตตฺถ ตตฺถ ปเท ปกฺขิปนํ กตฺวา. วิรุทฺเธ อกํสูติ พฺราหฺมณธมฺมิกสุตฺตาทีสุ (ขุ. นิ. พฺราหฺมณธมฺมิกสุตฺตํ) อาคตนเยเนว สํกิเลสิกตฺถทีปนโต ปจฺจนีกภูเต อกํสุ.

๔๒๘. ปฏิปาฏิยา ฆฏิตาติ ปฏิปาฏิยา สมฺพทฺธา. ปรมฺปรสํสตฺตาติ อาทานิยาย ยฏฺฐิยา สํสตฺตา. เตนาห ‘‘ยฏฺฐิคฺคาหเกน จกฺขุมตา’’ติ. ปุริมสฺสาติ มณฺฑลากาเรน ฐิตาย อนฺธเวณิยา สพฺพปุริมสฺส หตฺเถน สพฺพปจฺฉิมสฺส กจฺฉํ คณฺหาเปตฺวา. ทิวสมฺปีติ อเนกทิวสมฺปิ. จกฺขุสฺส อนาคตภวํ ญตฺวา ยถาอกฺกนฺตฏฺฐาเนเยว อนุปติตฺวา อกฺกมนํว สลฺลกฺเขตฺวา ‘‘กหํ จกฺขุมา กหํ มคฺโค’’ติ ปริเวทิตฺวา.

ปาฬิอาคเตสุ ทฺวีสูติ สทฺธา อนุสฺสโวติ อิเมสุ ทฺวีสุ. เอวรูเปติ ยถา สทฺธานุสฺสวา, เอวรูเป เอว ปจฺจกฺขคาหิโนติ อตฺโถ. ตโยติ รุจิอาการปริวิตกฺกทิฏฺฐินิชฺฌานกฺขนฺติโย. ภูตวิปากาติ ภูตตฺถนิฏฺฐายกา อธิปฺเปตตฺถสาธกา, วุตฺตวิปริยาเยน อภูตตฺถวิปากา เวทิตพฺพา. เอตฺถาติ เอเตสุ สทฺธายิตาทิวตฺถูสุ. เอกํเสเนว นิฏฺฐํ คนฺตุํ นาลํ อเนกนฺติกตฺตา สทฺธาทิคฺคาหสฺส. อุปริ ปุจฺฉาย มคฺคํ วิวริตฺวา ฐเปสิ สจฺจานุรกฺขาย ญาตุกามตาย อุปฺปาทิตตฺตา. ปสฺสติ หิ ภควา – มยา ‘‘สจฺจมนุรกฺขตา…เป… นิฏฺฐํ คนฺตุ’’นฺติ วุตฺเต สจฺจานุรกฺขณํ ญาตุกาโม มาณโว ‘‘กิตฺตาวตา’’ติอาทินา ปุจฺฉิสฺสติ, ตสฺส ตํ วิสฺสชฺเชตฺวา สจฺจานุโพเธ ปุจฺฉาย อวสรํ ทตฺวา ตสฺส อุปนิสฺสเย อุปการธมฺเม กเถสฺสามีติ. เตน วุตฺตํ – ‘‘อุปริ ปุจฺฉาย มคฺคํ วิวริตฺวา ฐเปสี’’ติ.

๔๓๐. อตฺตานญฺเญว สนฺธาย วทติ, ยโต วุตฺตํ ปาฬิยํ – ‘‘ยํ โข ปนายมายสฺมา ธมฺมํ เทเสติ, คมฺภีโร โส ธมฺโม ทุทฺทโส ทุรนุโพโธ’’ติอาทิ. ลุพฺภนฺตีติ โลภนียา ยถา ‘‘อปายคมนียา’’ติ อาห ‘‘โลภนีเยสุ ธมฺเมสูติ โลภธมฺเมสู’’ติ. ยถา วา รูปาทิธมฺมา โลภนียา, เอวํ โลโภติ อาห ‘‘โลภนีเยสุ ธมฺเมสูติ โลภธมฺเมสู’’ติ. เตเนวาห – ‘‘ยํ โลเก ปิยรูปํ สาตรูปํ, เอตฺเถสา ตณฺหา อุปฺปชฺชมานา อุปฺปชฺชติ, เอตฺถ นิวิสมานา นิวิสตี’’ติ (ที. นิ. ๒.๔๐๐; ม. นิ. ๑.๑๓๓; วิภ. ๒๐๓). เอเส นโย เสสปททฺวเยปิ.

๔๓๒. นิเวเสตีติ ฐเปติ ปฏฺฐเปติ. ปยิรุปาสตีติ อุปฏฺฐานวเสน อุปคนฺตฺวา นิสีทติ. สุยฺยติ เอเตนาติ โสตนฺติ อาห ‘‘ปสาทโสต’’นฺติ. ตญฺหิ สวนาย โอทหิตพฺพนฺติ. ธาเรติ สนฺธาเรติ ตตฺเถว มนํ ฐเปติ. อตฺถโตติ ยถาวุตฺตสฺส ธมฺมสฺส อตฺถโต. การณโตติ ยุตฺติโต เหตุทาหรเณหิ อุปปตฺติโต. โอโลกนนฺติ เอวเมตนฺติ ยถาสภาวโต ปญฺญาจกฺขุนา ทฏฺฐพฺพตํ ขมนฺติ, ตญฺจ มหนฺตสฺส มณิโน ปชฺชลนฺตสฺส วิย อาวิกตฺวา อตฺถสฺส จิตฺเต อุปฏฺฐานนฺติ อาห ‘‘อิธา’’ติอาทิ. กตฺตุกมฺยตาฉนฺโทติ กตฺตุกามตาสงฺขาโต กุสลจฺฉนฺโท. วายมตีติอาทิโต จตุนฺนมฺปิ วีริยานํ วเสน วายามํ ปรกฺกมํ กโรติ. มคฺคปธานํ ปทหตีติ มคฺคาวหํ มคฺคปริยาปนฺนญฺจ สมฺมปฺปธานํ ปทหติ, ปทหนวเสน ตํ ปริปูเรติ. ปรมสจฺจนฺติ อโมฆธมฺมตฺตา ปรมตฺถสจฺจํ. สหชาตนามกาเยนาติ มคฺคปญฺญาสหชาตนามกาเยน. ตเทวาติ ตเทว ปรมสจฺจํ นิพฺพานํ. เตเนวาห – ‘‘สจฺฉิกิริยาภิสมเยน วิภูตํ ปากฏํ กโรนฺโต ปสฺสตี’’ติ.

๔๓๓-๔. มคฺคานุโพโธติ มคฺคปฏิปาฏิยา โพโธ พุชฺฌนํ, เยสํ กิเลสานํ สมุจฺฉินฺทนวเสน มคฺคปฺปฏิเวโธ, เตสํ ปฏิปสฺสมฺภนวเสน ปวตฺตมานํ สามญฺญผลํ, มคฺเคน ปฏิวิทฺธานิ สจฺจานิ, ปรมตฺถสจฺจเมว วา อนุรูปพุชฺฌนนฺติ อธิปฺปาโย. ‘‘สจฺจานุปฺปตฺตีติ ผลสจฺฉิกิริยา’’ติ วุตฺตํ. เอวญฺหิ สติ เหฏฺฐา วุตฺตา สทฺธาปฏิลาภาทโย ทฺวาทส ธมฺมา สจฺจานุปฺปตฺติยา อุปการา โหนฺติ, ตสฺมา วุตฺตํ ‘‘เตสํเยวาติ เหฏฺฐา วุตฺตานํ ทฺวาทสนฺน’’นฺติ. นายํ ‘‘เตสํเยวา’’ติ ปทสฺส อตฺโถ. สติปิ กุสลวิปากาทิภาเวน นานตฺเต วตฺถารมฺมณภูมิกิจฺจาทิวเสน ปน สทิสาติ อุปายโตว มคฺคธมฺมา อาเสวิตา พหุลีกตา ผลภูตาติ วตฺตพฺพตํ อรหตีติ ตํสทิเส ตพฺโพหารํ กตฺวา ‘‘เตสํ มคฺคสมฺปยุตฺตธมฺมาน’’นฺติ วุตฺตํ. เอวญฺหิ อาเสวนาคหณํ สมตฺถิตํ, น อญฺญถา. น หิ เอกจิตฺตกฺขณิกานํ มคฺคธมฺมานํ อาเสวนา, พหุลีกมฺมํ วา อตฺถีติ. ตุลนาติ วิปสฺสนา. สา หิ วุฏฺฐานคามินิภูตา มคฺคปฺปธานสฺส พหุการา ตสฺส อภาเว มคฺคปฺปธานสฺเสว อภาวโต, เอวํ อุสฺสาโห ตุลนาย ฉนฺโท อุสฺสาหสฺส พหุกาโรติอาทินา เหฏฺฐิมสฺส อุปริมูปการตํ สุวิญฺเญยฺยเมวาติ อาห – ‘‘อิมินา นเยน สพฺพปเทสุ อตฺโถ เวทิตพฺโพ’’ติ. เสสํ สุวิญฺเญยฺยเมว.

จงฺกีสุตฺตวณฺณนาย ลีนตฺถปฺปกาสนา สมตฺตา.