๖. เอสุการีสุตฺตวณฺณนา
๔๓๗. โกฏฺฐาสนฺติ มํสภาคํ. ลคฺคาเปยฺยุนฺติ นฺหารุนา วา วาเกน วา พนฺธิตฺวา ปุริสสฺส หตฺเถ วา วสนเคเห วา โอลมฺพนวเสน พนฺเธยฺยุํ. สตฺถธมฺมนฺติ สตฺถิเกสุ สตฺถวาเหน ปเณตพฺพํ อาณาธมฺมํ. ตสฺส นิกฺขมนตฺถนฺติ ตํ มูลํ สตฺถิเกหิ นิตฺถรณตฺถํ. ปาปํ อสฺสาติ ปริจรนฺตสฺส ปาริจริยาย อหิตํว อสฺส. เตนาห ‘‘น เสยฺโย’’ติ. อุจฺจกุลีนาทโย ทุติยวาราทีหิ วุจฺจนฺติ, อิธ อุปธิวิปตฺติสมฺปตฺติโย ปาปิยาทิปเทหิ วุตฺตาติ อธิปฺปาโย. เตนาห – ‘‘ปาปิโยติ ปาปโก ลามโก อตฺตภาโว อสฺสา’’ติ. เสยฺยํโสติ หิตโกฏฺฐาโส, หิตสภาโวติ อตฺโถ. อุจฺจกุลีนตาติ กรณตฺเถ ปจฺจตฺตวจนนฺติ อาห ‘‘อุจฺจากุลีนตฺเตนา’’ติ. ‘‘วณฺโณ น ขีเยถ ตถาคตสฺสา’’ติอาทีสุ (ที. นิ. อฏฺฐ. ๑.๓๐๕; ๓.๑๔๑; ม. นิ. อฏฺฐ. ๒.๔๒๕; อุทา. ๕๓; อป. อฏฺฐ. ๒.๗.๒๐; พุ. วํ. อฏฺฐ. ๔.๔; จริยา. อฏฺฐ. ๑.นิทานกถา; ๒.ปกิณฺณกกถา; ที. นิ. ฏี. ๑.คนฺถารมฺภกถาวณฺณนา; สํ. นิ. ฏี. ๑.๒.๑; อ. นิ. ฏี. ๑.๑.๑; วชิร. ฏี. คนฺถารมฺภกถาวณฺณนา; สารตฺถ. ฏี. ๑.คนฺถารมฺภกถาวณฺณนา; เนตฺติ. ฏี. คนฺถารมฺภกถาวณฺณนา; ม. นิ. ฏี. ๑.๑) วิย วณฺณสทฺโท อิธ ปสํสาปริยาโยติ อาห ‘‘เวสฺโสปิ หิ อุฬารวณฺโณ โหตี’’ติ.
๔๔๐. ‘‘นิรโว ปทสทฺโท โสฬารโคตฺตสฺส อกิณฺณมตฺติกาปตฺโต ติฏฺเฐยฺย อสงฺคจารี’’ติ วุตฺตตฺตา ภิกฺขา จริตพฺพาว, อยํ เตสํ กุลธมฺโมติ อธิปฺปาโย. หริตฺวาติ อปเนตฺวา. สตฺตชีโว สตฺตวาณิชโก. โคเปติ รกฺขตีติ โคโป, อารกฺขาธิกาเร นิยุตฺโต. อสนฺติ ลูนนฺติ เตนาติ อสิตํ, ลวิตฺตํ. วิวิธํ ภารํ อาภญฺชนฺติ โอลมฺพนฺติ เอตฺถาติ พฺยาภงฺคี, กาชํ.
๔๔๑. อนุสฺสรโตติ อนุสฺสรณเหตุ กุลวํสานุสฺสรณกฺขเณ ขตฺติโยติอาทินา สงฺขฺยํ คจฺฉติ. เตนาห ‘‘โปราเณ…เป… อนุสฺสริยมาเน’’ติ. อุจฺจนีจตฺตชานนตฺถญฺจ กุลววตฺถานํ กตํ โหตีติ ขตฺติยาทิกุลกมฺมุนา เตสํ จตุนฺนํ วณฺณานํ สนฺธนํ ชีวิกํ ปญฺญเปนฺติ พฺราหฺมณา, ตถาคโต ปน โลกุตฺตรธมฺมเมว ปุริสสฺส สนฺธนํ ปญฺญเปติ เตน สตฺตสฺส โลกคฺคภาวสิทฺธิโต. เสสํ สุวิญฺเญยฺยเมว.
เอสุการีสุตฺตวณฺณนา ลีนตฺถปฺปกาสนา สมตฺตา.