๑. ฆฏิการสุตฺตวณฺณนา

๒๘๒. จริยนฺติ โพธิจริยํ, โพธิสมฺภารสมฺภรณวเสน ปวตฺติตํ โพธิสตฺตปฏิปตฺตินฺติ อตฺโถ. สุการณนฺติ โพธิปริปาจนสฺส เอกนฺติกํ สุนฺทรํ การณํ, กสฺสปสฺส ภควโต ปยิรุปาสนาทึ สนฺธาย วทติ. ตญฺหิ เตน สทฺธึ มยา อิธ กตนฺติ วตฺตพฺพตํ ลภติ. มนฺทหสิตนฺติ อีสกํ หสิตํ. กุหํ กุหนฺติ หาส-สทฺทสฺส อนุกรณเมตํ. หฏฺฐปหฏฺฐาการมตฺตนฺติ หฏฺฐปหฏฺฐมตฺตํ. ยถา คหิตสงฺเกตา ‘‘ปหฏฺโฐ ภควา’’ติ สญฺชานนฺติ, เอวํ อาการทสฺสนมตฺตํ.

อิทานิ อิมินา ปสงฺเคน ตาสํ สมุฏฺฐานํ วิภาคโต ทสฺเสตุํ ‘‘หสิตญฺจ นาเมต’’นฺติอาทิ อารทฺธํ. ตตฺถ อชฺฌุเปกฺขนวเสนปิ หาโส น สมฺภวติ, ปเคว โทมนสฺสวเสนาติ อาห ‘‘เตรสหิ โสมนสฺสสหคตจิตฺเตหี’’ติ. นนุ จ เกจิ โกธวเสนปิ หสนฺตีติ? น, เตสมฺปิ ยํ ตํ โกธวตฺถุ, ตสฺส มยํ ทานิ ยถากามการิตํ อาปชฺชิสฺสามาติ ทุวิญฺเญยฺยนฺตเรน โสมนสฺสจิตฺเตเนว หาสสฺส อุปฺปชฺชนโต. เตสูติ ปญฺจสุ โสมนสฺสสหคตจิตฺเตสุ. พลวารมฺมเณติ อุฬารอารมฺมเณ ยมกมหาปาฏิหาริยสทิเส. ทุพฺพลารมฺมเณติ อนุฬาเร อารมฺมเณ. อิมสฺมึ ปน ฐาเน…เป… อุปฺปาเทสีติ อิทํ โปราณฏฺฐกถายํ ตถา อาคตตฺตา วุตฺตํ. น อเหตุกโสมนสฺสสหคตจิตฺเตน ภควโต สิตํ โหตีติ ทสฺสนตฺถํ.

อภิธมฺมฏีกายํ (ธ. ส. มูลฏี. ๕๖๘) ปน ‘‘อตีตํสาทีสุ อปฺปฏิหตํ ญาณํ วตฺวา ‘อิเมหิ ตีหิ ธมฺเมหิ สมนฺนาคตสฺส พุทฺธสฺส ภควโต สพฺพํ กายกมฺมํ ญาณปุพฺพงฺคมํ ญาณานุปริวตฺต’นฺติอาทิวจนโต (มหานิ. ๖๙, ๑๕๖; จูฬนิ. มาฆราชมาณวปุจฺฉานิทฺเทส ๘๕; ปฏิ. ม. ๓.๕; เนตฺติ. ๑๕; ที. นิ. อฏฺฐ. ๓.๓๐๕; วิภ. มูลฏี. สุตฺตนฺตภาชนียวณฺณนา; ที. นิ. ฏี. ๓.๑๔๑, ๓๐๕) ‘ภควโต อิทํ จิตฺตํ อุปฺปชฺชตี’ติ วุตฺตวจนํ วิจาเรตพฺพ’’นฺติ วุตฺตํ. ตตฺถ อิมินา หสิตุปฺปาทจิตฺเตน ปวตฺติยมานมฺปิ ภควโต สิตกรณํ ปุพฺเพนิวาส-อนาคตํส-สพฺพญฺญุตญฺญาณานํ อนุวตฺตกตฺตา ญาณานุปริวตฺติเยวาติ, เอวํ ปน ญาณานุปริวตฺติภาเว สติ น โกจิ ปาฬิอฏฺฐกถานํ วิโรโธ. ตถา หิ อภิธมฺมฏฺฐกถายํ (ธ. ส. อฏฺฐ. ๕๖๘) ‘‘เตสํ ญาณานํ จิณฺณปริยนฺเต อิทํ จิตฺตํ อุปฺปชฺชตี’’ติ วุตฺตํ. อวสฺสญฺจ เอตํ เอวํ อิจฺฉิตพฺพํ, อญฺญถา อาวชฺชนสฺสปิ ภควโต ปวตฺติ ตถารูเป กาเล น สํยุชฺเชยฺย, ตสฺสปิ หิ วิญฺญตฺติสมุฏฺฐาปกภาวสฺส อิจฺฉิตตฺตา, ตถา หิ วุตฺตํ – ‘‘เอวญฺจ กตฺวา มโนทฺวาราวชฺชนสฺสปิ วิญฺญตฺติสมุฏฺฐาปกตฺตํ อุปปนฺนํ โหตี’’ติ, น จ วิญฺญตฺติสมุฏฺฐาปกตฺเต ตํสมุฏฺฐิตาย วิญฺญตฺติยา กายกมฺมาทิภาวํ อาปชฺชนภาโว วิพนฺธตีติ ตเมว สนฺธาย วทติ. เตนาห ‘‘เอวํ อปฺปมตฺตกมฺปี’’ติ. สเตริตา วิชฺชุลตา นาม สเตรตาวิชฺชุลตา. สา หิ อิตรวิชฺชุลตา วิย ขณฏฺฐิติกา สีฆนิโรธา จ น โหติ, อปิจ โข ทนฺธนิโรธา, ตญฺจ สพฺพกาลํ จตุทีปิกมหาเมฆโตว นิจฺฉรติ เตนาห ‘‘จาตุทฺทีปิกมหาเมฆมุขโต’’ติ. อยํ กิร ตาสํ รสฺมิวฏฺฏีนํ ธมฺมตา, ยทิทํ ติกฺขตฺตุํ สิรวรํ ปทกฺขิณํ กตฺวา ทาฐคฺเคสุเยว อนฺตรธานํ.

๒๘๓. ยทิปิ จตฺตาริ อสงฺเขฺยยฺยานิ กปฺปานํ สตสหสฺสญฺจ ปญฺญาปารมิตา ปริภาวิตา, ตถาปิ อิทานิ ตํ พุทฺธนฺตรํ ตสฺสา ปฏิปาเทตพฺพตฺตา วุตฺตํ ‘‘อปริปกฺกญาณตฺตา’’ติ. กามญฺจสฺส ญาณาย อิทานิปิ ปฏิปาเทตพฺพตา อตฺถิ, เอวํ สนฺเตปิ นนุ สมฺมาสมฺพุทฺเธสุ ปสาเทน สมฺภาวนาย ภวิตพฺพํ ตถา จิรกาลํ ปริภาวิตตฺตา, กถํ ตตฺถ หีฬนาติ อาห ‘‘พฺราหฺมณกุเล’’ติอาทิ. จิรกาลปริจิตาปิ หิ คุณภาวนา อปฺปเกนปิ อกลฺยาณมิตฺตสํสคฺเคน วิปริวตฺตติ อญฺญถตฺตํ คจฺฉติ. เตน มหาสตฺโตปิ ชาติสิทฺธายํ ลทฺธิยํ ฐตฺวา ชาติสิทฺเธน มาเนน เอวมาห – ‘‘กึ ปน เตน มุณฺฑเกน สมณเกน ทิฏฺเฐนา’’ติ. ตถา หิ วุตฺตํ อฏฺฐกถายํ –

‘‘ตสฺมา อกลฺยาณชนํ, อาสีวิสมิโวรคํ,

อารกา ปริวชฺเชยฺย, ภูติกาโม วิจกฺขโณ’’ติ. (ที. นิ. อฏฺฐ. ๑.๑๗๐-๑๗๒);

นฺหานจุณฺเณน สุตฺเตน กตา โสตฺติ, กุรุวินฺทคุฬิกา, สา เอว สินายนฺติ กายํ วิโสเธนฺติ เอตายาติ สินานํ. เตนาห – ‘‘โสตฺติ สินานนฺติ สินานตฺถาย กตโสตฺติ’’นฺติ.

๒๘๔. อริยปริหาเรนาติ อริยานํ ปริหาเรน, อนาคามีนํ นฺหานกาเล อตฺตโน กายสฺส ปริหารนิยาเมนาติ อตฺโถ. อตฺตโน ญาณสมฺปตฺติยา วิภวสมฺปตฺติยา ปสนฺนการํ กาตุํ สกฺขิสฺสติ. เอตทตฺถนฺติ ‘‘อหิตนิวารณํ, หิเต นิโยชนํ พฺยสเน ปริวชฺชน’’นฺติ ยทิทํ, เอตทตฺถํ มิตฺตา นาม โหนฺติ. เกจิ ‘‘ยาเวตฺถ อหุปี’’ติ ปฐนฺติ, เตสํ ยาว เอตฺถ เกสคฺคคหณํ ตาว อยํ นิพนฺโธ อหุปีติ อตฺโถ.

๒๘๕. สติปฏิลาภตฺถายาติ โพธิยา มหาภินีหารํ กตฺวา โพธิสมฺภารปฏิปทาย ปูรณภาเว สติยา ปฏิลาภตฺถาย. อิทานิ ตสฺส สตุปฺปาทนียกถาย ปวตฺติตาการํ สงฺเขเปเนว ทสฺเสตุํ ‘‘ตสฺส หี’’ติอาทิ วุตฺตํ. ตตฺถ น ลามกฏฺฐานํ โอติณฺณสตฺโตติ อิมินา มหาสตฺตสฺส ปณีตาธิมุตฺตตํ ทสฺเสตฺวา เอวํ ปณีตาธิมุตฺติกสฺส ปมาทกิริยา น ยุตฺตาติ ทสฺเสนฺโต ‘‘ตาทิสสฺส นาม ปมาทวิหาโร น ยุตฺโต’’ติ อาห. ตทา โพธิสตฺตสฺส เนกฺขมฺมชฺฌาสโย เตลปฺปทีโป วิย วิเสสโต นิพฺพตฺติ, ตํ ทิสฺวา ภควา ตทนุรูปํ ธมฺมกถํ กโรนฺโต ‘‘ตาทิสสฺส…เป… กเถสี’’ติ. ปรสมุทฺทวาสี เถรา อญฺญถา วทนฺติ. อฏฺฐกถายํ ปน นายํ พุทฺธานํ ภาโร, ยทิทํ ปูริตปารมีนํ โพธิสตฺตานํ ตถา ธมฺมเทสนา เตสํ มหาภินีหารสมนนฺตรมฺปิ โพธิสมฺภารสฺส สยมฺภุญาเณเนว ปฏิวิทิตตฺตา. ตสฺมา โพธิสตฺตภาวปเวทนเมว ตสฺส ภควา อกาสีติ ทสฺเสตุํ ‘‘สติปฏิลาภตฺถายา’’ติอาทิ วุตฺตํ. สติปฏิลาภตฺถายาติ สมฺมาปฏิปตฺติยา อุชฺชลเน ปากฏกรสติปฏิลาภาย.

๒๘๖. ญาณญฺหิ กิเลสธมฺมวิทาลนปทาลเนหิ สิงฺคํ วิยาติ สิงฺคํ. ตญฺหิ ปฏิปตฺติยา อุปตฺถมฺภิตํ อุสฺสิตํ นาม โหติ, ตทภาเว ปติตํ นาม. เกจิ ปน วีริยํ สิงฺคนฺติ วทนฺติ. ตสฺมึ สมฺมปฺปธานวเสน ปวตฺเต พาหิรปพฺพชฺชํ อุปคตาปิ มหาสตฺตา วิสุทฺธาสยา อปฺปิจฺฉตาทิคุณสมงฺคิโน ยถารหํ คนฺถธุรํ วาสธุรญฺจ ปริพฺรูหยนฺตา วิหรนฺติ, ปเคว พุทฺธสาสเน อปฺปิจฺฉตาทีหีติ อาห ‘‘จตุปาริสุทฺธิสีเล ปนา’’ติอาทิ. วิปสฺสนํ พฺรูเหนฺตา สิขาปฺปตฺตวิปสฺสนา โหนฺตีติ วุตฺตํ – ‘‘ยาว อนุโลมญาณํ อาหจฺจ ติฏฺฐนฺตี’’ติ, อนุโลมญาณโต โอรเมว วิปสฺสนํ ฐเปนฺตีติ อตฺโถ. มคฺคผลตฺถํ วายามํ น กโรนฺติ ปญฺญาปารมิตาย สพฺพญฺญุตญฺญาณคพฺภสฺส อปริปุณฺณตฺตา อปริปกฺกตฺตา จ.

๒๘๗. เถเรหีติ วุทฺธตเรหิ. นิวาเส สตีติ ยสฺมึ ฐาเน ปพฺพชิโต, ตตฺเถว นิวาเส. วปฺปกาลโตติ สสฺสานํ วปฺปกาลโต. ปุพฺเพ วิย ตโต ปรํ ติขิเณน สูริยสนฺตาเปน ปโยชนํ นตฺถีติ วุตฺตํ – ‘‘วปฺปกาเล วิตานํ วิย อุปริ วตฺถกิลญฺชํ พนฺธิตฺวา’’ติ. ปุฏเกติ กลาเป.

๒๘๘. ปจฺจยสามคฺคิเหตุกตฺตา ธมฺมปฺปตฺติยา ปเทสโต ปริญฺญาวตฺถุกาปิ อริยา อุปฏฺฐิเต จิตฺตวิฆาตปจฺจเย ยเทตํ นาติสาวชฺชํ, ตเทวํ คณฺหนฺตีติ อยเมตฺถ ธมฺมตาติ อาห – ‘‘อลาภํ อารพฺภ จิตฺตญฺญถตฺต’’นฺติอาทิ. โสติ กิกี กาสิราชา. พฺราหฺมณภตฺโตติ พฺราหฺมเณสุ ภตฺโต. เทเวติ พฺราหฺมเณ สนฺธายาห. ภูมิเทวาติ เตสํ สมญฺญา, ตทา พฺราหฺมณครุโก โลโก. ตทา หิ กสฺสโปปิ ภควา พฺราหฺมณกุเล นิพฺพตฺติ. ธีตุ อวณฺณํ วตฺวาติ, ‘‘มหาราช, ตว ธีตา พฺราหฺมณสมยํ ปหาย มุณฺฑปาสณฺฑิกสมยํ คณฺหี’’ติอาทินา ราชปุตฺติยา อคุณํ วตฺวา. วรํ คณฺหึสุ ญาตกา. รชฺชํ นิยฺยาเตสิ ‘‘มา เม วจนํ มุสา อโหสิ, อฏฺฐเม ทิวเส นิคฺคณฺหิสฺสามี’’ติ.

ปาวนอสฺมนยนวเสน สมฺมา ปาวีกตตฺตา ปริสุทฺธตณฺฑุลานิ. ปาฬิยํ ตณฺฑุลปฏิภสฺตานีติ ตณฺฑุลขณฺฑานิ. มุคฺคปฏิภสฺตกฬายปฏิภสฺเตสุปิ เอเสว นโย.

๒๘๙. โก นุ โขติ ภุมฺมตฺเถ ปจฺจตฺตวจนนฺติ อาห – ‘‘กุหึ นุ โข’’ติ ปาริปูรึ โยชียนฺติ พฺยญฺชนโภชนานิ เอตฺถาติ ปริโยโค, ตโต ปริโยคา. เตนาห ‘‘สูปภาชนโต’’ติ. สญฺญํ ทตฺวาติ วุตฺตํ สพฺพํ อาจิกฺขิตฺวา ตุมฺหากํ อตฺถาย สมฺปาเทตฺวา นิกฺขิตฺโต อุปฏฺฐาโกติ ภควโต อาโรเจถาติ สญฺญํ ทตฺวา. อติวิสฺสตฺโถติ อติวิย วิสฺสตฺโถ. ปญฺจวณฺณาติ ขุทฺทิกาทิวเสน ปญฺจปฺปการา.

๒๙๐. กินฺติ นิสฺสกฺเก ปจฺจตฺตวจนํ, กสฺมาติ อตฺโถ? ธมฺมิโกติ อิมินา อาคมนสุทฺธึ ทสฺเสติ. ภิกฺขูนํ ปตฺเต ภตฺตสทิโสติ อิมินา อุปาสเกน สตฺถุ ปริจฺจตฺตภาวํ ตตฺถ สตฺถุโน จ อปริสงฺกตํ ทสฺเสติ. สิกฺขาปทเวลา นาม นตฺถีติ ธมฺมสฺสามิภาวโต สิกฺขาปทมริยาทา นาม นตฺถิ ปณฺณตฺติวชฺเช, ปกติวชฺเช ปน เสตุฆาโต เอว.

๒๙๑. ฉทนฏฺฐาเน ยทากาสํ, ตเทว ตสฺส เคหสฺส ฉทนนฺติ อากาสจฺฉทนํ. ปกติยา อุตุผรณเมวาติ ฉาทิเต ยาทิสํ อุตุ, ฉทเน อุตฺติณภาเวปิ ตมฺหิ เคเห ตาทิสเมว อุตุผรณํ อโหสิ. เตสํเยวาติ เตสํ ฆฏิการสฺส มาตาปิตูนํ เอว.

๒๙๒. ‘‘จตสฺโส มุฏฺฐิโย เอโก กุฑุโว, จตฺตาโร กุฑุวา เอโก ปตฺโถ, จตฺตาโร ปตฺถา เอโก อาฬฺหโก, จตฺตาโร อาฬฺหกา เอกํ โทณํ, จตฺตาริ โทณานิ เอกา มานิกา, จตสฺโส มานิกา เอกา ขารี, วีสติ ขาริกา เอโก วาโหติ ตเทว เอกสกฏ’’นฺติ สุตฺตนิปาตฏฺฐกถาทีสุ (สุ. นิ. อฏฺฐ. ๒.๖๖๒) วุตฺตํ, อิธ ปน ‘‘เทฺว สกฏานิ เอโก วาโห’’ติ วุตฺตํ. เตลผาณิตาทินฺติ อาทิ-สทฺเทน สปฺปิอาทึ มริจาทิกฏุกภณฺฑญฺจ สงฺคณฺหาติ. นาหํ รญฺญา ทิฏฺฐปุพฺโพ, กุโต ปริปฺผสฺโสติ อธิปฺปาโย. นจฺจิตฺวาติ นจฺจํ ทตฺวา.

ฆฏิการสุตฺตวณฺณนาย ลีนตฺถปฺปกาสนา สมตฺตา.