๒. รฏฺฐปาลสุตฺตวณฺณนา

๒๙๓. ถูลเมว ถุลฺลํ, ถุลฺลา วิปุลา มหนฺตา โกฏฺฐา ชาตา อิมสฺสาติ ถุลฺลโกฏฺฐิกนฺติ โอทนปูปปหูตวเสน ลทฺธนาโม นิคโม. อฏฺฐกถายํ ปน ถุลฺลโกฏฺฐนฺติ อตฺโถ วุตฺโต. เตน ปาฬิยํ อิก-สทฺเทน ปทวฑฺฒนํ กตนฺติ ทสฺเสติ.

๒๙๔. รฏฺฐปาโลติ อิทํ ตสฺส กุลปุตฺตสฺส นามํ. ปเวณิวเสน อาคตกุลวํสานุคตนฺติ สมุทาคมโต ปฏฺฐาย ทสฺเสตุํ ‘‘กสฺมา รฏฺฐปาโล’’ติอาทิ วุตฺตํ. สนฺธาเรตุนฺติ วินาสนโต ปุพฺเพ ยาทิสํ, ตเถว สมฺมเทว ธาเรตุํ สมตฺโถ. สทฺธาติ กมฺมผลสทฺธาย สมฺปนฺนา. สามเณรํ ทิสฺวาติ สิกฺขากามตาย เอตทคฺเค ฐปิยมานํ ทิสฺวา.

สห รญฺญาติ สราชิกํ, รญฺญา สทฺธึ ราชปริสํ. จาตุวณฺณนฺติ พฺราหฺมณาทิจตุวณฺณสมุทายํ. โปเสตุนฺติ วทฺเธตุํ ทานาทีหิ สงฺคหวตฺถูหิ สงฺคณฺหิตุํ. ยํ กุลํ. ปโหสฺสตีติ สกฺขิสฺสติ.

เตน เตน เม อุปปริกฺขโตติ ‘‘กามา นาเมเต อนิจฺจา ทุกฺขา วิปริณามธมฺมา, อฏฺฐิกงฺกลูปมา’’ติ (ม. นิ. ๑.๒๓๔; ปาจิ. ๔๑๗; มหานิ. ๓, ๖) จ อาทินา เยน เยน อากาเรน กาเมสุ อาทีนวํ โอการํ สํกิเลสํ, ตพฺพิปริยายโต เนกฺขมฺเม อานิสํสํ คุณํ ปกาเสนฺตํ ภควตา ธมฺมํ เทสิตํ อาชานามิ, เตน เตน ปกาเรน อุปปริกฺขโต วีมํสนฺตสฺส มยฺหํ เอวํ โหติ เอวํ อุปฏฺฐาติ. สิกฺขตฺตยพฺรหฺมจริยนฺติ อธิสีลาทิสิกฺขตฺตยสงฺคหํ เสฏฺฐจริยํ. อขณฺฑาทิภาวาปาทเนน อขณฺฑํ ลกฺขณวจนเญฺหตํ. กญฺจิปิ สิกฺเขกเทสํ อเสเสตฺวา เอกนฺเตเนว ปริปูเรตพฺพตาย เอกนฺตปริปุณฺณํ. จิตฺตุปฺปาทมตฺตมฺปิ สํกิเลสมลํ อนุปฺปาเทตฺวา อจฺจนฺตเมว วิสุทฺธํ กตฺวา ปริหริตพฺพตาย เอกนฺตปริสุทฺธํ. ตโต เอว สงฺขํ วิย ลิขิตนฺติ สงฺขลิขิตํ. เตนาห ‘‘ลิขิตสงฺขสทิส’’นฺติ. ทาฐิกาปิ มสฺสุคฺคหเณเนว คเหตฺวา ‘‘มสฺสุ’’เตฺวว วุตฺตํ, อุตฺตราธรมสฺสุนฺติ อตฺโถ. กสาเยน รตฺตานิ กาสายานิ. อนนุญฺญาตํ ปุตฺตํ น ปพฺพาเชติ ‘‘มาตาปิตูนํ โลกิยมหาชนสฺส จิตฺตญฺญถตฺตํ มา โหตู’’ติ. ตถา หิ สุทฺโธทนมหาราชสฺส ตถา วโร ทินฺโน.

๒๙๕. ปิยายิตพฺพโต ปิโยติ อาห ‘‘ปีติชนโก’’ติ. มนสฺส อปฺปายนโต มนาโปติ อาห ‘‘มนวฑฺฒนโก’’ติ. สุเขธิโต ตรุณทารกกาเล. ตโต ปรญฺจ สปฺปิขีราทิสาทุรสมนุญฺญโภชนาทิอาหารสมฺปตฺติยา สุขปริภโต. อถ วา ทฬฺหภตฺติกธาติชนาทิปริชนสมฺปตฺติยา เจว ปริจฺฉทสมฺปตฺติยา จ อุฬารปณีตสุขปจฺจยูปหาเรหิ จ สุเขธิโต, อกิจฺเฉเนว ทุกฺขปฺปจฺจยวิโนทเนน สุขปริภโต. อชฺฌตฺติกงฺคสมฺปตฺติยา วา สุเขธิโต, พาหิรงฺคสมฺปตฺติยา สุขปริภโต. กสฺสจีติ อุปโยคตฺเถ สามิวจนํ, กิญฺจีติ วุตฺตํ โหติ, อยเมว วา ปาโฐ. ตถา หิ ‘‘อปฺปมตฺตกมฺปิ กลภาคํ ทุกฺขสฺส น ชานาสี’’ติ อตฺโถ วุตฺโต. เอวํ สนฺเตติ นนุ มยํ รฏฺฐปาล มรณาทีสุ เกนจิ อุปาเยน อปฺปตีกาเรน มรเณนปิ ตยา อกามกาปิ วินา ภวิสฺสาม, เอวํ สติ. เยนาติ เยน การเณน. กึ ปนาติ เอตฺถ กินฺติ การณตฺเถ ปจฺจตฺตวจนนฺติ ทสฺเสนฺโต อาห ‘‘เกน ปน การเณนา’’ติ.

๒๙๖. ปริจาเรหีติ ปริโต ตตฺถ ตตฺถ ยถาสกํ วิสเยสุ จาเรหิ. เตนาห ‘‘อิโต จิโต จ อุปเนหี’’ติ. ปริจาเรหีติ วา สุขูปกรเณหิ อตฺตานํ ปริจาเรหิ, อตฺตโน ปริจรณํ กาเรหิ. ตถาภูโต จ ยสฺมา ลฬนฺโต กีฬนฺโต นาม โหติ, ตสฺมา ‘‘ลฬา’’ติอาทิ วุตฺตํ. นิจฺจทานํ ทานํ นาม, อุโปสถทิวสาทีสุ ทาตพฺพํ อติเรกทานํ ปทานํ นาม. ปเวณีรกฺขณวเสน วา ทียมานํ ทานํ นาม, อตฺตนาว ปฏฺฐเปตฺวา ทียมานํ ปทานํ นาม. ปจุรชนสาธารณํ วา นาติอุฬารํ ทานํ นาม, อนญฺญสาธารณํ อติอุฬารํ ปทานํ นาม. อุทฺทสฺเสตพฺพาติ อุทฺธํ ทสฺเสตพฺพา. กุโต อุทฺธํ เต ทสฺเสตพฺพา? ปพฺพชิตโต อุทฺธํ อตฺตานํ มาตาปิตโร ทสฺเสตพฺพา, เตนาห ‘‘ยถา’’ติอาทิ.

๒๙๙. พลํ คเหตฺวาติ เอตฺถ พลคฺคหณํ นาม กายพลสฺส อุปฺปาทนเมวาติ อาห ‘‘กายพลํ ชเนตฺวา’’ติ. เอวํ วิหรนฺโตติ ยถา ปาฬิยํ วุตฺตํ เอวํ เอโก วูปกฏฺโฐ อปฺปมตฺโต วิหรนฺโต. ตสฺมาติ ยสฺมา เนยฺโย, น อุคฺฆฏิตญฺญู, น จ วิปญฺจิตญฺญู, ตสฺมา. จิเรน ปพฺพชิโต ทฺวาทสเม วสฺเส อรหตฺตํ ปาปุณิ. ยํ ปน วุตฺตํ ปาฬิยํ ‘‘น จิรสฺเสวา’’ติ, ตํ สฏฺฐิ วสฺสานิ ตโต อธิกมฺปิ วิปสฺสนาปริวาสํ วสนฺเต อุปาทาย วุตฺตํ.

สตฺตทฺวารโกฏฺฐกสฺสาติ สตฺตคพฺภนฺตรทฺวารโกฏฺฐกสีเสน คพฺภนฺตรานิ วทติ. ปหราเปตีติ วโยวุฑฺฒานุรูปํ กปฺปาปนาทินา อลงฺการาเปติ. อนฺโตชาตตาย ญาติสทิสี ทาสี ญาติทาสี. ปูติภาเวเนว ลกฺขิตพฺโพ โทโส วา อภิโทโส, โสว อาภิโทสิโก, อภิโทสํ วา ปจฺจูสกาลํ คโต ปตฺโต อติกฺกนฺโตติ อาภิโทสิโก. เตนาห ‘‘เอกรตฺตาติกฺกนฺตสฺสา’’ติอาทิ. อปริโภคารโห ปูติภูตภาเวน. อริยโวหาเรนาติ อริยสมุทาจาเรน. อริยา หิ มาตุคามํ ภคินิวาเทน สมุทาจรนฺติ. นิสฺสฏฺฐปริคฺคหนฺติ ปริจฺจตฺตาลยํ. วตฺตุํ วฏฺฏตีติ นิรเปกฺขภาวโต วุตฺตํ, อิธ ปน วิเสสโต อปริโภคารหตฺตาว วตฺถุโน. นิมียติ สญฺญายตีติ นิมิตฺตํ, ตถาสลฺลกฺขิโต อากาโรติ อาห ‘‘อาการํ อคฺคเหสี’’ติ.

๓๐๐. ฆรํ ปวิสิตฺวาติ เคหสามินิยา นิสีทิตพฺพฏฺฐานภูตํ อนฺโตเคหํ ปวิสิตฺวา. อาลปเนติ ทาสิชนสฺส อาลปเน. พหิ นิกฺขมนฺตาติ ยถาวุตฺตอนฺโตเคหโต พหิ นิกฺขมนฺติโย. ฆเรสุ สาลา โหนฺตีติ ฆเรสุ เอกมนฺเต โภชนสาลา โหนฺติ ปาการปริกฺขิตฺตา สุสํวิหิตทฺวารพนฺธา สุสมฺมฏฺฐวาลิกงฺคณา.

อโนกปฺปนํ อสทฺทหนํ. อมริสนํ อสหนํ. อนาคตวจนํ อนาคตสทฺทปฺปโยโค, อตฺโถ ปน วตฺตมานกาลิโกว. เตนาห ‘‘ปจฺจกฺขมฺปี’’ติ. อริยิทฺธิยนฺติ ‘‘ปฏิกูเล อปฏิกูลสญฺญี วิหรตี’’ติ (อ. นิ. ๕.๑๔๔) เอวํ วุตฺตอริยิทฺธิยํ.

ปูติกุมฺมาโส ฉฑฺฑนียธมฺโม ตสฺส เคหโต ลทฺโธปิ น ทาตพฺพยุตฺตโก ทาสิชเนน ทินฺโนติ อาห ‘‘เทยฺยธมฺมวเสน เนว ทานํ อลตฺถมฺหา’’ติ. ‘‘อิเมหิ มุณฺฑเกหี’’ติอาทินา นิตฺถุนนวจเนน ปจฺจกฺขานํ อตฺถโต ลทฺธเมว, ตสฺส ปน อุชุกผาสุสมาจารวเสน อลทฺธตฺตา วุตฺตํ ‘‘น ปจฺจกฺขาน’’นฺติ. เตนาห – ‘‘ปฏิสนฺถารวเสน ปจฺจกฺขานมฺปิ น อลตฺถมฺหา’’ติ. ‘‘เนว ทาน’’นฺติอาทิ ปจฺจาสีสาย อกฺขนฺติยา จ วุตฺตํ วิย ปจุรชโน มญฺเญยฺยาติ ตนฺนิวตฺตนตฺถํ อธิปฺปายมสฺส วิวริตุํ ‘‘กสฺมา ปนา’’ติอาทิ วุตฺตํ. สุตฺติกาปฏิจฺฉนฺนนฺติ สิปฺปิกาฉทาหิ ฉนฺนํ.

อุกฺกฏฺฐเอกาสนิกตายาติ อิทํ ภูตกถนมตฺตํ เถรสฺส ตถาภาวทีปนโต. มุทุกสฺสปิ หิ เอกาสนิกสฺส ยาย นิสชฺชาย กิญฺจิมตฺตํ โภชนํ ภุตฺตํ, วตฺตสีเสนปิ ตโต วุฏฺฐิตสฺส ปุน ภุญฺชิตุํ น วฏฺฏติ. เตนาห ติปิฏกจูฬาภยตฺเถโร ‘‘อาสนํ วา รกฺเขยฺย โภชนํ วา’’ติ. อุกฺกฏฺฐสปทานจาริโกติ ปุรโต ปจฺฉโต จ อาหฏภิกฺขมฺปิ อคฺคเหตฺวา พหิทฺวาเร ฐตฺวา ปตฺตวิสฺสชฺชนเมว กโรติ. เอเตเนว เถรสฺส อุกฺกฏฺฐปิณฺฑปาติกภาโว ทีปิโต. เตนาห – ‘‘สฺวาตนาย ภิกฺขํ นาม นาธิวาเสตี’’ติ. อถ กสฺมา อธิวาเสสีติ อาห ‘‘มาตุ อนุคฺคเหนา’’ติอาทิ. ปณฺฑิตา หิ มาตาปิตูนํ อาจริยุปชฺฌายานํ วา กาตพฺพํ อนุคฺคหํ อชฺฌุเปกฺขิตฺวา ธุตงฺคสุทฺธิกา น ภวนฺติ.

๓๐๑. ปยุตฺตนฺติ วทฺธิวเสน ปโยชิตํ, ตทฺธิตโลปํ กตฺวา วุตฺตนฺติ เวทิตพฺพํ ยถา อญฺญตฺถาปิ ‘‘ปิตามหํ ธนํ ลทฺธา, สุขํ ชีวติ สญฺจโย’’ติ. เชฏฺฐกิตฺถิโยติ ปธานิตฺถิโย. อิโตติ อิมสฺมึ กุเล อนุภวิตพฺพวิภวสมฺปตฺติโต. อญฺญโตติ อิมสฺส ทินฺนตฺตา อญฺญสฺมึ กุเล อนุภวิตพฺพสมฺปตฺติโต.

๓๐๒. จิตฺตวิจิตฺตนฺติ กปฺปนาย เจว อรหรูเปน อลงฺการาทินา จ จิตฺติตญฺเจว วิจิตฺติตญฺจ. วณกายนฺติ วณภูตํ กายํ. สมนฺตโต อุสฺสิตนฺติ เหฏฺฐิมกายวเสน เหฏฺฐา อุปริ จ สนฺนิสฺสิตํ. นิจฺจาตุรนฺติ อภิณฺหปฺปฏิปีฬิตํ, สทา ทุกฺขิตํ วา. พหุสงฺกปฺปนฺติ ราควตฺถุภาเวน อภิชเนหิ หาวภาววิลาสวเสน, อามิสวเสน จ โสณสิงฺคาลาทีหิ พหูหิ สงฺกปฺเปตพฺพํ. ฐิตีติ อวฏฺฐานํ อวิปริณาโม นตฺถิ. เตนาห – ‘‘ภิชฺชนธมฺมตาว นิยตา’’ติ, ปริสฺสวภาวาปตฺติ เจว วินาสปตฺติ จ เอกนฺติกาติ อตฺโถ.

จิตฺตกตมฺปีติ คนฺธาทีหิ จิตฺตกตมฺปิ. รูปนฺติ สรีรํ.

อลตฺตกกตาติ ปิณฺฑิอลตฺตเกน สุวณฺณกตา. เตนาห ‘‘อลตฺตเกน รญฺชิตา’’ติ. จุณฺณกมกฺขิตนฺติ โทสนีหรเณหิ ตาปทหนาทีหิ กตาภิสงฺขารมุขํ โคโรจนาทีหิ โอภาสนกจุณฺเณหิ มกฺขิตํ, เตนาห ‘‘สาสปกกฺเกนา’’ติอาทิ.

รโสทเกนาติ สรลนิยฺยาสรสมิสฺเสน อุทเกน. อาวตฺตนปริวตฺเต กตฺวาติ อาวตฺตนปริวตฺตนวเสน นเต กตฺวา. อฏฺฐปทกรจนายาติ ภิตฺติกูฏทฺธจนฺทาทิวิภาคาย อฏฺฐปทกรจนาย.

วิรวมาเนติ ‘‘อยํ ปลายติ, คณฺห คณฺหา’’ติ วิรวมาเน. หิรญฺญสุวณฺณโอโรเธติ วตฺตพฺพํ.

๓๐๓. อุสฺสิตาย อุสฺสิตายาติ กุลวิภวพาหุสจฺจปญฺญาสมฺปตฺติยา อุคฺคตาย อุคฺคตาย. อภิลกฺขิโต อุฬารภาเวน.

๓๐๔. ปริชุญฺญานีติ ปริหานานิ. เย พฺยาธินา อภิภูตา สตฺตา ชิณฺณกปฺปา วโยหานิสตฺตา วิย โหนฺติ, ตโต นิวตฺเตนฺโต ‘‘ชราชิณฺโณ’’ติ อาห. วโยวุฑฺโฒ, น สีลาทิวุฑฺโฒ. มหตฺตํ ลาติ คณฺหาตีติ มหลฺลโก, ชาติยา มหลฺลโก, น วิภวาทินาติ ชาติมหลฺลโก. ทฺวตฺติราชปริวตฺตสงฺขาตํ อทฺธานํ กาลํ คโต วีติวตฺโตติ อทฺธคโต. ตถา จ ปฐมวยํ มชฺฌิมวยญฺจ อตีโต โหตีติ อาห ‘‘อทฺธานํ อติกฺกนฺโต’’ติ. ชิณฺณาทิปเทหิ ปฐมวยมชฺฌิมวยสฺส โพธิตตฺตา อนุปฺปตฺตตาวิสิฏฺโฐ วย-สทฺโท โอสานวยวิสโยติ อาห ‘‘ปจฺฉิมวยํ อนุปฺปตฺโต’’ติ.

‘‘อปฺปิจฺโฉ, อปฺปฑํสมกสวาตาตปสรีสปสมฺผสฺโส’’ติ (อ. นิ. ๑๐.๑๑) เอวมาทีสุ วิย อปฺป-สทฺโท อภาวตฺโถติ อธิปฺปาเยนาห ‘‘อปฺปาพาโธติ อโรโค, อปฺปาตงฺโกติ นิทฺทุกฺโข’’ติ. อปฺปตฺโถ วา อิธ, ตตฺถาปิ อปฺป-สทฺโท ทฏฺฐพฺโพ. เอวญฺหิ ‘‘โย หิ, คหปติ, อิมํ ปูติกายํ ปริหรนฺโต มุหุตฺตมฺปิ อาโรคฺยํ ปฏิชาเนยฺย กิมญฺญตฺร พาลฺยา’’ติ (สํ. นิ. ๓.๑) สุตฺตปทํ สมตฺถิตํ โหติ. วิปจฺจนํ วิปาโก, โส เอว เวปาโก. สโม เวปาโก เอติสฺสา อตฺถีติ สมเวปากินี, ตาย. เตเนว สมเวปากินิภาเวน สพฺพมฺปิ สมฺมเทว คณฺหาติ ธาเรตีติ คหณี. คหณิสมฺปตฺติยา หิ ยถาภุตฺตอาหาโร สมฺมเทว ชีรนฺโต สรีเร ติฏฺฐติ, โน อญฺญถา ภุตฺตภุตฺโต อาหาโร ชีรติ คหณิยา ติกฺขภาเวน. ตเถว ติฏฺฐตีติ ภุตฺตากาเรเนว ติฏฺฐติ คหณิยา มนฺทภาวโต. ภตฺตจฺฉนฺโท อุปฺปชฺชเตว ภุตฺตอาหารสฺส สมฺมา ปริณามํ คตตฺตา. เตเนวาติ สมเวปากินิภาเวเนว. ปตฺตานํ โภคานํ ปริกฺขิยมานํ น สหสา เอกชฺฌํเยว ปริกฺขยํ คจฺฉนฺติ, อถ โข อนุกฺกเมน, ตถา ญาตโยปีติ อาห ‘‘อนุปุพฺเพนา’’ติ. ฉาตกภยาทินาติ อาทิ-สทฺเทน พฺยาธิภยาทึ สงฺคณฺหาติ.

๓๐๕. อุทฺเทสสีเสน นิทฺเทโส คหิโตติ อาห ‘‘ธมฺมนิทฺเทสา อุทฺทิฏฺฐา’’ติ. ยสฺมา วา เย ธมฺมา อุทฺทิสิตพฺพฏฺเฐน ‘‘อุทฺเทสา’’ติ วุจฺจนฺติ. เตว ธมฺมา นิทฺทิสิตพฺพฏฺเฐน นิทฺเทสาติ ‘‘ธมฺมนิทฺเทสา อุทฺทิฏฺฐา’’ติ อตฺโถ วุตฺโต. อถ วา เย ธมฺมา อนิจฺจตาทิวิภาวนวเสน อุทฺธํ อุทฺธํ เทเสสฺสนฺติ, เต ธมฺมา ตเถว นิสฺเสสโต เทเสสฺสนฺตีติ เอวํ อุทฺเทสนิทฺเทสปทานํ อนตฺถนฺตรตา เวทิตพฺพา. ตตฺถาติ ชรามรณสนฺติเก. อทฺธุโวติ นิทฺธุโว น ถิโร, อนิจฺโจติ อตฺโถ. เตนาห ‘‘ธุวฏฺฐานวิรหิโต’’ติ, อชาตาภูตาสงฺขตธุวภาวการณวิวิตฺโตติ อตฺโถ. อุปนียฺยตีติ วา ชรามรเณน โลโก สมฺมา นียติ, ตสฺมา อทฺธุโวติ เอวเมตฺถ อตฺโถ ทฏฺฐพฺโพ. ตายิตุนฺติ ชาติอาทิพฺยสนโต รกฺขิตุํ สมตฺเถน อิสฺสเรน อตฺตนา วิรหิโตติ. ‘‘อิมํ โลกํ อิโต วฏฺฏทุกฺขโต โมเจสฺสามิ, ชราพฺยาธิมรณานํ ตํ อธิภวิตุํ น ทสฺสามี’’ติ เอวํ อภิสรตีติ อภิสฺสรณํ, โลกสฺส สุขสฺส ทาตา หิตสฺส วิธาตา โกจิ อิสฺสโร, ตทภาวโต อาห ‘‘อนภิสฺสโรติ อสรโณ’’ติ. นิสฺสโก มมายิตพฺพวตฺถุอภาวโต, เตนาห ‘‘สกภณฺฑวิรหิโต’’ติอาทิ. ตณฺหาย วเส ชาโต ตณฺหาย วิชิโตติ กตฺวา ‘‘ตณฺหาย ทาโส’’ติ วุตฺตํ.

๓๐๖. หตฺถิวิสยตฺตา หตฺถิสนฺนิสฺสิตตฺตา วา หตฺถิสิปฺปํ ‘‘หตฺถี’’ติ คหิตนฺติ อาห – ‘‘หตฺถิสฺมินฺติ หตฺถิสิปฺเป’’ติ, เสสปเทสุปิ เอเสว นโย. สาติสยํ อูรุพลํ เอตสฺส อตฺถีติ อูรุพลีติ อาห – ‘‘อูรุพลสมฺปนฺโน’’ติ, ตเมวตฺถํ ปากฏํ กตฺวา ทสฺเสตุํ ‘‘ยสฺส หี’’ติอาทิ วุตฺตํ. อภินฺนํ ปรเสนํ ภินฺทโต ภินฺนํ สกเสนํ สนฺธารยโต อุปตฺถมฺภยโต. พาหุพลีติ เอตฺถาปิ ‘‘ยสฺส หิ ผลกญฺจ อาวุธญฺจ คเหตฺวา’’ติอาทินา อตฺโถ วตฺตพฺโพ, อิธ ปน ปรหตฺถคตํ รชฺชํ อาหริตุํ พาหุพลนฺติ โยชนา. ยถา หิ ‘‘อูรุพลี’’ติ เอตฺถาปิ พาหุพลํ อนามสิตฺวา อตฺโถ, เอวํ ‘‘พาหุพลี’’ติ เอตฺถ อูรุพลํ อนามสิตฺวา อตฺโถ เวทิตพฺโพ, อาหิโต อหํมาโน เอตฺถาติ อตฺตา, อตฺตภาโว. อลํ สมตฺโถ อตฺตา เอตสฺสาติ อลมตฺโถติ อาห ‘‘สมตฺถอตฺตภาโว’’ติ.

ปริโยธายาติ วา ปริโต อารกฺขํ โอทหิตฺวา. ‘‘สํวิชฺชนฺเต โข, โภ รฏฺฐปาล, อิมสฺมึ ราชกุเล หตฺถิกายาปิ…เป… วตฺติสฺสนฺตี’’ติ อิทมฺปิ โส ราชา อุปริ ธมฺมุทฺเทสสฺส การณํ อาหรนฺโต อาห.

วุตฺตสฺเสว อนุ ปจฺฉา คายนวเสน กถนํ อนุคีติ. ตา ปน คาถา ธมฺมุทฺเทสานํ เทสนานุปุพฺพึ อนาทิยิตฺวาปิ ยถารหํ สงฺคณฺหนวเสน อนุคีตาติ อาห ‘‘จตุนฺนํ ธมฺมุทฺเทสานํ อนุคีติ’’นฺติ.

๓๐๗. เอกนฺติ เอกชาติยํ. วตฺถุกามกิเลสกามา วิสยเภเทน ภินฺทิตฺวา ตถา วุตฺตาติ ทฏฺฐพฺโพ.

สาครนฺเตนาติ สาครปริยนฺเตน.

อโห วตาติ โสจเน นิปาโต, ‘‘อโห วต ปาปํ กตํ มยา’’ติอาทีสุ วิย. อมราติอาทีสุ อาหูติ กเถนฺติ. มตํ อุทฺทิสฺส ‘‘อมฺห’’นฺติ วตฺตพฺเพ โสกวเสน ‘‘อมร’’นฺติ วุจฺจติ.

โวสานนฺติ นิฏฺฐํ, ปริโยสานนฺติ อตฺโถ. สาวาติ ปญฺญา เอว. ธนโตติ สพฺพธนโต. อุตฺตมตรา เสฏฺฐา, เตเนวาห ‘‘ปญฺญาชีวึ ชีวิตมาหุ เสฏฺฐ’’นฺติ (สํ. นิ. ๑.๒๔๖; สุ. นิ. ๑๘๔).

เตสุ ปาปํ กโรนฺเตสุ สตฺเตสุ, นิทฺธารเณ เจตํ ภุมฺมวจนํ. ปรมฺปรายาติ อตฺตภาวปรมฺปราย. สํสารํ อาปชฺชิตฺวาติ ภวาทีสุ สํสารสฺส อาปชฺชนเหตุํ อาปชฺชนฺโต ปรโลกํ อุเปติ, ปรโลกํ อุเปนฺโตว พหุวิธทุกฺขสงฺขาตํ คพฺภญฺจ อุเปติ. ตาทิสสฺสาติ ตถารูปสฺส คพฺภวาสทุกฺขาทีนํ อธิฏฺฐานภูตสฺส อปฺปปญฺญสฺส อญฺโญ อปฺปปญฺโญ จ อภิสทฺทหนฺโต หิตสุขาวหนฺติ ปตฺติยายนฺโต.

‘‘ปาปธมฺโม’’ติ วุตฺตตฺตา ตาทิสสฺส ปรโลโก นาม ทุคฺคติ เอวาติ อาห ‘‘ปรมฺหิ อปายโลเก’’ติ.

วิวิธรูเปนาติ รูปสทฺทาทิวเสน ตตฺถปิ ปณีตตราทิวเสน พหุวิธรูเปน.

สามญฺญเมวาติ สมณภาโว เอว เสยฺโย. เอตฺถ จ อาทิโต ทฺวีหิ คาถาหิ จตุตฺโถ ธมฺมุทฺเทโส อนุคีโต. จตุตฺถคาถาย ตติโย. ปญฺจมคาถาย ทุติโย. ฉฏฺฐคาถาย ทุติยตติยา. สตฺตมคาถาย ปฐโม ธมฺมุทฺเทโส อนุคีโต, อฏฺฐมาทีหิ ปวตฺตินิวตฺตีสุ กาเมสุ เนกฺขมฺเม จ ยถารหํ อาทีนวานิสํสํ วิภาเวตฺวา อตฺตโน ปพฺพชฺชการณํ ปรมโต ทสฺเสนฺโต ยถาวุตฺตธมฺมุทฺเทสํ นิคเมติ, เตน วุตฺตํ ‘‘ตา ปน คาถา ธมฺมุทฺเทสานํ เทสนานุปุพฺพึ อนาทิยิตฺวาปิ ยถารหํ สงฺคณฺหนวเสน อนุคีตา’’ติ. เสสํ สุวิญฺเญยฺยเมว.

รฏฺฐปาลสุตฺตวณฺณนาย ลีนตฺถปฺปกาสนา สมตฺตา.