๑๐. กีฏาคิริสุตฺตวณฺณนา

๑๗๔. ปญฺจ อานิสํเสติ อปฺปาพาธตาทิเก ปญฺจ คุเณ. ตตฺถ อกฺขิโรคกุจฺฉิโรคาทีนํ อภาโว อปฺปาพาธตา. สรีเร เตสํ กุปฺปนทุกฺขสฺส อภาโว อปฺปาตงฺกํ. สรีรสฺส อุฏฺฐานสุขตา ลหุฏฺฐานํ. พลํ นาม กายพลํ. ผาสุวิหาโร อิริยาปถสุขตา. อนุปกฺขนฺทานีติ ทุจฺจชนวเสน สตฺตานํ อนุปวิฏฺฐานิ. สญฺชานิสฺสถาติ เอตฺถ อิติ-สทฺโท อาทิอตฺโถ, ตสฺมา อิติ เอวํ อานิสํสนฺติ อตฺโถ.

๑๗๕. อาวาเส นิยุตฺตาติ อาวาสิกา ตสฺส อนติวตฺตนโต. เตนาห ‘‘นิพทฺธวาสิโน’’ติ, นิยตวาสิโนติ อตฺโถ. ตนฺนิพนฺธาติ นิพนฺธํ วุจฺจติ พฺยาปาโร, ตตฺถ พนฺธา ปสุตา อุสฺสุกาติ ตนฺนิพนฺธา. กถํ เต ตตฺถ นิพนฺธาติ อาห ‘‘อกตํ เสนาสน’’นฺติอาทิ. อุปฺปชฺชนเกน กาเลน ปตฺตพฺพํ กาลิกํ โส ปน กาโล อนาคโต เอว โหตีติ อาห ‘‘อนาคเต กาเล ปตฺตพฺพ’’นฺติ.

๑๗๘. เอตฺตกา เวทนา เสวิตพฺพาติ อฏฺฐารสปิ เนกฺขมฺมนิสฺสิตา เวทนา เสวิตพฺพา, เคหสฺสิตา น เสวิตฺพฺพา.

๑๘๑. ตํ กตํ โสฬสวิธสฺสปิ กิจฺจสฺส นิฏฺฐิตตฺตา. อนุโลมิกานีติ อุตุสุขภาเวน อนุรูปานิ. เตนาห ‘‘กมฺมฏฺฐานสปฺปายานี’’ติ. สมานํ กุรุมานาติ โอมตฺตตํ อธิมตฺตตญฺจ ปหาย สมกิจฺจตํ สมฺปาเทนฺตา.

๑๘๒. เต เทฺว โหนฺตีติ เต อาทิโต วุตฺตา เทฺว.

อุภโต (อ. นิ. ฏี. ๓.๗.๑๔) อุภยถา อุโภหิ ภาเคหิ วิมุตฺโตติ อุภโตภาควิมุตฺโต เอกเทสสรูเปกเสสนเยน. ตถา หิ วุตฺตํ อภิธมฺมฏฺฐกถายํ (ปุ. ป. อฏฺฐ. ๒๔) ‘‘ทฺวีหิ ภาเคหิ เทฺว วาเร วิมุตฺโตติ อุภโตภาควิมุตฺโต’’ติ. ตตฺถ เกจิ ตาว เถรา – ‘‘สมาปตฺติยา วิกฺขมฺภนวิโมกฺเขน, มคฺเคน สมุจฺเฉทวิโมกฺเขน วิมุตฺโตติ อุภโตภาควิมุตฺโต’’ติ วทนฺติ. อญฺเญ เถรา – ‘‘อยํ อุภโตภาควิมุตฺโต รูปโต มุจฺจิตฺวา นามํ นิสฺสาย ฐิโต ปุน ตโต มุจฺจนโต นามนิสฺสิตโก’’ติ วตฺวา ตสฺส จ สาธกํ –

‘‘อจฺจิ ยถา วาตเวเคน ขิตฺตา, (อุปสิวาติ ภควา,)

อตฺถํ ปเลติ น อุเปติ สงฺขํ;

เอวํ มุนิ นามกายา วิมุตฺโต,

อตฺถํ ปเลติ น อุเปติ สงฺข’’นฺติ. (สุ. นิ. ๑๐๘๐; จูฬนิ. อุปสีวมาณวปุจฺฉา ๑๑; อุปสีวมาณวปุจฺฉานิทฺเทส ๔๓) –

อิมํ สุตฺตปทํ วตฺวา ‘‘นามกายโต จ รูปกายโต จ สุวิมุตฺตตฺตา อุภโตภาควิมุตฺโต’’ติ วทนฺติ. สุตฺเต หิ อากิญฺจญฺญายตนลาภิโน อุปสิวพฺราหฺมณสฺส ภควตา นามกายา วิมุตฺโตติ อุภโตภาควิมุตฺโตติ อกฺขาโตติ. อปเร ปน ‘‘สมาปตฺติยา วิกฺขมฺภนวิโมกฺเขน เอกวารํ วิมุตฺโต, มคฺเคน สมุจฺเฉทวิโมกฺเขน เอกวารํ วิมุตฺโตติ เอวํ อุภโตภาควิมุตฺโต’’ติ วทนฺติ. เอตฺถ ปฐมวาเท ทฺวีหิ ภาเคหิ วิมุตฺโตติ อุภโตภาควิมุตฺโต. ทุติยวาเท อุภโตภาคโต วิมุตฺโตติ อุภโตภาควิมุตฺโต. ตติยวาเท ปน ทฺวีหิ ภาเคหิ เทฺว วาเร วิมุตฺโตติ อยเมเตสํ วิเสโส. กิเลเสหิ วิมุตฺโต กิเลสา วา วิกฺขมฺภนสมุจฺเฉเทหิ กายทฺวยโต วิมุตฺตา อสฺสาติ อยมตฺโถ ทฏฺฐพฺโพ. เตนาห ‘‘ทฺวีหิ ภาเคหี’’ติอาทิ.

โสติ อุภโตภาควิมุตฺโต. กามญฺเจตฺถ รูปาวจรจตุตฺถชฺฌานมฺปิ อรูปาวจรชฺฌานํ วิย ทุวงฺคิกํ อาเนญฺชปฺปตฺตนฺติ วุจฺจติ. ตํ ปน ปทฏฺฐานํ กตฺวา อรหตฺตํ ปตฺโต อุภโตภาควิมุตฺโต นาม น โหติ รูปกายโต อวิมุตฺตตฺตา. ตญฺหิ กิเลสกายโตว วิมุตฺตํ, น รูปกายโต, ตสฺมา ตโต วุฏฺฐาย อรหตฺตํ ปตฺโต อุภโตภาควิมุตฺโต น โหตีติ อาห – ‘‘จตุนฺนํ อรูป…เป… ปญฺจวิโธ โหตี’’ติ. ‘‘รูปี รูปานิ ปสฺสตี’’ติอาทิเก นิโรธสมาปตฺติอนฺเต อฏฺฐ วิโมกฺเข วตฺวา – ‘‘ยโต จ โข, อานนฺท, ภิกฺขุ อิเม อฏฺฐ วิโมกฺเข กาเยน ผุสิตฺวา วิหรติ, ปญฺญาย จสฺส ทิสฺวา อาสวา ปริกฺขีณา โหนฺติ, อยํ วุจฺจติ, อานนฺท, ภิกฺขุ อุภโตภาควิมุตฺโต’’ติ ยทิปิ มหานิทาเน (ที. นิ. ๒.๑๒๙-๑๓๐) วุตฺตํ, ตํ ปน อุภโตภาควิมุตฺตเสฏฺฐวเสน วุตฺตนฺติ อิธ สพฺพอุภโตภาควิมุตฺตสงฺคหณตฺถํ ‘‘ปญฺจวิโธ โหตี’’ติ วตฺวา ‘‘ปาฬิ ปเนตฺถ…เป… อภิธมฺเม อฏฺฐวิโมกฺขลาภิโน วเสน อาคตา’’ติ อาห. อิธาปิ หิ กีฏาคิริสุตฺเต ‘‘อิธ, ภิกฺขเว, เอกจฺโจ ปุคฺคโล…เป… อุภโตภาควิมุตฺโต’’ติ อรูปสมาปตฺติวเสน จตฺตาโร อุภโตภาควิมุตฺตา, เสฏฺโฐ จ วุตฺโต วุตฺตลกฺขณูปปตฺติโต. ยถาวุตฺเตสุ หิ ปญฺจสุ ปุริมา จตฺตาโร นิโรธํ น สมาปชฺชนฺตีติ ปริยาเยน อุภโตภาควิมุตฺตา นาม. อฏฺฐสมาปตฺติลาภี อนาคามี ตํ สมาปชฺชิตฺวา ตโต วุฏฺฐาย วิปสฺสนํ วฑฺเฒตฺวา อรหตฺตํ ปตฺโตติ นิปฺปริยาเยน อุภโตภาควิมุตฺตเสฏฺโฐ นาม.

กตโม จ ปุคฺคโลติอาทีสุ กตโมติ ปุจฺฉาวจนํ, ปุคฺคโลติ อสาธารณโต ปุจฺฉิตพฺพวจนํ. อิธาติ อิมสฺมึ สาสเน. เอกจฺโจติ เอโก. อฏฺฐ วิโมกฺเข กาเยน ผุสิตฺวา วิหรตีติ อฏฺฐ สมาปตฺติโย สหชาตนามกาเยน ปฏิลภิตฺวา วิหรติ. ปญฺญาย จสฺส ทิสฺวา อาสวา ปริกฺขีณา โหนฺตีติ วิปสฺสนาปญฺญาย สงฺขารคตํ, มคฺคปญฺญาย จตฺตาริ สจฺจานิ ปสฺสิตฺวา จตฺตาโรปิ อาสวา ปริกฺขีณา โหนฺตีติ เอวมตฺโถ ทฏฺฐพฺโพ.

ปญฺญาวิมุตฺโตติ วิเสสโต ปญฺญาย เอว วิมุตฺโต, น ตสฺสา ปติฏฺฐานภูเตน อฏฺฐวิโมกฺขสงฺขาเตน สาติสเยน สมาธินาติ ปญฺญาวิมุตฺโต. โย อริโย อนธิคตอฏฺฐวิโมกฺเขน สพฺพโส อาสเวหิ วิมุตฺโต, ตสฺเสตํ อธิวจนํ. อธิคเตปิ หิ รูปชฺฌานวิโมกฺเข น โส สาติสยสมาธินิสฺสิโตติ น ตสฺส วเสน อุภโตภาควิมุตฺโต โหตีติ วุตฺโตวายมตฺโถ. อรูปชฺฌาเนสุ ปน เอกสฺมิมฺปิ สติ อุภโตภาควิมุตฺโตเยว นาม โหติ. เตน หิ อฏฺฐวิโมกฺเขกเทเสน ตํนามทานสมตฺเถน อฏฺฐวิโมกฺขลาภีเตฺวว วุจฺจติ. สมุทาเย หิ ปวตฺโต โวหาโร อวยเวปิ ทิสฺสติ ยถา ‘‘สตฺติสโย’’ติ. ปาฬีติ อภิธมฺมปาฬิ. เอตฺถาติ เอติสฺสํ ปญฺญาวิมุตฺติกถายํ. อฏฺฐวิโมกฺขปฏิกฺเขปวเสเนวาติ อวธารเณน อิธาปิ ปฏิกฺเขปวเสเนว อาคตภาวํ ทสฺเสติ. เตนาห ‘‘กาเยน ผุสิตฺวา วิหรตี’’ติ.

ผุฏฺฐนฺตํ สจฺฉิกโรตีติ ผุฏฺฐานํ อนฺโต ผุฏฺฐนฺโต, ผุฏฺฐานํ อรูปชฺฌานานํ อนนฺตโร กาโลติ อธิปฺปาโย. อจฺจนฺตสํโยเค เจตํ อุปโยควจนํ, ผุฏฺฐานนฺตรกาลเมว สจฺฉิกโรติ สจฺฉิกาตพฺโพปาเยนาติ วุตฺตํ โหติ. ภาวนปุํสกํ วา เอตํ ‘‘เอกมนฺตํ นิสีที’’ติอาทีสุ (ปารา. ๒) วิย. โย หิ อรูปชฺฌาเนน รูปกายโต นามกาเยกเทสโต จ วิกฺขมฺภนวิโมกฺเขน วิมุตฺโต, เตน นิโรธสงฺขาโต วิโมกฺโข อาโลจิโต ปกาสิโต วิย โหติ, น ปน กาเยน สจฺฉิกโต, นิโรธํ ปน อารมฺมณํ กตฺวา เอกจฺเจสุ อาสเวสุ เขปิเตสุ เตน โส สจฺฉิกโต โหติ, ตสฺมา โส สจฺฉิกาตพฺพํ นิโรธํ ยถาอาโลจิตํ นามกาเยน สจฺฉิกโรตีติ ‘‘กายสกฺขี’’ติ วุจฺจติ, น ตุ ‘‘วิมุตฺโต’’ติ เอกจฺจานํ อาสวานํ อปริกฺขีณตฺตา. เตนาห – ‘‘ฌานผสฺสํ ปฐมํ ผุสติ, ปจฺฉา นิโรธํ นิพฺพานํ สจฺฉิกโรตี’’ติ. อยํ จตุนฺนํ อรูปสมาปตฺตีนํ เอเกกโต วุฏฺฐาย สงฺขาเร สมฺมสิตฺวา กายสกฺขิภาวํ ปตฺตานํ จตุนฺนํ, นิโรธา วุฏฺฐาย อคฺคมคฺคปฺปตฺตอนาคามิโน จ วเสน อุภโตภาควิมุตฺโต วิย ปญฺจวิโธ นาม โหติ. เตน วุตฺตํ อภิธมฺมฏีกายํ ‘‘กายสกฺขิมฺหิปิ เอเสว นโย’’ติ.

ทิฏฺฐนฺตํ ปตฺโตติ ทสฺสนสงฺขาตสฺส โสตาปตฺติมคฺคญาณสฺส อนนฺตรํ ปตฺโตติ วุตฺตํ โหติ. ‘‘ทิฏฺฐตฺตา ปตฺโต’’ติปิ ปาโฐ. เอเตน จตุสจฺจทสฺสนสงฺขาตาย ทิฏฺฐิยา นิโรธสฺส ปตฺตตํ ทีเปติ. เตนาห ‘‘ทุกฺขา สงฺขารา, สุโข นิโรโธติ ญาตํ โหตี’’ติ. ตตฺถ ปญฺญายาติ มคฺคปญฺญาย. ปฐมผลฏฺฐโต ยาว อคฺคมคฺคฏฺฐา, ตาว ทิฏฺฐิปฺปตฺโต. เตนาห ‘‘โสปิ กายสกฺขิ วิย ฉพฺพิโธ โหตี’’ติ. ยถา ปน ปญฺญาวิมุตฺโต ปญฺจวิโธ วุตฺโต, เอวํ อยมฺปิ สุกฺขวิปสฺสโก, จตูหิ รูปชฺฌาเนหิ วุฏฺฐาย ทิฏฺฐิปฺปตฺตภาวปฺปตฺตา จตฺตาโร จาติ ปญฺจวิโธ โหตีติ เวทิตพฺโพ. สทฺธาวิมุตฺเตปิ เอเสว นโย. อิทํ ทุกฺขนฺติ เอตฺตกํ ทุกฺขํ, น อิโต อุทฺธํ ทุกฺขนฺติ. ยถาภูตํ ปชานาตีติ ฐเปตฺวา ตณฺหํ อุปาทานกฺขนฺธปญฺจกํ ทุกฺขสจฺจนฺติ ยาถาวโต ปชานาติ. ยสฺมา ปน ตณฺหา ทุกฺขํ ชเนติ นิพฺพตฺเตติ, ตโต ตํ ทุกฺขํ สมุเทติ, ตสฺมา นํ ‘‘อยํ ทุกฺขสมุทโย’’ติ ยถาภูตํ ปชานาติ ยสฺมา ปน อิทํ ทุกฺขํ สมุทโย จ นิพฺพานํ ปตฺวา นิรุชฺฌติ อปฺปวตฺตึ คจฺฉติ, ตสฺมา ‘‘อยํ ทุกฺขนิโรโธ’’ติ ยถาภูตํ ปชานาติ. อริโย ปน อฏฺฐงฺคิโก มคฺโค ตํ ทุกฺขนิโรธํ คจฺฉติ, เตน ‘‘อยํ ทุกฺขนิโรธคามินิปฏิปทา’’ติ ยถาภูตํ ปชานาติ. เอตฺตาวตา นานกฺขเณ สจฺจววตฺถานํ ทสฺสิตํ. อิทานิ ตํ เอกกฺขเณ ทสฺเสตุํ ‘‘ตถาคตปฺปเวทิตา’’ติอาทิ วุตฺตํ, ตสฺสตฺโถ อาคมิสฺสติ.

สทฺธาย วิมุตฺโตติ เอเตน สพฺพถา อวิมุตฺตสฺสปิ สทฺธามตฺเตน วิมุตฺตภาโว ทีปิโต โหติ. สทฺธาวิมุตฺโตติ วา สทฺธาย อธิมุตฺโตติ อตฺโถ. วุตฺตนเยเนวาติ ‘‘โสตาปตฺติผล’’นฺติอาทินา วุตฺตนเยน. สทฺทหนฺตสฺสาติ ‘‘เอกํสโต อยํ ปฏิปทา กิเลสกฺขยํ อาวหติ สมฺมาสมฺพุทฺเธน ภาสิตตฺตา’’ติ เอวํ สทฺทหนฺตสฺส. ยสฺมา ปนสฺส อนิจฺจานุปสฺสนาทีหิ นิจฺจสญฺญาปหานวเสน ภาวนาย ปุพฺเพนาปรํ วิเสสํ ปสฺสโต ตตฺถ ตตฺถ ปจฺจกฺขตาปิ อตฺถิ, ตสฺมา วุตฺตํ ‘‘สทฺทหนฺตสฺส วิยา’’ติ. เสสปททฺวยํ ตสฺเสว เววจนํ. เอตฺถ จ ปุพฺพภาคมคฺคภาวนาติ วจเนน อาคมนียปฏิปทานานตฺเตน สทฺธาวิมุตฺตทิฏฺฐิปฺปตฺตานํ ปญฺญานานตฺตํ โหตีติ ทสฺสิตํ. อภิธมฺมฏฺฐกถายมฺปิ (ปุ. ป. อฏฺฐ. ๒๘) ‘‘เนสํ กิเลสปฺปหาเน นานตฺตํ นตฺถิ, ปญฺญาย นานตฺตํ อตฺถิเยวา’’ติ วตฺวา – ‘‘อาคมนียนานตฺเตเนว สทฺธาวิมุตฺโต ทิฏฺฐิปฺปตฺตํ น ปาปุณาตีติ สนฺนิฏฺฐานํ กต’’นฺติ วุตฺตํ.

ปญฺญาสงฺขาตํ ธมฺมํ อธิมตฺตตาย ปุพฺพงฺคมํ หุตฺวา ปวตฺตํ อนุสฺสรตีติ ธมฺมานุสารี. เตนาห ‘‘ธมฺโม’’ติอาทิ. สทฺธํ อนุสฺสรติ สทฺธาปุพฺพงฺคมํ มคฺคํ ภาเวตีติ อิมมตฺถํ ‘‘เอเสว นโย’’ติ อติทิสติ. ปญฺญํ วาเหตีติ ปญฺญาวาหี, ปญฺญํ สาติสยํ ปวตฺเตตีติ อตฺโถ. เตนาห ‘‘ปญฺญาปุพฺพงฺคมํ อริยมคฺคํ ภาเวตี’’ติ. สทฺธาวาหินฺติ เอตฺถ วุตฺตนเยน อตฺโถ เวทิตพฺโพ. อุภโตภาควิมุตฺตาทิกถาติ อุภโตภาควิมุตฺตาทีสุ อาคมนโต ปฏฺฐาย วตฺตพฺพกถา. เอเตสนฺติ ยถาวุตฺตานํ อุภโตภาควิมุตฺตาทีนํ. อิธาติ อิมสฺมึ กีฏาคิริสุตฺเต. นนุ จ อฏฺฐสมาปตฺติลาภิวเสน อุภโตภาควิมุตฺโต กายสกฺขีอาทโย จ อภิธมฺเม อาคตา, กถมิธ อรูปชฺฌานลาภีวเสเนว อุทฺธฏาติ โจทนํ สนฺธายาห ‘‘ยสฺมา’’ติอาทิ.

ผุสิตฺวา ปตฺวา. ปญฺญาย จสฺส ทิสฺวา อาสวา ปริกฺขีณา โหนฺตีติ น อาสวา ปญฺญาย ปสฺสียนฺติ, ทสฺสนการณา ปญฺญาย ปริกฺขีณา ‘‘ทิสฺวา ปญฺญาย ปริกฺขีณา’’ติ วุตฺตา. ทสฺสนายตฺตปริกฺขยตฺตา เอว หิ ทสฺสนํ อาสวานํ ขยสฺส ปุริมกิริยา โหตีติ. ตถาคเตน ปเวทิตาติ โพธิมณฺเฑ นิสีทิตฺวา ตถาคเตน ปฏิวิทฺธา วิทิตา ปจฺฉา ปเรสํ ปากฏีกตา. ‘‘จตุสจฺจธมฺมา’’ติ วตฺวา ตทนฺโตคธตฺตา สีลาทีนํ ‘‘อิมสฺมึ ฐาเน สีลํ กถิต’’นฺติอาทิ วุตฺตํ. อตฺเถนาติ อวิปฺปฏิสาราทิปโยชเนน ตสฺมึ ตสฺมึ ปีติอาทิเกน อตฺเถน. การเณนาติ สปฺปุริสูปนิสฺสยาทินา การเณน ตสฺมึ ตสฺมึ สมาธิอาทิปทฏฺฐานตาย สีลาทิ การเณ. จิณฺณจริตตฺตาติ สทฺธาจิณฺณภาเวน สมฺโพธาวหภาเว. ตตฺถ ตตฺถ วิจริตา วิเสเสน จริตา, เตสุ เตน ปญฺญา สุฏฺฐุ จราปิตาติ อตฺโถ. ปติฏฺฐิตา โหติ มคฺเคน อาคตตฺตา. มตฺตาย ปริตฺตปฺปมาเณน. โอโลกนํ ขมนฺติ, ปญฺญาย คเหตพฺพตํ อุเปนฺติ.

ตโยติ กายสกฺขิทิฏฺฐิปฺปตฺตสทฺธาวิมุตฺตา. ยถาฐิโตว ปาฬิอตฺโถ, น ตตฺถ กิญฺจิ นิทฺธาเรตฺวา วตฺตพฺพํ อตฺถีติ สุตฺตนฺตปริยาเยน อวุตฺตํ วทติ. ตสฺส มคฺคสฺสาติ โสตาปตฺติมคฺคสฺส ยํ กาตพฺพํ, ตสฺส อธิคตตฺตา. อุปริ ปน ติณฺณํ มคฺคานํ อตฺถาย เสวมานา อนุโลมเสนาสนํ, ภชมานา กลฺยาณมิตฺเต, สมนฺนานยมานา อินฺทฺริยานิ อนุปุพฺเพน ภาวนามคฺคปฺปฏิปาฏิยา อรหตฺตํ ปาปุณิสฺสนฺติ มคฺคสฺส อเนกจิตฺตกฺขณิกตายาติ อยเมตฺถ สุตฺตปเทเส ปาฬิยา อตฺโถ.

อิมเมว ปาฬึ คเหตฺวาติ ‘‘กตโม จ ปุคฺคโล สทฺธานุสารี’’ติ มคฺคฏฺเฐ ปุคฺคเล วตฺวา ‘‘อิมสฺส โข อหํ, ภิกฺขเว’’ติอาทินา เตสํ วเสน อนุโลมเสนาสนเสวนาทีนํ วุตฺตตฺตา อิมเมว ยถาวุตฺตํ ปาฬิปเทสํ คเหตฺวา ‘‘โลกุตฺตรธมฺโม พหุจิตฺตกฺขณิโก’’ติ วทติ. โส วตฺตพฺโพติ โส วิตณฺฑวาที เอวํ วตฺตพฺโพ. ยทิ มคฺคฏฺฐปุคฺคเล วตฺวา อนุโลมิกเสนาสนเสวนาทิ ปาฬิยํ วุตฺตนฺติ มคฺคสมงฺคิโน เอว หุตฺวา เต ตถา ปฏิปชฺชนฺติ, เอวํ สนฺเต เสนาสนปฏิสํยุตฺตรูปาทิวิปสฺสนคฺคหณสฺมึ ตว มเตน มคฺคสมงฺคิโน เอว อาปชฺเชยฺยุํ, น เจตํ เอวํ โหติ, ตสฺมา สุตฺตํ เม ลทฺธนฺติ ยํ กิญฺจิ มา กเถหีติ วาเรตพฺโพ. เตนาห ‘‘ยทิ อญฺเญน จิตฺเตนา’’ติอาทิ. ตตฺถ เอวํ สนฺเตติ นานาจิตฺเตเนว เสนาสนปฏิเสวนาทิเก สติ. ตตฺถ ปาฬิยํ ยทิ โลกุตฺตรธมฺมสมงฺคิโน เอว ปญฺจวิญฺญาณสมงฺคิกาเลปิ โลกุตฺตรสมงฺคิตํ สเจ สมฺปฏิจฺฉสิ, สตฺถารา สทฺธึ ปฏิวิรุชฺฌสิ สุตฺตวิโรธทีปนโต. เตนาห ‘‘สตฺถารา หี’’ติอาทิ. ธมฺมวิจารณา นาม ตุยฺหํ อวิสโย, ตสฺมา ยาคุํ ปิวาหีติ อุยฺโยเชตพฺโพ.

๑๘๓. อาทิเกเนวาติ ปฐเมเนว. อนุปุพฺพสิกฺขาติ อนุปุพฺเพเนว ปวตฺตสิกฺขาย. เตนาห ‘‘กรณตฺเถ ปจฺจตฺตวจน’’นฺติ. สทฺธา ชาตา เอตสฺสาติ สทฺธาชาโต, อคฺยาหิตาติปกฺเขเปน ชาต-สทฺทสฺส ปจฺฉาวจนํ. เอวเมตนฺติ อธิมุจฺจนํ โอกปฺปนิยสทฺธา. สนฺติเก นิสีทติ อุปฏฺฐานวเสน. สาธุกํ กตฺวา ธาเรตีติ ยถาสุตํ ธมฺมํ วาจุคฺคตกรณวเสน ตํ ปคุณํ กตฺวา สารวเสน ธาเรติ. ฉนฺโท ชายตีติ ธมฺเมสุ นิชฺฌานกฺขเมสุ อิเม ธมฺเม ภาวนาปญฺญาย ปจฺจกฺขโต อุสฺสามีติ กตฺตุกมฺยตากุสลจฺฉนฺโท ชายติ. อุสฺสหตีติ ฉนฺโท อุปฺปาทมตฺเต อฏฺฐตฺวา ตโต ภาวนารมฺภวเสน อุสฺสหติ. ตุลยติติ สมฺมสนวเสน สงฺขาเร. ตีรณวิปสฺสนาย ตุลยนฺโตติ ตีรณปริญฺญาย ชานิตฺวา อุปริ ปหานปริญฺญาย วเสน ปริตุลยนฺโต ปฏิชานนฺโต. มคฺคปธานํ ปทหตีติ มคฺคลกฺขณํ ปธานิกํ มคฺคํ ปทหติ. เปสิตจิตฺโตติ นิพฺพานํ ปติ เปสิตจิตฺโต. นามกาเยนาติ มคฺคปฺปฏิปาฏิยา ตํตํมคฺคสมฺปยุตฺตนามกาเยน. น ปน กิญฺจิ อาหาติ ทูรตาย สมานํ น กิญฺจิ วจนํ ภควา อาห เต ทฬฺหตรํ นิคฺคณฺหิตุํ.

๑๘๔. ปเณน โวหาเรน พฺยากรณํ ปณวิยา, ปณวิยา อภาเวน โอปณวิยา, น อุเปตีติ น ยุชฺชติ. ตนฺติ อิทํ อิธ อธิปฺเปตํ ปโณ ปณวิยํ ทสฺเสตุํ. ตยิทํ สพฺพํ ภควา ‘‘มยํ โข, อาวุโส, สายญฺเจว ภุญฺชามา’’ติ อสฺสชิปุนพฺพสุเกหิ วุตฺตํ สิกฺขาย อวตฺตนภาวทีปนวจนํ สนฺธาย วทติ.

อุกฺขิปิตฺวาติ สีเสน คเหตฺวา วิย สมาทาย. อนุธมฺโมติ อนุรูโป สภาโว, สาวกภาวสฺส อนุจฺฉวิกา ปฏิปตฺติ. โรหนียนฺติ วิรุฬฺหิภาวํ. สินิยฺหติ เอตฺถ, เอเตน วาติ สิเนโห, การณํ. ตํ เอตฺถ อตฺถีติ สิเนหวนฺตํ, ปาทกนฺติ อตฺโถ. ตโจ เอกํ องฺคนฺติ ตโจ วีรปกฺขภาเว เอกมงฺคํ. ปธานํ อนุยุญฺชนฺตสฺส หิ ตเจ ปลุชฺชมาเนปิ ตํนิมิตฺตํ อโวสานํ อนาปชฺชนกสฺเสว วีริยสฺส เอกํ องฺคํ เอกํ การณํ. เอวํ เสเสสุ วตฺตพฺพํ. เตนาห – ‘‘อรหตฺตํ อปฺปตฺวา น วุฏฺฐหิสฺสามีติ เอวํ ปฏิปชฺชตี’’ติ. เสสํ สุวิญฺเญยฺยเมว.

กีฏาคิริสุตฺตวณฺณนาย ลีนตฺถปฺปกาสนา สมตฺตา.

นิฏฺฐิตา จ ภิกฺขุวคฺควณฺณนา.