๓. เสขสุตฺตวณฺณนา

๒๒. สนฺถาคารนฺติ อตฺถานุสาสนาคารํ. เตนาห – ‘‘อุยฺโยคกาลาทีสู’’ติอาทิ. อาทิ-สทฺเทน มงฺคลมหาทีนํ สงฺคโห ทฏฺฐพฺโพ. สนฺถมฺภนฺตีติ วิสฺสมนฺติ, ปริสฺสมํ วิโนเทนฺตีติ อตฺโถ. สหาติ สนฺนิเวสวเสน เอกชฺฌํ. สห อตฺถานุสาสนํ อคารนฺติ เอตสฺมึ อตฺเถ ตฺถ-การสฺส นฺถ-การํ กตฺวา สนฺถาคารนฺติ วุตฺตนฺติ ทฏฺฐพฺพํ. สนฺถรนฺตีติ สมฺมนฺตนวเสน ติฏฺฐนฺติ.

เตปิฏกํ พุทฺธวจนํ อาคตเมว ภวิสฺสตีติ พุทฺธวจนสฺส อาคมนสีเสน อริยผลธมฺมานมฺปิ อาคมนํ วุตฺตเมว, ติยามรตฺตึ ตตฺถ วสนฺตานํ ผลสมาปตฺติวฬญฺชนํ โหตีติ. ตสฺมิญฺจ ภิกฺขุสงฺเฆ กลฺยาณปุถุชฺชนา วิปสฺสนํ อุสฺสุกฺกาเปนฺตา โหนฺตีติ เจ? อริยมคฺคธมฺมานํ ตตฺถ อาคมนํ โหติเยว.

อลฺลโคมเยนาติ อจฺเฉน อลฺลโคมยรเสน. โอปุญฺฉาเปตฺวาติ วิลิมฺปิตฺวา. จตุชฺชาติยคนฺเธหีติ ตครกุงฺกุมยวนปุปฺผตมาลปตฺตานิ ปิสิตฺวา กตคนฺเธหิ นานาวณฺเณติ นีลาทิวเสน นานาวณฺเณ, น ภิตฺติวิเสสวเสน. ภิตฺติวิเสสวเสน ปน นานาสณฺฐานรูปเมว. มหาปิฏฺฐิกโกชวเกติ หตฺถิปิฏฺฐีสุ อตฺถริตพฺพตาย มหาปิฏฺฐิกาติ ลทฺธสมญฺเญ โกชเวติ วทนฺติ. กุตฺตเก ปน สนฺธาเยตํ วุตฺตํ หตฺถตฺถรณา หตฺถิรูปวิจิตฺตา. อสฺสตฺถรกสีหตฺถรกาทโยปิ อสฺสสีหรูปาทิวิจิตฺตา เอว อตฺถรกา, จิตฺตตฺถรกํ นานารูเปหิ เจว นานาวิธมาลากมฺมาทีหิ จ วิจิตฺตํ อตฺถรกํ.

อุปธานนฺติ อปสฺสยนํ อุปทหิตฺวาติ อปสฺสยโยคฺคภาเวน ฐเปตฺวา คนฺเธหิ กตมาลา คนฺธทามํ, ตมาลปตฺตาทีหิ กตํ ปตฺตทามํ. อาทิ-สทฺเทน หิงฺคุลตกฺโกลชาติผลชาติปุปฺผาทีหิ กตทามํ สงฺคณฺหาติ. ปลฺลงฺกากาเรน กตปีฐํ ปลฺลงฺกปีฐํ, ตีสุ ปสฺเสสุ, เอกปสฺเส เอว วา สอุปสฺสยํ อปสฺสยปีฐํ, อนปสฺสยํ มุณฺฑปีฐํ โยชนาวฏฺเฏติ โยชนปริกฺเขเป.

สํวิธายาติ อนฺตรวาสกสฺส โกณปเทสญฺจ อิตรปเทสญฺจ สมํ กตฺวา วิธาย. เตนาห – ‘‘กตฺตริยา ปทุมํ กนฺตนฺโต วิยา’’ติ ติมณฺฑลํ ปฏิจฺฉาเทนฺโตติ เอตฺถ จ ยสฺมา พุทฺธานํ รูปสมฺปทา วิย อากปฺปสมฺปทาปิ ปรมุกฺกํสคตา, ตสฺมา ตทา ภควา เอวํ โสภตีติ ทสฺเสนฺโต ‘‘สุวณฺณปามงฺเคนา’’ติอาทิมาห, ตตฺถ อสเมน พุทฺธเวเสนาติอาทินา ตทา ภควา พุทฺธานุภาวสฺส นิคุหเณ การณาภาวโต ตตฺถ สนฺนิปติตเทวมนุสฺสนาคยกฺขคนฺธพฺพาทีนํ ปสาทชนนตฺถํ อตฺตโน สภาวปกติกิริยาเยว กปิลวตฺถุํ ปาวิสีติ ทสฺเสติ. พุทฺธานํ กายปฺปภา นาม ปกติยา อสีติหตฺถมตฺตเมว ปเทสํ ผรตีติ อาห – ‘‘อสีติหตฺถฏฺฐานํ อคฺคเหสี’’ติ นีลปีตโลหิโตทาตมญฺชิฏฺฐปภสฺสรานํ วเสน ฉพฺพณฺณา พุทฺธรสฺมิโย.

สพฺพปาลิผุลฺโลติ มูลโต ปฏฺฐาย ยาว อคฺคา ผุลฺโล วิกสิโต. ปฏิปาฏิยา ฐปิตานนฺติอาทิ ปริกปฺปูปมา. ยถา ตํ…เป… อลงฺกตํ อญฺโญ วิโรจติ, เอวํ วิโรจิตฺถ, สมตึสาย ปารมิตาหิ อภิสงฺขตตฺตา เอวํ วิโรจิตฺถาติ วุตฺตํ โหติ. ปญฺจวีสติยา นทีนนฺติ คงฺคาทีนํ จนฺทภาคาปริโยสานานํ ปญฺจวีสติยา มหานทีนํ. สมฺภิชฺชาติ สมฺเภทํ มิสฺสีภาวํ ปตฺวา มุขทฺวาเรติ สมุทฺทํ ปวิฏฺฐฏฺฐาเน.

เทวมนุสฺสนาคสุปณฺณคนฺธพฺพยกฺขาทีนํ อกฺขีนีติ เจตํ ปริกปฺปนวเสน วุตฺตํ. สหสฺเสนาติ ปทสหสฺเสน, ภาณวารปฺปมาเณน คนฺเถนาติ อตฺโถ.

กมฺปยนฺโต วสุนฺธรนฺติ อตฺตโน คุณวิเสเสหิ ปถวีกมฺปํ อุปฺปาเทนฺโต, เอวํภูโตปิ อเหฐยนฺโต ปาณานิ. สพฺพทกฺขิณตฺตา พุทฺธานํ ทกฺขิณํ ปฐมํ ปาทํ อุทฺธรนฺโต. สมํ สมฺผุสเต ภูมึ สุปฺปติฏฺฐิตปาทตาย. ยทิปิ ภูมึ สมํ ผุสติ, รชสานุปลิปฺปติ สุขุมตฺตา ฉวิยา. นินฺนฏฺฐานํ อุนฺนมตีติอาทิ พุทฺธานํ สุปฺปติฏฺฐิตปาทสงฺขาตสฺส มหาปุริสลกฺขณปฏิลาภสฺส นิสฺสนฺทผลํ. นาติทูเร อุทฺธรตีติ อติทูเร ฐเปตุํ น อุทฺธรติ. นจฺจาสนฺเน จ นิกฺขิปนฺติ อจฺจาสนฺเน จ ฐาเน อนิกฺขิปนฺโต นิยฺยาติ. หาสยนฺโต สเทวเก โลเก โตสยนฺโต. จตูหิ ปาเทหิ จรตีติ จตุจารี.

พุทฺธานุภาวสฺส ปกาสนวเสน คตตฺตา วณฺณกาโล นาม กิเรส. สรีรวณฺเณ วา คุณวณฺเณ วา กถิยมาเน ทุกฺกถิตนฺติ น วตฺตพฺพํ. กสฺมา? อปริมาณวณฺณา หิ พุทฺธา ภควนฺโต, พุทฺธคุณสํวณฺณนา ชานนฺตสฺส ยถาธมฺมสํวณฺณนํเยว อนุปวิสตีติ.

ทุกูลจุมฺพฏเกนาติ คนฺถิตฺวา คหิตทุกูลวตฺเถน, นาควิกฺกนฺตจรโณติ หตฺถินาคสทิสปทนิกฺเขโป. สตปุญฺญลกฺขโณติ อเนกสตปุญฺญนิมฺมิตมหาปุริสลกฺขโณ มณิเวโรจโน ยถาติ อติวิย วิโรจมาโน มณิ วิย เวโรจโน นาม เอโก มณิวิเสโสติ เกจิ มหาสาโลวาติ มหนฺโต สาลรุกฺโข วิย, โกวิฬาราทิมหารุกฺโข วิย วา ปทุโม โกกนโท ยถาติ โกกนทสงฺขาตํ มหาปทุมํ วิย, วิกสมานปทุมํ วิย วา.

อากาสคงฺคํ โอตาเรนฺโต วิยาติอาทิ ตสฺสา ปกิณฺณกกถาย อญฺเญสํ ทุกฺกรภาวทสฺสนญฺเจว สุณนฺตานํ อจฺจนฺตสุขาวหภาวทสฺสนญฺจ ปถวีชํ อากฑฺเฒนฺโต วิยาติ นาฬิยนฺตํ โยเชตฺวา มหาปถวิยา เหฏฺฐิมตเล ปปฺปฏโกชํ อุทฺธํมุขํ กตฺวา อากฑฺเฒนฺโต วิย โยชนิกนฺติ โยชนปฺปมาณํ มธุภณฺฑนฺติ มธุปฏลํ.

มหนฺตนฺติ อุฬารํ. สพฺพทานํ ทินฺนเมว โหตีติ สพฺพเมว ปจฺจยชาตํ อาวาสทายเกน ทินฺนเมว โหติ. ตถาหิ เทฺว ตโย คาเม ปิณฺฑาย จริตฺวา กิญฺจิ อลทฺธา อาคตสฺสปิ ฉายูทกสมฺปนฺนํ อารามํ ปวิสิตฺวา นฺหายิตฺวา ปฏิสฺสเย มุหุตฺตํ นิปชฺชิตฺวา อุฏฺฐาย นิสินฺนสฺส กาเย พลํ อาหริตฺวา ปกฺขิตฺตํ วิย โหติ. พหิ วิจรนฺตสฺส จ กาเย วณฺณธาตุ วาตาตเปหิ กิลมติ, ปฏิสฺสยํ ปวิสิตฺวา ทฺวารํ ปิธาย มุหุตฺตํ นิสินฺนสฺส วิสภาคสนฺตติ วูปสมฺมติ, สภาคสนฺตติ ปติฏฺฐาติ, วณฺณธาตุ อาหริตฺวา ปกฺขิตฺตา วิย โหติ, พหิ วิจรนฺตสฺส จ ปาเท กณฺฏโก วิชฺฌติ, ขาณุ ปหรติ, สรีสปาทิปริสฺสโย เจว โจรภยญฺจ อุปฺปชฺชติ, ปฏิสฺสยํ ปวิสิตฺวา ทฺวารํ ปิธาย นิปนฺนสฺส ปน สพฺเพ ปริสฺสยา น โหนฺติ, อชฺฌยนฺตสฺส ธมฺมปีติสุขํ, กมฺมฏฺฐานํ มนสิกโรนฺตสฺส อุปสมสุขํ อุปฺปชฺชติ พหิทฺธา วิกฺเขปาภาวโต, พหิ วิจรนฺตสฺส จ กาเย เสทา มุจฺจนฺติ, อกฺขีนิ ผนฺทนฺติ, เสนาสนํ ปวิสนกฺขเณ มญฺจปีฐาทีนิ น ปญฺญายนฺติ, มุหุตฺตํ นิสินฺนสฺส ปน อกฺขิปสาโท อาหริตฺวา ปกฺขิตฺโต วิย โหติ, ทฺวารวาตปานมญฺจปีฐาทีนิ ปญฺญายนฺติ, เอตสฺมิมฺปิ จ อาวาเส วสนฺตํ ทิสฺวา มนุสฺสา จตูหิ ปจฺจเยหิ สกฺกจฺจํ อุปฏฺฐหนฺติ. เตน วุตฺตํ – ‘‘อาวาสทานสฺมึ ทินฺเน สพฺพํ ทานํ ทินฺนเมว โหตี’’ติ. ภูมฏฺฐก…เป… น สกฺกาติ อยมตฺโถ มหาสุทสฺสนวตฺถุนา (ที. นิ. ๒.๒๔๑ อาทโย) ทีเปตพฺโพ.

สีตนฺติ (สารตฺถ. ฏี. จูฬวคฺค ๓.๒๙๕; สํ. นิ. ฏี. ๒.๔.๒๔๓) อชฺฌตฺตธาตุกฺโขภวเสน วา พหิทฺธอุตุวิปริณามวเสน วา อุปฺปชฺชนกสีตํ. อุณฺหนฺติ อคฺคิสนฺตาปํ. ตสฺส ปน ทวทาหาทีสุ สมฺภโว ทฏฺฐพฺโพ. ปฏิหนฺตีติ ปฏิพาหติ. ยถา ตทุภยวเสน กายจิตฺตานํ พาธนานิ น โหนฺติ, เอวํ กโรติ. สีตุณฺหพฺภาหเต หิ สรีเร วิกฺขิตฺตจิตฺโต ภิกฺขุ โยนิโส ปทหิตุํ น สกฺโกติ. วาฬมิคานีติ สีหพฺยคฺฆาทิวาฬมิเค. คุตฺตเสนาสนญฺหิ ปวิสิตฺวา ทฺวารํ ปิธาย นิสินฺนสฺส เต ปริสฺสยา น โหนฺติ. สรีสเปติ เย เกจิ สรนฺตา คจฺฉนฺเต ทีฆชาติเก. มกเสติ นิทสฺสนเมตํ, ฑํสาทีนํ เอเตเนว สงฺคโห ทฏฺฐพฺโพ. สิสิเรติ สีตกาลวเสน สตฺตาหวทฺทลิกาทิวเสน จ อุปฺปนฺเน สิสิรสมฺผสฺเส. วุฏฺฐิโยติ ยทา ตทา อุปฺปนฺนา วสฺสวุฏฺฐิโย ปฏิหนตีติ โยชนา.

วาตาตโป โฆโรติ รุกฺขคจฺฉาทีนํ อุมฺมูลภญฺชนวเสน ปวตฺติยา โฆโร สรชอรชาทิเภโท วาโต เจว คิมฺหปริฬาหสมเยสุ อุปฺปตฺติยา โฆโร สูริยาตโป จ. ปฏิหญฺญตีติ ปฏิพาหียติ. เลณตฺถนฺติ นานารมฺมณโต จิตฺตํ นิวตฺเตตฺวา ปฏิสลฺลานารามตฺถํ. สุขตฺถนฺติ วุตฺตปริสฺสยาภาเวน ผาสุวิหารตฺถํ. ฌายิตุนฺติ อฏฺฐตึสารมฺมเณสุ ยตฺถ กตฺถจิ จิตฺตํ อุปนิชฺฌายิตุํ. วิปสฺสิตุนฺติ อนิจฺจาทิโต สพฺพสงฺขาเร สมฺมสิตุํ.

วิหาเรติ ปฏิสฺสเย. การเยติ การาเปยฺย. รมฺเมติ มโนรเม นิวาสสุเข. วาสเยตฺถ พหุสฺสุเตติ กาเรตฺวา ปน เอตฺถ วิหาเรสุ พหุสฺสุเต สีลวนฺเต กลฺยาณธมฺเม นิวาเสยฺย. เต นิวาเสนฺโต ปน เตสํ พหุสฺสุตานํ ยถา ปจฺจเยหิ กิลมโถ น โหติ, เอวํ อนฺนญฺจ ปานญฺจ วตฺถเสนาสนานิ จ ทเทยฺย อุชุภูเตสุ อชฺฌาสยสมฺปนฺเนสุ กมฺมผลานํ รตนตฺตยคุณานญฺจ สทฺทหเนน วิปฺปสนฺเนน เจตสา.

อิทานิ คหฏฺฐปพฺพชิตานํ อญฺญมญฺญูปการตํ ทสฺเสตุํ ‘‘เต ตสฺสา’’ติ คาถมาห. ตตฺถ เตติ พหุสฺสุตา ตสฺสาติ อุปาสกสฺส. ธมฺมํ เทเสนฺตีติ สกลวฏฺฏทุกฺขปนุทนํ ธมฺมํ เทเสนฺติ. ยํ โส ธมฺมํ อิธญฺญายาติ โส ปุคฺคโล ยํ สทฺธมฺมํ อิมสฺมึ สาสเน สมฺมาปฏิปชฺชเนน ชานิตฺวา อคฺคมคฺคาธิคเมน อนาสโว หุตฺวา ปรินิพฺพายติ.

ปูชาสกฺการวเสเนว ปฐมยาโม เขปิโต, ภควโต เทสนาย อปฺปาวเสโส มชฺฌิมยาโม คโตติ ปาฬิยํ ‘‘พหุเทว รตฺติ’’นฺติ วุตฺตนฺติ อาห ‘‘อติเรกตรํ ทิยฑฺฒยาม’’นฺติ. สนฺทสฺเสสีติ อานิสํสํ ทสฺเสสิ, อาวาสทานปฏิสํยุตฺตํ ธมฺมึ กถํ สุตฺวา ตโต ปรํ, ‘‘มหาราช, อิติปิ สีลํ, อิติปิ สมาธิ, อิติปิ ปญฺญา’’ติ สีลาทิคุเณ เตสํ สมฺมา ทสฺเสสิ, หตฺเถน คเหตฺวา วิย ปจฺจกฺขโต ปกาเสสิ. สมาทเปสีติ ‘‘เอวํ สีลํ สมาทาตพฺพํ, สีเล ปติฏฺฐิเตน เอวํ สมาธิ, เอวํ ปญฺญา ภาเวตพฺพา’’ติ ยถา เต สีลาทิคุเณ อาทิยนฺติ, ตถา คณฺหาเปสิ. สมุตฺเตเชสีติ ยถา สมาทินฺนํ สีลํ สุวิสุทฺธํ โหติ, สมถวิปสฺสนา จ ภาวิยมานา ยถา สุฏฺฐุ วิโสธิตา อุปริวิเสสาวหา โหนฺติ, เอวํ จิตฺตํ สมุตฺเตเชสิ นิสามนวเสน โวทาเปสิ. สมฺปหํเสสีติ ยถานุสิฏฺฐํ ฐิตสีลาทิคุเณหิ สมฺปติ ลทฺธคุณานิสํเสหิ เจว อุปริ ลทฺธพฺพผลวิเสเสหิ จ อุปริจิตฺตํ สมฺมา ปหํเสสิ, ลทฺธสฺสาสวเสน สุฏฺฐุ โตเสสิ. เอวเมเตสํ ปทานํ อตฺโถ เวทิตพฺโพ.

สมุทายวจโนปิ อสีติมหาเถร-สทฺโท ตเทกเทเสปิ นิรุโฬฺหติ อาห ‘‘อสีติมหาเถเรสุ วิชฺชมาเนสู’’ติ. อานนฺทตฺเถโรปิ หิ อนฺโตคโธ เอวาติ. สากิยมณฺฑเลติ สากิยราชสมูเห.

ปฏิปทาย นิยุตฺตตฺตา ปาฏิปโท. เตนาห – ‘‘ปฏิปนฺนโก’’ติ. สิกฺขนสีลตาทินา เสโข, โอธิโส สมิตปาปตาย สมโณ. เสโข ปาฏิปโท ปฏิปชฺชนปุคฺคลาธิฏฺฐาเนน ปฏิปทาเทสนํ นิยเมนฺโต ปฏิปทาย ปุคฺคลํ นิยเมติ นามาติ ‘‘ปฏิปทาย ปุคฺคลํ นิยเมตฺวา ทสฺเสตี’’ติ. เสขปฺปฏิปทา สาสเน มงฺคลปฏิปทา สมฺมเทว อเสวิตพฺพปริวชฺชเนน เสวิตพฺพสมาทาเนน อุกฺกํสวตฺถูสุ จ ภาวโต อเสขธมฺมปาริปูริยา อาวหตฺตา จ วฑฺฒมานกปฏิปทา. อกิลมนฺตาว สลฺลกฺเขสฺสนฺตีติ อิทํ ตทา เตสํ อเสขภูมิอธิคมาย อโยคฺยตาย วุตฺตํ. อกิลมนฺตาวาติ อิมินา ปฏิสมฺภิทาปฺปตฺตสฺสปิ อนธิคตมคฺคสญฺญาปนา ภาริยาติ ทสฺเสติ. โอสฏาติ อนุปฺปวิฏฺฐา. สกลํ วินยปิฏกํ กถิตเมว โหติ ตสฺส สีลกถาพาหุลฺลโต เสสทฺวเยปิ เอเสว นโย. ตีหิ ปิฏเกหีติ กรณตฺเถ กรณวจนํ. เตน ตํตํปิฏกานํ ตสฺสา ตสฺสา สิกฺขาย สาธกตมภาวํ ทสฺเสติ.

ปิฏฺฐิวาโต อุปฺปชฺชติ อุปาทินฺนกสรีรสฺส ตถารูปตฺตา สงฺขารานญฺจ อนิจฺจตาย ทุกฺขานุพนฺธตฺตา. อการณํ วา เอตนฺติ เยนาธิปฺปาเยน วุตฺตํ, ตเมว อธิปฺปายํ วิวริตุํ ‘‘ปโหตี’’ติอาทิ วุตฺตํ. จตูหิ อิริยาปเถหิ ปริภุญฺชิตุกาโม อโหสิ สกฺยราชูนํ อชฺฌาสยวเสน. ตถา หิ วกฺขติ ‘‘สตฺถาปิ ตเทว สนฺธาย ตตฺถ สงฺฆาฏึ ปญฺญเปตฺวา นิปชฺชีตี’’ติ. ยทิ เอวํ ‘‘ปิฏฺฐิ เม อาคิลายตี’’ติ อิทํ กถนฺติ อาห ‘‘อุปาทินฺนกสรีรญฺจ นามา’’ติอาทิ.

๒๓. ‘‘อิมินา ปาติโมกฺขสํวเรน…เป… สมฺปนฺโน’’ติอาทีสุ (วิภ. ๕๑๑) สมนฺนาคตตฺโถ สมฺปนฺน-สทฺโท, อิธ ปน ปาริปูริอตฺโถติ ทสฺเสตุํ ‘‘ปริปุณฺณสีโลติ อตฺโถ’’ติ วุตฺตํ. โย ปน สมฺปนฺนสีโลเยว, โส ปริปุณฺณสีโล. ปริสุทฺธญฺหิ สีลํ ‘‘ปริปุณฺณ’’นฺติ วุจฺจติ, น สพลํ กมฺมาสํ วา. สุนฺทรธมฺเมหีติ โสภนธมฺเมหิ. ยสฺมึ สนฺตาเน อุปฺปนฺนา ตสฺส โสภนภาวโต. เตหิ สปฺปุริสภาวสาธนโต สปฺปุริสานํ ธมฺเมหิ.

๒๔. อิมินา เอตฺตเกน ฐาเนนาติ ‘‘อิธ, มหานาม, อริยสาวโก’’ติ อารภิตฺวา ยาว ‘‘อกสิรลาภี’’ติ ปทํ อิมินา เอตฺตเกน อุทฺเทสปเทน มาติกํ ฐเปตฺวา. ปฏิปาฏิยาติ อุทฺเทสปฏิปาฏิยา. เอวมาหาติ ‘‘เอวํ กถญฺจ, มหานามา’’ติอาทินา อิทานิ วุจฺจมาเนน ทสฺสิตากาเรน อาห.

๒๕. หิรียตีติ ลชฺชียติ ปีฬียติ. ยสฺมา หิรี ปาปชิคุจฺฉนลกฺขณา, ตสฺมา ‘‘ชิคุจฺฉตีติ อตฺโถ’’ติ วุตฺตํ. โอตฺตปฺปตีติ อุตฺตปฺปติ. ปาปุตฺราสลกฺขณญฺหิ โอตฺตปฺปํ. ปคฺคหิตวีริโยติ สงฺโกจํ อนาปนฺนวีริโย. เตนาห ‘‘อโนสกฺกิตมานโส’’ติ. ปหานตฺถายาติ สมุจฺฉินฺทนตฺถาย. กุสลานํ ธมฺมานํ อุปสมฺปทา นาม อธิคโม เอวาติ อาห ‘‘ปฏิลาภตฺถายา’’ติ. สติเนปกฺเกนาติ สติยา เนปกฺเกน ติกฺขวิสทสูรภาเวน. อฏฺฐกถายํ ปน เนปกฺกํ นาม ปญฺญาติ อธิปฺปาเยน ‘‘สติยา จ นิปกภาเวน จา’’ติ อตฺโถ วุตฺโต, เอวํ สติ อญฺโญ นิทฺทิฏฺโฐ นาม โหติ. สติมาติ จ อิมินาว วิเสสา สติ คหิตา, ปรโต ‘‘จิรกตมฺปิ จิรภาสิตมฺปิ สริตา อนุสฺสริตา’’ติ สติกิจฺจเมว นิทฺทิฏฺฐํ, น ปญฺญากิจฺจํ, ตสฺมา สติเนปกฺเกนาติ สติยา เนปกฺกภาเวนาติ สกฺกา วิญฺญาตุํ. เตเนว หิ ปจฺจยวิเสสวเสน อญฺญธมฺมนิรเปกฺโข สติยา พลวภาโว. ตถา หิ ญาณวิปฺปยุตฺตจิตฺเตนปิ อชฺฌยนสมฺมสนานิ สมฺภวนฺติ.

เจติยงฺคณวตฺตาทีติ อาทิ-สทฺเทน โพธิยงฺคณวตฺตาทีนิ สงฺคณฺหาติ. อสีติมหาวตฺตปฏิปตฺติปูรณนฺติ เอตฺถ อสีติวตฺตปฏิปตฺติปูรณํ มหาวตฺตปฏิปตฺติปูรณนฺติ วตฺตปฏิปตฺติปูรณ-สทฺโท ปจฺเจกํ โยเชตพฺโพ. ตตฺถ มหาวตฺตานิ (วิภ. มูลฏี. ๔๐๖) นาม วตฺตขนฺธเก (จูฬว. ๓๕๖ อาทโย) วุตฺตานิ อาคนฺตุกวตฺตํ อาวาสิกํ คมิกํ อนุโมทนํ ภตฺตคฺคํ ปิณฺฑจาริกํ อารญฺญิกํ เสนาสนํ ชนฺตาฆรํ วจฺจกุฏิ อุปชฺฌายํ สทฺธิวิหาริกํ อาจริยํ อนฺเตวาสิกวตฺตนฺติ จุทฺทส. ตโต อญฺญานิ ปน กทาจิ ตชฺชนียกมฺมกตาทิกาเล ปาริวาสิกาทิกาเล จ จริตพฺพานิ อสีติ ขุทฺทกวตฺตานิ สพฺพาสุ อวตฺถาสุ น จริตพฺพานิ, ตสฺมา มหาวตฺเตสุ, อคฺคหิตานิ. ตตฺถ ‘‘ปาริวาสิกานํ ภิกฺขูนํ วตฺตํ ปญฺญเปสฺสามี’’ติ อารภิตฺวา ‘‘น อุปสมฺปาเทตพฺพํ…เป… น ฉมายํ จงฺกมนฺเต จงฺกเม จงฺกมิตพฺพ’’นฺติ (จูฬว. ๘๑) วุตฺตานิ ปกภตฺเต จริตพฺพวตฺตาวสานานิ ฉสฏฺฐิ, ตโต ปรํ ‘‘น, ภิกฺขเว, ปาริวาสิเกน ภิกฺขุนา ปาริวาสิกวุฑฺฒตเรน ภิกฺขุนา สทฺธึ มูลายปฏิกสฺสนารเหน มานตฺตารเหน มานตฺตจาริเกน อพฺภานารเหน ภิกฺขุนา สทฺธึ เอกจฺฉนฺเน อาวาเส วตฺตพฺพ’’นฺติอาทีนิ (จูฬว. ๘๒) ปกตตฺเต จริตพฺเพหิ อนญฺญตฺตา วิสุํ วิสุํ อคเณตฺวา ปาริวาสิกวุฑฺฒตราทีสุ ปุคฺคลนฺตเรสุ จริตพฺพตฺตา เตสํ วเสน สมฺปิณฺเฑตฺวา เอเกกํ กตฺวา คณิตพฺพานิ ปญฺจาติ เอกสตฺตติวตฺตานิ, อุกฺเขปนิยกมฺมกตวตฺเตสุ วตฺตปญฺญาปนวเสน วุตฺตํ – ‘‘น ปกตตฺตสฺส ภิกฺขุโน อภิวาทนํ ปจฺจุฏฺฐานํ…เป… นฺหาเน ปิฏฺฐิปริกมฺมํ สาทิตพฺพ’’นฺติ (จูฬว. ๕๑) อิทํ อภิวาทนาทีนํ อสาทิยนํ เอกํ, ‘‘น ปกตตฺโต ภิกฺขุ สีลวิปตฺติยา อนุทฺธํสิตพฺโพ’’ติอาทีนิ จ ทสาติ เอวเมตานิ ทฺวาสีติ. เอเตเสฺวว ปน กานิจิ ตชฺชนียกมฺมาทิวตฺตานิ กานิจิ ปาริวาสิกาทิวตฺตานีติ อคฺคหิตคฺคหเณน ทฺวาสีติ, เอวํ อปฺปกํ ปน อูนมธิกํ วา คณนุปคํ น โหตีติ อิธ ‘‘อสีติ’’จฺเจว วุตฺตํ. อญฺญตฺถ ปน อฏฺฐกถาปเทเส ‘‘ทฺวาสีติ ขนฺธกวตฺตานี’’ติ วุจฺจติ.

สกฺกจฺจํ อุทฺทิสนํ สกฺกจฺจํ อุทฺทิสาปนนฺติ ปจฺเจกํ สกฺกจฺจํ-สทฺโท โยเชตพฺโพ. อุทฺทิสนํ อุทฺเทสคฺคหณํ. ธมฺโมสารณํ ธมฺมสฺส อุจฺจารณํ. ธมฺมเทสนา –

‘‘อาทิมฺหิ สีลํ เทเสยฺย, มชฺเฌ ฌานํ วิปสฺสนํ;

ปริโยสาเน จ นิพฺพานํ, เอสา กถิกสณฺฐิตี’’ติ. (ที. นิ. อฏฺฐ. ๑.๑๙๐; สํ. นิ. อฏฺฐ. ๓.๔.๒๔๖) –

เอวํ กถิตลกฺขณา ธมฺมกถา. อุปคนฺตฺวา นิสินฺนสฺส ยสฺส กสฺสจิ คหฏฺฐสฺส ปพฺพชิตสฺส วา ตงฺขณานุรูปา ธมฺมี กถา อุปนิสินฺนกถา. ภตฺตานุโมทนกถา อนุโมทนิยา. สริตาติ เอตฺถ น เกวลํ จิรกตจิรภาสิตานํ สรณมนุสฺสรณมตฺตํ อธิปฺเปตํ, อถ โข ตถาปวตฺตรูปารูปธมฺมานํ ปริคฺคหมุเขน ปวตฺตวิปสฺสนาจาเร สติสมฺโพชฺฌงฺคสมุฏฺฐาปนนฺติ ทสฺเสตุํ ‘‘ตสฺมึ กาเยน จิรกเต’’ติอาทิ วุตฺตํ. สกิมฺปิ สรเณนาติ เอกวารํ สรเณน. ปุนปฺปุนํ สรเณนาติ อนุ อนุ สรเณน. สติสมฺโพชฺฌงฺคมฺปิ วิเวกนิสฺสิตํ วิราคนิสฺสิตํ นิโรธนิสฺสิตํ โวสคฺคปริณามิญฺจ กตฺวา สรนฺโต ตตฺถ ตตฺถ ชวนวาเร สรณชวนวาเร ปริตฺตชวนวเสน อนุสฺสริตาติ เวทิตพฺพา.

คติอตฺถา ธาตุสทฺทา พุทฺธิอตฺถา โหนฺตีติ อาห – ‘‘อุทยญฺจ วยญฺจ ปฏิวิชฺฌิตุํ สมตฺถายา’’ติ. มิสฺสกนเยนายํ เทสนา อาคตาติ อาห – ‘‘วิกฺขมฺภนวเสน จ สมุจฺเฉทวเสน จา’’ติ. เตนาห ‘‘วิปสฺสนาปญฺญาย เจวา’’ติอาทิ. วิปสฺสนาปญฺญาย นิพฺเพธิกปริยายโต. สา จ โข ปเทสิกาติ นิปฺปเทสิกํ กตฺวา ทสฺเสตุํ ‘‘มคฺคปญฺญาย ปฏิลาภสํวตฺตนโต จา’’ติ วุตฺตํ. ทุกฺขกฺขยคามินิภาเวปิ เอเสว นโย. สมฺมาติ ยาถาวโต. อกุปฺปธมฺมตาย หิ มคฺคปญฺญา เขปิตเขปนาย น ปุน กิจฺจํ อตฺถีติ อุปาเยน ญาเยน ยา ปวตฺติ สา เอวาติ อาห – ‘‘เหตุนา นเยนา’’ติ.

๒๖. อธิกํ เจโต อภิเจโต, มหคฺคตจิตฺตํ, ตสฺส ปน อธิกตา กามจฺฉนฺทาทิปฏิปกฺขวิคเมน วิสิฏฺฐภาวปฺปตฺติ, ตนฺนิสฺสิตานิ อาภิเจตสิกานิ. เตนาห ‘‘อภิจิตฺตํ เสฏฺฐจิตฺตํ สิตาน’’นฺติ. ทิฏฺฐธมฺมสุขวิหารานนฺติ อิมสฺมึเยว อตฺตภาเว ผาสุวิหารภูตานํ. เตหิ ปน สมงฺคิตกฺขเณ ยสฺมา วิเวกชํ ปีติสุขํ สมาธิชํ ปีติสุขํ อปีติชํ สติปาริสุทฺธิญาณสุขญฺจ ปฏิลภติ วินฺทติ, ตสฺมา อาห – ‘‘อปฺปิตปฺปิตกฺขเณ สุขปฏิลาภเหตูน’’นฺติ. อิจฺฉิติจฺฉิตกฺขเณ สมาปชฺชิตาติ อิมินา เตสุ ฌาเนสุ สมาปชฺชนวสีภาวมาห, ‘‘นิกามลาภี’’ติ ปน วจนโต อาวชฺชนาธิฏฺฐานา ปจฺจเวกฺขณวสิโย จ วุตฺตา เอวาติ เวทิตพฺพา. นิทุกฺขลาภีติ อิมินา เตสํ ฌานานํ สุขปฏิปทาขิปฺปาภิญฺญตํ ทสฺเสติ, วิปุลลาภีติ อิมินา ปคุณตํ ตปฺปมาณทสฺสิตภาวทีปนโต. เตนาห ‘‘ปคุณภาเวนา’’ติอาทิ. สมาปชฺชิตุํ สกฺโกติ สมาปชฺชนวสีภาวตาย สาธิตตฺตา. สมาธิปาริปนฺถิกธมฺเมติ วสีภาวสฺส ปจฺจนีกธมฺเม. ฌานาธิคมสฺส ปน ปจฺจนีกธมฺมา ปเคว วิกฺขมฺภิตา, อญฺญถา ฌานาธิคโม เอว น สิยา. อกิลมนฺโต วิกฺขมฺเภตุํ น สกฺโกตีติ กิจฺเฉน วิกฺขมฺเภติ วิโสเธติ, กามาทีนวปจฺจเวกฺขณาทีหิ กามจฺฉนฺทาทีนํ อญฺเญสํ สมาธิปาริปนฺถิกานํ ทูรสมุสฺสารณํ อิธ วิกฺขมฺภนํ วิโสธนนฺติ เวทิตพฺพํ.

๒๗. วิปสฺสนาหิตาย อุปรูปริวิเสสาวหตฺตา วฑฺฒมานาย ปุพฺพภาคสีลาทิปฏิปทาย. สา เอว ปุพฺพภาคปฏิปทา ยถาภาวิตตาย อวสฺสํ ภาวินํ วิเสสํ ปริคฺคหิตตฺตา อณฺฑํ วิยาติ อณฺฑํ, กิเลเสหิ อทูสิตตาย อปูติ อณฺฑํ เอตสฺสาติ อปุจฺจณฺโฑ, วิปสฺสนํ อุสฺสุกฺกาเปตฺวา ฐิตปุคฺคโล, ตสฺส ภาโว อปุจฺจณฺฑตา. วิปสฺสนาทิญาณปฺปเภทายาติ ปุพฺเพนิวาสญาณาทิญาณปเภทาย. ตตฺถาติ เจโตขิลสุตฺเต (ม. นิ. ๑.๑๘๕) ‘‘ส โข โส, ภิกฺขเว, เอวํ อุสฺโสฬฺหิปนฺนรสงฺคสมนฺนาคโต ภิกฺขุ ภพฺโพ อภินิพฺพิทายา’’ติ อาคตตฺตา อุสฺโสฬฺหิปนฺนรเสหิ องฺเคหิ สมนฺนาคตภาโวติ เอวํ ยํ โอปมฺมสํสนฺทนํ อาคตํ, ตํ โอปมฺมสํสนฺทนํ อิธ อิมสฺมึ เสขสุตฺเต โยเชตฺวา เวทิตพฺพนฺติ สมฺพนฺโธ.

๒๘. มหคฺคตาทิภาเวน เหฏฺฐิมานํ ฌานานํ อนุรูปมฺปิ อตฺตโน วิเสเสน เต อุตฺตริตฺวา อติกฺกมิตฺวาน ฐิตนฺติ อนุตฺตรํ, เตนาห – ‘‘ปฐมาทิชฺฌาเนหิ อสทิสํ อุตฺตม’’นฺติ. ทุติยาทีสุปิ อภินิพฺภิทาสุ. ปุพฺเพนิวาสญาณํ อุปฺปชฺชมานํ ยถา อตฺตโน วิสยปฏิจฺฉาทกํ กิเลสนฺธการํ วิธมนฺตเมว อุปฺปชฺชติ, เอวํ อตฺตโน วิสเย กญฺจิ วิเสสํ กโรนฺตเมว อุปฺปชฺชตีติ อาห – ‘‘ปุพฺเพนิวาสญาเณน ปฐมํ ชายตี’’ติ, เสสญาณทฺวเยปิ เอเสว นโย.

๒๙. จรณสฺมินฺติ ปจฺจตฺเต ภุมฺมวจนนฺติ อาห ‘‘จรณํ นาม โหตีติ อตฺโถ’’ติ. เตนาติ กรณตฺเถ กรณวจนํ อคตปุพฺพทิสาคมเน เตสํ สาธกตมภาวโต.

อฏฺฐ ญาณานีติ อิธ อาคตานิ จ อนาคตานิ จ อมฺพฏฺฐสุตฺตาทีสุ (ที. นิ. ๑.๒๕๔ อาทโย) อาคตานิ คเหตฺวา วทติ. วินิวิชฺฌิตฺวาติ ปุพฺเพนิวาสปฏิจฺฉาทกาทิกิเลสตมํ ภินฺทิตฺวา ปทาเลตฺวา.

๓๐. สนงฺกุมาเรนาติ สนนฺตนกุมาเรน. ตเทว หิ ตสฺส สนนฺตนกุมารตํ ทสฺเสตุํ ‘‘จิรกาลโต ปฏฺฐายา’’ติ วุตฺตํ. โส อตฺตภาโวติ เยน อตฺตภาเวน มนุสฺสปเถ ฌานํ นิพฺพตฺเตสิ, โส กุมารตฺตภาโว, ตสฺมา พฺรหฺมภูโตปิ ตาทิเสน กุมารตฺตภาเวน จรติ.

ชนิตสฺมึ-สทฺโท เอว อิ-การสฺส เอ-การํ กตฺวา ‘‘ชเนตสฺมิ’’นฺติ วุตฺโต, ชนิตสฺมินฺติ จ ชนสฺมินฺติ อตฺโถ เวทิตพฺโพ. ชนิตสฺมินฺติ สามญฺญคฺคหเณปิ ยตฺถ จตุวณฺณสมญฺญา, ตตฺเถว มนุสฺสโลเก. ขตฺติโย เสฏฺโฐติ โลกสมญฺญาปิ มนุสฺสโลเกเยว, น เทวกาเย พฺรหฺมกาเย วาติ ทสฺเสตุํ ‘‘เย โคตฺตปฏิสาริโน’’ติ วุตฺตํ. ปฏิสรนฺตีติ ‘‘อหํ โคตโม, อหํ กสฺสโป’’ติ ปติ ปติ อตฺตโน โคตฺตํ อนุสรนฺติ ปฏิชานนฺติ วาติ อตฺโถ.

เอตฺตาวตาติ ‘‘สาธุ สาธุ อานนฺทา’’ติ เอตฺตเกน สาธุการทาเนน. ชินภาสิตํ นาม ชาตนฺติอาทิโต ปฏฺฐาย ยาว ปริโยสานา เถรภาสิตํ พุทฺธภาสิตเมว นาม ชาตํ. ‘‘กิมฺปนิทํ สุตฺตํ สตฺถุเทสนานุวิธานโต ชินภาสิตํ, อุทาหุ สาธุการทานมตฺเตนา’’ติ เอวรูปา โจทนา อิธ อโนกาสา เถรสฺส เทสนาย ภควโต เทสนานุวิธานเหตุกตฺตา สาธุการทานสฺสาติ. ยํ ปเนตฺถ อตฺถโต อวิภตฺตํ, ตํ สุวิญฺเญยฺยเมว.

เสขสุตฺตวณฺณนาย ลีนตฺถปฺปกาสนา สมตฺตา.