๔. โปตลิยสุตฺตวณฺณนา
๓๑. องฺคา นาม ชนปทิโน ราชกุมารา, เตสํ นิวาโส เอโกปิ ชนปโท รุฬฺหิวเสน องฺคาเตฺวว วุจฺจตีติ อาห ‘‘องฺคาเยว โส ชนปโท’’ติ. มหิยา ปนสฺส อุตฺตเรน ยา อาโปติ มหิยา นทิยา ยา อาโป ตสฺส ชนปทสฺส อุตฺตเรน โหนฺติ. ตาสํ อวิทูรตฺตา โส ชนปโท อุตฺตราโปติ วุจฺจติ. สา ปน มหี กตฺถจิ กตฺถจิ ภิชฺชิตฺวา คตาติ อาห ‘‘กตรมหิยา อุตฺตเรน ยา อาโป’’ติ. ตตฺถาติ ตสฺสา มหิยา อาคมนโต ปฏฺฐาย อยํ อาวิภาวกถา. ยสฺมา (อ. นิ. ฏี. ๓.๘.๑๙) โลกิยา ชมฺพุทีโป หิมวา ตตฺถ ปติฏฺฐิตสมุทฺททหปพฺพตนทิโยติ เอเตสุ ยํ ยํ น มนุสฺสโคจรํ, ตตฺถ สยํ สมฺมูฬฺหา อญฺเญปิ สมฺโมหยนฺติ, ตตฺถ ตตฺถ สมฺโมหวิธมนตฺถํ ‘‘อยํ กิร ชมฺพุทีโป’’ติอาทิมารทฺธํ. ทสสหสฺสโยชนปริมาโณ อายามโต จ วิตฺถารโต จาติ อธิปฺปาโย. เตนาห ‘‘ตตฺถา’’ติอาทิ. อุทเกน อชฺโฌตฺถโฏ ตทุปโภคิสตฺตานํ ปุญฺญกฺขเยน.
สุนฺทรทสฺสนํ กูฏนฺติ สุทสฺสนกูฏํ, ยํ โลเก ‘‘เหมกูฏ’’นฺติ วุจฺจติ. มูลคนฺโธ กาฬานุสาริยาทิ. สารคนฺโธ จนฺทนาทิ. เผคฺคุคนฺโธ สลลาทิ. ตจคนฺโธ ลวงฺคาทิ. ปปฏิกคนฺโธ กพิตฺถาทิ. รสคนฺโธ สชฺชาทิ, ปตฺตคนฺโธ ตมาลหิริเวราทิ. ปุปฺผคนฺโธ นาคกุงฺกุมาทิ. ผลคนฺโธ ชาติผลาทิ. คนฺธคนฺโธ สพฺเพสํ คนฺธานํ คนฺโธ. ยสฺส หิ รุกฺขสฺส สพฺเพสมฺปิ มูลาทีนํ คนฺโธ อตฺถิ, โส อิธ คนฺโธ นาม. ตสฺส คนฺธสฺส คนฺโธ คนฺธคนฺโธ. สพฺพานิ ปุถุลโต ปญฺญาสโยชนานิ, อายามโต ปน อุพฺเพธโต วิย ทฺวิโยชนสตาเนวาติ วทนฺติ.
มโนหรสิลาตลานีติ โอตรณตฺถาย มนุญฺญโสปานสิลาตลานิ. สุปฏิยตฺตานีติ ตทุปโภคิสตฺตานํ สาธารณกมฺมานุภาเวน สุฏฺฐุ ปฏิยตฺตานิ สุปฺปวตฺติตานิ โหนฺติ. มจฺฉกจฺฉปาทโย อุทกํ มลินํ กโรนฺติ, ตทภาวโต ผลิกสทิสนิมฺมลุทกานิ. ติริยโต ทีฆํ อุคฺคตกูฏนฺติ ‘‘ติรจฺฉานปพฺพต’’นฺติ อาห.
อาปณานิ เอว โวหารสฺส มุขภูตานีติ อาห ‘‘อาปณมุขสหสฺสานี’’ติ. วิภตฺตานีติ ววตฺถิตานิ อญฺญมญฺญาสมฺภินฺนานิ. วสนฏฺฐานนฺติ อตฺตโน ยถาผาสุกํ วสิตพฺพฏฺฐานํ. อาสติ เอตฺถาติ อาสนํ, นิสีทิตพฺพฏฺฐานานิ.
อสารุปฺปํ ปฏิจฺจ อุปฺปชฺชนกสฺส ฉาทนโต ฉนฺนํ อนุจฺฉวิกํ, ตเทว อชฺฌาสยสมฺปตฺตึ ปติรูเปติ ปกาเสตีติ ปติรูปํ. เตนาห ‘‘นปฺปติรูป’’นฺติ. การณเววจนานีติ ญาปกการณเววจนานิ. ญาปกญฺหิ การณํ อธิปฺเปตํ. อตฺถํ อากโรติ ปกาเสตีติ อากาโร, ตเมว ลีนํ คุฬฺหํ อตฺถํ คเมตีติ ลิงฺคํ, โส เตน นิมียตีติ นิมิตฺตนฺติ วุจฺจติ. อิทานิ ตเมวตฺถํ วิวริตุํ ‘‘ทีฆทสวตฺถ…เป… นิมิตฺตาติ วุตฺตา’’ติ อาห. เตติ อาการาทโย. ตถา หิ ปน เมติอาทินา โปตลิโย คหปติ ‘‘ปริพฺพาชกนิยาเมน อหํ ชีวามิ, ตสฺมา คหปติ น โหมีติ วทติ. โอวทนฺโตติ อนุสาสนฺโต. อุปวทนฺโตติ ปริภาสนฺโต.
๓๒. เคธภูโต โลโภติ คิชฺฌนสภาโว โลโภ. อคิชฺฌนลกฺขโณ น โลโภ, อนินฺทาภูตํ อฆฏฺฏนนฺติ นินฺทาย ปฏิปกฺขภูตํ ปเรสํ อฆฏฺฏนํ. นินฺทาฆฏฺฏนาติ นินฺทาวเสน ปเรสํ ฆฏฺฏนา อกฺโกสนา. พฺยวหารโวหาโรปีติ กยวิกฺกยลกฺขโณ สโพฺยหาโรปิ ทานคฺคหณํ โวหาโร. ‘‘ทตฺโต ติสฺโส’’ ติอาทินา โวหรณํ ปญฺญาปนนฺติ ปญฺญตฺติ โวหาโร. ยถาธิปฺเปตสฺส อตฺถสฺส โวหรณํ กถนํ โพธนนฺติ วจนํ โวหาโร. ยาถาวโต อยาถาวโต จ โวหรติ เอเตนาติ โวหาโร, เจตนา. อยมิธาธิปฺเปโตติ อยํ เจตนาลกฺขโณ โวหาโร อิธ อิมสฺมึ อตฺเถ อธิปฺเปโต, โส จ โข สาวชฺโชว สมุจฺเฉทสฺส อิจฺฉิตตฺตา. อิทานิ จตุพฺพิธสฺสปิ โวหารสฺส อิธ สมฺภวํ ทสฺเสตุํ ‘‘ยสฺมา วา’’ติอาทิ วุตฺตํ. คิหีติ เจตนา นตฺถีติ อหํ คิหีติ เจตนาปวตฺติ นตฺถิ. คิหีติ วจนํ นตฺถีติ คิหีติ อตฺตโน ปเรสญฺจ วจนปฺปวตฺติ นตฺถิ. คิหีติ ปณฺณตฺติ นตฺถีติ คิหีติ สมญฺญา นตฺถิ. คิหีติ พฺยวหาโร นตฺถีติ สมุทาจาโร นตฺถิ.
๓๓. ปาณาติปาโตว สํโยชนํ. กสฺมา? พนฺธนภาเวน ปวตฺตนโต นิสฺสริตุํ อปฺปทานโต. ปาณาติปาตสฺส อตฺถิตาย โส ปุคฺคโล ‘‘ปาณาติปาตี’’ติ วุจฺจตีติ อาห – ‘‘ปาณาติปาตสฺส…เป… โหตี’’ติ. ยญฺหิ ยสฺส อตฺถิ, เตน โส อปทิสฺสตีติ. พหุตายาติ อจกฺขุกาทิเภเทน พหุภาวโต. ปาณาติปาตสฺส ปฏิปกฺโข อปาณาติปาโต. โส ปน อตฺถโต กายทฺวาริโก สีลสํวโรติ อาห ‘‘กายิกสีลสํวเรนา’’ติ. อตฺตาปิ มํ อุปวเทยฺยาติอาทิ ปาณาติปาเต อาทีนวทสฺสนํ. อาทีนวทสฺสิโน หิ ตโต โอรมณํ. เทสนาวเสนาติ อญฺญตฺถ สุตฺเต อภิธมฺเม จ ทสสุ สํโยชเนสุ ปญฺจสุ นีวรเณสุ เทสนาวเสน อปริยาปนฺนมฺปิ สํโยชนนฺติปิ นีวรณนฺติปิ อิธ วุตฺตํ. กสฺมา? ตทตฺถสมฺภวโต. เตนาห – ‘‘วฏฺฏพนฺธนฏฺเฐน หิตปฺปฏิจฺฉาทนฏฺเฐน จา’’ติ, ปาณาติปาโต หิ อปาณาติปาตปจฺจยํ หิตํ ปฏิจฺฉาเทนฺโตว อุปฺปชฺชตีติ. เอโก อวิชฺชาสโวติ อิทํ สหชาตวเสน วุตฺตํ, อุปนิสฺสยวเสน ปน อิตเรสมฺปิ อาสวานํ ยถารหํ สมฺภโว เวทิตพฺโพ. ปาณาติปาตี หิ ปุคฺคโล ‘‘ตปฺปจฺจยํ อตฺถํ กริสฺสามี’’ติ กาเม ปตฺเถติ. ทิฏฺฐึ คณฺหาติ, ภววิเสสํ ปจฺจาสีสติ. ตตฺถ อุปฺปนฺนํ วิหนติ พาธตีติ วิฆาโต, ทุกฺขํ, ปริฬาหนํ อนตฺถุปฺปาทวเสน อุปตาปนํ ปริฬาโห, อยเมเตสํ วิเสโส. สพฺพตฺถาติ สพฺเพสุ วาเรสุ. อิมินา อุปาเยนาติ อติเทเสน ปน ปริคฺคหิโต อตฺโถ ปรโต อาคมิสฺสตีติ.
๓๔-๔๐. อิมสฺมึ ปเทติ เอเตน สตฺตสุปิ วาเรสุ ตถา อาคตํ ปทํ สามญฺญโต คหิตํ. เตนาห ‘‘อิมินา’’ติอาทิ. โรสนํ กายิกํ วาจสิกญฺจาติ ตปฺปฏิปกฺโข อโรโสปิ ตถา ทุวิโธติ อาห ‘‘กายิกวาจสิกสํวเรนา’’ติ. ยถา อภิชฺฌา โลโภ, อนภิชฺฌา อโลโภ, เอวํ อโกธูปายาโส อพฺยาปาโท, สํวเร สุขนฺติ สํวโรติ ทฏฺฐพฺโพ, อนติโลโภ ปน สติสํวเร, อนติมาโน ญาณสํวเร สงฺคหํ คจฺฉตีติ ทฏฺฐพฺพํ. อิเมสุ ปน ปเทสุ เอวํ สพฺพวาเรสุ โยชนา กาตพฺพาติ สมฺพนฺโธ.
เอวํ อาสวุปฺปตฺติ เวทิตพฺพาติ เอตฺถ วุตฺตสฺสปิ เอกชฺฌํ วุจฺจมานตฺตา ‘‘ปุน อยํ สงฺเขปวินิจฺฉโย’’ติ วุตฺตํ. อสมฺโมหตฺถํ อารมฺมณสฺส. ปุริเมสุ ตาว จตูสุ วาเรสุ วิรมิตุํ น สกฺโกมีติ วตฺตพฺพํ. ‘‘อตฺตาปิ มํ อุปวเทยฺยา’’ติ เอตสฺส ปทสฺส อตฺถวณฺณนายํ ‘‘น สกฺโกมี’’ติ, ‘‘อนุวิชฺชาปิ มํ วิญฺญู ครเหยฺยุ’’นฺติ เอตสฺส ปทสฺส อตฺถวณฺณนายํ ‘‘น สกฺโกตี’’ติ วตฺตพฺพํ, อิมินา นเยน ปจฺฉิเมสุปิ จตูสุ ยถารหํ โยชนา เวทิตพฺพา. อติมาเน ภวาสวอวิชฺชาสวาติ วุตฺตํ มาเนน สห ทิฏฺฐิยา อนุปฺปชฺชนโต, อติมาโน ปน กามราเคนปิ อุปฺปชฺชเตวาติ ‘‘อติมาเน กามาสวอวิชฺชาสวา’’ติ วตฺตพฺพํ สิยา, สฺวายํ นโย วุตฺตนยตฺตา สุวิญฺเญยฺโยติ น ทสฺสิโต. ปาติโมกฺขสํวรสีลํ กถิตํ อาทิโต จตูหิ ฉฏฺเฐน วาติ ปญฺจหิ วาเรหิ, เสเสหิ ตีหิ ปาติโมกฺขสํวรสีเล ฐิตสฺส ภิกฺขุโน ปฏิสงฺขาปหานํ, สพฺเพหิปิ ปน ภิกฺขุภาเว ฐิตสฺส คิหิโวหารสมุจฺเฉโท กถิโต. ตตฺถ สพฺพตฺถ วตฺตํ ‘‘อิทญฺจิทญฺจ มยฺหํ กาตุํ นปฺปติรูป’’นฺติ ปฏิสงฺขานวเสน อกรณํ ปชหนญฺจ ปฏิสงฺขาปหานํ.
กามาทีนวกถาวณฺณนา
๔๒. อุปสุมฺเภยฺยาติ เอตฺถ อุป-สทฺโท สมีปตฺโถ, สุมฺภนํ วิกฺเขปนํ. เตเนว ตเมนนฺติ ภุมฺมตฺเถ อุปโยควจนนฺติ อาห – ‘‘ตสฺส สมีเป ขิเปยฺยา’’ติ, ตสฺส กุกฺกุรสฺส สมีเป อฏฺฐิกงฺกลํ ขิเปยฺยาติ อตฺโถ. นิมฺมํสตฺตา กงฺกลนฺติ วุจฺจตีติ อิมินา วิคตมํสาย อฏฺฐิกงฺกลิกาย อุรฏฺฐิมฺหิ วา ปิฏฺฐิกณฺฏเก วา สีสฏฺฐิมฺหิ วา กงฺกล-สทฺโท นิรุโฬฺหติ ทสฺเสติ. สุนิกฺกนฺตนฺติ นิลฺลิขิตํ กตฺวาว นิพฺพิเสสํ ลิขิตํ.
เอกตฺตุปฏฺฐานสฺส อชฺฌุเปกฺขนวเสน ปวตฺติยา เอกตฺตา. เตนาห ‘‘จตุตฺถฌานุเปกฺขา’’ติ. ยสฺมา ปนสฺส อารมฺมณมฺปิ เอกสภาวเมว, ตสฺมา อาห ‘‘สา หี’’ติอาทิ. โลกามิสสงฺขาตาติ อปริญฺญาตวตฺถุนา โลเกน อามสิตพฺพโต, โลเก วา อามิโสติ สงฺขํ คตาย วเสน กามคุณานํ กามภาโว จ อามิสภาโว จ, โส เอว นิปฺปริยายโต อามิสนฺติ วตฺตพฺพตํ อรหติ. กามคุณามิสาติ กามคุเณ ฉนฺทราคา. คหณฏฺเฐน ภุสํ อาทานฏฺเฐน.
๔๓. ฑยนํ อากาเสน คมนนฺติ อาห ‘‘อุปฺปติตฺวา คจฺเฉยฺยา’’ติ. คิชฺฌาทีนํ วาสิผรสุ น โหตีติ อาห – ‘‘มุขตุณฺฑเกน ฑสนฺตา ตจฺเฉยฺยุ’’นฺติ. วิสฺสชฺเชยฺยุนฺติ เอตฺถ ‘‘วิสฺสชฺชน’’นฺติ อากฑฺฒนํ อธิปฺเปตํ อเนกตฺถตฺตา ธาตูนํ, อากฑฺฒนญฺจ อนุพนฺธิตฺวา ปาตนนฺติ อาห ‘‘มํสเปสึ นเขหิ กฑฺฒิตฺวา ปาเตยฺยุ’’นฺติ.
๔๗. ปุริสสฺส อาโรหนโยคฺยํ โปริเสยฺยํ.
๔๘. สมฺปนฺนํ สุนฺทรํ ผลมสฺสาติ สมฺปนฺนผลํ. ผลูปปนฺนนฺติ ผเลหิ อุเปตนฺติ อาห ‘‘พหุผล’’นฺติ.
๕๐. สุวิทูรวิทูเรติ อริยสฺส วินเย โวหารสมุจฺเฉทโต สุฏฺฐุ วิทูรภูเต เอว วิทูเร อหํ ฐิโต. กสฺสจิ นาม อตฺถสฺสปิ อชานนโต น อาชานนฺตีติ อนาชานียาติ กตฺตุสาธนมสฺส ทสฺเสนฺโต อชานนเกติ อชานนฺตโภชนสีเสน เตสํ ทาตพฺพปจฺจเย วทติ. เสสํ สุวิญฺเญยฺยเมว.
โปตลิยสุตฺตวณฺณนาย ลีนตฺถปฺปกาสนา สมตฺตา.