๑. สาเลยฺยกสุตฺตวณฺณนา

๔๓๙. มหาชนกาเย สนฺนิปติเตติ เกจิ ‘‘ปหํสนวิธึ ทสฺเสตฺวา ราชกุมารํ หาเสสฺสามา’’ติ, เกจิ ‘‘ตํ กีฬนํ ปสฺสิสฺสามา’’ติ เอวํ มหาชนสมูเห สนฺนิปติเต. เทวนฏนฺติ ทิพฺพคนฺธพฺพํ. กุสลํ กุสลนฺติ วจนํ อุปาทายาติ ‘‘กจฺจิ กุสลํ? อาม กุสล’’นฺติ วจนปฏิวจนวเสน ปวตฺตกุสลวาทิตาย เต มนุสฺสา อาทิโต กุสลาติ สมญฺญํ ลภึสุ. เตสํ กุสลานํ อิสฺสราติ ราชกุมารา โกสลา. โกสเล ชาตา. เตสํ นิวาโสติ สพฺพํ ปุพฺเพ วุตฺตนยเมว. เตนาห ‘‘โส ปเทโส โกสลาติ วุจฺจตี’’ติ.

จาริกํ จรมาโนติ สามญฺญวจนมฺปิ ‘‘มหตา…เป… ตทวสรี’’ติ วจนโต วิเสสํ นิวิฏฺฐเมวาติ อาห ‘‘อตุริตจาริกํ จรมาโน’’ติ. มหตาติ คุณมหตฺเตนปิ สงฺขฺยามหตฺเตนปิ มหตา. ตสฺมิญฺหิ ภิกฺขุสมูเห เกจิ อธิสีลสิกฺขาวเสน สีลสมฺปนฺนา, ตถา เกจิ สีลสมาธิสมฺปนฺนา, เกจิ สีลสมาธิปญฺญาสมฺปนฺนาติ คุณมหตฺเตนปิ โส ภิกฺขุสมูโห มหาติ. ตํ อนามสิตฺวา สงฺขฺยามหตฺตเมว ทสฺเสนฺโต ‘‘สตํ วา’’ติอาทิมาห. อญฺญคามปฏิพทฺธชีวิกาวเสน สโมสรนฺติ เอตฺถาติ สโมสรณํ, คาโม นิวาสคาโม. นฺติ สาลํ พฺราหฺมณคามํ. วิหาโรติ ภควโต วิหรณฏฺฐานํ. เอตฺถาติ เอตสฺมึ สาเลยฺยกสุตฺเต. อนิยมิโตติ อสุกสฺมึ อาราเม ปพฺพเต รุกฺขมูเล วาติ น นิยมิโต, สรูปคฺคหณวเสน น นิยมิตฺวา วุตฺโต. ตสฺมาติ อนิยมิตตฺตา. อตฺถาปตฺติสิทฺธมตฺถํ ปริกปฺปนวเสน ทสฺเสนฺโต ‘‘วนสณฺโฑ ภวิสฺสตี’’ติ อาห, อทฺธา ภเวยฺยาติ อตฺโถ.

อุปลภึสูติ (สารตฺถ. ฏี. ๑.๑.เวรญฺชกณฺฑวณฺณนา; ที. นิ. ฏี. ๑.๒๕๕; อ. นิ. ฏี. ๒.๓.๖๔) สวนวเสน อุปลภึสูติ อิมมตฺถํ ทสฺเสนฺโต ‘‘โสตทฺวาร…เป… ชานึสู’’ติ อาห. อวธารณผลตฺตา สพฺพมฺปิ วากฺยํ อนฺโตคธาวธารณนฺติ อาห ‘‘ปทปูรณมตฺเต วา นิปาโต’’ติ. อวธารณตฺเถติ ปน อิมินา อิฏฺฐตฺถาวธารณตฺถํ โข-สทฺทคฺคหณนฺติ ทสฺเสติ. ‘‘อสฺโสสุ’’นฺติ ปทํ โข-สทฺเท คหิเต เตน ผุลฺลิตมณฺฑิตวิภูสิตํ วิย โหนฺตํ ปูริตํ นาม โหติ, เตน จ ปุริมปจฺฉิมปทานิ สํสิลิฏฺฐานิ โหนฺติ, น ตสฺมึ อคฺคหิเตติ อาห ‘‘ปทปูรเณน พฺยญฺชนสิลิฏฺฐตามตฺตเมวา’’ติ. มตฺต-สทฺโท วิเสสนิวตฺติอตฺโถ. เตนสฺส อนตฺถนฺตรทีปนตํ ทสฺเสติ, เอว-สทฺเทน ปน พฺยญฺชนสิลิฏฺฐตาย เอกนฺติกตํ. สาลายํ ชาตา สํวฑฺฒกา สาเลยฺยกา ยถา ‘‘กตฺเตยฺยกา อุพฺเภยฺยกา’’ติ.

สมิตปาปตฺตาติ อจฺจนฺตํ อนวเสสโต สวาสนํ สมิตปาปตฺตา. เอวญฺหิ พาหิรกวีตราคเสกฺขาเสกฺขปาปสมนโต ภควโต ปาปสมนํ วิเสสิตํ โหติ. อเนกตฺถตฺตา นิปาตานํ อิธ อนุสฺสวตฺโถ อธิปฺเปโตติ อาห ‘‘ขลูติ อนุสฺสวนตฺเถ นิปาโต’’ติ. อาลปนมตฺตนฺติ ปิยาลาปวจนํ. ปิยสมุทาหารา เหเต ‘‘โภ’’ติ วา ‘‘อาวุโส’’ติ วา ‘‘เทวานํปิยา’’ติ วา. โคตฺตวเสนาติ เอตฺถ ตํ ตายตีติ โคตฺตํ. โคตโมติ หิ ปวตฺตมานํ อภิธานํ พุทฺธิญฺจ เอกํสิกวิสยตาย ตายติ รกฺขตีติ โคตมโคตฺตํ. ยถา หิ พุทฺธิ อารมฺมณภูเตน อตฺเถน วินา น วตฺตติ, เอวํ อภิธานํ อภิเธยฺยภูเตน, ตสฺมา โส ตานิ ตายติ รกฺขตีติ วุจฺจติ. โส ปน อตฺถโต อญฺญกุลปรมฺปราสาธารณํ ตสฺส กุลสฺส อาทิปุริสสมุทาคตํ ตํกุลปริยาปนฺนสาธารณํ สามญฺญรูปนฺติ ทฏฺฐพฺพํ. อุจฺจากุลปริทีปนํ อุทิโตทิตวิปุลขตฺติยกุลวิภาวนโต. สพฺพขตฺติยานญฺหิ อาทิภูตมหาสมฺมตมหาราชโต ปฏฺฐาย อสมฺภินฺนํ อุฬารตมํ สกฺยราชกุลํ. เกนจิ ปาริชุญฺเญนาติ ญาติปาริชุญฺญโภคปาริชุญฺญาทินา เกนจิปิ ปาริชุญฺเญน ปริหานิยา อนภิภูโต อนชฺโฌตฺถโฏ. ตถา หิ กทาจิปิ ตสฺส กุลสฺส ตาทิสปาริชุญฺญาภาโว, อภินิกฺขมนกาเล จ ตโต สมิทฺธตมภาโว โลเก ปากโฏ ปญฺญาโตติ. สกฺยกุลา ปพฺพชิโตติ อิทํ วจนํ ภควโต สทฺธาปพฺพชิตภาวทีปนํ วุตฺตํ มหนฺตํ ญาติปริวฏฺฏํ มหนฺตญฺจ โภคกฺขนฺธํ ปหาย ปพฺพชิตภาวทีปนโต. เอตฺถ จ สมโณติ อิมินา ปริกฺขกชเนหิ ภควโต พหุมตภาโว ทสฺสิโต สมิตปาปตาทีปนโต, โคตโมติ อิมินา โลกิยชเนหิ อุฬารตมกุลีนตาทีปนโต.

อพฺภุคฺคโตติ เอตฺถ อภิ-สทฺโท อิตฺถมฺภูตาขฺยาเน, ตํโยคโต ปน ‘‘ภวนฺตํ โคตม’’นฺติ อุปโยควจนํ สามิอตฺเถปิ สมานํ อิตฺถมฺภูตโยคทีปนโต ‘‘อิตฺถมฺภูตาขฺยานตฺเถ’’ติ วุตฺตํ. เตนาห ‘‘ตสฺส โข ปน โภโต โคตมสฺสาติ อตฺโถ’’ติ. กลฺยาโณติ ภทฺทโก. สา จสฺส กลฺยาณตา อุฬารวิสยตายาติ อาห ‘‘กลฺยาณคุณสมนฺนาคโต’’ติ. ตํวิสยตา เหตฺถ สมนฺนาคโม. เสฏฺโฐติ เอตฺถาปิ เอเสว นโย ยถา ‘‘ภควาติ วจนํ เสฏฺฐ’’นฺติ (ปารา. อฏฺฐ. ๑.เวรญฺชกณฺฑวณฺณนา; วิสุทฺธิ. ๑.๑๔๒; อุทา. อฏฺฐ. ๑; อิติวุ. อฏฺฐ. นิทานวณฺณนา; มหานิ. อฏฺฐ. ๕๐). ‘‘ภควา อรห’’นฺติอาทินา คุณานํ สํกิตฺตนโต สํสทฺทนโต จ กิตฺติสทฺโท วณฺโณติ อาห ‘‘กิตฺติเยวา’’ติ. กิตฺติปริยาโยปิ หิ สทฺท-สทฺโท ยถา ตํ ‘‘อุฬารสทฺทา อิสโย คุณวนฺโต ตปสฺสิโน’’ติ. ถุติโฆโสติ อภิตฺถวุทาหาโร. อชฺโฌตฺถริตฺวาติ ปฏิปกฺขาภาเวน อนญฺญสาธารณตาย จ อภิภวิตฺวา.

โส ภควาติ โย โส สมตึส ปารมิโย ปูเรตฺวา สพฺพกิเลเส ภญฺชิตฺวา อนุตฺตรํ สมฺมาสมฺโพธึ อภิสมฺพุทฺโธ เทวานํ อติเทโว สกฺกานํ อติสกฺโก พฺรหฺมานํ อติพฺรหฺมา โลกนาโถ ภาคฺยวนฺตตาทีหิ การเณหิ ภควาติ ลทฺธนาโม, โส ภควา. ‘‘ภควา’’ติ หิ อิทํ สตฺถุ นามกิตฺตนํ. ตถา หิ วุตฺตํ ‘‘ภควาติ เนตํ นามํ มาตรา กต’’นฺติอาทิ (มหานิ. ๑๔๙, ๑๙๘, ๒๑๐; จูฬนิ. อชิตมาณวปุจฺฉานิทฺเทส ๒). ปรโต ปน ‘‘ภควา’’ติ คุณกิตฺตนเมว. เอวํ ‘‘อรห’’นฺติอาทีหิ ปเทหิ เย สเทวเก โลเก อติวิย ปญฺญาตา พุทฺธคุณา, เต นานปฺปการโต วิภาวิตาติ ทสฺเสตุํ ปจฺเจกํ อิติปิ-สทฺโท โยเชตพฺโพติ อาห ‘‘อิติปิ อรหํ, อิติปิ สมาสมฺพุทฺโธ…เป… อิติปิ ภควา’’ติ. ‘‘อิติเปตํ ภูตํ, อิติเปตํ ตจฺฉ’’นฺติอาทีสุ (ที. นิ. ๑.๖) วิย หิ อิธ อิติ-สทฺโท อาสนฺนปจฺจกฺขการณตฺโถ, ปิ-สทฺโท สมฺปิณฺฑนตฺโถ เตน เตสํ คุณานํ พหุภาวทีปนโต. ตานิ คุณสลฺลกฺขณการณานิ สทฺธาสมฺปนฺนานํ วิญฺญุชาติกานํ ปจฺจกฺขานิ เอวาติ ทสฺเสนฺโต ‘‘อิมินา จ อิมินา จ การเณนาติ วุตฺตํ โหตี’’ติอาทิ. ตโต วิสุทฺธิมคฺคโต. เตสนฺติ ‘‘อรห’’นฺติอาทีนํ. วิตฺถาโร อตฺถนิทฺเทโส คเหตพฺโพ. ตโต เอว ตํสํวณฺณนายํ (วิสุทฺธิ. มหาฏี. ๑.๑๓๐) วุตฺโต ‘‘อารกาติ อรหํ สุวิทูรภาวโต, อารกาติ อรหํ อาสนฺนภาวโต, รหิตพฺพสฺส อภาวโต, สยญฺจ อรหิตพฺพโต, นตฺถิ เอตสฺส รโหคมนํ คตีสุ ปจฺจาชาติ, ปาสํสภาวโต วา อรห’’นฺติอาทินา ‘‘อรห’’นฺติอาทีนํ ปทานํ อตฺโถ วิตฺถารโต เวทิตพฺโพ.

ภวนฺติ เจตฺถ (วิสุทฺธิ. มหาฏี. ๑.๑๓๐; สารตฺถ. ฏี. ๑.เวรญฺชกณฺฑวณฺณนา) –

‘‘สมฺมา นปฺปฏิปชฺชนฺติ, เย นิหีนาสยา นรา;

อารกา เตหิ ภควา, ทูเร เตนารหํ มโต.

เย สมฺมา ปฏิปชฺชนฺติ, สุปฺปณีตาธิมุตฺติกา;

ภควา เตหิ อาสนฺโน, เตนาปิ อรหํ ชิโน.

ปาปธมฺมา รหา นาม, สาธูหิ รหิตพฺพโต;

เตสํ สุฏฺฐุ ปหีนตฺตา, ภควา อรหํ มโต.

เย สจฺฉิกตสทฺธมฺมา, อริยา สุทฺธโคจรา;

น เตหิ รหิโต โหติ, นาโถ เตนารหํ มโต.

รโห วา คมนํ ยสฺส, สํสาเร นตฺถิ สพฺพโส;

ปหีนชาติมรโณ, อรหํ สุคโต มโต.

คุเณหิ สทิโส นตฺถิ, ยสฺมา โลเก สเทวเก;

ตสฺมา ปาสํสิยตฺตาปิ, อรหํ ทฺวิปทุตฺตโม.

อารกา มนฺทพุทฺธีนํ, อาสนฺนา จ วิชานตํ;

รหานํ สุปฺปหีนตฺตา, วิทูนมรเหยฺยโต;

ภเวสุ จ รหาภาวา, ปาสํสา อรหํ ชิโน’’ติ.

สุนฺทรนฺติ ภทฺทกํ. ตญฺจ ปสฺสนฺตสฺส หิตสุขาวหภาเวน เวทิตพฺพนฺติ อาห ‘‘อตฺถาวหํ สุขาวห’’นฺติ. ตตฺถ อตฺถาวหนฺติ ทิฏฺฐธมฺมิกสมฺปรายิกปรมตฺถสญฺหิตหิตาวหํ. สุขาวหนฺติ ตปฺปริยาปนฺนติวิธสุขาวหํ. ตถารูปานนฺติ ตาทิสานํ. ยาทิเสหิ ปน คุเณหิ ภควา สมนฺนาคโต, เตหิ จตุปฺปมาณิกสฺส โลกสฺส สพฺพถาปิ อจฺจนฺตาย ปสาทนีโยติ ทสฺเสตุํ ‘‘อเนเกหิปี’’ติอาทิ วุตฺตํ. ตตฺถ ยถาภูต…เป… อรหตนฺติ อิมินา ธมฺมปฺปมาณานํ ลูขปฺปมาณานํ สตฺตานํ ภควโต ปสาทาวหตมาห, อิตเรน อิตเรสํ. ทสฺสนมตฺตมฺปิสาธุ โหตีติ เอตฺถ โกสิยสกุณสฺส วตฺถุ กเถตพฺพํ. เอกํ ปทมฺปิ โสตุํ ลภิสฺสาม, สาธุตรํเยว ภวิสฺสตีติ เอตฺถ มณฺฑูกเทวปุตฺตวตฺถุ กเถตพฺพํ.

อิมินา นเยน อคาริกปุจฺฉา อาคตาติ อิทํ เยภุยฺยวเสน วุตฺตํ. เยภุยฺเยน หิ อคาริกา เอวํ ปุจฺฉนฺติ. อนคาริกปุจฺฉายปิ เอเสว นโย. ยถา น สกฺโกนฺติ…เป… วิสฺสชฺเชนฺโตติ อิมินา สตฺถุ เตสํ พฺราหฺมณคหปติกานํ นิคฺคณฺหนวิธึ ทสฺเสติ. เตสญฺหิ สํขิตฺตรุจิตาย สงฺเขปเทสนา, ตาย อตฺถํ อชานนฺตา วิตฺถารเทสนํ อายาจนฺติ, สา จ เนสํ สํขิตฺตรุจิตา ปณฺฑิตมานิตาย, โส จ มาโน ยถาเทสิตสฺส อตฺถสฺส อชานนฺเต อปฺปติฏฺโฐ โหติ, อิติ ภควา เตสํ มานนิคฺคหวิธึ จินฺเตตฺวา สงฺเขเปเนว ปญฺหํ วิสฺสชฺเชสิ, น สพฺพโส เทสนาย อสลฺลกฺขณตฺถํ. เตนาห ‘‘ปณฺฑิตมานิกา หี’’ติอาทิ. ยสฺมา มํ ตุเมฺห ยาจถ, สํขิตฺเตน วุตฺตมตฺถํ น ชานิตฺถาติ อธิปฺปาโย.

๔๔๐. ‘‘เอกวิเธน ญาณวตฺถุ’’นฺติอาทีสุ (วิภ. ๗๕๑) วิย โกฏฺฐาสตฺโถ วิธ-สทฺโท, โส จ วิภตฺติวจนวิปลฺลาสํ กตฺวา ปจฺจตฺเต กรณวจนวเสน ‘‘ติวิธ’’นฺติ วุตฺโต. อตฺโถ ปน กรณปุถุวจนวเสน ทฏฺฐพฺโพติ อาห ‘‘ติวิธนฺติ ตีหิ โกฏฺฐาเสหี’’ติ. ปการตฺโถ วา วิธ-สทฺโท, ปการตฺถตฺตาเยว ลพฺภมานํ อธมฺมจริยาวิสมจริยาภาวสามญฺญํ, กายทฺวาริกภาวสามญฺญํ วา อุปาทาย เอกตฺตํ เนตฺวา ‘‘ติวิธ’’นฺติ วุตฺตํ. ปการเภเท ปน อเปกฺขิเต ‘‘ติวิธา’’อิจฺเจว วุตฺตํ โหติ. กาเยนาติ เอตฺถ กาโยติ โจปนกาโย อธิปฺเปโต, โส จ อธมฺมจริยาย ทฺวารภูโต เตน วินา ตสฺสา อปฺปวตฺตนโต. กาเยนาติ จ เหตุมฺหิ กรณวจนํ. กิญฺจาปิ หิ อธมฺมจริยาสงฺขาตเจตนาสมุฏฺฐานา สา วิญฺญตฺติ, น จ สา ปฏฺฐาเน อาคเตสุ จตุวีสติยา ปจฺจเยสุ เอเกนปิ ปจฺจเยน เจตนาย ปจฺจโย โหติ, ตสฺสา ปน ตถาปวตฺตมานาย กายกมฺมสญฺญิตาย เจตนาย ปวตฺติ โหตีติ เตน ทฺวาเรน ลกฺขิตพฺพภาวโต ตสฺสา การณํ วิย จ สพฺโพหารมตฺตํ โหติ. กายทฺวาเรนาติ วา กาเยน ทฺวารภูเตน กายทฺวารภูเตนาติ ตํ อิตฺถมฺภูตลกฺขเณ กรณวจนํ. อธมฺมํ จรติ เอตายาติ อธมฺมจริยา, ตถาปวตฺตา เจตนา. อธมฺโมติ ปน ตํสมุฏฺฐาโน ปโยโค ทฏฺฐพฺโพ. ธมฺมโต อนเปตาติ ธมฺมา, น ธมฺมาติ อธมฺมา, อธมฺมา จ สา จริยา จาติ อธมฺมจริยา. ปจฺจนีกสมนฏฺเฐน สมํ, สมานํ สทิสํ ยุตฺตนฺติ วา สมํ, สุจริตํ. สมโต วิคตํ, วิรุทฺธํ วา ตสฺสาติ วิสมํ, ทุจฺจริตํ. สา เอว วิสมา จริยาติ วิสมจริยา. สพฺเพสุ กณฺหสุกฺกปเทสูติ ‘‘จตุพฺพิธํ วาจาย อธมฺมจริยาวิสมจริยา โหตี’’ติอาทินา อุทฺเทสนิทฺเทสวเสน อาคเตสุ สพฺเพสุ กณฺหปเทสุ – ‘‘ติวิธํ โข คหปตโย กาเยน ธมฺมจริยาสมจริยา โหตี’’ติอาทินา อุทฺเทสนิทฺเทสวเสน อาคเตสุ สพฺเพสุ สุกฺกปเทสุ จ.

โรเทติ กุรูรกมฺมนฺตตาย ปรปฏิพทฺเธ สตฺเต อสฺสูนิ โมเจตีติ รุทฺโท, โส เอว ลุทฺโท ร-การสฺส ล-การํ กตฺวา. กกฺขโฬติ ลุทฺโท. ทารุโณติ ผรุโส. สาหสิโกติ สาหสฺสการี. สเจปิ น ลิปฺปนฺติ. ตถาวิโธ ปเรสํ ฆาตนสีโล โลหิตปาณีเตฺวว วุจฺจติ ยถา ทานสีโล ปเรสํ ทานตฺถํ อโธตหตฺโถปิ ‘‘ปยตปาณี’’เตฺวว วุจฺจติ. ปหรณํ ปหารทานมตฺตํ หตํ, ปวุทฺธํ ปหรณํ ปรสฺส มารณํ ปหตนฺติ ทสฺเสนฺโต ‘‘หเต’’ติอาทิมาห. ตตฺถ นิวิฏฺโฐติ อภินิวิฏฺโฐ ปสุโต.

ยสฺส วเสน ‘‘ปรสฺสา’’ติ สามินิทฺเทโส, ตํ สาปเตยฺยํ. ยญฺหิ สามญฺญโต คหิตํ, ตํ เตเนว สามินิทฺเทเสน ปกาสิตนฺติ อาห ‘‘ปรสฺส สนฺตก’’นฺติ. ปรสฺสปรวิตฺตูปกรณนฺติ วา เอกเมเวตํ สมาสปทํ, ยํ กิญฺจิ ปรสนฺตกํ วิเสสโต ปรสฺส วิตฺตูปกรณํ วาติ อตฺโถ. เตหิ ปเรหีติ เยสํ สนฺตกํ, เตหิ. ยสฺส วเสน ปุริโส ‘‘เถโน’’ติ วุจฺจติ, ตํ เถยฺยนฺติ อาห ‘‘อวหรณจิตฺตสฺเสตํ อธิวจน’’นฺติ. เถยฺยสงฺขาเตน, น วิสฺสาสตาวกาลิกาทิวเสนาติ อตฺโถ.

มเต วาติ วา-สทฺโท อวุตฺตวิกปฺปตฺโถ. เตน ปพฺพชิตาทิภาวํ สงฺคณฺหาติ. เอเตนุปาเยนาติ ยํ มาตริ มตาย, นฏฺฐาย วา ปิตา รกฺขติ, สา ปิตุรกฺขิตา. ยํ อุโภสุ อสนฺเตสุ ภาตา รกฺขติ, สา ภาตุรกฺขิตาติ เอวมาทึ สนฺธายาห. สภาคกุลานีติ อาวาหกิริยาย สภาคานิ กุลานิ. ทสฺสุกวิธึ วา อุทฺทิสฺส ฐปิตทณฺฑาราชาทีหิ. สมฺมาทิฏฺฐิสุตฺเต (ม. นิ. อฏฺฐ. ๑.๘๙) ‘‘อสทฺธมฺมาธิปฺปาเยน กายทฺวารปฺปวตฺตา อคมนียฏฺฐานวีติกฺกมเจตนา’’ติ เอวํ วุตฺตมิจฺฉาจารลกฺขณวเสน.

หตฺถปาทาทิเหตูติ หตฺถปาทาทิเภทนเหตุ. ธนเหตูติ ธนสฺส ลาภเหตุ ชานิเหตุ จ. ลาโภติ ฆาสจฺฉาทนานิ ลพฺภตีติ ลาโภ. กิญฺจิกฺขนฺติ กิญฺจิมตฺตกํ อามิสชาตํ. เตนาห ‘‘ยํ วา’’ติอาทิ. ชานนฺโตเยวาติ มุสาภาวํ ตสฺส วตฺถุโน อตฺถิ, ตํ ชานนฺโต เอว.

อณฺฑกาติ วุจฺจติ รุกฺเข อณฺฑสทิสา คณฺฐิโย. ยถา ถทฺธา วิสมา ทุพฺพินีตา จ โหนฺติ, เอวเมวํ ขุํสนวมฺภนวเสน ปวตฺตวาจาปิ หิ ‘‘อณฺฑกา’’ติ วุตฺตา. เตนาห ‘‘ยถา สโทเส รุกฺเข’’ติอาทิ. กกฺกสาติ ผรุสา เอว, โส ปนสฺสา กกฺกสภาโว พฺยาปาทนิมิตฺตตาย ตโต ปูติกาติ. เตนาห ‘‘ยถา นามา’’ติอาทิ. กฏุกาติ อนิฏฺฐา. อมนาปาติ น มนวฑฺฒนี, ตโต เอว โทสชนนี, จิตฺตสนฺโทสุปฺปตฺติการิกา. มมฺเมสูติ ฆฏฺฏเนน ทุกฺขุปฺปตฺติโต มมฺมสทิเสสุ ชาติอาทีสุ. ลคฺคนการีติ เอวํ วทนฺตสฺส เอวํ วทามีติ อตฺถาธิปฺปาเยน ลคฺคนการี, น พฺยญฺชนวเสน. โกธสฺส อาสนฺนา ตสฺส การณภาวโต. สโทสวาจายาติ อตฺตโน สมุฏฺฐาปกโทสสฺส วเสน สโทสวาจาย เววจนานิ.

อกาเลนาติ อยุตฺตกาเลน. อการณนิสฺสิตนฺติ นิปฺผลํ. ผลญฺหิ การณนิสฺสิตํ นาม ตทวินาภาวโต. อการณนิสฺสิตํ นิปฺผลํ, สมฺผนฺติ อตฺโถ. อสภาววตฺตาติ อยาถาววาที. อสํวรวินยปฏิสํยุตฺตสฺสาติ สํวรวินยรหิตสฺส, อตฺตโน สุณนฺตสฺส จ น สํวรวินยาวหสฺส วตฺตา. หทยมญฺชูสายํ นิเธตุนฺติ อหิตสํหิตตฺตา จิตฺตํ อนุปฺปวิเสตฺวา นิเธตุํ. อยุตฺตกาเลติ ธมฺมํ กเถนฺเตน โย อตฺโถ ยสฺมึ กาเล วตฺตพฺโพ, ตโต ปุพฺเพ ปจฺฉา ตสฺส อกาโล, ตสฺมึ อยุตฺตกาเล วตฺตา โหติ. อนปเทสนฺติ ภควตา อสุกสุตฺเต เอวํ วุตฺตนฺติ สุตฺตาปเทสวิรหิตํ. อปริจฺเฉทนฺติ ปริจฺเฉทรหิตํ. ยถา ปน วาจา ปริจฺเฉทรหิตา โหติ, ตํ ทสฺเสตุํ ‘‘สุตฺตํ วา’’ติอาทิ วุตฺตํ. อุปลพฺภนฺติ อนุโยคํ. พาหิรกถํเยวาติ ยํ สุตฺตํ, ชาตกํ วา นิกฺขิตฺตํ, ตสฺส สรีรภูตํ กถํ อนามสิตฺวา ตโต พหิภูตํเยว กถํ. สมฺปชฺชิตฺวาติ วิรุฬฺหํ อาปชฺชิตฺวา. ปเวณิชาตกาวาติ อนุชาตปาโรหมูลานิเยว ติฏฺฐนฺติ. อาหริตฺวาติ นิกฺขิตฺตสุตฺตโต อญฺญมฺปิ อนุโยคอุปมาวตฺถุวเสน ตทนุปโยคินํ อาหริตฺวา. ชานาเปตุนฺติ เอตทตฺถมิทํ วุตฺตนฺติ ชานาเปตุํ โย สกฺโกติ. ตสฺส กเถตุนฺติ ตสฺส ตถารูปสฺส ธมฺมกถิกสฺส พหุมฺปิ กเถตุํ วฏฺฏติ. น อตฺถนิสฺสิตนฺติ อตฺตโน ปเรสญฺจ น หิตาวหํ.

อภิชฺฌายนํ เยภุยฺเยน ปรสนฺตกสฺส ทสฺสนวเสน โหตีติ ‘‘อภิชฺฌาย โอโลเกตา โหตี’’ติ วุตฺตํ. อภิชฺฌายนฺโต วา อภิชฺฌายิตํ วตฺถุํ ยตฺถ กตฺถจิ ฐิตมฺปิ ปจฺจกฺขโต ปสฺสนฺโต วิย อภิชฺฌายตีติ วุตฺตํ ‘‘อภิชฺฌาย โอโลเกตา โหตี’’ติ. กมฺมปถเภโท น โหติ, เกวลํ โลภมตฺโตว โหติ ปริณามนวเสน อปฺปวตฺตตฺตา. ยถา ปน กมฺมปถเภโท โหติ, ตํ ทสฺเสตุํ ‘‘ยทา ปนา’’ติอาทิ วุตฺตํ. ปริณาเมตีติ อตฺตโน สนฺตกภาเวน ปริคฺคยฺห นาเมติ.

วิปนฺนจิตฺโตติ พฺยาปาเทน วิปตฺตึ อาปาทิตจิตฺโต. เตนาห ‘‘ปูติภูตจิตฺโต’’ติ. พฺยาปาโท หิ วิสํ วิย โลหิตสฺส จิตฺตํ ปูติภาวํ ชเนติ. โทเสน ทุฏฺฐจิตฺตสงฺกปฺโปติ วิเสน วิย สปฺปิอาทิโกเปน ทูสิตจิตฺตสงฺกปฺโป. ฆาตียนฺตูติ หนียนฺตุ. วธํ ปาปุณนฺตูติ มรณํ ปาปุณนฺตุ. มา วา อเหสุนฺติ สพฺเพน สพฺพํ น โหนฺตุ. เตนาห ‘‘กิญฺจิปิ มา อเหสุ’’นฺติ, อนวเสสวินาสํ ปาปุณนฺตูติ อตฺโถ. หญฺญนฺตูติ อาทิจินฺตเนเนวาติ เอกนฺตโต วินาสจินฺตาย เอว.

มิจฺฉาทิฏฺฐิโกติ อโยนิโส อุปฺปนฺนทิฏฺฐิโก. โส จ เอกนฺตโต กุสลปฏิปกฺขทิฏฺฐิโกติ อาห ‘‘อกุสลทสฺสโน’’ติ. วิปลฺลตฺถทสฺสโนติ ธมฺมตาย วิปริยาสคฺคาหี. นตฺถิ ทินฺนนฺติ เทยฺยธมฺมสีเสน ทานํ วุตฺตนฺติ อาห ‘‘ทินฺนสฺส ผลาภาวํ สนฺธาย วทตี’’ติ. ทินฺนํ ปน อนฺนาทิวตฺถุํ กถํ ปฏิกฺขิปติ. เอส นโย ‘‘ยิฏฺฐํ หุต’’นฺติ เอตฺถาปิ. มหายาโคติ สพฺพสาธารณํ มหาทานํ. ปเหณกสกฺกาโรติ ปาหุนกานํ กตฺตพฺพสกฺกาโร. ผลนฺติ อานิสํสผลญฺจ นิสฺสนฺทผลญฺจ. วิปาโกติ สทิสํ ผลํ. ปรโลเก ฐิตสฺส อยํ โลโก นตฺถีติ ปรโลเก ฐิตสฺส กมฺมุนา ลทฺธพฺโพ อยํ โลโก น โหติ. อิธโลเก ฐิตสฺสปิ ปรโลโก นตฺถีติ อิธโลเก ฐิตสฺส กมฺมุนา ลทฺธพฺโพ ปรโลโก น โหติ. ตตฺถ การณมาห ‘‘สพฺเพ ตตฺถ ตตฺเถว อุจฺฉิชฺชนฺตี’’ติ. อิเม สตฺตา ยตฺถ ยตฺถ ภวโยนิคติอาทีสุ ฐิตา ตตฺถ ตตฺเถว อุจฺฉิชฺชนฺติ นิรุทยวินาสวเสน วินสฺสนฺติ. ผลาภาววเสนาติ มาตาปิตูสุ สมฺมาปฏิปตฺติมิจฺฉาปฏิปตฺตีนํ ผลสฺส อภาววเสน ‘‘นตฺถิ มาตา, นตฺถิ ปิตา’’ติ วทติ, น มาตาปิตูนํ, นาปิ เตสุ สมฺมาปฏิปตฺติมิจฺฉาปฏิปตฺตีนํ อภาววเสน เตสํ โลกปจฺจกฺขตฺตา. พุพฺพุฬกสฺส วิย อิเมสํ สตฺตานํ อุปฺปาโท นาม เกวโลว, น จวิตฺวา อาคมนปุพฺพโกติ ทสฺสนตฺถํ ‘‘นตฺถิ สตฺตา โอปปาติกา’’ติ วุตฺตนฺติ อาห ‘‘จวิตฺวา อุปปชฺชนกสตฺตา นาม นตฺถีติ วทตี’’ติ. สมเณน นาม ยาถาวโต ชานนฺเตน กสฺสจิ กิญฺจิ อกเถตฺวา สญฺญเตน ภวิตพฺพํ, อญฺญถา อโหปุริสิกา นาม สิยา, กึ ปโร ปรสฺส กริสฺสติ, ตถา อตฺตโน สมฺปาทนสฺส กสฺสจิ อวสโร เอว นตฺถิ ตตฺถ ตตฺเถว อุจฺฉิชฺชนโตติ อาห ‘‘เย อิมญฺจ…เป… ปเวเทนฺตี’’ติ. เอตฺตาวตาติ ‘‘นตฺถิ ทินฺน’’นฺติอาทินา พฺยปเทเสน. ทสวตฺถุกาติ ปฏิกฺขิปิตพฺพานิ ทส วตฺถูนิ เอติสฺสาติ ทสวตฺถุกา.

๔๔๑. อนภิชฺฌาทโย เหฏฺฐา อตฺถโต ปกาสิตตฺตา อุตฺตานตฺถาเยว.

๔๔๒. สห พฺยยติ คจฺฉตีติ สหโพฺย, สหวตฺตนโก, ตสฺส ภาโว สหพฺยตา, สหปวตฺตีติ อาห ‘‘สหภาวํ อุปคจฺเฉยฺย’’นฺติ. พฺรหฺมานํ กาโย สมูโหติ พฺรหฺมกาโย, ตปฺปริยาปนฺนตาย ตตฺถ คตาติ พฺรหฺมกายิกา. กามํ เจตาย สพฺพสฺสปิ พฺรหฺมนิกายสฺส สมญฺญาย ภวิตพฺพํ, ‘‘อาภาน’’นฺติอาทินา ปน ทุติยชฺฌานภูมิกาทีนํ อุปริ คหิตตฺตา โคพลีพทฺทญาเยน ตทวเสสานํ อยํ สมญฺญาติ อาห ‘‘พฺรหฺมกายิกานํ เทวานนฺติ ปฐมชฺฌานภูมิเทวาน’’นฺติ. อาภา นาม วิสุํ เทวา นตฺถิ, ปริตฺตาภาทีนํเยว ปน อาภาวนฺตตาสามญฺเญน เอกชฺฌํ คเหตฺวา ปวตฺตํ เอตํ อธิวจนํ, ยทิทํ ‘‘อาภา’’ติ ยถา ‘‘พฺรหฺมปาริสชฺชพฺรหฺมปุโรหิตมหาพฺรหฺมานํ พฺรหฺมกายิกา’’ติ. ปริตฺตาภานนฺติอาทิ ปนาติ อาทิ-สทฺเทน อปฺปมาณาภานํ เทวานํ อาภสฺสรานํ เทวานนฺติ อิมํ ปาฬึ สงฺคณฺหาติ. เอกโต อคฺคเหตฺวาติ อาภาติ วา, เอกตฺตกายนานตฺตสญฺญาติ วา เอกโต อคฺคเหตฺวา. เตสํเยวาติ อาภาติ วุตฺตเทวานํเยว. เภทโต คหณนฺติ การณสฺส หีนาทิเภทภินฺนตาทสฺสนวเสน ปริตฺตาภาทิคฺคหณํ. อิติ ภควา อาสวกฺขยํ ทสฺเสตฺวาติ เอวํ ภควา ธมฺมจริยํ, สมจริยํ, วฏฺฏนิสฺสิตํ สุคติคามิปฏิปทํ, วิวฏฺฏนิสฺสิตํ อาสวกฺขยคามิปฏิปทํ กตฺวา ติภวภญฺชนโต อาสวกฺขยํ ทสฺเสตฺวา อรหตฺตนิกูเฏน เทสนํ นิฏฺฐเปสิ.

อิธ ฐตฺวาติ อิมสฺมึ ธมฺมจริยาสมจริยาย นิทฺเทเส ฐตฺวา. เทวโลกา สมาเนตพฺพาติ ฉพฺพีสติปิ เทวโลกา สโมธาเนตพฺพา. วีสติ พฺรหฺมโลกาติ ตํตํภวปริยาปนฺนนิกายวเสน วีสติ พฺรหฺมโลกา, วีสติ พฺรหฺมนิกายาติ อตฺโถ. ทสกุสลกมฺมปเถหีติ ยถารหํ ทสกุสลกมฺมปเถหิ กมฺมูปนิสฺสยปจฺจยภูเตหิ เกวลํ อุปนิสฺสยภูเตหิ จ นิพฺพตฺติ ทสฺสิตา.

ติณฺณํ สุจริตานนฺติ ติณฺณํ กามาวจรสุจริตานํ. กามาวจรคฺคหณญฺเจตฺถ มโนสุจริตาเปกฺขาย. วิปาเกเนวาติ อิมินา วิปากุปฺปาเทเนว นิพฺพตฺติ โหติ, น อุปนิสฺสยตามตฺเตนาติ ทสฺเสติ. ‘‘อุปนิสฺสยวเสนา’’ติ วุตฺตมตฺถํ วิวริตุํ ‘‘ทส กุสลกมฺมปถา หี’’ติอาทิ วุตฺตํ. ทุติยาทีนิ ภาเวตฺวาติอาทีสุปิ ‘‘สีเล ปติฏฺฐายา’’ติ ปทํ อาเนตฺวา สมฺพนฺธิตพฺพํ. กสฺมา ปเนตฺถ ‘‘อุปนิสฺสยวเสนา’’ติ วุตฺตํ, นนุ ปฏิสมฺภิทามคฺเค (ปฏิ. ม. ๑.๔๑) – ‘‘ปฐเมน ฌาเนน นีวรณานํ ปหานํ สีลํ, เวรมณิ สีลํ, เจตนา สีลํ, สํวโร สีลํ, อวีติกฺกโม สีล’’นฺติอาทินา สพฺเพสุปิ ฌาเนสุ สีลํ อุทฺธฏนฺติ ตสฺส วเสน อุปริเทวโลกานมฺปิ วิปาเกน นิพฺพตฺติ วตฺตพฺพาติ? น, ตสฺส ปริญฺญาย เทสนตฺตา, ปริญฺญาย เทสนตา จสฺส ‘‘ยตฺถ จ ปหาน’’นฺติอาทินา วิสุทฺธิมคฺคสํวณฺณนายญฺจ (วิสุทฺธิ. มหาฏี. ๒.๘๓๗, ๘๓๙) ปกาสิตา เอว. ตถา หิ อิธาปิ ‘‘ทส กุสลกมฺมปถา หิ สีล’’นฺติอาทินา สีลสฺส รูปารูปภวานํ อุปนิสฺสยตา วิภาวิตา, น นิพฺพตฺตกตาย. กสฺมา ปเนตฺถ ภาวนาลกฺขณาย ธมฺมจริยาย ภววิเสเส วิภชิยมาเน อสญฺญภโว น คหิโตติ อาห ‘‘อสญฺญภโว ปน…เป… น นิทฺทิฏฺโฐ’’ติ. พาหิรกา หิ อยถาภูตทสฺสิตาย อสญฺญภวํ ภววิปฺปโมกฺขํ มญฺญมานา ตทุปคชฺฌานํ ภาเวตฺวา อสญฺเญสุ นิพฺพตฺตนฺติ. อยเมตฺถ สงฺเขโป, ยํ ปเนตฺถ วตฺตพฺพํ, ตํ พฺรหฺมชาลฏฺฐกถายํ ตํสํวณฺณนายญฺจ (ที. นิ. อฏฺฐ. ๑.๖๘-๗๓; ที. นิ. ฏี. ๑.๖๘-๗๓) วุตฺตนเยเนว เวทิตพฺพํ.

สาเลยฺยกสุตฺตวณฺณนาย ลีนตฺถปฺปกาสนา สมตฺตา.