๖. เจโตขิลสุตฺตวณฺณนา
๑๘๕. เจโต เตหิ ขิลยติ ถทฺธภาวํ อาปชฺชตีติ เจโตขิลา. เตนาห ‘‘จิตฺตสฺส ถทฺธภาวา’’ติ. ยสฺมา เตหิ อุปฺปนฺเนหิ จิตฺตํ อุกฺลาปีชาตํ ฐานํ วิย อมนุญฺญํ เขตฺตํ วิย จ ขาณุกนิจิตํ อมหปฺผลํ โหติ. เตน วุตฺตํ ‘‘กจวรภาวา ขาณุกภาวา’’ติ. ‘‘จิตฺตสฺสา’’ติ อาเนตฺวา สมฺพนฺธิตพฺพํ. จิตฺตํ พนฺธิตฺวาติ ตณฺหาปวตฺติภาวโต กุสลจารสฺส อวสรจชนวเสน จิตฺตํ พทฺธํ วิย สโมโรเธตฺวา. เตนาห ‘‘มุฏฺฐิยํ กตฺวา วิย คณฺหนฺตี’’ติ. สทฺทตฺถโต ปน เจโต วิรูปํ นิพนฺธียติ สํยมียติ เอเตหีติ เจตโส วินิพนฺธา ยสฺส จตุพฺพิธํ สีลํ อขณฺฑาทิภาวปฺปตฺติยา สุปริสุทฺธํ วิเสสภาคิยตฺตา อปฺปกสิเรเนว มคฺคผลาวหํ มหาสงฺฆรกฺขิตตฺเถรสฺส วิย, โส ตาทิเสน สีเลน อิมสฺมึ ธมฺมวินเย วุทฺธึ อาปชฺชิสฺสตีติ อาห ‘‘สีเลน วุทฺธิ’’นฺติ. ยสฺส ปน อริยมคฺโค อุปฺปชฺชนฺโต วิรูฬฺหมูโล วิย ปาทโป สุปฺปติฏฺฐิโต, โส สาสเน วิรูฬฺหึ อาปนฺโนติ อาห ‘‘มคฺเคน วิรูฬฺหิ’’นฺติ. โย สพฺพโส กิเลสนิพฺพานปฺปตฺโต, โส อรหา สีลาทิธมฺมกฺขนฺธปาริปูริยา สติเวปุลฺลปฺปตฺโต โหตีติ อาห ‘‘นิพฺพาเนน เวปุลฺล’’นฺติ. ทุติยวิกปฺเป อตฺโถ วุตฺตนยานุสาเรน เวทิตพฺโพ.
พุทฺธานํ ธมฺมกาโย วิย รูปกาโยปิ อนญฺญสาธารณตาย อนุตฺตรคุณาธิฏฺฐานตาย จ อปจฺจกฺขการีนํ สํสยวตฺถุ โหติเยวาติ ‘‘สรีเร วา คุเณ วา กงฺขตี’’ติ วุตฺตํ. ตตฺถ ยถา มหาปุริสลกฺขเณน อนุพฺยญฺชนาทโย รูปกายคุณา คหิตา เอว โหนฺติ อวินาภาวโตติ ‘‘ทฺวตฺตึสวรลกฺขณปฺปฏิมณฺฑิต’’มิจฺเจว วุตฺตํ, เอวํ อนาวรณญาเณน สพฺเพปิ อนนฺตาปริเมยฺยเภทา ธมฺมกายคุณา คหิตา เอว โหนฺตีติ สพฺพญฺญุตญฺญาณคฺคหณเมว กตํ นานนฺตริยภาวโตติ ทฏฺฐพฺพํ. กงฺขหีติ ‘‘อโห วต เต คุณา น ภเวยฺยุํ, ภเวยฺยุํ วา’’ติ ปตฺถนุปฺปาทนวเสน กงฺขติ. ปุริโม หิ วิปรีตชฺฌาสโย, อิตโร ยถาภูตญาณชฺฌาสโย. วิจินนฺโตติ วิจยภูตาย ปญฺญาย เต วิเวเจตุกาโม ตทภาวโต กิจฺฉํ ทุกฺขํ อาปชฺชติ, กิจฺฉปฺปตฺติ จ ตตฺถ นิจฺเฉตุํ อสมตฺถตาเยวาติ อาห ‘‘วินิจฺเฉตุํ น สกฺโกตี’’ติ. วิคตา จิกิจฺฉาติ วิจิกิจฺฉา. อธิโมกฺขํ น ปฏิลภตีติ ‘‘เอวเมต’’นฺติ โอกปฺปนวเสน คุเณสุ วินิจฺฉยํ นาธิคจฺฉติ. โอตริตฺวาติ ญาเณน อนุปวิสิตฺวา. ปสีทิตุนฺติ ‘‘ปสนฺนรูปธมฺมกายคุเณหิ ภควา’’ติ ปสีทิตุํ. อนาวิโล อกาลุสฺโส โหตุํ น สกฺโกติ. ‘‘กงฺขตี’’ติ อิมินา ทุพฺพลา วิมติ วุตฺตา, ‘‘วิจิกิจฺฉตี’’ติ อิมินา มชฺฌิมา, ‘‘นาธิมุจฺจตี’’ติ อิมินา พลวตี, ‘‘น สมฺปสีทตี’’ติ อิมินา ติวิธายปิ วิมติยา วเสน อุปฺปนฺนจิตฺตกาลุสฺสิยํ วุตฺตนฺติ ทฏฺฐพฺพํ.
อาตปฺปายาติอาทิโต ตปติ สนฺตปติ กิเลเสติ อาตปฺปํ, อารมฺภธาตุ, ตทตฺถาย. อนุโยคายาติ ยถา สํกิเลสธมฺมานํ อวสโร น โหติ, เอวํ อนุ อนุ ยุญฺชนํ อนุโยโค, นิกฺกมธาตุ, ตทตฺถาย. เตนาห ‘‘ปุนปฺปุนํ โยคายา’’ติ. สาตจฺจายาติ ยถา อุปรูปริ วิเสสาธิคโม โหติ, ตถา สตตสฺส นิรนฺตรปวตฺตสฺส อนุโยคสฺส ภาโว สาตจฺจํ, ปรกฺกมธาตุ, ตทตฺถาย. ปธานายาติ สนฺตเมวํ ติวิธธาตุสํวฑฺฒิตานุภาวํ สพฺพกิเลสวิทฺธํสนสมตฺถํ ปธานสงฺขาตํ วีริยํ, ตทตฺถาย. เอตฺถ จ อาตปฺปาย จิตฺตํ น นมติ ยถาวุตฺตกงฺขาวเสน, ปเคว อนุโยคาทิอตฺถนฺติ ทสฺเสตุํ จตฺตาริปิ ปทานิ คหิตานิ, อนวเสสวิเสสทสฺสนตฺถํ วา. เกจิ ปน ‘‘อาตปฺปเววจนาเนว อนุโยคาทิปทานี’’ติ วทนฺติ. เอตฺตาวตา ภควา สตฺถริ กงฺขาย จิตฺตสฺส ถทฺธกจวรขาณุกภาเวน อกุสลภาวาทิอาปาทนโต เจโตขิลภาวํ ทสฺเสติ. เสเสสุปิ เอเสว นโย.
สิกฺขาคฺคหเณน ปฏิปตฺติสทฺธมฺมสฺส คหิตตฺตา วุตฺตํ ‘‘ปริยตฺติธมฺเม จ ปฏิเวธธมฺเม จา’’ติ. ปริยตฺติธมฺเม ยตฺถ กงฺขาย สมฺภโว, ตํ ทสฺเสตุํ ‘‘จตุราสีติ ธมฺมกฺขนฺธสหสฺสานี’’ติอาทิ วุตฺตํ. ตยิทํ นิทสฺสนมตฺตํ ทฏฺฐพฺพํ ปรมฺปราย ปฏิเวธาวหภาวาทิวเสนปิ เอกจฺจานํ ตตฺถ สํสยุปฺปตฺติโต. ยถา จ ปฏิเวเธ กงฺขา วุตฺตา, เอวํ อธิคมธมฺเมปิ ปวตฺตตีติ เวทิตพฺพา. ตถา หิ เอกจฺเจ ‘‘กสิณาทิภาวนาย ฌานานิ อิชฺฌนฺตี’’ติ วทนฺติ. ‘‘กสิณนิสฺสนฺโท อารุปฺปาติ, เมตฺตาทินิสฺสนฺโท จตุตฺถพฺรหฺมวิหาโร’’ติ เอวมาทินา กงฺขติเยวาติ. เอตฺถ จ นวโลกุตฺตเรสุ ปญฺญตฺติยํเยว กงฺขาปวตฺติ เวทิตพฺพา อสํกิเลสิกตฺตา โลกุตฺตรธมฺมานํ.
เอวรูปนฺติ เอทิสํ สุปฺปฏิปตฺติ-อุชุปฺปฏิปตฺติ-ญายปฺปฏิปตฺติ-สามีจิปฺปฏิปตฺติ-สงฺขาตํ สมฺมาปฏิปทํ. อธิสีลสิกฺขาทโย โลกุตฺตรธมฺมสฺส อนุธมฺมภูตา เวทิตพฺพา. เอวญฺหิ มคฺคผลสิกฺขาหิ อิมาสํ วิเสโส สิทฺโธ โหติ. ตถา หิ วุตฺตํ ‘‘สิกฺขาคฺคหเณน ปฏิปตฺติสทฺธมฺมสฺส คหิตตฺตา’’ติ. เอตฺถ จ ยถา วิจิกิจฺฉา วตฺถุตฺตยสฺส สิกฺขาย จ คุเณสุ อนธิมุจฺจนอสมฺปสีทนวเสน อปฺปฏิปตฺติภาวโต จิตฺตสฺส ถทฺธภาโว อาสปฺปนปริสปฺปนวเสน ปวตฺติยา กจวรขาณุกภาโว จ, เอวํ สพฺรหฺมจารีสุ อาฆาตจณฺฑิกฺกาทิวเสน จิตฺตสฺส ถทฺธภาโว จ อุปหนนวิรุชฺฌนาทิวเสน กจวรขาณุกภาโว จ เวทิตพฺโพ. อริยสงฺฆวิสยา วิจิกิจฺฉา, ปุคฺคลวิสยา กาจิ นตฺถีติ สงฺฆวิสยาว คหิตา, สาสนิกวเสน จายํ เจโตขิลเทสนาติ สพฺรหฺมจารีวิสโยว โกโป คหิโต.
๑๘๖. ยถา วตฺถุกาโม, เอวํ กิเลสกาโมปิ อสฺสาทนีโย เอวาติ ‘‘กิเลสกาเมปี’’ติ วุตฺตํ. เตนาห ภควา ‘‘รูปตณฺหา โลเก ปิยรูปํ สาตรูปํ, เอตฺเถสา ตณฺหา อุปฺปชฺชมานา อุปฺปชฺชติ, เอตฺถ นิวิสมานา นิวิสตี’’ติอาทิ (ที. นิ. ๒.๔๐๐; ม. นิ. ๑.๑๓๓; วิภ. ๒๐๓). กามนิทฺเทเส (มหานิ. ๑) สพฺเพปิ เตภูมกา ธมฺมา กามนียฏฺเฐน ‘‘กามา’’ติ วุตฺตา, พลวกามราควตฺถุภูตาเยเวตฺถ กามคฺคหเณน คหิตาติ. วินิพทฺธวตฺถุภาเวน ยถา วิสุํ อตฺตโน กาโย คหิโต, ตถา ปเรสํ ตถารูปา รูปธมฺมา สมูหฏฺเฐนาติ อาห ‘‘รูเปติ พหิทฺธารูเป’’ติ. ยถา หิ ปญฺจกามคุณิโก ราโค ฌานาทิวิเสสาธิคมสฺส วินิพทฺธาย สํวตฺตติ, เอวํ อตฺตโน กาเย อเปกฺขา พหิทฺธา จ สกปริกฺขารญาติมิตฺตาทีสุ อเปกฺขาติ. เกจิ ปเนตฺถ ‘‘รูเปติ รูปชฺฌาเน’’ติอาทินา ปปญฺเจนฺติ. ตทยุตฺตํ ฌานาธิคมวินิพทฺธานํ สีลสฺส จ สํกิเลสภูตานํ เจโตวินิพทฺธภาเวน คหิตตฺตา.
ยาวทตฺถนฺติ ยาว อตฺเถติ อภิกงฺขติ, ตาว. เตนาห ‘‘ยตฺตกํ อิจฺฉติ, ตตฺตก’’นฺติ. นฺติ ยาวทตฺถํ อุทรปูรํ ภุตฺตํ. อวเทหนโต ปูรณโต. เสยฺยสุขนฺติ เสยฺยํ ปฏิจฺจ อุปฺปชฺชนกสุขํ. ปสฺสสุขนฺติ ปสฺสานํ สมฺปริวตฺตเนน อุปฺปชฺชนกสุขํ. นิทฺทาสุขนฺติ นิทฺทายเนน อุปฺปชฺชนกสุขํ.
สีเลนาติอาทิ ปตฺถนาการทสฺสนํ. วตสมาทานนฺติ ธุตงฺคาทิวตานุฏฺฐานํ. ตโปติ วีริยารมฺโภ. โส หิ กิเลสานํ ตปนฏฺเฐน นิคฺคณฺหนฏฺเฐน ตปจรณนฺติ วุตฺตํ.
๑๘๙. ฉนฺทํ นิสฺสายาติ ฉนฺทํ ธุรํ, ฉนฺทํ เชฏฺฐกํ, ฉนฺทํ ปุพฺพงฺคมํ กตฺวา ปวตฺติวเสน ฉนฺทํ นิสฺสาย. เชฏฺฐกฏฺเฐน ปธานภูตา, ปธานภาวํ วา ปตฺตาติ ปธานภูตา. เตหิ ธมฺเมหีติ ฉนฺทนิสฺสเยน ปวตฺตสมาธินา เจว ‘‘ปธานสงฺขาโร’’ติ วุตฺตวีริเยน จ. อุเปตนฺติ สมฺปยุตฺตํ. อิชฺฌนฏฺเฐน อิทฺธิ, นิปฺผตฺติอตฺเถน ปฏิลาภฏฺเฐน จาติ อตฺโถ, ตสฺสา อิทฺธิยา ปาทํ ปาทกํ ปทฏฺฐานภูตํ. อถ วา อิชฺฌนฺติ ตาย อิทฺธา วุทฺธา อุกฺกํสคตา โหนฺตีติ อิทฺธิ, สาว อุปริวิเสสานํ อธิฏฺฐานภาวโต ปาโท. เตนาห ‘‘อิทฺธิภูตํ วา ปาทนฺติ อิทฺธิปาท’’นฺติ. เสเสสุปีติ วีริยิทฺธิปาทาทีสุปิ. อสฺสาติ อิทฺธิปาทสฺส. อตฺโถ ทีปิโตติ ทีปนตฺถํ กตํ, ตสฺมา วิสุทฺธิมคฺคสํวณฺณนายํ (วิสุทฺธิ. มหาฏี. ๒.๓๖๙) ตสฺส อตฺถวิจาโร คเหตพฺโพ. อิทฺธิปาทานํ สมาธิปธานตฺตา วุตฺตํ ‘‘วิกฺขมฺภนปฺปหานํ กถิต’’นฺติ. เตสํ เตสํ กุสลธมฺมานํ อนุปฺปนฺนานํ อุปฺปาทนกิริยาย อุปฺปนฺนานํ ปริพฺรูหนกิริยาย อุสฺสหนโต อุสฺโสฬฺหี, ถามปฺปตฺตา ปรกฺกมธาตุ. สา ปน จตุนฺนํ อิทฺธิปาทานํ วิเสสปจฺจยภูตา เต อุปาทาย ‘‘ปญฺจมี’’ติ วุตฺตา, สา จ ยสฺมา สมถวิปสฺสนาภาวนาสุ ตตฺถ จอาทิมชฺฌปริโยสาเนสุ สาเธตพฺพํ วีริยํ, ตสฺมา อาห ‘‘อุสฺโสฬฺหีติ สพฺพตฺถ กตฺตพฺพวีริยํ ทสฺเสตี’’ติ. ปุพฺพภาคิยสมถวิปสฺสนาสาธนํ ปหาตพฺพธมฺมวิภาเคน ภินฺทิตฺวา อาห ‘‘ปญฺจ เจโตขิลปฺปหานานิ ปญฺจ วินิพนฺธปฺปหานานี’’ติ. ภพฺโพติ ยุตฺโต อรหติ นิปฺผตฺติยา. ญาเณนาติ มคฺคญาเณน. กิเลสเภทายาติ กิเลสานํ สมุจฺฉินฺทนาย. เขมสฺสาติ อนุปทฺทวสฺส.
สมฺภาวนตฺเถติ (สารตฺถ. ฏี. ๑.๑๑; อ. นิ. ฏี. ๓.๗.๗๑) ‘‘อปิ นาเมวํ สิยา’’ติ วิกปฺปนตฺโถ สมฺภาวนตฺโถ. เอวํ หีติ เอวํ เอกเมว สงฺขฺยํ อวตฺวา อปราย สงฺขฺยาย สทฺธึ วจนํ โลเก สิลิฏฺฐวจนํ โหติ ยถา ‘‘เทฺว วา ตีณิ วา อุทกผุสิตานี’’ติ. สมฺมา อธิสยิตานีติ ปาทาทีหิ อตฺตนา เนสํ กิญฺจิ อุปฆาตํ อกโรนฺติยา พหิวาตาทิปริสฺสยปริหรณตฺถํ สมฺมเทว อุปริ สยิตานิ. อุตุํ คาหาเปนฺติยาติ เตสํ อลฺลสิเนหปริยาทานตฺถํ อตฺตโน กายุสฺมาวเสน อุตุํ คณฺหาเปนฺติยา. เตนาห ‘‘อุสฺมีกตานี’’ติ. สมฺมา ปริภาวิตานีติ สมฺมเทว สพฺพโส กุกฺกุฏวาสนาย วาสิตานิ. เตนาห ‘‘กุกฺกุฏคนฺธํ คาหาปิตานี’’ติ. อยญฺจ กุกฺกุฏคนฺธปริภาวนา สมฺมาอธิสยนสมฺมาปริเสทนนิปฺผตฺติยา ‘‘อนุนิปฺผาที’’ติ (สารตฺถ. ฏี. ๑.๑๑) ทฏฺฐพฺพา. เตหิ ปน สทฺธึเยว อิชฺฌนโต วุตฺตํ ‘‘ติวิธกิริยากรเณนา’’ติ. กิญฺจาปิ น เอวํ ‘‘อโห วติเม’’ติอาทินา อิจฺฉา อุปฺปชฺเชยฺย, การณสฺส ปน สมฺปาทิตตฺตา อถ โข ภพฺพาว อภินิพฺภิชฺชิตุนฺติ โยชนา. กสฺมา ภพฺพาติ อาห ‘‘เต หิ ยสฺมา ตายา’’ติอาทิ. เอตฺถ ยถา กปาลสฺส ตนุตา อาโลกสฺส อนฺโต ปญฺญายมานสฺส การณํ, ตถา กปาลสฺส ตนุตาย นขสิขามุขตุณฺฑกานํ ขรตาย จ อลฺลสิเนหสฺส ปริยาทานํ การณวจนนฺติ ทฏฺฐพฺพํ, ตสฺมาติ อาโลกสฺส อนฺโต ปญฺญายมานโต, สยญฺจ ปริปากคตตฺตา.
โอปมฺมสมฺปฏิปาทนนฺติ โอปมฺมตฺถสฺส อุปเมยฺเยน สมฺมเทว ปฏิปาทนํ. อตฺเถนาติ อุปเมยฺยตฺเถน. ยถา กุกฺกุฏิยา อณฺเฑสุ ติวิธกิริยาย กรณํ กุกฺกุฏจฺฉาปกานํ อณฺฑโกสโต นิกฺขมนสฺส มูลการณํ, เอวํ ภิกฺขุโน อุสฺโสฬฺหีปนฺนรสานิ องฺคานิ อวิชฺชณฺฑโกสโต นิกฺขมนสฺส มูลการณนฺติ อาห ‘‘ตสฺสา กุกฺกุฏิยา…เป… สมนฺนาคตภาโว’’ติ. ปฏิจฺฉาทนสามญฺเญน อวิชฺชาย อณฺฑโกสสทิสตาย พลววิปสฺสนาวเสน อวิชฺชณฺฑโกสสฺส ตนุภาโว, วิปสฺสนาญาณสฺส ปริณามกาโล วุฏฺฐานคามินิภาวาปตฺติ, ตทา จ สา มคฺคญาณคพฺภํ ธาเรนฺตี วิย โหตีติ อาห ‘‘คพฺภคฺคหณกาโล’’ติ. อภิญฺญาปกฺเขติ โลกิยาภิญฺญาปกฺเข. โลกุตฺตราภิญฺญา หิ อวิชฺชณฺฑโกสํ ปทาลิกาติ. คาถาย อวิชฺชณฺฑโกสํ ปหรตีติ เทสนาวิลาเสน วิเนยฺยสนฺตานคตํ อวิชฺชณฺฑโกสํ ฆฏฺเฏติ, ยถาฐาเน ฐาตุํ น เทติ.
ปฏิสงฺขานปฺปหานนฺติ ตทงฺคปฺปหานปุพฺพกํ วิกฺขมฺภนปฺปหานํ. ปุพฺพภาคิยา อิทฺธิปาทา ปาฬิยํ คหิตาติ ‘‘อิทฺธิปาเทหิ วิกฺขมฺภนปฺปหาน’’นฺติ วุตฺตํ. ‘‘อุสฺโสฬฺหิปนฺนรสงฺคสมนฺนาคโต ภิกฺขุ ภพฺโพ อภินิพฺพิทายา’’ติอาทิวจนโต (ม. นิ. ๑.๑๘๙) โลกุตฺตริทฺธิปาทา ปน สมฺโพธคฺคหเณเนว คหิตา. มคฺเค อาคเตติ อุสฺโสฬฺหีปนฺนรสงฺคสมนฺนาคตสฺส ภิกฺขุโน วิปสฺสนํ อุสฺสุกฺกาปยโต มคฺเค อาคเต อุปฺปนฺเน, ปาฬิยํ วา อภินิพฺภิทาสมฺโพธคฺคหเณหิ มคฺเค อาคเต. ผเล อาคเตติ เอตฺถาปิ วุตฺตนเยน อตฺโถ เวทิตพฺโพ. นิพฺพานสฺส ปน ปาฬิยํ อนาคตตฺตา นิสฺสรณปฺปหานํ น คหิตํ. เสสํ สุวิญฺเญยฺยเมว.
เจโตขิลสุตฺตวณฺณนาย ลีนตฺถปฺปกาสนา สมตฺตา.