๑. จูฬสีหนาทสุตฺตวณฺณนา

๑๓๙. สุตฺตเทสนาวตฺถุสงฺขาตสฺส อตฺถสฺส อุปฺปตฺติ อฏฺฐุปฺปตฺติ, สา ตสฺส อตฺถีติ อฏฺฐุปฺปตฺติโกติ วุตฺโตวายมตฺโถ. ลาภสกฺการปจฺจยาติ ลาภสกฺการนิมิตฺตํ, ภควโต สงฺฆสฺส จ อุปฺปนฺนลาภสกฺการเหตุ, อตฺตโน วา ลาภสกฺการุปฺปาทนเหตุ. ติตฺถิยปริเทวิเตติ ติตฺถิยานํ ‘‘กึ โภ สมโณเยว โคตโม สมโณ’’ติอาทินา วิปฺปลปนิมิตฺตํ. ‘‘มหาลาภสกฺกาโร อุปฺปชฺชี’’ติ วตฺวา สมนฺตปาสาทิกตฺถํ ตสฺส อุปฺปตฺติการณํ ทสฺเสนฺโต ‘‘จตุปฺปมาณิโก หี’’ติอาทิมาห. จตฺตาริ ปมาณานิ จตุปฺปมาณานิ, จตุปฺปมาณานิ เอตสฺส อตฺถีติ จตุปฺปมาณิโก. โลโกเยว สงฺคมฺม สมาคมฺม วสนฏฺเฐน โลกสนฺนิวาโส, สตฺตกาโยติ อตฺโถ. ปมินาติ อุฬารตาทิวิเสสํ เอเตนาติ ปมาณํ (อ. นิ. ฏี. ๒.๔.๖๕) รูปํ รูปกาโย ปมาณํ เอตสฺสาติ รูปปฺปมาโณ. ตโต เอว รูเป ปสนฺโนติ รูปปฺปสนฺโน. เสสปเทสุปิ เอเสว นโย. โฆโสติ ปวตฺตถุติโฆโส (อ. นิ. ฏี. ๒.๔.๖๕). ลูขนฺติ ปจฺจยลูขตา. ธมฺโมติ สีลาทโย คุณธมฺมา อธิปฺเปตา.

เตสํ ปุคฺคลานํ. อาโรหนฺติ อุจฺจตํ. สา จ โข ตสฺมึ ตสฺมึ กาเล ปมาณยุตฺตา ทฏฺฐพฺพา. ปริณาหนฺติ นาติกิสนาติถูลตาวเสน มิตปริณาหํ. สณฺฐานนฺติ เตสํ เตสํ องฺคปจฺจงฺคานํ สุสณฺฐิตตํ. ปาริปูรินฺติ สพฺเพสํ สรีราวยวานํ ปริปุณฺณตํ อเวกลฺลตํ. ตตฺถ ปมาณํ คเหตฺวาติ ตสฺมึ รูเป รูปสมฺปตฺติยํ ปมาณภาวํ อุปาทาย. ปสาทํ ชเนตีติ อธิโมกฺขํ อุปฺปาเทติ.

ปรวณฺณนายาติ ‘‘อมุโก เอทิโส จ เอทิโส จา’’ติ ยสคุณวจเนน. ปรโถมนายาติ สมฺมุขาว ปรสฺส สิลาฆุปฺปาทเนน อภิตฺถวเนน. ปรปสํสนายาติ ปรมฺมุขา ปรสฺส คุณสํกิตฺตเนน. ปรวณฺณหาริกายาติ ปรมฺปรวณฺณหาริกาย ปรมฺปราย ปรสฺส กิตฺติสทฺทูปสํหาเรน. ตตฺถาติ ตสฺมึ ถุติโฆเส.

จีวรลูขนฺติ ถูลชิณฺณพหุตุนฺนกตาทึ จีวรสฺส ลูขภาวํ. ปตฺตลูขนฺติ อเนกคนฺถิกาหตาทึ ปตฺตสฺส ลูขภาวํ. วิวิธํ วา ทุกฺกรการิกนฺติ ธุตงฺคเสวนาทิวเสน ปวตฺตํ นานาวิธํ ทุกฺกรจริยํ.

สีลํ วา ปสฺสิตฺวาติ สีลปาริปูริวเสน วิสุทฺธํ กายวจีสุจริตํ ญาณจกฺขุนา ปสฺสิตฺวา. ฌานาทิอธิคมสิทฺธํ สมาธึ วา. วิปสฺสนาภิญฺญาสงฺขาตํ ปญฺญํ วา.

ภควโต สรีรํ ทิสฺวาติ สมฺพนฺโธ. รูปปฺปมาโณปิ สมฺมาสมฺพุทฺเธเยว ปสีทติ อปริมิตกาลสมุปจิตปุญฺญานุภาวนิปฺผนฺนาย สพฺพโส อนวชฺชาย สพฺพาการปริปุณฺณาวยวาย รูปกายสมฺปตฺติยา สมนฺตปาสาทิกตฺตา, ยสฺสา รุจิรภาโว วิสุทฺเธ วิคตวลาหเก เทเว ปุณฺณมาสิยํ ปริปุณฺณกลาภาคมณฺฑลํ จนฺทมณฺฑลํ อภิภวิตฺวา อติโรจติ, ปภสฺสรภาโว สรทสมยํ สํวทฺธิตทิคุณเตชกิรณชาลสมุชฺชลํ สูริยมณฺฑลํ อภิภวติ, โสมฺมกิรณรสสมุชฺชลภาเวหิ ตทุภเยหิ อภิภุยฺย วตฺตมานํ เอกสฺมึ ขเณ ทสสหสฺสิโลกธาตุํ วิชฺโชตนสมตฺถํ มหาพฺรหฺมุโน ปภาสมุทยํ อภิวิหจฺจ ภาสเต ตปเต วิโรจติ จ.

สติปิ องฺคปริจฺจาคาทีนํ ทานปารมิภาเว ปริจฺจาควิเสสภาวทสฺสนตฺถญฺเจว สุทุกฺกรภาวทสฺสนตฺถญฺจ องฺคปริจฺจาคาทิคฺคหณํ, ตตฺถาปิ จ องฺคปริจฺจาคโต วิสุํ นยนปริจฺจาคคฺคหณํ, ปริจฺจาคภาวสามญฺเญปิ รชฺชปริจฺจาคโต ปุตฺตทารปริจฺจาคคฺคหณญฺจ กตํ. อาทินา นเยนาติ อาทิ-สทฺเทน ปุพฺพโยคปุพฺพจริยาทิเหตุสมฺปตฺติยา, ‘‘อิติปิ โส ภควา’’ติอาทินา (ที. นิ. ๑.๑๕๗, ๒๕๕) วุตฺตาย ผลสมฺปตฺติยา, ‘‘โส ธมฺมํ เทเสตี’’ติอาทินา (ที. นิ. ๑.๒๕๕) วุตฺตาย สตฺตุปการกิริยาย จ สงฺคโห ทฏฺฐพฺโพ. สมฺมาสมฺพุทฺเธเยว ปสีทติ ยถาวุตฺตคุณานํ อนญฺญสาธารณภาวโต อจฺฉริยพฺภุตภาวโต จ. เสเสสุปิ เอเสว นโย.

‘‘จีวรลูขํ ทิสฺวา’’ติ วตฺวา ตํ ทสฺเสตุํ ‘‘สเจ ภควา’’ติอาทิ วุตฺตํ. สาณปํสุกูลจีวเรนาติ มตกเฬวรํ ปลิเวเฐตฺวา ฉฑฺฑิเตน ตุมฺพมตฺเต กิมี ปปฺโผเฏตฺวา คหิเตน สาณปํสุกูลจีวเรน. ภาริยนฺติ ครุกํ, ทุกฺกรนฺติ อตฺโถ. วธุยุวตีมชฺฌิมิตฺถิวเสน, พาลโยพฺพนปุราณวเสน วา ติวิธนาฏกตา. หเรณุยูสํ มณฺฑลกลายรโส. ‘‘ยาเปสฺสติ นามา’’ติ นาม-สทฺทํ อาเนตฺวา สมฺพนฺโธ. นาม-สทฺทโยเคน หิ อนาคตกาลสฺส วิย ปโยโค, ยาเปติ อิจฺเจว อตฺโถ. อปฺปาณกนฺติ นิรสฺสาสํ นิโรธิตสฺสาสปสฺสาสํ.

สมาธิคุณนฺติ สาธารณโต วุตฺตมตฺถํ วิวรติ ฌานาทิคฺคหเณน. มานทพฺพนิมฺมทเนน นิพฺพิเสวนภาวาปาทนมฺปิ ทมนเมวาติ วุตฺตํ ‘‘ปาถิกปุตฺตทมนาทีนี’’ติ. อาทิ-สทฺเทน สจฺจกาฬวกพกทมนาทีนํ สงฺคโห. พาเวรุนฺติ เอวํนามกํ วิสยํ. สรสมฺปนฺโนติ อฏฺฐงฺคสมนฺนาคเตน สเรน สมนฺนาคโต. เตน พฺรหฺมสฺสรตากรวีกภาณิตาทสฺสเนน ลกฺขณหารนเยน อวเสสลกฺขณปาริปูรึ วิย ตทวินาภาวโต พุทฺธานํ เทสนาวิลาสญฺจ วิภาเวติ.

หตปฺปภาติ พุทฺธานุภาเวน วิคตเตชา. กาฬปกฺขูปเมติ สตฺตานํ พฺยาโมหนฺธการาภิภเวน กาฬปกฺขรตฺตูปเม. สูริเยติ สูริเย อุทยิตฺวา โอภาเสนฺเตติ อธิปฺปาโย.

สิงฺฆาฏเกติ ติโกณรจฺฉายํ. จตุกฺเกติ สนฺธิยํ. ปริเทวนฺตีติ อนุตฺถุนนวเสน วิปฺปลปนฺติ. โสกาธิกกโต หิ วจีปลาโป ปริเทโว. โลเก อุปฺปชฺชมาเนเยว อุปฺปนฺนาติ อตฺตโน ทิฏฺฐิวาทสฺส ปุราตนภาวํ ทีเปนฺติ.

เสสปเทสุปีติ ‘‘อิธ ทุติโย สมโณ’’ติอาทีสุ เสสวาเรสุปิ (อ. นิ. ฏี. ๒.๔.๒๔๑-๒๔๒) ยถา หิ ‘‘วิวิจฺเจว กาเมหี’’ติ (ปารา. ๑๑; ที. นิ. ๑.๒๒๖; สํ. นิ. ๒.๑๕๒; อ. นิ. ๔.๑๒๓) เอตฺถ กโต นิยโม ‘‘วิวิจฺจ อกุสเลหี’’ติ (ปารา. ๑๑; ที. นิ. ๑.๒๒๖; สํ. นิ. ๒.๑๕๒; อ. นิ. ๔.๑๒๓) เอตฺถาปิ กโตเยว โหติ สาวธารณสฺเสว อตฺถสฺส อิจฺฉิตพฺพตฺตา, เอวมิธาปีติ. เตนาห ‘‘ทุติยาทโยปี’’ติอาทิ. สามญฺญผลาธิคมวเสน นิปฺปริยายโต สมณภาโวติ เตสํ วเสเนตฺถ จตฺตาโร สมณา เทสิตาติ ตมตฺถํ สุตฺตนฺตเรน สมตฺเถตุํ ‘‘เตเนวาหา’’ติอาทิ วุตฺตํ. ปฏิปตฺติกฺกเมน เทสนากฺกเมน จ สกทาคามิอาทีนํ ทุติยาทิตา วุตฺตาติ โสตาปนฺนสฺส ปฐมตา อวุตฺตสิทฺธาติ น โจทิตา. ผลฏฺฐกสมณาว อธิปฺเปตา สมิตปาปสมณคฺคหณโต. กสฺมา ปเนตฺถ มหาปรินิพฺพาเน วิย มคฺคฏฺฐา ตทตฺถาย ปฏิปนฺนา จ น คหิตาติ? เวเนยฺยชฺฌาสยโต. ตตฺถ หิ มคฺคาธิคมตฺถาย วิปสฺสนาปิ อิโต พหิทฺธา นตฺถิ, กุโต มคฺคผลานีติ ทสฺเสนฺเตน ภควตา ‘‘ญายสฺส ธมฺมสฺส ปเทสวตฺตี, อิโต พหิทฺธา สมโณปิ นตฺถี’’ติ วุตฺตํ. อิธ ปน นิฏฺฐานปฺปตฺตเมว ตํตํสมณภาวํ คณฺหนฺเตน ผลฏฺฐกสมณาว คหิตา ‘‘มคฺคฏฺฐโต ผลฏฺโฐ สวิเสสํ ทกฺขิเณยฺโย’’ติ. สฺวายมตฺโถ ทฺวีสุ สุตฺเตสุ เทสนาเภเทเนว วิญฺญายตีติ.

ริตฺตาติ วิวิตฺตา. ตุจฺฉาติ นิสฺสารา ปฏิปนฺนกสาราภาวโต. ปวทนฺติ เอเตหีติ ปวาทา, ทิฏฺฐิคติกานํ นานาทิฏฺฐิทีปกา สมยาติ อาห ‘‘จตฺตาโร สสฺสตวาทา’’ติอาทิ. ตตฺถ ยํ วตฺตพฺพํ, ตํ ปรโต อาคมิสฺสติ. เตติ ยถาวุตฺตสมณา. เอตฺถาติ ‘‘ปรปฺปวาทา’’ติ วุตฺเต พาหิรกสมเย.

ยนฺติ ยสฺมึ. ภุมฺมตฺเถ หิ อิทํ ปจฺจตฺตวจนํ. ญาโย วุจฺจติ สห วิปสฺสนาย อริยมคฺโค. เตน หิ นิพฺพานํ ญายติ คมฺมติ ปฏิวิชฺฌตีติ. โส เอว นิพฺพานสมฺปาปกเหตุตาย ธมฺโมติ อาห ‘‘ญายสฺส ธมฺมสฺสา’’ติ.

เตสํ ปรปฺปวาทสาสนานํ อเขตฺตตา เขตฺตตา จ อริยมคฺคสฺส อภาวภาวา สุปริสุทฺธสฺส สีลสฺส สุปริสุทฺธาย สมถวิปสฺสนาย อภาวโต สาวโต จ. ตทุภยญฺจ ทุรกฺขาตสฺวากฺขาตภาวเหตุกํ, โส จ อสมฺมาสมฺพุทฺธสมฺมาสมฺพุทฺธปเวทิตตายาติ ปราชิกาย สตฺถุ วิปตฺติเหตุตาย สาสนสฺส อนิยฺยานภาโวติ ทสฺเสติ.

อิทานิ ยถาวุตฺตมตฺถํ ปริยายโต จ ปาฬิยา จ สมตฺเถตุํ ‘‘เตนาห ภควา’’ติอาทินา ปาฬึ ทสฺเสตฺวา อุปมาปเทเสน ตตฺถ สุตฺตํ วิภาเวนฺโต ‘‘ยสฺมา’’ติอาทิมาห. ตตฺถ ยสฺมา เอกจฺจานํ วิเสสโต สีหานํ ปุริมํ ปาททฺวยํ หตฺถกิจฺจมฺปิ กโรติ, ตสฺมา อาห ‘‘สุรตฺตหตฺถปาโท’’ติ. สีหสฺส เกสา นาม เกสรายตนา ขนฺธโลมา. โคจริยหตฺถิกุลํ นาม ปกติหตฺถิกุลํ, ยํ ‘‘กาลาวก’’นฺติปิ วุจฺจติ. โฆฏโก นาม อสฺสขฬุงฺโก. สิเนรุปริภณฺเฑ สิมฺพลิรุกฺเขหิ สญฺฉาทิโต ปญฺญาสโยชโน ทโห สิมฺพลิทโห, ตํ ปริวาเรตฺวา มหนฺตํ สิมฺพลิวนํ, ตํ สนฺธายาห ‘‘สิมฺพลิทหวเน’’ติ. อญฺญติตฺถาวาสภูมิยํ อิเมสุ สมเณสุ เอกจฺโจ น อุปฺปชฺชติ, อีทิโส ปเนตฺถ วิกปฺโป นตฺถิ, สพฺเพน สพฺพํ น อุปฺปชฺชนฺเตวาติ ทสฺเสนฺโต ‘‘เอกสมโณปี’’ติ อาห. อริยมคฺคปริกฺขเตติ อริยมคฺคุปฺปตฺติยา อภิสงฺขเต, ยทา สาสนิกานํ สมฺมาปฏิปตฺติยา อริยมคฺโค ทิพฺพติ, ตทาติ อตฺโถ.

สมฺมาติ สุฏฺฐุ. สุฏฺฐุ นทนํ นาม เหตุยุตฺตํ สุฏฺฐุ กตฺวา กถนนฺติ อาห ‘‘เหตุนา’’ติ. โส จ เหตุ อวิปรีโต เอว อิจฺฉิตพฺโพติ อาห ‘‘นเยนา’’ติ, ญาเยนาติ อตฺโถ. เอวํภูโต จ โส ยถาธิปฺเปตตฺถํ กโรติ สาเธตีติ ทสฺเสนฺโต อาห ‘‘การเณนา’’ติ. ยทิ ติรจฺฉานสีหสฺส นาโท สพฺพติรจฺฉานเอกจฺจมนุสฺสามนุสฺสนาทโต เสฏฺฐตฺตา เสฏฺฐนาโท, กิมงฺคํ ปน ตถาคตสีหนาโทติ อาห ‘‘สีหนาทนฺติ เสฏฺฐนาท’’นฺติ. ยทิ ติรจฺฉานสีหนาทสฺส เสฏฺฐนาทตา นิพฺภยตาย อปฺปฏิสตฺตุตาย อิจฺฉิตา, ตถาคตสีหนาทสฺเสว อยมตฺโถ สาติสโยติ อาห ‘‘อภีตนาทํ อปฺปฏินาท’’นฺติ. อิทานิสฺส เสฏฺฐนาทภาวํ การเณน ปฏิปาเทนฺโต ‘‘อิเมสญฺหี’’ติอาทิมาห. เตน ‘‘สมฺมา’’ติ วุตฺตมตฺถํ สมตฺเถติ. ตตฺถ อตฺถิตายาติ อิมินา สีหนาทสฺส อุตฺตมตฺถตํ ทสฺเสติ. ภูตฏฺโฐ หิ อุตฺตมฏฺโฐ. ตาย เอว ภูตฏฺฐตาย อภีตนาทตาติ ทสฺเสนฺโต ‘‘อิเม สมณา…เป… นาม โหตี’’ติ อาห. อภูตญฺหิ วทโต กุโตจิ ภยํ วา อาสงฺกา วา สิยาติ ‘‘อิเธวา’’ติ นิยมสฺส อวิปรีตตํ ทสฺเสนฺโต ‘‘อมฺหากมฺปิ…เป… อปฺปฏินาโท นาม โหตี’’ติ อาห. ยญฺหิ อญฺญตฺถาปิ อตฺถิ, ตํ อิเธวาติ อวธาเรตุํ น ยุตฺตนฺติ.

๑๔๐. โขติ อวธารเณ. เตน วิชฺชติ เอวาติ ทสฺเสติ. ยนฺติ กรณตฺเถ ปจฺจตฺตนฺติ อาห ‘‘เยน การเณนา’’ติ. ติตฺถํ นาม ทฺวาสฏฺฐิ ทิฏฺฐิโย ตพฺพินิมุตฺตสฺส กสฺสจิ ทิฏฺฐิวิปฺผนฺทิตสฺส อภาวโต. ปารคมนสงฺขาตํ ตรณํ ทิฏฺฐิคติกานํ (อ. นิ. ฏี. ๒.๓.๖๒) ตตฺถ ตตฺเถว อปราปรํ อุมฺมุชฺชนนิมุชฺชนวเสน ปิลวนนฺติ อาห ‘‘ตรนฺติ อุปฺปลวนฺตี’’ติ. อุปฺปาเทตาติ ปูรณาทิโก. ติตฺเถ ชาตาติ ติตฺถิยา, ยถาวุตฺตํ วา ทิฏฺฐิคตสงฺขาตํ ติตฺถํ เอเตสํ อตฺถีติ ติตฺถิกา, ติตฺถิกา เอว ติตฺถิยา. อสฺสสนฺติ เอตฺถ, เอเตนาติ วา อสฺสาโส, อวสฺสโย.

ปกตตฺถนิทฺเทโส ยํ-ตํ-สทฺโทติ ตสฺส ‘‘ภควตา’’ติอาทีหิ ปเทหิ สมานาธิกรณภาเวน วุตฺตสฺส เยน อภิสมฺพุทฺธภาเวน ภควา ปกโต สตฺถุภาเวน อธิคโต สุปากโฏ จ, ตํ อภิสมฺพุทฺธภาวํ สทฺธึ อาคมนปฏิปทาย อตฺถภาเวน ทสฺเสนฺโต ‘‘โย โส…เป… อภิสมฺพุทฺโธ’’ติ อาห. สติปิ ญาณทสฺสนสทฺทานํ อิธ ปญฺญาเววจนภาเว เตน เตน วิเสเสน เนสํ สวิสเย วิเสสปฺปวตฺติทสฺสนตฺถํ (สารตฺถ. ฏี. ปริวาร ๓.๑) อสาธารณวิเสสวเสน วิชฺชาตฺตยวเสน วิชฺชาภิญฺญานาวรณวเสน สพฺพญฺญุตญฺญาณมํสจกฺขุวเสน ปฏิเวธเทสนาญาณวเสน จ เต โยเชตฺวา ทสฺเสนฺโต ‘‘เตสํ เตส’’นฺติอาทิมาห. ตตฺถ อาสยานุสยํ ชานตา อาสยานุสยญาเณน, สพฺพํ เญยฺยธมฺมํ ปสฺสตา สพฺพญฺญุตานาวรณญาเณหิ. ปุพฺเพนิวาสาทีหีติ ปุพฺเพนิวาสอาสวกฺขยญาเณหิ. อนญฺญสาธารณปุญฺญานุภาวนิพฺพตฺโต อนุตฺตรญาณาธิคมลทฺธปุราวตฺตโก จ ภควโต รูปกาโย อติกฺกมฺเมว เทวานํ เทวานุภาวํ วตฺตตีติ อาห ‘‘สพฺพสตฺตานํ…เป… ปสฺสตา’’ติ. ปฏิเวธปญฺญายาติ มคฺคปญฺญาย. ตาย หิ สพฺพโส เญยฺยธมฺเมสุ สมฺโมหสฺส วิธมิตตฺตา ปจฺฉา ปวตฺตชานนํ ตสฺส ชานนํ วิย วุจฺจติ.

อรีนนฺติ กิเลสารีนํ, ปญฺจวิธมารานํ วา สาสนปจฺจตฺถิกานํ วา อญฺญติตฺถิยานํ, เตสํ หนนํ ปาฏิหาริเยหิ อภิภวนํ อปฺปฏิภานตากรณํ อชฺฌุเปกฺขนํ วา. เกสิวินยสุตฺตญฺเจตฺถ (อ. นิ. ๔.๑๑๑) นิทสฺสนํ. ตถา จ ฐานาฏฺฐานาทีนิ วา ชานตา, ยถากมฺมุปเค สตฺเต ปสฺสตา, สวาสนานมาสวานํ ขีณตฺตา อรหตา, อภิญฺเญยฺยาทิเภเท ธมฺเม อภิญฺเญยฺยาทิโต อวิปรีตาวโพเธน สมฺมาสมฺพุทฺเธน. อถ วา ตีสุ กาเลสุ อปฺปฏิหตญาณตาย ชานตา, กายกมฺมาทีนํ ญาณานุปริวตฺตเนน นิสมฺมการิตาย ปสฺสตา, รวาทีนมฺปิ (สารตฺถ. ฏี. ปริวาร ๓.๑) อภาวสาธิกาย ปหานสมฺปทาย อรหตา, ฉนฺทาทีนํ อหานิเหตุภูตาย อกฺขยปฏิภานสาธิกาย สพฺพญฺญุตาย สมฺมาสมฺพุทฺเธน. เอวํ ทสพลอฏฺฐารสาเวณิกพุทฺธธมฺมวเสนปิ โยชนา เวทิตพฺพา. เยติ จตุโร ธมฺเม. อตฺตนีติ อเมฺหสุ. น ราชราชมหามตฺตาทีสุ อุปตฺถมฺภํ สมฺปสฺสมานา, น กายพลํ สมฺปสฺสมานาติ โยชนา.

อุปฺปนฺนปสาโทติ อเวจฺจปฺปสาทํ วทติ. วกฺขติ หิ ‘‘จตฺตาริ โสตาปนฺนสฺส องฺคานิ กถิตานี’’ติ (ม. นิ. อฏฺฐ. ๑.๑๔๐). กามํ อเสกฺขาปิ อเสกฺขาย สมสิกฺขตาย สหธมฺมิกา เอว, จิณฺณพฺรหฺมจริยตาย ปน สหธมฺมํ จรนฺตีติ น วตฺตพฺพาติ อเสกฺขวาโร น คหิโต. สพฺเพเปเตติ เอเต ยถาวุตฺตา ภิกฺขุอาทโย โสตาปนฺนาทโย จ ปุถุชฺชนา อริยา จาติ สพฺเพปิ เอเต ตํตํสิกฺขาหิ สมานธมฺมตฺตา สหธมฺมตฺตา ‘‘สหธมฺมิกา’’ติ วุจฺจนฺติ. อิทานิ นิพฺพตฺติตอริยธมฺมวเสเนว สหธมฺมิเก ทสฺเสนฺโต ‘‘อปิจา’’ติอาทิมาห. มคฺคทสฺสนมฺหีติ ปริญฺญาภิสมยาทิวเสน สจฺจปฏิเวเธน ‘‘นว มคฺคงฺคานิ, อฏฺฐ โพชฺฌงฺคานี’’ติอาทินา วิวาโท นตฺถิ. เอกธมฺมจาริตายาติ สมานธมฺมจาริตาย. น หิ ปฏิวิทฺธสจฺจานํ ‘‘มยา ธมฺโม สุทิฏฺโฐ, ตยา ทุทฺทิฏฺโฐ’’ติอาทินา วิวาโท อตฺถิ. ทิฏฺฐิสีลสามญฺเญน สงฺฆาตา หิ เต อุตฺตมปุริสา. อิมินาติ ‘‘สหธมฺมิกา โข ปนา’’ติอาทิวจเนน. ตตฺถ ปิยมนาปคฺคหเณน สีเลสุ ปริปูรการิตาปเทเสน เอกเทเสน คหิตํ สงฺฆสุปฺปฏิปตฺตึ ปริปุณฺณํ กตฺวา ทสฺเสติ. เย หิ สมฺปนฺนสีลา สุวิสุทฺธทสฺสนา, เต วิญฺญูนํ ปิยา มนาปาติ. เอตฺตาวตาติ ‘‘อตฺถิ โข โน อาวุโส’’ติอาทินยปฺปวตฺเตน รตนตฺตยปสาทโชตเนน อกฺขาตา เตสุ เตสุ สุตฺตปเทเสสุ.

๑๔๑. สตฺถริ ปสาโทติ ปสาทคฺคหเณน ‘‘ภควตา’’ติอาทินา วา ปสาทนียา ธมฺมา คหิตา. เตน พุทฺธสุพุทฺธตํ ทสฺเสติ, ตถา ‘‘ธมฺเม ปสาโท’’ติ อิมินา ธมฺมสุธมฺมตํ, อิตเรน สงฺฆสุปฺปฏิปนฺนตํ. เยน จิตฺเตน อญฺญตฺถ อนุปลพฺภมาเนน สาสเนเยว สมโณ อิโต พหิทฺธา นตฺถีติ อยมตฺโถ, สมฺมเทว, ปติฏฺฐาปิโตติ เวทิตพฺพํ. ตตฺรายํ โยชนา – ยสฺมา สมฺมาสมฺพุทฺโธ อมฺหากํ สตฺถา, ตสฺมา อตฺถิ โข โน, อาวุโส, สตฺถริ ปสาโท, สมฺมาสมฺพุทฺธตฺตา จสฺส สฺวาขาโต ธมฺโมติ อตฺถิ ธมฺเม ปสาโท, ตโต เอว จ อตฺถิ สีเลสุ ปริปูรการิตาติ สหธมฺมิกา…เป… ปพฺพชิตา จาติ เอวเมตฺถ สตฺถริ ปสาเทน ธมฺเม ปสาโท, เตน สงฺฆสุปฺปฏิปตฺตีติ อยญฺจ นโย เลเสนปิ ปรปฺปวาเทสุ นตฺถีติ อิเธว สมโณ…เป… สมเณหิ อญฺเญหีติ.

ปฏิวิทฺธสจฺจานํ ปหีนานุโรธานํ เคหสฺสิตเปมสฺส อสมฺภโว เอวาติ ‘‘อิทานี’’ติ วุตฺตํ. ยทิ เอวํ ‘‘อุปชฺฌาเยน, ภิกฺขเว, สทฺธิวิหาริกมฺหิ ปุตฺตเปมํ อุปฏฺฐเปตพฺพํ’’ติอาทิวจนํ (มหาว. ๖๕) กถนฺติ? นยิทํ เคหสฺสิตเปมํ สนฺธาย วุตฺตํ, ตํสทิสตฺตา ปน เปมมุเขน วุตฺโต เมตฺตาเสฺนโห. น หิ ภควา ภิกฺขู สํกิเลเส นิโยเชติ. เอวรูปํ เปมํ สนฺธายาติ ปสาทาวหคุณาวหโต ปูรณาทีสุ ภตฺติ ปสาโท น โหติ, ปสาทปติรูปกา ปน โลภปวตฺตีติ ทฏฺฐพฺพา. เถโรติ มหาสงฺฆรกฺขิตตฺเถโร. เยน อฏฺฐกถา โปตฺถกํ อาโรปิตา. เอโกว สตฺถา อนญฺญสาธารณคุณตฺตา, อญฺญถา อนจฺฉริยตฺตา สตฺถุลกฺขณเมว น ปริปูเรยฺย. วิสุํ กตฺวาติ อญฺเญหิ วิเวเจตฺวา อตฺตโน อาเวณิกํ กตฺวา. ‘‘อมฺหากํ สตฺถา’’ติ พฺยาวทนฺตานํ อญฺเญสํ สตฺถา น โหตีติ อตฺถโต อาปนฺนเมว โหติ, ตถา จ ปเทสวตฺตินึ ตสฺส สตฺถุตํ ปฏิชานนฺตา ปริปุณฺณลกฺขณสตฺถุตํ อิจฺฉนฺตานมฺปิ ตโต วิรุทฺธา สตฺถุภาวปริเยสเนน ปราชิตา โหนฺติ. ปริยตฺติธมฺเมติ อธิกพฺรหฺมคุณสุตฺตเคยฺยาทิปฺปเภทสมเย. ตตฺถ อชสีล…เป… กุกฺกุรสีลาทีสูติ อิทํ เยภุยฺเยน อญฺญติตฺถิยานํ ตาทิสํ วตสมาทานสพฺภาวโต วุตฺตํ, อาทิ-สทฺเทน ยมนิยมจาตุยามสํวราทีนํ สงฺคโหติ. อธิปฺปยาโสติ อธิกํ ปยสติ ปยุชฺชติ เอเตนาติ อธิปฺปยาโส, สวิเสสํ อธิกตฺตพฺพกิริยา (อ. นิ. ฏี. ๒.๓.๑๑๗). เตนาห ‘‘อธิกปฺปโยโค’’ติ.

ตสฺส ปสาทสฺส ปริโยสานภูตาติ ตสฺส สตฺถริ ธมฺเม จ ปสาทสฺส นิฏฺฐานภูตา. นิฏฺฐาติ โมกฺโข. สมยวาทีนญฺหิ ตสฺมึ ตสฺมึ สมเย ตทุปเทสเก จ ปสาโท ยาวเทว โมกฺขาธิคมนฏฺโฐ. ทิฏฺฐิคติกา ตถา ตถา อตฺตโน ลทฺธิวเสน นิฏฺฐํ ปริกปฺเปนฺติ เยวาติ อาห ‘‘นิฏฺฐํ อปญฺญเปนฺโต นาม นตฺถี’’ติ. พฺราหฺมณานนฺติ พฺราหฺมณวาทีนํ. เตสํ เอกจฺเจ พฺรหฺมุนา สโลกตา นิฏฺฐาติ วทนฺติ, เอกจฺเจ ตสฺส สมีปตา, เอกจฺเจ เตน สํโยโค นิฏฺฐาติ วทนฺติ. ตตฺถ เย สโลกตาวาทิโน สมีปตาวาทิโน จ, เต เทฺวธาวาทิโน, อิตเร อเทฺวธาวาทิโน. สพฺเพปิ เต อตฺถโต พฺรหฺมโลกุปปตฺติยํเยว นิฏฺฐาสญฺญิโน. ตตฺถ หิ เนสํ นิจฺจาภินิเวโส ยถา ตํ พกสฺส พฺรหฺมุโน. เตน วุตฺตํ ‘‘พฺรหฺมโลโก นิฏฺฐา’’ติ. พฺรหฺมโลโกติ ปฐมชฺฌานภูมิ. มหาตาปสานนฺติ เวขนสาทิตาปสานํ. มหาพฺรหฺมา วิย ปฐมชฺฌานภูมิยํ อาภสฺสเรสุ เอโก สพฺพเสฏฺโฐ นตฺถีติ ‘‘อาภสฺสรา’’ติ ปุถุวจนํ. ปริพฺพาชกานนฺติ สญฺจยาทิปริพฺพาชกานํ. อนฺโต จ มโน จ เอตสฺส นตฺถีติ อนนฺตมานโส. อาชีวกานญฺหิ สพฺพทาภาวโต อนนฺโต, สุขทุกฺขาทิสมติกฺกมนโต อมานโส. อิมินา อฏฺฐหิ โลกธมฺเมหิ อุปกฺกิลิฏฺฐจิตฺตตํ ทสฺเสติ.

ปปญฺเจ ยํ วตฺตพฺพํ, ตํ เหฏฺฐา วุตฺตเมว. ตณฺหาทิฏฺฐิโยว อธิปฺเปตา มมงฺการอหงฺการวิคมสฺส อธิปฺเปตตฺตา. ยถา ปญฺจสุ ฐาเนสุ เอโกว กิเลโส โลโภ อาคโต, เอวํ ทฺวีสุ ฐาเนสุ ตโย กิเลสา อาคตา ‘‘โทโส โมโห ทิฏฺฐี’’ติ. ‘‘สโทสสฺสา’’ติ หิ วุตฺตฏฺฐาเน ปฏิฆํ อกุสลมูลํ คหิตํ, ‘‘ปฏิวิรุทฺธสฺสา’’ติ วิโรโธ, ‘‘สโมหสฺสา’’ติ โมโห อกุสลมูลํ, ‘‘อวิทฺทสุโน’’ติ มลฺยํ, อสมฺปชญฺญํ วา, ‘‘สอุปาทานสฺสา’’ติ ‘‘นตฺถิ ทินฺน’’นฺติอาทินา นเยน คหณํ, ‘‘ปปญฺจารามสฺสา’’ติ ปปญฺจุปฺปตฺติวเสน.

อาการโตติ ปวตฺติอาการโต. ปทนฺตเรน ราควิเสสสฺส วุจฺจมานตฺตาอาทิโต วุตฺตํ สราควจนํ โอฬาริกํ ราควิสยนฺติ อาห ‘‘ปญฺจกามคุณิกราควเสนา’’ติ. คหณวเสนาติ ทฬฺหคฺคหณวเสน. ‘‘อนุรุทฺธปฏิวิรุทฺธสฺสา’’ติ เอกปทวเสน ปาฬิยํ อาคตตฺตา เอกชฺฌํ ปทุทฺธาโร กโต. ตตฺถ ปน ‘‘อนุรุทฺธสฺสา’’ติ สุภวเสนาติ เอวมตฺโถ วตฺตพฺโพ. น หิ ปฏิวิรุชฺฌนํ สุภวเสน โหติ. ปปญฺจุปฺปตฺติทสฺสนวเสนาติ กิเลสกมฺมวิปากานํ อปราปรุปฺปตฺติปจฺจยตาย สํสารสฺส ปปญฺจนํ ปปญฺโจ, ตสฺส อุปฺปตฺติเหตุภาวทสฺสนวเสน. ตณฺหา หิ ภวุปฺปตฺติยา วิเสสปจฺจโย. ตณฺหาปจฺจยา อุปาทานทสฺสนวเสนาติ ตณฺหาปจฺจยสฺส อุปาทานสฺส ทสฺสนวเสน, ยทวตฺถา ตณฺหา อุปาทานสฺส ปจฺจโย, ตทวตฺถาทสฺสนวเสน. ผเลน หิ เหตุวิเสสกิตฺตนเมตนฺติ. เอวํ วิทฺธํเสถาติ กามราคภวตณฺหาทิวเสน โลภํ กสฺมา เอวํ วิปฺปกิเรถ. ตณฺหากรณวเสนาติ ตณฺหายนกรณวเสน สุภาการคฺคหณวเสน. สุภนฺติ หิ อารมฺมเณ ปวตฺโต ราโค ‘‘สุภ’’นฺติ วุตฺโต.

๑๔๒. วทนฺติ เอเตนาติ วาโท, ทิฏฺฐิวาโท. ทิฏฺฐิวเสน หิ ‘‘สสฺสโต อตฺตา จ โลโก จ, อสสฺสโต อตฺตา จ โลโก จา’’ติ จ ทิฏฺฐิคติกา ปญฺญเปนฺติ. เตนาห ‘‘เทฺวมา, ภิกฺขเว, ทิฏฺฐิโย’’ติ (ม. นิ. ๑.๑๔๒). ตณฺหารหิตาย ทิฏฺฐิยา อภาวโต ตณฺหาวเสเนว จ อตฺตโน สสฺสตภาวาภินิเวโสติ กตฺวา วุตฺตํ ‘‘ตณฺหาทิฏฺฐิวเสนา’’ติ. อลฺลีนาติ นิสฺสิตา. อุปคตาติ อวิสฺสชฺชนวเสน เอกิภาวมิว คตา. อชฺโฌสิตาติ ตาย ทิฏฺฐิยา คิลิตฺวา ปรินิฏฺฐาปิตา วิย ตทนฺโตคธา. เตนาห ‘‘อนุปวิฏฺฐา’’ติ. ยถา คหฏฺฐานํ กามชฺโฌสานํ วิวาทมูลํ, เอวํ ปพฺพชิตานํ ทิฏฺฐชฺโฌสานนฺติ อาห ‘‘วิภวทิฏฺฐิยา เต ปฏิวิรุทฺธา’’ติ. ทิฏฺฐิวิโรเธน หิ ทิฏฺฐิคติกวิโรโธ.

ขณิกสมุทโย อุปฺปาทกฺขโณติ อาห ‘‘ทิฏฺฐีนํ นิพฺพตฺตี’’ติ. ทิฏฺฐินิพฺพตฺติคฺคหเณเนว เจตฺถ ยถา ทิฏฺฐีนํ ปฏิจฺจสมุปฺปนฺนตา วิภาวิตา, เอวํ ทิฏฺฐิวตฺถุโนปีติ อุภเยสมฺปิ อนิจฺจตา ทุกฺขตา อนตฺตตา จ วิภาวิตาติ ทฏฺฐพฺพํ. ยานิ ปฏิสมฺภิทานเยน (ปฏิ. ม. ๑.๑๒๒) ‘‘ปจฺจยสมุทโย อฏฺฐ ฐานานี’’ติ วุตฺตานิ, ตานิ ทสฺเสนฺโต ‘‘ขนฺธาปี’’ติอาทิมาห. ตตฺถ ขนฺธาปิ ทิฏฺฐิฏฺฐานํ อารมฺมณฏฺเฐน ‘‘รูปํ อตฺตโต สมนุปสฺสตี’’ติอาทิวจนโต (สํ. นิ. ๓.๘๑; ๔.๓๔๕). อวิชฺชาปิ ทิฏฺฐิฏฺฐานํ อุปนิสฺสยาทิวเสน ปจฺจยภาวโต. ยถาห – ‘‘อสฺสุตวา, ภิกฺขเว, ปุถุชฺชโน อริยานํ อทสฺสาวี อริยธมฺมสฺส อโกวิโท’’ติอาทิ (ม. นิ. ๑.๒, ๔๖๑; สํ. นิ. ๓.๑, ๗). ผสฺโสปิ ทิฏฺฐิฏฺฐานํ. ยถา จาห ‘‘ตทปิ ผสฺสปจฺจยา (ที. นิ. ๑.๑๑๘-๑๓๐), ผุสฺส ผุสฺส ปฏิสํเวทิยนฺตี’’ติ (ที. นิ. ๑.๑๔๔) จ. สญฺญาปิ ทิฏฺฐิฏฺฐานํ. วุตฺตเญฺหตํ ‘‘สญฺญานิทานา หิ ปปญฺจสงฺขาติ (สุ. นิ. ๘๘๐), ปถวึ ปถวิโต สญฺญตฺวา’’ติ (ม. นิ. ๑.๒) จ อาทิ. วิตกฺโกปิ ทิฏฺฐิฏฺฐานํ. วุตฺตมฺปิ เจตํ ‘‘ตกฺกญฺจ ทิฏฺฐีสุ ปกปฺปยิตฺวา, สจฺจํ มุสาติ ทฺวยธมฺมมาหู’’ติ (สุ. นิ. ๘๙๒; มหานิ. ๑๒๑) ‘‘ตกฺกี โหติ วีมํสี’’ติ (ที. นิ. ๑.๓๔) จ อาทิ. อโยนิโสมนสิกาโรปิ ทิฏฺฐิฏฺฐานํ. ยถาห ภควา ‘‘ตสฺเสว อโยนิโส มนสิกโรโต ฉนฺนํ ทิฏฺฐีนํ อญฺญตรา ทิฏฺฐิ อุปฺปชฺชติ, อตฺถิ เม อตฺตาติ อสฺส สจฺจโต เถตโต ทิฏฺฐิ อุปฺปชฺชตี’’ติอาทิ (ม. นิ. ๑.๑๙). สมุฏฺฐาติ เอเตนาติ สมุฏฺฐานํ, ตสฺส ภาโว สมุฏฺฐานฏฺโฐ, เตน. ขณิกตฺถงฺคโม ขณิกนิโรโธ. ปจฺจยตฺถงฺคโม อวิชฺชาทีนํ อจฺจนฺตนิโรโธ. โส ปน เยน โหติ, ตํ ทสฺเสนฺโต ‘‘โสตาปตฺติมคฺโค’’ติ อาห. จตฺตาโร หิ อริยมคฺคา ยถารหํ ตสฺส ตสฺส สงฺขารคตสฺส อจฺจนฺตนิโรธเหตุ, ขณิกนิโรโธ ปน อเหตุโก.

อานิสํสนฺติ อุทยํ. โส ปน ทิฏฺฐธมฺมิกสมฺปรายิกวเสน ทุวิโธ. ตตฺถ สมฺปรายิโก ทุคฺคติปริกิเลสตายอาทีนวปกฺขิโก เอวาติ อิตรํ ทสฺเสนฺโต ‘‘ยํ สนฺธายา’’ติอาทิมาห. อาทีนวมฺปิ ทิฏฺฐธมฺมิกเมว ทสฺเสนฺโต ‘‘ทิฏฺฐิคฺคหณมูลกํ อุปทฺทว’’นฺติอาทิมาห. โสติอาทีนโว. อาทีนนฺติ อาทิ-สทฺเทน นคฺคิยานสนสงฺกฏิวตาทีนํ สงฺคโห. นิสฺสรติ เอเตนาติ นิสฺสรณนฺติ วุจฺจมาเน ทสฺสนมคฺโค เอว ทิฏฺฐีนํ นิสฺสรณํ สิยา, ตสฺส ปน อตฺถงฺคมปริยาเยน คหิตตฺตา สพฺพสงฺขตนิสฺสฏํ นิพฺพานํ ทิฏฺฐีหิปิ นิสฺสฏนฺติ กตฺวา วุตฺตํ ‘‘ทิฏฺฐีนํ นิสฺสรณํ นาม นิพฺพาน’’นฺติ. อิมินาติอาทีสุ วตฺตพฺพํ อนุโยควตฺเต วุตฺตนยเมว.

๑๔๓. ทิฏฺฐิจฺเฉทนํ ทสฺเสนฺโตติ สพฺพุปาทานปริญฺญาทสฺสเนน สพฺพโส ทิฏฺฐีนํ สมุจฺเฉทวิธึ ทสฺเสนฺโต. วุตฺตาเยวาติ –

‘‘อุปาทานานิ จตฺตาริ, ตานิ อตฺถวิภาคโต;

ธมฺมสงฺเขปวิตฺถารา, กมโต จ วิภาวเย’’ติ. (วิสุทฺธิ. ๒.๖๔๕) –

คาถํ อุทฺทิสิตฺวา อตฺถวิภาคาทิวเสน วุตฺตาเยว. กามํ อิโต พาหิรกานํ ‘‘อิมานิ อุปาทานานิ เอตฺตกานิ จตฺตาริ, น อิโต ภิยฺโย’’ติ อีทิสํ ญาณํ นตฺถิ, เกวลํ ปน เกจิ ‘‘กามา ปหาตพฺพา’’ติ วทนฺติ, เกจิ ‘‘นตฺถิ ปโร โลโกติ จ, มิจฺฉา’’ติ วทนฺติ, อปเร ‘‘สีลพฺพเตน สุทฺธีติ จ, มิจฺฉา’’ติ วทนฺติ, อตฺตทิฏฺฐิยา ปน มิจฺฉาภาวํ สพฺพโส น ชานนฺติ เอว. ยตฺตกํ ปน ชานนฺติ, ตสฺสปิ อจฺจนฺตปฺปหานํ น ชานนฺติ, ตถาปิ สพฺพสฺส ปริญฺเญยฺยสฺส ปริญฺเญยฺยํ ปญฺญเปมอิจฺเจว ติฏฺฐนฺติ. เอวํภูตานํ ปน เนสํ ตตฺถ ยาทิสี ปฏิปตฺติ, ตํ ทสฺเสนฺโต สตฺถา ‘‘สนฺติ, ภิกฺขเว’’ติอาทิมาห. ตตฺถ สนฺตีติ สํวิชฺชนฺติ. เตน เตสํ ทิฏฺฐิคติกานํ วิชฺชมานตาย อวิจฺเฉทตํ ทสฺเสติ. เอเกติ เอกจฺเจ. สมณพฺราหฺมณาติ ปพฺพชฺชุปคมเนน สมณา, ชาติมตฺเตน จ พฺราหฺมณา. สพฺเพสนฺติ อนวเสสานํ อุปาทานานํ สมติกฺกมํ ปหานํ. สมฺมา น ปญฺญเปนฺตีติ เยสํ ปญฺญเปนฺติ, เตสมฺปิ สมฺมา ปริญฺญํ น ปญฺญเปนฺติ. อิทานิ ตํ อตฺถํ วิตฺถารโต ทสฺเสตุํ ‘‘เกจี’’ติอาทิ วุตฺตํ. ตตฺถ โหติก-กุฏีจก-พหูทก-หํส-ปรมหํส-กาชก-ติทณฺฑ-โมนวต-เสว-ปารุปก-ปญฺจมรตฺติก- โสมการก-มุคพฺพต-จรพาก-ตาปส-นิคนฺถา-ชีวก-อิสิ-ปารายนิก-ปญฺจาตปิก-กาปิล- กาณาท-สํสารโมจก-อคฺคิภตฺติก-มควติก-โควติก-กุกฺกุรวติก-กามณฺฑลุก- วคฺคุลิวติก-เอกสาฏก-โอทกสุทฺธิก-สรีรสนฺตาปก-สีลสุทฺธิก-ฌานสุทฺธิก-จตุพฺพิธ- สสฺสตวาทาทโย ฉนฺนวุติ ตณฺหาปาเสน ฑํสนโต, อริยธมฺมสฺส วา วิพาธนโต ปาสณฺฑา. วตฺถุปฏิเสวนํ กามนฺติ พฺยาปารสฺส วตฺถุโน ปฏิเสวนสงฺขาตํ กามํ. เถยฺเยน เสวนฺตีติ ปฏิหตฺถอาทิสมญฺญาย โลกสฺส วจนวเสน เสวนฺติ. ตีณิ การณานีติ ‘‘นตฺถิ ทินฺน’’นฺติอาทินยปฺปวตฺตานิ ทิฏฺฐิวิเสสภูตานิ วฏฺฏการณานิ.

อตฺถสลฺลาปิกาติ อตฺถสฺส สลฺลาปิกา, ทฺวินฺนํ อธิปฺเปตตฺถสลฺลาปวิภาวินีติ อธิปฺปาโย. ทฺวินฺนญฺหิ วจนํ สลฺลาโป. เตนาห ‘‘ปถวี กิรา’’ติอาทิ.

โย ติตฺถิยานํ อตฺตโน สตฺถริ ธมฺเม สหธมฺมิเกสุ จ ปสาโท วุตฺโต, ตสฺส อนายตนคตตฺตา อปฺปสาทกภาวทสฺสนํ ปสาทปจฺเฉโท. ตถาปวตฺโต วาโท ปสาทปจฺเฉทวาโท วุตฺโต. เอวรูเปติ อีทิเส วุตฺตนเยน กิเลสานํ อนุปสมสํวตฺตนิเก. ธมฺเมติ ธมฺมปติรูปเก. วินเยติ วินยปติรูปเก. ติตฺถิยา หิ โกหญฺเญ ฐตฺวา โลกํ วญฺเจนฺตา ธมฺมํ กเถมาติ ‘‘สตฺติเม กายา อกฏา อกฏวิธา’’ติอาทินา (ที. นิ. ๑.๑๗๔) ยํ กิญฺจิ กเถตฺวา ตถา ‘‘วินยํ ปญฺญเปมา’’ติ โคสีลวคฺคุลิวตาทีนิ ปญฺญเปตฺวา ตาทิสํ สาวเก สิกฺขาเปตฺวา ‘‘ธมฺมวินโย’’ติ กเถนฺติ, ตํ สนฺธาเยตํ วุตฺตํ ‘‘ธมฺมวินเย’’ติ. เตนาห ‘‘อุภเยนปิ อนิยฺยานิกํ สาสนํ ทสฺเสตี’’ติ. ปริตฺตมฺปิ นาม ปุญฺญํ กาตุกามํ มจฺเฉรมลาภิภูตตาย นิวาเรนฺตสฺส อนฺตรายํ ตสฺส กโรโต ทิฏฺเฐว ธมฺเม วิญฺญูหิ ครหิตพฺพตา สมฺปราเย จ ทุคฺคติ ปาฏิกงฺขา, กิมงฺคํ ปน สกลวฏฺฏทุกฺขนิสฺสรณาวเห ชินจกฺเก ปหารทายิโน ติตฺถกรสฺส ตโทวาทกรสฺส จาติ อิมมตฺถํ ทสฺเสนฺโต ‘‘อนิยฺยานิกสาสนมฺหิ หี’’ติอาทิมาห. ยถา โส ปสาโท สมฺปราเย น สมฺมคฺคโต อตฺตโน ปวตฺติวเสนาติ ทสฺเสนฺโต ‘‘กญฺจิ กาลํ คนฺตฺวาปิ ปจฺฉา วินสฺสติ เยวา’’ติ อาห, อเวจฺจปฺปสาโท วิย อจฺจนฺติโก น โหตีติ อตฺโถ.

สมฺปชฺชมานา ยถาวิธิปฏิปตฺติยา ติรจฺฉานโยนึ อาวหติ. กมฺมสริกฺขเกน หิ วิปาเกเนว ภวิตพฺพํ. สพฺพมฺปิ การณเภทนฺติ สพฺพมฺปิ ยถาวุตฺตํ ติตฺถกรานํ สาวกานํ อปายทุกฺขาวหํ มิจฺฉาปฏิปตฺติสงฺขาตํ การณวิเสสํ. โส ปเนส ปสาโท น นิยฺยาติ มิจฺฉตฺตปกฺขิกตฺตา สุราปีตสิงฺคาเล ปสาโท วิย. สุรํ ปริสฺสาเวตฺวา ฉฑฺฑิตกสฏํ สุราชลฺลิกํ. พฺราหฺมณา นาม ธนลุทฺธาติ อธิปฺปาเยนาห ‘‘อิมํ วญฺเจสฺสามี’’ติ. กํสสตาติ กหาปณสตา.

๑๔๔. ตสฺสาติ ปสาทสฺส. สพฺโพปิ โลโภ กามุปาทานนฺเตว วุจฺจตีติ อาห ‘‘อรหตฺตมคฺเคน กามุปาทานสฺส ปหานปริญฺญ’’นฺติ. เอวรูเปติ อีทิเส สพฺพโส กิเลสานํ อุปสมสํวตฺตนิเก. ยถานุสิฏฺฐํ ปฏิปชฺชมานานํ อปาเยสุ อปตนวเสน ธารณฏฺเฐน ธมฺเม. สพฺพโส วินยนฏฺเฐน วินเย. ตตฺถ ภวทุกฺขนิสฺสรณาย สํวตฺตเน.

นมสฺสมาโน อฏฺฐาสิ เทฺว อสงฺเขฺยยฺยานิ ปจฺเจกโพธิปารมีนํ ปูรเณน ตตฺถ พุทฺธสาสเน ปริจเยน จ ภควติ ปสนฺนจิตฺตตาย จ. ‘‘อุลูกา’’ตฺยาทิคาถา รุกฺขเทวตาย ภาสิตา. กาลุฏฺฐิตนฺติ สายนฺหกาเล ทิวาวิหารโต อุฏฺฐิตํ. ทุคฺคเตโส น คจฺฉตีติ ทุคฺคตึ เอโส น คมิสฺสติ. โมรชิโก มุรชวาทโก. มหาเภริวาทกวตฺถุอาทีนิปิ สิตปาตุกรณํ อาทึ กตฺวา วิตฺถาเรตพฺพานิ.

ปรมตฺเถติ โลกุตฺตรธมฺเม. กึ ปน วตฺตพฺพนฺติ ธมฺเมปิ ปรมตฺเถ นิมิตฺตํ คเหตฺวา สุณนฺตานํ. สามเณรวตฺถูติ ปพฺพชิตทิวเสเยว สปฺเปน ทฏฺโฐ หุตฺวา กาลํ กตฺวา เทวโลกํ อุปปนฺนสามเณรวตฺถุ.

ขีโรทนนฺติ ขีเรน สทฺธึ สมฺมิสฺสํ โอทนํ. ติมฺพรุสกนฺติ ตินฺทุกผลํ. ติปุสสทิสา เอกา วลฺลิชาติ ติมฺพรุสํ, ตสฺส ผลํ ติมฺพรุสกนฺติ จ วทนฺติ. กกฺการิกนฺติ ขุทฺทกเอลาฬุกํ. มหาติปุสนฺติ จ วทนฺติ. วลฺลิปกฺกนฺติ ขุทฺทกติปุสวลฺลิยา ผลํ. หตฺถปตาปกนฺติ มนฺทามุขิ. อมฺพกญฺชิกนฺติ อมฺพิลกญฺชิกํ. ขฬยาคุนฺติปิ วทนฺติ. โทณินิมฺมชฺชนินฺติ สเตลํ ติลปิญฺญากํ. วิธุปนนฺติ จตุรสฺสพีชนึ. ตาลวณฺฏนฺติ ตาลปตฺเตหิ กตมณฺฑลพีชนึ. โมรหตฺถนฺติ โมรปิญฺเฉหิ กตํ มกสพีชนึ.

วุตฺตนยานุสาเรเนวาติ ยสฺมา อิธาปิ ยถาวุตฺตํ สพฺพมฺปิ การณเภทํ เอกโต กตฺวา ทสฺเสนฺโต สตฺถา ‘‘ตํ กิสฺส เหตู’’นฺติอาทิมาห, ตสฺมา ตตฺถ อนิยฺยานิกสาสเน วุตฺตนยสฺส อนุสฺสรณวเสน โยเชตฺวา เวทิตพฺพํ.

๑๔๕. ปริญฺญนฺติ ปหานปริญฺญํ. เตสํ ปจฺจยํ ทสฺเสตุนฺติ อุปาทานานํ ปริญฺญา นาม ปหานปริญฺญา. เตสํ อจฺจนฺตนิโรโธ อธิปฺเปโต, โส จ ปจฺจยนิโรเธน โหตีติ เตสํ ปจฺจยํ มูลการณโต ปภุติ ทสฺเสตุํ. อยนฺติ อิทานิ วุจฺจมาโน เอตฺถ ‘‘อิเม จา’’ติอาทิปาเฐ ‘‘กึ นิทานา’’ติอาทิสมาสปทานํ อตฺโถ. สพฺพปเทสูติ ‘‘ตณฺหาสมุทยา’’ติอาทีสุ สพฺเพสุ ปเทสุ. อิมินา เอว จ สพฺพคฺคหเณน ‘‘ผสฺสนิทานา’’ติอาทีนมฺปิ ปทานํ สงฺคโห ทฏฺฐพฺโพ. อิเม อญฺญติตฺถิยา อุปาทานานมฺปิ สมุทยํ น ชานนฺติ, กุโต นิโรธํ, ตถาคโต ปน เตสํ ตปฺปจฺจยปจฺจยานมฺปิ สมุทยญฺจ อตฺถงฺคมญฺจ ยาถาวโต ชานาติ, ตสฺมา – ‘‘อิเธว, ภิกฺขเว, สมโณ…เป… สุญฺญา ปรปฺปวาทา สมเณภิ อญฺเญหี’’ติ (ม. นิ. ๑.๑๓๙) ยถารทฺธสีหนาทํ มตฺถกํ ปาเปตฺวา ทสฺเสนฺโต ‘‘อิเม จ, ภิกฺขเว, จตฺตาโร อุปาทานา’’ติอาทินา (ม. นิ. ๑.๑๔๕) นเยน เทสนํ ปฏิจฺจสมุปฺปาทมุเขน โอตาเรนฺโต วฏฺฏํ ทสฺเสตฺวา ‘‘ยโต จ โข’’ติอาทินา วิวฏฺฏํ ทสฺเสนฺโต อรหตฺเตน เทสนาย กูฏํ คณฺหิ, ตมตฺถํ ทสฺเสนฺโต ‘‘ยสฺมา ปน ภควา’’ติอาทิมาห. ตํ สุวิญฺเญยฺยเมว.

จูฬสีหนาทสุตฺตวณฺณนาย ลีนตฺถปฺปกาสนา สมตฺตา.