๓. ธมฺมทายาทสุตฺตวณฺณนา

๒๙. ตสฺมา ตํ ทสฺเสตฺวาติ ยสฺมา สุตฺตนฺตวณฺณนา สุตฺตนิกฺเขปํ ทสฺเสตฺวา วุจฺจมานา ปากฏา โหติ, ยสฺมา จสฺส ธมฺมทายาทสุตฺตสฺส อฏฺฐุปฺปตฺติโก นิกฺเขโป, ตสฺมา ตํ นิกฺเขปํ ทสฺเสตฺวา, กเถตฺวาติ อตฺโถ. ลาภสกฺกาเรติ (สํ. นิ. ฏี. ๒.๒.๖๓) ลาภสกฺการสงฺขาตาย อฏฺฐุปฺปตฺติยาติ เกจิ, ลาภสกฺกาเร วา อฏฺฐุปฺปตฺติยาติ อปเร. ยา หิ ลาภสกฺการนิมิตฺตํ ตทา ภิกฺขูสุ ปจฺจยพาหุลฺลิกตา ชาตา, ตํ อฏฺฐุปฺปตฺตึ กตฺวา ภควา อิมํ เทเสสีติ. ยมกมหาเมโฆติ เหฏฺฐาโอลมฺพนอุปริอุคฺคมนวเสน สตปฏโล สหสฺสปฏโล ยุคฬมหาเมโฆ. ติฏฺฐนฺติ เจว ภควติ กตฺถจิ นิพทฺธวาสํ วสนฺเต, จาริกํ ปน คจฺฉนฺเต อนุพนฺธนฺติ จ. ภิกฺขูนมฺปิ เยภุยฺเยน กปฺปสตสหสฺสํ ตโต ภิยฺโยปิ ปูริตทานปารมิสญฺจยตฺตา ตทา มหาลาภสกฺกาโร อุปฺปชฺชีติ วุตฺตํ ‘‘เอวํ ภิกฺขุสงฺฆสฺสปี’’ติ.

สกฺกโตติ สกฺการปฺปโต. ครุกโตติ ครุการปฺปตฺโต. มานิโตติ พหุมโต มนสา ปิยายิโต จ. ปูชิโตติ มาลาทิปูชาย เจว จตุปจฺจยาภิปูชาย จ ปูชิโต. อปจิโตติ อปจายนปฺปตฺโต. ยสฺส หิ จตฺตาโร ปจฺจเย สกฺกตฺวาปิ อภิสงฺขเต ปณีตปณีเต อุปเนนฺติ, โส สกฺกโต. ยสฺมึ ครุภาวํ ปจฺจุปฏฺฐเปตฺวา เต เทนฺติ, โส ครุกโต. ยํ มนสา ปิยายนฺติ พหุมญฺญนฺติ จ, โส พหุมโต. ยสฺส สพฺพเมตํ ปูชาวเสน กโรนฺติ, โส ปูชิโต. ยสฺส อภิวาทนปจฺจุฏฺฐานญฺชลิกมฺมาทิวเสน ปรมนิปจฺจการํ กโรนฺติ, โส อปจิโต. ภควติ ภิกฺขุสงฺเฆ จ โลโก เอวํ ปฏิปนฺโน. เตน วุตฺตํ ‘‘เตน โข ปน…เป… ปริกฺขาราน’’นฺติ. ลาภคฺคยสคฺคปตฺตนฺติ ลาภสฺส จ ยสสฺส จ อคฺคํ อุกฺกํสํ ปตฺตํ.

ปจฺจยา จีวราทโย ครุกาตพฺพา เอเตสนฺติ ปจฺจยครุกา, อามิสจกฺขุกาติ อตฺโถ. ปจฺจเยสุ คิทฺธา คธิตา ปจฺจยานํ พหุลภาวาย ปฏิปนฺนาติ ปจฺจยพาหุลิกา. ภควโตปิ ปากฏา อโหสิ ปกติจาริตฺตวเสนาติ อธิปฺปาโย อญฺญถา อปากฏสฺเสว อภาวโต. ธมฺมสภาวจินฺตาวเสน ปวตฺตํ สโหตฺตปฺปญาณํ ธมฺมสํเวโค, อิธ ปน โส ภิกฺขูนํ ลาภครุตาธมฺมวเสน เวทิตพฺโพ. สมณธมฺมวุตฺตีติ สมณธมฺมกรณํ. สาติ ธมฺมทายาทเทสนา. ปฏิพิมฺพทสฺสนวเสน สพฺพกายสฺส ทสฺสนโยคฺโค อาทาโสติ สพฺพกายิกอาทาโส.

ปิตุ-ทายํ, เตน ทาตพฺพํ, ตโต ลทฺธพฺพํ อรหภาเวน อาทิยนฺตีติ ทายาทา, ปุตฺตา. ตญฺจ โลเก อามิสเมว, สาสเน ปน ธมฺโมปีติ ตตฺถ ยํ สาวชฺชํ อนิยฺยานิกญฺจ, ตํ ปฏิกฺขิปิตฺวา, ยํ นิยฺยานิกํ อนวชฺชญฺจ, ตตฺถ ภิกฺขู นิโยเชนฺโต ภควา อโวจ ‘‘ธมฺมทายาทา เม, ภิกฺขเว, ภวถ, มา อามิสทายาทา’’ติ. ธมฺมสฺส เม ทายาทาติ มม ธมฺมสฺส โอคาหิโน, ธมฺมภาคภาคิโนติ อตฺโถ. ตถา หิ วกฺขติ ‘‘ธมฺมโกฏฺฐาสสฺเสว สามิโน’’ติ (ม. นิ. อฏฺฐ.๑.๒๙). นิพฺพตฺติตธมฺโมติ อสํกิเลสิกานุตฺตราทิภาเวน ธมฺมสามญฺญโต นิทฺธาริตธมฺโม. ปริยาเยติ สภาวโต ปริวตฺเตตฺวา ญาเปติ เอเตนาติ ปริยาโย, เลโส, เลสการณํ วา. ตทภาวโต นิปฺปริยายธมฺโม มคฺคปฺปตฺติยา อปายปตนาทิโต อจฺจนฺตเมว วารณโต. อิตโร วุตฺตวิปริยายโต ปริยายธมฺโม อจฺจนฺตํ อปายทุกฺขวฏฺฏทุกฺขปาตนโต ปรมฺปราย วารณโต. ยถา หิ โลกิยํ กุสลํ ทานสีลาทิ วิวฏฺฏํ อุทฺทิสฺส นิพฺพตฺติตํ, อยํ ตํ อสมฺปาเทนฺตมฺปิ ตํ สมฺปาปกสฺส ธมฺมสฺส นิพฺพตฺตการณภาวปริยาเยน ปริยายธมฺโม นาม โหติ, เอวํ ตํ วฏฺฏํ อุทฺทิสฺส นิพฺพตฺติตํ, ยํ ตณฺหาทีหิ สวิเสสํ อามสิตพฺพโต อามิสนฺติ โลเก ปากฏํ อจฺฉาทนโภชนาทิ, ตสฺส, ตํสทิสสฺส จ ผลวิเสสสฺส นิมิตฺตภาวปริยาเยน ปริยายามิสนฺติ วุจฺจตีติ ทสฺเสนฺโต อาห ‘‘ยํ ปนิทํ…เป… อิทํ ปริยายามิสํ นามา’’ติ.

‘‘สกลเมว หิทํ, อานนฺท, พฺรหฺมจริยสฺส ยทิทํ กลฺยาณมิตฺตตา’’ติ (สํ. นิ. ๕.๒, ๓) อาทิวจนโต สาวเกหิ อธิคโตปิ โลกุตฺตรธมฺโม สตฺถุเยวาติ วตฺตพฺพตํ อรหตีติ วุตฺตํ ‘‘นิปฺปริยายธมฺโมปิ ภควโตเยว สนฺตโก’’ติ. สาวกานญฺหิ ธมฺมทิฏฺฐิปจฺจยสฺสปิ โยนิโสมนสิการสฺส วิเสสปจฺจโย ปรโตโฆโส จ ตถาคตาธีโนติ เตหิ ปฏิวิทฺโธปิ ธมฺโม ธมฺมสฺสามิโนเยวาติ วตฺตุํ ยุตฺตํ. เตนาห ‘‘ภควตา หี’’ติอาทิ. ตตฺถ อนุปฺปนฺนสฺส มคฺคสฺสาติ กสฺสปสฺส ภควโต สาสนนฺตรธานโต ปภุติ ยาว อิมสฺมา พุทฺธุปฺปาทา อสมฺโพธวเสน น อุปฺปนฺนสฺส อริยมคฺคสฺส. อุปฺปาเทตาติ นิพฺพตฺเตตา. ตํ ปเนตํ มคฺคสฺส ภควโต นิพฺพตฺตนํ, น ปจฺเจกพุทฺธานํ วิย สสนฺตาเนเยว, อถ โข ปรสนฺตาเนปีติ ทสฺเสตุํ ‘‘อสญฺชาตสฺส มคฺคสฺส สญฺชเนตา,อนกฺขาตสฺส มคฺคสฺส อกฺขาตา’’ติ วุตฺตํ. ตยิทํ มคฺคสฺส อุปฺปาทนํ สญฺชานนญฺจ อตฺถโต ชานนญฺเญว อสมฺโมหปฏิเวธภาวโตติ วุตฺตํ ‘‘มคฺคญฺญู มคฺควิทู’’ติ. อกฺขานํ ปนสฺส สุกุสลภาเวนาติ วุตฺตํ ‘‘มคฺคโกวิโท’’ติ. สตฺถารา ยถาคตํ มคฺคํ อนุคจฺฉนฺตีติ มคฺคานุคา ภควโต เอว ตํ มคฺคํ สุฏฺฐุ อธิคมนโต. ปจฺฉา ปรโต สมฺมา อนุ อนุ อาคตา ปฏิปนฺนาติ ปจฺฉา สมนฺนาคตา.

ชานํ ชานาตีติ ชานิตพฺพเมว อภิญฺเญยฺยาทิเภทํ ชานาติ เอกนฺตหิตปฏิปตฺติโต. ปสฺสํ ปสฺสตีติ ตถา ปสฺสิตพฺพเมว ปสฺสติ. อถ วา ชานํ ชานาตีติ สพฺพญฺญุตญฺญาเณน ชานิตพฺพํ ชานาติเยว. น หิ ปเทสญาเณน ชานิตพฺพํ สพฺพํ เอกนฺตโต ชานาติ. ปสฺสํ ปสฺสตีติ ทิพฺพจกฺขุ ปญฺญาจกฺขุ ธมฺมจกฺขุ พุทฺธจกฺขุ สมนฺตจกฺขุสงฺขาเตหิ ปญฺจหิ จกฺขูหิ ปสฺสิตพฺพํ ปสฺสติเยว. อถ วา ชานํ ชานาตีติ ยถา อญฺเญ สวิปลฺลาสา กามรูปปริญฺญาวาทิโน ชานนฺตาปิ วิปลฺลาสวเสน ชานนฺติ, น เอวํ ภควา. ภควา ปน ปหีนวิปลฺลาสตฺตา ชานนฺโต ชานาติเยว, ทิฏฺฐิทสฺสนสฺส จ อภาวา ปสฺสนฺโต ปสฺสติเยวาติ อตฺโถ. จกฺขุภูโตติ ปญฺญาจกฺขุมยตฺตา ตสฺส จ ปตฺตตฺตา สตฺเตสุ จ ตทุปฺปาทนโต ทสฺสนปริณายกฏฺเฐน โลกสฺส จกฺขุ วิย ภูโต. ญาณภูโตติ เอตสฺส จ เอวเมว อตฺโถ ทฏฺฐพฺโพ. ธมฺมา โพธิปกฺขิยา, พฺรหฺมา มคฺโค, เตหิ อุปฺปนฺนตฺตา, เตสํวา ปตฺตตฺตา อธิคตตฺตา, โลกสฺส จ ตทุปฺปาทนโต ‘‘ธมฺมภูโต,พฺรหฺมภูโต’’ติ จ เวทิตพฺโพ. วตฺตาติ จตุสจฺจธมฺมํ วทตีติ วตฺตา. จิรํ สจฺจปฺปฏิเวธํ ปวตฺเตนฺโต วทตีติ ปวตฺตา. อตฺถสฺส นินฺเนตาติ ธมฺมตาสงฺขาตํ ปรมตฺถํ นิพฺพานญฺจ นิทฺธาเรตฺวา ทสฺเสตา, ปาปยิตา วา. อมตสฺส ทาตาติ อมตํ สจฺฉิกิริยํ สตฺเตสุ อุปฺปาเทนฺโต อมตํ ททาตีติ อมตสฺส ทาตา. โพธิปกฺขิยธมฺมานํ ตทายตฺตภาวโต ธมฺมสฺสามี.

‘‘ยา จ นิพฺพานสมฺปตฺติ, สพฺพเมเตน ลพฺภติ;

สุโข วิปาโก ปุญฺญานํ, อธิปฺปาโย สมิชฺฌติ. (เปฏโก. ๒๓);

นิพฺพานปฏิสํยุตฺโต, สพฺพสมฺปตฺติทายโก’’ติ –

เอวมาทึ ภควโต วจนํ สุตฺวา เอว ภิกฺขู ทานาทิปุญฺญานํ วิวฏฺฏสนฺนิสฺสยตํ ชานนฺติ, น อญฺญถาติ วุตฺตํ ‘‘ปริยายธมฺโมปิ…เป… ปฏิลภตี’’ติ. ‘‘เอทิสํ ปริภุญฺจิตพฺพ’’นฺติ กปฺปิยสฺส จ จีวราทิปจฺจยสฺส ภควโต วจเนน วินา ปฏิคฺคโหปิ ภิกฺขูนํ น สมฺภวติ, กุโต ปริโภโคติ อาห ‘‘นิปฺปริยายามิสมฺปี’’ติอาทิ.

ปริยายามิสสฺส ภควโต สนฺตกภาโว ปริยายธมฺมสฺส ตพฺภาเวเนว ทีปิโต. ตเทว สามิภาวํ ทสฺเสนฺโตติ สมฺพนฺโธ. ตสฺมาติ อตฺตาธีนปฏิลาภปฏิคฺคหตาย อตฺตโน สนฺตกตฺตา จ. ตตฺถาติ ตสฺมึ ธมฺมามิเส.

ปจฺจยา จีวราทโย ปรมา ปาปุณิตพฺพภาเวน อุตฺตมมริยาทา เอตสฺส น อุตฺตริมนุสฺสธมฺมา อปฺปิจฺฉตาทโย จาติ ปจฺจยปรโม, ลาภครูติ อตฺโถ. ตณฺหุปฺปาเทสูติ ‘‘จีวรเหตุ วา, ภิกฺขเว, ภิกฺขุโน ตณฺหา อุปฺปชฺชมานา อุปฺปชฺชติ, ปิณฺฑปาตเสนาสนอิติภวาภวเหตุ วา, ภิกฺขเว, ภิกฺขุโน ตณฺหา อุปฺปชฺชมานา อุปฺปชฺชตี’’ติ (ที. นิ. ๓.๓๑๑; อ. นิ. ๔.๙; อิติวุ. ๑๐๕) เอวํ วุตฺเตสุ จตูสุ ตณฺหุปฺปตฺติโกฏฺฐาเสสุ. อปฺปิจฺฉตาสนฺตุฏฺฐิสลฺเลขปวิเวกาทโย อปฺปิจฺฉตาทโย.

ตตฺถาติ ตสฺมึ โอวาเท, เตสุ วา ธมฺมปฏิคฺคาหเกสุ ภิกฺขูสุ. ภวิสฺสติ วา เยสํ ตตฺถาติ โยชนา. อิมสฺมึ ปกฺเข ตตฺถาติ ตสฺมึ โอวาเท อิจฺเจว อตฺโถ ทฏฺฐพฺโพ. อธิปฺปาโย อามิสทายาทตาย อุปฺปชฺชนกอนตฺถานุปฺปาทสฺส ธมฺมทายาทตาย อุปฺปชฺชนกอฏฺฐุปฺปตฺติยา จ อากงฺขา. เตนาห ‘‘ปสฺสตี’’ติอาทิ. ตตฺถ อามิเส อุปกฺขลิตานนฺติ อามิสเหตุ วิปฺปฏิปนฺนานํ. อตีตกาเลติ กสฺสปสมฺมาสมฺพุทฺธกาเล. กปิลสฺส ภิกฺขุโน วตฺถุ กปิลสุตฺเตน, ‘‘สงฺฆาฏิปิอาทิตฺตา โหตี’’ติอาทินา ลกฺขณสุตฺเตน (สํ. นิ. ๒.๒๑๘) จ วิภาเวตพฺพํ. อามิสครุโก อปฺปคฺฆภาเวน กูฏกหาปโณ วิย นิตฺเตโช สมณเตเชน อนุชฺชลโต นิพฺพุตงฺคาโร วิย นิปฺปโภ จ โหตีติ โยชนา. ตโตติ ปจฺจยครุกภาวโต. วิวตฺติตจิตฺโตติ วินิวตฺติตมานโส, สลฺเลขวุตฺตีติ อตฺโถ.

ธมฺมทายาทาติ เอตฺตาวตา อนฺโตคธาวธารณํ วจนนฺติ เตน อวธารเณน นิวตฺติตมตฺถํ วิภาเวตุํ ‘‘มา อามิสทายาทา’’ติ ปฏิกฺเขโป ทสฺสิโต. ตเถว จ วิภาเวตุํ อธิปฺปายานิสํสวิภาวเนสุปิ ทสฺสิโต, ตถา อาทีนววิภาวเนน ธมฺมทายาทตาปฏิกฺเขโป. อปทิสิตพฺพาติ เหฏฺฐา กตฺวา วตฺตพฺพาติ. อาทิยาติ เอตฺถ ยสฺมา อา-กาโร มริยาทตฺโถ, ตสฺมา ธมฺมทายาทตาวิธุเรน อามิสทายาทภาเวน เหตุภูเตน, กรณภูเตน วา อาทิยํ วิเวจนํ วิญฺญูหิ วิสุํ กรณํ ววตฺถานสฺส โหตีติ อาห ‘‘วิสุํ กาตพฺพา’’ติ. เตนาห ‘‘วิญฺญูหิ คารยฺหา ภเวยฺยาถาติ วุตฺตํ โหตี’’ติ.

‘‘อตฺถิ เม ตุเมฺหสุ อนุกมฺปา…เป… โน อามิสทายาทา’’ติ ภิกฺขูสุ อตฺตโน กรุณายนากิตฺตนํ เตสํ มุทุกรณํ, ‘‘อหมฺปิ เตนา’’ติอาทิ ปน ตโตปิ สวิเสสํ มุทุกรณนฺติ อาห ‘‘อตีว มุทุกรณตฺถ’’นฺติ.

นาฬกปฏิปทาทโย นาฬกสุตฺตาทีสุ (สุ. นิ. ๖๘๔-๗๒๘) อาคตปฏิปตฺติโย. ตา ปน ยสฺมา นาฬกตฺเถราทีหิ ปฏิปนฺนา ปรมสลฺเลขวุตฺติภูตา อติอุกฺกฏฺฐปฏิปตฺติโย, ตสฺมา อิธ ธมฺมทายาทปฏิปทาย อุทาหรณภาเวน อุทฺธฏา. สกฺขิภูตาติ ตาย ปฏิปตฺติยา วุจฺจมานาย ‘‘กึ เม วินา ปฏิปชฺชนโก อตฺถี’’ติ อสทฺทหนฺตานํ ปจฺจกฺขกรเณน สกฺขิภูตา. อิมสฺมินฺติ ‘‘ตุเมฺห จ เม ภิกฺขเว ธมฺมทายาทา’’ติอาทิเก วาเกฺย. เสสนฺติ ‘‘ตุเมฺห จ เม’’ติอาทิกํ สุกฺกปกฺเข อาคตํ ปาฬิปทํ. วุตฺตนยปจฺจนีเกนาติ ‘‘เตน ธมฺมทายาทภาเวน โน อามิสทายาทภาเวนา’’ติ เอวํ กณฺหปกฺเข วุตฺตนยสฺส ปฏิปกฺเขน.

๓๐. โถมนํ สุตฺวาติ ปฏิปชฺชนกสฺส ปุคฺคลสฺส ปสํสนํ สุตฺวา ยถา ตํ สปริสสฺส อายสฺมโต อุปเสนสฺส ปฏิปตฺติยา สีลโถมนํ สุตฺวา. นิปาตปทนฺติ อิมินา อิธ-สทฺทสฺส อนตฺถกตมาห. ปวาริโตติ ปฏิกฺเขปิโต. โย หิ ภุญฺชนฺโต โภชเนน ติตฺโต ปริเวสเกน อุปนีตโภชนํ ปฏิกฺขิปติ, โส เตน ปวาริเตน ปฏิกฺเขปิโต นาม โหติ. เตนาห ‘‘ปวาริโตติ…เป… วุตฺตํ โหตี’’ติ. ปกาเรหิ ทิฏฺฐาทีหิ วาเรติ สงฺฆาทิเก ยาจาเปติ ภตฺเต กโรติ เอตายาติ ปวารณา, อาปตฺติวิโสธนาย อตฺตโวสฺสคฺโค โอกาสทานํ. สา ปน ยสฺมา เยภุยฺเยน วสฺสํวุตฺเถหิ กาตพฺพา วุตฺตา, ตสฺมา ‘‘วสฺสํวุตฺถปวารณา’’ติ วุตฺตํ. ปวาเรติ ปจฺจเย อิจฺฉาเปติ เอตายาติ ปวารณา, จีวราทีหิ อุปนิมนฺตนา. ปการยุตฺตา วารณาติ ปวารณา, วิปฺปกตโภชนตาทิจตุรงฺคสหิโต โภชนปฏิกฺเขโป. สา ปน ยสฺมา อนติริตฺตโภชนนิมิตฺตาย อาปตฺติยา การณํ โหติ, ตสฺมา ‘‘อนติริตฺตปวารณา’’ติ วุตฺตา. ยาวทตฺถโภชนสฺส ปวารณา ยาวทตฺถปวารณา, ปริโยสิตโภชนสฺส อุปนีตาหารปฏิกฺเขโปติ อตฺโถ.

‘‘ภุตฺตาวี’’ติ วจนโต โภชนปาริปูริตา อิธาธิปฺเปตาติ อาห ‘‘ปริปุณฺโณติ โภชเนน ปริปุณฺโณ’’ติ. ปริโยสิโตติ เอตฺถาปิ เอเสว นโย ‘‘โภชเนน โภชนกิริยาย ปริโยสิโต’’ติ. อฏฺฐกถายํ ปน อธิปฺเปตตฺถํ ปากฏํ กตฺวา ทสฺเสตุํ โภชน-สทฺทสฺส โลโป วุตฺโต. ธาโตติ ติตฺโต. สาธกานีติ ญาปกานิ. ปริโยสิตโภชนํ สุหิตยาวทตฺถตาคหเณหิ ภุตฺตาวิตาทโย, ภุตฺตาวิตาทิคฺคหเณหิ วา อิตเร โพธิตา โหนฺตีติ อญฺญมญฺญํ เนสํ ญาปกญาเปตพฺพตํ ทสฺเสตุํ ‘‘โย หี’’ติอาทิ วุตฺตํ. เอวํ ฉหิปิ ปเทหิ อุทราวเทหกํ โภชนํ ทสฺสิตํ, ตญฺจ โข ปริกปฺปนาวเสน. น หิ ภควา เอวํ ภุญฺชติ. เตนาห ‘‘สพฺพญฺเจตํ ปริกปฺเปตฺวา วุตฺต’’นฺติ.

‘‘สิยา เอว, นาปิ สิยา’’ติ จ อิทํ อตฺถทฺวยมฺปิ อิธ สมฺภวตีติ วุตฺตํ ‘‘อิธ อุภยมฺปิ วฏฺฏตี’’ติ. อถาติ อนนฺตรํ, มม โภชนสมนนฺตรเมวาติ อตฺโถ. ตํ ปน ยสฺมา ยถาวุตฺตกาลปจฺจามสนํ โหติ, ตสฺมา ‘‘ตมฺหิ กาเล’’ติ วุตฺตํ. อปฺปรุฬฺหหริเตติ รุหมานติณาทิหริตรหิเต. อภาวตฺโถ จ อยํ อปฺป-สทฺโท ‘‘อปฺปิจฺโฉ’’ติอาทีสุ (ม. นิ. ๑.๒๕๒, ๓๓๖; สํ. นิ. ๒.๑๔๘) วิย.

กถิเตปีติ ปิ-สทฺโท อวุตฺตสมุจฺจยตฺโถ. เตน วาปสมีกรณาทึ สงฺคณฺหาติ. ตถา เหส วุตฺต-สทฺโท ‘‘โน จ โข ปฏิวุตฺต’’นฺติอาทีสุ (ปารา. ๒๘๙) วาปสมีกรเณ ทิสฺสติ, ‘‘ปนฺนโลโม ปรทตฺตวุตฺโต’’ติอาทีสุ (จูฬว. ๓๓๒) ชีวิตวุตฺติยํ, ‘‘ปณฺฑุปลาโส พนฺธนา ปวุตฺโต’’ติอาทีสุ (ปารา. ๙๒; ปาจิ. ๖๖๖; มหาว. ๑๒๙; ม. นิ. ๓.๕๙) อปคเม, ‘‘คีตํ ปวุตฺตํ สมิหิต’’นฺติอาทีสุ (ที. นิ. ๑.๒๘๕) ปาวจนภาเวน ปวตฺติเต, โลเก ปน ‘‘วุตฺตํ ปรายณ’’นฺติอาทีสุ (มหาภาส ๗.๒.๒๖) อชฺเฌเน ทิสฺสตีติ.

น เอตฺถ ปิณฺฑปาตโภชเนน ธมฺมทายาทตา นิวาริตา, ปิณฺฑปาตโภชนํ ปน อนาทริตฺวา ธมฺมานุธมฺมปฏิปตฺตีติ เอตฺถ การณํ ทสฺเสนฺโต อาห ‘‘ปิณฺฑปาตํ…เป… วีตินาเมยฺยา’’ติ. ตตฺถ วีตินาเมยฺยาติ กมฺมฏฺฐานานุโยเคน เขเปยฺย. เตนาห ‘‘อาทิตฺตสีสูปมํ ปจฺจเวกฺขิตฺวา’’ติ. อาทิตฺตสีสูปมนฺติอาทิตฺตสีสูปมสุตฺตํ.

กิญฺจาปีติ อยํ ‘‘ยทิปี’’ติ อิมินา สมานตฺโถ นิปาโต. นิปาโต จ นาม ยตฺถ ยตฺถ วาเกฺย ปยุชฺชติ, เตน เตน วตฺตพฺพตฺถโชตโก โหตีติ อิธ ‘‘ปิณฺฑปาต’’นฺติอาทินา อนุญฺญาปสํสาวเสน วุจฺจมานสฺส อตฺถสฺส โชตโกติ อธิปฺปาเยน ‘‘อนุชานนปสํสนตฺเถ นิปาโต’’ติ วุตฺตํ, อนุญฺญาปสํสารมฺเภ ปน ‘‘อสมฺภาวนตฺเถ’’ติ วุตฺตํ สิยา ปุริเมเยว สมฺภาวนาวิภาวนโต อธิกตฺตานุโลมโต จ.

เอกวารํ ปวตฺตํ ปิณฺฑปาตปฏิกฺขิปนํ กถํ ทีฆรตฺตํ อปฺปิจฺฉตาทีนํ การณํ โหตีติ โจทนํ สนฺธายาห ‘‘ตสฺส หี’’ติอาทิ. ตตฺถ อตฺริจฺฉตาติ อตฺร อิจฺฉตีติ อตฺริจฺโฉ, ตสฺส ภาโว อตฺริจฺฉตา, อตฺถโต ปรลาภปตฺถนา. ตถา หิ วุตฺตํ ‘‘ปุริเมเยว สกลาเภน อสนฺตุฏฺฐิ, ปรลาเภ จ ปตฺถนา, เอตํ อตฺริจฺฉตาลกฺขณ’’นฺติ (วิภ. อฏฺฐ. ๘๔๙). ปาปิจฺฉตาติ อสนฺตคุณสมฺภาวนาธิปฺปายตา. ปาปา อิจฺฉา เอตสฺสาติ ปาปิจฺโฉ, ตสฺส ภาโว ปาปิจฺฉตา. ยถาห ‘‘อสนฺตคุณสมฺภาวนตา ปฏิคฺคหเณ จ อมตฺตญฺญุตา, เอตํ ปาปิจฺฉลกฺขณ’’นฺติ (วิภ. อฏฺฐ. ๘๕๑). มหนฺตานิ วตฺถูนิ อิจฺฉติ, มหตี วา ตสฺส อิจฺฉาติ มหิจฺโฉ, ตสฺส ภาโว มหิจฺฉตา. ยํ สนฺธาย วุตฺตํ ‘‘สนฺตคุณสมฺภาวนตา ปฏิคฺคหเณ จ อมตฺตญฺญุตา, เอตํ มหิจฺฉลกฺขณ’’นฺติ. ปจฺจเวกฺขมาโน นิวาเรสฺสตีติ โยชนา. อสฺส ภิกฺขุโน สํวตฺติสฺสติ ปิณฺฑปาตปฏิกฺเขโป.

มหิจฺโฉ ปุคฺคโล ยถา ปจฺจยทานวเสน ปจฺจยทายเกหิ ภริตุํ อสกฺกุเณยฺโย, เอวํ ปจฺจยปริเยสนวเสน อตฺตนาปีติ วุตฺตํ ‘‘อตฺตโนปิ อุปฏฺฐากานมฺปิ ทุพฺภโร โหตี’’ติ. สทฺธาเทยฺยสฺส วินิปาตวเสน ปวตฺติยา อญฺญสฺส ฆเร ฉฑฺเฑนฺโต. ริตฺตปตฺโตวาติ เยสุ กุเลสุ ปฏิปิณฺฑวเสน ปวตฺตติ, เตสํ สพฺพปจฺฉิมํ อตฺตโน ยถาลทฺธํ ทตฺวา ตตฺถ กิญฺจิ อลทฺธา ริตฺตปตฺโต วิหารํ ปวิสิตฺวา นิปชฺชติ ชิฆจฺฉาทุพฺพเลฺยนาติ อธิปฺปาโย. ยถาลทฺธปจฺจยปริโภเคน, ปุน ปริเยสนานาปชฺชเนน อตฺตโน สุภรตา, ยถาลทฺธปจฺจเยน อวญฺญํ อกตฺวา สนฺโตสาปตฺติยา อุปฏฺฐากานํ สุภรตา เวทิตพฺพา.

กถาวตฺถูนีติ อปฺปิจฺฉตาทิปฏิสํยุตฺตานํ กถานํ วตฺถูนีติ กถาวตฺถูนิ, อปฺปิจฺฉตาทโย เอว. ตีณีติ ตีณิ กถาวตฺถูนิ. อภิสลฺเลขิกาติ อติวิย กิเลเส สลฺลิขตีติ อภิสลฺเลโข, อปฺปิจฺฉ ตาทิคุณสมุทาโย, โส เอติสฺสา อตฺถีติ อภิสลฺเลขิกา, มหิจฺฉตาทีนํ ตนุภาวาย ยุตฺตรูปา อปฺปิจฺฉตาทิปฏิสํยุตฺตตา. เจโตวินีวรณสปฺปายาติ กุสลจิตฺตุปฺปตฺติยา นิวารกานํ นีวรณานํ ทูรีภาวกรเณน เจโตวินีวรณสงฺขาตานํ สมถวิปสฺสนานํ สปฺปายา. สมถวิปสฺสนาจิตฺตสฺเสว วา วิภูติภาวกรณาย สปฺปายา อุปการิกาติ เจโตวินีวรณสปฺปายา. เอกนฺตนิพฺพิทายาติอาทิ เยน นิพฺพิทาทิอานิสํเสน อยํ กถา อภิสลฺเลขิกา เจโตวินีวรณสปฺปายา จ นาม โหติ, ตํ ทสฺเสตุํ วุตฺตํ. ตตฺถ เอกนฺตนิพฺพิทายาติ เอกํเสน วฏฺฏทุกฺขโต นิพฺพินฺทนตฺถาย. วิราคาย นิโรธายาติ ตสฺเสว วิรชฺชนตฺถญฺจ นิรุชฺฌนตฺถญฺจ. อุปสมายาติ สพฺพกิเลสวูปสมาย. อภิญฺญายาติ สพฺพสฺสปิ อภิญฺเญยฺยสฺส อภิชานนาย. สมฺโพธายาติ จตุมคฺคสมฺโพธาย. นิพฺพานายาติ อนุปาทิเสสนิพฺพานาย. เอเตสุ หิ อาทิโต ตีหิ วิปสฺสนา วุตฺตา, ปุน ตีหิ มคฺโค, อิตเรน นิพฺพานํ. เตน สมถวิปสฺสนา อาทึ กตฺวา นิพฺพานปริโยสาโน อยํ สพฺโพ อุตฺตริมนุสฺสธมฺโม ทสกถาวตฺถุลาภิโน สมฺภวตีติ ทสฺเสติ. ปริปูเรสฺสนฺตีติ ตํสภาวโต อุปการโต จ สํวตฺติสฺสนฺติ. อปฺปิจฺฉตาทโย หิ เอกวารอุปฺปนฺนา อุปริ ตทตฺถาย สํวตฺติสฺสนฺติ. กถาวตฺถุปริปูรณํ สิกฺขาปริปูรณญฺจ วุตฺตนเยเนว เวทิตพฺพํ.

อมตํ นิพฺพานนฺติ อนุปาทิเสสนิพฺพานธาตุํ. อิตรา ปน เสกฺขาเสกฺขธมฺมปาริปูริยา ปริปุณฺณา. นิพฺพานปาริปูริ เจตฺถ ตทาวหธมฺมปาริปูริวเสน ปริยายโต วุตฺตาติ เวทิตพฺพา. อิทานิ ยายํ อปฺปิจฺฉตาทีนํ อนุกฺกมปริวุทฺธิยา คุณปาริปูริตา, ตํ อุปมาย สาเธนฺโต ‘‘เสยฺยถาปี’’ติอาทิมาห. ตตฺถ ปาวุสฺสโกติ วสฺสานมาเส อุฏฺฐิโต. โส หิ จิรานุปฺปวตฺติ โหติ. ปพฺพตกนฺทรา ปพฺพเตสุ อุปจฺจกาธิจฺจกาปภวนิชฺฌราทินทิโย. สรสาขาติ ยตฺถ อุปริอุนฺนตปเทสโต อุทกํ อาคนฺตฺวา ติฏฺฐติ เจว สนฺทติ จ, เต. กุโสพฺภา ขุทฺทกตฬากา. กุนฺนทิโยติ ปพฺพตปาทโต นิกฺขนฺตา ขุทฺทกนทิโย. ตา หิ มหานทิโย โอตรนฺติโย ปริปูเรนฺติ. ปรมธมฺมทายาทนฺติ ปรมํ อุตฺตมํ ธมฺมทายาทภาวํ, ปรมํ ธมฺมทายชฺชํ วา. เต ภิกฺขูติ เต ธมฺมปฏิคฺคาหเก ภิกฺขู. สนฺนิโยเชนฺโตติ มูลคุเณหิ อปฺปิจฺฉตาทีหิ โยเชนฺโต.

อุคฺคเหตฺวาติ อตฺถโต พฺยญฺชนโต จ อุปธารณวเสน คเหตฺวา อวิปรีตํ คเหตฺวา. สํสนฺเทตฺวาติ มม เทสนานุสาเรน มมชฺฌาสยํ อวิรชฺฌิตฺวา. ยถา อิเธว จินฺเตสีติ ยถา อิมิสฺสา ธมฺมทายาทเทสนาย จินฺเตสิ, เอวํ อญฺญตฺถาปิ ธมฺมโถมนตฺถํ คนฺธกุฏึ ปวิสนฺโต จินฺเตสิ. เอกชฺฌาสยายาติ สมานาธิปฺปายาย. มติยาติ ปญฺญาย. อยํ เทสนา อคฺคาติอาทิ ภควา ธมฺมเสนาปตึ คุณโต เอว ปคฺคณฺหาตีติ กตฺวา วุตฺตํ.

จิตฺตคติยาติ จิตฺตวเสน กายสฺส ปริณามเนน ‘‘อยํ กาโย อิทํ จิตฺตํ วิย โหตู’’ติ กายสฺส จิตฺเตน สมานคติกตาธิฏฺฐาเนน. กถํ ปน กาโย ทนฺธปฺปวตฺติโก ลหุปริวตฺตนจิตฺเตน สมานคติโก โหตีติ? น สพฺพถา สมานคติโก. ยเถว หิ กายวเสน จิตฺตปริณามเน จิตฺตํ สพฺพถา กาเยน สมานคติกํ น โหติ. น หิ ตทา จิตฺตํ สภาวสิทฺเธน อตฺตโน ขเณน อวตฺติตฺวา ทนฺธวุตฺติกสฺส รูปธมฺมสฺส ขเณน วตฺติตุํ สกฺโกติ, ‘‘อิทํ จิตฺตํ อยํ กาโย วิย โหตู’’ติ ปน อธิฏฺฐาเนน ทนฺธคติกสฺส กายสฺส อนุวตฺตนโต ยาว อิจฺฉิตฏฺฐานปฺปตฺติ, ตาว กายคตึ อนุโลเมนฺตเมว หุตฺวา สนฺตานวเสน ปวตฺตมานํ จิตฺตํ กายคติกํ กตฺวา ปริณามิตํ นาม โหติ, เอวํ ‘‘อยํ กาโย อิทํ จิตฺตํ วิย โหตู’’ติ อธิฏฺฐาเนน ปเคว ลหุสญฺญาย สุขุมสญฺญาย จ สมฺปาทิตตฺตา อภาวิติทฺธิปาทานํ วิย ทนฺธํ อวตฺติตฺวา ยถา ลหุํ กติปยจิตฺตวาเรเหว อิจฺฉิตฏฺฐานปฺปตฺติ โหติ, เอวํ ปวตฺตมาโน กาโย จิตฺตคติกภาเวเนว ปริณามิโต นาม โหติ, น เอกจิตฺตกฺขเณเนว ปวตฺติยา. เอวญฺจ กตฺวา พาหุสมิญฺชนปฺปสารณูปมาปิ อุปจาเรน วินา สุฏฺฐุตรํ ยุตฺตา โหติ, อญฺญถา ธมฺมตาวิโลมิตา สิยา. น หิ ธมฺมานํ ลกฺขณญฺญถตฺตํ อิทฺธิพเลน กาตุํ สกฺกา, ภาวญฺญถตฺตเมว ปน สกฺกาติ.

๓๑. ภควโต อธิปฺปายานุรูปํ ภิกฺขูนญฺจ อชฺฌาสยํ ญตฺวาติ วจนเสโส. เทสกาเล วิย ภาชนมฺปิ โอโลเกตฺวา เอว มหาเถโร ธมฺมํ กเถติ. ปกฺกนฺตสฺสาติ อิทํ อนาทเร สามิวจนนฺติ ทสฺเสนฺโต ‘‘ปกฺกนฺตสฺส สโต’’ติอาทิมาห. กิตฺตเกนาติ เกน ปริมาเณน. ตํ ปน ปริมาณํ ยสฺมา ปริเมยฺยสฺส อตฺถสฺส ปริจฺฉินฺทนํ โหติ, ตสฺมา ‘‘กิตฺตาวตาติ ปริจฺเฉทวจน’’นฺติ อาห. นุกาโร ปุจฺฉายนฺติ อยํ นุ-สทฺโท อิเธว ปุจฺฉายํ อาคโตติ กตฺวา วุตฺตํ. นุ-สทฺเทน เหตฺถ โชติยมาโน อตฺโถ กึ-สทฺเทน ปริมาโณ อตฺโถ ปริเมยฺยตฺโถ จ. เอตฺถ สํกิเลสปกฺโข วิเวกสฺส อนนุสิกฺขนํ อามิสทายาทตา, โวทานปกฺโข ตสฺส อนุสิกฺขนํ ธมฺมทายาทตาติ. ตีหิ วิเวเกหีติ วิเวกตฺตยคฺคหณํ ตทนฺโตคธตฺตา วิเวกปญฺจกสฺส. วิเวกปญฺจกคฺคหเณ ปนสฺส สรูเปน กายวิเวโก คหิโต น สิยา, ตทายตฺตตฺตา วา สตฺถารา ตทา ปยุชฺชมานวิเวกทสฺสนวเสน ‘‘ตีหิ วิเวเกหี’’ติอาทิ วุตฺตํ. อญฺญตรมฺปีติ กสฺมา วุตฺตํ. น หิ กายวิเวกมตฺเตน ธมฺมทายาทภาโว สิชฺฌตีติ? น, วิเวกทฺวยสนฺนิสฺสยสฺเสว กายวิเวกสฺส อิธาธิปฺเปตตฺตา. เอวญฺจ กตฺวา จิตฺตวิเวกคฺคหณมฺปิ สมตฺถิตํ โหติ. น หิ โลกิยชฺฌานาธิคมมตฺเตน นิปฺปริยายโต สตฺถุธมฺมทายาทภาโว อิจฺฉิโต, นิพฺพานาธิคเมน ปน โส อิจฺฉิโต, ตสฺมา สพฺพาปิ สาสเน วิเวกานุสิกฺขนา นิพฺพานโปณา นิพฺพานปพฺภารา นิพฺพาโนคธา จาติ วุตฺตํ ‘‘ติณฺณํ วิเวกานํ อญฺญตรมฺปี’’ติ. อสติ อาโลเก อนฺธกาโร วิย อสติ ธมฺมทายาทตาย เอกํสิยา อามิสทายาทตาติ อาห ‘‘อามิสทายาทาว โหนฺตี’’ติ. เอส นโย สุกฺกปกฺเขปีติ กณฺหปกฺขโต สาธารณวเสน ลพฺภมานํ อตฺถสามญฺญํ อติทิสติ, น อตฺถวิเสสํ ตสฺส วิสทิสตฺตา, อตฺถวิเสสเมว วา อติทิสติ วิสทิสูทาหรณูปายญาเยน. ‘‘ติณฺณํ วิเวกานํ อญฺญตร’’นฺติ อิทํ อิธ น ลพฺภติ. ตโยปิ หิ วิเวกา, เตสุ เอโก วา อิตรทฺวยสนฺนิสฺสโย อิธ ลพฺภติ.

ทูรโตปีติ ทูรฏฺฐานโตปิ. เตนาห ‘‘ติโรรฏฺฐโตปี’’ติอาทิ. กามํ ‘‘ปฏิภาตู’’ติ เอตฺถ ปฏิ-สทฺทาเปกฺขาย ‘‘สาริปุตฺต’’นฺติ อุปโยควจนํ, อตฺโถ ปน สามิวจนวเสเนว เวทิตพฺโพติ ทสฺเสนฺโต อาห ‘‘อายสฺมโตเยว สาริปุตฺตสฺสา’’ติ. ภาโค โหตูติ อิมินาภาคตฺโถ ปฏิ-สทฺโทติ ทสฺเสติ ลกฺขณาทิอตฺถานํ อิธ อยุชฺชนโต. เตนาห ‘‘เอวํ สทฺทลกฺขเณน สเมตี’’ติ. ทิสฺสตูติ ญาเณน ทิสฺสตุ, ปสฺสตูติ วา อตฺโถ. อุปฏฺฐาตูติ ญาณสฺส ปจฺจุปติฏฺฐตุ. อุคฺคเหสฺสนฺตีติ วาจุคฺคตํ กริสฺสนฺติ. วาจุคฺคตกรณญฺหิ อุคฺคโห. ปริยาปุณิสฺสนฺตีติ ตสฺเสว เววจนํ. ปุริปุจฺฉนาทินา วา อตฺถสฺส จิตฺเต อาปาทนํ ปฏฺฐปนํ ปริยาปุณนํ. การณวจนนฺติ ยถาวุตฺตสฺส การณภาเวน วจนํ ‘‘เหตุมฺหิ กรณวจน’’นฺติ กตฺวา. วุตฺตตฺถปจฺจามสนํ ตํ-สทฺเทน กรียตีติ. เตนาห ‘‘ยสฺมา’’ติอาทิ.

เอเกเนวากาเรนาติ อามิสทายาทตาสิทฺเธน อาทิยตาสงฺขาเตน เอเกเนว ปกาเรน. ตเมว หิ อาการํ สนฺธายาห ‘‘ภควตา วุตฺตมตฺถ’’นฺติ. อญฺญถา ‘‘สตฺถุ ปวิวิตฺตสฺส วิหรโต สาวกา วิเวกํ นานุสิกฺขนฺตี’ติ เอเกเนว อากาเรน โส อตฺโถ เถเรนปิ วุตฺโต. ตีหิ อากาเรหีติ อามิสทายาทปฏิปทาภูเตหิ ติณฺณํ วิเวกานํ อนนุสิกฺขนากาเรหิ. เอตฺตาวตาติ ‘‘อิธาวุโส…เป… นานุสิกฺขนฺตี’’ติ เอตฺตเกน กณฺหปกฺเข อุทฺเทสปาเฐน.

วิตฺถารโต สุวิภตฺโต โหติ อนวเสสโต สมฺมเทว นิทฺทิฏฺฐตฺตา. นนุ จ อุทฺเทเส สตฺถุโนปิ อาทิยตา ภควตา คหิตา, สา น นิทฺทิฏฺฐาติ อนุโยคํ สนฺธายาห ‘‘โส จ โข’’ติอาทิ. สาวเก อนุคฺคณฺหนฺตสฺสาติ ‘‘อามิสทายาทา สตฺถุ สาวกา’’ติ สตฺถุ ปรปฺปวาทปริหรณตฺถมฺปิ ‘‘ตุเมฺหหิ ธมฺมทายาเทหิ ภวิตพฺพ’’นฺติ เอวํ สาวเก อนุกมฺปมานสฺส. สาวกานํ ตํ น ยุตฺตํ สามีจิอภาวโตติ โยชนา. เอส นโยติ ยทิทํ ‘‘เอตฺตาวตายํ ภควา’’ติอาทินา กณฺหปกฺเข อุทฺเทสสฺส อตฺถวิภาคทสฺสนมุเขน สมฺพนฺธทสฺสนํ, เอส นโย สุกฺกปกฺเขปิ สมฺพนฺธทสฺสเนติ อธิปฺปาโย. เตนาห ‘‘อยํ ตาเวตฺถ อนุสนฺธิกฺกมโยชนา’’ติ, สตฺถารา เทสิตาย อุทฺเทสเทสนาย มหาเถเรน เทสิตาย จ อนุสนฺธิกฺกเมน สมฺพนฺโธติ อตฺโถ. ยถานุสนฺธิ เอว เจตฺถ อนุสนฺธิ เวทิตพฺโพ.

อจฺจนฺตปวิวิตฺตสฺสาติ เอกนฺตอุปธิวิเวโก วิย อิตเรปิ วิเวโก สตฺถุ เอกนฺติกาวาติ. อนุสิกฺขนํ นาม อนุ อนุ ปูรณนฺติ ตปฺปฏิกฺเขเปน อาห ‘‘น ปริปูเรนฺตี’’ติ, น ปริพฺรูเหนฺตีติ อตฺโถ, น ปริปูเรนฺตีติ วา น ปริปาเลนฺตีติ อตฺโถ. ยทคฺเคน หิ วิเวกํ นานุสิกฺขนฺติ, ตทคฺเคน น ปริพฺรูเหนฺติ, น ปริปาเลนฺตีติ วา วตฺตพฺพตํ ลภนฺตีติ. กสฺมา ปเนตฺถ ‘‘วิเวกํ นานุสิกฺขนฺตี’’ติ อุทฺเทเส วิย อวิเสสวจเน กายวิเวกสฺเสว คหณํ กตนฺติ โจทนํ สนฺธายาห ‘‘ยทิ ปนา’’ติอาทิ. ปุจฺฉายาติ ปุจฺฉาโต อวิเสโส สิยา วิภาคสฺส อลพฺภมานตฺตา วิสฺสชฺชนสฺส. นนุ จ ‘‘วิเวกํ นานุสิกฺขนฺตี’’ติ อวิเสสวจนโต ปาฬิยํ วิภาโค น ลพฺภเตวาติ? น, ปทนฺตเรน วิภาวิตตฺตา. เตนาห ‘‘เยสญฺจ ธมฺมาน’’นฺติอาทิ. พฺยากรณปกฺโขติ วิสฺสชฺชนปกฺโข. วิสฺสชฺชนญฺจ น ปุจฺฉา วิย อวิเสสโชตนา, อถ โข ยถาธิปฺเปตตฺถวิภชนนฺติ อธิปฺปาโย. อิมินา ปเทนาติ ‘‘วิเวกํ นานุสิกฺขนฺตี’’ติ อิมินา ปเทน กายวิเวกํ อปริปูริยมานํ ทสฺเสตีติ อธิปฺปาโย. จิตฺตวิเวกํ อุปธิวิเวกนฺติ เอตฺถาปิ เอเสว นโย.

เอตฺถ จ นปฺปชหนฺตีติ ปหาตพฺพธมฺมานํ ปหานาภาววจนํ ปหานลกฺขณวิเวกาภาวทีปนํ, ตํ วตฺวา ปุน ‘‘วิเวเก นิกฺขิตฺตธุรา’’ติ วจนํ ตโต สาติสยวิเวกาภาวทีปนนฺติ ตทุภยวิเวกาภาวทสฺสเนน ‘‘เยสญฺจ ธมฺมาน’’นฺติอาทินาว ปาริเสสญาเยน ‘‘วิเวกํ นานุสิกฺขนฺตี’’ติ อิมินา วิเวกทฺวยมูลภูตกายวิเวกาภาวทสฺสนํ กตนฺติ ทฏฺฐพฺพํ. อวิคตตณฺหตาย ตํ ตํ ปริกฺขารชาตํ พหุํ ลนฺติ อาทิยนฺตีติ พหุลา, พหุลา เอว พาหุลิกา ยถา ‘‘เวนยิโก’’ติ (ม. นิ. ๑.๒๔๖; อ. นิ. ๘.๑๑; ปารา. ๘). เต ปน ยสฺมา ปจฺจยพหุลภาวาย ยุตฺตปฺปยุตฺตา นาม โหนฺติ, ตสฺมา อาห ‘‘จีวราทิพาหุลฺลาย ปฏิปนฺนา’’ติ. สิกฺขาย อาทรภาวาภาวโต สิถิลํ อทฬฺหํ คณฺหนฺตีติ ‘‘สาถลิกา’’ติ วุตฺตํ. สิถิลนฺติ ภาวนปุํสกนิทฺเทโส, สิถิล-สทฺเทน วา สมานตฺถสฺส สาถล-สทฺทสฺส วเสน ‘‘สาถลิกา’’ติ ปทสิทฺธิ เวทิตพฺพา. อวคมนฏฺเฐนาติ อโธคมนฏฺเฐน, โอรมฺภาคิยภาเวนาติ อตฺโถ. อุปธิวิเวเกติ สพฺพูปธิปฏินิสฺสคฺคตาย อุปธีหิ วิวิตฺเต. โอโรปิตธุราติ อุชฺฌิตุสฺสาหา.

อนิยเมเนวาติ กิญฺจิ วิเสสํ อนามสิตฺวา ‘‘สาวกา’’ติ อวิเสเสเนว. นิยเมนฺโต‘‘เถรา’’ติอาทินา. ทสวสฺเส อุปาทายาติ ทสวสฺสโต ปฏฺฐาย. อิสฺสริเยติ ‘‘เสฏฺฐิฏฺฐานํ เสนาปติฏฺฐาน’’นฺติอาทีสุ วิย. อจิรกฺขโณภาเสน ลกฺขเวธโก อกฺขณเวธิ. ฐิติยนฺติ อวฏฺฐาเน. ฐานโสติ ตงฺขเณเยว. ติฏฺฐตีติ อาธาราเธยฺยภาเวนาติ อาห ‘‘ตทายตฺตวุตฺติภาเวนา’’ติ. อุเปกฺขานุพฺรูหนา สตฺตสงฺขาเรสุ อุทาสีนตาปิ อสงฺขตาธิคมสฺส อุปาโยติ ตพฺพิปริยายโต จีวราทิมณฺฑนา น อุปธิวิเวกปาริปูริยา สํวตฺตตีติ อาห ‘‘จีวรปตฺต…เป… อปูรยมานา’’ติ. ตตฺถาติ เถรวาเร. อิธาติ มชฺฌิมนวกวาเรสุ. ตถา หิ ‘‘มชฺฌิมเถรกาเล’’ติอาทิ วุตฺตํ.

๓๒. อิมสฺมิญฺจ กณฺหปกฺเขติ อิมสฺมิญฺจ นิทฺเทสวาเร กณฺหปกฺเข, น อุทฺเทสวาเร กณฺหปกฺเข. อุทฺเทสวาเร ปน กณฺหปกฺเข วุตฺตวิปริยาเยน คเหตพฺพตฺโถ ‘‘เอส นโย สุกฺกปกฺเขปี’’ติ อติเทเสน ทสฺสิโต. วุตฺตปจฺจนีกนเยนาติ ‘‘กายวิเวกํ นานุสิกฺขนฺติ น ปริปูเรนฺตี’’ติอาทินา วุตฺตสฺส อตฺถสฺส ปจฺจนีกนเยน, ‘‘กายวิเวกํ อนุสิกฺขนฺติ ปริปูเรนฺตี’’ติอาทินา นเยน. เอตฺถาติ เอตสฺมึ สุกฺกปกฺเข. สงฺเขโปติ อตฺถสงฺเขโป. โยชนปรมฺปรายาติ คามนฺตโต ทูรภาเวน เอกํ เทฺว ตีณีติ เอวํ โยชนานํ ปฏิปาฏิยา. อรญฺญวนปตฺถานีติ อรญฺเญสุ วนสณฺฑภูตานิ. ปนฺตานีติ ปริยนฺตานิ. อุปคนฺตุํ ยุตฺตกาโล ชราชิณฺณกาโล โคจรคาเม ทูเร คมนาคมนสมตฺถตาภาวโต. ‘‘เอวํ คุณวนฺเตสุ ทินฺนํ อโห สุทินฺน’’นฺติ ปจฺจยทายกานํ ปสาทํ ชเนนฺติ. ปาสํสาติ ปสํสิตพฺพา. อยมฺปิ มหาเถโรติอาทิ เอกํ อปฺปมาทวิหารินํ วุทฺธตรํ นิทฺทิสิตฺวา วทนฺตานํ วเสน วุตฺตํ. ปวิฏฺโฐ วิเวกฏฺฐานํ. สายํ นิกฺขมติ โยนิโสมนสิการํ อุปพฺรูเหตฺวาติ อธิปฺปาโย. กสิณปริกมฺมํ กโรติ, น ยํ กิญฺจิ กิจฺจนฺตรํ. สมาปตฺติโย นิพฺพตฺเตติ, น โมฆมนสิการํ. สพฺพถาติอาทิโต ตาว ตทงฺควเสน กิเลเสหิ จิตฺตํ วิเวเจนฺโต ตโต วิกฺขมฺภนวเสน สมุจฺเฉทวเสน ปฏิปสฺสทฺธิวเสนาติ สพฺพปฺปกาเรน จิตฺตวิเวกํ ปูเรติ. ปํสุกูลานิ ธาเรตีติ อิมินา พาหุลิกตาภาวํ ทสฺเสติ, อสิถิลํ สาสนํ คเหตฺวาติ อิมินา สาถลิกตาภาวํ, วิคตนีวรโณติ อิมินา โอกฺกมเน นิกฺขิตฺตธุรตํ, ผลสมาปตฺตินฺติอาทินา ปวิเวกปุพฺพงฺคมตํ ทสฺเสติ.

๓๓. ตตฺราวุโสติ เอตฺถ อิติ-สทฺโท อาทิอตฺโถ. เตน ‘‘โลโภ จ ปาปโก’’ติอาทินยปฺปวตฺตํ อุปริเทสนํ อนวเสสโต ปริยาทิยติ. โก อนุสนฺธีติ ยา สา ภควตา สํกิเลสปกฺเขน สห ธมฺมทายาทปฏิปตฺติภาวินี ‘‘ธมฺมทายาทา เม, ภิกฺขเว, ภวถ, มา อามิสทายาทา’’ติอาทินา เทสนา อุทฺทิฏฺฐา, ตํ ‘‘สตฺถุ ปวิวิตฺตสฺส วิหรโต’’ติอาทินา อารภิตฺวา อฏฺฐารสวารปฏิมณฺฑิตาย นิทฺเทสเทสนาย วิภชิตฺวา ตโต ปรํ ‘‘ตตฺราวุโส โลโภ จ ปาปโก’’ติอาทินยาย อุปริเทสนาย สมฺพนฺธํ ปุจฺฉติ. เอวนฺติ สํกิเลสปกฺเข ‘‘นปฺปชหนฺตี’’ติ ปหานาภาวทสฺสนวเสน, โวทานปกฺเข ‘‘ปชหนฺตี’’ติ ปหานสพฺภาวทสฺสนวเสนาติ เอวํ. อนิทฺธาริตสรูปา ยํ-ตํ-สทฺเทหิ ธมฺม-สทฺเทน สามญฺญโต เย ปหาตพฺพธมฺมา วุตฺตา, เต สรูปโต ทสฺเสตุนฺติ โยชนา. อิเม เตติ เอตฺถ กสฺมา โลภาทโย เอว ปหาตพฺพธมฺมา วุตฺตา, นนุ อิโต อญฺเญปิ โมหทิฏฺฐิวิจิกิจฺฉาทโย ปหาตพฺพธมฺมา สนฺตีติ? สจฺจํ สนฺติ, เต ปน โลภาทีหิ ตเทกฏฺฐตา คหิตา เอว โหนฺตีติ วุตฺตา. อถ วา อิเมสํเยเวตฺถ คหเณ การณํ ปรโต อาวิ ภวิสฺสติ.

อิทานิ อุปจเยน อนุสนฺธึ ทสฺเสตุํ ‘‘อปิจา’’ติอาทิ วุตฺตํ. ตตฺถ สาวกานํ ยสฺส ธมฺมสฺส ทายาทภาโว สตฺถุ อภิรุจิโต, โส ‘‘จตฺตาโร สติปฏฺฐาเน ภาเวตี’’ติอาทินา อกตฺเถตฺวา ‘‘วิเวกํ อนุสิกฺขนฺติ, เต จ ธมฺเม ปชหนฺติ, น จ พาหุลิกา’’ติอาทินา กถิตตฺตา เหฏฺฐา ปริยาเยเนว ธมฺโม กถิโตติ วุตฺตํ. ‘‘เต จ ธมฺเม นปฺปชหนฺติ, โอกฺกมเน ปุพฺพงฺคมา’’ติอาทินา อามิสํ ปริยาเยนปิ กถิตํ. ‘‘สิยา จ เม ปิณฺฑปาโต’’ติอาทินา, ‘‘พาหุลิกา จ โหนฺตี’’ติอาทินา จ อามิสํ นิปฺปริยาเยนปิ กถิตํ. อถ วา ยายํ ภควตา อามิสทายาทปฏิกฺเขปนา ธมฺมทายาทตา วุตฺตา, ยญฺจ ตทตฺถํ วิภชนฺเตน มหาเถเรน อตฺตนา วิเวกานุสิกฺขนาทิ วุตฺตํ, ตทุภยํ เหตุวเสน วิภาเวตุํ ‘‘ตตฺราวุโส, โลโภ จา’’ติอาทิ วุตฺตํ. เหตุนิโรเธน หิ สํกิเลสปกฺขสฺส, นิโรธเหตุสมฺปาทเนน จ โวทานปกฺขสฺส ตปฺปาปกตา.

อตีตเทสนานิทสฺสนนฺติ อตีตาย เถเรน ยถาเทสิตาย เทสนาย จ ปจฺจามสนํ. เตเนวาห ‘‘สตฺถุ ปวิวิตฺตสฺส…เป… เทสนายนฺติ วุตฺตํ โหตี’’ติ. ตตฺถาติ ยํ วุตฺตํ วิเสสโต ‘‘เยสํ ธมฺมานํ สตฺถา ปหานมาหา’’ติ, เอตสฺมึ ปเท. ตตฺถ หิ ปหาตพฺพธมฺมา โลภาทโย สามญฺญโต วุตฺตา. ลามกาติ นิหีนา. โลภโทสา หิ เหตุโต ปจฺจยโต สภาวโต ผลโต นิสฺสนฺทโต สํกิลิฏฺฐปกติกา, อายตึ ทุกฺขสฺส ปาปนฏฺเฐน วา ปาปกา. ลุพฺภนลกฺขโณติ อารมฺมณสฺส อภิคิชฺฌนลกฺขโณ. ตถา หิ โส ลุพฺภนฺติ เตน, สยํ วา ลุพฺภติ, ลุพฺภนมตฺตเมว วา ตนฺติ ‘‘โลโภ’’ติ วุจฺจติ. รสาทีสุ อภิสงฺครโส, อปริจฺจาคปจฺจุปฏฺฐาโน, สํโยชนิเยสุ ธมฺเมสุ อสฺสาททสฺสนปทฏฺฐาโน. ทุสฺสนลกฺขโณติ อารมฺมเณ พฺยาปชฺชนลกฺขโณ. ตถา หิ โส ทุสฺสนฺติ เตน, สยํ วา ทุสฺสติ, ทุสฺสนมตฺตเมว วา ตนฺติ ‘‘โทโส’’ติ วุจฺจติ. รสาทีสุ วิสปฺปนรโส, สนิสฺสยทหนรโส วา, ทุสฺสนปจฺจุปฏฺฐาโน, อาฆาตวตฺถุปทฏฺฐาโน.

เตสูติอาทินา ทสฺสเนน โลภโทสานํ เอกนฺตโต ปหาตพฺพตาทสฺสนํ. อามิสทายาทสฺส ปจฺจยานํ ลาเภ โหตีติ อิทํ โลภสฺส อารมฺมณคฺคหณสภาวตํ สนฺธาย วุตฺตํ, ตณฺหาย วเสน ปน อนุคิชฺฌนํ สนฺธาย ‘‘อลทฺธํ ปตฺเถตี’’ติ อาห. อลาเภ ปจฺจยานํ อามิสทายาทสฺส โหตีติ อาเนตฺวา โยชนา. อลภนฺโตติ เอตฺถ ‘‘ปจฺจเย’’ติ วิภตฺตึ ปริณาเมตฺวา โยเชตพฺพํ. วิฆาตวาติ ‘‘ยมฺปิจฺฉํ น ลภติ, ตมฺปิ ทุกฺข’’นฺติ (ม. นิ. ๑.๑๒๐; วิภ. ๑๙๐) วจนโต อิจฺฉาวิฆาตวา. โลโภ จ เทยฺยธมฺเม โหติ อามิสทายาทสฺสาติ สมฺพนฺโธ. เอส นโย อนนฺตรปเทปิ. เทยฺยธมฺเมติ จ อิทํ นิทสฺสนมตฺตํ สตฺตเกลายนาทิวเสนปิ ตสฺส โลภุปฺปตฺติสพฺภาวโต. ‘‘ตณฺหํ ปฏิจฺจ ปริเยสนา, ปริเยสนํ ปฏิจฺจ ลาโภ’’ติ เอวมาทโย นว ตณฺหามูลกา. ปริปูเรติ อามิสทายาโทติ วิภตฺติวิปริณาโม เวทิตพฺโพ. อาวาสมจฺฉริยาทีนิ ปญฺจ มจฺฉริยานิ.

มคฺคนฺติ อริยมคฺคํ. โส หิ กิเลเส มาเรนฺโต คจฺฉติ, นิพฺพานตฺถิเกหิ จ มคฺคียติ, สยํ วา สจฺฉิกิริยาภิสมยวเสน นิพฺพานํ มคฺคตีติ นิปฺปริยาเยน ‘‘มคฺโค’’ติ วุจฺจติ. เอโก อนฺโตติ อิตเรน อสมฺมิสฺโส เอโก โกฏฺฐาโส, หีนตาย วา ลามกฏฺเฐน เอโก อนฺโต. กามํ อญฺเญปิ กุสลธมฺมา เอเต อนฺเต อสมฺปโยคโต น อุเปนฺติ, เตหิ วิมุตฺตา เอว, อยํ ปน อจฺจนฺตวิมุตฺติยา น อุเปตีติ อาห ‘‘วิมุตฺโต เอเตหิ อนฺเตหี’’ติ. ตสฺมาติ อนฺตทฺวยวิมุตฺตตฺตา. เอเตสํ มชฺเฌ ภวตฺตาติ อิทํ มคฺคสฺส อุภยนฺตวิมุตฺตตาย เอว วุตฺตํ, น ตปฺปริยาปนฺนตาย, วฏฺฏทุกฺขนิสฺสรณตฺถิเกหิ ปฏิปชฺชิตพฺพโต จ. ตถาติ ยถา อิตเรน อสมฺมิสฺสฏฺเฐน ลามกฏฺเฐน จ โลโภ เอโก อนฺโต, ตถา กามสุขลฺลิกานุโยโคติ อตฺโถ. เอส นโย เสเสสุปิ. มคฺคสฺส อนุปคมนญฺจ เนสํ อนฺตานํ สพฺพโส อปฺปวตฺติกรเณเนว ทฏฺฐพฺพํ. ปุริมนเยนาติ ‘‘เอเต เทฺว อนฺเต น อุเปตี’’ติอาทินา ปุพฺเพ วุตฺตนเยน.

สจฺจานนฺติ จตุนฺนํ อริยสจฺจานํ. ทสฺสนปริณายกฏฺเฐนาติ ทสฺสนสฺส ปริญฺญาภิสมยาทิเภทสฺส ปริโต สพฺพถา นยนฏฺเฐน ปวตฺตนฏฺเฐน. จกฺขุกรณีติ ธมฺมจกฺขุสฺส กรณี นิปฺผาทิกา. ตยิทํ สติปิ ปฏิปทาย ธมฺมจกฺขุโต อนญฺญตฺเต อวยววเสน สิชฺฌมาโน อตฺโถ สมุทาเยน กโต นาม โหตีติ อุปจารวเสน วุตฺตนฺติ ทฏฺฐพฺพํ. ตถา หิ วกฺขติ ‘‘มคฺโคเยว หิ มคฺคตฺถาย สํวตฺตติ มคฺเคน กาตพฺพกิจฺจกรณโต’’ติ. ญาณายาติ ยาถาวโต ชานนาย. เตนาห ‘‘วิทิตกรณฏฺเฐนา’’ติ. วิเสสญาตภาวาปาทนญฺหิ วิทิตกรณํ. วูปสมนโตติ สมุจฺฉินฺทนวเสน วูปสมนโต. ทุกฺขาทีนํ ปริญฺเญยฺยาทิภาโว วิย อภิญฺเญยฺยภาโวปิ มคฺควเสเนว ปากโฏ โหตีติ อาห ‘‘จตุนฺนมฺปิ สจฺจานํ อภิญฺเญยฺยภาวทสฺสนโต’’ติ, วิภาวนโตติ อตฺโถ. สมฺโพโธติ มคฺโค ‘‘สมฺพุชฺฌติ เอเตนา’’ติ กตฺวา. ตสฺสตฺถายาติ มคฺคกิจฺจตฺถาย. น หิ มคฺคโต อญฺโญ มคฺคกิจฺจกโร อตฺถิ. เตนาห ‘‘มคฺโคเยว หี’’ติอาทิ. อถ วา สมฺมาทิฏฺฐิ อุปฺปชฺชมานา สหชาตาทิปจฺจยภาเวน อิตเร อุปฺปาเทติ, เอวํ เสสมคฺคธมฺมาปีติ เอวมฺปิ มคฺคตฺถาย สํวตฺตนํ เวทิตพฺพํ. สจฺฉิกิริยาย ปจฺจกฺขกมฺมายาติ สจฺฉิกรณสงฺขาตปจฺจกฺขกมฺมาย. นิพฺพานายาติ วา อนุปาทิเสสนิพฺพานาย. อุปสมายาติ อิมินา สอุปาทิเสสนิพฺพานํ คหิตนฺติ. อยนฺติ ‘‘สา หิ สจฺจาน’’นฺติอาทินา ยถาวุตฺโต อตฺถนโย. เอตฺถาติ ‘‘จกฺขุกรณี’’ติอาทีสุ ปเทสุ. สาโร สุนฺทโร อนปนีโต. อิโต อญฺญถาติ ‘‘ทุกฺขสฺส ปริญฺญาย ทิฏฺฐิวิสุทฺธึ กโรตีติ จกฺขุกรณี’’ติอาทินา อตฺถวณฺณนาปปญฺโจ เกวลํ วิตฺถารตฺถาย.

อยเมวาติ เอตฺถ อยนฺติ อิมินา อตฺตโน อญฺเญสญฺจ ตสฺสํ ปริสายํ อริยานํ มคฺคสฺส ปจฺจกฺขภาวํ ทสฺเสติ. อาสนฺนปจฺจกฺขวาจี หิ อยํ-สทฺโท. อญฺญมคฺคปฏิเสธนตฺถนฺติ อญฺญสฺส นิพฺพานคามิมคฺคสฺส อตฺถิภาวปฏิเสธนตฺถํ. สตฺตาปฏิกฺเขโป หิ อิธ ปฏิเสธนํ อลพฺภมานตฺตา อญฺญสฺส มคฺคสฺส. พุทฺธาทีนํ สาธารณภาโว อนญฺญตา. เตนาห พฺรหฺมา สหมฺปติ –

‘‘เอกายนํ ชาติขยนฺตทสฺสี,

มคฺคํ ปชานาติ หิตานุกมฺปี;

เอเตน มคฺเคน ตรึสุ ปุพฺเพ,

ตริสฺสนฺติ เย จ ตรนฺติ โอฆ’’นฺติ. (สํ. นิ. ๕.๓๘๔, ๔๐๙; มหานิ. ๑๙๑; จูฬนิ. ๑๐๗, ๑๒๑; เนตฺติ. ๑๗๐);

อารกตฺตาติ อิมินา นิรุตฺตินเยน อริย-สทฺทสิทฺธิมาห. อริปหานายาติ อตฺถวจนมตฺตํ. อรโย ปาปธมฺมา ยนฺติ อปคมนฺติ เอเตนาติ อริโย. อริเยน เทสิโตติ เอตฺถ อริยสฺส ภควโต อยนฺติ อริโย. อริยภาวปฺปฏิลาภายาติ เอตฺถ อริยกโร อริโยติ อุตฺตรปทโลเปน อริย-สทฺทสิทฺธิ เวทิตพฺพา. ยสฺมา มคฺคงฺคสมุทาเย มคฺคโวหาโร โหติ, สมุทาโย จ สมุทายีหิ สมนฺนาคโต นาม โหตีติ อาห ‘‘อฏฺฐหิ องฺเคหิ อุเปตตฺตา’’ติ, ตสฺมา อตฺตโน อวยวภูตานิ อฏฺฐ องฺคานิ เอตสฺส สนฺตีติ อฏฺฐงฺคิโก. ยสฺมา ปน ปรมตฺถโต องฺคานิเยว มคฺโค, ตสฺมา วุตฺตํ ‘‘น จ องฺควินิมุตฺโต’’ติ ยถา ‘‘ฉฬงฺโค เวโท’’ติ. สทิสูทาหรณํ ปน ทสฺเสนฺโต ‘‘ปญฺจงฺคิกตูริยาทีนิ วิยา’’ติ อาห. อาทิ-สทฺเทน จตุรงฺคินี เสนาติ เอวมาทีนํ สงฺคโห. มาเรนฺโต คจฺฉตีติ นิรุตฺตินเยน สทฺทสิทฺธิมาห. มคฺคตีติ คเวสติ. อริยมคฺโค หิ นิพฺพานํ อารมฺมณํ กโรนฺโต ตํ คเวสนฺโต วิย โหตีติ. มคฺคียติ นิพฺพานตฺถิเกหิ วิวฏฺฏูปนิสฺสยปุญฺญกรณโต ปฏฺฐาย ตทตฺถํ ปฏิปตฺติโต. คมฺมตีติ เอเตน อาทิอนฺตวิปริยาเยน สทฺทสิทฺธิมาห ยถา ‘‘กกู’’ติ. ‘‘เสยฺยถิทนฺติ นิปาโต’’ติ วตฺวา ตสฺส สพฺพลิงฺควิภตฺติวจนสาธารณตาย ‘‘กตมานิ ตานิ อฏฺฐงฺคานี’’ติ วุตฺตํ. นนุ จ องฺคานิ สมุทิตานิ มคฺโค อนฺตมโส สตฺตงฺควิกลสฺส อริยมคฺคสฺส อภาวโตติ? สจฺจเมตํ สจฺจปฏิเวเธน, มคฺคปจฺจยตาย ปน ยถาสกํ กิจฺจกรเณน ปจฺเจกมฺปิ ตานิ มคฺโคเยวาติ อาห ‘‘เอกเมกญฺหิ องฺคํ มคฺโคเยวา’’ติ, อญฺญถา สมุทิตานมฺปิ เนสํ มคฺคกิจฺจํ น สมฺภเวยฺยาติ. อิทานิ ตเมวตฺถํ ปาฬิยา สมตฺเถตุํ ‘‘สมฺมาทิฏฺฐิมคฺโค เจว เหตุ จา’’ติ วุตฺตํ.

สมฺมา อวิปรีตํ ปริญฺญาภิสมยาทิวเสน จตุนฺนํ สจฺจานํ ทสฺสนํ ปฏิวิชฺฌนํ ลกฺขณํ เอติสฺสาติ สมฺมาทสฺสนลกฺขณา. สมฺมา อวิปรีตํ สมฺปยุตฺตธมฺเม นิพฺพานารมฺมเณ อภินิโรปนํ อปฺปนาลกฺขณํ เอตสฺสาติ สมฺมาอภินิโรปนลกฺขโณ มุสาวาทาทีนํ วิสํวาทนาทิกิจฺจตาย ลูขานํ อปริคฺคาหกานํ ปฏิปกฺขภาวโต สินิทฺธสภาวตฺตา สมฺปยุตฺตธมฺเม, สมฺมาวาจปฺปจฺจยสุภาสิตโสตารญฺจ ชนํ สมฺมเทว ปริคฺคณฺหาตีติ สมฺมาวาจา สมฺมาปริคฺคโห ลกฺขณํ เอติสฺสาติ สมฺมาปริคฺคหลกฺขณา. ยถา กายิกา กิริยา กิญฺจิ กตฺตพฺพํ สมุฏฺฐาเปติ, สยญฺจ สมุฏฺฐหนํ ฆฏนํ โหติ, ตถา สมฺมากมฺมนฺตสงฺขาตา วิรติปีติ สมฺมาสมุฏฺฐานลกฺขโณ สมฺมากมฺมนฺโต. สมฺปยุตฺตธมฺมานํ วา อุกฺขิปนํ สมุฏฺฐานํ กายิกกิริยาย ภารุกฺขิปนํ วิย. ชีวมานสฺส สตฺตสฺส, สมฺปยุตฺตธมฺมานํ วา สุทฺธิ โวทานํ, อาชีวสฺเสว วา ชีวิตปฺปวตฺติยา สุทฺธิ โวทานํ เอเตนาติ สมฺมาโวทานลกฺขโณ สมฺมาอาชีโว. โกสชฺชปกฺเข ปติตุํ อทตฺวา สมฺปยุตฺตธมฺมานํ ปคฺคณฺหนํ อนุพลปฺปทานํ ปคฺคโห. อารมฺมณํ อุปคนฺตฺวา ฐานํ, ตสฺส วา อนิสฺสชฺชนํ อุปฏฺฐานํ. อารมฺมเณ สมฺปยุตฺตธมฺมานํ สมฺมา, สมํ วา อาธานํ สมาธานํ. สมฺมา สงฺกปฺเปติ สมฺปยุตฺตธมฺเม อารมฺมเณ อภินิโรเปตีติ สมฺมาสงฺกปฺโป. สมฺมา วทติ เอตายาติ สมฺมาวาจา. สมฺมา กโรติ เอเตนาติ สมฺมากมฺมํ, ตเทว สมฺมากมฺมนฺโต. สมฺมา อาชีวติ เอเตนาติ สมฺมาอาชีโว. สมฺมา วายมติ อุสฺสหติ เอเตนาติ สมฺมาวายาโม. สมฺมา สรติ อนุสฺสรตีติ สมฺมาสติ. สมฺมา สมาธิยติ จิตฺตํ เอเตนาติ สมฺมาสมาธีติ เอวํ สมฺมาสงฺกปฺปาทีนํ นิพฺพจนํ เวทิตพฺพํ.

มิจฺฉาทิฏฺฐินฺติ สพฺพมฺปิ มิจฺฉาทสฺสนํ. ตปฺปจฺจนียกิเลเสติ เอตฺถ ตํ-สทฺเทน สมฺมาทิฏฺฐิ. น หิ มิจฺฉาทิฏฺฐิยา กิเลสา ปจฺจนียา, อถ โข สมฺมาทิฏฺฐิยา. อวิชฺชญฺจาติ อวิชฺชาคฺคหณํ ตสฺสา สํกิเลสธมฺมานํ ปมุขภาวโต. เตนาห ‘‘อวิชฺชา, ภิกฺขเว, ปุพฺพงฺคมา อกุสลานํ ธมฺมานํ สมาปตฺติยา’’ติ (สํ. นิ. ๕.๑). ทสฺสนนิวารกสฺส สมฺโมหสฺส สมุคฺฆาเตน อสมฺโมหโต. เอตฺถ จ มิจฺฉาทิฏฺฐึ…เป… ปชหตีติ เอเตน ปหานาภิสมยํ, นิพฺพานํ อารมฺมณํ กโรตีติ เอเตน สจฺฉิกิริยาภิสมยํ, สมฺปยุตฺตธมฺเมติอาทินา ภาวนาภิสมยํ สมฺมาทิฏฺฐิกิจฺจํ ทสฺเสติ. ปริญฺญาภิสมโย ปน นานนฺตริยตาย อตฺถโต วุตฺโต เอว โหตีติ ทฏฺฐพฺโพ.

กถํ ปน เอกเมว ญาณํ เอกสฺมึ ขเณ จตฺตาริ กิจฺจานิ สาเธนฺตํ ปวตฺตติ. น หิ ตาทิสํ โลเก ทิฏฺฐํ, น อาคโม วา ตาทิโส อตฺถีติ น วตฺตพฺพํ. ยถา หิ ปทีโป เอกสฺมึเยว ขเณ วฏฺฏึ ทหติ, เสฺนหํ ปริยาทิยติ, อนฺธการํ วิธมติ, อาโลกญฺจ วิทํเสติ, เอวเมตํ ญาณนฺติ ทฏฺฐพฺพํ. มคฺคสมงฺคิสฺส ญาณํ ทุกฺเขเปตํ ญาณํ, ทุกฺขสมุทเยเปตํ ญาณํ, ทุกฺขนิโรเธเปตํ ญาณํ, ทุกฺขนิโรธคามินิยา ปฏิปทายเปตํ ญาณนฺติ สุตฺตปทํ (วิภ. ๗๕๔) เอตฺถ อุทาหริตพฺพํ. ยถา จ สมฺมาทิฏฺฐิ ปุพฺพภาเค ทุกฺขาทีสุ วิสุํ วิสุํ ปวตฺติตฺวา มคฺคกฺขเณ เอกาว จตุนฺนํ ญาณานํ กิจฺจํ สาเธนฺตี ปวตฺตติ, เอวํ สมฺมาสงฺกปฺปาทโย ปุพฺพภาเค เนกฺขมฺมสงฺกปฺปาทินามกา หุตฺวา กามสงฺกปฺปาทีนํ ปชหนวเสน วิสุํ วิสุํ ปวตฺติตฺวา มคฺคกฺขเณ ติณฺณํ จตุนฺนญฺจ กิจฺจํ สาเธนฺตา ปวตฺตนฺติ. สมฺมาสมาธิ ปน ปุพฺพภาเคปิ มคฺคกฺขเณปิ นานาเยว หุตฺวา ปวตฺตตีติ กามญฺเจตฺถ สมฺมาทิฏฺฐิยา สพฺเพปิ ปาปธมฺมา ปฏิปกฺขา, อุชุวิปจฺจนีกตาทสฺสนวเสน ปน สมฺมาทิฏฺฐิยา กิจฺจนิทฺเทเส มิจฺฉาทิฏฺฐิคฺคหณํ กตํ. เตเนว จ ‘‘ตปฺปจฺจนียกิเลเส จา’’ติ วุตฺตํ.

เยสํ กิเลสานํ อนุปจฺฉินฺทเน สมฺมาทิฏฺฐิ น อุปฺปชฺเชยฺย, เต มิจฺฉาทิฏฺฐิยา สหเชกฏฺฐตาย ตเทกฏฺฐาว ตปฺปจฺจนียกิเลสา ทฏฺฐพฺพา. สมฺมาสงฺกปฺปาทีนํ กิจฺจนิทฺเทเสปิ เอเสว นโย. โสตาปตฺติมคฺคาทิวเสน จตฺตาโร โลกุตฺตรมคฺคภาวสามญฺเญน เอกโต กตฺวา. โลภโทสา สมุทยสจฺจํ, ยสฺส ปน โส สมุทโย ตํ ทุกฺขสจฺจํ, ปหานภาโว มคฺคสจฺจํ, ยตฺถ ตํ ปหานํ, ตํ นิโรธสจฺจนฺติ อิมานิ จตฺตาริ สจฺจานิ. กสฺมา ปเนตฺถ โลภโทสานํ วิสุํ อาทิโต จ คหณํ? วิสุํ คหณํ ตาว ตถาพุชฺฌนกานํ ปุคฺคลานํ อชฺฌาสยวเสน, อิเมหิ โลภโทเสหิ อามิสทายาทตา, ตปฺปหาเนน จ ธมฺมทายาทตาติ ทสฺสนตฺถํ, ตทนุสาเรน จตุสจฺจโยชนาย เอวํ เอเกกสฺส นิยฺยานมุขํ โหตีติ ทสฺสนตฺถญฺจ. เสสวาเรสุปิ เอเสว นโย. อาทิโต คหณํ ปน อติวิย โอฬาริกตาย สุปากฏภาวโต วกฺขมานานํ อญฺเญสญฺจ ปาปธมฺมานํ มูลภาวโต ตเทกฏฺฐตาย จ เวทิตพฺพํ.

กุชฺฌนลกฺขโณติ กุปฺปนสภาโว, จิตฺตสฺส พฺยาปชฺชนาติ อตฺโถ. จณฺฑิกฺกํ ลุทฺทตา, กุรุรภาโวติ อตฺโถ. อาฆาตกรณรโสติ ‘‘อนตฺถํ เม อจรี’’ติอาทินา จิตฺเต อาฆาตสฺส กรณรโส. ทุสฺสนปจฺจุปฏฺฐาโนติ สปรสนฺตานสฺส วินาสนปจฺจุปฏฺฐาโน ลทฺโธกาโส วิย สปตฺโต. อุปนนฺธนํ นานปฺปการสฺส อุปรูปริ นนฺธนํ วิย โหตีติ กตฺวา. ตถา เหส ‘‘เวรอปฺปฏินิสฺสชฺชนรโส, โกธานุปพนฺธภาวปจฺจุปฏฺฐาโน’’ติ จ วุตฺโต. อปรกาเล อุปนาโหติอาทีติ อาทิ-สทฺเทน ‘‘อุปนยฺหนา อุปนยฺหิตตฺตํ อาฐปนา ฐปนา สณฺฐปนา อนุสํสนฺทนา อนุปฺปพนฺธนา ทฬฺหีกมฺม’’นฺติอาทีนํ (วิภ. ๘๙๑) นิทฺเทสปทานํ อตฺถวณฺณนํ สงฺคยฺหติ. อุปนาหสมงฺคี หิ ปุคฺคโล เวรสฺส อนิสฺสชฺชนโต อาทิตฺตปูติอลาตํ วิย ชลติ เอว, จิตฺตญฺจสฺส โธวิยมานํ อจฺฉจมฺมํ วิย, มสิมกฺขิตปิโลติกา วิย จ น สุชฺฌเตว.

ปรคุณมกฺขนลกฺขโณติ อุทกปุญฺฉนิยา อุทกํ วิย ปเรสํ คุณานํ มกฺขนสภาโว. ตถาภูโต จายํ อตฺตโน การกํ คูเถน ปหรนฺตํ คูโถ วิย ปฐมตรํ มกฺเขติ เอวาติ ทฏฺฐพฺโพ. ตถา เหสฺส สปรสนฺตาเนสุ คุณํ มกฺเขตีติ มกฺโขติ วุจฺจติ. ยุคคฺคาโห สมธุรคฺคหณํ อสมานสฺสปิ อภูตสฺส สมาโรปนํ. สมภาวกรณํ สมีกรณํ. ปเรสํ คุณปฺปมาเณน อตฺตโน คุณานํ อุปฏฺฐานํ ปจฺจุปฏฺฐเปตีติ อาห ‘‘ปเรสํ คุณปฺปมาเณน อุปฏฺฐานปจฺจุปฏฺฐาโน’’ติ. ตถา เหส ปเรสํ คุเณ ฑํสิตฺวา วิย อตฺตโน คุเณหิ สเม กโรตีติ ปฬาโสติ วุจฺจติ.

ปรสมฺปตฺติขียนํ ปรสมฺปตฺติยา อุสูยนํ. อิสฺสติ ปรสมฺปตฺตึ น สหตีติ อิสฺสา. ตถา เหสา ‘‘ปรสมฺปตฺติยา อกฺขมนลกฺขณา’’ติ วุจฺจติ. ตตฺถาติ ปรสมฺปตฺติยํ. อนภิรติรสา อภิรติปฏิปกฺขกิจฺจา. วิมุขภาวปจฺจุปฏฺฐานา ปรสมฺปตฺตึ ปสฺสิตุมฺปิ อปฺปทานโต. นิคูหนลกฺขณํ อตฺตโน สมฺปตฺติยา ปเรหิ สาธารณภาวาสหนโต. อสุขายนํ น สุขนํ ทุกฺขนํ, อโรจนนฺติ อธิปฺปาโย.

กตสฺส กายทุจฺจริตาทิปาปสฺส ปฏิจฺฉาทนํ กตปาปปฏิจฺฉาทนํ. ตสฺส ปาปสฺส อาวรณภาเวน ปจฺจุปติฏฺฐตีติ ตทาวรณปจฺจุปฏฺฐานา, มายา, ยาย สมนฺนาคโต ปุคฺคโล ภสฺมฉนฺโน วิย องฺคาโร, อุทกฉนฺโน วิย ขาณุ, ปิโลติกปฏิจฺฉาทิตํ วิย จ สตฺถํ โหติ. อวิชฺชมานคุณปฺปกาสนํ อตฺตนิ อวิชฺชมานสีลาทิคุณวิภาวนํ, เยน สาเฐยฺเยน สมนฺนาคตสฺส ปุคฺคลสฺส อสนฺตคุณสมฺภาวเนน จิตฺตานุรูปกิริยาวิหรโต ‘‘เอวํจิตฺโต, เอวํกิริโย’’ติ ทุพฺพิญฺเญยฺยตฺตา กุจฺฉึ วา ปิฏฺฐึ วา ชานิตุํ น สกฺกา. ยโต –

‘‘วาเมน สูกโร โหติ, ทกฺขิเณน อชามิโค;

สเรน เนลโก โหติ, วิสาเณน ชรคฺคโว’’ติ. (ที. นิ. อฏฺฐ. ๒.๒๙๖; วิภ. อฏฺฐ. ๘๙๔; มหานิ. อฏฺฐ. ๑๖๖) –

เอวํ วุตฺตยกฺกสูกรสทิโส โหติ.

จิตฺตสฺส อุทฺธุมาตภาโว ถทฺธลูขภาโว. อปฺปติสฺสยวุตฺตีติ อนิวาตวุตฺติ. อมทฺทวากาเรน ปจฺจุปติฏฺฐติ, อมทฺทวตํ วา ปจฺจุปฏฺฐเปตีติ อมทฺทวตาปจฺจุปฏฺฐาโน, ถมฺโภ, เยน สมนฺนาคโต ปุคฺคโล คิลิตนงฺคลสีโส วิย อชคโร, วาตภริตภสฺตา วิย จ ถทฺโธ หุตฺวา ครุฏฺฐานิเย จ ทิสฺวา โอนมิตุมฺปิ น อิจฺฉติ, ปริยนฺเตเนว จรติ. กรณสฺส อุตฺตรกิริยา กรณุตฺตริยํ. วิเสสโต ปจฺจนีกภาโว วิปจฺจนีกตา. ปเรน หิ กิสฺมิญฺจิ กเต ตทฺทิคุณํ กรณวเสน สารมฺโภ ปวตฺตติ.

เสยฺยาทิอากาเรหิ อุนฺนมนํ อุนฺนติ. โอมาโนปิ หิ เอวํ กรณมุเขน สมฺปคฺคหวเสเนว ปวตฺตติ. ‘‘อหมสฺมิ เสยฺโย’’ติอาทินา อหํกรณํ สมฺปคฺคโห อหงฺกาโร. ปเร อภิภวิตฺวา อธิกํ อุนฺนมนํ อพฺภุนฺนติ. ยํ สนฺธาย วุตฺตํ ‘‘ปุพฺพกาเล อตฺตานํ หีนโต ทหติ อปรกาเล เสยฺยโต’’ติ (วิภ. ๘๗๗).

มตฺตภาโว ชาติอาทึ ปฏิจฺจ จิตฺตสฺส มชฺชนากาโร, ยสฺส วา ธมฺมสฺส วเสน ปุคฺคโล มตฺโต นาม โหติ, โส ธมฺโม มตฺตภาโว. มทคฺคาหณรโส มทสฺส คาหณกิจฺโจ. มโท หิ อตฺตโน มชฺชนาการํ สมฺปยุตฺตธมฺเม คาเหนฺโต วิย ปวตฺตมาโน ตํสมงฺคึ ปุคฺคลมฺปิ ตถา กโรนฺโต วิย โหติ. อหงฺการวเสน ปุคฺคลํ อนิฏฺฐํ กโรนฺโต จิตฺตสฺส อุมฺมาทภาโว วิย โหตีติ อุมฺมาทปจฺจุปฏฺฐาโน. สติยา อนิคฺคณฺหิตฺวา จิตฺตสฺส โวสฺสชฺชนํ จิตฺตโวสฺสคฺโค, สติวิรหิโตติ อตฺโถ. ยถาวุตฺตสฺส โวสฺสคฺคสฺส อนุปฺปทานํ ปุนปฺปุนํ วิสฺสชฺชนํ โวสฺสคฺคานุปฺปทานํ. อิเมสํ โกธาทีนํ โลภาทีนมฺปิ วา. ลกฺขณาทีนีติ ลกฺขณรสปจฺจุปฏฺฐานานิ. ปทฏฺฐานํ ปน ธมฺมนฺตรตาย น คหิตํ. นิพฺพจนํ ‘‘กุชฺฌตีติ โกโธ, อุปนยฺหตีติ อุปนาโห’’ติอาทินา สุวิญฺเญยฺยเมวาติ น วุตฺตํ, อตฺถโต ปน โกโธ โทโส เอว, ตถา อุปนาโห. ปวตฺติอาการมตฺตโต หิ กโต เนสํ เภโท, มกฺขปฬาสสารมฺภา ตทาการปฺปวตฺตา ปฏิฆสหคตจิตฺตุปฺปาทธมฺมา, มายาสาเฐยฺยถมฺภมทปฺปมาทา ตทาการปฺปวตฺตา โลภสหคตจิตฺตุปฺปาทธมฺมา. ถมฺโภ วา มานวิเสโส จิตฺตสฺส ถทฺธภาเวน คเหตพฺพโต, ตถา มโท. ตถา หิ โส ‘‘มาโน มญฺญนา’’ติอาทินา วิภงฺเค (วิภ. ๘๗๘) นิทฺทิฏฺโฐ. อิธ ปน มานาติมานานํ วิสุํ คหิตตฺตา มชฺชนากาเรน ปวตฺตธมฺมา เอว ‘‘มโท’’ติ คเหตพฺพา. เสสานํ ธมฺมนฺตรภาโว ปากโฏ เอว.

กสฺมา ปเนตฺถ เอเต เอว อฏฺฐ ทุกา คหิตา, กิมิโต อญฺเญปิ กิเลสธมฺมา นตฺถีติ? โน นตฺถิ, อิเม ปน อามิสทายาทสฺส สวิเสสํ กิเลสาย สํวตฺตนฺตีติ ตํ วิเสสํ วิภาเวนฺเตน อามิสทายาทสฺส โลภาทีนํ ปวตฺตนาการํ ทสฺเสตุํ ‘‘วิเสสโต’’ติอาทิ อารทฺธํ. ตตฺถ เอตฺถาติ เอเตสุ โลภาทีสุ. อลภนฺโต อามิสนฺติ อธิปฺปาโย. ตตุตฺตริ อุปฺปนฺโน โกโธติ อาเนตฺวา สมฺพนฺธิตพฺพํ. สนฺเตปีติ วิชฺชมาเนปิ. อิสฺสตีติ อิสฺสํ ชเนติ. ปทุสฺสตีติ ตสฺเสว เววจนํ. ตถา หิ สา ‘‘อิสฺสติ ทุสฺสติ ปทุสฺสตี’’ติอาทินา นิทฺทิฏฺฐา. ยสฺมา วา อิสฺสํ ชเนนฺโต เอกํสโต ปทุฏฺฐจิตฺโต เอว โหติ, ตสฺมา ‘‘ปทุสฺสตี’’ติ วุตฺตํ. อสฺสาติ อามิสทายาทสฺส. เอวํ ปฏิปนฺโนติ เอวํ อสนฺตคุณปฺปกาสนํ ปฏิปทํ ปฏิปนฺโน. โอวทิตุํ อสกฺกุเณยฺโยติ เอเตน ถมฺโภ นาม โทวจสฺสกรโณ ธมฺโมติ ทสฺเสติ. กิญฺจิ วทติ โอวาททานวเสน. ถมฺเภน…เป… มญฺญนฺโตติ อิมินา จ ถมฺภสฺส มานวิเสสภาวํ ทสฺเสติ, ถมฺเภน วา เหตุนาติ อตฺโถ. มตฺโต สมาโนติ มตฺโต โหนฺโต. กาม…เป… ปมชฺชตีติ เอเตน มทวเสน เอกํสโต ปมาทมาปชฺชตีติ ทสฺเสติ.

เอวนฺติ อิมินา อามิสทายาทสฺส โลภาทีนํ อุปฺปตฺติกฺกมทสฺสเนเนว อิธ ปาฬิยํ เนสํ เทสนากฺกโมปิ ทสฺสิโตติ ทฏฺฐพฺโพ. น เกวลํ อิเมเหว, อถ โข อญฺเญหิ จ เอวรูเปหิ ปาปเกหิ ธมฺเมหิ อปริมุตฺโต โหตีติ สมฺพนฺโธ. เก ปน เตติ? อตฺริจฺฉตามหิจฺฉตาทโยติ. เอวํ มหาทีนวา อามิสทายาทตาติ ตโต พลวตโร สํเวโค ชเนตพฺโพติ อยเมตฺถ โอวาโท เวทิตพฺโพ. เอตฺถาติ เอตสฺมึ สุตฺเต. สพฺพตฺถาติ สพฺเพสุ วาเรสุ. นิพฺพิเสโสเยวาติ เอเตเนว ปฐมตรํ อิธ ทสฺสิตสจฺจโยชนานเยน สพฺพวาเรสุ โยเชตพฺโพติ เวทิตพฺโพ.

ญาณปริจยปาฏวตฺถนฺติ มคฺคสฺส อฏฺฐงฺคสตฺตงฺคตาทิวิเสสวิภาวนาย ญาณสฺส อาเสวนฏฺเฐน ปริจโย ญาณปริจโย, ตสฺส ปฏุภาวตฺถํ โกสลฺลตฺถํ. เอตฺถาติ อริยมคฺเค. เภโทติ วิเสโส. กโมติ องฺคานํ เทสนานุปุพฺพี. ภาวนานโยติ ภาวนาวิธิ. ‘‘กทาจิ อฏฺฐงฺคิโก, กทาจิ สตฺตงฺคิโก’’ติ สงฺเขปโต วุตฺตมตฺถํ วิวรนฺโต ปุน ‘‘อยํ หี’’ติอาทิมาห. ตตฺถ โลกุตฺตรปฐมชฺฌานวเสนาติ โลกุตฺตรสฺส ปฐมชฺฌานสฺส วเสน. เอตฺถ จ เกจิ ฌานธมฺมา มคฺคสภาวาติ เอกนฺตโต ฌานํ มคฺคโต วิสุํ กตฺวา วตฺตุํ น สกฺกาติ ‘‘โลกุตฺตรปฐมชฺฌานสหิโต’’ติ อวตฺวา ‘‘โลกุตฺตรปฐมชฺฌานวเสน’’อิจฺเจว วุตฺตํ. อถ วา โลกุตฺตรปฐมชฺฌานวเสนาติ โลกุตฺตรา หุตฺวา ปฐมชฺฌานสฺส วเสนาติ เอวเมตฺถ อตฺโถ เวทิตพฺโพ. อริยมคฺโค หิ วิปสฺสนาย ปาทกภูตสฺส, สมฺมสิตสฺส วา ปฐมชฺฌานสฺส วเสน อฏฺฐงฺคิโก โหติ. อถ วา อฌานลาภิโน สุกฺขวิปสฺสกสฺส, ฌานลาภิโน วา ปาทกมกตฺวา ปฐมชฺฌานสฺส, ปกิณฺณกสงฺขารานํ วา สมฺมสเน อุปฺปนฺโน อริยมคฺโค อฏฺฐงฺคิโก โหติ, สฺวาสฺส อฏฺฐงฺคิกภาโว ปฐมชฺฌานิกภาเวนาติ ทสฺเสนฺโต ‘‘ปฐมชฺฌานวเสนา’’ติ อาห. เอวํ ‘‘อวเสสชฺฌานวเสนา’’ติ เอตฺถาติ ยถารหํ อตฺโถ เวทิตพฺโพ.

ยทิ อริยมคฺโค สตฺตงฺคิโกปิ โหติ, อถ กสฺมา ปาฬิยํ ‘‘อฏฺฐงฺคิโก’’อิจฺเจว วุตฺตนฺติ อาห ‘‘อุกฺกฏฺฐนิทฺเทสโต’’ติอาทิ. ยถา เจตฺถ ปฏิปทาย มคฺควเสน อฏฺฐงฺคิกสตฺตงฺคิกเภโท, เอวํ โพชฺฌงฺควเสน สตฺตงฺคิกฉฬงฺคิกเภโท เวทิตพฺโพ อปฺปีติกชฺฌานวเสน ฉฬงฺคิกตฺตา, มคฺควเสน ปน เทสนา อาคตาติ สฺวายํ เภโท อฏฺฐกถายํ น อุทฺธโฏ. อิโต ปรนฺติ อิโต อฏฺฐงฺคโต ปรํ อุกฺกํสโต, อวกํสโต ปน สตฺตงฺคโต ปรํ มคฺคงฺคํ นาม นตฺถีติ. นนุ มคฺควิภงฺเค (วิภ. ๔๙๓-๕๐๒) ปญฺจงฺคิกวาเร ปญฺเจว มคฺคงฺคานิ อุทฺธฏานิ, มหาสฬายตเน (ม. นิ. ๓.๔๓๑) จ ‘‘ยา ตถาภูตสฺส ทิฏฺฐิ, โย ตถาภูตสฺส สงฺกปฺโป, โย ตถาภูตสฺส วายาโม, ยา ตถาภูตสฺส สติ, โย ตถาภูตสฺส สมาธิ, สฺวาสฺส โหติ สมฺมาสมาธี’’ติ วตฺวา ปุพฺพภาควเสน ปน ‘‘ปุพฺเพว โข ปนสฺส กายกมฺมํ วจีกมฺมํ อาชีโว สุปริสุทฺโธ โหตี’’ติ สมฺมาวาจาทโย อาคตาติ? สจฺจเมตํ, ตํ ปน สมฺมาทิฏฺฐิอาทีนํ ปญฺจนฺนํ การาปกงฺคานํ อติเรกกิจฺจทสฺสนวเสน วุตฺตํ, ตสฺมา น อริยมคฺโค สมฺมาวาจาทิวิรหิโต อตฺถีติ ‘‘อิโต ปรญฺหิ มคฺคงฺคํ นตฺถี’’ติ สุวุตฺตเมตนฺติ ทฏฺฐพฺพํ.

สพฺพกุสลานนฺติ สพฺเพสํ กุสลธมฺมานํ. นิทฺธารเณ เจตํ สามิวจนํ. กามาวจราทิวเสน ตํตํกุสลธมฺเมสุ สา สมฺมาทิฏฺฐิ เสฏฺฐา. ตสฺสา เสฏฺฐภาเวน หิ ‘‘ปญฺญาชีวึ ชีวิตมาหุ เสฏฺฐ’’นฺติ (สํ. นิ. ๑.๒๔๖; สุ. นิ. ๑๘๔) วุตฺตํ, มคฺคสมฺมาทิฏฺฐิยา ปน สพฺพเสฏฺฐภาเว วตฺตพฺพเมว นตฺถิ. กุสลวาเรติ กุสลุปฺปตฺติสมเย. ปุพฺพงฺคมา กุสลาทิธมฺมานํ ยาถาวสภาวโพเธน สมฺปยุตฺตธมฺมานํ ปริณายกภาวโต. เตเนวาห ‘‘สมฺมาทิฏฺฐึ สมฺมาทิฏฺฐีติ ปชานาตี’’ติอาทิ. สา สมฺมาทิฏฺฐิ ปภโว เอตสฺสาติ ตปฺปภโว, สมฺมาสงฺกปฺโป. สมฺมาทสฺสนวเสน หิ สมฺมาสงฺกปฺโป โหติ. ตโต อภินิพฺพตฺตานีติ ตปฺปภวาภินิพฺพตฺตานิ. ตปฺปภวาภินิพฺพตฺตานิปิ ‘‘ตทภินิพฺพตฺตานี’’ติ วุจฺจนฺติ การณการเณปิ การณูปจารโตติ อาห ‘‘ตปฺปภวาภินิพฺพตฺตานิ เสสงฺคานี’’ติ. เตนาห ‘‘สมฺมาทิฏฺฐิสฺสา’’ติอาทิ. ยถา หิ สมฺมาทสฺสนํ สมฺมาวิตกฺกนสฺส วิเสสปจฺจโย, เอวํ สมฺมาวิตกฺกนํ สมฺมาปริคฺคหสฺส สมฺมาปริคฺคโห สมฺมาสมุฏฺฐานสฺส, สมฺมาสมุฏฺฐานํ สมฺมาโวทานสฺส, สมฺมาโวทานํ สมฺมาวายามสฺส, สมฺมาวายาโม สมฺมาอุปฏฺฐานสฺส, สมฺมาอุปฏฺฐานํ สมฺมาธานสฺส วิเสสปจฺจโย, ตสฺมา ‘‘ปุริมํ ปุริมํ ปจฺฉิมสฺส ปจฺฉิมสฺส วิเสสปจฺจโย โหตี’’ติ อิมินา วิเสสปจฺจยภาวทสฺสนตฺเถน กเมน เอตานิ สมฺมาทิฏฺฐิอาทีนิ องฺคานิ วุตฺตานีติ ทสฺสิตานิ.

ภาวนานโยติ สมถวิปสฺสนานํ ยุคนทฺธภาเวน ปวตฺโต ภาวนาวิธิ. อยญฺหิ อริยมคฺคกฺขเณ ภาวนาวิธิ. ตสฺส ปน ปุพฺพภาเค ภาวนานโย กสฺสจิ สมถปุพฺพงฺคโม โหติ, กสฺสจิ วิปสฺสนาปุพฺพงฺคโมติ. ตํ วิธึ ทสฺเสตุํ ‘‘โกจี’’ติอาทิ อารทฺธํ. ตตฺถ ปฐโม สมถยานิกสฺส วเสน วุตฺโต, ทุติโย วิปสฺสนายานิกสฺส. เตนาห ‘‘อิเธกจฺโจ’’ติอาทิ. ตนฺติ สมถํ สมาธึ, ฌานธมฺเมติ วา อตฺโถ. ตํสมฺปยุตฺเตติ สมาธิสมฺปยุตฺเต, ฌานสมฺปยุตฺเต วา ธมฺเม. อยญฺจ นโย เยภุยฺเยน สมถยานิกา อรูปมุเขน, ตตฺถาปิ ฌานมุเขน วิปสฺสนาภินิเวสํ กโรนฺตีติ กตฺวา วุตฺโต. วิปสฺสนํ ภาวยโตติ ปฏิปทาญาณทสฺสนวิสุทฺธึ อารภิตฺวา ยถาธิคตํ ตรุณวิปสฺสนํ วฑฺเฒนฺตสฺส. มคฺโค สญฺชายตีติ ปุพฺพภาคิโย โลกิยมคฺโค อุปฺปชฺชติ. อาเสวติ นิพฺพิทานุปสฺสนาวเสน. ภาเวติ มุญฺจิตุกมฺยตาวเสน. พหุลีกโรติ ปฏิสงฺขานุปสฺสนาวเสน. อาเสวติ วา ภยตูปฏฺฐานญาณวเสน. พหุลีกโรติ วุฏฺฐานคามินิวิปสฺสนาวเสน. สํโยชนานิ ปหียนฺติ,อนุสยา พฺยนฺตี โหนฺติ มคฺคปฏิปาฏิยา.

สมถํ อนุปฺปาเทตฺวาวาติ อวธารเณน อุปจารสมาธึ นิวตฺเตติ, น ขณิกสมาธึ. น หิ ขณิกสมาธึ วินา วิปสฺสนา สมฺภวติ. วิปสฺสนาปาริปูริยาติ วิปสฺสนาย ปริปุณฺณตาย วุฏฺฐานคามินิภาวปฺปตฺติยา. ตตฺถชาตานนฺติ ตสฺมึ อริยมคฺคกฺขเณ อุปฺปนฺนานํ สมฺมาทิฏฺฐิอาทีนํ ธมฺมานํ. นิทฺธารเณ เจตํ สามิวจนํ. ววสฺสคฺคารมฺมณโตติ ววสฺสคฺคสฺส อารมฺมณตาย. ววสฺสคฺโค โวสฺสคฺโค ปฏินิสฺสคฺโคติ จ อปวคฺโคติ จ อตฺถโต เอกํ, นิพฺพานนฺติ วุตฺตํ โหติ, ตสฺมา นิพฺพานสฺส อารมฺมณกรเณนาติ อตฺโถ. จิตฺตสฺส เอกคฺคตาติ มคฺคสมฺมาสมาธิมาห. อริยมคฺโค หิ เอกนฺต สมาหิโต อสมาธานเหตูนํ กิเลสานํ สมุจฺเฉทนโต. เสสํ วุตฺตนยเมว.

ยุคนทฺธาว โหนฺติ ตทา สมาธิปญฺญานํ สมรสตาย อิจฺฉิตพฺพโต. มคฺคกฺขเณ หิ น สมถภาวนายํ วิย สมาธิ, วิปสฺสนาภาวนายํ วิย จ ปญฺญา กิจฺจโต อธิกา อิจฺฉิตพฺพา, สมรสตาย ปน อญฺญมญฺญสฺส อนติวตฺตนฏฺเฐน เทฺวปิ ยุคนทฺธา วิย ปวตฺตนฺติ. เตน วุตฺตํ ‘‘สมถวิปสฺสนา ยุคนทฺธาว โหนฺตี’’ติ.

ธมฺมทายาทสุตฺตวณฺณนาย ลีนตฺถปฺปกาสนา สมตฺตา.