๔. ภยเภรวสุตฺตวณฺณนา
๓๔. เอวํ เม สุตนฺติ ภยเภรวสุตฺตํ. โก นิกฺเขโป? เกจิ ตาว เอวมาหุ ‘‘ปุจฺฉาวสิโก นิกฺเขโป’’ติ. ทุวิธา หิ ปุจฺฉา ปากฏาปากฏเภทโต. ตตฺถ ยสฺสา เทสนาย นิมิตฺตภูโต ญาตุํ อิจฺฉิโต อตฺโถ กึ-สทฺทปุพฺพเกน ปกาสียติ, สา ปากฏา ปุจฺฉา ยถา ‘‘กึสูธ วิตฺตํ ปุริสสฺส เสฏฺฐ’’นฺติ เอวมาทิ (สํ. นิ. ๑.๒๔๖; สุ. นิ. ๑๘๓). ยสฺสา ปน เทสนาย นิมิตฺตภูโต ญาตุํ อิจฺฉิโต อตฺโถ กึ-สทฺทรหิเตน เกวเลเนว สทฺทปโยเคน ปกาสียติ, สา อปากฏา ปุจฺฉา. ญาตุํ อิจฺฉิโต หิ อตฺโถ ‘‘ปญฺหา, ปุจฺฉา’’ติ วุจฺจติ, ตสฺมาเยว อิธ ‘‘เย เม โภ โคตมา’’ติอาทิกา อปากฏาติ ‘‘ปุจฺฉาวสิโก นิกฺเขโป’’ติ. ตยิทํ อการณํ, ยสฺมา โส พฺราหฺมโณ ‘‘เยเม โภ โคตมา’’ติอาทีนิ วทนฺโต น ตตฺถ กงฺขี วิจิกิจฺฉี สํสยมาปนฺโน อโวจ, อถ โข อตฺตนา ยถานิจฺฉิตมตฺถํ ภควติ ปสาทภาวพหุมานํ ปเวเทนฺโต กเถสิ. เตนาห ‘‘ภควติ ปสาทํ อลตฺถา’’ติอาทิ (ม. นิ. อฏฺฐ. ๑.๓๔). วิหาเรติ วิหารเก นิวาเส. อวิจฺฉินฺเนเยวาติ ปวตฺตมาเนเยว. ปททฺวยสฺสปิ วสนฺเต เอวาติ อตฺโถ. เอตํ ปุโรหิตฏฺฐานํ อุณฺหีสาทิกกุธภณฺเฑหิ สทฺธึ ลทฺธํ, ตถา จ ‘‘อสฺส รญฺญา ทินฺน’’นฺติ วทนฺติ. เตนาห ‘‘ตํ ตสฺส รญฺญา ทินฺน’’นฺติ. พฺรหฺมนฺติ เวทํ. โส ปน มนฺตพฺรหฺมกปฺปวเสน ติวิโธ. ตตฺถ มนฺตา ปธานํ มูลภาวโต, เย อฏฺฐกาทีหิ ปวุตฺตา, อิตเร ตนฺนิสฺสเยน ชาตา, เตน เตสํเยว คหณํ ‘‘มนฺเต สชฺฌายตี’’ติ. เต หิ คุตฺตภาสิตพฺพตาย ‘‘มนฺตา’’ติ วุจฺจนฺติ. อิทเมว หีติ อวธารเณน ‘‘พฺรหฺมโต ชาตา’’ติอาทิกํ นิรุตฺตึ ปฏิกฺขิปติ.
เยน วา การเณนาติ (สารตฺถ. ฏี. เวรญฺชกณฺฑวณฺณนายํ ๒; สํ. นิ. ฏี. ๑.๑.๑; อ. นิ. ฏี. ๒.๒.๑๖) เหตุมฺหิ อิทํ กรณวจนํ. เหตุอตฺโถ หิ กิริยาการณํ, น กรณํ วิย กิริยตฺโถ, ตสฺมา นานปฺปการคุณวิเสสาธิคมตฺถา อิธ อุปสงฺกมนกิริยาติ ‘‘อนฺเนน วสตี’’ติอาทีสุ วิย เหตุอตฺถเมเวตํ กรณวจนํ ยุตฺตํ, น กรณตฺถํ ตสฺส อยุชฺชมานตฺตาติ วุตฺตํ ‘‘เยน วา การเณนา’’ติอาทิ. ภควโต สตตปฺปวตฺตนิรติสยสาทุวิปุลามตรสสทฺธมฺมผลตาย สาทุผลนิจฺจผลิตมหารุกฺเขน ภควา อุปมิโต, สาทุผลูปโภคาธิปฺปายคฺคหเณเนว หิ มหารุกฺขสฺส สาทุผลตา คหิตาติ.
อุปสงฺกมีติ อุปสงฺกนฺโต. สมฺปตฺตุกามตาย หิ กิญฺจิ ฐานํ คจฺฉนฺโต ตํตํปเทสาติกฺกมเนน อุปสงฺกมิ, อุปสงฺกนฺโตติ วา วตฺตพฺพตํ ลภติ. เตนาห ‘‘คโตติ วุตฺตํ โหตี’’ติ, อุปคโตติ อตฺโถ. อุปสงฺกมิตฺวาติ ปุพฺพกาลกิริยานิทฺเทโสติ อาห ‘‘อุปสงฺกมนปริโยสานทีปน’’นฺติ. ตโตติ ยํ ฐานํ ปตฺโต ‘‘อุปสงฺกมี’’ติ วุตฺโต, ตโต อุปคตฏฺฐานโต. ยถา ขมนียาทีนิ ปุจฺฉนฺโตติ (สํ. นิ. ฏี. ๑.๑.๑๑๒) ยถา ภควา ‘‘กจฺจิ เต พฺราหฺมณ ขมนียํ, กจฺจิ ยาปนีย’’นฺติอาทินา ขมนียาทีนิ ปุจฺฉนฺโต เตน พฺราหฺมเณน สทฺธึ สมปฺปวตฺตโมโท อโหสิ ปุพฺพภาสิตาย, ตทนุกรเณน เอวํ โสปิ พฺราหฺมโณ ภควตา สทฺธึ สมปฺปวตฺตโมโท อโหสีติ โยชนา. ตํ ปน สมปฺปวตฺตโมทตํ อุปมาย ทสฺเสตุํ ‘‘สีโตทกํ วิยา’’ติอาทิ วุตฺตํ. ตตฺถ สมฺโมทิตนฺติ สํสนฺทิตํ. เอกีภาวนฺติ สมฺโมทนกิริยาย สมานตํ เอกรูปตํ. ขมนียนฺติ ‘‘อิทํ จตุจกฺกํ นวทฺวารํ สรีรยนฺตํ ขณภงฺคุรตาย สภาวโต ทุสฺสหํ, กจฺจิ ขมิตุํ สกฺกุเณยฺย’’นฺติ ปุจฺฉติ. ยาปนียนฺติ ปจฺจยายตฺตวุตฺติกํ จิรปฺปพนฺธสงฺขาตาย ยาปนาย กจฺจิ ยาเปตุํ สกฺกุเณยฺยํ. สีสโรคาทิอาพาธาภาเวน กจฺจิ อปฺปาพาธํ. ทุกฺขชีวิกาภาเวน กจฺจิ อปฺปาตงฺกํ. ตํตํกิจฺจกรเณ อุฏฺฐานสุขตาย กจฺจิ ลหุฏฺฐานํ. ตทนรูปพลโยคโต กจฺจิ พลํ. สุขวิหารสพฺภาเวน กจฺจิ ผาสุวิหาโร อตฺถีติ ตตฺถ ตตฺถ กจฺจิ-สทฺทํ โยเชตฺวา อตฺโถ เวทิตพฺโพ.
พลวปฺปตฺตา ปีติ ปีติเยว. ตรุณปีติ ปาโมชฺชํ. สมฺโมทนํ ชเนติ กโรตีติ สมฺโมทนิกํ, ตเทว สมฺโมทนียนฺติ อาห ‘‘สมฺโมทชนนโต’’ติ. สมฺโมทิตพฺพโต สมฺโมทนียนฺติ อิมํ ปน อตฺถํ ทสฺเสนฺโต ‘‘สมฺโมทิตุํ ยุตฺตภาวโต’’ติ อาห. สริตพฺพภาวโตติ อนุสฺสริตพฺพภาวโต. ‘‘สรณีย’’นฺติ วตฺตพฺเพ ทีฆํ กตฺวา ‘‘สารณีย’’นฺติ วุตฺตํ. สุยฺยมานสุขโตติ อาปาถมธุรตํ อาห, อนุสฺสริยมานสุขโตติ วิมทฺทรมณียตํ. พฺยญฺชนปริสุทฺธตายาติ สภาวนิรุตฺติภาเวน ตสฺสา กถาย วจนจาตุริยมาห, อตฺถปริสุทฺธตายาติ อตฺถสฺส นิรุปกฺกิเลสตํ. อเนเกหิ ปริยาเยหีติ อเนเกหิ การเณหิ.
อภิทูรอจฺจาสนฺนปฏิกฺเขเปน นาติทูรนาจฺจาสนฺนํ นาม คหิตํ, ตํ ปน อวกํสโต อุภินฺนํ ปสาริตหตฺถสงฺฆฏฺฏเนน ทฏฺฐพฺพํ. คีวํ ปสาเรตฺวาติ คีวํ ปริวตฺตนวเสน ปสาเรตฺวา.
เยเมติ เอตฺถ สนฺธิวเสน อิการโลโปติ ทสฺเสนฺโต ‘‘เย อิเม’’ติอาทิมาห. อุจฺจากุลีนตาย ชาติวเสน อภิชาตา ชาติกุลปุตฺตา. เตนาห ‘‘อุจฺจากุลปฺปสุตา’’ติ. อาจารสมฺปตฺติยา อภิชาตา อาจารกุลปุตฺตา. เตนาห ‘‘อาจารสมฺปนฺนา’’ติ. ยตฺถ กตฺถจิ อปากเฏปิ กุเล. เตน พฺราหฺมเณน อธิปฺเปตา ภิกฺขูสุ ทุวิธาปิ สํวิชฺชนฺตีติ อาห ‘‘อิธ ปน ทฺวีหิปิ การเณหิ กุลปุตฺตาเยวา’’ติ.
สทฺธาติ อิทํ กรณตฺเถ ปจฺจตฺตวจนนฺติ อาห ‘‘สทฺธายา’’ติ, สทฺธาติ วา สทฺทหิตฺวาติ อตฺโถ. อิมสฺมึ ปกฺเข ปาฬิยํ ย-การโลเปน นิทฺเทโสติ ทฏฺฐพฺพํ. อคารโตติ อคารวาสโต, อุตฺตรปทโลเปน, นิสฺสยูปจาเรน วา อยํ นิทฺเทโสติ. ภิกฺขนสีลตาทิลกฺขโณ ภิกฺขุภาโว ปพฺพชฺชาสหจริตาย สทฺธึ ภิกฺขุภาวํ อนฺวาจินนฺโตติ อาห ‘‘ปพฺพชฺชํ ภิกฺขุภาวญฺจา’’ติ. กมฺมวาจาลกฺขเณ ปน ภิกฺขุภาเว อธิปฺเปเต สมุจฺจยตฺโถ จ-สทฺโท ทฏฺฐพฺโพ. อนคารสฺส ภาโวติ เอเตน ปพฺพชฺชานิสฺสิโต สุวิสุทฺโธ สีลาจารคุณวิเสโส คหิโต, กสิโครกฺขาทิกมฺมปฏิกฺเขโป อิธ อนุปฺปาทาทีหิ เวทิตพฺโพ. เสสคฺคหเณ ปน สรณคมนาทิวเสน ปพฺพชฺชาย, สรณคมนาทิวเสน อุปสมฺปทาย จ อเนกเภทตฺตา อาห ‘‘สพฺพถาปี’’ติ, เตน เตน ปกาเรนาติ อตฺโถ. ปุรโตคามิตา ปฏิปตฺติคมเนน, น กายคมเนนาติ อาห ‘‘นายโก’’ติ, สมฺมาปฏิปตฺติยา นิพฺพานสมฺปาปโกติ อตฺโถ. หิตกิริยายาติ ทิฏฺฐธมฺมิกาทิหิตจริยาย. คาหณํ อธิสีลาทีสุ อจฺจนฺตาย นิโยชนํ, น กถนมตฺตนฺติ ทสฺเสนฺโต ‘‘คาเหตา’’ติ วตฺวา ‘‘สิกฺขาเปตา’’ติ อาห. ทิฏฺฐานุคตินฺติ ทิฏฺฐิยา อนุคมนนฺติ ทสฺเสนฺโต ‘‘ทสฺสนานุคติ’’นฺติ วตฺวา สิกฺขาตฺตยสงฺคหํ ภควโต สาสนํ เตน ทิฏฺฐตฺตา ทิฏฺฐิ, ตสฺส ตสฺเสว ขมนวเสน ขนฺติ, รุจฺจนวเสน รุจิ, ตํทิฏฺฐิขนฺติรุจิกาว ภควโต สาวกาติ อาห ‘‘ยํทิฏฺฐิโก’’ติอาทิ.
เอส กิร อลตฺถาติ สมฺพนฺโธ. เทวปุตฺเต วิยาติอาทิ กสฺสจิ ปาริชุญฺญสฺส อภาวทีปนโต ‘‘สทฺธายา’’ติอาทินา วุตฺตสฺส ปพฺพชิตภาวสฺส ปากฏีกรณํ. สทฺธาย ฆรา นิกฺขมฺม ปพฺพชิตฺวาติ อิทํ หฏฺฐปหฏฺฐาทิภาวสฺส การณวจนํ. ฆาสจฺฉาทนปรมตาย สนฺตุฏฺเฐติ อิทํ อนุสฺสงฺกิตาปริสงฺกิตตาย การณวจนนฺติ ทฏฺฐพฺพํ.
เอวเมตนฺติอาทินา อาเมฑิตวจนํ สมฺปหํสนวเสน, ปสาทวเสน วา กตนฺติ ทฏฺฐพฺพํ. ตถา หิ เอวํ-สทฺโท สมฺปฏิจฺฉนตฺโถ อพฺภนุโมทนตฺโถ จ วุตฺโต. มมนฺติ อุปโยคตฺเถ สามิวจนํ, นิปาตปทํ วา เอตํ ‘‘ม’’นฺติ อิมินา สมานตฺถนฺติ ทฏฺฐพฺพํ. อาทีนีติ อาทิ-สทฺเทน นชีวิกาปกตาทึ สงฺคณฺหาติ อีทิสานํเยวาติ สทฺธาปพฺพชฺชาย วิภาวิตอนภิชฺฌาลุอาทิสภาวานํเยว, น อิตเรสํ อภิชฺฌาลุสภาวานํ. วุตฺตเญฺหตํ –
‘‘สงฺฆาฏิกณฺเณ เจปิ เม, ภิกฺขเว, ภิกฺขุ คเหตฺวา ปิฏฺฐิโต ปิฏฺฐิโต อนุพนฺโธ อสฺส ปเท ปทํ นิกฺขิปนฺโต, โส จ โหติ อภิชฺฌาลุ กาเมสุ ติพฺพสาราโค พฺยาปนฺนจิตฺโต ปทุฏฺฐมนสงฺกปฺโป มุฏฺฐสฺสติ อสมฺปชาโน อสมาหิโต วิพฺภนฺตจิตฺโต ปากฏินฺทฺริโย, อถ โข อารกาว มม อหญฺจ ตสฺสา’’ติ (อิติวุ. ๙๒).
อชฺโฌคาเหตฺวา อธิปฺเปตตฺถํ สมฺภวิตุํ สาเธตุํ ทุกฺขานีติ ทุรภิสมฺภวานิ. อฏฺฐกถายํ ปน ตตฺถ นิวาโสเยว ทุกฺโขติ ทสฺเสตุํ ‘‘สมฺภวิตุํ ทุกฺขานิ ทุสฺสหานี’’ติ วุตฺตํ. อรญฺญวนปตฺถานีติ อรญฺญลกฺขณปฺปตฺตานิ วนสณฺฑานิ. วนปตฺถ-สทฺโท หิ สณฺฑภูเต รุกฺขสมูเหปิ วตฺตตีติ อรญฺญคฺคหณํ. กิญฺจาปีติ อนุชานนสมฺภาวนตฺเถ นิปาโต. กึ อนุชานาติ? นิปฺปริยายโต อรญฺญาภาวํ ‘‘คามโต พหิ อรญฺญ’’นฺติ. เตนาห ‘‘นิปฺปริยาเยนา’’ติอาทิ. กึ สมฺภาเวติ? อารญฺญกงฺคนิปฺผาทกตฺตํ. ยญฺหิ อารญฺญกงฺคนิปฺผาทกํ, ตํ วิเสสโต ‘‘อรญฺญ’’นฺติ วุตฺตนฺติ. เตเนวาห ‘‘ยํ ตํ ปญฺจธนุสติก’’นฺติอาทิ. นิกฺขมิตฺวา พหิอินฺทขีลาติ อินฺทขีลโต พหิ นิกฺขมิตฺวา, ตโต พหิ ปฏฺฐายาติ อตฺโถ. พหิ อินฺทขีลาติ ยตฺถ เทฺว ตีณิ อินฺทขีลานิ, ตตฺถ พหิทฺธา อินฺทขีลโต ปฏฺฐาย, ยตฺถ ตํ นตฺถิ, ตตฺถ ตทรหฏฺฐานโต ปฏฺฐายาติ วทนฺติ. ยสฺมา พหิ อินฺทขีลโต ปฏฺฐาย มนุสฺสูปจาเร ภยเภรวํ นตฺถิ, ตสฺมา อิธ นาธิปฺเปตนฺติ ทฏฺฐพฺพํ.
คามนฺตนฺติ คามสมีปํ. อนุปจารฏฺฐานนฺติ นิจฺจกิจฺจวเสน นุปจริตพฺพฏฺฐานํ. เตนาห ‘‘ยตฺถ น กสียติ น วปียตี’’ติ. ปนฺตานีติ อิมินา ‘‘ปริยนฺตาน’’นฺติ อิมสฺส ปริยายสฺส อิธ ปาฬิยํ คหิตตฺตา วุตฺตํ ‘‘ปริยนฺตานนฺติ อิมเมกํ ปริยายํ ฐเปตฺวา’’ติ. ทูรานนฺติ ปน อยํ ปริยาโย ฐเปตพฺโพ สิยา ตสฺสาปิ ‘‘ปนฺตานี’’ติ อิมินาว อตฺถโต คหิตตฺตา, ตถา สติ ‘‘น มนุสฺสูปจาราน’’นฺติ เอทิสานมฺปิ ฐเปตพฺพตา อาปชฺชติ, ตสฺมา สทฺทโต เอว ฐปนํ ทฏฺฐพฺพํ. ปวิเวกนฺติ ปการโต, ปกาเรหิ วา วิเวจนํ, รูปาทิปุถุตฺตารมฺมเณ ปการโต คมนาทิอิริยาปถปฺปกาเรหิ อตฺตโน กายสฺส วิเวจนํ คจฺฉโตปิ ติฏฺฐโตปิ นิสชฺชโตปิ เอกสฺเสว ปวตฺตติ. เตเนว หิ วิเวเจตพฺพานํ วิเวจนาการสฺส จ เภทโต พหุวิธตฺตา เต เอกตฺเตน คเหตฺวา ‘‘ปวิเวก’’นฺติ เอกวจเนน วุตฺตํ. ทุกฺกรํ ปวิเวกนฺติ วา ปวิเวกํ กตฺตุํ น สุขนฺติ อตฺโถ. เอกีภาเวติ เอกิกภาเว. ทฺวยํทฺวยาราโมติ ทฺวินฺนํ ทฺวินฺนํ ภาวาภิรโต. หรนฺติ วิยาติ สํหรนฺติ วิย วิฆาตุปฺปาทเนน. เตนาห ‘‘ฆสนฺติ วิยา’’ติ, ภยสนฺตาสุปฺปาทเนน ขาทิตุํ อาคตา ยกฺขรกฺขสปิสาจาทโย วิยาติ อธิปฺปาโย. อีทิสสฺสาติ อลทฺธสมาธิโน. ติณปณฺณมิคาทิสทฺเทหีติ วาเตริตานํ ติณปณฺณาทีนํ มิคปกฺขิอาทีนญฺจ ภึสนเกหิ เภรเวหิ สทฺเทหิ วิวิเธหิ จ อญฺเญหิ ขาณุอาทีหิ ยกฺขาทิอากาเรหิ อุปฏฺฐิเตหิ ภึสนเกหิ. เอวํ ทุกฺกรํ ทุรภิสมฺภวํ นาม กโรนฺโต อโห อจฺฉริยา เอเตติ วิมฺหิโต.
กายกมฺมนฺตวารกถาวณฺณนา
๓๕. โสฬสสุ ฐาเนสูติ ‘‘เย โข เกจี’’ติอาทินา ปาฬิยํ วกฺขมาเนสุ โสฬสสุ การเณสุ. อปริสุทฺธกายกมฺมนฺตตาทโย อรญฺเญ วิหรนฺตานํ จิตฺตุตฺราสนิมิตฺตตาย วิเสสโต วิกฺเขปาวหา, ปริสุทฺธกายกมฺมนฺตตาทโย ปน ตทภาวโต เตสํ อวิกฺเขปาวหา. เตนาห ‘‘อปริสุทฺธกายกมฺมนฺตสนฺโทสเหตู’’ติอาทิ. โสฬสสูติ จ โวทานปกฺขํเยว คเหตฺวา วุตฺตํ. สํกิเลสคฺคหณมฺปิ ยาวเทว โวทานทสฺสนตฺถนฺติ. อารมฺมณปริคฺคหรหิตานนฺติ อปริสุทฺธกายกมฺมนฺตาทิกสฺส อรญฺเญ ทิฏฺฐสฺส ตสฺส อารมฺมณสฺส ‘‘เย โข เกจี’’ติอาทินา ปาฬิยํ อาคตนเยน ปริคฺคณฺหนญาณรหิตานํ. อารมฺมณปริคฺคหยุตฺตานนฺติ เอตฺถ วุตฺตวิปริยาเยน อตฺโถ เวทิตพฺโพ. อตฺตนาติ ภควนฺตํ สนฺธาย วทติ, สยนฺติ อตฺโถ. ตาทิโสติ อารมฺมณปริคฺคหยุตฺโต.
สมฺพุชฺฌติ เอเตนาติ สมฺโพโธ, อริยมคฺโคติ อาห ‘‘อริยมคฺคปฺปตฺติโต’’ติ. อคฺคมคฺคาธิคมาธีโน พุทฺธานํ สพฺพญฺญุตญฺญาณาธิคโมติ อาห ‘‘อนภิสมฺพุทฺธสฺสาติ อปฺปฏิวิทฺธจตุสจฺจสฺสา’’ติ. อนวเสสโต เญยฺยํ, พุชฺฌิตุํ อรหตีติ โพธิ, มหาวีริยตาทินา ตตฺถ วิเสสโยคโต สตฺโตติ อาห ‘‘พุชฺฌนกสตฺตสฺสา’’ติ. เตนาห ‘‘สมฺมาสมฺโพธิ’’นฺติอาทิ. นิยตภาวปฺปตฺติโต ปฏฺฐาย มหาสตฺตา ยถา มหาโพธิยานปฏิปทา หานภาคิยา, ฐิติภาคิยา วา น โหติ, อถ โข วิเสสภาคิยา นิพฺเพธภาคิยา จ โหติ, ตถา ปฏิปชฺชนโต โพธิยํ นินฺนโคณปพฺภารา เอวาติ อาห ‘‘โพธิยา วา สตฺตสฺเสว ลคฺคสฺเสวา’’ติ. เตนาห ‘‘ทีปงฺกรสฺส หี’’ติอาทิ. อฏฺฐธมฺมสโมธาเนนาติ –
‘‘มนุสฺสตฺตํ ลิงฺคสมฺปตฺติ, เหตุ สตฺถารทสฺสนํ;
ปพฺพชฺชา คุณสมฺปตฺติ, อธิกาโร จ ฉนฺทตา’’ติ. (พุ. วํ. ๒.๕๙) –
อิเมสํ อภินีหารสฺส องฺคภูตานํ อฏฺฐนฺนํ ธมฺมานํ สโมธาเนน สมวธาเนน.
ปพฺพชฺชูปคตาติ ปพฺพชฺชํ อุปคตา. เตน ปพฺพชฺชามตฺเตน สมณา, น สมิตปาปตายาติ ทสฺเสติ. ชาติมตฺเตน อิธ พฺราหฺมณาติ อธิปฺเปตาติ อาห ‘‘โภวาทิโน วา’’ติ. เต หิ ‘‘โภ โภ’’ติ วทนสีลา, เตนาห ‘‘โภวาที นาม โส โหติ, สเจ โหติ สกิญฺจโน’’ติ (ธ. ป. ๓๙๖; สุ. นิ. ๖๒๕). ปาณาติปาตาทินาติ อาทิ-สทฺเทน อทินฺนาทานํ อพฺรหฺมจริยญฺจ สงฺคณฺหาติ. อปริสุทฺเธนาติ จ วิเสสนํ กายกมฺมนฺตาเปกฺขาย, น ปาณาติปาตาทิอเปกฺขาย. น หิ ปาณาติปาตาทิโก ตสฺส ปุพฺพภาคปโยโค จ โกจิ ปริสุทฺโธ นาม อตฺถิ. ภายนฏฺเฐน ภยํ, ภีรุตาวหฏฺเฐน เภรวํ. สนฺโทสเหตูติ สโทสเหตุ. ส-สทฺโท หิ อิธ สานุสาโร วุตฺโต. เตนาห ‘‘อตฺตโน โทสสฺส เหตู’’ติ. เอกนฺเตน จิตฺตุตฺราสลกฺขณสฺส ภยสฺส วเสน ‘‘สาวชฺช’’นฺติ วุตฺตํ. จิตฺตุตฺราโส หิ เอกนฺตสาวชฺโช ภายนฏฺเฐน ภยญฺจาติ. อกฺเขมนฺติ อิทํ อุภยวเสน. จิตฺตุตฺราโสปิ หิ สรีรจิตฺตานํ อนตฺถาวหโต อกฺเขม, ตถา ภยานการมฺมณมฺปีติ. อฏฺฐกถายํ ปน อตฺถทฺวยํ ยถาสงฺขฺยํ โยชิตํ. สยํ ปริกปฺปิตภยานการมฺมณนิมิตฺตํ จิตฺตุตฺราสสมุปฺปาทนวเสน อาเนนฺตา ภยเภรวํ อวฺหายนฺติ วิย โหนฺตีติ วุตฺตํ ‘‘อวฺหายนฺตีติ ปกฺโกสนฺตี’’ติ. เตติ มาริตมนุสฺสานํ ญาติมิตฺตาทโย. คจฺฉํ คหนภูตํ มหนฺตํ กณฺฏกสณฺฑํ, คุมฺพํ นาติมหนฺตนฺติ วทนฺติ. คจฺฉนฺติ ปน ติณวนํ เวทิตพฺพํ, ‘‘คจฺเฉ รุฬฺหติเณ’’ติ วุตฺตํ, คุมฺพํ กณฺฏกลตาทิภริตาวิรุฬฺหํ. พทฺธา วธิตา วิยาติ พทฺธา หุตฺวา ตาฬิยมานา วิย.
‘‘น โข ปนาติ เอตฺถ โขติ อวธารณตฺเถ นิปาโต, ปนา’’ติ วิเสสตฺเถ. เตเนตํ ทสฺเสติ ‘‘อญฺเญ สมณพฺราหฺมณา วิย อหํ อปริสุทฺธกายกมฺมนฺโต หุตฺวา อรญฺญวนปตฺถานิ ปนฺตานิ เสนาสนานิ น โข ปน ปฏิเสวามิ, ปริสุทฺธกายกมฺมนฺโตเยว ปน หุตฺวา ตานิ ปฏิเสวามี’’ติ. เอวํ วา เอตฺถ อตฺถโยชนา เวทิตพฺพา. ‘‘ปริสุทฺธกายกมฺมนฺโตหมสฺมี’’ติ หิ เตน อวธารเณน วิภาวิตตฺถทสฺสนํ. เตสมหํ อญฺญตโรติ ตาย ปริสุทฺธกายกมฺมตาย เตสํ อริยานํ อหํ อญฺญตโรติ กายกมฺมปาริสุทฺธิยา มหาสตฺโต อตฺตานํ อริเยสุ ปกฺขิปติ. ปรมสลฺเลขภาวปฺปตฺตา หิ ตทา โพธิสตฺตสฺส กายกมฺมปาริสุทฺธิ, ตถา วจีกมฺมาทิปาริสุทฺธิ, ยโต มาโร รนฺธคเวสี หุตฺวา ฉพฺพสฺสานิ นิรนฺตรํ อนุพนฺโธ อนฺตรํ น ลภติ. เตนาห –
‘‘สตฺต วสฺสานิ ภควนฺตํ, อนุพนฺธึ ปทาปทํ;
โอตารํ นาธิคจฺฉิสฺสํ, สมฺพุทฺธสฺส สตีมโต’’ติ. (สุ. นิ. ๔๔๘);
ภิยฺโยติ อธิกํ สวิเสสํ, อุปรูปริ วา. ภีตตสิตา ภยูปทฺทเวน ฉมฺภิตสรีรา หฏฺฐโลมา โหนฺติ, อภีตาตสิตา ปน ภยูปทฺทวาภาวโต อหฏฺฐโลมา เขเมน โสตฺถินา ติฏฺฐนฺตีติ เตสํ เขมปฺปตฺติ โสตฺถิภาโว วา ปนฺนโลมตาย ปากโฏ โหตีติ ปาฬิยํ ‘‘ปลฺโลม’’นฺติ วุตฺตํ. เตนาห ‘‘ปนฺนโลมต’’นฺติอาทิ. เอตฺถ จ ภิยฺโย ปลฺโลมมาปาทึ อรญฺเญ วิหารายาติ ปฏิญฺญานิทฺเทโส. ปริสุทฺธกายกมฺมนฺโตหมสฺมีติ เหตุทสฺสนํ. ‘‘เย หิ โว อริยา’’ติ สทิสูทาหรณทสฺสนํ. เย โข เกจิ สมณา วา พฺราหฺมณา วาติ วิสทิสูทาหรณทสฺสนํ. เสสานิ อนฺวยพฺยติเรกวิภาวนานีติ ทฏฺฐพฺพนฺติ อยเมตฺถ ยุตฺติวิภาวนา. อิมินา นเยน เสสวาเรสุปิ ยุตฺติวิภาวนา เวทิตพฺพา.
กายกมฺมนฺตวารกถาวณฺณนา นิฏฺฐิตา.
วจีกมฺมนฺตวาราทิกถาวณฺณนา
๓๖. อปริสุทฺเธน มุสาวาทาทินาติ เอตฺถ ยํ วตฺตพฺพํ, ตํ เหฏฺฐา วุตฺตนยเมว. อาทิ-สทฺเทน ปน สงฺคหิตํ เตสญฺจ มุสาวาทาทีนํ ปวตฺติเภทํ ภยเภรวาวฺหานมุเขน ทสฺเสตุํ ‘‘กถ’’นฺติอาทิ วุตฺตํ. ตตฺถ ยํ วตฺตพฺพํ, ตํ เหฏฺฐา วุตฺตเมว.
ภณฺเฑสูติ สวิญฺญาณกาวิญฺญาณเกสุ ภณฺเฑสุ. อุปฺปาเทตฺวาติ อตฺตโน ปริณามวเสน อภิชฺฌาสงฺขาตํ วิสมโลภํ อุปฺปาเทตฺวา. กุชฺฌิตฺวาติ วินาสจินฺตาวเสน ปรสฺส กุชฺฌิตฺวา. เอวญฺหิ เนสํ ‘‘เยสํ อปรชฺฌิมฺหา, เต อิทานิ อนุพนฺธิตฺวา’’ติอาทินา ปจฺฉา อาสงฺกุปฺปตฺติ สิยา. ‘‘เอเต อมฺหากํ ปริคฺคหวตฺถุํ คเหตุกามา มญฺเญ, วินาสํ กาตุกามา มญฺเญ’’ติ ยถา ปเร ปรโต เตสํ อภิชฺฌาพฺยาปาทปฺปวตฺตึ ปริคฺคณฺหนฺติ, ตาทิสํ มโนกมฺมนฺตํ สนฺธาย ‘‘เต ปเรส’’นฺติอาทิ วุตฺตนฺติ ทฏฺฐพฺพํ. กามํ อกุสลกายกมฺมวจีกมฺมปวตฺติกาเลปิ อภิชฺฌาทโย ปวตฺตนฺติเยว, ตทา ปน เต เจตนาปกฺขิกา วา อพฺโพหาริกา วาติ มโนกมฺมนฺตวาเร เอว อภิชฺฌาทิวเสน โยชนา กตา. อถ วา ทฺวารนฺตเร ปวตฺตานมฺปิ ปาณาติปาตาทีนํ วจีกมฺมาทิภาวาภาโว วิย ทฺวารนฺตเร ปวตฺตานมฺปิ อภิชฺฌาทีนํ กายกมฺมาทิภาวาภาโว, มโนกมฺมภาโว เอว ปน สิทฺโธติ กตฺวา มโนกมฺมนฺตวาเร เอว อภิชฺฌาทโย อุทฺธฏา. ตถา หิ วุตฺตํ –
‘‘ทฺวาเร จรนฺติ กมฺมานิ, น ทฺวารา ทฺวารจาริโน;
ตสฺมา ทฺวาเรหิ กมฺมานิ, อญฺญมญฺญํ ววตฺถิตา’’ติ. (ธ. ส. อฏฺฐ. ๑.กายกมฺมทฺวาร);
กิญฺจาปิ อฏฺฐกถายํ สาสเน ปพฺพชิตวเสน อาชีววาเร ภยเภรวาวฺหานํ โยชิตํ, ‘‘เย โข เกจิ สมณา วา พฺราหฺมณา วา’’ติ ปน วจนโต พาหิรกวเสน คหฏฺฐวเสน จ โยชนา เวทิตพฺพา. คหฏฺฐานมฺปิ หิ ชาติธมฺมกุลธมฺมเทสธมฺมวิโลมนวเสน อญฺญถาปิ มิจฺฉาชีโว ลพฺภเตว, ตาย เอว จ อาชีววิปตฺติยา อญฺญถา วา เนสํ อรญฺญวาโส สมฺภเวยฺยาติ.
๓๗. เอวํ อาชีวฏฺฐมกสีลวเสน ภยเภรวํ ทสฺเสตฺวา ตโต ปรํ นีวรณปฺปหานาทิวเสน ตํ ทสฺเสตุํ เทสนา วฑฺฒิตาติ ตทตฺถํ วิวรนฺโต ‘‘อิโต ปร’’นฺติอาทิมาห. ตตฺถ นีวรณวเสน ปุน วุตฺตาติ อยมธิปฺปาโย – เอวํ สีลวิสุทฺธิมตฺตมฺปิ อรญฺเญ วิหรโต ภยเภรวาภาวํ อาวหติ, กิมงฺคํ ปน นีวรณานิ ปหาย อปฺปนาสมาธึ, อุปจารสมาธิเมว วา สมฺปาทยโตติ สมาธิสมฺปทาย ภยเภรวาภาวเหตุกํ ทสฺเสตุํ อุปริ เทสนา วฑฺฒิตาติ อกุสลมโนกมฺมนฺตภาเวน คหิตาปิ อภิชฺฌาพฺยาปาทา นีวรณวเสน ปุน วุตฺตาติ อธิปฺปาโย. อภิ-ปุพฺโพ ฌา-สทฺโท อภิชฺฌายนตฺโถติ อาห ‘‘ปรภณฺฑาทิอภิชฺฌายนสีลา’’ติ. วตฺถุกาเมสูติ รูปาทีสุ กิเลสกามสฺส วตฺถุภูเตสุ กาเมสุ. พหลกิเลสราคาติ ถิรมูลทุมฺโมจนียตาหิ อชฺโฌสาเน ปภูตกิเลสกามา. อภิชฺฌา เจตฺถ อปฺปตฺตวิสยปตฺถนา, ติพฺพสาราโค สมฺปตฺติวิสยาภินิเวโส. เต หิ โลภาภิภูตา ปุคฺคลา อตฺตนิ ติพฺพสาเปกฺขตาย เอว โลภาภิภูตตาย อววตฺถิตารมฺมณา อวินิจฺฉิตวิสยา อรญฺเญ ตํ ตํ วิสยํ อนุปธาริตฺวา วิหรนฺติ, รชฺชุอาทีนิ ยาถาวโต น สลฺลกฺเขนฺติ. เตนาห ‘‘เตส’’นฺติอาทิ. อุปฏฺฐาติ สนฺตจิตฺตตาย. ตถา หิ วุตฺตํ ‘‘อากุลจิตฺตา’’ติ. ‘‘อิทานิมฺห นฏฺฐา’’ติ ตสนฺติ วิตสนฺติ, อาคนฺตฺวา พาธิยมานา วิย โหนฺติ, เอวํ ตํ ภยเภรวํ อตฺตนิ สมาโรปนฏฺเฐน อวฺหายนฺติ ปกฺโกสนฺตีติ โยชนํ สนฺธายาห ‘‘เสสํ ตาทิสเมวา’’ติ. ‘‘อนภิชฺฌาลุหมสฺมี’’ติ ปาฬิปเท จิรปริจิตอโลภชฺฌาสยตาย กมลทเล ชลพินฺทุ วิย อลคฺคมานสตฺตา สพฺพตฺถ อนเปกฺโขหมสฺมีติ อตฺโถ.
๓๘. ปกติภาววิชหเนนาติ ปริสุทฺธภาวสงฺขาตสฺส จ ปกติภาวสฺส วิชหเนน. สาวชฺชธมฺมสมุปฺปตฺติยา หิ จิตฺตสฺส อนวชฺชภาโว ชหิโต โหตีติ. วิปนฺนจิตฺตาติ กิเลสาสุจิทูสิตตาย กุถิตจิตฺตา. เตนาห ‘‘กิเลสานุคตํ…เป… ปูติกํ โหตี’’ติ. ปทุฏฺฐมนสงฺกปฺปาติ วิสสํสฏฺฐมุตฺตํ วิย โทเสน ปทูสิตจิตฺตสงฺกปฺปา. วุตฺตนเยเนวาติ ‘‘เต อววตฺถิตารมฺมณา โหนฺตี’’ติอาทินา อภิชฺฌาลุวาเร วุตฺตนเยเนว. ยถา หิ โลภวเสน, เอวํ โทสาทิวเสนปิ อววตฺถิตารมฺมณา โหนฺตีติ. สพฺพตฺถาติ เหฏฺฐา อุปริ จาติ สพฺพตฺถ ฐาเนสุ วณฺเณตพฺพา.
๓๙. ‘‘ยา จิตฺตสฺส อกลฺลตา อกมฺมญฺญตา’’ติ วจนโต ถินํ จิตฺตสฺส เคลญฺญภาเวน คหณํ คจฺฉตีติ อาห ‘‘จิตฺตเคลญฺญภูเตน ถิเนนา’’ติ. ตถา ‘‘ยา กายสฺส อกลฺลตา อกมฺมญฺญตา’’ติ (ธ. ส. ๑๑๖๓) วจนโต มิทฺธํ วิเสสโต นามกายสฺส เคลญฺญภาเวน คหณํ คจฺฉตีติ อาห ‘‘เสสนามกายเคลญฺญภูเตน มิทฺเธนา’’ติ. เสสคฺคหณญฺเจตฺถ จิตฺตนิวตฺตนตฺถํ. อิทญฺจ มิทฺธํ รูปกายสฺสปิ เคลญฺญาวหนฺติ ทฏฺฐพฺพํ นิทฺทาย เหตุภาวโต. ตถา หิ ตํ ‘‘นิทฺทา จปลายิกา’’ติ นิทฺทิฏฺฐํ. เตนาห ‘‘เต นิทฺทาพหุลา โหนฺตี’’ติ.
๔๐. อุทฺธจฺจปกติกาติ อุทฺธจฺจสีลา อนวฏฺฐิตสภาวา. อนวฏฺฐานรสญฺหิ อุทฺธจฺจํ. เตนาห ‘‘วิปฺผนฺทมานจิตฺตา’’ติอาทิ. อิธาติ ‘‘อวูปสนฺตจิตฺตา’’ติ อิมสฺมึ ปเท. กุกฺกุจฺจํ คเหตุํ วฏฺฏติ สํวณฺณนาวเสน ปจฺฉานุตาปสฺสปิ จิตฺตสฺส อวูปสมกรตฺตา. อุทฺธจฺจํ ปน สรูเปเนว คหิตนฺติ อธิปฺปาโย.
๔๑. เอกเมวิทํ ปญฺจมํ นีวรณํ ยทิทํ กงฺขา วิจิกิจฺฉาติ จ. ยทิ เอวํ กสฺมา ทฺวิธา กตฺวา วุตฺตนฺติ อาห ‘‘กึ นุ โข’’ติอาทิ. กงฺขนโตติ สํสยนโต. วิจิกิจฺฉาติ วุจฺจติ ‘‘ธมฺมสภาวํ วิจินนฺโต เอตาย กิจฺฉติ, วิคตา ติกิจฺฉา วา’’ติ กตฺวา.
๔๒. เอวํ นีวรณาภาวกิตฺตนมุเขน สมาธิสมฺปทาย ภยเภรวาภาวํ ทสฺเสตฺวา อิทานิ อตฺตุกฺกํสนาทิอภาวกิตฺตนมุเขน ปญฺญาสมฺปทาย ภยเภรวาภาวํ ทสฺเสตุํ ‘‘เย โข เกจี’’ติอาทินา อุปริ เทสนา วฑฺฒิตา, ตทตฺถํ วิวริตุํ ‘‘อตฺตุกฺกํสนกา’’ติอาทิ วุตฺตํ. อุกฺกํเสนฺติ มานวเสน ปคฺคณฺหเนน. เตนาห ‘‘อุจฺเจ ฐาเน ฐเปนฺตี’’ติ. ถินมิทฺธอุทฺธจฺจกุกฺกุจฺจวิจิกิจฺฉาวาเรสุ คยฺหมานํ อภิชฺฌาลุวารสทิสนฺติ ตตฺถ ตํ อนามสิตฺวา อตฺตุกฺกํสกวาเร กิญฺจิ วิสทิสํ อตฺถีติ ตํ ทสฺเสตุํ ‘‘เต กถ’’นฺติอาทิ วุตฺตํ.
๔๓. ฉมฺภนํ ฉมฺโภ, กายสฺส ฉมฺภิตตฺตเหตุภูโต พลวจิตฺตุตฺราโส. โส เอเตสํ อตฺถีติ ฉมฺภี. เตนาห ‘‘กายถมฺภนา’’ติอาทิ. ภีรุกชาติกาติ ภายนกสีลา. เอกเมว เจตํ สาวชฺชภยํ กาเย ฉมฺภิตตฺตสฺส, จิตฺเต จ กาเย จ ถทฺธภาวสฺส อุปฺปาทนวเสน ‘‘ฉมฺโภ ภีรุตา’’ติ จ วุจฺจตีติ ตํสมงฺคิโน สมณพฺราหฺมณา ‘‘ฉมฺภี ภีรุกชาติกา’’ติ วุตฺตา, อิธ ภยเภรวํ สรูเปเนว คหิตํ.
๔๔. ลพฺภติ ปาปุณียตีติ ลาภสทฺทสฺส กมฺมสาธนตฺตมาห. สกฺกจฺจํ กาตพฺโพ ทาตพฺโพติ สกฺกาโร. ตทตฺถทีปกนฺติ ลาภาทึ ปหาย อรญฺเญ วสโต ภยเภรวาวฺหายนํ นตฺถีติ ทีปกํ. โส กิร ลาภครุตาเยว ปิโย คาโม เอตสฺสาติ ‘‘ปิยคามิโก’’ติ นามํ ลภติ. กมฺมมุตฺโตติ ชราชิณฺณตฺตา กมฺมํ กาตุํ น สกฺโกตีติ สามิเกหิ วิสฺสฏฺโฐ.
๔๕. อลสภาเวน สมฺมาวายามสฺส อกรณโต กุจฺฉิตํ สีทนฺตีติ กุสีตา. วีรสฺส ภาโว, กมฺมํ วา วีริยํ, วิธินา วา อีเรตพฺพํ ปวตฺเตตพฺพนฺติ วีริยํ, สมฺมาวายาโม. เตน หีนา หีนวีริยา. กายวิญฺญตฺติยา สมุฏฺฐานวเสน ปวตฺตวีริยํ กายิกวีริยํ, วตฺตกรณจงฺกมนาทีสุ ทฏฺฐพฺพํ. นิสชฺช สยิตฺวา จ กมฺมฏฺฐานมนสิการวเสน ปวตฺตวีริยํ เจตสิกวีริยํ. ตตฺถ ปุริมํ วิเสสโต โกสชฺชปฏิปกฺขตาวเสน, ทุติยํ วีริยารมฺภตาวเสน ปากฏํ โหตีติ ทสฺเสนฺโต ‘‘กุสีตา’’ติอาทิมาห. เต หิ หีนวีริยา อลสตาเยว อารมฺมณววตฺถานมตฺตมฺปิ กาตุํ น สกฺโกนฺติ.
๔๖. นฏฺฐสฺสตีติ อลพฺภมานสฺสติ, ปจฺจยเวกลฺเลน วิชฺชมานายปิ สติยา สติกิจฺจํ กาตุํ อสมตฺถตาย เอวํ วุตฺตํ. น สมฺปชานาติ อสมฺปชานา. ตํโยคนิวตฺติยญฺจายํ อ-กาโร ‘‘อเหตุกา ธมฺมา (ธ. ส. ๒.ทุกมาติกา), อภิกฺขุโก อาวาโส’’ติอาทีสุ (จูฬว. ๗๖) วิยาติ อาห ‘‘ปญฺญารหิตา’’ติ. นนุ โสฬสโม ปญฺญาวาโร, อยํ สติวาโร, ตตฺถ กสฺมา สํกิเลสปกฺเข ปญฺญา คหิตาติ โจทนํ สนฺธายาห ‘‘อิมสฺส จา’’ติอาทิ. สติภาชนียเมเวตํ, ยทิทํ จุทฺทสโม วาโร, ปญฺญา ปเนตฺถ จุทฺทสเม วาเร เกวลา สติ ทุพฺพลาติ สติทุพฺพลฺยทีปนตฺถํ ‘‘อสมฺปชานา’’ติ ปฏิกฺเขปมุเขน วุตฺตา. อิทานิ วุตฺตเมวตฺถํ ปากฏตรํ กาตุํ ‘‘ทุวิธา หี’’ติอาทิ วุตฺตํ.
๔๗. อปฺปนาสมาธินา, อุปจารสมาธินา วา จิตฺตํ อารมฺมเณ สมํ, สมฺมา วา อาหิตํ นาม โหติ, นาญฺญถาติ ทสฺเสนฺโต ‘‘อสมาหิตาติ อุปจารปฺปนาสมาธิวิรหิตา’’ติ อาห. วิพฺภนฺตจิตฺตาติ อนวฏฺฐิตจิตฺตา. ปุพฺเพ นีวรณภาวสามญฺเญน อุทฺธจฺจํ คหิตํ ‘‘อุทฺธตา อวูปสนฺตจิตฺตา’’ติ, อิธ สมาธานาภาเวน อุทฺธจฺจเหตุโก จิตฺตวิพฺภโม วุตฺโต ‘‘อสมาหิตา วิพฺภนฺตจิตฺตา’’ติ, อยเมเตสํ วิเสโส. ปุพฺเพ วุตฺตนเยนาติ ปุพฺเพ ‘‘อุทฺธจฺเจน หิ เอการมฺมเณ จิตฺตํ วิปฺผนฺทติ ธชยฏฺฐิยํ วาเตน ปฏากา วิยา’’ติ (ม. นิ. อฏฺฐ. ๑.๔๐) วุตฺตนเยน. สพฺพํ ปุพฺพสทิสเมวาติ ภยเภรวาวฺหายนสฺส อภิชฺฌาลุวาเร วุตฺตสทิสตํ สนฺธาย วทติ.
๔๘. ทุปฺปญฺญาติ เอตฺถ ทุ-สทฺโท ‘‘ทุสฺสีโล’’ติอาทีสุ วิย อภาวตฺโถ, น ‘‘ทุคฺคติ, ทุปฺปฏิปนฺโน’’ติอาทีสุ วิย ครหตฺโถติ ทสฺเสตุํ ‘‘นิปฺปญฺญานเมตํ อธิวจน’’นฺติ วตฺวา ‘‘ปญฺญา ปน ทุฏฺฐา นาม นตฺถี’’ติ วุตฺตํ. เตติ ทุปฺปญฺญา. สพฺพตฺถาติ จตูสุปิ ปาฐวิกปฺเปสุ. เอลนฺติ วา โทโส วุจฺจติ. เตนาห ‘‘ยา สา วาจา เนลา กณฺณสุขา’’ติ. ตถา หิ สีลํ ‘‘เนลงฺค’’นฺติ วุตฺตํ. ทุปฺปญฺญา จ กเถนฺตา สโทสเมว กถํ กเถนฺติ อปณฺฑิตภาวโต. เตเนวาห ‘‘ทุพฺภาสิตภาสี’’ติ. ตสฺมา เอลสพฺภาวโต เอลํ มุขํ เอเตสนฺติ เอลมูคาติ วุตฺตาติ เอวมฺปิ วา เอตฺถ อตฺโถ ทฏฺฐพฺโพ. ยาย ปญฺญาย วเสน ‘‘ปญฺญาสมฺปนฺโน’’ติ วุตฺตํ, ตํ พฺยติเรกมุเขน ทสฺเสตุํ ‘‘โน จ โข’’ติอาทิ วุตฺตํ. นนุ จ โพธิสตฺตา พหุลวิปสฺสนาปญฺญาย สมนฺนาคตา โหนฺตีติ? โหนฺติ, ตทา ปน โพธิสตฺเตน น วิปสฺสนารมฺโภ กโต, โน จ วิปสฺสนาปญฺญา อธิปฺเปตาติ วุตฺตํ ‘‘โน จ โข วิปสฺสนาปญฺญายา’’ติ.
เกจิ ปเนตฺถ ‘‘สทฺธาวิรหิตา อปริสุทฺธกายกมฺมนฺตาทโย วิย ภยเภรวาวฺหายนสฺส วิเสสการณํ, นาปิ สทฺธาลุตา ปลฺโลมตายาติ สทฺธาวาโร อนุทฺธโฏ’’ติ วทนฺติ, ตํ อการณํ. กมฺมผเล หิ สทฺทหนฺโต กมฺมปฏิสรณตํเยว นิสฺสาย ภยเภรวํ ติณายปิ อมญฺญมาโน ปลฺโลมตมาปชฺเชยฺย. ยสฺมา ปน วีริยาทโย สทฺธาย วินา นปฺปวตฺตนฺตีติ เตสํ อุปนิสฺสยภูตา สหชาตา จ สา ตคฺคหเณเนว คหิตา โหตีติ วิสุํ น อุทฺธฏา. ตถา หิ สา ฌานสฺส ปุพฺพภาคปฏิปทายมฺปิ น อุทฺธฏา, กึ วา เอตาย สทฺธาย, อทฺธา สา อิมสฺมึ อารมฺมณปริคฺคหฏฺฐาเน น คเหตพฺพาว, ตโต ธมฺมสฺสามินา อิธ น อุทฺธฏา, เอวํ อญฺเญสุปิ เอทิเสสุ ฐาเนสุ นิจฺฉโย กาตพฺโพ. ยถานุโลมเทสนา หิ สุตฺตนฺตกถาติ.
วจีกมฺมนฺตวาราทิกถาวณฺณนา นิฏฺฐิตา.
โสฬสฏฺฐานารมฺมณปริคฺคโห นิฏฺฐิโต.
ภยเภรวเสนาสนาทิวณฺณนา
๔๙. โสฬสารมฺมณานีติ โสฬสฏฺฐานานิ อารมฺมณานิ. เอวรูปาสุ รตฺตีสูติ จาตุทฺทสีอาทิกา อุปริ วกฺขมานา รตฺติโย สนฺธาย วทติ. เอวรูเป เสนาสเนติ เอตฺถาปิ เอเสว นโย. ยาติ อนิยมโต อุทฺทิฏฺฐานํ ปุน ‘‘ตา’’ติ วจนํ นิทฺเทโส วิย โหตีติ วุตฺตํ ‘‘ยา ตาติ อุภยเมตํ รตฺตีนํเยว อุทฺเทสนิทฺเทสวจน’’นฺติ. อภีติ ลกฺขณตฺเถ ‘‘อญฺเญ จ อภิญฺญาตา พฺราหฺมณมหาสาลา’’ติอาทีสุ วิย. กถํ ปเนตฺถ ลกฺขณตฺถตา เวทิตพฺพา? ลกฺขียติ เอเตนาติ ลกฺขณนฺติ อาห ‘‘จนฺทปาริปูริยา’’ติอาทิ. ปุณฺณมาสิยํ จนฺทปาริปูริยา อมาวาสิยํ จนฺทปริกฺขเยน. อาทิ-สทฺเทน จนฺทสฺส อุปฑฺฒมณฺฑลตาราหุคฺคหตาทีนํ สงฺคโห ทฏฺฐพฺโพ. อุปสคฺคมตฺตเมว อภิ-สทฺโท ลกฺขิตสทฺเทเนว ลกฺขณตฺถสฺส วิญฺญายมานตฺตาติ อธิปฺปาโย.
ปฐมทิวสโต ปภุตีติ ปฐมปาฏิปททิวสโต ปฏฺฐาย. ยสฺมา โจทโก ภควโต กาเล อนภิลกฺขิตาปิ อปรภาเค อภิลกฺขิตา ชาตา, ตสฺมา ตํ อภิลกฺขณียตํ อุปาทาย ‘‘สพฺพทสฺสินา ภควตา ปญฺจมี กสฺมา น คหิตา’’ติ โจเทติ, อิตโร สพฺพกาลิกาสุ จาตุทฺทสีอาทีสุ คยฺหมานาสุ อสพฺพกาลิกาย กถํ คหณนฺติ อธิปฺปาเยน ‘‘อสพฺพกาลิกตฺตา’’ติ ปริหรติ.
ตถาวิธาสูติ ‘‘อภิญฺญาตา’’ติอาทินา ยถา วุตฺตา, ตถาวิธาสุ. เทวตาธิฏฺฐิตภาเวน อารามาทีนํ โลกสฺส เจติยภาโวติ อาห ‘‘ปูชนียฏฺเฐนา’’ติ. มนุสฺสา เยภุยฺเยน คามาทีนํ ทฺวาเรสุ ตถารูเป รุกฺเข เจติยฏฺฐานิเย กตฺวา โวหรนฺตีติ อาห ‘‘คามนิคมาทิทฺวาเรสู’’ติอาทิ. ทสฺสนมตฺเตนปิ สวนมตฺเตนปิ ภยุปฺปาทเนน ปากติกสตฺเต ภึเสนฺตีติ ภึสนกานิ. เตนาห ‘‘ภยชนกานี’’ติอาทิ. ภายติ เอตสฺมาติ ภยํ, อติวิย สปฺปฏิภยํ เภรวํ.
อายาจนอุปหารกรณารหนฺติ ตํตํพลิกมฺมปณิธิกมฺมกรณโยคฺคํ. ปุปฺผธูป…เป… ธรณิตลนฺติ อิทํ ยถาปฏิสูเตน สุปฺปาทินา อุปหารกรณทสฺสนํ. โกฏฺเฏนฺโตติ ปหรนฺโต, สิงฺคปฺปหารขุรปฺปหาเรหิ สทฺทํ กโรนฺโตติ อธิปฺปาโย. สพฺพจตุปฺปทานํ อิธ มโคติ นามํ, น ‘‘อจฺฉจมฺมํ มิคจมฺมํ เอฬกจมฺม’’นฺติอาทีสุ (มหาว. ๒๕๙) วิย, โรหิโตติอาทิ มิควิเสสานนฺติ อธิปฺปาโย. จาเลตฺวาติ อคฺคมทฺทเนน จาเลตฺวา. โมรคฺคหณญฺเจตฺถ อุปลกฺขณนฺติ ทสฺเสนฺโต อาห ‘‘อิธ สพฺพปกฺขิคหณํ อธิปฺเปต’’นฺติ. เอส นโยติ อิทํ ยถา ‘‘โมโร วา’’ติ เอตฺถ วา-สทฺโท อวุตฺตวิกปฺปนตฺโถ, เอวํ ‘‘มิโค วา’’ติ เอตฺถาปีติ มิคสทฺทสฺส วิเสสตฺถวุตฺติตํ สนฺธายาห. อิโต ปภูตีติ ‘‘ยํนูนาหํ ยา ตา รตฺติโย’’ติอาทินา ภยเภรวสฺส คเวสนจินฺตนโต ปภุติ, น คเวสนารมฺภโต ปภุติ. ‘‘อปฺเปว นามาหํ ภยเภรวํ ปสฺเสยฺย’’นฺติ เอตฺถาปิ หิ อารมฺมณเมว ภยเภรวํ. สุขารมฺมณํ รูปํ สุขมิว ‘‘รูปํ สุขํ สุขานุปติตํ สุขาวกฺกนฺต’’นฺติอาทีสุ (สํ. นิ. ๓.๖๐). กถํ ภยคฺคหเณน จ รูปารมฺมณคฺคหณนฺติ อาห ‘‘ปริตฺตสฺส จา’’ติอาทิ. ‘‘อาคจฺฉตี’’ติ วจนโต คเวสนารมฺภโต ปภุติ ‘‘เอตํ ภย’’นฺติ อารมฺมณํ อธิปฺเปตนฺติ เกจิ ‘‘ตํ น ปสฺเสยฺย’’นฺติ จกฺขุนา ทสฺสนสฺส อธิปฺเปตตฺตา, ตสฺมา วุตฺตนเยเนว อตฺโถ คเหตพฺโพ. ภยํ อากงฺขมาโนติ อุปปริกฺขนวเสน อหํ ภยวตฺถุํ อากงฺขนฺโต วิหรามิ, ตํ กิมตฺถิยํ, เอตฺตโกปิ ภยสมนฺนาหาโร มยฺหํ อยุตฺโตติ อธิปฺปาโย.
ยํ ปการํ ภูโต ยถาภูโต, โส ปเนตฺถ ปกาโร อิริยาปถวเสน ยุตฺโต ปาฬิยํ ตถา อาคตตฺตาติ อาห ‘‘เยน เยน อิริยาปเถน ภูตสฺสา’’ติ. ภวิตสฺสาติ อิทํ ‘‘ภูตสฺสา’’ติ อิมินา สมานตฺถํ ปทนฺติ ทฏฺฐพฺพํ. ‘‘สมงฺคีภูตสฺสา’’ติ ปทํ ปุริมปทโลเปน ภูตสฺสาติ วุตฺตนฺติ ทสฺเสนฺโต ‘‘สมงฺคีภูตสฺส วา’’ติ อาห. ภยเภรวารมฺมเณติ ภยเภรวาภิมเต อารมฺมเณ. เนว มหาสตฺโต ติฏฺฐตีติอาทิ ‘‘ตถาภูโต จ ตํ ปฏิวิเนยฺย’’นฺติ ยถา จินฺติตํ, ตถา ปฏิปนฺนภาวทสฺสนํ. อิริยาปถปฏิปาฏิ นาม ฐานคมนนิสชฺชานิปชฺชาติ วทนฺติ, อุปฺปฏิปาฏิ ปน ปฐมํ นิปชฺชา, ปุน นิสชฺชา, ปุน ฐานํ, ปจฺฉา คมนนฺติ เอวํ เวทิตพฺพา. อาสนฺนปฏิปาฏิยาติ คมนสฺส ตาว ฐานํ อาสนฺนํ, ฐานสฺส นิสชฺชา คมนญฺจ, นิสชฺชาย นิปชฺชา ฐานญฺจ, นิปชฺชาย นิสชฺชา อาสนฺนา. อิธ ปน คมนสฺส ฐานํ, ฐานสฺส จ คมนํ, นิสชฺชาย จ นิปชฺชา, นิปชฺชาย จ นิสชฺชา อาสนฺนภาเวน คหิตา, อิตเร ปรมฺปราวเสนาติ เวทิตพฺพา. ภิกฺขุสฺส ปน อิริยาปถา สมฺปตฺตปฏิปาฏิยา วิย อปราปรุปฺปตฺติวเสน วุจฺจนฺติ.
ภยเภรวเสนาสนาทิวณฺณนา นิฏฺฐิตา.
อสมฺโมหวิหารวณฺณนา
๕๐. อยญฺจ เม สพฺพโส ภยเภรวาภาโว วิเสสโต อสมฺโมหธมฺมตฺตาติ ทสฺเสตุํ ‘‘สนฺติ โข ปนา’’ติอาทินา อุปริ เทสนา วฑฺฒิตาติ อยํ วา เอตฺถ อนุสนฺธิ. ฌายีนํ สมฺโมหฏฺฐาเนสูติ อิมินา อชฺฌายีนํ สมฺโมหฏฺฐาเนสุ วตฺตพฺพเมว นตฺถีติ ทสฺเสติ. อตฺถีติ อิทํ นิปาตปทํ ปุถุวจนมฺปิ โหติ ‘‘อตฺถิ อิมสฺมึ กาเย เกสา’’ติอาทีสุ (ที. นิ. ๒.๓๗๓-๓๗๔; ม. นิ. ๑.๑๑๐; ๓.๑๕๔; สํ. นิ. ๔.๑๒๗; ขุ. ปา. ๓.ทฺวตึสาการ) วิยาติ ‘‘สนฺตี’’ติ ปทสฺส อตฺถทสฺสนวเสน วุตฺตํ. กึ ขณตฺตยสมงฺคิตาย เต อตฺถิ, โนติ อาห ‘‘สํวิชฺชนฺติ อุปลพฺภนฺตี’’ติ, มหติ โลกสนฺนิวาเส เอทิสาปิ สํวิชฺชนฺติ ญาเณน คเหตพฺพตาย อุปลพฺภนฺตีติ. โอทาตกสิณลาภีติ อปฺปมาณโอทาตกสิณลาภี. เอวํ หิสฺส สมนฺตโต อาโลโก วิย อุปฏฺฐาติ. ปริกมฺมนฺติ สมาปตฺติปุพฺพภาคมาห. เอตฺตกํ สูริเย คเต วุฏฺฐหามีติ,โน จ โข อทฺธานปริจฺเฉเท กุสโล โหติ, เกวลํ ‘‘ทิวา เอว วุฏฺฐหามี’’ติ มนสิการํ อุปฺปาเทสิ. วิสทํ โหติ สพฺพํ อารมฺมณชาตํ, ทิพฺพจกฺขุนา ปสฺสนฺตสฺส วิย วิภูตํ. อวิสทนฺติ เอตฺถ วุตฺตวิปริยาเยน อตฺโถ เวทิตพฺโพ. เอวํสญฺญิโนติ รตฺตึ ‘‘ทิวา’’ติ, ทิวา จ ‘‘รตฺตี’’ติ เอวํสญฺญิโน.
อนฺโตเสนาสเน รตฺตึ นิสินฺโน โหตีติ รตฺติ-สทฺโท อชฺฌาหริตพฺโพ. ปริตฺตาสนาทีหิ, อญฺเญหิ วา การเณหิ. คมฺภีราย ภูมิคพฺภสทิสาย ฆนวนปฏิจฺฉนฺนาย พหลตรชาลวนปฏลปฏิจฺฉนฺนาย. อนฺตรหิตสูริยาโลเก กาเลติ เอเตเนว ทิวาติ อวุตฺตสิทฺโธ. สมฺโมหวิหาโร นาม พหุวิโธติ อาห ‘‘สมฺโมหวิหารานํ อญฺญตร’’นฺติ.
ปากโฏ โพธิสตฺตสฺส รตฺตินฺทิวปริจฺเฉโท อนฺตมโส ลวตุฏิขณสฺสปิ อุปาทาย สุววตฺถิตตฺตา, ตถา รตฺติทิวสโกฏฺฐาสปริจฺเฉโท อตฺตนา กาตพฺพกิจฺจวเสน กาลญาณวเสน จ.
กาลถมฺเภ ลทฺธพฺพฉายาวเสน ทฺวงฺคุลกาเล. ยามฆณฺฏิกํ ปหรติ สงฺฆสฺส ตํตํวตฺตกรณตฺถํ. มุคฺครนฺติ ฆณฺฏิกปฺปหรณมุคฺครํ. ยามยนฺตํ ปตติ อญฺเญหิ ภิกฺขูหิ โยชิตนฺติ อธิปฺปาโย. ยาว อญฺเญ ภิกฺขู โภชนสาลํ อุปคจฺฉนฺติ, ตาว ทิวาวิหารฏฺฐานํ คนฺตฺวา สมณธมฺมํ กโรติ.
ยํ โข ตนฺติ เอตฺถ ยนฺติ อนิยมุทฺเทโส, โขติ อวธารเณ, ยเมว ปุคฺคลนฺติ อตฺโถ. ตนฺติ วุจฺจมานาการวจนํ. มเมวาติ มํ เอว. อสมฺโมหสภาโวติ สภาวภูตอสมฺโมโห. ‘‘อุปฺปนฺโน’’ติ วุตฺตตฺตา ‘‘มนุสฺสโลเก’’ติ วุตฺตํ. ปญฺญาสมฺปตฺติยาติ ยาถาวโต หิตสฺส ชานนสมตฺเถน อตฺตโน ปญฺญาคุเณน, น เกวลํ อชฺฌาสเยเนว หิเตสิตา, อถ โข ปโยเคนาติ ทสฺเสนฺโต ‘‘หิตูปเทสโก’’ติ อาห. อชฺฌาสเยน ปน หิเตสิตา ‘‘โลกานุกมฺปายา’’ติ อิมินา ทสฺสิตา. อุปกรเณหิ วินา น กทาจิ โภคสุขํ อุปกรณทานญฺจ จาคสมฺปตฺติเหตุกนฺติ อาห ‘‘จาคสมฺปตฺติยา…เป… ทายโก’’ติ. เมตฺตาสมฺปตฺติยา หิตูปสํหาเรน รกฺขิตา. กรุณาสมฺปตฺติยา ทุกฺขาปนยเนน โคปายิตา. นนุ จ ปุพฺเพปิ วุตฺตํ ‘‘หิตาย สุขายา’’ติ, อถ กสฺมา ปุน ตํ คหิตนฺติ โจทนํ สนฺธายาห ‘‘อิธ เทวมนุสฺสคฺคหเณนา’’ติอาทิ. เตน ปุพฺเพ อวิเสสโต หิตาทีนิ ทสฺสิตานิ, อิทานิ วิเสสโต สห ปโยชเนน ตานิ ทสฺสิตานีติ ทีเปติ. นิพฺพานโต ปโร ปรโม อตฺโถ นาม นตฺถีติ อาห ‘‘ปรมตฺถตฺตายา’’ติ. หิโนติ นิพฺพานํ คจฺฉตีติ หิตํ, มคฺโค. อุกฺกํสโต สุขตฺถํ อริยผลนฺติ อาห ‘‘ตโต อุตฺตริ สุขาภาวโต’’ติ.
อสมฺโมหวิหารวณฺณนา นิฏฺฐิตา.
ปุพฺพภาคปฏิปทาทิวณฺณนา
๕๑. อสมฺโมหวิหารนฺติ อสมฺโมหวุตฺตึ, อสมฺโมหสมฺโพธินฺติ วา อตฺโถ. ตนฺติ สมถวิปสฺสนาภาวนาสงฺขาตํ ปฏิปทํ. ปุพฺพภาคโต ปภุตีติ ภาวนาย ปุพฺพภาควีริยารมฺภาทิโต ปฏฺฐาย. เกจีติ อุตฺตรวิหารวาสิโน.
โพธิมณฺเฑติ (สารตฺถ. ฏี. ๑.๑๑.เวรญฺชกณฺฑวณฺณนา; อ. นิ. ฏี. ๓.๘.๑๑) โพธิสงฺขาตสฺส ญาณสฺส มณฺฑภาวปฺปตฺเต ฐาเน. จตุรงฺคนฺติ ‘‘กามํ ตโจ จ นฺหารุ จ, อฏฺฐิ จ อวสิสฺสตู’’ติอาทินา (ม. นิ. ๒.๑๘๔; สํ. นิ. ๒.๒๓๗; อ. นิ. ๒.๕; ๘.๑๓; มหานิ. ๑๗, ๑๙๖) วุตฺตจตุรงฺคสมนฺนาคตํ. ปคฺคหิตนฺติ อารมฺภํ สิถิลํ อกตฺวา ทฬฺหปรกฺกมสงฺขาตุสฺสหนภาเวน คหิตํ. เตนาห ‘‘อสิถิลปฺปวตฺติตนฺติ วุตฺตํ โหตี’’ติ. อสลฺลีนนฺติ อสงฺกุจิตํ โกสชฺชวเสน สงฺโกจํ อนาปนฺนํ.
อุปฏฺฐิตาติ โอคาหนสงฺขาเตน อปิลาปนภาเวน อารมฺมณํ อุปคนฺตฺวา ฐิตา. เตนาห ‘‘อารมฺมณาภิมุขีภาเวนา’’ติ. สมฺโมสสฺส วิทฺธํสนวเสน ปวตฺติยา น สมฺมุฏฺฐาติ อสมฺมุฏฺฐา. กิญฺจาปิ จิตฺตมิว จิตฺตปสฺสทฺธิวเสน กายปสฺสทฺธิวเสเนว กาโย ปสฺสทฺโธ โหติ, ตถาปิ ยสฺมา กายปสฺสทฺธิ อุปฺปชฺชมานา จิตฺตปสฺสทฺธิยา สเหว อุปฺปชฺชติ, น วินา, ตสฺมา วุตฺตํ ‘‘กายจิตฺตปสฺสทฺธิสมฺภเวนา’’ติ. รูปกาโยปิ ปสฺสทฺโธเยว โหติ กายปสฺสทฺธิยา อุภเยสมฺปิ กายานํ ปสฺสมฺภนาวหตฺตา. โส จ โข กาโย. วิคตทรโถติ วิคตกิเลสทรโถ. นามกาเย หิ วิคตทรเถ รูปกาโยปิ วูปสนฺตทรถปริฬาโห โหติ. สมฺมา อาหิตนฺติ นานารมฺมเณสุ วิธาวนสงฺขาตวิกฺเขปํ วิจฺฉินฺทิตฺวา เอกสฺมึเยว อารมฺมเณ อวิกฺขิตฺตภาวาปาทาเนน สมฺมเทว อาหิตํ. เตนาห ‘‘สุฏฺฐุ ฐปิต’’นฺติอาทิ. จิตฺตสฺส อเนกคฺคภาโว วิกฺเขปวเสน จญฺจลตา, สา สติ เอกคฺคตาย น โหตีติ อาห ‘‘เอกคฺคํ อจลํ นิปฺผนฺทน’’นฺติ. เอตฺตาวตาติ ‘‘อารทฺธํ โข ปนา’’ติอาทินา วีริยสติปสฺสทฺธิสมาธีนํ กิจฺจสิทฺธิทสฺสเนน. นนุ จ สทฺธาปญฺญานมฺปิ กิจฺจสิทฺธิ ฌานสฺส ปุพฺพปฏิปทาย อิจฺฉิตพฺพาติ? สจฺจํ อิจฺฉิตพฺพา, สา ปน นานนฺตริยภาเวน อวุตฺตสิทฺธาติ น คหิตา. อสติ หิ สทฺธาย วีริยารมฺภาทีนํ อสมฺภโวเยว, ปญฺญาปริคฺคเห จ เนสํ อสติ ปญฺญายารมฺภาทิภาโว น สิยา. ตถา อสลฺลีนาสมฺโมสตาทโย วีริยาทีนนฺติ อสลฺลีนตาทิคฺคหเณเนเวตฺถ ปญฺญากิจฺจสิทฺธิ คหิตาติ ทฏฺฐพฺพํ. ฌานภาวนายํ วา สมาธิกิจฺจํ อธิกํ อิจฺฉิตพฺพนฺติ ทสฺเสตุํ สมาธิปริโยสานาว ฌานสฺส ปุพฺพปฏิปทา กถิตาติ ทฏฺฐพฺพํ.
วุตฺตํ, ตสฺมา อิธ น วตฺตพฺพํ. วิสุทฺธิมคฺโค หิ อิมิสฺสา สํวณฺณนาย เอกเทสภูโตติ วุตฺโตวายมตฺโถติ. วิหรตีติ อาคตํ ปรุทฺเทสิกตฺตา วิหารสฺส. อิธ วิหาสินฺติ อาคตํ อตฺถุทฺเทสิกตฺตา. อิทํ กิร สพฺพพุทฺธานํ อวิชหิตนฺติ อาห ‘‘อานาปานสฺสติกมฺมฏฺฐาน’’นฺติ. รูปวิราคภาวนาวเสน (สารตฺถ. ฏี. ๑.๑๒.เนรญฺชกณฺฑวณฺณนา) ปวตฺโต จตุพฺพิโธปิ อรูปชฺฌานวิเสโส จตุตฺถชฺฌานสงฺคโห เอวาติ อาห ‘‘จตฺตาริ ฌานานี’’ติ. ยุตฺตํ ตาว จิตฺเตกคฺคตา ภโวกฺกมนตฺถตา วิย วิปสฺสนาปาทกตาปิ จตุนฺนํ ฌานานํ สาธารณาติ เตสํ วเสน ‘‘จตฺตาริ ฌานานี’’ติ วจนํ, อภิญฺญาปาทกตา ปน นิโรธปาทกตา จ จตุตฺถสฺเสว ฌานสฺส อาเวณิกา, สา กถํ จตุนฺนํ ฌานานํ สาธารณา วุตฺตาติ? ปรมฺปราธิฏฺฐานภาวโต. ปทฏฺฐานปทฏฺฐานมฺปิ หิ ปทฏฺฐานนฺเตว วุจฺจติ, การณการณมฺปิ การณนฺติ ยถา ‘‘ติเณหิ สตฺตํ สิทฺธ’’นฺติ, เอวญฺจ กตฺวา ปโยชนนิทฺเทเส อฏฺฐสมาปตฺติคฺคหณํ สมตฺถิตํ โหติ. จิตฺเตกคฺคตตฺถานีติ จิตฺตสมาธานตฺถานิ, ทิฏฺฐธมฺมสุขวิหารตฺถานีติ อตฺโถ. จิตฺเตกคฺคตาสีเสน หิ ทิฏฺฐธมฺมสุขวิหาโร วุตฺโต, สุกฺขวิปสฺสกขีณาสววเสน เจตํ วุตฺตํ. เตนาห ‘‘เอกคฺคจิตฺตา สุขํ ทิวสํ วิหริสฺสามา’’ติ. ภโวกฺกมนตฺถานีติ ภเวสุ นิพฺพตฺติอตฺถานิ.
ยสฺมา (สารตฺถ. ฏี. ๑.๑๒.เนรญฺชกณฺฑวณฺณนา) โพธิสตฺเตน โพธิมณฺฑูปสงฺกมนโต ปุพฺเพปิ จริมภเว จตุตฺถชฺฌานํ นิพฺพตฺติตปุพฺพํ, ตทา ปน ตํ นิพฺพตฺติตมตฺตเมว อโหสิ, น วิปสฺสนาทิปาทกํ, ตสฺมา ‘‘โพธิรุกฺขมูเล นิพฺพตฺติต’’นฺติ ตโต วิเสเสตฺวา วุตฺตํ. วิปสฺสนาปาทกนฺติ วิปสฺสนารมฺเภ วิปสฺสนาย ปาทกํ. อภิญฺญาปาทกนฺติ เอตฺถาปิ เอเสว นโย. พุทฺธานญฺหิ ปฐมารมฺเภ เอว ปาทกชฺฌาเนน ปโยชนํ อโหสิ, น ตโต ปรํ อุปริมคฺคาธิคมผลสมาปตฺติอภิญฺญาวฬญฺชนาทิอตฺถํ. อภิสมฺโพธิสมธิคมโต ปฏฺฐาย หิ สพฺพํ ญาณสมาธิกิจฺจํ อากงฺขมตฺตปฏิพทฺธเมวาติ. สพฺพกิจฺจสาธกนฺติ อนุปุพฺพวิหาราทิสพฺพกิจฺจสาธกํ. สพฺพโลกิยโลกุตฺตรคุณทายกนฺติ เอตฺถ วิปสฺสนาภิญฺญาปาทกตฺตา เอว จตุตฺถสฺส ฌานสฺส ภควโต สพฺพโลกิยโลกุตฺตรคุณทายกตา เวทิตพฺพา. สพฺพญฺญุตญฺญาณปทฏฺฐานญฺหิ มคฺคญาณํ, มคฺคญาณปทฏฺฐานญฺจ สพฺพญฺญุตญฺญาณํ อภิสมฺโพธิ, ตทธิคมสมกาลเมว ภควโต สพฺเพ พุทฺธคุณา หตฺถคตา อเหสุํ, จตุตฺถชฺฌานสนฺนิสฺสโย จ มคฺคาธิคโมติ.
ปุพฺพภาคปฏิปทาทิวณฺณนา นิฏฺฐิตา.
ปุพฺเพนิวาสกถาวณฺณนา
๕๒. ทฺวินฺนํ วิชฺชานนฺติ ปุพฺเพนิวาสญาณทิพฺพจกฺขุญาณสงฺขาตานํ ทฺวินฺนํ วิชฺชานํ. อนุปทวณฺณนาติ ตาสํ วิชฺชานํ นิทฺเทสปาฬิยา อนุปทวณฺณนา. ภาวนานโยติ อุปฺปาทนวิธิ. ‘‘โส’’ติ ปจฺจตฺตวจนสฺส อหํ-สทฺเทน สมฺพนฺธเน การณํ ทสฺเสตุํ ‘‘อภินินฺนาเมสิ’’นฺติอาทิ วุตฺตํ. ปาฬิยํ วา ‘‘อภินินฺนาเมสิ’’นฺติ อุตฺตมปุริสสฺส โยโคติ อหํ-สทฺเทน อาเนตฺวา วุจฺจมาเน ตทตฺโถ ปากโฏ โหตีติ ‘‘โส อห’’นฺติ วุตฺตํ. อภินีหรินฺติ จิตฺตํ ฌานารมฺมณโต อปเนตฺวา ปุพฺเพนิวาสาภิมุขํ เปเสสึ, ปุพฺเพนิวาสนินฺนํ ปุพฺเพนิวาสโปณํ ปุพฺเพนิวาสปพฺภารํ อกาสินฺติ อตฺโถ.
ปุพฺเพอตีตชาตีสุ นิวุตฺถกฺขนฺธา ปุพฺเพนิวาโส. นิวุตฺถาติ จ อชฺฌาวุตฺถา อนุภูตา อตฺตโน สนฺตาเน อุปฺปชฺชิตฺวา นิรุทฺธา, โคจรนิวาเสน นิวุตฺถธมฺมา วา อตฺตโน วิญฺญาเณนวิญฺญาตา, ปรวิญฺญาณวิญฺญาตาปิ วา ฉินฺนวฏุมกานุสฺสรณาทีสุ, ตํ ปุพฺเพนิวาสํ ยาย สติยา อนุสฺสรติ, ตาย สมฺปยุตฺตํ ญาณํ ปุพฺเพนิวาสานุสฺสติญฺญาณํ. ปฏินิวตฺตนฺตสฺสาติ ปุพฺเพนิวาสํ อนุสฺสรณวเสน ยาวทิจฺฉกํ คนฺตฺวา ปจฺจาคจฺฉนฺตสฺส. ตสฺมาติ วุตฺตสฺเสวตฺถสฺส การณภาเวน ปจฺจามสนํ, ปฏินิวตฺตนฺตสฺส ปจฺจเวกฺขณภาวโตติ วุตฺตํ โหติ. อิธูปปตฺติยาติ อิธ จริมภเว อุปปตฺติยา. อนนฺตรนฺติ อตีตานนฺตรมาห. อมุตฺราติ อมุกสฺมึ ภเวติ อตฺโถ. อุทปาทินฺติ อุปฺปชฺชึ. ตาหิ เทวตาหีติ ตุสิตาเทวตาหิ. เอกโคตฺโตติ ตุสิตโคตฺเตน เอกโคตฺโต. มหาโพธิสตฺตานํ สนฺตานสฺส ปริโยสานาวตฺถาย เทวโลกูปปตฺติชนกํ นาม อกุสเลน กมฺมุนา อนุปทฺทุตเมว โหตีติ อธิปฺปาเยน ‘‘ทุกฺขํ ปน สงฺขารทุกฺขเมวา’’ติ วุตฺตํ. มหาปุญฺญานมฺปิ ปน เทวปุตฺตานํ ปุพฺพนิมิตฺตุปฺปตฺติกาลาทีสุ อนิฏฺฐารมฺมณสมาโยโค โหติเยวาติ ‘‘กทาจิ ทุกฺขทุกฺขสฺสปิ สมฺภโว นตฺถี’’ติ น สกฺกา วตฺตุํ. สตฺตปญฺญาส…เป… ปริยนฺโตติ อิทํ มนุสฺสานํ วสฺสคณนาวเสน วุตฺตํ. ตตฺถ เทวานํ วสฺสคณนาย ปน จตุสหสฺสเมว.
อตีตภเว (สารตฺถ. ฏี. ๑.๑๒.ปุพฺเพนิวาสกถายํ) ขนฺธา ตปฺปฏิพทฺธนามโคตฺตานิ จ สพฺพํ ปุพฺเพนิวาสนฺเตว สงฺคหิตนฺติ อาห ‘‘กึ วิทิตํ กโรติ? ปุพฺเพนิวาส’’นฺติ. โมโห ปฏิจฺฉาทกฏฺเฐน‘‘ตโม’’ติ วุจฺจติ ‘‘ตโม วิยา’’ติ กตฺวา. โอภาสกรณฏฺเฐนาติ กาตพฺพโต กรณํ, โอภาโสว กรณํ, อตฺตโน ปจฺจเยน โอภาสภาเวน นิพฺพตฺเตตพฺพฏฺเฐนาติ อตฺโถ. เสสํ ปสํสาวจนนฺติ ปฏิปกฺขวิธมนปวตฺติวิเสสานํ โพธนโต วุตฺตํ. อวิชฺชา วิหตาติ เอเตน วิชฺชนฏฺเฐน วิชฺชาติ อยมฺปิ อตฺโถ ทีปิโตติ ทฏฺฐพฺพํ. ยสฺมา วิชฺชา อุปฺปนฺนาติ เอเตน วิชฺชาปฏิปกฺขา อวิชฺชา, ปฏิปกฺขตา จสฺสา ปหาตพฺพภาเวน วิชฺชาย จ ปหายกภาเวนาติ ทสฺเสติ. เอส นโย อิตรสฺมิมฺปิ ปททฺวเยติ อิมินา ตโม วิหโต วินฏฺโฐ. กสฺมา? ยสฺมา อาโลโก อุปฺปนฺโนติ อิมมตฺถํ อติทิสติ. เปสิตตฺตสฺสาติ ยถาธิปฺเปตตฺถสิทฺธึ ปติ วิสฺสฏฺฐจิตฺตสฺส. ยถา อปฺปมตฺตสฺสาติ อญฺญสฺสปิ กสฺสจิ มาทิสสฺสาติ อธิปฺปาโย.
ปุพฺเพนิวาสกถาวณฺณนา นิฏฺฐิตา.
ทิพฺพจกฺขุญาณกถาวณฺณนา
๕๓. อิธาติ ภยเภรวสุตฺเต วุตฺตํ. อิธ อยํ วิเสโสติ โยชนา. วุตฺตสทิสเมว ‘‘เมติ มยา’’ติอาทินา. ปริกมฺมกิจฺจนฺติ ‘‘อภิญฺญาปาทกจตุตฺถชฺฌานโต วุฏฺฐาย สพฺพปจฺฉิมา นิสชฺชา อาวชฺชิตพฺพา’’ติอาทินา, กสิณารมฺมณํ อภิญฺญาปาทกชฺฌานํ สพฺพากาเรน อภินีหารกฺขมํ กตฺวา’’ติอาทินา จ วุตฺเตน ปริกมฺเมน กิจฺจํ ปโยชนํ นตฺถิ. น เตน อิธ อตฺโถติ เตน ภาวนานเยน อิธ ปาฬิยา อตฺถวณฺณนายํ อตฺโถ นตฺถิ ตถาภาวนาย อิธ อนธิปฺเปตตฺตาติ อธิปฺปาโย.
ทิพฺพจกฺขุญาณกถาวณฺณนา นิฏฺฐิตา.
อาสวกฺขยญาณกถาวณฺณนา
๕๔. วิปสฺสนาปาทกนฺติ (สารตฺถ. ฏี. ๑.๑๔.อาสวกฺขยญาณกถายํ; ที. นิ. ฏี. ๑.๒๔๘; อ. นิ. ฏี. ๒.๓.๕๙) วิปสฺสนาย ปทฏฺฐานภูตํ. วิปสฺสนา จ ติวิธา วิปสฺสนกปุคฺคลเภเทน. มหาโพธิสตฺตานญฺหิ ปจฺเจกโพธิสตฺตานญฺจ วิปสฺสนา จินฺตามยญาณสํวทฺธิตตฺตา สยมฺภุญาณภูตา, อิตเรสํ สุตมยญาณสํวทฺธิตตฺตา ปโรปเทสสมฺภูตา, สา ‘‘ฐเปตฺวา เนวสญฺญานาสญฺญายตนํ อวเสสรูปารูปชฺฌานานํ อญฺญตรโต วุฏฺฐายา’’ติอาทินา อเนกธา อรูปมุขวเสน จตุธาตุววตฺถาเน วุตฺตานํ เตสํ เตสํ ธาตุปริคฺคหมุขานํ อญฺญตรมุขวเสน อเนกธาว วิสุทฺธิมคฺเค (วิสุทฺธิ. ๑.๓๐๖) นานานยโต วิภาวิตา. มหาโพธิสตฺตานํ ปน จตุวีสติโกฏิสตสหสฺสมุเขน ปเภทคมนโต นานานยํ สพฺพญฺญุตญฺญาณสนฺนิสฺสยสฺส อริยมคฺคญาณสฺส อธิฏฺฐานภูตํ ปุพฺพภาคญาณคพฺภํ คณฺหาเปนฺตํ ปริปากํ คจฺฉนฺตํ ปรมคมฺภีรสณฺหสุขุมตรํ อนญฺญสาธารณํ วิปสฺสนาญาณํ โหติ, ยํ อฏฺฐกถาสุ มหาวชิรญาณนฺติ วุจฺจติ. ยสฺส จ ปวตฺติวิภาเคน จตุวีสติโกฏิสตสหสฺสปฺปเภทสฺส ปาทกภาเวน สมาปชฺชิยมานา จตุวีสติโกฏิสตสหสฺสสงฺขา เทวสิกํ สตฺถุ วฬญฺชนกสมาปตฺติโย วุจฺจนฺติ, สฺวายํ พุทฺธานํ วิปสฺสนาจาโร ปรมตฺถมญฺชูสาย วิสุทฺธิมคฺคสํวณฺณนาย (วิสุทฺธิ. มหาฏี. ๑.๑๔๔) อุทฺเทสโต ทสฺสิโต, อตฺถิเกหิ ตโต คเหตพฺโพติ.
อาสวานํ เขปนโต สมุจฺฉินฺทนโต อาสวกฺขโย, อริยมคฺโค, อุกฺกฏฺฐนิทฺเทสวเสน อรหตฺตมคฺคคฺคหณํ. อาสวานํ ขเย ญาณํ อาสวกฺขยญาณนฺติ ทสฺเสนฺโต ‘‘ตตฺร เจตํ ญาณ’’นฺติ วตฺวา ขเยติ จ อาธาเร ภุมฺมํ, น วิสเยติ ทสฺเสนฺโต ‘‘ตปฺปริยา ปนฺนตฺตา’’ติ อาห. อิทํ ทุกฺขนฺติ ทุกฺขสฺส อริยสจฺจสฺส ตทา ปจฺจกฺขโต คหิตภาวทสฺสนํ. เอตฺตกํ ทุกฺขนฺติ ทุกฺขสฺส อริยสจฺจสฺส ตทา ปจฺจกฺขโต คหิตภาวทสฺสนํ. เอตฺตกํ ทุกฺขนฺติ ตสฺส ปริจฺฉิชฺช คหิตภาวทสฺสนํ. น อิโต ภิยฺโยติ อนวเสเสตฺวา คหิตภาวทสฺสนํ. เตนาห ‘‘สพฺพมฺปิ ทุกฺขสจฺจ’’นฺติอาทิ. สรสลกฺขณปฏิเวเธนาติ สภาวสงฺขาตสฺส ลกฺขณสฺส อสมฺโมหโต ปฏิวิชฺฌเนน. อสมฺโมหปฏิเวโธติ จ ยถา ตสฺมึ ญาเณ ปวตฺเต ปจฺฉา ทุกฺขสฺส สรูปาทิปริจฺเฉเท สมฺโมโห น โหติ, ตถา ปวตฺติ. เตนาห ‘‘ยถาภูตํ อพฺภญฺญาสิ’’นฺติ. ยํ ฐานํ ปตฺวาติ ยํ นิพฺพานํ มคฺคสฺส อารมฺมณปจฺจยฏฺเฐน การณภูตํ อาคมฺม. ตทุภยวโต หิ ปุคฺคลสฺส ปตฺติ ตทุภยสฺส ปตฺตีติ วุตฺตํ. ปตฺวาติ วา ปาปุณนเหตุ. อปฺปวตฺตินฺติ อปฺปวตฺตินิมิตฺตํ. เต วา นปฺปวตฺตนฺติ เอตฺถาติ อปฺปวตฺติ, นิพฺพานํ. ตสฺสาติ ทุกฺขนิโรธสฺส. สมฺปาปกนฺติ สจฺฉิกิริยาวเสน สมฺมเทว ปาปกํ.
กิเลสวเสนาติ อาสวสงฺขาตกิเลสวเสน. ยสฺมา อาสวานํ ทุกฺขสจฺจปริยาโย ตปฺปริยาปนฺนตฺตา, เสสสจฺจานญฺจ ตํสมุทยาทิปริยาโย อตฺถิ, ตสฺมา วุตฺตํ. ‘‘ปริยายโต’’ติ. ทสฺเสนฺโต สจฺจานีติ โยชนา. อาสวานํเยว เจตฺถ คหณํ ‘‘อาสวานํ ขยญาณายา’’ติ อารทฺธตฺตา. ตถา หิ อาสววิมุตฺติ สีเสเนว สพฺพสํกิเลสวิมุตฺติ วุตฺตา. ‘‘อิทํ ทุกฺขนฺติ ยถาภูตํ อพฺภญฺญาสิ’’นฺติอาทินา มิสฺสกมคฺโค อิธ กถิโตติ ‘‘สห วิปสฺสนาย โกฏิปฺปตฺตํ มคฺคํ กเถตี’’ติ วุตฺตํ. เอตฺถ จ สจฺจปฏิเวธสฺส ตทา อตีตกาลิกตฺตา ‘‘ยถาภูตํ อพฺภญฺญาสิ’’นฺติ วตฺวาปิ อภิสมยกาเล ตสฺส ปจฺจุปฺปนฺนตํ อุปาทาย ‘‘เอวํ ชานโต เอวํ ปสฺสโต’’ติ วตฺตมานกาเลน นิทฺเทโส กโต. โส จ กามํ มคฺคกฺขณโต ปรํ ยาวชฺชตนา อตีตกาลิโก เอว, สพฺพปฐมํ ปนสฺส อตีตกาลิกตฺตํ ผลกฺขเณน เวทิตพฺพนฺติ อาห ‘‘วิมุจฺจิตฺถาติ อิมินา ผลกฺขณํ ทสฺเสตี’’ติ. ชานโต ปสฺสโตติ วา เหตุนิทฺเทโสยํ. ชานนเหตุ ทสฺสนเหตุ กามาสวา จิตฺตํ วิมุจฺจิตฺถาติ โยชนา. ภวาสวคฺคหเณเนว เจตฺถ ภวราคสฺส วิย ภวทิฏฺฐิยาปิ สมวโรโธติ ทิฏฺฐาสวสฺสปิ สงฺคโห ทฏฺฐพฺโพ.
ขีณาชาตีติอาทีหิ ปเทหิ. ตสฺสาติ ปจฺจเวกฺขณญาณสฺส. ภูมีนฺติ ปวตฺติฏฺฐานํ. น ตาวสฺส อตีตา ชาติ ขีณา มคฺคภาวนายาติ อธิปฺปาโย. ตตฺถ การณมาห ‘‘ปุพฺเพว ขีณตฺตา’’ติ. น อนาคตา อสฺสชาติ ขีณาติ โยชนา. น อนาคตาติ จ อนาคตตฺตสามญฺญํ คเหตฺวา เลเสน โจเทติ. เตนาห ‘‘อนาคเต วายามาภาวโต’’ติ, อนาคตวิเสโส ปเนตฺถ อธิปฺเปโต, ตสฺส จ เขปเน วายาโมปิ ลพฺภเตว. เตนาห ‘‘ยา ปน มคฺคสฺสา’’ติอาทิ. เอกจตุปญฺจโวการภเวสูติ ภวตฺตยคฺคหณํ วุตฺตนเยน อนวเสสโต ชาติยา ขีณภาวทสฺสนตฺถํ. ตนฺติ ยถาวุตฺตํ ชาตึ. โสติ ภควา.
พฺรหฺมจริยวาโส นาม อิธ มคฺคพฺรหฺมจริยสฺส นิพฺพตฺตนเมวาติ อาห ‘‘นิฏฺฐิต’’นฺติ. สมฺมาทิฏฺฐิยา จตูสุ สจฺเจสุ ปริญฺญาทิกิจฺจสาธนวเสน ปวตฺตมานาย สมฺมา สงฺกปฺปาทีนมฺปิ ทุกฺขสจฺเจ ปริญฺญาภิสมยานุคุณา ปวตฺติ, อิตรสจฺเจสุ จ เนสํ ปหานาภิสมยาทิวเสน ปวตฺติ ปากฏา เอว. เตน วุตฺตํ ‘‘จตูหิ มคฺเคหิ ปริญฺญาปหานสจฺฉิกิริยาภาวนาวเสนา’’ติ. อิตฺถตฺตายาติ อิเม ปการา อิตฺถํ, ตพฺภาโว อิตฺถตฺตํ, ตทตฺถนฺติ วุตฺตํ โหติ. เต ปน ปการา อริยมคฺคพฺยาปารภูตา ปริญฺญาทโย อิธาธิปฺเปตาติ อาห ‘‘เอวํโสฬสกิจฺจภาวายา’’ติ. เต หิ มคฺคํ ปจฺจเวกฺขโต มคฺคานุภาเวน ปากฏา หุตฺวา อุปฏฺฐหนฺติ, ปริญฺญาทีสุ จ ปหานเมว ปธานํ ตทตฺถตฺตา อิตเรสนฺติ อาห ‘‘กิเลสกฺขยายวา’’ติ. ปหีนกิเลสปจฺจเวกฺขณวเสน วา เอตํ วุตฺตํ. อิตฺถตฺตายาติ นิสฺสกฺเก สมฺปทานวจนนฺติ อาห ‘‘อิตฺถภาวโต’’ติ. อปรํ อนาคตํ. อิเม ปน จริมตฺตภาวสงฺขาตา ปญฺจกฺขนฺธา. ปริญฺญาตา ติฏฺฐนฺตีติ เอเตน เตสํ อปฺปติฏฺฐตํ ทสฺเสติ. อปริญฺญามูลกา หิ ปติฏฺฐา. ยถาห ‘‘กพฬีกาเร เจ, ภิกฺขเว, อาหาเร อตฺถิ ราโค อตฺถิ นนฺที อตฺถิ ตณฺหา, ปติฏฺฐิตํ ตตฺถ วิญฺญาณํ วิรูฬฺห’’นฺติอาทิ (สํ. นิ. ๒.๖๔; มหานิ. ๗; กถา. ๒๙๖). เตเนวาห ‘‘ฉินฺนมูลกา รุกฺขา วิยา’’ติอาทิ.
ปจฺจเวกฺขณญาณปริคฺคหิตํ, น ปฐมทุติยญาณทฺวยาธิคมํ วิย เกวลนฺติ อธิปฺปาโย. ทสฺเสนฺโต นิคมนวเสนาติ อธิปฺปาโย. สรูปโต หิ ตํ ปุพฺเพ ทสฺสิตเมวาติ. ปุพฺเพนิวาสญาเณน อตีตารมฺมณสภาคตาย ตพฺภาวีภาวโต จ อตีตํสญาณํ สงฺคเหตฺวาติ โยชนา. ตตฺถ อตีตํสญาณนฺติ อตีตขนฺธายตนธาตุสงฺขาเต อตีตโกฏฺฐาเส อปฺปฏิหตํ ญาณํ. ทิพฺพจกฺขุนาติ สปริภณฺเฑน ทิพฺพจกฺขุญาเณน. ปจฺจุปฺปนฺนํโส จ อนาคตํโส จ ปจฺจุปฺปนฺนานาคตํสํ, ตตฺถ ญาณํ ปจฺจุปฺปนฺนานาคตํสญาณํ. สกลโลกิยโลกุตฺตรคุณนฺติ เอเตน สพฺพํ โลกํ อุตฺตริตฺวา อภิภุยฺย ฐิตตฺตา สพฺพญฺญุตญฺญาณสฺส วิย เสสาสาธารณญาณสฺส พลญาณอาเวณิกพุทฺธธมฺมาทีนมฺปิ อนญฺญสาธารณานํ พุทฺธคุณานํ สงฺคโห เวทิตพฺโพ. เตนาห ‘‘สพฺเพปิ สพฺพญฺญุคุเณ สงฺคเหตฺวา’’ติ.
อาสวกฺขยญาณกถาวณฺณนา นิฏฺฐิตา.
อรญฺญวาสการณวณฺณนา
๕๕. สิยา โข ปน เต พฺราหฺมณาติ เอตฺถ สิยาติ ‘‘อปฺเปวา’’ติ อิมินา สมานตฺโถ นิปาโต, ตสฺมา ‘พฺราหฺมณ, อปฺเปว โข ปน เต เอวมสฺสา’ติ อตฺโถ. ยํ ปน อฏฺฐกถายํ ‘‘กทาจี’’ติ วุตฺตํ, ตมฺปิ อิมเมวตฺถํ สนฺธาย วุตฺตํ อการณํ พฺราหฺมเณน ปริกปฺปิตมตฺถํ ปฏิปกฺขิปิตฺวา อตฺตโน อธิปฺเปตํ การณํ ทสฺเสนฺโต. อตฺโถว ผลํ ตทธีนวุตฺติตาย วโส เอตสฺสาติ อตฺถวโส, เหตูติ เอวํ วา เอตฺถ อตฺโถ ทฏฺฐพฺโพ. อตฺตโน จ ทิฏฺฐธมฺมสุขวิหารนฺติ เอเตน สตฺถา อตฺตโน วิเวกาภิรตึ ปกาเสตีติ ทสฺเสนฺโต ‘‘ทิฏฺฐธมฺโม นามา’’ติอาทิมาห. ตตฺถ อิริยาปถวิหารานนฺติ อิริยาปถปวตฺตีนํ. ตปฺปวตฺติโย หิ เอกสฺมึ อิริยาปเถ อุปฺปนฺนทุกฺขํ อญฺเญน อิริยาปเถน วิจฺฉินฺทิตฺวา หรณโต วิหาราติ วุจฺจนฺติ. ปจฺฉิมญฺจ ชนตํ อนุกมฺปมาโนติ เอเตน โย อาทิโต พฺราหฺมเณน ‘‘ภวํ เตสํ โคตโม ปุพฺพงฺคโม…เป… ทิฏฺฐานุคตึ อาปชฺชตี’’ติ วุตฺโต, โย จ ตถา ‘‘เอวเมตํ พฺราหฺมณา’’ติอาทินา อตฺตนา สมฺปฏิจฺฉิโต, ตเมว อตฺถํ นิคมนวเสน ทสฺเสนฺโต ยถานุสนฺธินาว สตฺถา เทสนํ นิฏฺฐาเปสิ.
อรญฺญวาสการณวณฺณนา นิฏฺฐิตา.
เทสนานุโมทนาวณฺณนา
๕๖. เอวํ นิฏฺฐาปิตาย เทสนาย พฺราหฺมโณ ตตฺถ ภควติ ปสาทํ ปเวเทนฺโต ‘‘อภิกฺกนฺต’’นฺติอาทิมาห. อภิกฺกนฺตาติ (สารตฺถ. ฏี. ๑.๑๕.เทสนานุโมทนกถา; ที. นิ. ฏี. ๑.๒๕๐; สํ. นิ. ฏี. ๑.๑.๑; อ. นิ. ฏี. ๒.๒.๑๖) อติกฺกนฺตา, วิคตาติ อตฺโถติ อาห ‘‘ขเย ทิสฺสตี’’ติ. เตเนว หิ ‘‘นิกฺขนฺโต ปฐโม ยาโม’’ติ วุตฺตํ. อภิกฺกนฺตตโรติ อติวิย กนฺตตโร มโนรโม. ตาทิโส จ สุนฺทโร ภทฺทโก นาม โหตีติ อาห ‘‘สุนฺทเร ทิสฺสตี’’ติ.
โกติ เทวนาคยกฺขคนฺธพฺพาทีสุ โก กตโม. เมติ มม. ปาทานีติ ปาเท. อิทฺธิยาติ อิมาย เอวรูปาย เทวิทฺธิยา. ยสสาติ อิมินา เอทิเสน ปริวาเรน ปริชเนน. ชลนฺติ วิชฺโชตมาโน. อภิกฺกนฺเตนาติ อติวิย กนฺเตน กมนีเยน อภิรูเปน. วณฺเณนาติ ฉวิวณฺเณน สรีรวณฺณนิภาย. สพฺพา โอภาสยํ ทิสาติ ทสปิ ทิสา โอภาเสนฺโต ปภาเสนฺโต, จนฺโท วิย สูริโย วิย จ เอโกภาสํ เอกาโลกํ กโรนฺโตติ คาถาย อตฺโถ. อภิรูเปติ อุฬารรูเป สมฺปนฺนรูเป.
‘‘โจโร โจโร, สปฺโป สปฺโป’’ติอาทีสุ ภเย อาเมฑิตํ. ‘‘วิชฺฌ วิชฺฌ, ปหร ปหรา’’ติอาทีสุ โกเธ, ‘‘สาธุ สาธูติอาทีสุ (ม. นิ. ๑.๓๒๗; สํ. นิ. ๒.๑๒๗; ๓.๓๕; ๕.๑๐๘๕) ปสํสายํ, ‘‘คจฺฉ คจฺฉ, ลุนาหิ ลุนาหี’’ติอาทีสุ ตุริเต, ‘‘อาคจฺฉ อาคจฺฉา’’ติอาทีสุ โกตูหเล, ‘‘พุทฺโธ พุทฺโธติ จินฺเตนฺโต’’ติอาทีสุ (พุ. วํ. ๒.๔๔) อจฺฉเร, ‘‘อภิกฺกมถายสฺมนฺโต, อภิกฺกมถายสฺมนฺโต’’ติอาทีสุ (ที. นิ. ๓.๒๐; อ. นิ. ๙.๑๑) หาเส, ‘‘กหํ เอกปุตฺตก, กหํ เอกปุตฺตกา’’ติอาทีสุ (ม. นิ. ๒.๓๕๓; สํ. นิ. ๒.๖๓) โสเก, ‘‘อโห สุขํ อโห สุข’’นฺติอาทีสุ (อุทา. ๒๐; ที. นิ. ๓.๓๐๕; จูฬว. ๓๓๒) ปสาเท. จ-สทฺโท อวุตฺตสมุจฺจยตฺโถ. เตน ครหาอสมฺมานาทีนํ สงฺคโห ทฏฺฐพฺโพ. ตตฺถ ‘‘ปาโป ปาโป’’ติอาทีสุ ครหายํ. ‘‘อภิรูปก อภิรูปกา’’ติอาทีสุ อสมฺมาเน ทฏฺฐพฺพํ.
นยิทํ อาเมฑิตวเสน ทฺวิกฺขตฺตุํ วุตฺตํ, อถ โข อตฺถทฺวยวเสนาติ ทสฺเสนฺโต ‘‘อถ วา’’ติอาทิมาห. อภิกฺกนฺตนฺติ วจนํ อเปกฺขิตฺวา นปุํสกลิงฺควเสน วุตฺตํ, ตํ ปน ภควโต วจนํ ธมฺมสฺส เทสนาติ กตฺวา ตถา วุตฺตํ. อตฺถมตฺตทสฺสนํ วา เอตํ, ตสฺมา อตฺถวเสน ลิงฺควิภตฺติวิปริณาโม เวทิตพฺโพ. ทุติยปเทปิ เอเสว นโย. โทสนาสนโตติ ราคาทิกิเลสโทสวิธมนโต, คุณาธิคมนโตติ สีลาทิคุณานํ สมฺปาปนโต. เย คุเณ เทสนา อธิคเมติ, เตสุ ปธานภูตา ทสฺเสตพฺพาติ เต ปธานภูเต ตาว ทสฺเสตุํ ‘‘สทฺธาชนนโต ปญฺญาชนนโต’’ติ วุตฺตํ. สทฺธาปมุขา หิ โลกิยา คุณา, ปญฺญาปมุขา โลกุตฺตรา. สีลาทิอตฺถสมฺปตฺติยา สาตฺถโต, สภาวนิรุตฺติสมฺปตฺติยา สพฺยญฺชนโต. สุวิญฺเญยฺยสทฺทปโยคตาย อุตฺตานปทโต, สณฺหสุขุมภาเวน ทุพฺพิญฺเญยฺยตฺถตาย คมฺภีรตฺถโต. สินิทฺธมุทุมธุรสทฺทปโยคตาย กณฺณสุขโต, วิปุลวิสุทฺธเปมนียตฺถตาย หทยงฺคมโต. มานาติมานวิธมเนน อนตฺตุกฺกํสนโต, ถมฺภสารมฺภมทฺทเนน อปรวมฺภนโต. หิตาธิปฺปายปวตฺติยา ปเรสํ ราคปริฬาหาทิวูปสมเนน จ กรุณาสีตลโต, กิเลสนฺธการวิธมเนน ปญฺญาวทาตโต. กรวีกรุตมญฺชุตาย อาปาถรมณียโต, ปุพฺพาปราวิรุทฺธสุวิสุทฺธตฺถตาย วิมทฺทกฺขมโต. อาปาถรมณียตาย เอว สุยฺยมานสุขโต, วิมทฺทกฺขมตาย หิตชฺฌาสยปฺปวตฺติตตาย จ วีมํสิยมานหิตโต. เอวมาทีหีติ อาทิสทฺเทน สํสารจกฺกนิวตฺตนโต, สทฺธมฺมจกฺกปฺปวตฺตนโต, มิจฺฉาวาทวิธมนโต, สมฺมาวาทปติฏฺฐาปนโต, อกุสลมูลสมุทฺธรณโต, กุสลมูลสํโรปนโต, อปายทฺวารปิธานโต, สคฺคมคฺคทฺวารวิวรณโต, ปริยุฏฺฐานวูปสมนโต, อนุสยสมุคฺฆาตนโตติ เอวมาทีนํ สงฺคโห ทฏฺฐพฺโพ.
อโธมุขฏฺฐปิตนฺติ เกนจิ อโธมุขํ ฐปิตํ. เหฏฺฐามุขชาตนฺติ สภาเวเนว เหฏฺฐามุขชาตํ. อุคฺฆาเฏยฺยาติ วิวฏํ กเรยฺย. หตฺเถ คเหตฺวาติ ‘‘ปุรตฺถาภิมุโข, อุตฺตราภิมุโข วา คจฺฉา’’ติอาทีนิ อวตฺวา หตฺเถ คเหตฺวา ‘‘นิสฺสนฺเทหํ เอส มคฺโค, เอวํ คจฺฉา’’ติ วเทยฺย. กาฬปกฺขจาตุทฺทสีติ กาฬปกฺเข จาตุทฺทสี.
นิกุชฺชิตํ อาเธยฺยสฺส อนาธารภูตํ ภาชนํ อาธารภาวาปาทนวเสน อุกฺกุชฺเชยฺย. เหฏฺฐามุขชาตตาย สทฺธมฺมวิมุขํ, อโธมุขฏฺฐปิตตาย อสทฺธมฺเม ปติตนฺติ เอวํ ปททฺวยํ ยถารหํ โยเชตพฺพํ, น ยถาสงฺขฺยํ. กามํ กามจฺฉนฺทาทโยปิ ปฏิจฺฉาทกา, มิจฺฉาทิฏฺฐิ ปน สวิเสสํ ปฏิจฺฉาทิกาติ อาห ‘‘มิจฺฉาทิฏฺฐิคหนปฏิจฺฉนฺน’’นฺติ. เตนาห ภควา ‘‘มิจฺฉาทิฏฺฐิปรมาหํ, ภิกฺขเว, วชฺชํ วทามี’’ติ (อ. นิ. ๑.๓๑๐). สพฺโพ อปายคามิมคฺโค กุมฺมคฺโค ‘‘กุจฺฉิโต มคฺโค’’ติ กตฺวา. สมฺมาทิฏฺฐิอาทีนํ อุชุปฏิปกฺขตาย มิจฺฉาทิฏฺฐิอาทโย อฏฺฐ มิจฺฉตฺตธมฺมา มิจฺฉามคฺโค. เตเนว หิ ตทุภยปฏิปกฺขตํ สนฺธาย ‘‘สคฺคโมกฺขมคฺคํ อาจิกฺขนฺเตนา’’ติ วุตฺตํ. สปฺปิอาทิสนฺนิสฺสโย ปทีโป น ตถา อุชฺชโล, ยถา เตลสนฺนิสฺสโยติ เตลปชฺโชตคฺคหณํ. เอเตหิ ปริยาเยหีติ เอเตหิ นิกุชฺชิตุกฺกุชฺชนปฏิจฺฉนฺนวิวรณาทิอุปโมปมิตพฺพปกาเรหิ, เอเตหิ วา ยถาวุตฺเตหิ โสฬสารมฺมณปริคฺคหอสมฺโมหวิหารทิพฺพวิหารวิภาวนปริยาเยหิ วิชฺชาตฺตยวิภาวนาปเทเสน อตฺตโน สพฺพญฺญุคุณวิภาวนปริยาเยหิ จ. เตนาห ‘‘อเนกปริยาเยน ธมฺโม ปกาสิโต’’ติ.
เทสนานุโมทนาวณฺณนา นิฏฺฐิตา.
ปสนฺนการวณฺณนา
ปสนฺนการนฺติ ปสนฺเนหิ กาตพฺพํ สกฺการํ. สรณนฺติ ปฏิสรณํ. เตนาห ‘‘ปรายณ’’นฺติ. ปรายณภาโว จ อนตฺถนิเสธเนน อตฺถสมฺปฏิปาทเนน จ โหตีติ อาห ‘‘อฆสฺส ตาตา หิตสฺส จ วิธาตา’’ติ. อฆสฺสาติ ทุกฺขโตติ วทนฺติ, ปาปโตติ ปน ยุตฺตํ. นิสฺสกฺเก เจตํ สามิวจนํ. เอตฺถ จ นายํ คมิ-สทฺโท นี-สทฺทาทโย วิย ทฺวิกมฺมโก, ตสฺมา ยถา ‘‘อชํ คามํ เนตี’’ติ วุจฺจติ, เอวํ ‘‘โคตมํ สรณํ คจฺฉามี’’ติ วตฺตุํ น สกฺกา, ‘‘สรณนฺติ คจฺฉามี’’ติ ปน วตฺตพฺพํ. อิติ-สทฺโท เจตฺถ ลุตฺตนิทฺทิฏฺโฐ, ตสฺส จายมตฺโถ – คมนญฺจ ตทธิปฺปาเยน ภชนํ, ตถา ชานนํ วาติ ทสฺเสนฺโต ‘‘อิติ อิมินา อธิปฺปาเยนา’’ติอาทิมาห. ตตฺถ ภชามีติอาทีสุ ปุริมสฺส ปุริมสฺส ปจฺฉิมํ ปจฺฉิมํ อตฺถวจนํ. ภชนํ วา สรณาธิปฺปาเยน อุปสงฺกมนํ, เสวนํ สนฺติกาวจรตา, ปยิรุปาสนํ วตฺตปฏิวตฺตกรเณน อุปฏฺฐานนฺติ เอวํ สพฺพถาปิ อนญฺญสรณตํเยว ทีเปติ. ‘‘คจฺฉามี’’ติ ปทสฺส กถํ ‘‘พุชฺฌามี’’ติ อยมตฺโถ ลพฺภตีติ อาห ‘‘เยสญฺหี’’ติอาทิ.
อธิคตมคฺเค,สจฺฉิกตนิโรเธติ ปททฺวเยนปิ ผลฏฺฐา เอว ทสฺสิตา, น มคฺคฏฺฐาติ เต ทสฺเสนฺโต ‘‘ยถานุสิฏฺฐํ ปฏิปชฺชมาเน จา’’ติ อาห. นนุ จ กลฺยาณปุถุชฺชโนปิ ยถานุสิฏฺฐํ ปฏิปชฺชตีติ วุจฺจตีติ? กิญฺจาปิ วุจฺจติ, นิปฺปริยาเยน ปน มคฺคฏฺฐา เอว ตถา วตฺตพฺพา, น อิตเร นิยาโมกฺกมนาภาวโต. ตถา หิ เต เอว ‘‘อปาเยสุ อปตมาเน ธาเรตี’’ติ วุตฺตา. สมฺมตฺตนิยาโมกฺกมเนน หิ อปายวินิมุตฺติสมฺภโว. อกฺขายตีติ เอตฺถ อิติ-สทฺโท อาทิอตฺโถ, ปการตฺโถ วา. เตน ‘‘ยาวตา, ภิกฺขเว, ธมฺมา สงฺขตา วา อสงฺขตา วา, วิราโค เตสํ อคฺคมกฺขายตี’’ติ สุตฺตปทํ (อ. นิ. ๔.๓๔; อิติวุ. ๙๐) สงฺคณฺหาติ, วิตฺถาโรติ วา อิมินา. เอตฺถ จ อริยมคฺโค นิยฺยานิกตาย, นิพฺพานํ ตสฺส ตทตฺถสิทฺธิเหตุตายาติ อุภยเมเวตฺถ นิปฺปริยาเยน ธมฺโมติ วุตฺโต. นิพฺพานญฺหิ อารมฺมณปจฺจยภูตํ ลภิตฺวา อริยมคฺคสฺส ตทตฺถสิทฺธิ, อริยผลานํ ‘‘ยสฺมา ตาย สทฺธาย อวูปสนฺตายา’’ติอาทิวจนโต มคฺเคน สมุจฺฉินฺนานํ กิเลสานํ ปฏิปฺปสฺสทฺธิปหานกิจฺจตาย นิยฺยานานุคุณตาย นิยฺยานปริโยสานตาย จ. ปริยตฺติธมฺมสฺส ปน นิยฺยานธมฺมสมธิคมเหตุตายาติ อิมินา ปริยาเยน ธมฺมภาโว ลพฺภติ เอว, สฺวายมตฺโถ ปาฐารุโฬฺห เอวาติ ทสฺเสนฺโต ‘‘น เกวล’’นฺติอาทิมาห.
กามราโค ภวราโคติ เอวมาทิเภโท สพฺโพปิ ราโค วิรชฺชติ ปหียติ เอเตนาติ ราควิราโคติ มคฺโค กถิโต. เอชาสงฺขาตาย ตณฺหาย อนฺโตนิชฺฌานลกฺขณสฺส โสกสฺส จ ตทุปฺปตฺติยํ สพฺพโส ปริกฺขีณตฺตา อเนชมโสกนฺติ ผลํ กถิตํ. อปฺปฏิกูลนฺติ อวิโรธทีปนโต เกนจิ อวิรุทฺธํ, อิฏฺฐํ ปณีตนฺติ วา อตฺโถ. ปคุณรูเปน ปวตฺติตตฺตา, ปกฏฺฐคุณวิภาวนโต วา ปคุณํ. ยถาห ‘‘วิหึสสญฺญี ปคุณํ น ภาสึ, ธมฺมํ ปณีตํ มนุเชสุ พฺรเหฺม’’ติ. สพฺพธมฺมกฺขนฺธา กถิตาติ โยชนา.
ทิฏฺฐิสีลสงฺฆาเตนาติ ‘‘ยายํ ทิฏฺฐิ อริยา นิยฺยานิกา นิยฺยาติ ตกฺกรสฺส สมฺมา ทุกฺขกฺขยาย, ตถารูปาย ทิฏฺฐิยา ทิฏฺฐิสามญฺญคโต วิหรตี’’ติ (ที. นิ. ๓.๓๒๔, ๓๕๖; ม. นิ. ๑.๔๙๒; ๓.๕๔) เอวํ วุตฺตาย ทิฏฺฐิยา, ‘‘ยานิ ตานิ สีลานิ อขณฺฑานิ อจฺฉิทฺทานิ อสพลานิ อกมฺมาสานิ ภุชิสฺสานิ วิญฺญุปฺปสตฺถานิ อปรามฏฺฐานิ สมาธิสํวตฺตนิกานิ, ตถารูเปหิ สีเลหิ สีลสามญฺญคโต วิหรตี’’ติ (ที. นิ. ๓.๓๒๔; ม. นิ. ๑.๔๙๒; ๓.๕๔; อ. นิ. ๖.๑๒; ปริ. ๒๗๔) เอวํ วุตฺตานํ สีลานญฺจ สํหตภาเวน, ทิฏฺฐิสีลสามญฺเญนาติ อตฺโถ. สํหโตติ ฆฏิโต. อริยปุคฺคลา หิ ยตฺถ กตฺถจิ ทูเร ฐิตาปิ อตฺตโน คุณสามคฺคิยา สํหตา เอว. อฏฺฐ จ ปุคฺคล ธมฺมทสา เตติ เต ปุริสยุควเสน จตฺตาโรปิ ปุคฺคลวเสน อฏฺเฐว อริยธมฺมสฺส ปจฺจกฺขทสฺสาวิตาย ธมฺมทสา. ตีณิ วตฺถูนิ สรณนฺติ คมเนน ติกฺขตฺตุํ คมเนน จ ตีณิ สรณคมนานิ. ปฏิเวเทสีติ อตฺตโน หทยคตํ วาจาย ปเวเทสิ.
ปสนฺนการวณฺณนา นิฏฺฐิตา.
สรณคมนกถาวณฺณนา
สรณคมนสฺส วิสยปเภทผลสํกิเลสเภทานํ วิย กตฺตุ จ วิภาวนา ตตฺถ โกสลฺลาย โหตีติ ‘‘สรณคมเนสุ โกสลฺลตฺถํ สรณํ…เป… เวทิตพฺโพ’’ติ วุตฺตํ เตน วินา สรณคมนสฺเสว อสมฺภวโต. กสฺมา ปเนตฺถ โวทานํ น คหิตํ, นนุ โวทานวิภาวนาปิ ตตฺถ โกสลฺลาวหาติ? สจฺจเมตํ, ตํ ปน สํกิเลสคฺคหเณเนว อตฺถโต ทีปิตํ โหตีติ น คหิตํ. ยานิ หิ เตสํ สํกิเลสการณานิ อญฺญาณาทีนิ, เตสํ สพฺเพน สพฺพํ อนุปฺปนฺนานํ อนุปฺปาทเนน, อุปฺปนฺนานญฺจ ปหาเนน โวทานํ โหตีติ. หึสตฺถสฺส สร-สทฺทสฺส วเสเนตํ ปทํ ทฏฺฐพฺพนฺติ ‘‘หึสตีติ สรณ’’นฺติ วตฺวา ตํ ปน หึสนํ เกสํ, กถํ, กสฺส วาติ โจทนํ โสเธนฺโต ‘‘สรณคตาน’’นฺติอาทิมาห. ตตฺถ ภยนฺติ วฏฺฏภยํ. สนฺตาสนฺติ จิตฺตุตฺราสํ. เตเนว เจตสิกทุกฺขสฺส คหิตตฺตา ทุกฺขนฺติ อิธ กายิกํ ทุกฺขํ. ทุคฺคติปริกิเลสนฺติ ทุคฺคติปริยาปนฺนํ สพฺพํ ทุกฺขํ. ตยิทํ สพฺพํ ปรโต ผลกถายํ อาวิ ภวิสฺสติ. เอตนฺติ ‘‘สรณ’’นฺติ ปทํ.
เอวํ อวิเสสโต สรณสทฺทสฺส อตฺถํ ทสฺเสตฺวา อิทานิ วิเสสโต ทสฺเสตุํ ‘‘อถ วา’’ติอาทิ วุตฺตํ. หิเต ปวตฺตมาเนนาติ ‘‘สมฺปนฺนสีลา, ภิกฺขเว, วิหรถา’’ติอาทินา (ม. นิ. ๑.๖๔, ๖๙) อตฺเถ นิโยชเนน. อหิตา จ นิวตฺตเนนาติ ‘‘ปาณาติปาตสฺส โข ปาปโก วิปาโก ปาปกํ อภิสมฺปราย’’นฺติอาทินา อาทีนวทสฺสนาทิมุเขน อนตฺถโต วินิวตฺตเนน. ภยํ หึสตีติ หิตาหิเตสุ อปฺปวตฺติปวตฺติเหตุกํ พฺยสนํ อปฺปวตฺติกรเณน วินาเสติ. ภวกนฺตารา อุตฺตารเณน มคฺคสงฺขาโต ธมฺโม, อิตโร อสฺสาสทาเนน สตฺตานํ ภยํ หึสตีติ โยชนา. การานนฺติ ทานวเสน ปูชาวเสน จ อุปนีตานํ สกฺการานํ. วิปุลผลปฏิลาภกรเณน สตฺตานํ ภยํ หึสติ อนุตฺตรทกฺขิเณยฺยภาวโตติ อธิปฺปาโย. อิมินาปิ ปริยาเยนาติ อิมินาปิ วิภชิตฺวา วุตฺเตน การเณน.
‘‘สมฺมาสมฺพุทฺโธ ภควา, สฺวากฺขาโต ธมฺโม, สุปฺปฏิปนฺโน สงฺโฆ’’ติ เอวํ ปวตฺโต ตตฺถ รตนตฺตเย ปสาโท ตปฺปสาโท, ตเทว รตนตฺตยํ ครุ เอตสฺสาติ ตคฺครุ, ตสฺส ภาโว ตคฺครุตา, ตปฺปสาโท จ ตคฺครุตา จ ตปฺปสาทตคฺครุตา, ตาหิ. วิธุตทิฏฺฐิวิจิกิจฺฉาสมฺโมหอสฺสทฺธิยาทิตาย วิหตกิเลโส. ‘‘ตเทว รตนตฺตยํ ปรายณํ คติ ตาณํ เลณ’’นฺติ เอวํ อากาเรน ปวตฺติยา ตปฺปรายณตาการปวตฺโต จิตฺตุปฺปาโท สรณคมนํ ‘‘สรณนฺติ คจฺฉติ เอเตนา’’ติ. ตํสมงฺคีติ เตน ยถาวุตฺตจิตฺตุปฺปาเทน สมนฺนาคโต. เอวํ อุเปตีติ เอวํ ภชติ เสวติ ปยิรุปาสติ, เอวํ วา ชานาติ พุชฺฌตีติ เอวมตฺโถ เวทิตพฺโพ. เอตฺถ จ ปสาทคฺคหเณน โลกิยสรณคมนมาห. ตญฺหิ ปสาทปฺปธานํ, น ญาณปฺปธานํ. ครุตาคหเณน โลกุตฺตรํ. อริยา หิ รตนตฺตยํ คุณาภิญฺญาตาย ปาสาณจฺฉตฺตํ วิย ครุํ กตฺวา ปสฺสนฺติ, ตสฺมา ตปฺปสาเทน วิกฺขมฺภนวเสน วิหตกิเลโส ตคฺครุตาย สมุจฺเฉทวเสนาติ โยเชตพฺพํ. ตปฺปรายณตา ปเนตฺถ ตคฺคติกตาติ ตาย จตุพฺพิธมฺปิ วกฺขมานํ สรณคมนํ คหิตนฺติ ทฏฺฐพฺพํ. อวิเสเสน วา ปสาทครุตา โชติตาติ ปสาทคฺคหเณน อเวจฺจปฺปสาทสฺส อิตรสฺส จ คหณํ, ตถา ครุตาคหเณนาติ อุภเยนปิ อุภยํ สรณคมนํ โยเชตพฺพํ.
มคฺคกฺขเณ อิชฺฌตีติ โยชนา. นิพฺพานารมฺมณํ หุตฺวาติ เอเตน อตฺถโต จตุสจฺจาธิคโมเยว โลกุตฺตรํ สรณคมนนฺติ ทสฺเสติ. ตตฺถ หิ นิพฺพานธมฺโม สจฺฉิกิริยาภิสมยวเสน, มคฺคธมฺโม ภาวนาภิสมยวเสน ปฏิวิชฺฌิยมาโนเยว สรณคมนตฺตํ สาเธติ, พุทฺธคุณา ปน สาวกโคจรภูตา ปริญฺญาภิสมยวเสน, ตถา อริยสงฺฆคุณา. เตนาห ‘‘กิจฺจโต สกเลปิ รตนตฺตเย อิชฺฌตี’’ติ, อิชฺฌนฺตญฺจ สเหว อิชฺฌติ, น โลกิยํ วิย ปฏิปาฏิยา อสมฺโมหปฏิเวเธน ปฏิวิทฺธตฺตาติ อธิปฺปาโย. เย ปน วทนฺติ ‘‘น สรณคมนํ นิพฺพานารมฺมณํ หุตฺวา ปวตฺตติ, มคฺคสฺส อธิคตตฺตา ปน อธิคตเมว โหติ เอกจฺจานํ เตวิชฺชาทีนํ โลกิยวิชฺชาทโย วิยา’’ติ, เตสํ โลกิยเมว สรณคมนํ สิยา, น โลกุตฺตรํ, ตญฺจ อยุตฺตํ ทุวิธสฺสปิ อิจฺฉิตพฺพตฺตา. ตนฺติ โลกิยสรณคมนํ. สทฺธาปฏิลาโภ ‘‘สมฺมาสมฺพุทฺโธ ภควา’’ติอาทินา. สทฺธามูลิกาติ ยถาวุตฺตสทฺธาปุพฺพงฺคมา สมฺมาทิฏฺฐิ พุทฺธสุพุทฺธตํ ธมฺมสุธมฺมตํ สงฺฆสุปฺปฏิปติญฺจ โลกิยาวโพธวเสเนว สมฺมา ญาเยน ทสฺสนโต. ‘‘สทฺธามูลิกา สมฺมาทิฏฺฐี’’ติ เอเตน สทฺธูปนิสฺสยา ยถาวุตฺตลกฺขณา ปญฺญา โลกิยสรณคมนนฺติ ทสฺเสติ. เตนาห ‘‘ทิฏฺฐิชุกมฺมนฺติ วุจฺจตี’’ติ ‘‘ทิฏฺฐิ เอว อตฺตโน ปจฺจเยหิ อุชุํ กรียตี’’ติ กตฺวา. ทิฏฺฐิ วา อุชุํ กรียติ เอเตนาติ ทิฏฺฐิชุกมฺมํ, ตถา ปวตฺโต จิตฺตุปฺปาโท. เอวญฺจ กตฺวา ‘‘ตปฺปรายณตาการปวตฺโต จิตฺตุปฺปาโท’’ติ อิทญฺจ วจนํ สมตฺถิตํ โหติ. สทฺธาปุพฺพงฺคมสมฺมาทิฏฺฐิคฺคหณํ ปน จิตฺตุปฺปาทสฺส ตปฺปธานตายาติ ทฏฺฐพฺพํ. ‘‘สทฺธาปฏิลาโภ’’ติ อิมินา มาตาทีหิ อุสฺสาหิตทารกาทีนํ วิย ญาณวิปฺปยุตฺตสรณคมนํ ทสฺเสติ, ‘‘สมฺมาทิฏฺฐี’’ติ อิมินา ญาณสมฺปยุตฺตสรณคมนํ.
ตยิทํ โลกิยํ สรณคมนํ. อตฺตา สนฺนิยฺยาตียติ อปฺปียติ ปริจฺจชียติ เอเตนาติ อตฺตสนฺนิยฺยาตนํ, ยถาวุตฺตํ ทิฏฺฐิชุกมฺมํ. ตํ รตนตฺตยํ ปรายณํ ปฏิสรณํ เอตสฺสาติ ตปฺปรายโณ, ปุคฺคโล, จิตฺตุปฺปาโท วา, ตสฺส ภาโว ตปฺปรายณตา, ยถาวุตฺตทิฏฺฐิชุกมฺมเมว. สรณนฺติ อธิปฺปาเยน สิสฺสภาวํ อนฺเตวาสิกภาวํ อุปคจฺฉติ เอเตนาติ สิสฺสภาวูปคมนํ. สรณคมนาธิปฺปาเยเนว ปณิปตติ เอเตนาติ ปณิปาโต. สพฺพตฺถ ยถาวุตฺตทิฏฺฐิชุกมฺมวเสเนว อตฺโถ เวทิตพฺโพ. อตฺตปริจฺจชนนฺติ สํสารทุกฺขนิตฺถรณตฺถํ อตฺตโน อตฺตภาวสฺส ปริจฺจชนํ. เอส นโย เสเสสุปิ. พุทฺธาทีนํเยวาติ อวธารณํ อิตเรสุปิ สรณคมนวิเสเสสุ ยถารหํ วตฺตพฺพํ. เอวญฺหิ ตทญฺญนิวตฺตนํ กตํ โหติ.
เอวํ อตฺตสนฺนิยาตนาทีนิ เอเกน ปกาเรน ทสฺเสตฺวา อิทานิ อปเรหิปิ ปกาเรหิ ทสฺเสตุํ ‘‘อปิจา’’ติอาทิ อารทฺธํ. เตน ปริยายนฺตเรหิปิ อตฺตสนฺนิยฺยาตนาทิ กตเมว โหติ อตฺถสฺส อภินฺนตฺตาติ ทสฺเสติ. อาฬวกาทีนนฺติ อาทิ-สทฺเทน สาตาคิริเหมวตาทีนํ สงฺคโห ทฏฺฐพฺโพ. นนุ เจเต อาฬวกาทโย มคฺเคเนว อาคตสรณคมนา, กถํ เตสํ ตปฺปรายณตาสรณคมนํ วุตฺตนฺติ? มคฺเคนาคตสรณคมเนหิปิ ‘‘โส อหํ วิจริสฺสามิ คามา คาม’’นฺติอาทินา (สํ. นิ. ๑.๒๔๖) เตหิ ตปฺปรายณตาการสฺส ปเวทิตตฺตา ตถา วุตฺตํ.
ญาติ…เป… วเสนาติ เอตฺถ ญาติวเสน ภยวเสน อาจริยวเสน ทกฺขิเณยฺยวเสนาติ ปจฺเจกํ ‘‘วเสนา’’ติ ปทํ โยเชตพฺพํ. ตตฺถ ญาติวเสนาติ ญาติภาววเสน. เอวํ เสเสสุปิ. ทกฺขิเณยฺยปณิปาเตนาติ ทกฺขิเณยฺยตาเหตุเกน ปณิปาเตน. อิตเรหีติ ญาติภาวาทิวสปฺปวตฺเตหิ ตีหิ ปณิปาเตหิ. อิตเรหีติอาทินา สงฺเขปโต วุตฺตมตฺถํ วิตฺถารโต ทสฺเสตุํ ‘‘ตสฺมา’’ติอาทิ วุตฺตํ. วนฺทตีติ ปณิปาตสฺส ลกฺขณวจนํ. เอวรูปนฺติ ทิฏฺฐธมฺมิกํ สนฺธาย วทติ. สมฺปรายิกญฺหิ นิยฺยานิกํ วา อนุสาสนํ ปจฺจาสีสนฺโต ทกฺขิเณยฺยปณิปาตเมว กโรตีติ อธิปฺปาโย. สรณคมนปฺปเภโทติ สรณคมนวิภาโค.
อริยมคฺโคเยว โลกุตฺตรสรณคมนนฺติ อาห ‘‘จตฺตาริ สามญฺญผลานิ วิปากผล’’นฺติ. สพฺพทุกฺขกฺขโยติ สกลสฺส วฏฺฏทุกฺขสฺส อนุปฺปาทนิโรโธ. เอตนฺติ ‘‘จตฺตาริ อริยสจฺจานิ, สมฺมปฺปญฺญาย ปสฺสตี’’ติ (ธ. ป. ๑๙๐) เอวํ วุตฺตํ อริยสจฺจทสฺสนํ.
นิจฺจโต อนุปคมนาทิวเสนาติ นิจฺจนฺติ อคฺคหณาทิวเสน. อฏฺฐานนฺติ เหตุปฏิกฺเขโป. อนวกาโสติ ปจฺจยปฏิกฺเขโป. อุภเยนปิ การณเมว ปฏิกฺขิปติ. ยนฺติ เยน การเณน. ทิฏฺฐิสมฺปนฺโนติ มคฺคทิฏฺฐิยา สมฺปนฺโน โสตาปนฺโน. กญฺจิ สงฺขารนฺติ จตุภูมเกสุ สงฺขตสงฺขาเรสุ เอกสงฺขารมฺปิ. นิจฺจโต อุปคจฺเฉยฺยาติ ‘‘นิจฺโจ’’ติ คเณฺหยฺย. สุขโต อุปคจฺเฉยฺยาติ ‘‘เอกนฺตสุขี อตฺตา โหติ อโรโค ปรํ มรณา’’ติ (ที. นิ. ๑.๗๖) เอวํ อตฺตทิฏฺฐิวเสน สุขโต คาหํ สนฺธาเยตํ วุตฺตํ. ทิฏฺฐิวิปฺปยุตฺตจิตฺเตน ปน อริยสาวโก ปริฬาหวูปสมนตฺถํ มตฺตหตฺถิปริตฺตาสิโต วิย โจกฺขพฺราหฺมโณ อุกฺการภูมึ กญฺจิ สงฺขารํ สุขโต อุปคจฺฉติ. อตฺตวาเร กสิณาทิปญฺญตฺติสงฺคหณตฺถํ ‘‘สงฺขาร’’นฺติ อวตฺวา ‘‘กญฺจิ ธมฺม’’นฺติ วุตฺตํ. อิเมสุปิ วาเรสุ จตุภูมกวเสเนว ปริจฺเฉโท เวทิตพฺโพ เตภูมกวเสเนว วา. ยํ ยญฺหิ ปุถุชฺชโน คาหวเสน คณฺหาติ, ตโต ตโต อริยสาวโก คาหํ วินิเวเฐติ. มาตรนฺติอาทีสุ ชนิกา มาตา, ชนโก ปิตา, มนุสฺสภูโต ขีณาสโว อรหาติ อธิปฺเปโต. กึ ปน อริยสาวโก อญฺญํ ชีวิตา โวโรเปยฺยาติ? เอตมฺปิ อฏฺฐานํ, ปุถุชฺชนภาวสฺส ปน มหาสาวชฺชภาวทสฺสนตฺถํ อริยสาวกสฺส ผลทีปนตฺถญฺเจวํ วุตฺตํ. ทุฏฺฐจิตฺโต วธกจิตฺเตน ปทุฏฺฐจิตฺโต. โลหิตํ อุปฺปาเทยฺยาติ ชีวมานกสรีเร ขุทฺทกมกฺขิกาย ปิวนมตฺตมฺปิ โลหิตํ อุปฺปาเทยฺย. สงฺฆํ ภินฺเทยฺยาติ สมานสํวาสกํ สมานสีมายํ ฐิตํ สงฺฆํ ‘กมฺเมน อุทฺเทเสน โวหรนฺโต อนุสฺสาวเนน สลากคฺคาเหนา’’ติ (ปริ. ๔๕๘) เอวํ วุตฺเตหิ ปญฺจหิ การเณหิ ภินฺเทยฺย. อญฺญํ สตฺถารนฺติ อญฺญํ ติตฺถกรํ ‘‘อยํ เม สตฺถา’’ติ เอวํ คเณฺหยฺยาติ เนตํ ฐานํ วิชฺชตีติ อตฺโถ.
น เต คมิสฺสนฺติ อปายภูมินฺติ เต พุทฺธํ สรณํ คตา ตนฺนิมิตฺตํ อปายภูมึ น คมิสฺสนฺติ, เทวกายํ ปน ปริปูเรสฺสนฺตีติ อตฺโถ.
ทสหิ ฐาเนหีติ ทสหิ การเณหิ. อธิคฺคณฺหนฺตีติ อธิภวนฺติ. เวลามสุตฺตาทิวเสนาปีติ เอตฺถ ‘‘จตุราสีติสหสฺสสงฺขานํ สุวณฺณปาติรูปิยปาติกํสปาตีนํ ยถากฺกมํ รูปิยสุวณฺณหิรญฺญปูรานํ กรีสสฺส จตุตฺถภาวปฺปมาณานํ สพฺพาลงฺการปฏิมณฺฑิตานํ จตุราสีติยา หตฺถิสหสฺสานํ จตุราสีติยา อสฺสสหสฺสานํ จตุราสีติยา รถสหสฺสานํ จตุราสีติยา เธนุสหสฺสานํ จตุราสีติยา กญฺญาสหสฺสานํ จตุราสีติยา ปลฺลงฺกสหสฺสานํ จตุราสีติยา วตฺถโกฏิสหสฺสานํ อปริมาณสฺส จ ขชฺชโภชฺชาทิเภทสฺส อาหารสฺส ปริจฺจชนวเสน สตฺตมาสาธิกานิ สตฺต สํวจฺฉรานิ นิรนฺตรํ ปวตฺตเวลามมหาทานโต เอกสฺส โสตาปนฺนสฺส ทินฺนทานํ มหปฺผลตรํ, ตโต สตํ โสตาปนฺนานํ ทินฺนทานโต เอกสฺส สกทาคามิสฺส, ตโต เอกสฺส อนาคามิสฺส, ตโต เอกสฺส อรหโต, ตโต เอกสฺส ปจฺเจกพุทฺธสฺส, ตโต สมฺมาสมฺพุทฺธสฺส, ตโต พุทฺธปฺปมุขสฺส สงฺฆสฺส ทินฺนทานํ มหปฺผลตรํ, ตโต จาตุทฺทิสํ สงฺฆํ อุทฺทิสฺส วิหารกรณํ, ตโต สรณคมนํ มหปฺผลตร’’นฺติ อิมมตฺถํ ทีเปนฺตสฺส เวลามสุตฺตสฺส (อ. นิ. ๙.๒๐) วเสน. วุตฺตเญฺหตํ ‘‘ยํ คหปติ, เวลาโม พฺราหฺมโณ ทานํ อทาสิ มหาทานํ, โย เอกํ ทิฏฺฐิสมฺปนฺนํ โภเชยฺย, อิทํ ตโต มหปฺผลตร’’นฺติอาทิ (อ. นิ. ๙.๒๐). เวลามสุตฺตาทีติ อาทิ-สทฺเทน อคฺคปฺปสาทสุตฺตาทีนํ (อ. นิ. ๔.๓๔; อิติวุ. ๙๐) สงฺคโห ทฏฺฐพฺโพ.
อญฺญาณํ วตฺถุตฺตยสฺส คุณานํ อชานนํ ตตฺถ สมฺโมโห, ‘‘พุทฺโธ นุ โข, น นุ โข พุทฺโธ’’ติอาทินา วิจิกิจฺฉา สํสโย,มิจฺฉาญาณํ ตสฺส คุณานํ อคุณภาวปริกปฺปเนน วิปรีตคฺคาโห. อาทิ-สทฺเทน อนาทราคารวาทีนํ สงฺคโห. น มหาชุติกนฺติ น อุชฺชลํ, อปริสุทฺธํ อปริโยทาตนฺติ อตฺโถ. น มหาวิปฺผารนฺติ อนุฬารํ. สาวชฺโชติ ทิฏฺฐิตณฺหาทิวเสน สโทโส. โลกิยํ สรณคมนํ สิกฺขาสมาทานํ วิย อคฺคหิตกาลปริจฺเฉทํ ชีวิตปริยนฺตเมว โหติ, ตสฺมา ตสฺส ขนฺธเภเทน เภโทติ อาห ‘‘อนวชฺโช กาลกิริยายา’’ติ. โสติ อนวชฺโช สรณคมนเภโท. สติปิ อนวชฺชตฺเต อิฏฺฐผโลปิ น โหตีติ อาห ‘‘อผโล’’ติ.
สรณคมนกถาวณฺณนา นิฏฺฐิตา.
อุปาสกวิธิกถาวณฺณนา
โก อุปาสโกติ สรูปปุจฺฉา, ตสฺมา กึลกฺขโณ อุปาสโกติ วุตฺตํ โหติ. กสฺมาติ เหตุปุจฺฉา. เตน เกน ปวตฺตินิมิตฺเตน อุปาสกสทฺโท ตสฺมึ ปุคฺคเล นิรุโฬฺหติ ทสฺเสติ. กิมสฺส สีลนฺติ กีทิสํ อสฺส อุปาสกสฺส สีลํ, กิตฺตเกน สีเลนายํ สีลสมฺปนฺโน นาม โหตีติ อตฺโถ. โก อาชีโวติ โก อสฺส สมฺมาอาชีโว, โส ปน มิจฺฉาชีวสฺส ปริวชฺชเนน โหตีติ โสปิ วิภชียตีติ. กา วิปตฺตีติ กา อสฺส สีลสฺส, อาชีวสฺส วา วิปตฺติ. อนนฺตรสฺส หิ วิธิ วา ปฏิเสโธ วา. กา สมฺปตฺตีติ เอตฺถาปิ เอเสว นโย.
โย โกจีติ ขตฺติยาทีสุ โย โกจิ. เตน สรณคมนเมเวตฺถ การณํ, น ชาติอาทิวิเสโสติ ทสฺเสติ. อุปาสนโตติ เตเนว สรณคมเนน ตตฺถ จ สกฺกจฺจการิตาย อาทรคารวพหุมานาทิโยเคน ปยิรุปาสนโต. เวรมณิโยติ เวรํ วุจฺจติ ปาณาติปาตาทิทุสฺสีลฺยํ, ตสฺส มณนโต หนนโต วินาสนโต เวรมณิโย, ปญฺจ วิรติโย วิรติปฺปธานตฺตา ตสฺส สีลสฺส. เตเนวาห ตตฺถ ตตฺถ ‘‘ปฏิวิรโต โหตี’’ติ.
มิจฺฉาวณิชฺชาติ น สมฺมาวณิชฺชา อยุตฺตวณิชฺชา อสารุปฺปวณิชฺชา. ปหายาติ อกรเณเนว ปชหิตฺวา. ธมฺเมนาติ ธมฺมโต อนเปเตน. เตน อญฺญมฺปิ อธมฺมิกํ ชีวิกํ ปฏิกฺขิปติ. สเมนาติ อวิสเมน. เตน กายวิสมาทิทุจฺจริตํ วชฺเชตฺวา กายสมาทินา สุจริเตน ชีวนํ ทสฺเสติ. สตฺถวณิชฺชาติ อาวุธภณฺฑํ กตฺวา วา กาเรตฺวา วา ยถากตํ วา ปฏิลภิตฺวา ตสฺส วิกฺกโย. สตฺถวณิชฺชาติ มนุสฺสวิกฺกโย. มํสวณิชฺชาติ สูนการาทโย วิย มิคสูกราทิเก โปเสตฺวา มํสํ สมฺปาเทตฺวา วิกฺกโย. มชฺชวณิชฺชาติ ยํ กิญฺจิ มชฺชํ โยเชตฺวา ตสฺส วิกฺกโย. วิสวณิชฺชาติ วิสํ โยเชตฺวา, วิสํ คเหตฺวา วา ตสฺส วิกฺกโย. ตตฺถ สตฺถวณิชฺชา ปโรปโรธนิมิตฺตตาย อกรณียา วุตฺตา, สตฺตวณิชฺชา อภุชิสฺสภาวกรณโต, มํสวิสวณิชฺชา วธเหตุโต, มชฺชวณิชฺชา ปมาทฏฺฐานโต.
ตสฺเสวาติ ปญฺจเวรมณิลกฺขณสฺส สีลสฺส เจว ปญฺจมิจฺฉาวณิชฺชาลกฺขณสฺส อาชีวสฺส จ. วิปตฺตีติ เภโท ปโกโป จ. ยายาติ ยาย ปฏิปตฺติยา. จณฺฑาโลติ อุปาสกจณฺฑาโล. มลนฺติ อุปาสกมลํ. ปติกิฏฺโฐติ อุปาสกนิหีโน. พุทฺธาทีสุ กมฺมกมฺมผเลสุ จ สทฺธาวิปริยาโย อสฺสทฺธิยํ มิจฺฉาธิโมกฺโข. ยถาวุตฺเตน อสฺสทฺธิเยน สมนฺนาคโต อสฺสทฺโธ. ยถาวุตฺต สีลวิปตฺติ อาชีววิปตฺติวเสน ทุสฺสีโล. ‘‘อิมินา ทิฏฺฐาทินา อิทํ นาม มงฺคลํ ภวิสฺสตี’’ติ เอวํ พาลชนปริกปฺปิตโกตูหลสงฺขาเตน ทิฏฺฐสุตมุตมงฺคเลน สมนฺนาคโต โกตูหลมงฺคลิโก. มงฺคลํ ปจฺเจตีติ ทิฏฺฐมงฺคลาทิเภทํ มงฺคลเมว ปตฺติยายติ. โน กมฺมนฺติ กมฺมสฺสกตํ โน ปตฺติยายติ. อิโต พหิทฺธาติ อิโต สพฺพญฺญุพุทฺธสาสนโต พหิทฺธา พาหิรกสมเย. ทกฺขิเณยฺยํ ปริเยสตีติ ทุปฺปฏิปนฺนํ ทกฺขิณารหสญฺญี คเวสติ. ปุพฺพการํ กโรตีติ ทานมานนาทิกํ กุสลกิริยํ ปฐมํ กโรติ. เอตฺถ จ ทกฺขิเณยฺยปริเยสนปุพฺพกาเร เอกํ กตฺวา ปญฺจ ธมฺมา เวทิตพฺพา.
วิปตฺติยํ วุตฺตวิปริยาเยน สมฺปตฺติ ญาตพฺพา. อยํ ปน วิเสโส – จตุนฺนมฺปิ ปริสานํ รติชนนฏฺเฐน อุปาสโกว รตนํ อุปาสกรตนํ. คุณโสภากิตฺติสทฺทสุคนฺธตาหิ อุปาสโกว ปทุมํ อุปาสกปทุมํ. ตถา อุปาสกปุณฺฑรีโก.
อาทิมฺหีติ อาทิอตฺเถ. โกฏิยนฺติ ปริยนฺตโกฏิยํ. วิหารคฺเคนาติ โอวรกโกฏฺฐาเสน, ‘‘อิมสฺมึ คพฺเภ วสนฺตานํ อิทํ นาม ปนสผลํ ปาปุณาตี’’ติอาทินา ตํตํวสนฏฺฐานโกฏฺฐาเสนาติ อตฺโถ. อชฺชตนฺติ อชฺชอิจฺเจว อตฺโถ.
ปาเณหิ อุเปตนฺติ อิมินา ตสฺส สรณคมนสฺส อาปาณโกฏิกตํ ทสฺเสนฺโต ‘‘ยาว เม ชีวิตํ ปวตฺตตี’’ติอาทินา วตฺวา ปุน ชีวิเตน ตํ วตฺถุตฺตยํ ปฏิปูเชนฺโต ‘‘สรณคมนํ รกฺขามี’’ติ อุปฺปนฺนํ ตสฺส พฺราหฺมณสฺส อธิปฺปายํ วิภาเวนฺโต ‘‘อหญฺหี’’ติอาทิมาห. ปาเณหิ อุเปตนฺติ หิ ยาว เม ปาณา ธรนฺติ, ตาว สรณํ อุเปตํ, อุเปนฺโต จ น วาจามตฺเตน, น เอกวารํ จิตฺตุปฺปาทนมตฺเตน, อถ โข ปาเณ ปริจฺจชิตฺวาปิ ยาวชีวํ อุเปตนฺติ เอวเมตฺถ อตฺโถ เวทิตพฺโพติ.
อุปาสกวิธิกถาวณฺณนา นิฏฺฐิตา.
ภยเภรวสุตฺตวณฺณนาย ลีนตฺถปฺปกาสนา สมตฺตา.