๒. สพฺพาสวสุตฺตวณฺณนา

๑๔. อปุพฺพปทวณฺณนาติ อตฺถสํวณฺณนาวเสน เหฏฺฐา อคฺคหิตตาย อปุพฺพสฺส อภินวสฺส ปทสฺส วณฺณนา อตฺถวิภชนา. ‘‘หิตฺวา ปุนปฺปุนาคตมตฺถ’’นฺติ หิ วุตฺตํ. นิวาสฏฺฐานภูตา ภูตปุพฺพนิวาสฏฺฐานภูตา, นิวาสฏฺฐาเน วา ภูตา นิพฺพตฺตา นิวาสฏฺฐานภูตา, ตตฺถ มาปิตาติ อตฺโถ. ยถา กากนฺที มากนฺที โกสมฺพีติ ยถา กากนฺทสฺส อิสิโน นิวาสฏฺฐาเน มาปิตา นครี กากนฺที, มากนฺทสฺส นิวาสฏฺฐาเน มาปิตา มากนฺที, กุสมฺพสฺสนิวาสฏฺฐาเน มาปิตา โกสมฺพีติ วุจฺจติ, เอวํ สาวตฺถีติ ทสฺเสติ. อุปเนตฺวา สมีเป กตฺวา ภุญฺชิตพฺพโต อุปโภโค, สวิญฺญาณกวตฺถุ. ปริโต สพฺพทา ภุญฺชิตพฺพโต ปริโภโค, นิวาสนปารุปนาทิ อวิญฺญาณกวตฺถุ. สพฺพเมตฺถ อตฺถีติ นิรุตฺตินเยน สาวตฺถี-สทฺทสิทฺธิมาห. สตฺถสมาโยเคติ สตฺถสฺส นคริยา สมาคเม, สตฺเถ ตํ นครํ อุปคเตติ อตฺโถ. ปุจฺฉิเต สตฺถิกชเนหิ.

สโมหิตนฺติ สนฺนิจิตํ. รมฺมนฺติ อนฺโต พหิ จ ภูมิภาคสมฺปตฺติยา เจว อารามุยฺยานสมฺปตฺติยา จ รมณียํ. ทสฺสเนยฺยนฺติ วิสิขาสนฺนิเวสสมฺปตฺติยา เจว ปาสาทกูฏาคาราทิสมฺปตฺติยา จ ทสฺสนียํ ปสฺสิตพฺพยุตฺตํ. อุปโภคปริโภควตฺถุสมฺปตฺติยา เจว นิวาสสุขตาย จ นิพทฺธวาสํ วสนฺตานํ อิตเรสญฺจ สตฺตานํ มนํ รเมตีติ มโนรมํ. ทสหิ สทฺเทหีติ หตฺถิสทฺโท, อสฺส-รถ-เภริ-สงฺข-มุทิงฺค-วีณา-คีต สมฺมตาฬสทฺโท, อสฺนาถ-ปิวถ-ขาทถาติ-สทฺโทติ อิเมหิ ทสหิ สทฺเทหิ. อวิวิตฺตนฺติ น วิวิตฺตํ, สพฺพกาลํ โฆสิตนฺติ อตฺโถ.

วุทฺธึ เวปุลฺลตํ ปตฺตนฺติ ตนฺนิวาสี สตฺตวุทฺธิยา วุทฺธึ, ตาย ปริวุทฺธิตาเยว วิปุลภาวํ ปตฺตํ, พหุชนํ อากิณฺณมนุสฺสนฺติ อตฺโถ. วิตฺตูปกรณสมิทฺธิยา อิทฺธํ. สพฺพกาลํ สุภิกฺขภาเวน ผีตํ. อนฺตมโส วิฆาสาเท อุปาทาย สพฺเพสํ กปณทฺธิกวนิพฺพกยาจกานมฺปิ อิจฺฉิ ตตฺถนิปฺผตฺติยา มนุญฺญํ ชาตํ, ปเคว อิสฺสริเย ฐิตานนฺติ ทสฺสนตฺถํ ปุน ‘‘มโนรม’’นฺติ วุตฺตํ. อฬกมนฺทาวาติ อาฏานาฏาทีสุ ทสสุ เวสฺสวณมหาราชสฺส นครีสุ อฬกมนฺทา นาม เอกา นครี, ยา โลเก อฬากา เอว วุจฺจติ. สา ยถา ปุญฺญกมฺมีนํ อาวาสภูตา อารามรามเณยฺยกาทินา โสภคฺคปฺปตฺตา, เอวํ สาวตฺถีปีติ วุตฺตํ ‘‘อฬกมนฺทาวา’’ติ. เทวานนฺติ เวสฺสวณปกฺขิยานํ จาตุมหาราชิกเทวานํ.

ชินาตีติ อิมินา โสต-สทฺโท วิย กตฺตุสาธโน เชต-สทฺโทติ ทสฺเสติ. รญฺญาติ ปเสนทิโกสลราเชน. ราชคตํ ชยํ อาโรเปตฺวา กุมาโร ชิตวาติ เชโตติ วุตฺโต. มงฺคลกพฺยตายาติอาทินา ‘‘เชยฺโย’’ติ เอตสฺมึ อตฺเถ ‘‘เชโต’’ติ วุตฺตนฺติ ทสฺเสติ. สพฺพกามสมิทฺธิตายาติ สพฺเพหิ อุปโภคปริโภควตฺถูหิ ผีตภาเวน วิภวสมฺปนฺนตายาติ อตฺโถ. สมิทฺธาปิ มจฺฉริโน กิญฺจิ น เทนฺตีติ อาห ‘‘วิคตมลมจฺเฉรตายา’’ติ, ราคโทสาทิมลานญฺเจว มจฺฉริยสฺส จ อภาเวนาติ อตฺโถ. สมิทฺธา อมจฺฉริโนปิ จ กรุณาสทฺธาทิคุณวิรหิตา อตฺตโน สนฺตกํ ปเรสํ น ทเทยฺยุนฺติ อาห ‘‘กรุณาทิคุณสมงฺคิตาย จา’’ติ. เตนาติ อนาถานํ ปิณฺฑทาเนน. สทฺทตฺถโต ปน ทาตพฺพภาเวน สพฺพกาลํ อุปฏฺฐปิโต อนาถานํ ปิณฺโฑ เอตสฺส อตฺถีติ อนาถปิณฺฑิโก. ปญฺจวิธเสนาสนงฺคสมฺปตฺติยาติ ‘‘นาติทูรํ นจฺจาสนฺนํ คมนาคมนสมฺปนฺน’’นฺติ เอกํ องฺคํ, ‘‘ทิวา อปฺปากิณฺณํ รตฺตึ อปฺปสทฺทํ อปฺปนิคฺโฆส’’นฺติ เอกํ, ‘‘อปฺปฑํสมกสวาตาตปสรีสปสมฺผสฺส’’นฺติ เอกํ, ‘‘ตสฺมึ โข ปน เสนาสเน วิหรนฺตสฺส อปฺปกสิเรน อุปฺปชฺชนฺติ จีวร…เป… ปริกฺขารา’’ติ เอกํ, ‘‘ตสฺมึ โข ปน เสนาสเน เถรา ภิกฺขู วิหรนฺติ พหุสฺสุตา’’ติ เอกํ, เอวเมเตหิ ปญฺจวิธเสนาสนงฺเคหิ สมฺปนฺนตาย. ยทิ เชตวนํ ตถํ อนาถปิณฺฑิกสฺส อาราโมติ อาห ‘‘โส หี’’ติอาทิ.

กีตกาลโต ปฏฺฐาย อนาถปิณฺฑิกสฺเสว ตํ วนํ, อถ กสฺมา อุภินฺนํ ปริกิตฺตนนฺติ อาห ‘‘เชตวเน’’ติอาทิ. ‘‘ยทิปิ โส ภูมิภาโค โกฏิสนฺถเรน มหาเสฏฺฐินา กีโต, รุกฺขา ปน เชเตน น วิกฺกีตาติ เชตวนนฺติ วตฺตพฺพตํ ลภี’’ติ วทนฺติ.

กสฺมา อิทํ สุตฺตมภาสีติ กเถตุกมฺยตาย สุตฺตนิกฺเขปํ ปุจฺฉติ. สามญฺญโต หิ ภควโต เทสนาการณํ ปากฏเมวาติ. โก ปนายํ สุตฺตนิกฺเขโปติ? อตฺตชฺฌาสโย. ปเรหิ อนชฺฌิฏฺโฐ เอว หิ ภควา อตฺตโน อชฺฌาสเยน อิมํ สุตฺตํ เทเสตีติ อาจริยา. ยสฺมา ปเนส ภิกฺขูนํ อุปกฺกิลิฏฺฐจิตฺตตํ วิทิตฺวา ‘‘อิเม ภิกฺขู อิมาย เทสนาย อุปกฺกิเลสวิโสธนํ กตฺวา อาสวกฺขยาย ปฏิปชฺชิสฺสนฺตี’’ติ อยํ เทสนา อารทฺธา, ตสฺมา ปรชฺฌาสโยติ อปเร. อุภยมฺปิ ปน ยุตฺตํ. อตฺตชฺฌาสยาทีนญฺหิ สํสคฺคเภทสฺส สมฺภโว เหฏฺฐา ทสฺสิโตวาติ. เตสํ ภิกฺขูนนฺติ ตทา ธมฺมปฏิคฺคาหตภิกฺขูนํ. อุปกฺกิเลสวิโสธนนฺติ สมถวิปสฺสนุปกฺกิเลสโต จิตฺตสฺส วิโสธนํ. ปฐมญฺหิ ภควา อนุปุพฺพิกถาทินา ปฏิปตฺติยา สํกิเลสํ นีหริตฺวา ปจฺฉา สามุกฺกํสิกํ เทสนํ เทเสติ เขตฺเต ขาณุกณฺฏกคุมฺพาทิเก อวหริตฺวา กสนํ วิย, ตสฺมา กมฺมฏฺฐานเมว อวตฺวา อิมาย อนุปุพฺพิยา เทสนา ปวตฺตาติ อธิปฺปาโย.

สํวรภูตนฺติ สีลสํวราทิสํวรภูตํ สํวรณสภาวํ การณํ, ตํ ปน อตฺถโต ทสฺสนาทิ เอวาติ เวทิตพฺพํ. สํวริตาติ ปวตฺติตุํ อปฺปทานวเสน สมฺมา, สพฺพถา วา วาริตา. เอวํภูตา จ ยสฺมา ปวตฺติทฺวารปิธาเนน ปิหิตา นาม โหนฺติ, ตสฺมา วุตฺตํ ‘‘วิทหิตา หุตฺวา’’ติ. เอวํ อจฺจนฺติกสฺส สํวรสฺส การณภูตํ อนจฺจนฺติกํ สํวรํ ทสฺเสตฺวา อิทานิ อจฺจนฺติกเมว สํวรํ ทสฺเสนฺโต ยสฺมึ ทสฺสนาทิมฺหิ สติ อุปฺปชฺชนารหา อาสวา น อุปฺปชฺชนฺติ, โส เตสํ อนุปฺปาโท นิโรโธ ขโย ปหานนฺติ จ วุจฺจมาโน อตฺถโต อปฺปวตฺติมตฺตนฺติ ตสฺส จ ทสฺสนาทิ การณนฺติ อาห ‘‘เยน การเณน อนุปฺปาทนิโรธสงฺขาตํ ขยํ คจฺฉนฺติ ปหียนฺติ นปฺปวตฺตนฺติ, ตํ การณนฺติ อตฺโถ’’ติ.

จกฺขุโตปิ…เป… มนโตปีติ (ธ. ส. มูลฏี. ๑๔-๑๙) จกฺขุวิญฺญาณาทิวีถีสุ ตทนุคตมโนวิญฺญาณวีถีสุ จ กิญฺจาปิ กุสลาทีนมฺปิ ปวตฺติ อตฺถิ, กามาสวาทโย เอว ปน วณโต ยูสํ วิย ปคฺฆรณกอสุจิภาเวน สนฺทนฺติ, ตสฺมา เต เอว ‘‘อาสวา’’ติ วุจฺจนฺติ. ตตฺถ หิ ปคฺฆรณอสุจิมฺหิ นิรุโฬฺห อาสว-สทฺโทติ. ธมฺมโต ยาว โคตฺรภุนฺติ ตโต ปรํ มคฺคผเลสุ อปฺปวตฺตนโต วุตฺตํ. เอเต หิ อารมฺมณวเสน ธมฺเม คจฺฉนฺตา ตโต ปรํ น คจฺฉนฺติ. นนุ ตโต ปรํ ภวงฺคาทีนิปิ คจฺฉนฺตีติ เจ? น, เตสมฺปิ ปุพฺเพ อาลมฺพิเตสุ โลกิยธมฺเมสุ สาสวภาเวน อนฺโตคธตฺตา ตโต ปรตาภาวโต. เอตฺถ จ โคตฺรภุวจเนน โคตฺรภุโวทานผลสมาปตฺติปุเรจาริกปริกมฺมานิ วุตฺตานีติ เวทิตพฺพานิ. ปฐมมคฺคปุเรจาริกเมว วา โคตฺรภุ อวธินิทสฺสนภาเวน คหิตํ, ตโต ปรํ ปน มคฺคผลสมานตาย อญฺเญสุ มคฺเคสุ มคฺควีถิยํ สมาปตฺติวีถิยํ นิโรธานนฺตรญฺจ ปวตฺตมาเนสุ ผเลสุ นิพฺพาเน จ อาสวานํ ปวตฺติ นิวาริตาติ เวทิตพฺพํ. สวนฺตีติ คจฺฉนฺติ, อารมฺมณกรณวเสน ปวตฺตนฺตีติ อตฺโถ. อวธิอตฺโถ อา-กาโร, อวธิ จ มริยาทาภิวิธิเภทโต ทุวิโธ. ตตฺถ มริยาทํ กิริยํ พหิ กตฺวา ปวตฺตติ ยถา ‘‘อาปาฏลิปุตฺตา วุฏฺโฐ เทโว’’ติ. อภิวิธิ ปน กิริยํ พฺยาเปตฺวา ปวตฺตติ ยถา ‘‘อาภวคฺคา ภควโต ยโส ปวตฺตตี’’ติ. อภิวิธิอตฺโถ จายํ อา-กาโร อิธ คหิโตติ วุตฺตํ ‘‘อนฺโตกรณตฺโถ’’ติ.

มทิราทโยติ อาทิ-สทฺเทน สินฺธวกาทมฺพริกาโปติกาทีนํ สงฺคโห ทฏฺฐพฺโพ. จิรปาริวาสิยฏฺโฐ วิรปริวุตฺถตา ปุราณภาโว. อวิชฺชา นาโหสีติอาทีติ เอตฺถ อาทิ-สทฺเทน ‘‘ปุริมา, ภิกฺขเว, โกฏิ น ปญฺญายติ ภวตณฺหายา’’ติ (อ. นิ. ๑๐.๖๒) อิทํ สุตฺตํ สงฺคหิตํ. อวิชฺชาสวภวาสวานํ จิรปริวุตฺถตาย ทสฺสิตาย ตพฺภาวภาวิโน กามาสวสฺส จิรปริวุตฺถตา ทสฺสิตาว โหติ. อญฺเญสุ จ ยถาวุตฺเต ธมฺเม โอกาสญฺจ อารมฺมณํ กตฺวา ปวตฺตมาเนสุ มานาทีสุ วิชฺชมาเนสุ อตฺตตฺตนิยาทิคฺคาหวเสน อภิพฺยาปนํ มทกรณวเสน อาสวสทิสตา จ เอเตสํเยว, น อญฺเญสนฺติ เอเตเสฺวว อาสว-สทฺโท นิรุโฬฺหติ ทฏฺฐพฺโพ. น เจตฺถ ทิฏฺฐาสโว นาคโตติ คเหตพฺพํ ภวตณฺหาย วิย ภวทิฏฺฐิยาปิ ภวาสวคฺคหเณเนว คหิตตฺตา. อายตํ อนาทิกาลิกตฺตา. ปสวนฺตีติ ผลนฺติ. น หิ ตํ กิญฺจิ สํสารทุกฺขํ อตฺถิ, ยํ อาสเวหิ วินา อุปฺปชฺเชยฺย. ปุริมานิ เจตฺถาติ เอตฺถ เอเตสุ จตูสุ อตฺถวิตปฺเปสุ ปุริมานิ ตีณิ. ยตฺถาติ เยสุ สุตฺตาภิธมฺมปเทเสสุ. ตตฺถ ยุชฺชนฺติ กิเลเสสุเยว ยถาวุตฺตสฺส อตฺถตฺตยสฺส สมฺภวโต. ปจฺฉิมํ ‘‘อายตํ วา สํสารทุกฺขํ สวนฺตี’’ติ วุตฺตนิพฺพจนํ. กมฺเมปิ ยุชฺชติ ทุกฺขปฺปสวนสฺส กิเลสกมฺมสาธารณตฺตา.

ทิฏฺฐธมฺมา วุจฺจนฺติ ปจฺจกฺขภูตา ขนฺธา, ทิฏฺฐธมฺเม ภวา ทิฏฺฐธมฺมิกา. วิวาทมูลภูตาติ วิวาทสฺส มูลการณภูตา โกธูปนาห-มกฺข-ปฬาส-อิสฺสา-มจฺฉริย-มายา-สาเฐยฺย-ถมฺภ-สารมฺภ-มานาติมานา.

เยน เทวูปปตฺยสฺสาติ เยน กมฺมกิเลสปฺปกาเรน อาสเวน เทเวสุ อุปปตฺติ นิพฺพตฺติ อสฺส มยฺหนฺติ สมฺพนฺโธ. คนฺธพฺโพ วา วิหงฺคโม อากาสจารี อสฺสนฺติ วิภตฺตึ ปริณาเมตฺวา โยเชตพฺพํ. เอตฺถ จ ยกฺขคนฺธพฺพตาย วินิมุตฺตา สพฺพา เทวคติ เทวคฺคหเณน คหิตา. อวเสสา จ อกุสลา ธมฺมาติ อกุสลกมฺมโต อวเสสา อกุสลา ธมฺมา อาสวาติ อาคตาติ สมฺพนฺโธ.

ปฏิฆาตายาติ ปฏิเสธนาย. ปรูปวา…เป… อุปทฺทวาติ อิทํ ยทิ ภควา สิกฺขาปทํ น ปญฺญเปยฺย, ตโต อสทฺธมฺมปฺปฏิเสวนอทินฺนาทานปาณาติปาตาทิเหตุ เย อุปฺปชฺเชยฺยุํ ปรูปวาทาทโย ทิฏฺฐธมฺมิกา นานปฺปการา อนตฺถา, เย จ ตนฺนิมิตฺตา เอว นิรยาทีสุ นิพฺพตฺตสฺส ปญฺจวิธพนฺธนกมฺมการณาทิวเสน มหาทุกฺขานุภวาทิปฺปการา อนตฺถา, เต สนฺธาย วุตฺตํ. เต ปเนเตติ เอเต กามราคาทิกิเลส-เตภูมกกมฺมปรูปวาทาทิอุปทฺทวปฺปการา อาสวา. ยตฺถาติ ยสฺมึ วินยาทิปาฬิปเทเส. ยถาติ เยน ทุวิธาทิปฺปกาเรน อญฺเญสุ จ สุตฺตนฺเตสุ อาคตาติ สมฺพนฺโธ.

นิรยํ คเมนฺตีติ นิรยคามินิยา. ฉกฺกนิปาเต อาหุเนยฺยสุตฺเต. ตตฺถ หิ อาสวา ฉธา อาคตา อาสว-สทฺทาภิเธยฺยสฺส อตฺถสฺส ปเภโทปจาเรน อาสว-ปเท ปเภโทติ วุตฺโต, โกฏฺฐาสตฺโถ วา ปท-สทฺโทติ อาสวปเทติ อาสวปฺปกาเร สทฺทโกฏฺฐาเส อตฺถโกฏฺฐาเส วาติ อตฺโถ.

ตถา หีติ ตสฺมา สํวรณํ ปิทหนํ ปวตฺติตุํ อปฺปทานํ, เตเนว การเณนาติ อตฺโถ. สีลาทิสํวเร อธิปฺเปเต ปวตฺติตุํ อปฺปทานวเสน ถกนภาวสามญฺญโต ทฺวารํ สํวริตฺวาติ เคหทฺวารสํวรณมฺปิ อุทาหฏํ. สีลสํวโรติอาทิ เหฏฺฐา มูลปริยายวณฺณนาย วุตฺตมฺปิ อิมสฺส สุตฺตสฺส อตฺถวณฺณนํ ปริปุณฺณํ กตฺวา วตฺตุกาโม ปุน วทติ. ยุตฺตํ ตาว สีลสติญาณานํ สํวรตฺโถ ปาฬิยํ ตถา อาคตตฺตา, ขนฺติวีริยานํ ปน กถนฺติ อาห ‘‘เตสญฺจา’’ติอาทิ. ตสฺสตฺโถ – ยทิปิ ‘‘ขโม โหติ…เป… สีตสฺส อุปฺปนฺนํ กามวิตกฺกํ นาธิวาเสตี’’ติอาทินิทฺเทเส ขนฺติวีริยานํ สํวรปริยาโย นาคโต, อุทฺเทเส ปน สพฺพาสวสํวรปริยายนฺติ สํวรปริยาเยน คหิตตฺตา อตฺเถว เตสํ สํวรภาโวติ.

ปุพฺเพ สีลสติญาณานํ ปาฐนฺตเรน สํวรภาโว ทสฺสิโตติ อิทานิ ตํ อิมินาปิ สุตฺเตน คหิตภาวํ ทสฺเสตุํ ‘‘อปิจา’’ติอาทิ วุตฺตํ. ขนฺติวีริยสํวรา วุตฺตาเยว ‘‘ขโม โหติ สีตสฺสา’’ติอาทินา (ม. นิ. ๑.๑๔) ปาฬิยา ทสฺสนวเสน. ‘‘ตญฺจ อนาสนํ, ตญฺจ อโคจร’’นฺติ อยํ ปเนตฺถ สีลสํวโรติ ตญฺจ ‘‘ยถารูเป’’ติอาทินา วุตฺตํ อยุตฺตํ อนิยตวตฺถุกํ รโห ปฏิจฺฉนฺนาสนํ, ตญฺจ ยถาวุตฺตํ อยุตฺตํ เวสิยาทิโคจรํ, ‘‘ปฏิสงฺขาโยนิโส ปริวชฺเชตี’’ติ อาคตํ ยํ ปริวชฺชนํ, อยํ ปน เอตฺถ เอตสฺมึ สุตฺเต อาคโต สีลสํวโรติ อตฺโถ. อนาสนปริวชฺชเนน หิ อนาจารปริวชฺชนํ วุตฺตํ, อนาจาราโคจรปริวชฺชนํ จาริตฺตสีลตายสีลสํวโร. ตถา หิ ภควตา ‘‘ปาติโมกฺขสํวรสํวุโต วิหรตี’’ติ (วิภ. ๕๐๘) สีลสํวรวิภชเน อาจารโคจรสมฺปตฺตึ ทสฺเสนฺเตน ‘‘อตฺถิ อนาจาโร, อตฺถิ อโคจโร’’ติอาทินา (วิภ. ๕๑๓, ๕๑๔) อนาจาราโคจรา วิภชิตฺวา ทสฺสิตา. อิทญฺจ เอกเทเสน สมุทายนิทสฺสนํ ทฏฺฐพฺพํ สมุทฺทปพฺพตนิทสฺสนํ วิย.

สพฺพตฺถ ปฏิสงฺขา ญาณสํวโรติ เอตฺถ ‘‘โยนิโสมนสิกาโร, ปฏิสงฺขา ญาณสํวโร’’ติ วตฺตพฺพํ. น หิ ทสฺสนปหาตพฺพนิทฺเทเส ปฏิสงฺขาคหณํ อตฺถิ, ‘‘โยนิโส มนสิ กโรตี’’ติ ปน วุตฺตํ. โยนิโสมนสิกรณมฺปิ อตฺถโต ปฏิสงฺขา ญาณสํวรเมวาติ เอวํ ปน อตฺเถ คยฺหมาเน ยุตฺตเมตํ สิยา. เกจิ ปน ‘‘ยตฺถ ยตฺถ ‘อิธ ปฏิสงฺขา โยนิโส’ติ อาคตํ, ตํ สพฺพํ สนฺธาย ‘สพฺพตฺถ ปฏิสงฺขา ญาณสํวโร’ติ วุตฺต’’นฺติ วทนฺติ. เตสํ มเตน ‘‘อิทํ ทุกฺขนฺติ โยนิโส มนสิ กโรตี’’ติอาทิกสฺส ญาณสํวเรน จ อสงฺคโห สิยา, ‘‘ทสฺสนํ ปฏิเสวนา ภาวนา จ ญาณสํวโร’’ติ จ วจนํ วิรุชฺเฌยฺย, ตสฺมา วุตฺตนเยเนเวตฺถ อตฺโถ เวทิตพฺโพ. ‘‘สพฺพตฺถ ปฏิสงฺขา ญาณสํวโร’’ติ อิมินา สตฺตสุปิ ฐาเนสุ ยํ ญาณํ, โส ญาณสํวโรติ ปริวชฺชนาทิวเสน วุตฺตา สีลาทโย สีลสํวราทโยติ อยมตฺโถ ทสฺสิโต. เอวํ สติ สํวรานํ สงฺกโร วิย โหตีติ เต อสงฺกรโต ทสฺเสตุํ ‘‘อคฺคหิตคฺคหเณนา’’ติ วุตฺตํ ปริวชฺชนวิเสสสํวราธิวาสนวิโนทนานํ สีลสํวราทิภาเวน คหิตตฺตา, ตถา อคฺคหิตานํ คหเณนาติ อตฺโถ. เต ปน อคฺคหิเต สรูปโต ทสฺเสนฺโต ‘‘ทสฺสนํ ปฏิเสวนา ภาวนา’’ติ อาห.

เอเตน สีลสํวราทินา กรณภูเตน, การณภูเตน วา. ธมฺมาติ กุสลากุสลธมฺมา. สีลสํวราทินา หิ สหชาตโกฏิยา, อุปนิสฺสยโกฏิยา วา ปจฺจยภูเตน อนุปฺปนฺนา กุสลา ธมฺมา อุปฺปตฺตึ คจฺฉนฺติ อุปฺปชฺชนฺติ, ตถา อนิรุทฺธา อกุสลา ธมฺมา นิโรธํ คจฺฉนฺติ นิรุชฺฌนฺตีติ อตฺโถ. ปาฬิยํ ปน ‘‘อนุปฺปนฺนา เจว อาสวา น อุปฺปชฺชนฺติ, อุปฺปนฺนา จ อาสวา ปหียนฺตี’’ติ อกุสลธมฺมานํ อนุปฺปาทปหานานิ เอว วุตฺตานิ, น กุสลธมฺมานํ อุปฺปาทาทโยติ? นยิทเมวํ ทฏฺฐพฺพํ, ‘‘โยนิโส จ โข, ภิกฺขเว, มนสิกโรโต’’ติอาทินา กุสลธมฺมานมฺปิ อุปฺปตฺติ ปกาสิตาว อาสวสํวรณสฺส ปธานภาเวน คหิตตฺตา. ตถา หิ ปริโยสาเนปิ ‘‘เย อาสวา ทสฺสนา ปหาตพฺพา, เต ทสฺสนา ปหีนา โหนฺตี’’ติอาทินา (ม. นิ. ๑.๒๘) อาสวปฺปหานเมว ปธานํ กตฺวา นิคมิตํ.

๑๕. ชานโต ปสฺสโตติ เอตฺถ ทสฺสนมฺปิ ปญฺญาจกฺขุนาว ทสฺสนํ อธิปฺเปตํ, น มํสจกฺขุนา ทิพฺพจกฺขุนา วาติ อาห ‘‘เทฺวปิ ปทานิ เอกตฺถานี’’ติ. เอวํ สนฺเตปีติ ปททฺวยสฺส เอกตฺถตฺเถปิ. ญาณลกฺขณนฺติ ญาณสฺส สภาวํ, วิสยสฺส ยถาสภาวาวโพธนนฺติ อตฺโถ. เตนาห ‘‘ชานนลกฺขณญฺหิ ญาณ’’นฺติ. ญาณปฺปภาวนฺติ ญาณานุภาวํ, ญาณกิจฺจํ วิสโยภาสนนฺติ อตฺโถ. เตเนวาห ‘‘ญาเณน วิวเฏ ธมฺเม’’ติ. ‘‘ชานโต ปสฺสโต’’ติ จ ชานนทสฺสนมุเขน ปุคฺคลาธิฏฺฐานา เทสนา ปวตฺตาติ อาห ‘‘ญาณลกฺขณํ ญาณปฺปภาวํ อุปาทาย ปุคฺคลํ นิทฺทิสตี’’ติ. ชานโต ปสฺสโตติ ‘‘โยนิโส จ มนสิการํ อโยนิโส จ มนสิการ’’นฺติ วกฺขมานตฺตา โยนิโสมนสิการวิสยชานนํ, อโยนิโสมนสิการวิสยทสฺสนํ. ตญฺจ โข ปน เนสํ อาสวานํ ขยูปายสภาวสฺส อธิปฺเปตตฺตา อุปฺปาทนานุปฺปาทนวเสน น อารมฺมณมตฺเตนาติ อยมตฺโถ ยุตฺโตติ อาห ‘‘โยนิโสมนสิการํ…เป… อยเมตฺถ สาโร’’ติ.

‘‘ชานโต’’ติ วตฺวา ชานนญฺจ อนุสฺสวาการปฏิวิตกฺกมตฺตวเสน น อิธาธิปฺเปตํ, อถ โข รูปาทิ วิย จกฺขุวิญฺญาเณน โยนิโสมนสิการาโยนิโสมนสิกาเร ปจฺจกฺเข กตฺวา เตสํ อุปฺปาทวเสน ทสฺสนนฺติ อิมมตฺถํ วิภาเวตุํ ‘‘ปสฺสโต’’ติ วุตฺตนฺติ เอวํ วา เอตฺถ อตฺโถ ทฏฺฐพฺโพ. อญฺญตฺถาปิ หิ ‘‘เอวํ ชานโต เอวํ ปสฺสโต (อิติวุ. ๑๐๒), ชานํ ชานาติ ปสฺสํ ปสฺสติ (ม. นิ. ๑.๒๐๓), เอวํ ชานนฺตา เอวํ ปสฺสนฺตา (ม. นิ. ๑.๔๐๗), อชานตํ อปสฺสต’’นฺติ จ อาทีสุ ญาณกิจฺจสฺส สามญฺญวิเสสทีปนวเสเนตํ ปททฺวยํ อาคตนฺติ. เกจีติ อภยคิริวาสิสารสมาสาจริยา. เต หิ ‘‘สมาธินา ชานโต วิปสฺสนาย ปสฺสโต ชานํ ชานาติ ปสฺสํ ปสฺสติ, เอวํ ชานนา สมโถ, ปสฺสนา วิปสฺสนา’’ติ จ อาทินา ปปญฺเจนฺติ. เตติ ปปญฺจา. อิมสฺมึ อตฺเถติ ‘‘ชานโต’’ติอาทินยปฺปวตฺเต อิมสฺมึ สุตฺตปทอตฺเถ นิทฺธาริยมาเน. น ยุชฺชนฺติ ชานนทสฺสนานํ โยนิโสมนสิการาโยนิโสมนสิการวิสยภาวสฺส ปาฬิยํ วุตฺตตฺตา.

อาสวปฺปหานํ อาสวานํ อจฺจนฺตปฺปหานํ. โส ปน เนสํ อนุปฺปาโท สพฺเพน สพฺพํ ขีณตา อภาโว เอวาติ อาห ‘‘อาสวานํ อจฺจนฺตขยมสมุปฺปาทํขีณาการํ นตฺถิภาว’’นฺติ. อุชุมคฺคานุสาริโนติ กิเลสวงฺกสฺส กายวงฺกาทีนญฺจ ปหาเนน อุชุภูเต สวิปสฺสเน เหฏฺฐิมมคฺเค อนุสฺสรนฺตสฺส. ตเทว หิสฺส สิกฺขนํ. ขยสฺมึ ปฐมํ ญาณํ. ตโต อญฺญา อนนฺตราติ ขยสงฺขาเต อคฺคมคฺเค ตปฺปริยาปนฺนเมว ญาณํ ปฐมํ อุปฺปชฺชติ, ตทนนฺตรํ ปน อญฺญํ อรหตฺตนฺติ. ยทิปิ คาถายํ ‘‘ขยสฺมึ’’อิจฺเจว วุตฺตํ, สมุจฺเฉทวเสน ปน อาสเวหิ ขีโณตีติ มคฺโค ขโยติ วุจฺจตีติ อาห ‘‘มคฺโค อาสวกฺขโยติ วุตฺโต’’ติ. สมโณติ สมิตปาโป อธิปฺเปโต. โส ปน ขีณาสโว โหตีติ ‘‘อาสวานํ ขยา’’ติ อิมสฺส ผลปริยายตา วุตฺตา, นิปฺปริยาเยน ปน อาสวกฺขโย มคฺโค, เตน ปตฺตพฺพโต ผลํ. เอเตเนว นิพฺพานสฺสปิ อาสวกฺขยภาโว วุตฺโตติ เวทิตพฺโพ.

‘‘ชานโต ปสฺสโต’’ติ ชานโต เอว ปสฺสโต เอวาติ เอวเมตฺถ นิยโม อิจฺฉิโต, น อญฺญถา วิเสสาภาวโต อนิฏฺฐสาธนโต จาติ ตสฺส นิยมสฺส ผลํ ทสฺเสตุํ ‘‘โน อชานโต โน อปสฺสโต’’ติ วุตฺตนฺติ อาห ‘‘โย ปน น ชานาติ น ปสฺสติ, ตสฺส เนว วทามีติ อตฺโถ’’ติ. อิมินา ทูรีกตาโยนิโสมนสิกาโร อิธาธิปฺเปโต, โยนิโสมนสิกาโร จ อาสวกฺขยสฺส เอกนฺติกการณนฺติ ทสฺเสติ. เอเตนาติ ‘‘โน อชานโต โน อปสฺสโต’’ติ วจเนน. เต ปฏิกฺขิตฺตาติ เก ปน เตติ? ‘‘พาเล จ ปณฺฑิเต จ สนฺธาวิตฺวา สํสริตฺวา ทุกฺขสฺสนฺตํ กริสฺสนฺติ (ที. นิ. ๑.๑๖๘; ม. นิ. ๒.๒๒๘), อเหตู อปจฺจยา สตฺตา วิสุชฺฌนฺตี’’ติ (ที. นิ. ๑.๑๖๘; ม. นิ. ๒.๒๒๗) เอวมาทิวาทา. เตสุ หิ เกจิ อภิชาติสงฺกนฺติมตฺเตน ภวสงฺกนฺติมตฺเตน จ สํสารสุทฺธึ ปฏิชานนฺติ, อญฺเญ อิสฺสรปชาปติกาลาทิวเสน, ตยิทํ สพฺพํ ‘‘สํสาราทีหี’’ติ เอตฺเถว สงฺคหิตนฺติ ทฏฺฐพฺพํ.

ปุริเมน วา ปททฺวเยนาติ ‘‘ชานโต, ปสฺสโต’’ติ อิมินา ปททฺวเยน. อุปาโย วุตฺโต ‘‘อาสวกฺขยสฺสา’’ติ อธิการโต วิญฺญายติ. อิมินาติ ‘‘โน อชานโต, โน อปสฺสโต’’ติ อิมินา ปททฺวเยน. อนุปาโย เอว หิ อาสวานํ ขยสฺส ยทิทํ โยนิโส จ อโยนิโส จ มนสิการสฺส อชานนํ อทสฺสนญฺจ, เตน ตถตฺตาย อปฺปฏิปตฺติโต มิจฺฉาปฏิปตฺติโต จ. นนุ ‘‘ปสฺสโต’’ติ อิมินา อโยนิโสมนสิกาโร ยถา น อุปฺปชฺชติ, เอวํ ทสฺสเน อธิปฺเปเต ปุริเมเนว อนุปายปฏิเสโธ วุตฺโต โหตีติ? น โหติ, อโยนิโสมนสิการานุปฺปาทนสฺสปิ อุปายภาวโต สติพเลน สํวุตจกฺขุนฺทฺริยาทิตา วิย สมฺปชญฺญพเลเนว นิจฺจาทิวเสน อภูตชานนาภาโว โหตีติ. เตนาห ‘‘สงฺเขเปน…เป… โหตี’’ติ. ตตฺถ สงฺเขเปนาติ สมาเสน, อนฺวยโต พฺยติเรกโต จ วิตฺถารํ อกตฺวาติ อตฺโถ. ญาณํ…เป… ทสฺสิตํ โหติ ‘‘ชานโต’’ติอาทินา ญาณสฺเสว คหิตตฺตา. ยทิ เอวํ ‘‘สฺวายํ สํวโร’’ติอาทิ กถํ นียตีติ? ญาณสฺส ปธานภาวทสฺสนตฺถํ เอวมยํ เทสนา กตาติ นายํ โทโส, ตถา อญฺญตฺถาปิ ‘‘อริยํ โว ภิกฺขเว สมฺมาสมาธึ เทเสสฺสามิ สอุปนิสํ สปริกฺขาร’’นฺติ (ม. นิ. ๓.๑๓๖) วิตฺถาโร.

ทพฺพชาติโกติ ทพฺพรูโป. โส หิ ทฺรโพฺยติ วุจฺจติ ‘‘ทฺรพฺยํ วินสฺสติ นาทฺรพฺย’’นฺติอาทีสุ. ทพฺพชาติโก วา สารสภาโว, สารุปฺปสีลาจาโรติ อตฺโถ. ยถาห ‘‘น โข ทพฺพ ทพฺพา เอวํ นิพฺเพเฐนฺตี’’ติ (ปารา. ๓๘๔, ๓๙๑; จูฬว. ๑๙๓). วตฺตสีเส ฐตฺวาติ วตฺตํ อุตฺตมงฺคํ, ธุรํ วา กตฺวา. โย หิ ปริสุทฺธาชีโว กาตุํ อชานนฺตานํ สพฺรหฺมจารีนํ, อตฺตโน วา วาตาตปาทิปฏิพาหนตฺถํ ฉตฺตาทีนิ กโรติ, โส วตฺตสีเส ฐตฺวา กโรติ นาม. ปทฏฺฐานํ น โหตีติ น วตฺตพฺพา นาถกรณธมฺมภาเวน อุปนิสฺสยภาวโต. วุตฺตญฺหิ ‘‘ยานิ ตานิ สพฺรหฺมจารีนํ อุจฺจาวจานิ กิจฺจกรณียานิ, ตตฺถ ทกฺโข โหตี’’ติอาทิ (ม. นิ. ๑.๔๙๗).

อุปายมนสิกาโรติ กุสลธมฺมปฺปวตฺติยา การณภูโต มนสิกาโร. ปถมนสิกาโรติ ตสฺสา เอว มคฺคภูโต มนสิกาโร. อนิจฺจาทีสุ อนิจฺจนฺติอาทินาติ อนิจฺจทุกฺขอสุภอนตฺตสภาเวสุ ธมฺเมสุ ‘‘อนิจฺจํ ทุกฺขํ อสุภํ อนตฺตา’’ติอาทินา เอว นเยน, อวิปรีตสภาเวนาติ อตฺโถ. สจฺจานุโลมิเกน วาติ สจฺจาภิสมยสฺส อนุโลมวเสน. จิตฺตสฺส อาวฏฺฏนาติอาทินา อาวฏฺฏนาย ปจฺจยภูตา ตโต ปุริมุปฺปนฺนา มโนทฺวาริกา กุสลชวนปฺปวตฺติ ผลโวหาเรน ตถา วุตฺตา. ตสฺสา หิ วเสน สา กุสลุปฺปตฺติยา อุปนิสฺสโย โหติ. อาวชฺชนา หิ ภวงฺคจิตฺตํ อาวฏฺฏยตีติ อาวฏฺฏนา. อนุ อนุ อาวฏฺเฏตีติ อนฺวาวฏฺฏนา. ภวงฺคารมฺมณโต อญฺญํ อาภุชตีติ อาโภโค. สมนฺนาหรตีติ สมนฺนาหาโร. ตเทวารมฺมณํ อตฺตานํ อนุพนฺธิตฺวา อุปฺปชฺชมานํ มนสิ กโรติ ฐเปตีติ มนสิกาโร. อยํ วุจฺจตีติ อยํ อุปายปถมนสิการลกฺขโณ โยนิโสมนสิกาโร นาม วุจฺจติ, ยสฺส วเสน ปุคฺคโล ทุกฺขาทีนิ สจฺจานิ อาวชฺชิตุํ สกฺโกติ. อโยนิโสมนสิกาเร สจฺจปฏิกูเลนาติ สจฺจาภิสมยสฺส อนนุโลมวเสน. เสสํ โยนิโสมนสิกาเร วุตฺตวิปริยาเยน เวทิตพฺพํ.

ยุตฺตินฺติ อุปปตฺติสาธนยุตฺตึ, เหตุนฺติ อตฺโถ. เตเนวาห ‘‘ยสฺมา’’ติอาทิ. เอตฺถาติ ‘‘อโยนิโส ภิกฺขเว…เป… ปหียนฺตี’’ติ เอตสฺมึ ปาเฐ. ตตฺถาติ วาโกฺยปญฺญาสนํ. กสฺมา ปเนตฺถ อยมุทฺเทสนิทฺเทโส ปริวตฺโตติ โจทนํ สนฺธายาห ‘‘โยนิโส’’ติอาทิ. ตตฺถ มนสิการปทํ ทฺวินฺนํ สาธารณนฺติ อธิปฺปาเยน ‘‘โยนิโส อโยนิโสติ อิเมหิ ตาว ทฺวีหิ ปเทหี’’ติ วุตฺตํ. โยนิโสติ หิ โยนิโสมนสิกาโร, อโยนิโสติ จ อโยนิโสมนสิกาโร ตตฺถ อนุวตฺตนโต วกฺขมานตฺตา จ. สติปิ อนตฺถุปฺปตฺติสามญฺเญ ภวาทีสุ ปุคฺคลสฺส พหุลิสามญฺญํ ทสฺเสตฺวา ตํ ปริวตฺติตฺวา วิเสสทสฺสนตฺตํ นาวาทิ อุปมาตฺตยคฺคหณํ ทฏฺฐพฺพํ. จกฺกยนฺตํ อาหฏฆฏียนฺตนฺติ วทนฺติ.

อนุปฺปนฺนาติ อนิพฺพตฺตา. อารมฺมณวิเสสวเสน ตสฺส อนุปฺปตฺติ เวทิตพฺพา, น รูปารมฺมณาทิอารมฺมณสามญฺเญน, นาปิ อาสววเสน. เตนาห ‘‘อนนุภูตปุพฺพํ อารมฺมณํ…เป… อญฺญถา หิ อนมตคฺเค สํสาเร อนุปฺปนฺนา นาม อาสวา น สนฺตี’’ติ. วตฺถุนฺติ สวิญฺญาณกาวิญฺญาณกปฺปเภทํ อาสวุปฺปตฺติการณํ. อารมฺมณํ อารมฺมณปจฺจยภูตรูปาทีนิ. อิทานิ อาสววเสนปิ อนุปฺปนฺนปริยาโย ลพฺภตีติ ทสฺเสตุํ ‘‘อนุภูตปุพฺเพปี’’ติอาทิ วุตฺตํ. ปกติสุทฺธิยาติ ปุพฺพจริยโต กิเลสทูรีภาวสิทฺธาย สุทฺธิปกติตาย. ปาฬิยา อุทฺทิสนํ อุทฺเทโส, อตฺถกถนํ ปริปุจฺฉา. อชฺฌยนํ ปริยตฺติ, จีวรสิพฺพาทิ นวกมฺมํ, สมถวิปสฺสนานุโยโค โยนิโสมนสิกาโร. ตาทิเสนาติ ยาทิเสน ‘‘มนุญฺญวตฺถู’’ติมนสิการาทินา กามาสวาทโย สมฺภเวยฺยุํ, ตาทิเสน. อาสวานํ วฑฺฒิ นาม ปริยุฏฺฐานติพฺพตาย เวทิตพฺพา, สา จ อภิณฺหุปฺปตฺติยา พหุลีการโตติ เต ลทฺธาเสวนา พหุลภาวํ ปตฺตา มทฺทนฺตา ผรนฺตา ฉาเทนฺตา อนฺธาการํ กโรนฺตา อปราปรํ อุปฺปชฺชมานา เอกสนฺตานนเยน ‘‘อุปฺปนฺนา ปวฑฺฒนฺตี’’ติ วุจฺจนฺติ. เตน วุตฺตํ ‘‘ปุนปฺปุนํ อุปฺปชฺชมานา อุปฺปนฺนา ปวฑฺฒนฺตีติ วุจฺจนฺตี’’ติ. อิโต อญฺญถาติ อิโต อปราปรุปฺปนฺนานํ เอกตฺตคฺคหณโต อญฺญถา วฑฺฒิ นาม นตฺถิ ขณิกภาวโต.

โส จ ชานาตีติ ธมฺมุทฺธจฺจวิคฺคหาภาวมาห. การกสฺเสวาติ ยุตฺตโยคสฺเสว. ยสฺส ปนาติอาทินา อนุทฺเทสิกํ กตฺวา วุตฺตมตฺถํ ปุราตนสฺส ปุริสาติสยสฺส ปฏิปตฺติทสฺสเนน ปากฏตรํ กาตุํ ‘‘มณฺฑลารามวาสีมหาติสฺสภูตตฺเถรสฺส วิยา’’ติอาทิ วุตฺตํ. ตญฺหิ สพฺรหฺมจารีนํ อายตึ ตถาปฏิปตฺติการณํ โหติ, ยโต เอทิสํ วตฺถุ วุจฺจติ. ตสฺมึ เยวาติ มณฺฑลาราเมเยว. อาจริยํ อาปุจฺฉิตฺวาติ อตฺตโน อุทฺเทสาจริยํ กมฺมฏฺฐานคฺคหณตฺถํ คนฺตุํ อาปุจฺฉิตฺวา. อาจริยํ วนฺทิตฺวาติ กมฺมฏฺฐานทายกํ มหารกฺขิตตฺเถรํ วนฺทิตฺวา. อุทฺเทสมคฺคนฺติ ยถาอารทฺธํ อุทฺเทสปพนฺธํ. ตทา กิร มุขปาเฐเนว พหู เอกชฺฌํ อุทฺทิสาเปตฺวา มโนสชฺฌายวเสน ธมฺมํ สชฺฌายนฺติ. ตตฺถายํ เถโร ปญฺญวนฺตตาย อุทฺเทสํ คณฺหนฺตานํ ภิกฺขูนํ โธรโยฺห, โส ‘‘อิทานาหํ อนาคามี, กึ มยฺหํ อุทฺเทเสนา’’ติ สงฺโกจํ อนาปชฺชิตฺวา ทุติยทิวเส อุทฺเทสกาเล อาจริยํ อุปสงฺกมิ. ‘‘อุปฺปนฺนา ปหียนฺตี’’ติ เอตฺถ อุปฺปนฺนสทิสา ‘‘อุปฺปนฺนา’’ติ วุตฺตา, น ปจฺจุปฺปนฺนา. น หิ ปจฺจุปฺปนฺเนสุ อาสเวสุ มคฺเคน ปหานํ สมฺภวตีติ อาห ‘‘เย ปน…เป… นตฺถี’’ติ. วตฺตมานุปฺปนฺนา ขณตฺตยสมงฺคิโน. เตสํ ปฏิปตฺติยา ปหานํ นตฺถิ อุปฺปชฺชนารหานํ ปจฺจยฆาเตน อนุปฺปาทนเมว ตาย ปหานนฺติ.

๑๖. ยทิ เอวํ ทุติยปทํ กิมตฺถิยนฺติ? ปททฺวยคฺคหณํ อาสวานํ อุปฺปนฺนานุปฺปนฺนภาวสมฺภวทสฺสนตฺถญฺเจว ปหายกวิภาเคน ปหาตพฺพวิภาคทสฺสนตฺถญฺจ. เตนาห ‘‘อิทเมว ปทํ คเหตฺวา’’ติ. อญฺญมฺปีติ ญาณโต อญฺญมฺปิ สติสํวราทึ. ทสฺสนาติ อิทํ เหตุมฺหิ นิสฺสกฺกวจนนฺติ ทสฺสเนนาติ เหตุมฺหิ กรณวจเนน ตทตฺถํ วิวรติ. เอส นโยติ ตเมวตฺถํ อติทิสติ. ทสฺสเนนาติ โสตาปตฺติมคฺเคน. โส หิ ปฐมํ นิพฺพานทสฺสนโต ‘‘ทสฺสน’’นฺติ วุจฺจติ. ยทิปิ ตํ โคตฺรภุ ปฐมตรํ ปสฺสติ, ทิสฺวา ปน กตฺตพฺพกิจฺจสฺส กิเลสปฺปหานสฺส อกรณโต น ตํ ทสฺสนนฺติ วุจฺจติ. อาวชฺชนฏฺฐานิยญฺหิ ตํ ญาณํ มคฺคสฺส, นิพฺพานารมฺมณตฺตสามญฺเญน เจตํ วุตฺตํ, น นิพฺพานปฏิวิชฺฌเนน, ตสฺมา ธมฺมจกฺขุ ปุนปฺปุนํ นิพฺพตฺตเนน ภาวนํ อปฺปตฺตํ ทสฺสนํ นาม, ธมฺมจกฺขุญฺจ ปริญฺญาทิกิจฺจกรณวเสน จตุสจฺจธมฺมทสฺสนํ ตทภิสมโยติ นุตฺเถตฺถ โคตฺรภุสฺส ทสฺสนภาวปฺปตฺติ. อยญฺจ วิจาโร ปรโต อฏฺฐกถายเมว (ม. นิ. อฏฺฐ. ๑.๒๒) อาคมิสฺสติ. สพฺพตฺถาติ ‘‘สํวรา ปหาตพฺพา’’ติอาทีสุ. สํวราติ สํวเรน, ‘‘สํวโร’’ติ เจตฺถ สติสํวโร เวทิตพฺโพ. ปฏิเสวติ เอเตนาติ ปฏิเสวนํ, ปจฺจเยสุ อิทมตฺถิกตาญาณํ. อธิวาเสติ ขมติ เอตายาติ อธิวาสนา, สีตาทีนํ ขมนากาเรน ปวตฺโต อโทโส, ตปฺปธานา วา จตฺตาโร กุสลกฺขนฺธา. ปริวชฺเชติ เอเตนาติ ปริวชฺชนํ, วาฬมิคาทีนํ ปริหรณวเสน ปวตฺตา เจตนา, ตถาปวตฺตา วา จตฺตาโร กุสลกฺขนฺธา. กามวิตกฺกาทิเก วิโนเทติ วิตุทติ เอเตนาติ วิโนทนํ, กุสลวีริยํ. ปฐมมคฺเคน ทิฏฺเฐ จตุสจฺจธมฺเม ภาวนาวเสน อุปฺปชฺชนโต ภาวนา, เสสมคฺคตฺตยํ. น หิ ตํ อทิฏฺฐปุพฺพํ กิญฺจิ ปสฺสติ, เอวํ ทสฺสนาทีนํ วจนตฺโถ เวทิตพฺโพ.

ทสฺสนาปหาตพฺพอาสววณฺณนา

๑๗. กุสลากุสลธมฺเมหิ อาลมฺพิยมานาปิ อารมฺมณธมฺมา อาวชฺชนมุเขเนว ตพฺภาวํ คจฺฉนฺตีติ ทสฺเสนฺโต ‘‘มนสิกรณีเย’’ติ ปทสฺส ‘‘อาวชฺชิตพฺเพ’’ติ อตฺถมาห. หิตสุขาวหภาเวน มนสิกรณํ อรหนฺตีติ มนสิกรณียา, ตปฺปฏิปกฺขโต อมนสิกรณียาติ อาห ‘‘อมนสิกรณีเยติ ตพฺพิปรีเต’’ติ. เสสปเทสูติ ‘‘มนสิกรณีเย ธมฺเม อปฺปชานนฺโต’’ติอาทีสุ. ยสฺมา กุสลธมฺเมสุปิ สุภสุขนิจฺจาทิวเสน มนสิกาโร อสฺสาทนาทิเหตุตาย สาวชฺโช อหิตทุกฺขาวโห อกุสลธมฺเมสุปิ อนิจฺจาทิวเสน มนสิกาโร นิพฺพิทาทิเหตุตาย อนวชฺโช หิตสุขาวโห, ตสฺมา ‘‘ธมฺมโต นิยโม นตฺถี’’ติ วตฺวา ‘‘อาการโต ปน อตฺถี’’ติ อาห.

วา-สทฺโท เยภุยฺเยน ‘‘มมํ วา หิ ภิกฺขเว (ที. นิ. ๑.๕, ๖), เทโว วา ภวิสฺสามิ เทวญฺญตโร วา’’ติอาทีสุ (ม. นิ. ๑.๑๘๖; ม. นิ. ๒.๗๙, ๘๐) วิกปฺปตฺโถ ทิฏฺโฐ, น สมุจฺจยตฺโถติ ตตฺถ สมุจฺจยตฺเถ ปโยคํ ทสฺเสตุํ ‘‘ยถา’’ติอาทิ วุตฺตํ. เอวญฺจ กตฺวา สมุจฺจยตฺถทีปกํ ปเนตํ สุตฺตปทํ สมุทาหฏํ.

กามาสโวติ ปญฺจกามคุณสงฺขาเต กาเม อาสโว กามาสโว. เตนาห ‘‘ปญฺจกามคุณิโก ราโค’’ติ. ภวาสวํ ปน ฐเปตฺวา สพฺโพ โลโภ กามาสโวติ ยุตฺตํ สิยา. รูปารูปภเวติ กมฺมุปปตฺติเภทโต ทุวิเธปิ รูปารูปภเว ฉนฺทราโค. ฌานนิกนฺตีติ ฌานสฺสาโท. ‘‘สุนฺทรมิทํ ฐานํ นิจฺจํ ธุว’’นฺติอาทินา อสฺสาเทนฺตสฺส อุปฺปชฺชมาโน สสฺสตุจฺเฉททิฏฺฐิสหคโต ราโค ภเว อาสโวติ ภวาสโว. เอวนฺติ สพฺพทิฏฺฐีนํ สสฺสตุจฺเฉททิฏฺฐิสงฺคหโต ภวาสเวเนว ทิฏฺฐาสโว คหิโต ตํสหคตราคตายาติ อธิปฺปาโย. อปเร ปน ‘‘ทิฏฺฐาสโว อวิชฺชาสเวน จ สงฺคหิโต’’ติ วทนฺติ. เอตฺถ จ ‘‘ภวาสโว จตูสุ ทิฏฺฐิคตวิปฺปยุตฺตโลภสหคตจิตฺตุปฺปาเทสุ อุปฺปชฺชตี’’ติ (ธ. ส. ๑๔๖๕) วจนโต ทิฏฺฐิสมฺปยุตฺตราคสฺส ภวาสวภาโว วิจาเรตพฺโพ, อถ ‘‘กามสหคตา สญฺญามนสิการา’’ติอาทีสุ (สํ. นิ. ๔.๓๓๒) วิย อารมฺมณกรณตฺโถ สหคตตฺโถ, เอวํ สติ ภวาสเว ทิฏฺฐาสวสฺส สโมธานคมนํ กตํ น สิยา. น หิ ตมฺปโยคตพฺภาวาทิเก อสติ ตํสงฺคโห ยุตฺโต, ตสฺมา ยถาวุตฺตปาฬึ อนุสาเรน ทิฏฺฐิคตสมฺปยุตฺตโลโภปิ กามาสโวติ ยุตฺตํ สิยา. ทิฏฺฐธมฺมิกสมฺปรายิกทุกฺขานญฺหิ การณภูตา กามาสวาทโยปิ ทฺวิธา วุตฺตา.

อภิธมฺเม (ธ. ส. ๑๑๐๓) จ กามาสวนิทฺเทเส ‘‘กาเมสูติ กามราคทิฏฺฐิราคาทีนํ อารมฺมณภูเตสุ เตภูมเกสุ วตฺถุกาเมสู’’ติ อตฺโถ สมฺภวติ. ตตฺถ หิ อุปฺปชฺชมานา สา ตณฺหา สพฺพาปิ น กามจฺฉนฺทาทินามํ น ลภตีติ. ยทิ ปน โลโภ กามาสวภวาสววินิมุตฺโตปิ สิยา, โส ยทา ทิฏฺฐิคตวิปฺปยุตฺเตสุ จิตฺเตสุ อุปฺปชฺชติ, ตทา เตน สมฺปยุตฺโต อวิชฺชาสโว อาสววิปฺปยุตฺโตติ โทมนสฺสวิจิกิจฺฉุทฺธจฺจสมฺปยุตฺตสฺส วิย ตสฺสปิ อาสววิปฺปยุตฺตตา วตฺตพฺพา สิยา ‘‘จตูสุ ทิฏฺฐิคตวิปฺปยุตฺตโลภสหคตจิตฺตุปฺปาเทสุ อุปฺปนฺโน โมโห สิยา อาสวสมฺปยุตฺโต, สิยา อาสววิปฺปยุตฺโต’’ติ. ‘‘กามาสโว อฏฺฐสุ โลภสหคตจิตฺตุปฺปาเทสุ อุปฺปชฺชตี’ติ (ธ. ส. ๑๔๖๕), ‘‘กามาสวํ ปฏิจฺจ ทิฏฺฐาสโว อวิชฺชาสโว’’ติ (ปฏฺฐา. ๓.๓.๑๐๙) จ วจนโต ทิฏฺฐิสหคตราโค กามาสโว น โหตีติ น สกฺกา วตฺตุํ. กิญฺจ อภิชฺฌากามราคานํ วิเสโส อาสวทฺวยเอกาสวภาโว สิยา, น อภิชฺฌาย จ โนอาสวภาโวติ โนอาสวโลภสฺส สพฺภาโว วิจาเรตพฺโพ. น หิ อตฺถิ อภิธมฺเม ‘‘อาสโว จ โนอาสโว จ ธมฺมา อาสวสฺส ธมฺมสฺส อาสวสฺส จ โนอาสวสฺส จ ธมฺมสฺส เหตุปจฺจโย’’ติ (ปฏฺฐา. ๓.๓.๑๖-๑๗) สตฺตโม นวโม จ ปโญฺห. คณนายญฺจ ‘‘เหตุยา สตฺตา’’ติ (ปฏฺฐา. ๓.๓.๔๐) วุตฺตํ, โน ‘‘นวา’’ติ. ทิฏฺฐิสมฺปยุตฺเต ปน โลเภ โนอาสเว วิชฺชมาเน สตฺตมนวมาปิ ปญฺหา วิสฺสชฺชนํ ลเภยฺยุํ, คณนาย จ ‘‘เหตุยา นวา’’ติ วตฺตพฺพํ สิยา, น ปน วุตฺตํ. ทิฏฺฐิวิปฺปยุตฺเต จ โลเภ โนอาสเว วิชฺชมาเน วตฺตพฺพํ วุตฺตเมว. ยสฺมา ปน สุตฺตนฺตเทสนา นาม ปริยายกถา, น อภิธมฺมเทสนา วิย นิปฺปริยายกถา, ตสฺมา พลวกามราคสฺเสว กามาสวํ ทสฺเสตุํ ‘‘กามาสโวติ ปญฺจกามคุณิโก ราโค’’ติ วุตฺตํ, ตถา ภวาภินนฺทนนฺติ.

สามญฺเญน ภวาสโว ทิฏฺฐาสวํ อนฺโตคธํ กตฺวา อิธ ตโย เอว อาสวา วุตฺตาติ ตสฺส ตทนฺโตคธตํ ทสฺเสตุํ ‘‘เอวํ ทิฏฺฐาสโว’’ติอาทิ วุตฺตํ. ตถา หิ วกฺขติ ภวาสวสฺส อนิมิตฺตวิโมกฺขปฏิปกฺขตํ. จตูสุ สจฺเจสุ อญฺญาณนฺติ อิทํ สุตฺตนฺตนยํ นิสฺสาย วุตฺตํ. สุตฺตนฺตสํวณฺณนา เหสาติ, ตทนฺโตคธตฺตา วา ปุพฺพนฺตาทีนํ. ยถา อตฺถโต กามาสวาทโย ววตฺถาปิตา, ตถา เนสํ อุปฺปาทวฑฺฒิโย ทสฺเสนฺโต ‘‘กามคุเณ’’ติอาทิมาห. อสฺสาทโต มนสิกโรโตติ ‘‘สุภสุขา’’ติอาทินา อสฺสาทนวเสน มนสิ กโรนฺตสฺส. จตุวิปลฺลาสปทฏฺฐานภาเวนาติ สุภสญฺญาทีนํ วตฺถุภาเวน. วุตฺตนยปจฺจนีกโตติ ‘‘กามา นาเมเต อนิจฺจา ทุกฺขา วิปริณามธมฺมา’’ติอาทินา กามคุเณสุ อาทีนวทสฺสนปุพฺพกเนกฺขมฺมปฏิปตฺติยา ฉนฺทราคํ วิกฺขมฺภยโต สมุจฺฉินฺทนฺตสฺส จ อนุปฺปนฺโน จ กามาสโว น อุปฺปชฺชติ, อุปฺปนฺโน จ ปหียติ. ตถา มหคฺคตธมฺเมสุ เจว สกลเตภูมกธมฺเมสุ จ อาทีนวทสฺสนปุพฺพกอนิจฺจาทิมนสิการวเสน นิสฺสรณปฏิปตฺติยา อนุปฺปนฺนา จ ภวาสวอวิชฺชาสวา น อุปฺปชฺชนฺติ, อุปฺปนฺนา จ ปหียนฺตีติ เอวํ ตณฺหาปกฺเข วุตฺตสฺส นยสฺส ปฏิปกฺขโต สุกฺกปกฺเข วิตฺถาโร เวทิตพฺโพ.

ตโย เอวาติ อภิธมฺเม วิย ‘‘จตฺตาโร’’ติ อวตฺวา กสฺมา ตโย เอว อาสวา อิธ อิมิสฺสํ ทสฺสนาปหาตพฺพกถายํ วุตฺตา? ตตฺถ กามาสวสฺส ตณฺหาปณิธิภาวโต อปฺปณิหิตวิโมกฺขปฏิปกฺขตา เวทิตพฺพา. ภเวสุ นิจฺจคฺคาหานุสารโต เยภุยฺยโต ภวราคสมฺปตฺติโต ภวาสวสฺส อนิมิตฺตวิโมกฺขปฏิปกฺขตา, ภวทิฏฺฐิยา ปน ภวาสวภาเว วตฺตพฺพเมว นตฺถิ, อนตฺตสญฺญาย ญาณานุภาวสิทฺธิโต อวิชฺชาสวสฺส สุญฺญตวิโมกฺขปฏิปกฺขตา. เอตฺถาติ เอติสฺสํ อาสวกถายํ. วณฺณิตนฺติ กถิตํ. อเภทโตติ สามญฺญโต.

๑๘. กามาสวาทีนนฺติ มนุสฺสโลกเทวโลกคมนียานํ กามาสวาทีนํ. นิรยาทิคมนียา ปน กามาสวาทโย ‘‘ทสฺสนา ปหาตพฺเพ อาสเว’’ติ เอตฺเถว สมารุฬฺหา. อถ วา ยทคฺเคน โส ปุคฺคโลทสฺสนาปหาตพฺพานํ อาสวานํ อธิฏฺฐานํ, ตทคฺเคน กามาสวาทีนมฺปิ อธิฏฺฐานํ. น หิ สมญฺญาเภเทน วตฺถุเภโท อตฺถีติ ทสฺเสตุํ ‘‘เอตฺตาวตา’’ติอาทิ วุตฺตํ. เตเนวาห ‘‘สามญฺญโต วุตฺตาน’’นฺติ. กสฺมา ปเนตฺถ ทสฺสนาปหาตพฺเพสุ อาสเวสุ ทสฺเสตพฺเพสุ ‘‘อโหสึ นุ โข อห’’นฺติอาทินา วิจิกิจฺฉา ทสฺสิตาติ อาห ‘‘วิจิกิจฺฉาสีเสน เจตฺถา’’ติอาทิ. เอวนฺติ ยถา โสฬสวตฺถุกา วิจิกิจฺฉา อุปฺปชฺชติ, เอวํ อโยนิโสมนสิกาโรติ.

วิชฺชมานตํ อวิชฺชมานตญฺจาติ (สํ. นิ. ฏี. ๒.๒.๒๐) สสฺสตาสงฺกํ นิสฺสาย ‘‘อโหสึ นุ โข อหมตีตมทฺธาน’’นฺติ อตีเต อตฺตโน วิชฺชมานตํ, อธิจฺจสมุปฺปตฺติอาสงฺกํ นิสฺสาย ‘‘ยโต ปภุติ อหํ, ตโต ปุพฺเพ น นุ โข อโหสิ’’นฺติ อตีเต อตฺตโน อวิชฺชมานตญฺจ กงฺขติ. กสฺมา? วิจิกิจฺฉาย อาการทฺวยาวลมฺพนโต. ตสฺสา ปน อตีตวตฺถุตาย คหิตตฺตา สสฺสตาธิจฺจสมุปฺปตฺติอาการนิสฺสยตา ทสฺสิตา. เอวํ อาสปฺปนปริสปฺปนาปวตฺติกํ กตฺถจิปิ อปฺปฏิวตฺติเหตุภูตํ วิจิกิจฺฉํ กสฺมา อุปฺปาเทตีติ น โจเทตพฺพเมตนฺติ ทสฺเสนฺโต อาห ‘‘กึ การณนฺติ น วตฺตพฺพ’’นฺติ. เสฺวว ปุถุชฺชนภาโว เอว. ยทิ เอวํ ตสฺส อโยนิโสมนสิกาเรเนว ภวิตพฺพนฺติ อาปนฺนนฺติ อาห ‘‘นนุ จ ปุถุชฺชโนปิ โยนิโส มนสิ กโรตี’’ติ. ตตฺถาติ โยนิโสมนสิกรเณ.

ชาติลิงฺคูปปตฺติโยติ ขตฺติยพฺราหฺมณาทิชาตึ คหฏฺฐปพฺพชิตาทิลิงฺคํ เทวมนุสฺสาทิอุปปตฺติญฺจ. นิสฺสายาติ อุปาทาย.

ตสฺมึ กาเล สตฺตานํ มชฺฌิมปฺปมาณํ, เตน ยุตฺโต ปมาณิโก, ตทภาวโต, ตโต อตีตภาวโต วา อปฺปมาณิโก เวทิตพฺโพ. เกจีติ สารสมาสาจริยา. เต หิ ‘‘กถํ นุ โขติ อิสฺสเรน วา พฺรหฺมุนา วา ปุพฺพกเตน วา อเหตุโต วา นิพฺพตฺโตติ จินฺเตตี’’ติ อาหุ. เตน วุตฺตํ ‘‘เหตุโต กงฺขตีติ วทนฺตี’’ติ. อเหตุโต นิพฺพตฺติกงฺขาปิ หิ เหตุปรามสนเมวาติ.

ปรมฺปรนฺติ ปุพฺพาปรปฺปวตฺตึ. อทฺธานนฺติ กาลาธิวจนํ, ตญฺจ ภุมฺมตฺเถ อุปโยควจนํ ทฏฺฐพฺพํ.

วิชฺชมานตํ อวิชฺชมานตญฺจาติ สสฺสตาสงฺกํ นิสฺสาย ‘‘ภวิสฺสามิ นุ โข อหมนาคตมทฺธาน’’นฺติ อนาคเต อตฺตโน วิชฺชมานตํ, อุจฺเฉทาสงฺกํ นิสฺสาย ‘‘ยสฺมิญฺจ อตฺตภาเว อหํ, ตโต ปรํ น นุ โข ภวิสฺสามี’’ติ อนาคเต อตฺตโน อวิชฺชมานตญฺจ กงฺขตีติ เหฏฺฐา วุตฺตนเยน โยเชตพฺพํ.

ปจฺจุปฺปนฺนมทฺธานนฺติ อทฺธาปจฺจุปฺปนฺนสฺส อิธาธิปฺเปตตฺตา ‘‘ปฏิสนฺธึ อาทึ กตฺวา’’ติอาทิ วุตฺตํ. ‘‘อิทํ กถํ อิทํ กถ’’นฺติ ปวตฺตนโต กถํกถา, วิจิกิจฺฉา, สา อสฺส อตฺถีติ กถํกถีติ อาห ‘‘วิจิกิจฺโฉ โหตี’’ติ. กา เอตฺถ จินฺตา, อุมฺมตฺตโก วิย หิ พาลปุถุชฺชโนติ ปฏิกจฺเจว วุตฺตนฺติ อธิปฺปาโย. ตํ มหามาตาย ปุตฺตํ. มุณฺเฑสุนฺติ มุณฺเฑน อนิจฺฉนฺตํ ชาครณกาเล น สกฺกาติ สุตฺตํ มุณฺเฑสุํ กุลธมฺมตาย ยถา ตํ เอกจฺเจ กุลตาปสา, ราชภเยนาติ จ วทนฺติ.

สีติภูตนฺติ อิทํ มธุรกภาวปฺปตฺติยา การณวจนํ. ‘‘เสติภูต’’นฺติปิ ปาโฐ, อุทเก จิรฏฺฐาเนน เสตภาวํ ปตฺตนฺติ อตฺโถ.

อตฺตโน ขตฺติยภาวํ กงฺขติ กณฺโณ วิย สูตปุตฺตสญฺญี. ชาติยา วิภาวิยมานาย ‘‘อห’’นฺติ ตสฺส อตฺตโน ปรามสนํ สนฺธายาห ‘‘เอวญฺหิ สิยา กงฺขา’’ติ. มนุสฺสาปิ จ ราชาโน วิยาติ มนุสฺสาปิ เกจิ เอกจฺเจ ราชาโน วิยาติ อธิปฺปาโย.

วุตฺตนยเมว ‘‘สณฺฐานาการํ นิสฺสายา’’ติอาทินา. เอตฺถาติ ‘‘กถํ นุ โขสฺมี’’ติ ปเท. อพฺภนฺตเร ชีโวติ ปรปริกปฺปิตํ อนฺตรตฺตานํ วทติ. โสฬสํสาทีนนฺติ อาทิ-สทฺเทน สรีร-ปริมาณ-ปริมณฺฑล-องฺคุฏฺฐยวปรมาณุ-ปริมาณตาทิเก สงฺคณฺหาติ.

‘‘สตฺตปญฺญตฺติ ชีววิสยา’’ติ ทิฏฺฐิคติกานํ มติมตฺตํ, ปรมตฺถโต ปน สา อตฺตภาววิสยาวาติ อาห ‘‘อตฺตภาวสฺส อาคติคติฏฺฐาน’’นฺติ, ยตายํ อาคโต, ยตฺถ จ คมิสฺสติ, ตํ ฐานนฺติ อตฺโถ.

๑๙. ยถา อยํ วิจิกิจฺฉา อุปฺปชฺชตีติ อยํ วุตฺตปฺปเภทา วิจิกิจฺฉา ยถา อุปฺปชฺชติ, เอวํ อโยนิโส มนสิกโรโต. เอเตน วิจิกิจฺฉาย อตฺตาภินิเวสสนฺนิสฺสยตมาห. ยถา หิ วิจิกิจฺฉา อตฺตาภินิเวสํ นิสฺสาย ปวตฺตติ, ยโต สา สสฺสตาธิจฺจสมุปฺปตฺติสสฺสตุจฺเฉทาการาวลมฺพินี วุตฺตา, เอวํ อตฺตาภินิเวโสปิ ตํ นิสฺสาย ปวตฺตติ ‘‘อโหสึ นุ โข อห’’นฺติอาทินา อนฺโตคธาหํการสฺส กถํกถิภาวสฺส อตฺตคฺคาหสนฺนิสฺสยภาวโต. เตเนวาห ‘‘สวิจิกิจฺฉสฺส อโยนิโสมนสิการสฺส ถามคตตฺตา’’ติ. วิกปฺปตฺโถติ อนิยมตฺโถ. ‘‘อญฺญตรา ทิฏฺฐิ อุปฺปชฺชตี’’ติ หิ วุตฺตํ. สุฏฺฐุ ทฬฺหภาเวนาติ อภินิเวสสฺส อติวิย ถามคตภาเวน. ตตฺถ ตตฺถาติ ตสฺมึ ภเว. ปจฺจุปฺปนฺนเมวาติ อวธารเณน อนาคเต อตฺถิภาวํ นิวตฺเตติ, น อตีเต ตตฺถปิ สติ อตฺถิตาย อุจฺเฉทคฺคาหสฺส สพฺภาวโต. อตีเต เอว นตฺถิ, น อนาคเตปีติ อธิปฺปาโย.

สญฺญากฺขนฺธสีเสนาติ สญฺญากฺขนฺธปมุเขน, สญฺญากฺขนฺธํ ปมุขํ กตฺวาติ อตฺโถ. ขนฺเธติ ปญฺจปิ ขนฺเธ. อตฺตาติ คเหตฺวาติ ‘‘สญฺชานนสภาโว เม อตฺตา’’ติ อภินิวิสฺส. ปกาเสตพฺพํ วตฺถุํ วิย, อตฺตานมฺปิ ปกาเสนฺโต ปทีโป วิย, สญฺชานิตพฺพํ นีลาทิอารมฺมณํ วิย อตฺตานมฺปิ สญฺชานาตีติ เอวํทิฏฺฐิโตปิ ทิฏฺฐิคติโต โหตีติ วุตฺตํ ‘‘อตฺตนาว อตฺตานํ สญฺชานามี’’ติ. สฺวายมตฺโถ สญฺญํ ตทญฺญตรธมฺเม จ ‘‘อตฺตา อนตฺตา’’ติ จ คหณวเสน โหตีติ วุตฺตํ ‘‘สญฺญากฺขนฺธสีเสนา’’ติอาทิ. เอตฺถ จ ขนฺธวินิมุตฺโต อตฺตาติ คณฺหโต สสฺสตทิฏฺฐิ, ขนฺธํ ปน ‘‘อตฺตา’’ติ คณฺหโต อุจฺเฉททิฏฺฐีติ อาห ‘‘สพฺพาปิ สสฺสตุจฺเฉททิฏฺฐิโยวา’’ติ.

อภินิเวสาการาติ วิปริเยสาการา. วทตีติ อิมินา การกเวทกสตฺตานํ หิตสุขาวโพธนสมตฺถตํ อตฺตโน ทีเปติ. เตนาห ‘‘วจีกมฺมสฺส การโก’’ติ. เวเทตีติ เวทิโย, เวทิโยว เวเทยฺโย. อีทิสานญฺหิ ปทานํ พหุลา กตฺตุสาธนตํ สทฺทสตฺถวิทู มญฺญนฺติ. อุปฺปาทวโต เอกนฺเตเนว วโย อิจฺฉิตพฺโพ, สติ จ อุทยพฺพยตฺเต เนว นิจฺจตาติ ‘‘นิจฺโจ’’ติ วทนฺตสฺส อธิปฺปายํ วิวรนฺโต อาห ‘‘อุปฺปาทวยรหิโต’’ติ. สารภูโตติ นิจฺจตาย เอว สารภาโว. สพฺพกาลิโกติ สพฺพสฺมึ กาเล วิชฺชมาโน. ปกติภาวนฺติ สภาวภูตํ ปกตึ, ‘‘วโท’’ติอาทินา วา วุตฺตํ ปกติสงฺขาตํ สภาวํ. สสฺสติสมนฺติ สสฺสติยา สมํ สสฺสติสมํ, ถาวรํ นิจฺจกาลนฺติ อตฺโถ. ตเถว ฐสฺสตีติ เยนากาเรน ปุพฺเพ อฏฺฐาสิ, เอตรหิ ติฏฺฐติ, ตเถว เตนากาเรน อนาคเตปิ ฐสฺสตีติ อตฺโถ.

ปจฺจกฺขนิทสฺสนํ อิทํ-สทฺทสฺส อาสนฺนปจฺจกฺขภาวํ กตฺวา. ทิฏฺฐิเยว ทิฏฺฐิคตนฺติ คต-สทฺทสฺส ปทวฑฺฒนมตฺตตํ อาห. ทิฏฺฐีสุคตนฺติ มิจฺฉาทิฏฺฐีสุ ปริยาปนฺนนฺติ อตฺโถ. เตเนวาห ‘‘ทฺวาสฏฺฐิทิฏฺฐิอนฺโตคธตฺตา’’ติ. ทิฏฺฐิยา คมนมตฺตนฺติ ทิฏฺฐิยา คหณมตฺตํ. ยถา ปน ปพฺพตชลวิทุคฺคานิ ทุนฺนิคฺคมนานิ, เอวํ ทิฏฺฐิคฺคาโหปีติ อาห ‘‘ทุนฺนิคฺคมนฏฺเฐน คหน’’นฺติ. ตํ นาม อุทกํ, ตํ คเหตฺวา ตํ อติกฺกมิตพฺพโต กนฺตาโร, นิรุทกวนํ, ตํ ปวนนฺติปิ วุจฺจติ. อญฺโญ ปน อรญฺญปเทโส ทุรติกฺกมนฏฺเฐน กนฺตาโร วิยาติ, เอวํ ทิฏฺฐิปีติ อาห ‘‘ทุรติกฺกมนฏฺเฐนา’’ติอาทิ. วินิวิชฺฌนํ วิตุทนํ. วิโลมนํ วิปริณามภาโว. อนวฏฺฐิตสภาวตาย วิจลิตํ วิปฺผนฺทิตนฺติ อาห ‘‘กทาจี’’ติอาทิ. อนฺทุพนฺธนาทิ วิย นิสฺสริตุํ อปฺปทานวเสน อเสริภาวกรณํ พนฺธนฏฺโฐ, กิเลสกมฺมวิปากวฏฺฏานํ ปจฺจยภาเวน ทูรคตมฺปิ อากฑฺฒิตฺวา สํโยชนํ สํโยชนฏฺโฐ, ทิฏฺฐิปิ ตถารูปาติ วุตฺตํ ‘‘ทิฏฺฐิสํโยชน’’นฺติ. พนฺธนตฺถํ ทสฺเสนฺโต กิจฺจสิทฺธิยาติ อธิปฺปาโย. เตเนวาห ‘‘ทิฏฺฐิสํโยชเนน…เป… มุจฺจตี’’ติ. ตตฺถ เอเตหีติ อิมินา ชาติอาทิทุกฺขสฺส ปจฺจยภาวมาห. ชาติอาทิเก ทุกฺขธมฺเม สรูปโต ทสฺเสตฺวาปิ ‘‘น ปริมุจฺจติ ทุกฺขสฺมา’’ติ วทนฺเตน ภควตา ทิฏฺฐิสํโยชนํ นาม สพฺพานตฺถกรํ มหาสาวชฺชํ สพฺพสฺสปิ ทุกฺขสฺส มูลภูตนฺติ อยมตฺโถ วิภาวิโตติ ทสฺเสตุํ ‘‘กึ วา พหุนา, สกลวฏฺฏทุกฺขโตปิ น มุจฺจตี’’ติ วุตฺตํ.

๒๐. นนุ เจตฺถ ทิฏฺฐิสํโยชนทสฺสเนน สีลพฺพตปรามาโสปิ ทสฺเสตพฺโพ, เอวญฺหิ ทสฺสเนน ปหาตพฺพา อาสวา อนวเสสโต ทสฺสิตา โหนฺตีติ โจทนํ สนฺธายาห ‘‘ยสฺมา’’ติอาทิ. สีลพฺพตปรามาโส กามาสวาทิคฺคหเณเนว คหิโต โหติ กามาสวาทิเหตุกตฺตา ตสฺส. อปฺปหีนกามราคาทิโก หิ กามสุขตฺถํ วา ภวสุทฺธตฺถํ วา เอวํ ภววิสุทฺธิ โหตีติ สีลพฺพตานิ ปรามสนฺติ, ‘‘อิมินาหํ สีเลน วา วเตน วา ตเปน วา พฺรหฺมจริเยน วา เทโว วา ภวิสฺสามิ เทวญฺญตโร วา’’ติ (ม. นิ. ๑.๑๘๖; ม. นิ. ๒.๗๙), ‘‘ตตฺถ นิจฺโจ ธุโว สสฺสโต อวิปริณามธมฺโม สสฺสติสมํ ตเถว ฐสฺสามี’’ติ (ม. นิ. ๑.๑๙), ‘‘สีเลน สุทฺธิ วเตน สุทฺธิ สีลพฺพเตน สุทฺธี’’ติ (ธ. ส. ๑๒๒๒) จ สุตฺเตวุตฺตํ สีลพฺพตํ ปรามสนฺติ. ตตฺถ ภวสุขภววิสุทฺธิอตฺถนฺติ ภวสุขตฺถญฺจ ภววิสุทฺธิอตฺถญฺจ. ตสฺส คหิตตฺตาติ สีลพฺพตปรามาสสฺส ทิฏฺฐิคฺคหเณน คหิตตฺตา ยถา ‘‘ทิฏฺฐิคตานํ ปหานายา’’ติอาทีสุ (ธ. ส. ๒๗๗). เตสนฺติ ทสฺสนปหาตพฺพานํ. ทสฺเสตุํ ปุคฺคลาธิฏฺฐานาย เทสนาย. ตพฺพิปรีตสฺสาติ โยนิโสมนสิกโรโต กลฺยาณปุถุชฺชนสฺส.

ตสฺสาติ ‘‘สุตวา’’ติอาทิปาฐสฺส. ตาวาติ ‘‘สุตวา’’ติ อิโต ปฏฺฐาย ยาว ‘‘โส อิทํ ทุกฺข’’นฺติ ปทํ, ตาว อิมํ ปทํ อวธึ กตฺวาติ อตฺโถ. เหฏฺฐา วุตฺตนเยนาติ อริยสปฺปุริส-อริยธมฺม-สปฺปุริสธมฺม-มนสิกรณีย-อมนสิกรณียปทานํ ยถากฺกมํ มูลปริยาเย อิธ คเหตฺวา วุตฺตนเยน อตฺโถ เวทิตพฺโพติ สมฺพนฺโธ. วุตฺตปจฺจนีกโตติ ‘‘สุตวา อริยสาวโก, อริยานํ ทสฺสาวี, สปฺปุริสานํ ทสฺสาวี’’ติ เอเตสํ ปทานํ สพฺพากาเรน วุตฺตวิปรีตโต อตฺโถ เวทิตพฺโพ, โกวิทวินีตปทานํ ปน น สพฺพปฺปกาเรน วุตฺตวิปรีตโต. อรหา หิ นิปฺปริยาเยน อริยธมฺเม โกวิโท อริยธมฺเม สุวินีโต จ นาม. เตนาห ‘‘ปจฺจนีกโต จ สพฺพากาเรน…เป… อริยสาวโกติ เวทิตพฺโพ’’ติ. สงฺขารุเปกฺขาญาณํ สิขาปฺปตฺตวิปสฺสนา. เกจิ ปน ‘‘ภงฺคญาณโต ปฏฺฐาย สิขาปตฺตวิปสฺสนา’’ติ วทนฺติ, ตทยุตฺตํ. ตทนุรูเปน อตฺเถนาติ ตสฺส ปุคฺคลสฺส อนุรูเปน อริยฏฺเฐน, น ปฏิเวธวเสนาติ อธิปฺปาโย. กลฺยาณปุถุชฺชโน หิ อยํ. ยถา จสฺส ‘‘โยปิ กลฺยาณปุถุชฺชโน’’ติ อารภิตฺวา ‘‘โสปิ วุจฺจติ สิกฺขตีติ เสกฺโข’’ติ ปริยาเยน เสกฺขสุตฺเต (สํ. นิ. ๕.๑๓) เสกฺขภาโว วุตฺโต, เอวํ อิธ อริยสาวกภาโว วุตฺโต. วุฏฺฐานคามินีวิปสฺสนาลกฺขเณหิ เย อริยสปฺปุริสธมฺมวินยสงฺขาตา โพธิปกฺขิยธมฺมา ติสฺโส สิกฺขา เอว วา สมฺภวนฺติ, เตสํ วเสน อิมสฺส อริยสาวกาทิภาโว วุตฺโต. เตนาห ‘‘ตทนุรูเปน อตฺเถนา’’ติ. อริยสฺส สาวโกติ วา อริยสาวกตฺเถน เอว วุตฺโต ยถา ‘‘อคมา ราชคหํ พุทฺโธ’’ติ (สุ. นิ. ๔๑๐). สิขาปฺปตฺตวิปสฺสนาคฺคหณญฺเจตฺถ วิปสฺสนํ อุสฺสุกฺกาเปตฺวา อนิวตฺติปฏิปทายํ ฐิตสฺส คหณตฺถนฺติ ยถาวุตฺตา อตฺถสํวณฺณนา สุฏฺฐุตรํ ยุชฺชเตว.

๒๑. ยถา ธาตุมุเขน วิปสฺสนํ อภินิวิฏฺโฐ ธาตุกมฺมฏฺฐานิโก อายตนาทิมุเขน อภินิวิฏฺโฐ อายตนาทิกมฺมฏฺฐานิโก, เอวํ สจฺจมุเขน อภินิวิฏฺโฐติ วุตฺตํ ‘‘จตุสจฺจกมฺมฏฺฐานิโก’’ติ. จตุโรฆนิตฺถรณตฺถิเกหิ กาตพฺพโต กมฺมํ, ภาวนา. กมฺมเมว วิเสสาธิคมสฺส ฐานํ การณนฺติ, กมฺเม วา ยถาวุตฺตนฏฺเฐน ฐานํ อวฏฺฐานํ ภาวนารมฺโภกมฺมฏฺฐานํ, ตเทว จตุสจฺจมุเขน ปวตฺตํ เอตสฺส อตฺถีติ จตุสจฺจกมฺมฏฺฐานิโก. อุภยํ นปฺปวตฺตติ เอตฺถาติ อปฺปวตฺติ. อุคฺคหิตจตุสจฺจกมฺมฏฺฐาโนติ จ จตุสจฺจกมฺมฏฺฐานํ ปาฬิโต อตฺถโต จ อุคฺคเหตฺวา มนสิการโยคฺคํ กตฺวา ฐิโต. วิปสฺสนามคฺคํ สมารุโฬฺหติ สปฺปจฺจยนามรูปทสฺสเน ปติฏฺฐาย ตเทว นามรูปํ อนิจฺจาทิโต สมฺมสนฺโต. สมนฺนาหรตีติ วิปสฺสนาวชฺชนํ สนฺธายาห, ตสฺมา ยถา ‘‘อิทํ ทุกฺข’’นฺติ วิปสฺสนาญาณํ ปวตฺตติ, เอวํ สมนฺนาหรติ อาวชฺชตีติ อตฺโถ. กถํ ปเนตฺถ ‘‘มนสิ กโรตี’’ติ อิมินา ‘‘วิปสฺสตี’’ติ อยมตฺโถ วุตฺโต โหตีติ อาห ‘‘เอตฺถ…เป… วุตฺตา’’ติ. เอตฺถาติ จ อิมสฺมึ สุตฺเตติ อตฺโถ. วิปสฺสตีติ จ ยถา อุปริ วิเสสาธิคโม โหติ, เอวํ ญาณจกฺขุนา วิปสฺสติ, โอโลเกตีติ อตฺโถ. มคฺโคปิ วตฺตพฺโพ. ปุริมญฺหิ สจฺจทฺวยํ คมฺภีรตฺตา ทุทฺทสํ, อิตรํ ทุทฺทสตฺตา คมฺภีรํ.

อภินิเวโสติ วิปสฺสนาภินิเวโส วิปสฺสนาปฏิปตฺติ. ตทารมฺมเณติ ตํ รูปกฺขนฺธํ อารมฺมณํ กตฺวา ปวตฺเต. ยาถาวสรสลกฺขณํ ววตฺถเปตฺวาติ อวิปรีตํ อตฺตโน อารมฺมณํ สภาวจฺเฉทนาทิกิจฺจญฺเจว อญฺญาณาทิลกฺขณญฺจ อสงฺกรโต หทเย ฐเปตฺวา. อิมินา ปุพฺเพ นามรูปปริจฺเฉเท กเตปิ ธมฺมานํ สลกฺขณววตฺถาปนํ ปจฺจยปริคฺคเหน สุววตฺถาปิตํ นาม โหตีติ ทสฺเสติ ยถา ‘‘ทฺวิกฺขตฺตุํ พทฺธํ สุพทฺธ’’นฺติ. เอวญฺหิ ญาตปริญฺญาย กิจฺจํ สิทฺธํ นาม โหติ. ปจฺจยโต ปจฺจยุปฺปนฺนโต จ ววตฺถาปิตตฺตา ปากฏภาเวน สิทฺเธนปิ สิทฺธภาโว ปากโฏ โหตีติ วุตฺตํ ‘‘อหุตฺวา โหนฺตี’’ติ. อนิจฺจลกฺขณํ อาโรเปตีติ อสโต หิ อุปฺปาเทน ภวิตพฺพํ, น สโต, อุปฺปาทวนฺตโต จ เนสํ เอกนฺเตน อิจฺฉิตพฺพา ปจฺจยายตฺตวุตฺติภาวโต, สติ อุปฺปาเท อวสฺสํภาวี นิโรโธติ นตฺเถว นิจฺจตาวกาโสติ. สูปฏฺฐิตานิจฺจตาย จ อุทยพฺพยธมฺเมหิ อภิณฺหปฏิปีฬนโต ทุกฺขมนฏฺเฐน ทุกฺขํ. เตนาห ‘‘อุทยพฺพยปฏิปีฬิตตฺตา ทุกฺขาติ ทุกฺขลกฺขณํ อาโรเปตี’’ติ. กตฺถจิปิ สงฺขารคเต ‘‘มา ชีริ มา พฺยาธิยี’’ติ อลพฺภนโต นตฺถิ วสวตฺตนนฺติ อาห ‘‘อวสวตฺตนโต อนตฺตาติ อนตฺตลกฺขณํ อาโรเปตี’’ติ. ปฏิปาฏิยาติ อุทยพฺพยญาณาทิปรมฺปราย.

ตสฺมึ ขเณติ โสตาปตฺติมคฺคกฺขเณ. เอกปฏิเวเธเนวาติ เอกญาเณเนว ปฏิวิชฺฌเนน. ปฏิเวโธ ปฏิฆาตาภาเวน วิสเย นิสฺสงฺคจารสงฺขาตํ นิพฺพิชฺฌนํ. อภิสมโย อวิรชฺฌิตฺวา วิสยสฺส อธิคมสงฺขาโต อวโพโธ. ‘‘อิทํ ทุกฺขํ, เอตฺตกํ ทุกฺขํ, น อิโต ภิยฺโย’’ติ ปริจฺฉินฺทิตฺวา ชานนเมว วุตฺตนเยน ปฏิเวโธติ ปริญฺญาปฏิเวโธ. อยํ ยถา ญาเณ ปวตฺเต ปจฺฉา ทุกฺขสฺส สรูปาทิปริจฺเฉเท สมฺโมโห น โหติ, ตถา ปวตฺตึ คเหตฺวา วุตฺโต, น ปน มคฺคญาณสฺส ‘‘อิทํ ทุกฺข’’นฺติอาทินาปิ วตฺตนโต. เตนาห ‘‘น หิสฺส ตสฺมึ สมเย’’ติอาทิ. ปหีนสฺส ปุน อปฺปหาตพฺพตาย ปกฏฺฐํ หานํ จชนํ สมุจฺฉินฺทนํ ปหานํ, ปหานเมว วุตฺตนเยน ปฏิเวโธติ ปหานปฏิเวโธ. อยมฺปิ เยน กิเลเสน อปฺปหียมาเนน มคฺคภาวนาย น ภวิตพฺพํ, อสติ จ มคฺคภาวนาย โย อุปฺปชฺเชยฺย, ตสฺส กิเลสสฺส ปทฆาตํ กโรนฺตสฺส อนุปฺปตฺติธมฺมตํ อาปาเทนฺตสฺส ญาณสฺส ตถาปวตฺติยา ปฏิฆาตาภาเวน นิสฺสงฺคจารํ อุปาทาย เอวํ วุตฺโต. สจฺฉิกิริยา ปจฺจกฺขกรณํ, อนุสฺสวาการปริวิตกฺกาทิเก มุญฺจิตฺวา สรูปโต อารมฺมณกรณํ อิทํ ตนฺติ ยถาสภาวโต คหณํ, สา เอว วุตฺตนเยน ปฏิเวโธติ สจฺฉิกิริยาปฏิเวโธ. อยํ ปน ยสฺส อาวรณสฺส อสมุจฺฉินฺทนโต ญาณํ นิโรธํ อาลมฺพิตุํ น สกฺโกติ, ตสฺส สมุจฺฉินฺทนโต ตํ สรูปโต วิภาวิตเมว ปวตฺตตีติ เอวํ วุตฺโต.

ภาวนา อุปฺปาทนา วฑฺฒนา จ, ตตฺถ ปฐมมคฺเค อุปฺปาทนฏฺเฐน, ทุติยาทีสุ วฑฺฒนฏฺเฐน, อุภยตฺถาปิ วา อุภยถาปิ เวทิตพฺพํ. ปฐมมคฺโคปิ หิ ยถารหํ วุฏฺฐานคามินิยํ ปวตฺตํ ปริชานนาทึ วฑฺเฒนฺโต ปวตฺโตติ ตตฺถาปิ วฑฺฒนฏฺเฐน ภาวนา สกฺกา วิญฺญาตุํ. ทุติยาทีสุปิ อปฺปหีนกิเลสปฺปหานโต ปุคฺคลนฺตรสาธนโต อุปฺปาทนฏฺเฐน ภาวนา, สา เอว วุตฺตนเยน ปฏิเวโธติ ภาวนา ปฏิเวโธ. อยมฺปิ หิ ยถา ญาเณ ปวตฺเต ปจฺฉา มคฺคธมฺมานํ สรูปปริจฺเฉเท สมฺโมโห น โหติ, ตถา ปวตฺติเมว คเหตฺวา วุตฺโต, ติฏฺฐตุ ตาว ยถาธิคตมคฺคธมฺมํ ยถาปวตฺเตสุ ผลธมฺเมสุปิ อยํ ยถาธิคตสจฺจธมฺเมสุ วิย วิคตสมฺโมโหว โหติ. เตน วุตฺตํ ‘‘ทิฏฺฐธมฺโม ปตฺตธมฺโม วิทิตธมฺโม ปริโยคาฬฺหธมฺโม’’ติ (ที. นิ. ๑.๒๙๙, ๓๕๖; มหาว. ๒๗, ๕๗). ยโต จสฺส ธมฺมตาสญฺโจทิตา ยถาธิคตสจฺจธมฺมาวลมฺพินิโย มคฺควีถิโต ปรโต มคฺคผลปหีนาวสิฏฺฐกิเลสนิพฺพานานํ ปจฺจเวกฺขณา ปวตฺตนฺติ. ทุกฺขสจฺจธมฺมา หิ สกฺกายทิฏฺฐิอาทโย. อยญฺจ อตฺถวณฺณนา ‘‘ปริญฺญาภิสมเยนา’’ติอาทีสุปิ วิภาเวตพฺพา. เอกาภิสมเยน อภิสเมตีติ วุตฺตเมวตฺถํ วิภูตตรํ กตฺวา ทสฺเสตุํ ‘‘โน จ โข อญฺญมญฺเญน ญาเณนา’’ติอาทิ วุตฺตํ.

วิตณฺฑวาที ปนาห ‘‘อริยมคฺคญาณํ จตูสุ สจฺเจสุ นานาภิสมยวเสน กิจฺจกรณํ, น เอกาภิสมยวเสน. ตญฺหิ กาเลน ทุกฺขํ ปชานาติ, กาเลน สมุทยํ ปชหติ, กาเลน นิโรธํ สจฺฉิกโรติ, กาเลน มคฺคํ ภาเวติ, อญฺญถา เอกสฺส ญาณสฺส เอกสฺมึ ขเณ จตุกิจฺจกรณํ น ยุชฺชติ. น หิทํ กตฺถจิ ทิฏฺฐมฺปิ สุตฺตํ อตฺถี’’ติ. โส วตฺตพฺโพ – ยทิ อริยมคฺคญาณํ นานาภิสมยวเสน สจฺจานิ อภิสเมติ, น เอกาภิสมยวเสน, เอวํ สนฺเต ปจฺเจกมฺปิ สจฺเจสุ นานกฺขเณเนว ปวตฺเตยฺย, น เอกกฺขเณน, ตถา สติ ทุกฺขาทีนํ เอกเทเสกเทสเมว ปริชานาติ ปชหตีติ อาปชฺชตีติ นานาภิสมเย ปฐมมคฺคาทีหิ ปหาตพฺพานํ สญฺโญชนตฺตยาทีนํ เอกเทเสกเทสปฺปหานํ สิยาติ เอกเทสโสตาปตฺติมคฺคฏฺฐาทิตา, ตโต เอว เอกเทสโสตาปนฺนาทิตา จ อาปชฺชติ อนนฺตรผลตฺตา โลกุตฺตรกุสลานํ, น จ ตํ ยุตฺตํ. น หิ กาลเภเทน วินา โส เอว โสตาปนฺโน จ อโสตาปนฺโน จาติ สกฺกา วิญฺญาตุํ.

อปิจายํ นานาภิสมยวาที เอวํ ปุจฺฉิตพฺโพ ‘‘มคฺคญาณํ สจฺจานิ ปฏิวิชฺฌนฺตํ กึ อารมฺมณโต ปฏิวิชฺฌติ, อุทาหุ กิจฺจโต’’ติ? ชานมาโน ‘‘กิจฺจโต’’ติ วเทยฺย, ‘‘กิจฺจโต ปฏิวิชฺฌนฺตสฺส กึ นานาภิสมเยนา’’ติ วตฺวา ปฏิปาฏิยานิทสฺสเนน สญฺญาเปตพฺโพ. อถ ‘‘อารมฺมณโต’’ติ วเทยฺย, เอวํ สนฺเต ตสฺส ญาณสฺส วิปสฺสนาญาณสฺส วิย ทุกฺขสมุทยานํ อจฺจนฺตปริญฺญาสมุจฺเฉทา น ยุตฺตา อนิสฺสฏตฺตา. ตถา มคฺคทสฺสนํ. น หิ มคฺโค สยเมว อตฺตานํ อารพฺภ ปวตฺตตีติ ยุตฺตํ, มคฺคนฺตรปริกปฺปนาย ปน อนวฏฺฐานํ อาปชฺชติ, ตสฺมา ตีณิ สจฺจานิ กิจฺจโต, นิโรธํ กิจฺจโต จ อารมฺมณโต จ ปฏิวิชฺฌตีติ เอวํ อสมฺโมหโต ปฏิวิชฺฌนฺตสฺส มคฺคญาณสฺส นตฺเถว นานาภิสมโย. วุตฺตเญฺหตํ ‘‘โย ภิกฺขเว ทุกฺขํ ปสฺสติ, ทุกฺขสมุทยมฺปิ โส ปสฺสตี’’ติอาทิ. น เจตํ กาลนฺตรทสฺสนํ สนฺธาย วุตฺตํ ‘‘โย นุ โข, อาวุโส, ทุกฺขํ ปสฺสติ, ทุกฺขสมุทยมฺปิ …เป… ทุกฺขนิโรธคามินิปฏิปทมฺปิ โส ปสฺสตี’’ติ (สํ. นิ. ๕.๑๑๐๐) เอกจฺจทสฺสนสมงฺคิโน อญฺญสจฺจทสฺสนสมงฺคิภาววิจารณายํ ตทตฺถสาธนตฺถํ อายสฺมตา ควมฺปติตฺเถเรน อาภตตฺตา, ปจฺเจกญฺจ สจฺจตฺตยทสฺสนสฺส โยชิตตฺตา, อญฺญถา ปุริมทิฏฺฐสฺส ปุน อทสฺสนโต สมุทยาทิทสฺสนมโยชนิยํ สิยา. น หิ โลกุตฺตรมคฺโค โลกิยมคฺโค วิย กตการีภาเวน ปวตฺตติ สมุจฺเฉทกตฺตา, ตถา โยชเนน จ สพฺพทสฺสนํ ทสฺสนนฺตรปรมนฺติ ทสฺสนานุปรโม สิยาติ เอวํ อาคมโต ยุตฺติโต จ นานาภิสมโย น ยุชฺชตีติ สญฺญาเปตพฺโพ. เอวํ เจ สญฺญตฺตึ คจฺฉติ, อิจฺเจตํ กุสลํ. โน เจ คจฺฉติ, อภิธมฺเม (กถา. ๒๗๔) โอธิโสกถาย สญฺญาเปตพฺโพติ.

นิโรธํ อารมฺมณโตติ นิโรธเมว อารมฺมณโตติ นิยโม คเหตพฺโพ, น อารมฺมณโตวาติ. เตน นิโรเธ กิจฺจโตปิ ปฏิเวโธ สิทฺโธ โหติ. ตสฺมึ สมเยติ สจฺจานํ อภิสมเย. วีสติวตฺถุกาติอาทิ ‘‘ตีณิ สญฺโญชนานี’’ติ วุตฺตานํ สรูปทสฺสนํ. จตูสุ อาสเวสูติ อิทํ อภิธมฺมนเยน วุตฺตํ, น สุตฺตนฺตนเยน. น หิ สุตฺเต กตฺถจิ จตฺตาโร อาสวา อาคตา อตฺถิ. ยทิ วิจิกิจฺฉา น อาสโว, อถ กสฺมา ‘‘สกฺกายทิฏฺฐิ วิจิกิจฺฉา สีลพฺพตปรามาโส, อิเม วุจฺจนฺติ, ภิกฺขเว, อาสวา ทสฺสนา ปหาตพฺพา’’ติ วุตฺตนฺติ อาห ‘‘ทสฺสนา ปหาตพฺพา’’ติอาทิ. เอตฺถ ปริยาปนฺนตฺตาติ เอเตน สมฺมาสงฺกปฺปสฺส วิย ปญฺญากฺขนฺเธ กิจฺจสภาคตาย อิธ วิจิกิจฺฉาย อาสวสงฺคโห กโตติ ทสฺเสติ.

สพฺโพ อตฺตคฺคาโห สกฺกายทิฏฺฐิวินิมุตฺโต นตฺถีติ วุตฺตํ ‘‘ฉนฺนํ ทิฏฺฐีนํ…เป… วิภตฺตา’’ติ. สา หิ ทิฏฺฐิ เอกสฺมึ จิตฺตุปฺปาเท สนฺตาเน จ ฐิตํ เอกฏฺฐํ, ตตฺถ ปฐมํ สหชาเตกฏฺฐํ, อิตรํ ปหาเนกฏฺฐํ, ตทุภยมฺปิ นิทฺธาเรตฺวา ทสฺเสตุํ ‘‘ทิฏฺฐาสเวหี’’ติอาทิ วุตฺตํ. สพฺพถาปีติ สพฺพปฺปกาเรน, สหชาเตกฏฺฐปหาเนกฏฺฐปฺปกาเรหีติ อตฺโถ. อวเสสาติ ทิฏฺฐาสวโต อวสิฏฺฐา. ตโยปิ อาสวาติ กามาสวภวาสวอวิชฺชาสวา. ตถา หิ ปุพฺเพ ‘‘จตูสุ อาสเวสู’’ติ วุตฺตํ. ตสฺมาติ ยสฺมา พหู เอเวตฺถ อาสวา ปหาตพฺพา, ตสฺมา พหุวจนนิทฺเทโส กโต ‘‘อิเม วุจฺจนฺติ, ภิกฺขเว, อาสวา ทสฺสนา ปหาตพฺพา’’ติ. โปราณานนฺติ อฏฺฐกถาจริยานํ, ‘‘ปุราตนานํ มชฺฌิมภาณกาน’’นฺติ จ วทนฺติ.

ทสฺสนา ปหาตพฺพาติอาทีสุ ยํ วตฺตพฺพํ, ตํ เหฏฺฐา วุตฺตเมว.

ทสฺสนาปหาตพฺพอาสววณฺณนา นิฏฺฐิตา.

สํวราปหาตพฺพอาสววณฺณนา

๒๒. สํวราทีหีติ สํวรปฏิเสวนอธิวาสนปริวชฺชนวิโนทเนหิ. สพฺเพสมฺปีติ จตุนฺนมฺปิ อริยมคฺคานํ. อยนฺติ สํวราปหาตพฺพาทิกถา ปุพฺพภาคปฏิปทาติ เวทิตพฺพา. ตถา หิ เหฏฺฐา ‘‘อุปกฺกิเลสวิโสธนํ อาทึ กตฺวา อาสวกฺขยปฏิปตฺติทสฺสนตฺถ’’นฺติ สุตฺตนฺตเทสนาย ปโยชนํ วุตฺตํ. น หิ สกฺกา อาทิโต เอว อริยมคฺคํ ภาเวตุํ, อถ โข สมาทินฺนสีโล อินฺทฺริเยสุ คุตฺตทฺวาโร ‘‘สงฺขาเยกํ ปฏิเสวติ, สงฺขาเยกํ อธิวาเสติ, สงฺขาเยกํ ปริวชฺเชติ, สงฺขาเยกํ วิโนเทตี’’ติ (ที. นิ. ๓.๓๔๘; ม. นิ. ๒.๑๖๘) เอวํ วุตฺตํ จตุราปสฺเสนปฏิปตฺตึ ปฏิปชฺชมาโน สมฺมสนวิธึ โอตริตฺวา อนุกฺกเมน วิปสฺสนํ อุสฺสุกฺกาเปตฺวา มคฺคปฏิปาฏิยา อาสเว เขเปติ. เตนาห ภควา ‘‘เสยฺยถาปิ, ภิกฺขเว, มหาสมุทฺโท อนุปุพฺพนินฺโน อนุปุพฺพโปโณ อนุปุพฺพปพฺภาโร, น อายตเกเนว ปปาโต, เอวํ โข, ภิกฺขเว, อิมสฺมึ ธมฺมวินเย อนุปุพฺพสิกฺขา อนุปุพฺพกิริยา อนุปุพฺพปฏิปทา, น อายตเกเนว อญฺญาปฏิเวโธ’’ติ (อ. นิ. ๘.๒๐; อุทา. ๔๕; จูฬว. ๓๘๕).

อิธาติ อยํ อิธ-สทฺโท สพฺพาการโต อินฺทฺริยสํวรสํวุตสฺส ปุคฺคลสฺส สนฺนิสฺสยภูตสาสนปริทีปโน, อญฺญสาสนสฺส ตถาภาวปฏิเสธโน จาติ วุตฺตํ ‘‘อิมสฺมึ สาสเน’’ติ. อาทีนวปฏิสงฺขาติ อาทีนวปจฺจเวกฺขณา. สมฺปลิมฏฺฐนฺติ (อ. นิ. ฏี. ๓.๖.๕๘) ฆํสิตํ. อนุพฺยญฺชนโสติ หตฺถปาทหสิตกถิตวิโลกิตาทิปฺปการภาคโส. ตญฺหิ อโยนิโส มนสิกโรโต กิเลสานํ อนุ อนุ พฺยญฺชนโต ‘‘อนุพฺยญฺชน’’นฺติ วุจฺจติ. นิมิตฺตคฺคาโหติ อิตฺถิปุริสนิมิตฺตาทิกสฺส วา กิเลสวตฺถุภูตสฺส วา นิมิตฺตสฺส คาโห. อาทิตฺตปริยายนเยนาติ อาทิตฺตปริยาเย (สํ. นิ. ๔.๒๘; มหาว. ๕๔) อาคตนเยน เวทิตพฺพา อาทีนวปฏิสงฺขาติ โยชนา. ยถา อิตฺถิยา อินฺทฺริยนฺติ อิตฺถินฺทฺริยํ, น เอวมิทํ, อิทํ ปน จกฺขุเมว อินฺทฺริยนฺติ จกฺขุนฺทฺริยนฺติ. ติตฺถกาโก วิยาติ ติตฺเถ กาโก ติตฺถกาโก, นทิยา สมติกฺกมนติตฺเถ นิยตฏฺฐิติโก. อาวาฏกจฺฉโปติอาทีสุปิ เอเสว นโย.

เอวํ ตปฺปฏิพทฺธวุตฺติตาย จกฺขุนฺทฺริเย นิยตฏฺฐาโน สํวโร จกฺขุนฺทฺริยสํวโร. มุฏฺฐสฺสจฺจํ สติปฏิปกฺขา อกุสลธมฺมา. ยทิปิ อญฺญตฺถ อสงฺเขยฺยมฺปิ ภวงฺคจิตฺตํ นิรนฺตรํ อุปฺปชฺชติ, ปสาทฆฏฺฏนาวชฺชนุปฺปาทานํ ปน อนฺตเร เทฺว เอว ภวงฺคจิตฺตานิ อุปฺปชฺชนฺตีติ อยํ จิตฺตนิยาโมติ อาห ภวงฺเค ‘‘ทฺวิกฺขตฺตุํ อุปฺปชฺชิตฺวา นิรุทฺเธ’’ติ.

ชวนกฺขเณ ปน สเจ ทุสฺสีลฺยํ วาติอาทิ (วิสุทฺธิ. ฏี. ๑.๑๕; ธ. ส. มูลฏี. ๑๓๕๒) ปุน อวจนตฺถํ อิเธว สพฺพํ วุตฺตนฺติ ฉสุ ทฺวาเรสุ ยถาสมฺภวํ โยเชตพฺพํ. น หิ ปญฺจทฺวาเร กายวจีทุจฺจริตสงฺขาโต ทุสฺสีลฺยสํวโร อตฺถีติ โส มโนทฺวารวเสน, อิตโร ฉนฺนมฺปิ ทฺวารานํ วเสน โยเชตพฺโพ. มุฏฺฐสฺสจฺจาทีนญฺหิ สติปฏิปกฺขาทิลกฺขณานํ อกุสลธมฺมานํ สิยา ปญฺจทฺวาเร อุปฺปตฺติ, น เตฺวว กายิกวาจสิกวีติกฺกมภูตสฺส ทุสฺสีลฺยสฺส ตตฺถ อุปฺปตฺติ ปญฺจทฺวาริกชวนานํ อวิญฺญตฺติชนกตฺตาติ.

ยถา กินฺติ เยน ปกาเรน ชวเน อุปฺปชฺชมาโน อสํวโร ‘‘จกฺขุทฺวาเร อสํวโร’’ติ วุจฺจติ, ตํ นิทสฺสนํ กินฺติ อตฺโถ. ยถาติอาทินา นครทฺวาเร อสํวเร สติ ตํสมฺพนฺธานํ ฆราทีนํ อสํวุตตา วิย ชวเน อสํวเร สติ ตํสมฺพนฺธานํ ทฺวาราทีนํ อสํวุตตาติ อญฺญาสํวเร อญฺญาสํวุตตาสามญฺญเมว นิทสฺเสติ, น ปุพฺพาปรสามญฺญํ, อนฺโตพหิสามญฺญํ วา. สมฺพนฺโธ จ ชวเนน ทฺวาราทีนํ เอกสนฺตติปริยาปนฺนตาย เอว ทฏฺฐพฺโพ. ปจฺจยภาเวน ปุริมนิปฺผนฺนํ ชวนกาเล อสนฺตมฺปิ ภวงฺคาทิ ผลนิปฺผตฺติยา จกฺขาทิ วิย สนฺตํเยว นาม. น หิ ธรมานํเยว ‘‘สนฺต’’นฺติ วุจฺจติ, ตสฺมา สติ ทฺวารภวงฺคาทิเก ปจฺฉา อุปฺปชฺชมานํ ชวนํ พาหิรํ วิย กตฺวา นครทฺวารสมานํ วุตฺตํ. อิตรญฺจ อนฺโตนครฆราทิสมานํ. ชวนสฺส หิ ปรมตฺถโต อสติปิ พาหิรภาเว อิตรสฺส จ อพฺภนฺตรภาเว ‘‘ปภสฺสรมิทํ, ภิกฺขเว, จิตฺตํ, ตญฺจ โข อาคนฺตุเกหิ อุปกฺกิเลเสหิ อุปกฺกิลิฏฺฐ’’นฺติ (อ. นิ. ๑.๔๙) อาทิวจนโต อาคนฺตุกภูตสฺส กทาจิ กทาจิ อุปฺปชฺชมานสฺส ชวนสฺส พาหิรภาโว, ตพฺพิธุรสภาวสฺส อิตรสฺส อพฺภนฺตรภาโว จ ปริยายโต เวทิตพฺโพ. ชวเน วา อสํวเร อุปฺปนฺเน ตโต ปรํ ทฺวารภวงฺคาทีนํ อสํวรเหตุภาวาปตฺติโต นครทฺวารสทิเสน ชวเนน ปวิสิตฺวา ทุสฺสีลฺยาทิโจรานํ ทฺวารภวงฺคาทีสุ มุสนํ กุสลภณฺฑวินาสนํ ทฏฺฐพฺพํ. อุปฺปนฺเน หิ อสํวเร ทฺวาราทีนํ ตสฺส เหตุภาโว ปญฺญายติ, โส จ อุปฺปชฺชมาโนเยว ทฺวาราทีนํ สํวรูปนิสฺสยภาวํ ปฏิพาเหนฺโตเยว ปวตฺตตีติ อยเญฺหตฺถ อสํวราทีนํ ปวตฺตินโย. ปญฺจทฺวาเร รูปาทิอารมฺมเณ อาปาถคเต ยถาปจฺจยํ อกุสลชวเน อุปฺปชฺชิตฺวา ภวงฺคํ โอติณฺเณ มโนทฺวาริกชวนํ ตํเยว อารมฺมณํ กตฺวา ภวงฺคํ โอตรติ, ปุน ตสฺมึเยว ทฺวาเร ‘‘อิตฺถี ปุริโส’’ติอาทินา วิสยํ ววตฺถเปตฺวา ชวนํ ภวงฺคํ โอตรติ, ปุน วาเร รชฺชนาทิวเสน ชวนํ ชวติ, ปุนปิ ยทิ ตาทิสํ อารมฺมณํ อาปาถมาคจฺฉติ, ตํสทิสเมว ปญฺจทฺวาเร รูปาทีสุ ชวนํ อุปฺปชฺชติ. ตํ สนฺธาย วุตฺตํ ‘‘เอวเมว ชวเน ทุสฺสีลฺยาทีสุ อุปฺปนฺเนสุ ตสฺมึ อสํวเร สติ ทฺวารมฺปิ อคุตฺต’’นฺติอาทิ. อยํ ตาว อสํวรปกฺเข อตฺถวณฺณนา.

สํวรปกฺเขปิ อิมินาว นเยน อตฺโถ เวทิตพฺโพ. สํวเรน สมนฺนาคโต ปุคฺคโล สํวุโตติ วุตฺโตติ อาห ‘‘อุเปโตติ วุตฺตํ โหตี’’ติ. เอกชฺฌํ กตฺวาติ ‘‘ปาติโมกฺขสํวรสํวุโต’’ติ ปทญฺจ อตฺถโต อภินฺนํ สมานํ กตฺวา. อยเมว เจตฺถ อตฺโถสุนฺทรตโร อุปริปาฬิยา สํสนฺทนโต. เตนาห ‘‘ตถาหี’’ติอาทิ. ยนฺติ อาเทโสติ อิมินา ลิงฺควิปลฺลาเสน สทฺธึ วจนวิปลฺลาโส กโตติ ทสฺเสติ, นิปาตปทํ วา เอตํ ปจฺจตฺตปุถุวจนตฺถํ. วิฆาตกราติ จิตฺตวิฆาตกรณา จิตฺตทุกฺขนิพฺพตฺตกา จ. ยถาวุตฺตกิเลสเหตุกา ทาหานุพนฺธา วิปากา เอว วิปากปริฬาหา. ยถา ปเนตฺถ อาสวา อญฺเญ จ วิฆาตกรา กิเลสวิปากปริฬาหา สมฺภวนฺติ, ตํ ทสฺเสตุํ ‘‘จกฺขุทฺวาเรหี’’ติอาทิ วุตฺตํ, ตํ สุวิญฺเญยฺยเมว. เอตฺถ จ สํวรณูปาโย, สํวริตพฺพํ, สํวโร, ยโต โส สํวโร, ยตฺถ สํวโร, ยญฺจ สํวรผลนฺติ อยํ วิภาโค เวทิตพฺโพ. กถํ? ปฏิสงฺขา โยนิโสติ หิ สํวรณูปาโย. จกฺขุนฺทฺริยํ สํวริตพฺพํ. สํวรคฺคหเณน คหิตา สติ สํวโร. อสํวุตสฺสาติ สํวรณาวธิ. อสํวรโต หิ สํวรณํ. สํวริตพฺพคฺคหเณน สิทฺโธ อิธ สํวรวิสโย. จกฺขุนฺทฺริยญฺหิ สํวรญาณํ รูปารมฺมเณ สํวรียตีติ อวุตฺตสิทฺโธยมตฺโถ. อาสวตนฺนิมิตฺตกิเลสาทิปริฬาหาภาโว ผลํ. เอวํ โสตทฺวาราทีสุปิ โยเชตพฺพํ. สพฺพตฺเถวาติ มโนทฺวาเร ปญฺจทฺวาเร จาติ สพฺพสฺมึ ทฺวาเร.

สํวราปหาตพฺพอาสววณฺณนา นิฏฺฐิตา.

ปฏิเสวนาปหาตพฺพอาสววณฺณนา

๒๓. ปฏิสงฺขา โยนิโส จีวรนฺติอาทีสุ ‘‘สีตสฺส ปฏิฆาตายา’’ติอาทินา วุตฺตํ ปจฺจเวกฺขณเมว โยนิโส ปฏิสงฺขา. อีทิสนฺติ เอวรูปํ อิฏฺฐารมฺมณํ. ภวปตฺถนาย อสฺสาทยโตติ ภวปตฺถนามุเขน ภาวิตํ อารมฺมณํ อสฺสาเทนฺตสฺส. จีวรนฺติ นิวาสนาทิ ยํ กิญฺจิ จีวรํ. ปฏิเสวตีติ นิวาสนาทิวเสน ปริภุญฺชติ. ยาวเทวาติ ปโยชนปริมาณนิยมนํ. สีตปฏิฆาตาทิเยว หิ โยคิโน จีวรปฏิเสวเน ปโยชนํ. สีตสฺสาติ ธาตุกฺโขภโต วา อุตุปริณามโต วา อุปฺปนฺนสีตสฺส. ปฏิฆาตายาติ ปฏิพาหนตฺถํ ตปฺปจฺจยสฺส วิการสฺส วิโนทนตฺถํ. อุณฺหสฺสาติ อคฺคิสนฺตาปโต อุปฺปนฺนสฺส อุณฺหสฺส. ฑํสาทโย ปากฏาเยว. ปุน ยาวเทวาติ นิยตปโยชนปริมาณนิยมนํ. นิยตญฺหิ ปโยชนํ จีวรปฏิเสวนสฺส หิริโกปีนปฏิจฺฉาทนํ, อิตรํ กทาจิ กทาจิ. หิริโกปีนนฺติ สมฺพาธฏฺฐานํ. ยสฺมิญฺหิ องฺเค วิวเฏ หิรีกุปฺปติ วินสฺสติ, ตํ หิริยา โกปนโต หิริโกปีนํ, ตสฺส ปฏิจฺฉาทนตฺถํ จีวรํ ปฏิเสวติ.

ปิณฺฑปาตนฺติ ยํ กิญฺจิ อาหารํ. โส หิ ปิณฺโฑเลฺยน ภิกฺขนาย ปตฺเต ปตนโต ตตฺถ ตตฺถ ลทฺธภิกฺขาปิณฺฑานํ ปาโต สนฺนิปาโตติ ‘‘ปิณฺฑปาโต’’ติ วุจฺจติ. เนว ทวายาติ น กีฬนาย. น มทายาติ น พลมทมานมทปุริสมทตฺถํ. น มณฺฑนายาติ น องฺคปจฺจงฺคานํ ปีณนภาวตฺถํ. น วิภูสนายาติ น เตสํเยว โสภนตฺถํ, ฉวิสมฺปติอตฺถนฺติ อตฺโถ. อิมานิ จ ปทานิ ยถากฺกมํ โมห-โทส-สณฺฐาน-วณฺณ-ราคูปนิสฺสย-ปหานตฺถานิ เวทิตพฺพานิ. ปุริมํ วา ทฺวยํ อตฺตโน อตฺตโน สํกิเลสุปฺปตฺตินิเสธนตฺถํ, อิตรํ ปรสฺสปิ. จตฺตาริปิ กามสุขลฺลิกานุโยคสฺส ปหานตฺถํ วุตฺตานีติ เวทิตพฺพานิ. กายสฺสาติ รูปกายสฺส. ฐิติยา ยาปนายาติ ปพนฺธฏฺฐิตตฺถญฺเจว ปวตฺติยา อวิจฺเฉทนตฺถญฺจ จิรกาลฏฺฐิตตฺถํ ชีวิตินฺทฺริยสฺส ปวตฺตาปนตฺถํ. วิหึสูปรติยาติ ชิฆจฺฉาทุกฺขสฺส อุปรมณตฺถํ. พฺรหฺมจริยานุคฺคหายาติ สาสนมคฺคพฺรหฺมจริยานํ อนุคฺคหตฺถํ. อิตีติ เอวํ อิมินา อุปาเยน. ปุราณญฺจ เวทนํ ปฏิหงฺขามีติ ปุราณํ อภุตฺตปจฺจยา อุปฺปชฺชนกเวทนํ ปฏิหนิสฺสามิ. นวญฺจ เวทนํ น อุปฺปาเทสฺสามีติ นวํ ภุตฺตปจฺจยา อุปฺปชฺชนกเวทนํ น อุปฺปาเทสฺสามีติ. ตสฺสา หิ อนุปฺปนฺนาย อนุปฺปชฺชนตฺถเมว อาหารํ ปริภุญฺชติ. เอตฺถ จ อภุตฺตปจฺจยา อุปฺปชฺชนกเวทนา นาม ยถาปวตฺตา ชิฆจฺฉานิมิตฺตา เวทนา. สา หิ อภุญฺชนฺตสฺส ภิยฺโย ภิยฺโย ปวฑฺฒนวเสน อุปฺปชฺชติ, ภุตฺตปจฺจยา อุปฺปชฺชนกเวทนาปิ ขุทานิมิตฺตาว องฺคทาหสูลาทิเวทนา อปฺปวตฺตา. สา หิ ภุตฺตปจฺจยา อนุปฺปนฺนาว น อุปฺปชฺชิสฺสตีติ. วิหึสานิมิตฺตตา เจตาสํ วิหึสาย วิเสโส.

ยาตฺรา จ เม ภวิสฺสตีติ ยาปนา จ เม จตุนฺนํ อิริยาปถานํ ภวิสฺสติ. ยาปนายาติ อิมินา ชีวิตินฺทฺริยยาปนา วุตฺตา, อิธ จตุนฺนํ อิริยาปถานํ อวิจฺเฉทสงฺขาตา ยาปนาติ อยเมตาสํ วิเสโส. อนวชฺชตา จ ผาสุวิหาโร จาติ อยุตฺตปริเยสนปฏิคฺคหณปริโภคปริวชฺชเนน อนวชฺชตา, ปริมิตปริโภเคน ผาสุวิหาโร. อสปฺปายาปริมิตโภชนปจฺจยา อรติตนฺทีวิชมฺภิตาวิญฺญุครหาทิโทสาภาเวน วา อนวชฺชตา, สปฺปายปริมิตโภชนปจฺจยา กายพลสมฺภเวน ผาสุวิหาโร. ยาวทตฺถอุทราวเทหกโภชนปริวชฺชเนน เสยฺยสุขปสฺสสุขมิทฺธสุขาทีนํ อภาวโต อนวชฺชตา, จตุปญฺจาโลปมตฺตญฺญีนโภชเนน จตุอิริยาปถโยคฺยตาปาทนโต ผาสุวิหาโร. วุตฺตเญฺหตํ –

‘‘จตฺตาโร ปญฺจ อาโลเป, อภุตฺวา อุทกํ ปิเว;

อลํ ผาสุวิหาราย, ปหิตตฺตสฺส ภิกฺขุโน’’ติ. (เถรคา. ๙๘๓);

เอตฺตาวตา ปโยชนปริคฺคโห, มชฺฌิมา จ ปฏิปทา ทีปิตา โหติ.

เสนาสนนฺติ สยนญฺจ อาสนญฺจ. ยตฺถ หิ วิหาราทิเก เสติ นิปชฺชติ, อาสติ นิสีทติ, ตํ เสนาสนํ. อุตุปริสฺสยวิโนทนปฏิสลฺลานารามตฺถนฺติ อุตุเยว ปริสหนฏฺเฐน ปริสฺสโย, สรีราพาธจิตฺตวิกฺเขปกโร, อถ วา ยถาวุตฺโต อุตุ จ สีหพฺยคฺฆาทิปากฏปริสฺสโย จ ราคโทสาทิปฏิจฺฉนฺนปริสฺสโย จ อุตุปริสฺสโย, ตสฺส วิโนทนตฺถญฺเจว เอกีภาวสุขตฺถญฺจ. อิทญฺจ จีวรปฏิเสวเน หิริโกปีนปฏิจฺฉาทนํ วิย ตสฺส นิยตปโยชนนฺติ ปุน ‘‘ยาวเทวา’’ติ วุตฺตํ.

คิลานปจฺจยเภสชฺชปริกฺขารนฺติ โรคสฺส ปจฺจนีกปฺปวตฺติยา คิลานปจฺจโย, ตโต เอว ภิสกฺกสฺส อนุญฺญาตวตฺถุตาย เภสชฺชํ, ชีวิตสฺส ปริวารสมฺภารภาเวหิ ปริกฺขาโร จาติ คิลานปจฺจยเภสชฺชปริกฺขาโร, ตํ. อุปฺปนฺนานนฺติ ชาตานํ นิพฺพตฺตานํ. เวยฺยาพาธิกานนฺติ พฺยาพาธโต ธาตุกฺโขภโต จ ตนฺนิพฺพตฺตโรคโต จ ชาตานํ. เวทนานนฺติ ทุกฺขเวทนานํ. อพฺยาพชฺฌปรมตายาติ นิทฺทุกฺขปรมภาวาย ปฏิเสวามีติ โยชนา. เอวเมตฺถ สงฺเขเปเนว ปาฬิวณฺณนา เวทิตพฺพา. นวเวทนุปฺปาทนโตปีติ น เกวลํ อายตึ เอว วิปากปริฬาหา, อถ โข อติโภชนปจฺจยา อลํสาฏกาทีนํ วิย นวเวทนุปฺปาทนโตปิ เวทิตพฺพาติ อตฺโถ.

ปฏิเสวนาปหาตพฺพอาสววณฺณนา นิฏฺฐิตา.

อธิวาสนาปหาตพฺพอาสววณฺณนา

๒๔. ขโมติ ขมนโก. กมฺมฏฺฐานิกสฺส จลนํ นาม กมฺมฏฺฐานปริจฺจาโคติ อาห ‘‘จลติ กมฺปติ กมฺมฏฺฐานํ วิชหตี’’ติ. อธิมตฺตมฺปิ อุณฺหํ สหติ, สหนฺโต จ น นคฺคสมณาทโย วิย สหติ, อถ โข กมฺมฏฺฐานาวิชหเนนาติ อาห ‘‘เสฺวว เถโร วิยา’’ติ. พหิจงฺกเมติ เลณโต พหิ จงฺกเม. อุณฺหภเยเนวาติ นรกคฺคิอุณฺหภเยเนว. เตนาห ‘‘อวีจิมหานิรยํ ปจฺจเวกฺขิตฺวา’’ติ, ตมฺปิ ‘‘มยา อเนกกฺขตฺตุํ อนุภูตํ, อิทํ ปน ตโต มุทุตร’’นฺติ เอวํ ปจฺจเวกฺขิตฺวา. เอตฺถาติ เอตสฺมึ ฐาเน. อคฺคิสนฺตาโปว เวทิตพฺโพ สูริยสนฺตาปสฺส ปรโต วุจฺจมานตฺตา.

ปริสุทฺธสีโลหมสฺมีติ สพฺพถาปิ ‘‘วิสุทฺธสีโลหมสฺมี’’ติ มรณํ อคฺคเหตฺวา อวิปฺปฏิสารมูลิกํ ปีตึ อุปฺปาเทสิ. สห ปีตุปฺปาทาติ ผรณปีติยา อุปฺปาเทน สเหว. วิสํ นิวตฺติตฺวาติ ปีติเวเคน อชฺโฌตฺถตํ ทฏฺฐมุเขเนว ภสฺสิตฺวา. ตตฺเถวาติ สปฺเปน ทฏฺฐฏฺฐาเนเยว. จิตฺเตกคฺคตํ ลภิตฺวาติ ‘‘ปีติมนสฺส กาโย ปสฺสมฺภตี’’ติอาทินา (ที. นิ. ๑.๔๖๖; ๓.๓๕๙; สํ. นิ. ๕.๓๗๖; อ. นิ. ๓.๙๖; ๑๑.๑๒) นเยน สมาธานํ ปาปุณิตฺวา.

ปจฺจเยสุ สนฺโตโส ภาวนาย จ อารมิตพฺพฏฺฐานตาย อาราโม อสฺสาติ ปจฺจยสนฺโตสภาวนาราโม, ตสฺส ภาโว ปจฺจย…เป… รามตา, ตาย. มหาเถโรติ วุฑฺฒตโร เถโร. วจนเมว ตทตฺถํ ญาเปตุกามานํ ปโถติ วจนปโถ.

อสุขฏฺเฐน วา ติพฺพา. ยญฺหิ น สุขํ, ตํ อนิฏฺฐํ ‘‘ติพฺพ’’นฺติ วุจฺจติ. เอวํสภาโวติ ‘‘อธิวาสนชาติโย’’ติ ปทสฺส อตฺถมาห. มุหุตฺเตน ขเณว วาเต หทยํ ผาเลตุํ อารทฺเธเยว. อนาคามี หุตฺวา ปรินิพฺพายีติ อรหตฺตํ ปตฺวา ปรินิพฺพายิ.

เอวํ สพฺพตฺถาติ ‘‘อุเณฺหน ผุฏฺฐสฺส สีตํ ปตฺถยโต’’ติอาทินา สพฺพตฺถ อุณฺหาทินิมิตฺตํ กามาสวุปฺปตฺติ เวทิตพฺพา, สีตํ วา อุณฺหํ วา อนิฏฺฐนฺติ อธิปฺปาโย. อตฺตคฺคาเห สติ อตฺตนิยคฺคาโหติ อาห ‘‘มยฺหํ สีตํ อุณฺหนฺติ คาโห ทิฏฺฐาสโว’’ติ. สีตาทิเก อุปคเต สหนฺตี ขมนฺตี เต อตฺตโน อุปริ วาเสนฺตี วิย โหตีติ วุตฺตํ ‘‘อาโรเปตฺวา วาเสติเยวา’’ติ. น นิรสฺสตีติ น วิธุนติ. โย หิ สีตาทิเก น สหติ, โส เต นิรสฺสนฺโต วิธุนนฺโต วิย โหตีติ.

อธิวาสนาปหาตพฺพอาสววณฺณนา นิฏฺฐิตา.

ปริวชฺชนาปหาตพฺพอาสววณฺณนา

๒๕. อหํ สมโณติ (อ. นิ. ฏี. ๓.๖.๕๘) ‘‘อหํ สมโณ, กึ มม ชีวิเตน วา มรเณน วา’’ติ เอวํ อจินฺเตตฺวาติ อธิปฺปาโย. ปจฺจเวกฺขิตฺวาติ คามปฺปเทสํ ปโยชนาทิญฺจ ปจฺจเวกฺขิตฺวา. ปฏิกฺกมตีติ หตฺถิอาทีนํ สมีปคมนโต อปกฺกมติ. กณฺฏกา ยตฺถ ติฏฺฐนฺติ, ตํ กณฺฏกฏฺฐานํ. อมนุสฺสทุฏฺฐานีติ อมนุสฺสสญฺจาเรน ทูสิตานิ, สปริสฺสยานีติ อตฺโถ. สมานนฺติ สมํ, อวิสมนฺติ อตฺโถ. อกาสิ วา ตาทิสํ อนาจารํ.

สีลสํวรสงฺขาเตนาติ ‘‘กถํ ปริวชฺชนํ สีล’’นฺติ ยเทตฺถ วตฺตพฺพํ, ตํ เหฏฺฐา วุตฺตเมว. อปิจ ‘‘จณฺฑํ หตฺถึ ปริวชฺเชตี’’ติ วจนโต หตฺถิอาทิปริวชฺชนมฺปิ ภควโต วจนานุฏฺฐานนฺติ กตฺวา อาจารสีลเมวาติ เวทิตพฺพํ.

ปริวชฺชนาปหาตพฺพอาสววณฺณนา นิฏฺฐิตา.

วิโนทนาปหาตพฺพอาสววณฺณนา

๒๖. อิติปีติ อิมินา การเณน, อโยนิโสมนสิการสมุฏฺฐิตตฺตาปิ โลภาทิสหคตตฺตาปิ กุสลปฏิปกฺขโตปีติอาทีหิ การเณหิ อยํ วิตกฺโก อกุสโลติ อตฺโถ. อิมินา นเยน สาวชฺโชติอาทีสุปิ อตฺโถ เวทิตพฺโพ. เอตฺถ จ อกุสโลติอาทินา ทิฏฺฐธมฺมิกํ กามวิตกฺกสฺส อาทีนวํ ทสฺเสติ, ทุกฺขวิปาโกติ อิมินา สมฺปรายิกํ. อตฺตพฺยาพาธาย สํวตฺตตีติอาทีสุปิ อิมินาว นเยน อาทีนววิภาวนา เวทิตพฺพา. อุปฺปนฺนสฺส กามวิตกฺกสฺส อนธิวาสนํ นาม ปุน ตาทิสสฺส อนุปฺปาทนํ, ตํ ปนสฺส ปหานํ วิโนทนํ พฺยนฺติกรณํ อนภาวคมนนฺติ จ วตฺตุํ วฏฺฏตีติ ปาฬิยํ ‘‘อุปฺปนฺนํ กามวิตกฺกํ นาธิวาเสตี’’ติ วตฺวา ‘‘ปชหตี’’ติอาทิ วุตฺตนฺติ ตมตฺถํ ทสฺเสนฺโต ‘‘อนธิวาเสนฺโต กึ กโรตีติ ปชหตี’’ติอาทิมาห. ปหานญฺเจตฺถ วิกฺขมฺภนเมว, น สมุจฺเฉโทติ ทสฺเสตุํ ‘‘วิโนเทตี’’ติอาทิ วุตฺตนฺติ วิกฺขมฺภนวเสเนว อตฺโถ ทสฺสิโต.

กามวิตกฺโกติ สมฺปโยคโต อารมฺมณโต จ กามสหคโต วิตกฺโก. เตนาห ‘‘กามปฏิสํยุตฺโต ตกฺโก’’ติอาทิ. กามปฏิสํยุตฺโตติ หิ กามราคสงฺขาเตน กาเมน สมฺปยุตฺโต วตฺถุกามสงฺขาเตน ปฏิพทฺโธ จ. อุปฺปนฺนุปฺปนฺเนติ เตสํ ปาปวิตกฺกานํ อุปฺปาทาวตฺถาคหณํ วา กตํ สิยา อนวเสสคฺคหณํ วา. เตสุ ปฐมํ สนฺธายาห ‘‘อุปนฺนมตฺเต’’ติ, สมฺปติชาเตติ อตฺโถ. อนวเสสคฺคหณํ พฺยาปนิจฺฉาย โหตีติ ทสฺเสตุํ ‘‘สตกฺขตฺตุมฺปิ อุปฺปนฺเน’’ติ วุตฺตํ. ญาติวิตกฺโกติ ‘‘อมฺหากํ ญาตโย สุขชีวิโน สมฺปตฺติยุตฺตา’’ติอาทินา เคหสฺสิตเปมวเสน ญาตเก อารพฺภ อุปฺปนฺนวิตกฺโก. ชนปทวิตกฺโกติ ‘‘อมฺหากํ ชนปโท สุภิกฺโข สมฺปนฺนสสฺโส รมณีโย’’ติอาทินา เคหสฺสิตเปมวเสเนว ชนปทํ อารพฺภ อุปฺปนฺนวิตกฺโก. อุกฺกุฏิกปฺปธานาทีหิ ทุกฺเข นิชฺชิณฺเณ สมฺปราเย อตฺตา สุขี โหติ อมโรติ ทุกฺกรการิกาย ปฏิสํยุตฺโต อมรตฺถาย วิตกฺโก, ตํ วา อารพฺภ อมราวิกฺเขปทิฏฺฐิสหคโต อมโร จ โส วิตกฺโก จาติ อมรวิตกฺโก. ปรานุทฺทยตาปฏิสํยุตฺโตติ ปเรสุ อุปฏฺฐากาทีสุ สหนนฺทิกาทิวเสน ปวตฺโต อนุทฺทยตาปติรูปโก เคหสฺสิตเปเมน ปฏิสํยุตฺโต วิตกฺโก. ลาภสกฺการสิโลกปฏิสํยุตฺโตติ จีวราทิลาเภน เจว สกฺกาเรน จ กิตฺติสทฺเทน จ อารมฺมณกรณวเสน ปฏิสํยุตฺโต. อนวญฺญตฺติปฏิสํยุตฺโตติ ‘‘อโห วต มํ ปเร น อวชาเนยฺยุํ, น เหฏฺฐา กตฺวา มญฺเญยฺยุํ, ปาสาณจฺฉตฺตํ วิย ครุํ กเรยฺยุ’’นฺติ อุปฺปนฺนวิตกฺโก.

กามวิตกฺโก กามสงฺกปฺปนสภาวตฺตา กามสงฺกปฺปปวตฺติยา สาติสยตฺตา จ กามนากาโรติ อาห ‘‘กามวิตกฺโก ปเนตฺถ กามาสโว’’ติ. ตพฺพิเสโสติ กามาสววิเสโส, ราคสหวุตฺตีติ อธิปฺปาโย. กามวิตกฺกาทิเก วิโนเทติ อตฺตโน สนฺตานโต นีหรติ เอเตนาติ วิโนทนํ, วีริยนฺติ อาห ‘‘วีริยสํวรสงฺขาเตน วิโนทเนนา’’ติ.

วิโนทนาปหาตพฺพอาสววณฺณนา นิฏฺฐิตา.

ภาวนาปหาตพฺพอาสววณฺณนา

๒๗. ‘‘สตฺต โพชฺฌงฺคา ภาวิตา พหุลีกตา วิชฺชาวิมุตฺติโย ปริปูเรนฺตี’’ติ (สํ. นิ. ๕.๑๘๗) วจนโต วิชฺชาวิมุตฺตีนํ อนธิคโม ตโต จ สกลวฏฺฏทุกฺขานติวตฺติ อภาวนาย อาทีนโว, วุตฺตวิปริยาเยน ภควโต โอรสปุตฺตภาวาทิวเสน จ ภาวนาย อานิสํโส เวทิตพฺโพ. อุปริมคฺคตฺตยสมยสมฺภูตาติ ทุติยาทิมคฺคกฺขเณ ชาตา, ภาวนาธิการโต ทุติยมคฺคาทิปริยาปนฺนาติ อตฺโถ. นนุ จ เต โลกุตฺตรา เอว, กสฺมา วิเสสนํ กตนฺติ? นยิทํ วิเสสนํ, วิเสสิตพฺพํ ปเนตํ, โลกุตฺตรโพชฺฌงฺคา เอว อธิปฺเปตา, เต จ โข อุปริมคฺคตฺตยสมยสมฺภูตาติ. โพชฺฌงฺเคสุ อสมฺโมหตฺถนฺติ วิปสฺสนาฌานมคฺคผลโพชฺฌงฺเคสุ สมฺโมหาภาวตฺถํ. มิสฺสกนเยน หิ โพชฺฌงฺเคสุ วุจฺจมาเนสุ ตทงฺคาทิวิเวกทสฺสนวเสน วิปสฺสนาโพชฺฌงฺคาทโย วิภชิตฺวา วุจฺจนฺติ, น นิพฺพตฺติตโลกุตฺตรโพชฺฌงฺคา เอวาติ โพชฺฌงฺเคสุ สมฺโมโห น โหติ โพชฺฌงฺคภาวนาปฏิปตฺติยา จ สมฺมเทว ปกาสิตตฺตา. อิธ ปนาติ อิมสฺมึ สุตฺเต, อิมสฺมึ วา อธิกาเร. โลกุตฺตรนโย เอว คเหตพฺโพ ภาวนามคฺคสฺส อธิกตตฺตา.

อาทิปทานนฺติ (อ. นิ. ฏี. ๑.๑.๔๑๘) ‘‘สติสมฺโพชฺฌงฺค’’นฺติ เอวมาทีนํ ตสฺมึ ตสฺมึ วาเกฺย อาทิภูตานํ ปทานํ. อตฺถโตติ วิเสสวเสน สามญฺญวเสน จ ปทตฺถโต. ลกฺขณาทีหีติ ลกฺขณรสปจฺจุปฏฺฐานโต. กมโตติ อนุปุพฺพิโต. อนูนาธิกโตติ ตาวตฺตกโต. วิภาวินาติ วิญฺญุนา.

สติสมฺโพชฺฌงฺเคติ สติสมฺโพชฺฌงฺคปเท. สรณฏฺเฐนาติ อนุสฺสรณฏฺเฐน. จิรกตาทิเภทํ อารมฺมณํ อุปคนฺตฺวา ฐานํ, อนิสฺสชฺชนํ วา อุปฏฺฐานํ. อุทเก อลาพุ วิย ปิลวิตฺวา คนฺตุํ อทตฺวา ปาสาณสฺส วิย นิจฺจลสฺส อารมฺมณสฺส ฐปนํ สารณํ อสมฺมุฏฺฐตากรณํ อปิลาปนํ. วุตฺตมฺปิ เหตํ มิลินฺทปเญฺห. ภณฺฑาคาริโกติ ภณฺฑโคปโก. อปิลาเป กโรติ อปิลาเปติ. เถเรนาติ นาคเสนตฺเถเรน. สมฺโมสปจฺจนีกํ กิจฺจํ อสมฺโมโส, น สมฺโมสาภาวมตฺตํ. โคจราภิมุขภาวปจฺจุปฏฺฐานาติ กายาทิอารมฺมณาภิมุขภาวปจฺจุปฏฺฐานา.

โพธิยา ธมฺมสามคฺคิยา, องฺโค อวยโว, โพธิสฺส วา อริยสาวกสฺส องฺโค การณํ. ปติฏฺฐานายูหนา โอฆตรณสุตฺตวณฺณนายํ (สํ. นิ. อฏฺฐ. ๑.๑.๑) –

‘‘กิเลสวเสน ปติฏฺฐานํ, อภิสงฺขารวเสน อายูหนา. ตณฺหาทิฏฺฐีหิ ปติฏฺฐานํ, อวเสสกิเลสาภิสงฺขาเรหิ อายูหนา. ตณฺหาวเสน ปติฏฺฐานํ, ทิฏฺฐิวเสน อายูหนา. สสฺสตทิฏฺฐิยา ปติฏฺฐานํ, อุจฺเฉททิฏฺฐิยา อายูหนา. ลีนวเสน ปติฏฺฐานํ, อุทฺธจฺจวเสน อายูหนา. กามสุขานุโยควเสน ปติฏฺฐานํ, อตฺตกิลมถานุโยควเสน อายูหนา. สพฺพากุสลาภิสงฺขารวเสน ปติฏฺฐานํ, สพฺพโลกิยกุสลาภิสงฺขารวเสน อายูหนา’’ติ –

วุตฺเตสุ ปกาเรสุ อิธ อวุตฺตานํ วเสน เวทิตพฺพา. ยา หิ อยํ โพธีติ วุจฺจตีติ โยเชตพฺพํ. ‘‘พุชฺฌตี’’ติ ปทสฺส ปฏิพุชฺฌตีติ อตฺโถติ อาห ‘‘กิเลสสนฺตานนิทฺทาย อุฏฺฐหตี’’ติ. ตํ ปน ปฏิพุชฺฌนํ อตฺถโต จตุนฺนํ สจฺจานํ ปฏิเวโธ, นิพฺพานสฺเสว วา สจฺฉิกิริยาติ อาห ‘‘จตฺตารี’’ติอาทิ. ฌานงฺคมคฺคงฺคาทโย วิยาติ ยถา องฺคานิ เอว ฌานมคฺคา, น องฺควินิมุตฺตา, เอวมิธาปีติ อตฺโถ. เสนงฺครถงฺคาทโย วิยาติ เอเตน ปุคฺคลปญฺญตฺติยา อวิชฺชมานปญฺญตฺติภาวํ ทสฺเสติ.

โพธาย สํวตฺตนฺตีติ โพชฺฌงฺคาติ อิทํ การณตฺโถ องฺค-สทฺโทติ กตฺวา วุตฺตํ. พุชฺฌนฺตีติ โพธิโย, โพธิโย เอว องฺคาติ โพชฺฌงฺคาติ วุตฺตํ ‘‘พุชฺฌนฺตีติ โพชฺฌงฺคา’’ติ. อนุพุชฺฌนฺตีติ วิปสฺสนาทีนํ การณานํ พุชฺฌิตพฺพานญฺจ สจฺจานํ อนุรูปํ พุชฺฌนฺติ. ปฏิพุชฺฌนฺตีติ กิเลสนิทฺทาย อุฏฺฐหนโต ปจฺจกฺขภาเวน วา ปฏิมุขํ พุชฺฌนฺติ. สมฺพุชฺฌนฺตีติ อวิปรีตภาเวน สมฺมา จ พุชฺฌนฺติ. เอวํ อุปสคฺคานํ อตฺถวิเสสทีปนตา ทฏฺฐพฺพา. โพธิ-สทฺโท หิ สพฺพวิเสสยุตฺตํ พุชฺฌนํ สามญฺเญน คเหตฺวา ฐิโต.

วิจินาตีติ ‘‘ตยิทํ ทุกฺข’’นฺติอาทินา วีมํสติ. โอภาสนํ ธมฺมานํ ยถาภูตสภาวปฏิจฺฉาทกสฺส สมฺโมหสฺส วิทฺธํสนํ ยถา อาโลโก อนฺธการสฺส. ยสฺมึ ธมฺเม สติ วีโร นาม โหติ, โส ธมฺโม วีรภาโว. อีรยิตพฺพโตติ ปวตฺเตตพฺพโต. โกสชฺชปกฺขโต ปติตุํ อปฺปทานวเสน สมฺปยุตฺตานํ ปคฺคณฺหนํ ปคฺคโห. อุปตฺถมฺภนํ อนุพลปฺปทานํ. โอสีทนํ ลยาปตฺติ, ตปฺปฏิปกฺขโต อโนสีทนํ ทฏฺฐพฺพํ. ปีณยตีติ ตปฺเปติ วฑฺเฒติ วา. ผรณํ ปณีตรูเปหิ กายสฺส พฺยาปนํ. ตุฏฺฐิ นาม ปีติ. อุทคฺคภาโว โอทคฺยํ, กายจิตฺตานํ อุกฺขิปนนฺติ อตฺโถ. กายจิตฺตทรถปสฺสมฺภนโตติ กายทรถสฺส จิตฺตทรถสฺส จ ปสฺสมฺภนโต วูปสมนโต. กาโยติ เจตฺถ เวทนาทโย ตโย ขนฺธา. ทรโถ สารมฺโภ, ทุกฺขโทมนสฺสปจฺจยานํ อุทฺธจฺจาทิกิเลสานํ, ตปฺปธานานํ วา จตุนฺนํ ขนฺธานํ อธิวจนํ. อุทฺธจฺจาทิกิเลสปฏิปกฺขภาโว ทฏฺฐพฺโพ, เอวญฺเจตฺถ ปสฺสทฺธิยา อปริปฺผนฺทนสีติภาโว ทฏฺฐพฺโพ อสารทฺธภาวโต. เตนาห ภควา ‘‘ปสฺสทฺโธ กาโย อสารทฺโธ’’ติ (ม. นิ. ๑.๕๒).

สมาธานโตติ สมฺมา จิตฺตสฺส อาธานโต ฐปนโต. อวิกฺเขโป สมฺปยุตฺตานํ อวิกฺขิตฺตตา, เยน สสมฺปยุตฺตา ธมฺมา อวิกฺขิตฺตา โหนฺติ, โส ธมฺโม อวิกฺเขโปติ. อวิสาโร อตฺตโน เอว อวิสรณสภาโว. สมฺปิณฺฑนํ สมฺปยุตฺตานํ อวิปฺปกิณฺณภาวาปาทนํ นฺหานียจุณฺณานํ อุทกํ วิย. จิตฺตฏฺฐิติปจฺจุปฏฺฐาโนติ ‘‘จิตฺตสฺส ฐิตี’’ติ (ธ. ส. ๑๑) วจนโต จิตฺตสฺส ปพนฺธฐิติปจฺจุปฏฺฐาโน. อชฺฌุเปกฺขนโตติ อุทาสีนภาวโต. สาติ โพชฺฌงฺคอุเปกฺขา. สมปฺปวตฺเต ธมฺเม ปฏิสญฺจิกฺขติ อุปปตฺติโต อิกฺขติ ตทาการา หุตฺวา ปวตฺตตีติ ปฏิสงฺขานลกฺขณา, เอวญฺจ กตฺวา ‘‘ปฏิสงฺขา สนฺติฏฺฐนา คหเณ มชฺฌตฺตตา’’ติ อุเปกฺขากิจฺจาธิมตฺตตาย สงฺขารุเปกฺขา วุตฺตา. สมฺปยุตฺตธมฺมานํ ยถาสกกิจฺจกรณวเสน สมํ ปวตฺตนปจฺจยตา สมวาหิตา. อลีนานุทฺธตปฺปวตฺติปจฺจยตา อูนาธิกตานิวารณํ. สมฺปยุตฺตานํ อสมปฺปวตฺติเหตุกปกฺขปาตํ อุปจฺฉินฺทนฺตี วิย โหตีติ วุตฺตํ ‘‘ปกฺขปาตุปจฺเฉทรสา’’ติ. อชฺฌุเปกฺขนเมว มชฺฌตฺตภาโว.

สพฺพสฺมึ ลีนปกฺเข อุทฺธจฺจปกฺเข จ อตฺถิกา ปตฺถนียา อิจฺฉิตพฺพาติ สพฺพตฺถิกา, ตํ สพฺพตฺถิกํ. สมานกฺขณปวตฺตีสุ สตฺตสุปิ สมฺโพชฺฌงฺเคสุ วาจาย กมปฺปวตฺติโต ปฏิปาฏิยา วตฺตพฺเพสุ ยํ กิญฺจิ ปฐมํ อวตฺวา สติสมฺโพชฺฌงฺคสฺเสว ปฐมํ วจนสฺส การณํ สพฺเพสํ อุปการกตฺตนฺติ วุตฺตํ ‘‘สพฺเพส’’นฺติอาทิ. สพฺเพสนฺติ จ ลีนุทฺธจฺจปกฺขิกานํ, อญฺญถา สพฺเพปิ สพฺเพสํ ปจฺจยาติ.

‘‘กสฺมา สตฺเตว โพชฺฌงฺคา วุตฺตา’’ติ โจทโก สทฺธาโลภาทีนมฺปิ โพชฺฌงฺคภาวํ อาสงฺกติ, อิตโร สติอาทีนํเยว ภาวนาย อุปการตํ ทสฺเสนฺโต ‘‘ลีนุทฺธจฺจปฏิปกฺขโต สพฺพตฺถิกโต จา’’ติอาทิมาห. ตตฺถ ลีนสฺสาติ อติสิถิลวีริยตาทีหิ ภาวนาวีถึ อโนตริตฺวา สํกุฏิตสฺส จิตฺตสฺส. ตทา หิ ปสฺสทฺธิสมาธิอุเปกฺขาสมฺโพชฺฌงฺคา น ภาเวตพฺพา. ตญฺหิ เอเตหิ อลฺลติณาทีหิ วิย ปริตฺโต อคฺคิ ทุสฺสมุฏฺฐาปิยํ โหตีติ. เตนาห ภควา ‘‘เสยฺยถาปิ, ภิกฺขเว, ปุริโส ปริตฺตํ อคฺคึ อุชฺชาเลตุกาโม อสฺส, โส ตตฺถ อลฺลานิ เจว ติณานิ ปกฺขิเปยฺยา’’ติอาทิ (สํ. นิ. ๕.๒๓๔). ธมฺมวิจยวีริยปีติสมฺโพชฺฌงฺคา ปน ภาเวตพฺพา, สุกฺขติณาทีหิ วิย ปริตฺโต อคฺคิ ลีนํ จิตฺตํ เอเตหิ สุสมุฏฺฐาปิยํ โหตีติ. เตน วุตฺตํ ‘‘ยสฺมิญฺจ โข’’ติอาทิ. ตตฺถ ยถาสกํ อาหารวเสน ธมฺมวิจยสมฺโพชฺฌงฺคาทีนํ ภาวนา เวทิตพฺพา. วุตฺตเญฺหตํ ‘‘อตฺถิ, ภิกฺขเว, กุสลากุสลา ธมฺมา…เป… ปีติสมฺโพชฺฌงฺคสฺส ภิยฺโยภาวาย…เป… สํวตฺตตี’’ติ (สํ. นิ. ๕.๒๓๒). ตตฺถ สภาวสามญฺญลกฺขณปฏิเวธวเสน ปวตฺตมนสิกาโร…เป… ธมฺมวิจยสมฺโพชฺฌงฺคาทโย ภาเวติ นาม.

อุทฺธจฺจสฺสาติ จิตฺตสฺส อจฺจารทฺธวีริยตาทีหิ สีติภาวปติฏฺฐิตภาวํ อโนติณฺณตาย, ตทา ธมฺมวิจยวีริยปีติสมฺโพชฺฌงฺคา น ภาเวตพฺพา. ตญฺหิ เอเตหิ สุกฺขติณาทีหิ วิย อคฺคิกฺขนฺโธ ทุวูปสมยํ โหติ. เตนาห ภควา ‘‘เสยฺยถาปิ, ภิกฺขเว, ปุริโส มหนฺตํ อคฺคิกฺขนฺธํ นิพฺพาเปตุกาโม อสฺส, โส ตตฺถ สุกฺขานิ เจว ติณานิ ปกฺขิเปยฺยา’’ติอาทิ (สํ. นิ. ๕.๒๓๔). ปสฺสทฺธิสมาธิอุเปกฺขาสมฺโพชฺฌงฺคา ปน ภาเวตพฺพา, อลฺลติณาทีหิ วิย อคฺคิกฺขนฺโธ อุทฺธตํ จิตฺตํ เอเตหิ สุวูปสมยํ โหติ. เตน วุตฺตํ ‘‘ยสฺมิญฺจ โข’’ติอาทิ. เอตฺถาปิ ยถาสกํ อาหารวเสน ปสฺสทฺธิสมฺโพชฺฌงฺคาทีนํ ภาวนา เวทิตพฺพา. วุตฺตเญฺหตํ ‘‘อตฺถิ, ภิกฺขเว, กายปสฺสทฺธิ จิตฺตปสฺสทฺธิ…เป… อุเปกฺขาสมฺโพชฺฌงฺคสฺส ภิยฺโยภาวาย สํวตฺตตี’’ติ (สํ. นิ. ๕.๒๓๒). ตตฺถ ยถาสฺส ปสฺสทฺธิอาทโย อุปฺปนฺนปุพฺพา, ตํ อาการํ สลฺลกฺเขตฺวา เตสํ อุปฺปาทนวเสน ตถา มนสิกโรนฺโตว ปสฺสทฺธิสมฺโพชฺฌงฺคาทโย ภาเวติ นาม. สติสมฺโพชฺฌงฺโค ปน สพฺพตฺถ พหูปกาโร. โส หิ จิตฺตํ ลีนปกฺขิกานํ ปสฺสทฺธิอาทีนํ วเสน ลยาปตฺติโต, อุทฺธจฺจปกฺขิกานญฺจ ธมฺมวิจยาทีนํ วเสน อุทฺธจฺจปาตโต รกฺขติ, ตสฺมา โส โลณธูปนํ วิย สพฺพพฺยญฺชเนสุ สพฺพกมฺมิกอมจฺโจ วิย จ ราชกิจฺเจสุ สพฺพตฺถ อิจฺฉิตพฺโพ. เตนาห ‘‘สติญฺจ ขฺวาหํ, ภิกฺขเว, สพฺพตฺถิกํ วทามี’’ติ (สํ. นิ. ๕.๒๓๔).

ญตฺวา ญาตพฺพาติ (สํ. นิ. ฏี. ๑.๑.๑๒๙) สมฺพนฺโธ. วฑฺฒิ นาม เวปุลฺลํ ภิยฺโยภาโว ปุนปฺปุนํ อุปฺปาโท เอวาติ อาห ‘‘ปุนปฺปุนํ ชเนตี’’ติ. อภิวุทฺธึ ปาเปนฺโต นิพฺพตฺเตติ. วิวิตฺตตาติ วิวิตฺตภาโว. โย หิ วิเวจนียโต วิวิจฺจติ, ยํ วิวิจฺจิตฺวา ฐิตํ, ตทุภยํ อิธ วิวิตฺตภาวสามญฺเญน ‘‘วิวิตฺตตา’’ติ วุตฺตํ. เตสุ ปุริโม วิเวจนียโต วิวิจฺจมานตาย วิเวกสงฺขาตาย วิวิจฺจนกิริยาย สมงฺคี ธมฺมสมูโห ตาย เอว วิวิจฺจนกิริยาย วเสน วิเวโกติ คหิโต. อิตโร สพฺพโส ตโต ตโต วิวิตฺตสภาวตาย. ตตฺถ ยสฺมึ ธมฺมปุญฺเช สติสมฺโพชฺฌงฺโค วิวิจฺจนกิริยาย ปวตฺตติ, ตํ ยถาวุตฺตาย วิวิจฺจมานตาย วิเวกสงฺขาตํ นิสฺสาเยว ปวตฺตติ, อิตรํ ปน ตนฺนินฺนตาตทารมฺมณตาหีติ วุตฺตํ ‘‘วิเวเก นิสฺสิต’’นฺติ. ยถา วา วิเวกวเสน ปวตฺตํ ฌานํ ‘‘วิเวกช’’นฺติ วุตฺตํ, เอวํ วิเวกวเสน ปวตฺโต โพชฺฌงฺโค ‘‘วิเวกนิสฺสิโต’’ติ ทฏฺฐพฺโพ. นิสฺสยฏฺโฐ จ วิปสฺสนามคฺคานํ วเสน มคฺคผลานํ เวทิตพฺโพ. อสติปิ ปุพฺพาปรภาเว ‘‘ปฏิจฺจสมุปฺปาทา’’ติ เอตฺถ ปจฺจยานํ สมุปฺปาทนํ วิย อภินฺนธมฺมาธารา นิสฺสยนภาวนา สมฺภวนฺตีติ. อยเมวาติ วิเวโก เอว. วิเวโก หิ ปหานวินยวิราคนิโรธา จ สมานตฺถา.

ตทงฺคสมุจฺเฉทนิสฺสรณวิเวกนิสฺสิตตํ วตฺวา ปฏิปสฺสทฺธิวิเวกนิสฺสิตตาย อวจนํ ‘‘สติสมฺโพชฺฌงฺคํ ภาเวตี’’ติอาทินา ภาเวตพฺพานํ โพชฺฌงฺคานํ อิธ วุตฺตตฺตา. ภาวิตพฺโพชฺฌงฺคสฺส หิ เย สจฺฉิกาตพฺพา ผลโพชฺฌงฺคา, เตสํ กิจฺจํ ปฏิปสฺสทฺธิวิเวโก. อชฺฌาสยโตติ ‘‘นิพฺพานํ สจฺฉิกริสฺสามี’’ติ มหนฺตอชฺฌาสยโต. ยทิปิ วิปสฺสนากฺขเณ สงฺขารารมฺมณํ จิตฺตํ, สงฺขาเรสุ ปน อาทีนวํ สุฏฺฐุ ทิสฺวา ตปฺปฏิปกฺเข นิพฺพาเน อธิมุตฺตตาย อชฺฌาสยโต นิสฺสรณวิเวกนิสฺสิตตา ทาหาภิภูตสฺส ปุคฺคลสฺส สีตนินฺนจิตตฺตา วิย. น ปฏิสิทฺธา วิปสฺสนาปาทเกสุ กสิณารมฺมณาทิฌาเนสุ สติอาทีนํ นิพฺเพธภาคิยตฺตา. อนุทฺธรนฺตา ปน วิปสฺสนา วิย โพธิยา มคฺคสฺส อาสนฺนการณํ ฌานํ น โหติ, นาปิ ตถา เอกนฺติกํ การณํ, น จ วิปสฺสนากิจฺจสฺส วิย ฌานกิจฺจสฺส นิฏฺฐานํ มคฺโคติ กตฺวา น อุทฺธรนฺติ. เอตฺถ จ กสิณคฺคหเณน ตทายตฺตานิ อารุปฺปานิปิ คหิตานีติ ทฏฺฐพฺพานิ. ตานิปิ หิ วิปสฺสนาปาทกานิ นิพฺเพธภาคิยานิ จ โหนฺตีติ วตฺตุํ วฏฺฏติ ตนฺนินฺนภาวสพฺภาวโต. ยทคฺเคน หิ นิพฺพานนินฺนตา, ตทคฺเคน ผลนินฺนตาปิ สิยา. ‘‘กุทาสฺสุ นามาหํ ตทายตนํ อุปสมฺปชฺช วิหเรยฺย’’นฺติ (ม. นิ. ๑.๔๖๕) อาทิวจนมฺเปตสฺส อตฺถสฺส สาธกํ.

โวสฺสคฺค-สทฺโท ปริจฺจาคตฺโถ ปกฺขนฺทนตฺโถ จาติ โวสฺสคฺคสฺส ทุวิธตา วุตฺตา. โวสฺสชฺชนญฺหิ ปหานํ, วิสฺสฏฺฐภาเวน นิราสงฺกปวติ จ, ตสฺมา วิปสฺสนากฺขเณ ตทงฺควเสน, มคฺคกฺขเณ สมุจฺเฉทวเสน ปฏิปกฺขสฺส ปหานํ โวสฺสคฺโค, ตถา วิปสฺสนากฺขเณ ตนฺนินฺนภาเวน, มคฺคกฺขเณ อารมฺมณกรเณน วิสฺสฏฺฐสภาวโต โวสฺสคฺโคติ เวทิตพฺพํ. ยถาวุตฺเตน ปกาเรนาติ ตทงฺคสมุจฺเฉทปกาเรน ตนฺนินฺนตทารมฺมณกรณปกาเรน จ. ปุพฺเพ โวสฺสคฺค-ปทสฺเสว อตฺถสฺส วุตฺตตฺตา อาห ‘‘สกเลน วจเนนา’’ติ. ปริณมนฺตํ วิปสฺสนากฺขเณ, ปริณตํ มคฺคกฺขเณ. ปริณาโม นาม ปริปาโกติ อาห ‘‘ปริปจฺจนฺตํ ปริปกฺกญฺจา’’ติ. ปริปาโก จ อาเสวนลาเภน อาหิตสามตฺถิยสฺส กิเลสสฺส ปริจฺจชิตุํ นิพฺพานญฺจ ปกฺขนฺทิตุํ ติกฺขวิสทสภาโว. เตนาห ‘‘อยญฺหี’’ติอาทิ. เอส นโยติ ยฺวายํ ‘‘ตทงฺควิเวกนิสฺสิต’’นฺติอาทินา สติสมฺโพชฺฌงฺเค วุตฺโต, เสเสสุ ธมฺมวิจยสมฺโพชฺฌงฺคาทีสุปิ เอส นโยติ เอวํ ตตฺถ เนตพฺพนฺติ อตฺโถ.

เอวํ อาทิกมฺมิกานํ โพชฺฌงฺเคสุ อสมฺโมหตฺถํ มิสฺสกนยํ วตฺวา อิทานิ นิพฺพตฺติตโลกุตฺตรโพชฺฌงฺควเสน อตฺถํ วิภาเวตุํ ‘‘อิธ ปนา’’ติอาทิ วุตฺตํ. อิธ ปนาติ อิมสฺมึ สพฺพาสวสุตฺตนฺเต. มคฺโค เอว โวสฺสคฺควิปริณามี ภาวนามคฺคสฺส อิธ อธิปฺเปตตฺตา. ตญฺจ โขติ สติสมฺโพชฺฌงฺคํ. สมุจฺเฉทโตติ สมุจฺฉินฺทนโต.

ทิฏฺฐาสวสฺส ปฐมมคฺควชฺฌตฺตา ‘‘ตโย อาสวา’’ติ วุตฺตํ. เตปิ อนปายคมนียา เอว เวทิตพฺพา อปายคมนียานํ ทสฺสเนเนว ปหีนตฺตา. สติปิ สมฺโพชฺฌงฺคานํ เยภุยฺเยน มคฺคภาเว ตตฺถ ตตฺถ สมฺโพชฺฌงฺคสภาวานํ มคฺคธมฺมานํ วเสน วุตฺตมคฺคตฺตยสมฺปยุตฺตา โพชฺฌงฺคาติ ปจฺเจกโพชฺฌงฺเค ‘‘โพชฺฌงฺคภาวนายา’’ติ อิมินา คณฺหนฺโต ‘‘มคฺคตฺตยสมฺปยุตฺตายา’’ติ อาห.

ภาวนาปหาตพฺพอาสววณฺณนา นิฏฺฐิตา.

๒๘. โถเมนฺโตติ อาสวปฺปหานสฺส สุทุกฺกรตฺตา ตาย เอว ทุกฺกรกิริยาย ตํ อภิตฺถวนฺโต. อสฺสาติ ปหีนาสวภิกฺขุโน. อานิสํสนฺติ ตณฺหาจฺเฉทาทิทุกฺขกฺขยปริโยสานํ อุทฺรยํ. เอเตหิ ปหานาทิสํกิตฺตเนหิ. อุสฺสุกฺกํ ชเนนฺโตติ เอวํ ธมฺมสฺสามินาปิ อภิตฺถวนียํ มหานิสํสญฺจ อาสวปฺปหานนฺติ ตตฺถ อาทรสหิตํ อุสฺสาหํ อุปฺปาเทนฺโต. ทสฺสเนเนว ปหีนาติ ทสฺสเนน ปหีนา เอว. เตน วุตฺตํ ‘‘น อปฺปหีเนสุเยว ปหีนสญฺญี’’ติ.

สพฺพ-สทฺเทน อาสวานํ, อาสวสํวรานญฺจ สมฺพนฺธวเสน ทุติยปฐมวิกปฺปานํ เภโท ทฏฺฐพฺโพ. ทสฺสนาภิสมยาติ ปริญฺญาภิสมยา ปริญฺญากิจฺจสิทฺธิยา. เตนาห ‘‘กิจฺจวเสนา’’ติ, อสมฺโมหปฏิเวเธนาติ อตฺโถ. สมุสฺสโย กาโย, อตฺตภาโว วา.

อนวชฺชปีติโสมนสฺสสหิตํ จิตฺตํ ‘‘อตฺตโน’’ติ วตฺตพฺพตํ อรหติ อตฺถาวหตฺตา, น ตพฺพิปรีตํ อนตฺถาวหตฺตาติ ปีติสมฺปยุตฺตจิตฺตตํ สนฺธายาห ‘‘อตฺตมนาติ สกมนา’’ติ. เตนาห ‘‘ตุฏฺฐมนา’’ติ. อตฺตมนาติ วา ปีติโสมนสฺเสหิ คหิตมนา. ยสฺมา ปน เตหิ คหิตตา สมฺปยุตฺตตาว, ตสฺมา วุตฺตํ ‘‘ปีติโสมนสฺเสหิ วา สมฺปยุตฺตมนา’’ติ. ยเทตฺถ อตฺถโต น วิภตฺตํ, ตํ วุตฺตนยตฺตา สุวิญฺเญยฺยตฺตา จาติ เวทิตพฺพํ.

สพฺพาสวสุตฺตวณฺณนาย ลีนตฺถปฺปกาสนา สมตฺตา.