๑๐. สติปฏฺฐานสุตฺตวณฺณนา
๑๐๕. ชานปทิโนติ (ที. นิ. ฏี. ๒.๙๕) ชนปทวนฺโต, ชนปทสฺส วา อิสฺสรา ราชกุมารา. โคตฺตวเสน กุรู นาม. เตสํ นิวาโส ยทิ เอโก ชนปโท, กถํ พหุวจนนฺติ อาห ‘‘รุฬฺหีสทฺเทนา’’ติ. อกฺขรจินฺตกา หิ อีทิเสสุ ฐาเนสุ ยุตฺเต วิย สลิงฺควจนานิ (ปาณินิ ๑.๒๕๑) อิจฺฉนฺติ, อยเมตฺถ รุฬฺหี ยถา อญฺญตฺถาปิ ‘‘องฺเคสุ วิหรติ, มลฺเลสุ วิหรตี’’ติ จ. ตพฺพิเสสเน ปน ชนปท-สทฺเท ชาติ-สทฺเท เอกวจนเมว. อฏฺฐกถาจริยา ปนาติ ปน-สทฺโท วิเสสตฺถโชตโน. เตน ปุถุอตฺถวิสยตาย เอวํ ตํ พหุวจนนฺติ ‘‘พหุเก ปนา’’ติอาทินา วกฺขมานํ วิเสสํ ทีเปติ. สุตฺวาติ มนฺธาตุมหาราชสฺส อานุภาวทสฺสนานุสาเรน ปรมฺปราคตํ กถํ สุตฺวา. อนุสํยายนฺเตนาติ อนุวิจรนฺเตน. เอเตสํ ฐานนฺติ จนฺทิมสูริยมุเขน จาตุมหาราชิกภวนมาห. เตนาห ‘‘ตตฺถ อคมาสี’’ติอาทิ. โสติ มนฺธาตุมหาราชา. ตนฺติ จาตุมหาราชิกรชฺชํ. คเหตฺวาติ สมฺปฏิจฺฉิตฺวา. ปุน ปุจฺฉิ ปริณายกรตนํ. โทวาริกภูมิยํ ติฏฺฐนฺติ สุธมฺมาย เทวสภาย เทวปุรสฺส จ จตูสุ ทฺวาเรสุ อารกฺขาย อธิกตตฺตา. ทิพฺพรุกฺขสหสฺสปฏิมณฺฑิตนฺติ อิทํ ‘‘จิตฺตลตาวน’’นฺติอาทีสุปิ โยเชตพฺพํ.
ปถวิยํ ปติฏฺฐาสีติ ภสฺสิตฺวา ปถวิยา อาสนฺเน ฐาเน อฏฺฐาสิ, ฐตฺวา จ นจิรสฺเสว อนฺตรธายิ เตนตฺตภาเวน รญฺโญ จกฺกวตฺติสฺสริยสฺส อภาวโต. ‘‘จิรตรํ กาลํ ฐตฺวา’’ติ อปเร. เทวภาโว ปาตุรโหสิ เทวโลเก ปวตฺติวิปากทายิโน อปราปริยายเวทนียสฺส กมฺมสฺส กโตกาสตฺตา. อวยเว สิทฺโธ วิเสโส สมุทายสฺส วิเสสโก โหตีติ เอกมฺปิ รฏฺฐํ พหุวจเนน โวหรียติ.
ท-กาเรน อตฺถํ วณฺณยนฺติ นิรุตฺตินเยน. กมฺมาโสติ กมฺมาสปาโท วุจฺจติ อุตฺตรปทโลเปน ยถา ‘‘รูปภโว รูป’’นฺติ. กถํ ปน โส กมฺมาสปาโทติ อาห ‘‘ตสฺส กิรา’’ติอาทิ. ทมิโตติ เอตฺถ กีทิสํ ทมนํ อธิปฺเปตนฺติ อาห ‘‘โปริสาทภาวโต ปฏิเสธิโต’’ติ. อิเม ปน เถราติ มชฺฌิมภาณเก วทติ, เต ปน จูฬกมฺมาสทมฺมํ สนฺธาย ตถา วทนฺติ. ยกฺขินิปุตฺโต หิ กมฺมาสปาโท อลีนสตฺตุกุมารกาเล โพธิสตฺเตน ตตฺถ ทมิโต, สุตโสมกาเล ปน พาราณสิราชา โปริสาทภาวปฏิเสธเนน ยตฺถ ทมิโต, ตํ มหากมฺมาสทมฺมํ นาม. ปุตฺโตติ วตฺวา อตฺรโชติ วจนํ โอรสปุตฺตภาวทสฺสนตฺถํ.
เยหิ อาวสิตปเทโส กุรุรฏฺฐนฺติ นามํ ลภิ, เต อุตฺตรกุรุโต อาคตา มนุสฺสา ตตฺถ รกฺขิตนิยาเมเนว ปญฺจ สีลานิ รกฺขึสุ, เตสํ ทิฏฺฐานุคติยา ปจฺฉิมา ชนตาติ, โส เทสธมฺมวเสน อวิจฺเฉทโต วตฺตมาโน กุรุวตฺตธมฺโมติ ปญฺญายิตฺถ, อยญฺจ อตฺโถ กุรุธมฺมชาตเกน (ชา. ๑.๓.๗๖-๗๘) ทีเปตพฺโพ. โส อปรภาเค ยตฺถ ปฐมํ สํกิลิฏฺโฐ ชาโต, ตํ ทสฺเสตุํ ‘‘กุรุรฏฺฐวาสีน’’นฺติอาทิ วุตฺตํ. ยตฺถ ภควโต วสโนกาโส โกจิ วิหาโร น โหติ, ตตฺถ เกวลํ โคจรคามกิตฺตนํ นิทานกถาย ปกติ, ยถา ตํสกฺเกสุ วิหรติ เทวทหํ นาม สกฺกานํ นิคโมติ อิมมตฺถํ ทสฺเสนฺโต ‘‘อวสโนกาสโต’’ติอาทิมาห.
อุทฺเทสวารกถาวณฺณนา
๑๐๖. กสฺมา ภควา อิมํ สุตฺตมภาสีติ อสาธารณสมุฏฺฐานํ ปุจฺฉติ, สาธารณํ ปน ปากฏนฺติ อนามฏฺฐํ, เตน สุตฺตนิกฺเขโป ปุจฺฉิโตติ กตฺวา อิตโร ‘‘กุรุรฏฺฐวาสีน’’นฺติอาทินา อปรชฺฌาสโยยํ สุตฺตนิกฺเขโปติ ทสฺเสติ. เอเตน พาหิรสมุฏฺฐานํ วิภาวิตนฺติ ทฏฺฐพฺพํ. อชฺฌตฺติกํ ปน อสาธารณญฺจ มูลปริยายสุตฺตาทิฏีกายํ วุตฺตนเยเนว เวทิตพฺพํ. กุรุรฏฺฐํ กิร (ที. นิ. ฏี. ๒.๓๗๓) ตทา ตนฺนิวาสีนํ สตฺตานํ เยภุยฺเยน โยนิโสมนสิการวนฺตตาย ปุพฺเพ จ กตปุญฺญตาพเลน อุตุอาทิสมฺปนฺนเมว อโหสิ. เตน วุตฺตํ ‘‘อุตุปจฺจยาทิสมฺปนฺนตฺตา’’ติ. อาทิ-สทฺเทน โภชนาทิสมฺปตฺตึ สงฺคณฺหาติ. เกจิ ปน ‘‘ปุพฺเพ กุรุวตฺตธมฺมานุฏฺฐานวาสนาย อุตฺตรกุรุ วิย เยภุยฺเยน อุตุอาทิสมฺปนฺนเมว โหนฺตํ ภควโต กาเล สาติสยํ อุตุสปฺปายาทิยุตฺตํ ตํ รฏฺฐํ อโหสี’’ติ วทนฺติ. จิตฺตสรีรกลฺลตายาติ จิตฺตสฺส สรีรสฺส จ อโรคตาย. อนุคฺคหิตปญฺญาพลาติ ลทฺธุปการญาณานุภาวา, อนุ อนุ วา อาจิณฺณปญฺญาเตชา. เอกวีสติยา ฐาเนสูติ กายานุปสฺสนาวเสน จุทฺทสสุฐาเนสุ, เวทนานุปสฺสนาวเสน เอกสฺมึ ฐาเน, ตถา จิตฺตานุปสฺสนาวเสน, ธมฺมานุปสฺสนาวเสน ปญฺจสุ ฐาเนสูติ เอวํ เอกวีสติยา ฐาเนสุ. กมฺมฏฺฐานํ อรหตฺเต ปกฺขิปิตฺวาติ จตุสจฺจกมฺมฏฺฐานํ ยถา อรหตฺตํ ปาเปติ, เอวํ เทสนาวเสน อรหตฺเต ปกฺขิปิตฺวา. สุวณฺณจงฺโกฏกสุวณฺณมญฺชูสาสุ ปกฺขิตฺตานิ สุมนจมฺปกาทินานาปุปฺผานิ มณิปุตฺตาทิสตฺตรตนานิ จ ยถา ภาชนสมฺปตฺติยา สวิเสสํ โสภนฺติ, กิจฺจกรานิ จ โหนฺติ มนุญฺญาภาวโต, เอวํ สีลทสฺสนาทิสมฺปตฺติยา ภาชนวิเสสภูตาย กุรุรฏฺฐวาสิปริสาย เทสิตา จ ภควโต อยํ เทสนา ภิยฺโยโสมตฺตาย โสภติ, กิจฺจการี จ โหตีติ อิมมตฺถํ ทสฺเสติ ‘‘ยถา หิ ปุริโส’’ติอาทินา. เอตฺถาติ กุรุรฏฺเฐ.
ปกติยาติ สรสโต, อิมิสฺสา สติปฏฺฐานสุตฺตเทสนาย ปุพฺเพปีติ อธิปฺปาโย. อนุยุตฺตา วิหรนฺติ สตฺถุ เทสนานุสารโตติ อธิปฺปาโย. วิสฺสฏฺฐอตฺตภาวนาติ อนิจฺจาทิวเสน กิสฺมิญฺจิ โยนิโสมนสิกาเร จิตฺตํ อนิโยเชตฺวา รูปาทิอารมฺมเณ อภิรติวเสน วิสฺสฏฺฐจิตฺเตน ภวิตุํ น วฏฺฏติ, ปมาทวิหารํ ปหาย อปฺปมตฺเตน ภวิตพฺพนฺติ อธิปฺปาโย.
เอกายโนติ เอตฺถ อยน-สทฺโท มคฺคปริยาโย. น เกวลมยนเมว, อถ โข อญฺเญปิ พหู มคฺคปริยายาติ ปทุทฺธารํ กโรนฺโต ‘‘มคฺคสฺส หี’’ติอาทิ วตฺวา ยทิ มคฺคปริยาโย อยน-สทฺโท, กสฺมา ปุน มคฺโคติ วุตฺตนฺติ โจทนํ สนฺธายาห ‘‘ตสฺมา’’ติอาทิ. ตตฺถ เอกมคฺโคติ เอโก เอว มคฺโค. น หิ นิพฺพานคามี มคฺโค อญฺโญ อตฺถีติ. นนุ สติปฏฺฐานํ อิธ ‘‘มคฺโค’’ติ อธิปฺเปตํ, ตทญฺเญ จ พหู มคฺคธมฺมา อตฺถีติ? สจฺจํ อตฺถิ, เต ปน สติปฏฺฐานคฺคหเณเนว คหิตา ตทวินาภาวโต. ตถา หิ ญาณวีริยาทโย นิทฺเทเส คหิตา. อุทฺเทเส ปน สติยา เอว คหณํ เวเนยฺยชฺฌาสยวเสนาติ ทฏฺฐพฺพํ. น เทฺวธาปถภูโตติ อิมินา อิมสฺส มคฺคสฺส อเนกมคฺคตาภาวํ วิย อนิพฺพานคามิภาวาภาวญฺจ ทสฺเสติ. เอเกนาติ อสหาเยน. อสหายตา จ ทุวิธา อตฺตทุติยตาภาเวน วา, ยา ‘‘วูปกฏฺฐกายตา’’ติ วุจฺจติ, ตณฺหาทุติยตาภาเวน วา, ยา ‘‘ปวิวิตฺตจิตฺตตา’’ติ วุจฺจติ. เตนาห ‘‘วูปกฏฺเฐน ปวิวิตฺตจิตฺเตนา’’ติ. เสฏฺโฐปิ โลเก ‘‘เอโก’’ติ วุจฺจติ ‘‘ยาว ปเร เอกโต กโรสี’’ติอาทีสูติ อาห ‘‘เอกสฺสาติ เสฏฺฐสฺสา’’ติ. ยทิ สํสารโต นิสฺสรณฏฺโฐ อยนฏฺโฐ อญฺเญสมฺปิ อุปนิสฺสยสมฺปนฺนานํ สาธารโณ กถํ ภควโตติ อาห ‘‘กิญฺจาปี’’ติอาทิ. อิมสฺมึ โขติ เอตฺถ โข-สทฺโท อวธารเณ, ตสฺมา อิมสฺมึ เยวาติ อตฺโถ. เทสนาเภโทเยว เหโส, ยทิทํ มคฺโคติ วา อยโนติ วา. เตนาห ‘‘อตฺโถ ปเนโก’’ติ.
นานามุขภาวนานยปฺปวตฺโตติ กายานุปสฺสนาทิมุเขน ตตฺถาปิ อานาปานาทิมุเขน ภาวนานเยน ปวตฺโต. เอกายนนฺติ เอกคามินํ, นิพฺพานคามินนฺติ อตฺโถ. นิพฺพานญฺหิ อทุติยตฺตา เสฏฺฐตฺตา จ ‘‘เอก’’นฺติ วุจฺจติ. ยถาห ‘‘เอกญฺหิ สจฺจํ น ทุตียมตฺถี’’ติ (สุ. นิ. ๘๙๐) ‘‘ยาวตา, ภิกฺขเว, ธมฺมา สงฺขตา วา อสงฺขตา วา, วิราโค เตสํ อคฺคมกฺขายตี’’ติ (อ. นิ. ๔.๓๔; อิติวุ. ๙๐) จ. ขโย เอว อนฺโตติ ขยนฺโต, ชาติยา ขยนฺตํ ทิฏฺฐวาติ ชาติขยนฺตทสฺสี. อวิภาเคน สพฺเพปิ สตฺเต หิเตน อนุกมฺปตีติ หิตานุกมฺปี. อตรึสูติ ตรึสุ. ปุพฺเพติ ปุริมกา พุทฺธา, ปุพฺเพ วา อตีตกาเล.
ตนฺติ ตํ เตสํ วจนํ, ตํ วา กิริยาวุตฺติวาจกตฺตํ น ยุชฺชติ. น หิ สงฺเขยฺยปฺปธานตาย สตฺตวาจิโน เอก-สทฺทสฺส กิริยาวุตฺติวาจกตา อตฺถิ. ‘‘สกิมฺปิ อุทฺธํ คจฺเฉยฺยา’’ติอาทีสุ (อ. นิ. ๗.๗๒) วิย ‘‘สกึ อยโน’’ติ อิมินา พฺยญฺชเนน ภวิตพฺพํ. เอวํ อตฺถํ โยเชตฺวาติ เอวํ ปทตฺถํ โยเชตฺวา. อุภยถาปีติ ปุริมนเยน ปจฺฉิมนเยน จ. น ยุชฺชติ อิธาธิปฺเปตมคฺคสฺส อเนกวารํ ปวตฺติสพฺภาวโต. เตนาห ‘‘กสฺมา’’ติอาทิ. อเนกวารมฺปิ อยตีติ ปุริมนยสฺส, อเนกญฺจสฺส อยนํ โหตีติ ปจฺฉิมนยสฺส จ ปฏิกฺเขโป.
อิมสฺมึ ปเทติ ‘‘เอกายโน อยํ ภิกฺขเว มคฺโค’’ติ อิมสฺมึ วาเกฺย, อิมสฺมึ วา ‘‘ปุพฺพภาคมคฺโค โลกุตฺตรมคฺโค’’ติ สํสยฏฺฐาเน. มิสฺสกมคฺโคติ โลกิเยน มิสฺสโก โลกุตฺตรมคฺโค. วิสุทฺธิอาทีนํ นิปฺปริยายเหตุํ สงฺคณฺหนฺโต อาจริยตฺเถโร ‘‘มิสฺสกมคฺโค’’ติ อาห, อิตโร ปริยายเหตุ อิธาธิปฺเปโตติ ‘‘ปุพฺพภาคมคฺโค’’ติ.
สทฺทํ สุตฺวาวาติ ‘‘กาโล, ภนฺเต, ธมฺมสฺสวนายา’’ติ กาลาโรจนสทฺทํ สุตฺวา. เอวํ อุกฺขิปิตฺวาติ. เอวํ ‘‘มธุรํ อิมํ กุหึ ฉฑฺเฑมา’’ติ อฉฑฺเฑนฺตา อุจฺฉุภารํ วิย ปคฺคเหตฺวา น วิจรนฺติ. อาลุเฬตีติ วิลุฬิโต อากุโล โหตีติ อตฺโถ. เอกายนมคฺโค วุจฺจติ ปุพฺพภาคสติปฏฺฐานมคฺโคติ. เอตฺตาวตา อิธาธิปฺเปตตฺเถ สิทฺเธ ตสฺเสว อลงฺการตฺถํ โส ปน ยสฺส ปุพฺพภาคมคฺโค, ตํ ทสฺเสตุํ ‘‘มคฺคานฏฺฐงฺคิโก’’ติอาทิกา คาถาปิ ปฏิสมฺภิทามคฺคโตว อาเนตฺวา ฐปิตา.
นิพฺพานคมนฏฺเฐนาติ นิพฺพานํ คจฺฉติ อธิคจฺฉติ เอเตนาติ นิพฺพานคมนํ, โส เอว อวิปรีตสภาวตาย อตฺโถ, เตน นิพฺพานคมนฏฺเฐน, นิพฺพานาธิคมุปายตายาติ อตฺโถ. มคฺคนียฏฺเฐนาติ คเวสิตพฺพตาย, ‘‘คมนียฏฺเฐนา’’ติ วา ปาโฐ, อุปคนฺตพฺพตฺตาติ อตฺโถ. ราคาทีหีติ. อิมินา ราคโทสโมหานํเยว คหณํ ‘‘ราโค มลํ, โทโส มลํ, โมโห มล’’นฺติ (วิภ. ๙๒๔) วจนโต. ‘‘อภิชฺฌาวิสมโลภาทีหี’’ติ ปน อิมินา สพฺเพสมฺปิ อุปกฺกิเลสานํ สงฺคณฺหนตฺถํ เต วิสุํ อุทฺธฏา. สตฺตานํ วิสุทฺธิยาติ วุตฺตสฺส อตฺถสฺส เอกนฺติกตํ ทสฺเสนฺโต ‘‘ตถา หี’’ติอาทิมาห. กามํ ‘‘วิสุทฺธิยา’’ติ สามญฺญโชตนา, จิตฺตวิสุทฺธิ เอว ปเนตฺถ อธิปฺเปตาติ ทสฺเสตุํ ‘‘รูปมลวเสน ปนา’’ติอาทิ วุตฺตํ. น เกวลํ อฏฺฐกถาวจนเมว, อถ โข อิทเมตฺถ อาหจฺจภาสิตนฺติ ทสฺเสนฺโต ‘‘ตถา หี’’ติอาทิมาห.
สา ปนายํ จิตฺตวิสุทฺธิ สิชฺฌมานา ยสฺมา โสกาทีนํ อนุปฺปาทาย สํวตฺตติ, ตสฺมา วุตฺตํ ‘‘โสกปริเทวานํ สมติกฺกมายา’’ติอาทิ. ตตฺถ โสจนํ ญาติพฺยสนาทินิมิตฺตํ เจตโส สนฺตาโป อนฺโตนิชฺฌานํ โสโก. ญาติพฺยสนาทินิมิตฺตเมว โสกาธิกตาย ‘‘กหํ, เอกปุตฺตก, กหํ, เอกปุตฺตกา’’ติ ปริเทววเสน ลปนํ ปริเทโว, อายตึ อนุปฺปชฺชนํ อิธ สมติกฺกโมติ อาห ‘‘ปหานายา’’ติ. ตํ ปนสฺส สมติกฺกมาวหตํ นิทสฺสนวเสน ทสฺเสนฺโต ‘‘อยํ หี’’ติอาทิมาห.
ตตฺถ ยํ ปุพฺเพ ตํ วิโสเธหีติ อตีเตสุ ขนฺเธสุ ตณฺหาสํกิเลสวิโสธนํ วุตฺตํ. ปจฺฉาติ ปรโต. เตติ ตุยฺหํ. มาหูติ มา อหุ. กิญฺจนนฺติ ราคาทิกิญฺจนํ. เอเตน อนาคเตสุ ขนฺเธสุ สํกิเลสวิโสธนํ วุตฺตํ. มชฺเฌติ ตทุภยเวมชฺเฌ. โน เจ คเหสฺสสีติ น อุปาทิยิสฺสสิ เจ. เอเตน ปจฺจุปฺปนฺเน ขนฺธปพนฺเธ อุปาทานปฺปวตฺติ วุตฺตา. อุปสนฺโต จริสฺสสีติ เอวํ อทฺธตฺตยคตสํกิเลสวิโสธเน สติ นิพฺพุตสพฺพปริฬาหตาย อุปสนฺโต หุตฺวา วิหริสฺสสีติ อรหตฺตนิกูเฏน คาถํ นิฏฺฐเปสิ. เตนาห ‘‘อิมํ คาถ’’นฺติอาทิ.
ปุตฺตาติ โอรสา, อญฺเญปิ วา เย เกจิ. ปิตาติ ชนโก. พนฺธวาติ ญาตกา. อยเญฺหตฺถ อตฺโถ – ปุตฺตา วา ปิตา วา พนฺธวา วา อนฺตเกน มจฺจุนา อธิปนฺนสฺส อภิภูตสฺส มรณโต ตาณาย น โหนฺติ, ตสฺมา นตฺถิ ญาตีสุ ตาณตาติ. น หิ ญาตีนํ วเสน มรณโต อารกฺขา อตฺถิ, ตสฺมา ปฏาจาเร ‘‘อุโภ ปุตฺตา กาลกตา’’ติอาทินา (อป. เถรี ๒.๒.๔๙๘) มา นิรตฺถกํ ปริเทวิ, ธมฺมํเยว ปน ยาถาวโต ปสฺสาติ อธิปฺปาโย.
โสตาปตฺติผเล ปติฏฺฐิตาติ ยถานุโลมํ ปวตฺติตาย สามุกฺกํสิกาย ธมฺมเทสนาย ปริโยสาเน สหสฺสนยปฏิมณฺฑิเต โสตาปตฺติผเล ปติฏฺฐหิ. กถํ ปนายํ สติปฏฺฐานมคฺควเสน โสตาปตฺติผเล ปติฏฺฐาสีติ อาห ‘‘ยสฺมา ปนา’’ติอาทิ. น หิ จตุสจฺจกมฺมฏฺฐานกถาย วินา สาวกานํ อริยมคฺคาธิคโม อตฺถิ. ‘‘อิมํ คาถํ สุตฺวา’’ติ ปน อิทํ โสกวิโนทนวเสน ปวตฺติตาย คาถาย ปฐมํ สุตตฺตา วุตฺตํ. เอส นโย อิตรคาถายปิ. ภาวนาติ ปญฺญาภาวนา. สา หิ อิธาธิปฺเปตา. ตสฺมาติ ยสฺมา รูปาทีนํ อนิจฺจาทิโต อนุปสฺสนาปิ สติปฏฺฐานภาวนา, ตสฺมา. เตปีติ สนฺตติมหามตฺตปฏาจารา.
ปญฺจสเต โจเรติ สตสตโจรปริวาเร ปญฺจ โจเร ปฏิปาฏิยา เปเสสิ. เต อรญฺญํ ปวิสิตฺวา เถรํ ปริเยสนฺตา อนุกฺกเมน เถรสฺส สมีเป สมาคจฺฉึสุ. เตนาห ‘‘เต คนฺตฺวา เถรํ ปริวาเรตฺวา นิสีทึสู’’ติ. เวทนํ วิกฺขมฺเภตฺวา ปีติปาโมชฺชํ อุปฺปชฺชีติ สมฺพนฺโธ. เถรสฺส หิ สีลํ ปจฺจเวกฺขโต สุปริสุทฺธํ สีลํ นิสฺสาย อุฬารํ ปีติปาโมชฺชํ อุปฺปชฺชมานํ อูรุฏฺฐิเภทชนิตํ ทุกฺขเวทนํ วิกฺขมฺเภสิ. ปาทานีติ ปาเท. สญฺญเปสฺสามีติ สญฺญตฺตึ กริสฺสามิ. อฑฺฑิยามีติ ชิคุจฺฉามิ. หรายามีติ ลชฺชามิ. วิปสฺสิสนฺติ สมฺมสึ.
ปจลายนฺตานนฺติ ปจลายนํ นิทฺทํ อุปคตานํ. วตสมฺปนฺโนติ ธุตจรณสมฺปนฺโน. ปมาทนฺติ ปจลายนํ สนฺธายาห. โอรุทฺธมานโสติ อุปรุทฺธอธิจิตฺโต. ปญฺชรสฺมินฺติ สรีเร. สรีรญฺหิ นฺหารุสมฺพนฺธอฏฺฐิสงฺฆาตตาย อิธ ‘‘ปญฺชร’’นฺติ วุตฺตํ.
ปีตวณฺณาย ปฏากาย ปริหรณโต มลฺลยุทฺธจิตฺตกตาย จ ปีตมลฺโล. ตีสุ รชฺเชสูติ ปณฺฑุโจฬโคฬรชฺเชสุ. มลฺลา สีหฬทีเป สกฺการสมฺมานํ ลภนฺตีติ ตมฺพปณฺณิทีปํ อาคมฺม. ตํเยว องฺกุสํ กตฺวาติ ‘‘รูปาทโย ‘มมา’ติ น คเหตพฺพา’’ติ น ตุมฺหากวคฺเคน (สํ. นิ. ๓.๓๓-๓๔) ปกาสิตมตฺถํ อตฺตโน จิตฺตมตฺตหตฺถิโน องฺกุสํ กตฺวา. ชณฺณุเกหิ จงฺกมติ ‘‘นิสินฺเน นิทฺทาย อวสโร โหตี’’ติ. พฺยากริตฺวาติ อตฺตโน วีริยารมฺภสฺส สผลตาปเวทนมุเขน สพฺรหฺมจารีนํ อุสฺสาหํ ชเนนฺโต อญฺญํ พฺยากริตฺวา. ภาสิตนฺติ วจนํ. กสฺส ปน ตนฺติ อาห ‘‘พุทฺธเสฏฺฐสฺส,สพฺพโลกคฺควาทิโน’’ติ. น ตุมฺหากนฺติอาทิ ตสฺส ปวตฺติอาการทสฺสนํ. ตยิทํ เม สงฺขารานํ อจฺจนฺตวูปสมการณนฺติ ทสฺเสนฺโต ‘‘อนิจฺจา วตา’’ติ คาถํ อาหริ. เตน อิทานาหํ สงฺขารานํ ขเณ ขเณ ภงฺคสงฺขาตสฺส โรคสฺส อภาเวน อโรโค ปรินิพฺพุโตติ ทสฺเสติ.
อสฺสาติ สกฺกสฺส. อุปปตฺตีติ เทวูปปตฺติ. ปุนปากติกาว อโหสิ สกฺกภาเวเนว อุปปนฺนตฺตา. สุพฺรหฺมาติ เอวํ นาโม. อจฺฉรานํ นิรยูปปตฺตึ ทิสฺวา ตโต ปภุติ สตตํ ปวตฺตมานํ อตฺตโน จิตฺตุตฺราสํ สนฺธายาห ‘‘นิจฺจํ อุตฺรสฺตมิทํ จิตฺต’’นฺติอาทิ. ตตฺถ อุตฺรสฺตนฺติ สนฺตสฺตํ ภีตํ. อุพฺพิคฺคนฺติ สํวิคฺคํ. อุตฺรสฺตนฺติ วา สํวิคฺคํ. อุพฺพิคฺคนฺติ ภยวเสน สห กาเยน สญฺจลิตํ. อนุปฺปนฺเนสูติ อนาคเตสุ. กิจฺเฉสูติ ทุกฺเขสุ. นิมิตฺตตฺเถ ภุมฺมวจนํ, ภาวีทุกฺขปวตฺตินิมิตฺตนฺติ อตฺโถ. อุปฺปติเตสูติ อุปฺปนฺเนสุ กิจฺเฉสูติ โยชนา, ตทา อตฺตโน ปริวารสฺส อุปฺปนฺนทุกฺขนิมิตฺตนฺติ อธิปฺปาโย.
โพชฺฌาติ โพธิโต, อริยมคฺคโตติ อตฺโถ. อญฺญตฺราติ จ ปทํ อเปกฺขิตฺวา นิสฺสกฺกวจนํ, ตสฺมา โพธึ ฐเปตฺวาติ อตฺโถ. เอส นโย เสเสสุปิ. ตปสาติ ตโปกมฺมโต. เตน มคฺคาธิคมสฺส อุปายภูตํ ธุตงฺคเสวนาทิสลฺเลขปฏิปทํ ทสฺเสติ. อินฺทฺริยสํวราติ มนจฺฉฏฺฐานํ อินฺทฺริยานํ สํวรณโต. เอเตน สติสํวรสีเสน สพฺพมฺปิ สํวรสีลํ, ลกฺขณหารนเยน วา สพฺพมฺปิ จตุปาริสุทฺธิสีลํ ทสฺเสติ. สพฺพนิสฺสคฺคาติ สพฺพุปธินิสฺสชฺชนโต สพฺพกิเลสปฺปหานโต. กิเลเสสุ หิ นิสฺสฏฺเฐสุ กมฺมวฏฺฏํ วิปากวฏฺฏญฺจ นิสฺสฏฺฐเมว โหตีติ. โสตฺถินฺติ เขมํ อนุปทฺทวตํ.
ญายติ นิจฺฉเยน กมติ นิพฺพานํ, ตํ วา ญายติ ปฏิวิชฺฌียติ เอเตนาติ ญาโย, อริยมคฺโคติ อาห ‘‘ญาโย วุจฺจติ อริโย อฏฺฐงฺคิโก มคฺโค’’ติ. ตณฺหาวานวิรหิตตฺตาติ ตณฺหาสงฺขาตวานวิวิตฺตตฺตา. ตณฺหา หิ ขนฺเธหิ ขนฺธํ, กมฺมุนา วา ผลํ, สตฺเตหิ วา ทุกฺขํ วินติ สํสิพฺพตีติ วานนฺติ วุจฺจติ. ตยิทํ นตฺถิ เอตฺถ วานํ, น วา เอตสฺมึ อธิคเต ปุคฺคลสฺส วานนฺติ นิพฺพานํ, อสงฺขตา ธาตุ. ปรปจฺจเยน วินา ปจฺจกฺขกรณํ สจฺฉิกิริยาติ อาห ‘‘อตฺตปจฺจกฺขตายา’’ติ.
นนุ ‘‘วิสุทฺธิยา’’ติ จิตฺตวิสุทฺธิยา อธิปฺเปตตฺตา วิสุทฺธิคฺคหเณเนเวตฺถ โสกสมติกฺกมาทโยปิ คหิตา เอว โหนฺติ, เต ปุน กสฺมา คหิตาติ อนุโยคํ สนฺธาย ‘‘ตตฺถ กิญฺจาปี’’ติอาทิ วุตฺตํ. สาสนยุตฺติโกวิเทติ สจฺจปฏิจฺจสมุปฺปาทาทิลกฺขณายํ ธมฺมนีติยํ เฉเก. ตํ ตํ อตฺถํ ญาเปตีติ เย เย โพธเนยฺยปุคฺคลา สงฺเขปวิตฺถาราทิวเสน ยถา ยถา โพเธตพฺพา, อตฺตโน เทสนาวิลาเสน ภควา เต เต ตถา ตถา โพเธนฺโต ตํ ตมตฺถํ ญาเปติ. ตํ ตํ ปากฏํ กตฺวา ทสฺเสนฺโตติ อตฺถาปตฺตึ อคเณนฺโต ตํ ตํ อตฺถํ ปากฏํ กตฺวา ทสฺเสนฺโต. น หิ สมฺมาสมฺพุทฺธา อตฺถาปตฺติญาปกาทิสาธนียวจนาติ. สํวตฺตตีติ ชายติ, โหตีติ อตฺโถ. ยสฺมา อนติกฺกนฺตโสกปริเทวสฺส น กทาจิ จิตฺตวิสุทฺธิ อตฺถิ โสกปริเทวสมติกฺกมมุเขเนว จิตฺตวิสุทฺธิยา อิชฺฌนโต, ตสฺมา อาห ‘‘โสกปริเทวานํ สมติกฺกเมน โหตี’’ติ. ยสฺมา ปน โทมนสฺสปจฺจเยหิ ทุกฺขธมฺเมหิ ปุฏฺฐํ ปุถุชฺชนํ โสกาทโย อภิภวนฺติ, ปริญฺญาเตสุ จ เตสุ เต น โหนฺติ, ตสฺมา วุตฺตํ ‘‘โสกปริเทวานํ สมติกฺกโม ทุกฺขโทมนสฺสานํ อตฺถงฺคเมนา’’ติ. ญายสฺสาติ อคฺคมคฺคสฺส ตติยมคฺคสฺส จ. ตทธิคเมน หิ ยถากฺกมํ ทุกฺขโทมนสฺสานํ อตฺถงฺคโม. สจฺฉิกิริยาภิสมยสหภาวีปิ อิตราภิสมโย ตทวินาภาวโต สจฺฉิกิริยาภิสมยเหตุโก วิย วุตฺโต ‘‘ญายสฺสาธิคโม นิพฺพานสฺส สจฺฉิกิริยายา’’ติ. ผลญาเณน วา ปจฺจกฺขกรณํ สนฺธาย วุตฺตํ ‘‘นิพฺพานสฺส สจฺฉิกิริยายา’’ติ. สมฺปทานวจนญฺเจตํ ทฏฺฐพฺพํ.
วณฺณภณนนฺติ ปสํสาวจนํ. ตยิทํ น อิเธว, อถ โข อญฺญตฺถาปิ สตฺถา อกาสิเยวาติ ทสฺเสนฺโต ‘‘ยเถว หี’’ติอาทิมาห. ตตฺถอาทิมฺหิ กลฺยาณํ, อาทิ วา กลฺยาณํ เอตสฺสาติ อาทิกลฺยาณํ. เสสปททฺวเยปิ เอเสว นโย. อตฺถสมฺปตฺติยา สาตฺถํ. พฺยญฺชนสมฺปตฺติยา สพฺยญฺชนํ. สีลาทิปญฺจธมฺมกฺขนฺธปาริปูริโต อุปเนตพฺพสฺส อภาวา จ เกวลปริปุณฺณํ. นิรุปกฺกิเลสโต อปเนตพฺพสฺส อภาวา จ ปริสุทฺธํ. เสฏฺฐจริยภาวโต สาสน พฺรหฺมจริยํ มคฺคพฺรหฺมจริยญฺจ โว ปกาเสสฺสามีติ อยเมตฺถ สงฺเขโป, วิตฺถาโร ปน วิสุทฺธิมคฺเค (วิสุทฺธิ. ๑.๑๔๗) วุตฺตนเยน เวทิตพฺโพ. อริยวํสาติ อริยานํ พุทฺธาทีนํ วํสา ปเวณิโย. อคฺคญฺญาติ ‘‘อคฺคา’’ติ ชานิตพฺพา สพฺพวํเสหิ เสฏฺฐภาวโต. รตฺตญฺญาติ ‘‘จิรรตฺตา’’ติ ชานิตพฺพา. วํสญฺญาติ ‘‘พุทฺธาทีนํ วํสา’’ติ ชานิตพฺพา. โปราณาติ ปุราตนา อนธุนาตนตฺตา. อสํกิณฺณาติ อวิกิณฺณา อนปนีตา. อสํกิณฺณปุพฺพาติ ‘‘กึ อิเมหี’’ติ อริเยหิ น อปนีตปุพฺพา. น สํกียนฺตีติ อิทานิปิ เตหิ น อปนียนฺติ. น สํกียิสฺสนฺตีติ อนาคเตปิ เตหิ น อปนียิสฺสนฺติ. อปฺปฏิกุฏฺฐา…เป… วิญฺญูหีติ เย โลเก วิญฺญู สมณพฺราหฺมณา, เตหิ อปจฺจกฺขตา อนินฺทิตา, อครหิตาติ อตฺโถ. วิสุทฺธิยาติอาทีหีติ วิสุทฺธิอาทิทีปเนหิ. ปเทหีติ วาเกฺยหิ, วิสุทฺธิอตฺถตาทิเภทภินฺเนหิ วา ธมฺมโกฏฺฐาเสหิ.
อุปทฺทเวติ อนตฺเถ. วิสุทฺธินฺติ วิสุชฺฌนํ สํกิเลสปฺปหานํ. วาจุคฺคตกรณํ อุคฺคโห. ปริยาปุณนํ ปริจโย. อตฺถสฺส หทเย ฐปนํ ธารณํ. ปริวตฺตนํ วาจนํ. คนฺธารโกติ คนฺธารเทเส อุปฺปนฺโน. ปโหนฺตีติ สกฺโกนฺติ อนิยฺยานมคฺคาติ มิจฺฉามคฺคา, มิจฺฉตฺตนิยตานิยตมคฺคาปิ วา. สุวณฺณนฺติ กูฏสุวณฺณมฺปิ วุจฺจติ. ปณีติ กาจมณิปิ. มุตฺตาติ เวฬุชาปิ. ปวาฬนฺติ ปลฺลโวปิ วุจฺจตีติ รตฺตชมฺพุนทาทิปเทหิ เต วิเสสิตา.
น ตโต เหฏฺฐาติ (สํ. นิ. ฏี. ๒.๕.๓๖๗; ที. นิ. ฏี. ๒.๓๗๓) อิธาธิปฺเปตกายาทีนํ เวทนาทิสภาวตฺตาภาวา, กายเวทนาจิตฺตวิมุตฺตสฺส เตภูมกธมฺมสฺส วิสุํ วิปลฺลาสวตฺถนฺตรภาเวน คหิตตฺตา จ เหฏฺฐาคหเณสุ วิปลฺลาสวตฺถูนํ อนิฏฺฐานํ สนฺธาย วุตฺตํ, ปญฺจมสฺส ปน วิปลฺลาสวตฺถุโน อภาวา ‘‘น อุทฺธ’’นฺติ อาห. อารมฺมณวิภาเคน เหตฺถ สติปฏฺฐานวิภาโคติ. ตโย สติปฏฺฐานาติ สติปฏฺฐานสทฺทสฺส อตฺถุทฺธารทสฺสนํ, น อิธ ปาฬิยํ วุตฺตสฺส สติปฏฺฐานสทฺทสฺส อตฺถทสฺสนนฺติ. อาทีสุ หิ สติโคจโรติ เอตฺถ อาทิ-สทฺเทน ‘‘ผสฺสสมุทยา เวทนานํ สมุทโย, นามรูปสมุทยา จิตฺตสฺส สมุทโย, มนสิการสมุทยา ธมฺมานํ สมุทโย’’ติ สติปฏฺฐานาติ วุตฺตานํ สติโคจรานํ ปกาสเก สุตฺตปเทเส สงฺคณฺหาติ. เอวํ ปฏิสมฺภิทาปาฬิยมฺปิ (ปฏิ. ม. ๓.๓๔) อวเสสปาฬิปฺปเทสทสฺสนตฺโถ อาทิ-สทฺโท ทฏฺฐพฺโพ. สติยา ปฏฺฐานนฺติ สติยา ปติฏฺฐาตพฺพฏฺฐานํ. ทานาทีนิ สติยา กโรนฺตสฺส รูปาทีนิ กสิณาทีนิ จ สติยา ฐานํ โหนฺตีติ ตํนิวารณตฺถมาห ‘‘ปธานํ ฐาน’’นฺติ. ป-สทฺโท หิ อิธ ‘‘ปณีตา ธมฺมา’’ติอาทีสุ (ธ. ส. ๑๔ ติกมาติกา) วิย ปธานตฺถทีปโกติ อธิปฺปาโย.
อริโยติ อริยํ สพฺพสตฺตเสฏฺฐํ สมฺมาสมฺพุทฺธมาห. เอตฺถาติ เอตสฺมึ สฬายตนวิภงฺคสุตฺเต (ม. นิ. ๓.๓๑๑). สุตฺเตกเทเสน หิ สุตฺตํ ทสฺเสติ. ตตฺถ หิ –
‘‘ตโย สติปฏฺฐานา ยทริโย…เป… มรหตีติ อิติ โข ปเนตํ วุตฺตํ, กิญฺเจตํ ปฏิจฺจ วุตฺตํ. อิธ, ภิกฺขเว, สตฺถา สาวกานํ ธมฺมํ เทเสติ อนุกมฺปโก หิเตสี อนุกมฺปํ อุปาทาย ‘‘อิทํ โว หิตาย อิทํ โว สุขายา’ติ. ตสฺส สาวกา น สุสฺสูสนฺติ, น โสตํ โอทหนฺติ, น อญฺญา จิตฺตํ อุปฏฺฐเปนฺติ, โวกฺกมฺม จ สตฺถุสาสนา วตฺตนฺติ. ตตฺร, ภิกฺขเว, ตถาคโต น เจว อนตฺตมโน โหติ, น จ อนตฺตมนตํ ปฏิสํเวเทติ, อนวสฺสุโต จ วิหรติ สโต สมฺปชาโน. อิทํ, ภิกฺขเว, ปฐมํ สติปฏฺฐานํ, ยทริโย…เป… อรหติ.
ปุน จปรํ, ภิกฺขเว, สตฺถา…เป… อิทํ โว สุขายาติ. ตสฺส เอกจฺเจ สาวกา น สุสฺสูสนฺติ…เป… วตฺตนฺติ. เอกจฺเจ สาวกา สุสฺสูสนฺติ…เป… น จ โวกฺกมฺม สตฺถุสาสนา วตฺตนฺติ. ตตฺร, ภิกฺขเว, ตถาคโต น เจว อนตฺตมโน โหติ, น จ อนตฺตมนตํ ปฏิสํเวเทติ, น เจว อตฺตมโน โหติ, น จ อตฺตมนตํ ปฏิสํเวเทติ. อนตฺตมนตญฺจ อตฺตมนตญฺจ ตทุภยํ อภินิวชฺเชตฺวา อุเปกฺขโต วิหรติ สโต สมฺปชาโน. อิทํ วุจฺจติ, ภิกฺขเว, ทุติยํ สติปฏฺฐานํ…เป… อรหติ.
ปุน จปรํ…เป… สุขายาติ. ตสฺส สาวกา สุสฺสูสนฺติ…เป… วตฺตนฺติ. ตตฺร, ภิกฺขเว, ตถาคโต อตฺตมโน เจว โหติ, อตฺตมนตญฺจ ปฏิสํเวเทติ, อนวสฺสุโต จ วิหรติ สโต สมฺปชาโน. อิทํ วุจฺจติ, ภิกฺขเว, ตติยํ สติปฏฺฐานํ…เป… อรหตี’’ติ (ม. นิ. ๓.๓๑๑) –
เอวํ ปฏิฆานุนเยหิ อนวสฺสุตตา, นิจฺจํ อุปฏฺฐิตสฺสติตาย ตทุภยวีติวตฺตตา ‘‘สติปฏฺฐาน’’นฺติ วุตฺตา. พุทฺธานํเยว หิ นิจฺจํ อุปฏฺฐิตสฺสติตา โหติ อาเวณิกธมฺมภาวโต, น ปจฺเจกพุทฺธาทีนํ. ป-สทฺโท อารมฺภํ โชเตติ, อารมฺโภ จ ปวตฺตีติ กตฺวา อาห ‘‘ปวตฺตยิตพฺพโตติ อตฺโถ’’ติ. สติยา กรณภูตาย ปฏฺฐานํ ปฏฺฐเปตพฺพํ สติปฏฺฐานํ. อน-สทฺโท หิ พหุลวจเนน กมฺมตฺโถปิ โหตีติ.
ตถาสฺส กตฺตุอตฺโถปิ ลพฺภตีติ ‘‘ปติฏฺฐาตีติ ปฏฺฐาน’’นฺติ วุตฺตํ. ตตฺถ ป-สทฺโท ภูสตฺถวิสิฏฺฐํ ปกฺขนฺธนํ ทีเปตีติ ‘‘โอกฺกนฺติตฺวา ปกฺขนฺทิตฺวา ปวตฺตตีติ อตฺโถ’’ติ อาห. ปุน ภาวตฺถํ สติ-สทฺทํ ปฏฺฐาน-สทฺทญฺจ วณฺเณนฺโต ‘‘อถ วา’’ติอาทิมาห. เตน ปุริมวิกปฺเป สติ-สทฺโท ปฏฺฐาน-สทฺโท จ กตฺถุอตฺโถติ วิญฺญายติ. สรณฏฺเฐนาติ จิรกตสฺส จิรภาสิตสฺส จ อนุสฺสรณฏฺเฐน. อิทนฺติ ยํ ‘‘สติเยว สติปฏฺฐาน’’นฺติ วุตฺตํ, อิทํ อิธ อิมสฺมึ สุตฺตปเทเส อธิปฺเปตํ.
ยทิ เอวนฺติ ยทิ สติ เอว สติปฏฺฐานํ, สติ นาม เอโก ธมฺโม, เอวํ สนฺเต กสฺมา ‘‘สติปฏฺฐานา’’ติ พหุวจนนฺติ อาห ‘‘สติพหุตฺตา’’ติอาทิ. ยทิ พหุกา เอตา สติโย, อถ กสฺมา ‘‘มคฺโค’’ติ เอกวจนนฺติ โยชนา. มคฺคฏฺเฐนาติ นิยฺยานฏฺเฐน. นิยฺยานิโก หิ มคฺคธมฺโม, เตเนว นิยฺยานิกภาเวน เอกตฺตุปคโต เอกนฺตโต นิพฺพานํ คจฺฉติ, อตฺถิเกหิ จ ตทตฺถํ มคฺคียตีติ อตฺตนาว ปุพฺเพ วุตฺตํ ปจฺจาหรติ ‘‘วุตฺตญฺเจต’’นฺติ. ตตฺถ จตสฺโสปิ เจตาติ กายานุปสฺสนาทิวเสน จตุพฺพิธาปิ จ เอตา สติโย. อปรภาเคติ อริยมคฺคกฺขเณ. กิจฺจํ สาธยมานาติ ปุพฺพภาเค กายาทีสุ อารมฺมเณสุ สุภสญฺญาทิวิธมเนน วิสุํ วิสุํ ปวตฺติตฺวา มคฺคกฺขเณ สกึเยว ตตฺถ จตุพฺพิธสฺสปิ วิปลฺลาสสฺส สมุจฺเฉทวเสน ปหานกิจฺจํ สาธยมานา อารมฺมณกรณวเสน นิพฺพานํ คจฺฉนฺติ. จตุพฺพิธกิจฺจสาธเนเนว เหตฺถ พหุวจนนิทฺเทโส. เอวญฺจ สตีติ มคฺคฏฺเฐน เอกตฺตํ อุปาทาย ‘‘มคฺโค’’ติ เอกวจเนน อารมฺมณเภเทน จตุพฺพิธตํ อุปาทาย ‘‘จตฺตาโร’’ติ จ วตฺตพฺพตาย สติวิชฺชมานตฺตา. วจนานุสนฺธินา ‘‘เอกายโน อย’’นฺติอาทิกา เทสนา สานุสนฺธิกาว, น อนนุสนฺธิกาติ อธิปฺปาโย. วุตฺตเมวตฺถํ นิทสฺสเนน ปฏิปาเทตุํ ‘‘มารเสนปฺปมทฺทน’’นฺติ สุตฺตปทํ (สํ. นิ. ๕.๒๒๔) อาเนตฺวา ‘‘ยถา’’ติอาทินา นิทสฺสนํ สํสนฺเทติ. ตสฺมาติอาทิ นิคมนํ.
วิเสสโต กาโย จ เวทนา จ อสฺสาทสฺสการณนฺติ ตปฺปหานตฺถํ เตสุ ตณฺหาวตฺถูสุ โอฬาริกสุขุเมสุ อสุภทุกฺขภาวทสฺสนานิ มนฺทติกฺขปญฺเญหิ ตณฺหาจริเตหิ สุกรานีติ ตานิ เตสํ ‘‘วิสุทฺธิมคฺโค’’ติ วุตฺตานิ ตถา ‘‘นิจฺจํ อตฺตา’’ติ อภินิเวสวตฺถุตาย ทิฏฺฐิยา วิเสสการเณสุ จิตฺตธมฺเมสุ อนิจฺจานตฺตตาทสฺสนานิ สราคาทิวเสน สญฺญาผสฺสาทิวเสน นีวรณาทิวเสน จ นาติปฺปเภทอติปฺปเภทคเตสุ เตสุ ตปฺปหานตฺถํ มนฺทติกฺขปญฺญานํ ทิฏฺฐิจริตานํ สุกรานีติ เตสํ ตานิ ‘‘วิสุทฺธิมคฺโค’’ติ วุตฺตานิ. เอตฺถ จ ยถา จิตฺตธมฺมานมฺปิ ตณฺหาย วตฺถุภาโว สมฺภวติ, ตถา กายเวทนานมฺปิ ทิฏฺฐิยาติ สติปิ เนสํ จตุนฺนมฺปิ ตณฺหาทิฏฺฐิยา วตฺถุภาเว โย ยสฺส สาติสยปจฺจโย, ตํทสฺสนตฺถํ วิเสสคฺคหณํ กตนฺติ ทฏฺฐพฺพํ. ติกฺขปญฺญสมถยานิโก โอฬาริการมฺมณํ ปริคฺคณฺหนฺโต ตตฺถ อฏฺฐตฺวา ฌานํ สมาปชฺชิตฺวา วุฏฺฐาย เวทนํ ปริคฺคณฺหาตีติ วุตฺตํ. ‘‘โอฬาริการมฺมเณ อสณฺฐหนโต’’ติ. วิปสฺสนายานิกสฺส ปน สุขุเม จิตฺเต ธมฺเมสุ จ จิตฺตํ ปกฺขนฺทตีติ จิตฺตธมฺมานุปสฺสนานํ มนฺทติกฺขปญฺญาวิปสฺสนายานิกานํ วิสุทฺธิมคฺคตา วุตฺตา.
เตสํ ตตฺถาติ เอตฺถ ตตฺถ-สทฺทสฺส ‘‘ปหานตฺถ’’นฺติ เอเตน โยชนา. ปรโต เตสํ ตตฺถาติ เอตฺถาปิ เอเสวนโย. ปญฺจ กามคุณา สวิเสสา กาเย ลพฺภนฺตีติ วิเสเสน กาโย กาโมฆสฺส วตฺถุ, ภเวสุ สุขคฺคหณวเสน ภวสฺสาโท โหติ ภโวฆสฺส เวทนา วตฺถุ, สนฺตติฆนคหณวเสน วิเสสโต จิตฺเต อตฺตาภินิเวโส โหตีติ ทิฏฺโฐฆสฺส จิตฺตํ วตฺถุ, ธมฺเมสุ วินิพฺโภคสฺส ทุกฺกรตฺตา ธมฺมานํ ธมฺมมตฺตตาย ทุปฺปฏิวิชฺฌตฺตา สมฺโมโห โหตีติ อวิชฺโชฆสฺส ธมฺมา วตฺถุ, ตสฺมา เตสํ ปหานตฺถํ จตฺตาโรว วุตฺตา.
ยทคฺเคน จ กาโย กาโมฆสฺส วตฺถุ, ตทคฺเคน อภิชฺฌากายคนฺถสฺส วตฺถุ, ทุกฺขาย เวทนาย ปฏิฆานุสโย อนุเสตีติ ทุกฺขทุกฺขวิปริณามทุกฺขสงฺขารทุกฺขภูตา เวทนา วิเสเสน พฺยาปาทกายคนฺถสฺส วตฺถุ, จิตฺเต นิจฺจคฺคหณวเสน สสฺสตสฺส อตฺตโน สีเลน สุทฺธีติอาทิ ปรามสนํ โหตีติ สีลพฺพตปรามาสสฺส จิตฺตํ วตฺถุ, นามรูปปริจฺเฉเทน ภูตํ ภูตโต อปสฺสนฺตสฺส ภววิภวทิฏฺฐิสงฺขาโต อิทํสจฺจาภินิเวโส โหตีติ ตสฺส ธมฺมา วตฺถุ, สุขเวทนาสฺสาทวเสน ปรโลกนิรเปกฺโข ‘‘นตฺถิ ทินฺน’’นฺติอาทิกํ ปรามาสํ อุปฺปาเทตีติ ทิฏฺฐุปาทานสฺส เวทนา วตฺถุ สนฺตติฆนคหณวเสน สราคาทิจิตฺเต สมฺโมโห โหตีติ โมหาคติยา จิตฺตํ วตฺถุ, ธมฺมสภาวานวโพเธน ภยํ โหตีติ ภยาคติยา ธมฺมา วตฺถุ. เย ปเนตฺถ อวุตฺตา, เตสํ วุตฺตนเยน วตฺถุภาโว โยเชตพฺโพ. ตถา หิ โอเฆสุ วุตฺตนยา เอว โยคาสเวสุปิ โยชนา อตฺถโต อภินฺนตฺตา. ตถา ปฐโมฆตติยจตุตฺถคนฺถโยชนาย วุตฺตนยา เอว กายจิตฺตธมฺมานํ อิตรูปาทานวตฺถุตา โยชนา, ตถา กาโมฆพฺยาปาทกายคนฺถโยชนาย วุตฺตนยา เอว กายเวทนานํ ฉนฺทโทสาคติ วตฺถุตา โยชนา วา.
‘‘อาหารสมุทยา กายสมุทโย, ผสฺสสมุทยา เวทนาสมุทโย, (สํ. นิ. ๕.๔๐๘) สงฺขารปจฺจยา วิญฺญาณํ, วิญฺญาณปจฺจยา นามรูป’’นฺติ (ม. นิ. ๓.๑๒๖; อุทา. ๑; วิภ. ๒๒๕) วจนโต กายาทีนํ สมุทยภูตา กพฬีการาหารผสฺสมโนสญฺเจตนาวิญฺญาณาหารา กายาทิปริชานเนน ปริญฺญาตา โหนฺตีติ อาห ‘‘จตุพฺพิธาหารปริญฺญตฺถ’’นฺติ ปกรณนโยติ เนตฺติปกรณวเสน สุตฺตนฺตสํวณฺณนานโย.
สรณวเสนาติ กายาทีนํ กุสลาทิธมฺมานญฺจ อุปธารณวเสน. สรนฺติ คจฺฉนฺติ นิพฺพานํ เอตายาติ สตีติ อิมสฺมึ อตฺเถ เอกตฺเต เอกสภาเว นิพฺพาเน สโมสรณํ สมาคโม เอกตฺตสโมสรณํ. เอตเทว หิ ทสฺเสตุํ ‘‘ยถา หี’’ติอาทิ วุตฺตํ. เอกนิพฺพานปเวสเหตุภูตา วา สมานตา เอโก สติปฏฺฐานสฺส ภาโว เอกตฺตํ, ตตฺถ สโมสรณํ ตํสภาคตา เอกตฺตสโมสรณํ. เอกนิพฺพานปเวสเหตุภาวํ ปน ทสฺเสตุํ ‘‘ยถา หี’’ติอาทิมาห. เอตสฺมึ อตฺเถ สรเณกตฺตสโมสรณานิ สเหว สติปฏฺฐาเนกภาวสฺส การณตฺเถน วุตฺตานีติ ทฏฺฐพฺพานิ, ปุริมสฺมึ วิสุํ. สรณวเสนาติ วา ‘‘คมนวเสนา’’ติ อตฺเถ สติ ตเทว คมนํ สโมสรณนฺติ, สโมสรเณ วา สติสทฺทตฺถวเสน อวุจฺจมาเน ธารณตาว สตีติ สติสทฺทตฺถนฺตราภาวา ปุริมํ สติภาวสฺส การณํ, ปจฺฉิมํ เอกภาวสฺสาติ นิพฺพานสโมสรเณปิ สหิตาเนว ตานิ สติปฏฺฐาเนกภาวสฺส การณานิ วุตฺตานิ โหนฺติ. จุทฺทสวิเธน,นววิเธน, โสฬสวิเธน, ปญฺจวิเธนาติ อิทํ อุปริ ปาฬิยํ (ม. นิ. ๑.๑๐๗) อาคตานํ อานาปานปพฺพาทีนํ วเสน วุตฺตํ, เตสํ ปน อนฺตรเภทวเสน ตทนุคตเภทวเสน จ ภาวนาย อเนกวิธตา ลพฺภติเยว. จตูสุ ทิสาสุ อุฏฺฐานกภณฺฑสทิสตา กายานุปสฺสนาทิตํตํสติปฏฺฐานภาวนานุภาวสฺส ทฏฺฐพฺพา.
‘‘โคจเร, ภิกฺขเว, จรถ สเก เปตฺติเก วิสเย’’ติอาทิวจนโต (ที. นิ. ๓.๘๐; สํ. นิ. ๕.๓๗๒) ภิกฺขุโคจรา เอเต ธมฺมา, ยทิทํ กายานุปสฺสนาทโย. ตตฺถ ยสฺมา กายานุปสฺสนาทิปฏิปตฺติยา ภิกฺขุ โหติ, ตสฺมา ‘‘กายานุปสฺสี วิหรตี’’ติอาทินา ภิกฺขุํ ทสฺเสติ, ภิกฺขุมฺหิ ตํ นิยมโตติ อาห ‘‘ปฏิปตฺติยา ภิกฺขุภาวทสฺสนโต’’ติ. สตฺถุ จริยานุวิธายกตฺตา สกลสาสนสมฺปฏิคฺคาหกตฺตา จ สพฺพปฺปการาย อนุสาสนิยา ภาชนภาโว.
สมํ จเรยฺยาติ กายาทิวิสมจริยํ ปหาย กายาทีหิ สมํ จเรยฺย. ราคาทิวูปสเมน สนฺโต. อินฺทฺริยทเมน ทนฺโต. จตุมคฺคนิยาเมน นิยโต. เสฏฺฐจริตาย พฺรหฺมจารี. กายทณฺฑาทิโอโรปเนน นิธาย ทณฺฑํ. อริยภาเว ฐิโต โส เอวรูโป พาหิตปาปสมิตปาปภินฺนกิเลสตาหิ พฺราหฺมโณ สมโณ ภิกฺขูติ เวทิตพฺโพ.
‘‘อยญฺเจว กาโย พหิทฺโธ จ นามรูป’’นฺติอาทีสุ (ที. นิ. ฏี. ๒.๓๗๓) ขนฺธปญฺจกํ, ‘‘สุขญฺจ กาเยน ปฏิสํเวเทตี’’ติอาทีสุ (ม. นิ. ๑.๒๗๑, ๒๘๗; ปารา. ๑๑) นามกาโย กาโยติ วุจฺจตีติ ตโต วิเสสนตฺถํ ‘‘กาเยติ รูปกาเย’’ติ อาห.
อสมฺมิสฺสโตติ ‘‘เวทนาทโยปิ เอตฺถ สิตา เอตฺถ ปฏิพทฺธา’’ติ กาเย เวทนาทิอนุปสฺสนาปสงฺเคปิ อาปนฺเน ตโต อสมฺมิสฺสโตติ อตฺโถ. สมูหวิสยตาย จสฺส กาย-สทฺทสฺส สมุทายุปาทานตาย จ อสุภาการสฺส ‘‘กาเย’’ติ เอกวจนํ, ตถา อารมฺมณาทิวิภาเคน อเนกเภทภินฺนมฺปิ จิตฺตํ จิตฺตภาวสามญฺเญน เอกชฺฌํ คเหตฺวา ‘‘จิตฺเต’’ติ เอกวจนํ, เวทนา ปน สุขาทิเภทภินฺนา วิสุํ วิสุํ อนุปสฺสิตพฺพาติ ทสฺเสนฺเตน ‘‘เวทนาสู’’ติ พหุวจเนน วุตฺตา, ตเถว จ นิทฺเทโส ปวตฺติโต, ธมฺมา จ ปโรปณฺณาสเภทา อนุปสฺสิตพฺพากาเรน จ อเนกเภทา เอวาติ เตปิ พหุวจนวเสเนว วุตฺตา. อวยวีคาห-สมญฺญาติธาวน-สาราทานาภินิเวสนิเสธนตฺถํ กายํ องฺคปจฺจงฺเคหิ, ตานิ จ เกสาทีหิ, เกสาทิเก จ ภูตุปาทายรูเปหิ วินิพฺภุชฺชนฺโต ‘‘ตถา น กาเย’’ติอาทิมาห. ปาสาทาทินคราวยวสมูเห อวยวีวาทิโนปิ อวยวีคาหํ น กโรนฺติ, นครํ นาม โกจิ อตฺโถ อตฺถีติ ปน เกสญฺจิ สมญฺญาติธาวนํ สิยาติ อิตฺถิปุริสาทิสมญฺญาติธาวเน นครนิทสฺสนํ วุตฺตํ. องฺคปจฺจงฺคสมูโห, เกสโลมาทิสมูโห ภูตุปาทายสมูโห จ ยถาวุตฺตสมูเห ตพฺพินิมุตฺโต กาโยปิ นาม โกจิ นตฺถิ, ปเคว อิตฺถิอาทโยติ อาห ‘‘กาโย วา…เป… ทิสฺสตี’’ติ. โกจิ ธมฺโมติ อิมินา สตฺตชีวาทึ ปฏิกฺขิปติ, อวยวี ปน กายปฏิกฺเขเปเนว ปฏิกฺขิตฺโตติ. ยทิ เอวํ กถํ กายาทิสญฺญาภิธานานีติอาห ‘‘ยถาวุตฺต…เป… กโรนฺตี’’ติ.
ยํ ปสฺสติ อิตฺถึ ปุริสํ วา. นนุ จกฺขุนา อิตฺถิปุริสทสฺสนํ นตฺถีติ? สจฺจเมตํ, ‘‘อิตฺถึ ปสฺสามิ, ปุริสํ ปสฺสามี’’ติ ปน ปวตฺตสญฺญาย วเสน ‘‘ยํ ปสฺสตี’’ติ วุตฺตํ. มิจฺฉาทสฺสเนน วา ทิฏฺฐิยา ยํ ปสฺสติ, น ตํ ทิฏฺฐํ, ตํ รูปายตนํ น โหตีติ อตฺโถ วิปรีตคฺคาหวเสน มิจฺฉาปริกปฺปิตรูปตฺตา. อถ วา ตํ เกสาทิภูตุปาทายสมูหสงฺขาตํ ทิฏฺฐํ น โหติ อจกฺขุวิญฺญาณวิญฺเญยฺยตฺตา, ทิฏฺฐํ วา ตํ น โหติ. ยํ ทิฏฺฐํ ตํ น ปสฺสตีติ ยํ รูปายตนํ เกสาทิภูตุปาทายสมูหสงฺขาตํ ทิฏฺฐํ, ตํ ปญฺญาจกฺขุนา ภูตโต น ปสฺสตีติ อตฺโถ. อปสฺสํ พชฺฌเตติ อิมํ อตฺตภาวํ ยถาภูตํ ปญฺญาจกฺขุนา อปสฺสนฺโต ‘‘เอตํ มม, เอโสหมสฺมิ, เอโส เม อตฺโต’’ติ กิเลสพนฺธเนน พชฺฌติ.
น อญฺญธมฺมานุปสฺสีติ น อญฺญสภาวานุปสฺสี, อสุภาทิโต อญฺญาการานุปสฺสี น โหตีติ อตฺโถ. กึ วุตฺตํ โหตีติอาทินา ตเมวตฺถํ ปากฏํ กโรติ. ปถวีกายนฺติ เกสาทิโกฏฺฐาสปถวึ ธมฺมสมูหตฺตา ‘‘กาโย’’ติ วทติ, ลกฺขณปถวิเมว วา อเนกปฺปเภทํ สกลสรีรคตํ ปุพฺพาปริยภาเวน จ ปวตฺตมานํ สมูหวเสน คเหตฺวา ‘‘กาโย’’ติ วทติ. อาโปกายนฺติอาทีสุปิ เอเสว นโย.
เอวํ คเหตพฺพสฺสาติ ‘‘อหํ มม’’นฺติ เอวํ อตฺตตฺตนิยภาเวน อนฺธพาเลหิ คเหตพฺพสฺส. อิทานิ สตฺตนฺนํ อนุปสฺสนาการานมฺปิ วเสน กายานุปสฺสนํ ทสฺเสตุํ ‘‘อปิจา’’ติอาทิ อารทฺธํ. ตตฺถ อนิจฺจโต อนุปสฺสตีติ จตุสมุฏฺฐานิกกายํ ‘‘อนิจฺจ’’นฺติ อนุปสฺสติ, เอวํ ปสฺสนฺโต เอวํ จสฺส อนิจฺจาการมฺปิ อนุปสฺสตีติ วุจฺจติ. ตถาภูตสฺส จสฺส นิจฺจคฺคาหสฺส เลโสปิ น โหตีติ วุตฺตํ ‘‘โน นิจฺจโต’’ติ ตถาเหส ‘‘นิจฺจสญฺญํ ปชหตี’’ติ (ปฏิ. ม. ๓.๓๕) วุตฺโต. เอตฺถ จ ‘‘อนิจฺจโต เอว อนุปสฺสตี’’ติ เอว-กาโร ลุตฺตนิทฺทิฏฺโฐติ เตน นิวตฺติตมตฺถํ ทสฺเสตุํ ‘‘โน นิจฺจโต’’ติ วุตฺตํ. น เจตฺถ ทุกฺขโต อนุปสฺสนาทินิวตฺตนมาสงฺกิตพฺพํ ปฏิโยคีนิวตฺตนปรตฺตา เอว-การสฺส, อุปริเทสนารุฬฺหตฺตา จ ตาสํ.
ทุกฺขโต อนุปสฺสตีติอาทีสุปิ เอเสว นโย. อยํ ปน วิเสโส – อนิจฺจสฺส ทุกฺขตฺตา ตเมว กายํ ทุกฺขโต อนุปสฺสติ, ทุกฺขสฺส อนตฺตตฺตา อนตฺตโต อนุปสฺสติ. ยสฺมา ปน ยํ อนิจฺจํ ทุกฺขํ อนตฺตา, ตํ อนภินนฺทิตพฺพํ, น ตตฺถ รชฺชิตพฺพํ, ตสฺมา วุตฺตํ ‘‘นิพฺพินฺทติ โน นนฺทติ,วิรชฺชติ โน รชฺชตี’’ติ. โส เอวํ อรชฺชนฺโต ราคํ นิโรเธติ โน สมุเทติ, สมุทยํ น กโรตีติ อตฺโถ. เอวํ ปฏิปนฺโน จ ปฏินิสฺสชฺชติ โน อาทิยติ. อยญฺหิ อนิจฺจาทิอนุปสฺสนา ตทงฺควเสน สทฺธึ กายตนฺนิสฺสยขนฺธาภิสงฺขาเรหิ กิเลสานํ ปริจฺจชนโต, สงฺขตโทสทสฺสเนน ตพฺพิปรีเต นิพฺพาเน ตนฺนินฺนตาย ปกฺขนฺทนโต ‘‘ปริจฺจาคปฏินิสฺสคฺโค เจว ปกฺขนฺทนปฏินิสฺสคฺโค จา’’ติ วุจฺจติ, ตสฺมา ตาย สมนฺนาคโต ภิกฺขุ วุตฺตนเยน กิเลเส จ ปริจฺจชติ, นิพฺพาเน จ ปกฺขนฺทติ, ตถาภูโต จ นิพฺพตฺตนวเสน กิเลเส น อาทิยติ, นาปิ อโทสทสฺสิตาวเสน สงฺขตารมฺมณํ. เตน วุตฺตํ ‘‘ปฏินิสฺสชฺชติ โน อาทิยตี’’ติ. อิทานิสฺส ตาหิ อนุปสฺสนาหิ เยสํ ธมฺมานํ ปหานํ โหติ, ตํ ทสฺเสตุํ ‘‘โส ตํ อนิจฺจโต อนุปสฺสนฺโต นิจฺจสญฺญํ ปชหตี’’ติ. ตตฺถ นิจฺจสญฺญนฺติ ‘‘สงฺขารา นิจฺจา’’ติ เอวํ ปวตฺตวิปรีตสญฺญํ. ทิฏฺฐิจิตฺตวิปลฺลาสปหานมุเขเนว สญฺญาวิปลฺลาสปฺปหานนฺติ สญฺญาคหณํ, สญฺญาสีเสน วา เตสมฺปิ คหณํ ทฏฺฐพฺพํ. นนฺทินฺติ สปฺปีติกตณฺหํ. เสสํ วุตฺตนเยเมว.
วิหรตีติ อิมินา กายานุปสฺสนาสมงฺคิโน อิริยาปถวิหาโร วุตฺโตติ อาห ‘‘อิริยตี’’ติ อิริยาปถํ ปวตฺเตตีติ อตฺโถ. อารมฺมณกรณวเสน อภิพฺยาปนโต ‘‘ตีสุ ภเวสู’’ติ วุตฺตํ, อุปฺปชฺชนวเสน ปน กิเลสา ปริตฺตภูมกา เอวาติ. ยทิปิ กิเลสานํ ปหานํ อาตาปนนฺติ ตํ สมฺมาทิฏฺฐิอาทีนมฺปิ อตฺเถว, อาตาป-สทฺโท ปน วีริเยเยว นิรุโฬฺหติ วุตฺตํ ‘‘วีริยสฺเสตํ นาม’’นฺติ. อถ วา ปฏิปกฺขปหาเน สมฺปยุตฺตธมฺมานํ อพฺภุสฺสหนวเสน ปวตฺตมานสฺส วีริยสฺส สาติสยํ ตทาตาปนนฺติ วีริยเมว ตถา วุจฺจติ, น อญฺเญ ธมฺมา. อาตาปีติ จายมีกาโร ปสํสาย, อติสยสฺส วา ทีปโกติ อาตาปีคหเณน สมฺมปฺปธานสมงฺคิตํ ทสฺเสติ. สมฺมา, สมนฺตโต, สามญฺจ ปชานนฺโต สมฺปชาโน, อสมฺมิสฺสโต ววตฺถาเน อญฺญธมฺมานุปสฺสิตาภาเวน สมฺมา อวิปรีตํ, สพฺพาการปชานเนน สมนฺตโต, อุปรูปริ วิเสสาวหภาเวน ปวตฺติยา สยํ ปชานนฺโตติ อตฺโถ. ยทิ ปญฺญาย อนุปสฺสติ, กถํ สติปฏฺฐานตาติ อาห ‘‘น หี’’ติอาทิ. สพฺพตฺถิกนฺติ สพฺพตฺถ ภวํ สพฺพตฺถ ลีเน อุทฺธเต จ จิตฺเต อิจฺฉิตพฺพตฺตา, สพฺเพ วา ลีเน อุทฺธเต จ ภาเวตพฺพา โพชฺฌงฺคา อตฺถิกา เอตายาติ สพฺพตฺถิกา. สติยา ลทฺธูปการาย เอว ปญฺญาย เอตฺถ ยถาวุตฺเต กาเย กมฺมฏฺฐานิโก ภิกฺขุ กายานุปสฺสี วิหรติ. อนฺโตสงฺเขโป อนฺโต โอลียโน, โกสชฺชนฺติ อตฺโถ. อุปายปริคฺคเหติ เอตฺถ สีลวิโสธนาทิ คณนาทิ อุคฺคหโกสลฺลาทิ จ อุปาโย, ตพฺพิปริยายโต อนุปาโย เวทิตพฺโพ. ยสฺมา จ อุปฏฺฐิตสฺสติ ยถาวุตฺตอุปายํ น ปริจฺจชติ, อนุปายญฺจ น อุปาทิยติ, ตสฺมา วุตฺตํ ‘‘มุฏฺฐสฺสติ…เป… อสมตฺโถ โหตี’’ติ. เตนาติ อุปายานุปายานํ ปริคฺคหปริวชฺชเนสุ อปริจฺจาคาปริคฺคเหสุ จ อสมตฺถภาเวน อสฺส โยคิโน.
ยสฺมา สติเยเวตฺถ สติปฏฺฐานํ วุตฺตา, ตสฺมาสฺส สมฺปยุตฺตา ธมฺมา วีริยาทโย องฺคนฺติ อาห ‘‘สมฺปโยคงฺคญฺจสฺส ทสฺเสตฺวา’’ติ. องฺค-สทฺโท เจตฺถ การณปริยาโย ทฏฺฐพฺโพ, สติคฺคหเณเนว เจตฺถ สมาธิสฺสติ คหณํ ทฏฺฐพฺพํ ตสฺสา สมาธิกฺขนฺเธ สงฺคหิตตฺตา. ยสฺมา วา สติสีเสนายํ เทสนา. น หิ เกวลาย สติยา กิเลสปฺปหานํ โหติ, นิพฺพานาธิคโม วา, น จ เกวลา สติ ปวตฺตติ, ตสฺมาสฺส ฌานเทสนายํ สวิตกฺกาทิวจนสฺส วิย สมฺปโยคงฺคทสฺสนตาติ องฺค-สทฺทสฺส อวยวปริยายตา ทฏฺฐพฺพา. ปหานงฺคนฺติ ‘‘วิวิจฺเจว กาเมหี’’ติอาทีสุ (ที. นิ. ๑.๒๒๖; ม. นิ. ๑.๒๗๑, ๒๘๗; สํ. นิ. ๒.๑๕๒; อ. นิ. ๔.๑๒๓; ปารา. ๑๑) วิย ปหาตพฺพงฺคํ ทสฺเสตุํ. ยสฺมา เอตฺถ โลกิยมคฺโค อธิปฺเปโต, น โลกุตฺตรมคฺโค, ตสฺมา ปุพฺพภาคิยเมว วินยํ ทสฺเสนฺโต ‘‘ตทงฺควินเยน วา วิกฺขมฺภนวินเยน วา’’ติ อาห. เตสํ ธมฺมานนฺติ เวทนาทิธมฺมานํ. เตสญฺหิ ตตฺถ อนธิปฺเปตตฺตา ‘‘อตฺถุทฺธารนเยเนตํ วุตฺต’’นฺติ วุตฺตํ.
อวิเสเสน ทฺวีหิปิ นีวรณปฺปหานํ วุตฺตนฺติ กตฺวา ปุน เอเกเกน วุตฺตํ ปหานวิเสสํ ทสฺเสตุํ ‘‘วิเสเสนา’’ติ อาห. อถ วา ‘‘วิเนยฺย นีวรณานี’’ติ อวตฺวา อภิชฺฌาโทมนสฺสวจนสฺส ปโยชนํ ทสฺเสนฺโต ‘‘วิเสเสนา’’ติอาทิมาห. กายานุปสฺสนาภาวนาย หิ อุชุวิปจฺจนีกานํ อนุโรธาทีนํ ปหานํ ทสฺสนํ เอตสฺส ปโยชนนฺติ. กายสมฺปตฺติมูลกสฺสาติ รูป-พล-โยพฺพนาโรคฺยาทิ-สรีรสมฺปทา-นิมิตฺตสฺส. วุตฺตวิปริยายโต กายวิปตฺติมูลโก วิโรโธ เวทิตพฺโพ. กายภาวนายาติ กายานุปสฺสนาภาวนาย. สา หิ อิธ ‘‘กายภาวนา’’ติ อธิปฺเปตา. เตนาติ อนุโรธาทิปฺปหานวจเนน. โยคานุภาโว หีติอาทิ วุตฺตสฺเสวตฺถสฺส ปากฏกรณํ.
สติสมฺปชญฺเญนาติ อติสมฺปชญฺญคฺคหเณน. สพฺพตฺถิกกมฺมฏฺฐานนฺติ พุทฺธานุสฺสติ เมตฺตา มรณสฺสติ อสุภภาวนา จ. อิทญฺหิ จตุกฺกํ โยคินา ปริหริยมานํ ‘‘สพฺพตฺถิกกมฺมฏฺฐาน’’นฺติ วุจฺจติ อติสมฺปชญฺญพเลน อวิจฺฉินฺนสฺส ตสฺส ปริหริตพฺพตฺตา, สติยา วา สมโถ วุตฺโต ตสฺสา สมาทฺธิกฺขนฺเธน สงฺคหิตตฺตา.
เตนาติ สทฺทตฺถํ อนาทิยิตฺวา ภาวตฺถสฺเสว วิภชนวเสน ปวตฺเตน วิภงฺคปาเฐน สห. อฏฺฐกถานโยติ สทฺทตฺถสฺสปิ วิวรณวเสน ยถารหํ วุตฺโต อตฺถสํวณฺณนานโย. ยถา สํสนฺทตีติ ยถา อตฺถโต อธิปฺปายโต จ อวิโลเมนฺโต อญฺญทตฺถุ สํสนฺทติ สเมติ, เอวํ เวทิตพฺโพ.
เวทนาทีนํ ปุน วจเนติ เอตฺถ นิสฺสยปจฺจยภาววเสน จิตฺตธมฺมานํ เวทนาสนฺนิสฺสิตตฺตา ปญฺจโวการภเว อรูปธมฺมานํ รูปปฏิพทฺธวุตฺติโต จ เวทนาย กายาทิอนุปสฺสนาปสงฺเคปิ อาปนฺเน ตทสมฺมิสฺสโต ววตฺถานทสฺสนตฺถํ ฆนวินิพฺโภคาทิทสฺสนตฺถญฺจ ทุติยเวทนาคหณํ. เตน น เวทนายํ กายานุปสฺสี, จิตฺตธมฺมานุปสฺสี วา, อถ โข เวทนานุปสฺสีเยวาติ เวทนาสงฺขาเต วตฺถุสฺมึ เวทนานุปสฺสนาการสฺเสว ทสฺสเนน อสมฺมิสฺสโต ววตฺถานํ ทสฺสิตํ โหติ. ตถา ‘‘ยสฺมึ สมเย สุขา เวทนา, น ตสฺมึ สมเย ทุกฺขา อทุกฺขมสุขา วา เวทนา. ยสฺมึ วา ปน สมเย ทุกฺขา อทุกฺขมสุขา วา เวทนา, น ตสฺมึ สมเย อิตรา เวทนา’’ติ เวทนาภาวสามญฺเญ อฏฺฐตฺวา ตํ ตํ เวทนํ วินิพฺภุชิตฺวา ทสฺสเนน ฆนวินิพฺโภโค ธุวภาววิเวโก ทสฺสิโต โหติ. เตน ตาสํ ขณมตฺตาวฏฺฐานทสฺสเนน อนิจฺจตาย ตโต เอว ทุกฺขตาย อนตฺตตาย จ ทสฺสนํ วิภาวิตํ โหติ. ฆนวินิพฺโภคาทีติ อาทิ-สทฺเทน อยมฺปิ อตฺโถ เวทิตพฺโพ. อยญฺหิ เวทนายํ เวทนานุปสฺสีเยว, น อญฺญธมฺมานุปสฺสี. กึ วุตฺตํ โหติ – ยถา นาม พาโล อมณิสภาเวปิ อุทกพุพฺพุฬเก มณิอาการานุปสฺสี โหติ, น เอวมยํ ฐิติรมณีเยปิ เวทยิเต, ปเคว อิตรสฺมึ มนุญฺญาการานุปสฺสี, อถ โข ขณภงฺคุรตาย อวสวตฺติตาย กิเลสาสุจิปคฺฆรณตาย จ อนิจฺจอนตฺตอสุภาการานุปสฺสี, วิปริณามทุกฺขตาย สงฺขารทุกฺขตาย จ วิเสสโต ทุกฺขานุปสฺสีเยวาติ วุตฺตํ โหติ. เอวํ จิตฺตธมฺเมสุปิ ยถารหํ ปุน วจเน ปโยชนํ วตฺตพฺพํ. ‘‘เกวลํ ปนิธา’’ติอาทินา อิธ ‘เอตฺตกํ เวทิตพฺพ’’นฺติ เวทิตพฺพปริจฺเฉทํ ทสฺเสติ. เอส นโยติ อิมินา ยถา จิตฺตํ ธมฺมา จ อนุปสฺสิตพฺพา, ตถา ตานิ อนุปสฺสนฺโต ‘‘จิตฺเต จิตฺตานุปสฺสี, ธมฺเมสุ ธมฺมานุปสฺสี’’ติ เวทิตพฺโพติ อิมมตฺถํ อติทิสติ.
โย สุขํ ทุกฺขโต อทฺทาติ โย ภิกฺขุ สุขเวทนํ วิปริณามทุกฺขตาย ‘‘ทุกฺข’’นฺติ ปญฺญาจกฺขุนา อทฺทกฺขิ. ทุกฺขมทฺทกฺขิ สลฺลโตติ ทุกฺขเวทนํ ปีฬาชนนโต อนฺโตตุทนโต ทุนฺนีหรณโต จ สลฺลนฺติ อทฺทกฺขิ ปสฺสิ. อทุกฺขมสุขนฺติ อุเปกฺขาเวทนํ. สนฺตนฺติ สุขทุกฺขานิ วิย อโนฬาริกตาย ปจฺจยวเสน วูปสนฺตสภาวตาย จ สนฺตํ. อนิจฺจโตติ หุตฺวา อภาวโต อุทยพฺพยวนฺตโต ตาวกาลิกโตนิจฺจปฏิกฺเขปโต จ ‘‘อนิจฺจ’’นฺติ โย อทฺทกฺขิ. ส เว สมฺมทฺทโส ภิกฺขุ เอกํเสน ปริพฺยตฺตํ วา เวทนาย สมฺมา ปสฺสนโกติ อตฺโถ.
ทุกฺขาติปีติ สงฺขารทุกฺขตาย ทุกฺขา อิติปิ. สพฺพํ ตํ ทุกฺขสฺมินฺติ สพฺพํ ตํ เวทยิตํ ทุกฺขสฺมึ อนฺโตคธํ ปริยาปนฺนํ วทามิ สงฺขารทุกฺขตานติวตฺตนโต. สุขทุกฺขโตปิ จาติ สุขาทีนํ ฐิติวิปริณามญฺญาณสุขตาย วิปริณามฐิติอญฺญาณทุกฺขตาย จ วุตฺตตฺตา ติสฺโสปิ สุขโต, ติสฺโสปิ จ ทุกฺขโต อนุปสฺสิตพฺพาติ อตฺโถ. รูปาทิ-อารมฺมณฉนฺทาทิ-อธิปติ-ญาณาทิ-สหชาต- กามาวจราทิ-ภูมินานตฺตเภทานํ กุสลากุสล-ตํวิปากกิริยา-นานตฺตาทิเภทานญฺจ, อาทิ-สทฺเทน สงฺขาริกาสงฺขาริกส-วตฺถุกาวตฺถุกาทิ-นานตฺตเภทานญฺจ วเสนาติ โยเชตพฺพํ. สุญฺญตธมฺมสฺสาติ ‘‘ธมฺมา โหนฺตี’’ติอาทินา (ธ. ส. ๑๒๑) สุญฺญตวาเร อาคตสุญฺญตสภาวสฺส วเสน. ‘‘กามญฺเจตฺถา’’ติอาทินา ปุพฺเพ ปหีนตฺตา ปุน ปหานํ น วตฺตพฺพนฺติ โจทนํ ทสฺเสติ, มคฺคจิตฺตกฺขเณ วา เอกตฺถ ปหีนํ สพฺพตฺถ ปหีนเมว โหตีติ วิสุํ วิสุํ น วตฺตพฺพนฺติ. ตตฺถ ปุริมาย โจทนาย นานาปุคฺคลปริหาโร, ปจฺฉิมาย นานาจิตฺตกฺขณิกปริหาโร. โลกิยภาวนาย หิ กาเย ปหีนํ น เวทนาทีสุ ปหีนํ โหติ ยทิปิ น ปวตฺเตยฺย, น ปฏิปกฺขภาวนาย ตตฺถ สา อภิชฺฌาโทมนสฺสสฺส อปฺปวตฺติ โหตีติ ปุน ตปฺปหานํ วตฺตพฺพเมวาติ. เอกตฺถ ปหีนํ เสเสสุปิ ปหีนํ โหตีติ มคฺคสติปฏฺฐานภาวนํ, โลกิยภาวนาย วา สพฺพตฺถ อปฺปวตฺติมตฺตํ สนฺธาย วุตฺตํ. ‘‘ปญฺจปิ ขนฺธา โลโก’’ติ หิ วิภงฺเค (วิภ. ๓๖๒, ๓๖๔, ๓๖๖, ๓๗๓) จตูสุปิ ฐาเนสุ วุตฺตนฺติ.
อุทฺเทสวารวณฺณนาย ลีนตฺถปฺปกาสนา สมตฺตา.
กายานุปสฺสนาวณฺณนา
อานาปานปพฺพวณฺณนา
๑๐๗. พาหิรเกสุปิ อิโต เอกเทสสฺส สมฺภวโต สพฺพปฺปการคฺคหณํ กตํ ‘‘สพฺพปฺปการกายานุปสฺสนานิพฺพตฺตกสฺสา’’ติ. เตน เย อิเม อานาปานปพฺพาทิวเสน อาคตา จุทฺทสปฺปการา, ตทนฺโตคธา จ อชฺฌตฺตาทิอนุปสฺสนา ปการา, ตถา กายคตาสติสุตฺเต (ม. นิ. ๓.๑๕๔) วุตฺตา เกสาทิวณฺณสณฺฐานกสิณารมฺมณจตุกฺกชฺฌานปฺปการา, โลกิยาทิปฺปการา จ, เต สพฺเพปิ อนวเสสโต สงฺคณฺหาติ. อิเม จ ปการา อิมสฺมึเยว สาสเน, น อิโต พหิทฺธาติ วุตฺตํ ‘‘สพฺพปฺปการ…เป… ปฏิเสธโน จา’’ติ. ตตฺถ ตถาภาวปฏิเสธโนติ สพฺพปฺปการกายานุปสฺสนานิพฺพตฺตกสฺส ปุคฺคลสฺส อญฺญสาสนสฺส นิสฺสยภาวปฏิเสธโน. เอเตน ‘‘อิธ, ภิกฺขเว’’ติ เอตฺถ อิธ-สทฺโท อนฺโตคธเอวสทฺทตฺโถติ ทสฺเสติ. สนฺติ หิ เอกปทานิปิ สาวธารณานิ ยถา ‘‘วายุภกฺโข’’ติ (ที. นิ. ฏี. ๒.๓๗๔). เตนาห ‘‘อิเธว สมโณ’’ติอาทิ. ปริปุณฺณสมณกรณธมฺโม หิ โส, โย สพฺพปฺปการกายานุปสฺสนานิพฺพตฺตโก. ปรปฺปวาทาติ ปเรสํ อญฺญติตฺถิยานํ นานปฺปการา วาทา ติตฺถายตนานิ.
อรญฺญาทิกสฺเสว ภาวนานุรูปเสนาสนตํ ทสฺเสตุํ ‘‘อิมสฺส หี’’ติอาทิ วุตฺตํ. ทุทฺทโม ทมถํ อนุปคโต โคโณ กูฏโคโณ. โทหนกาเล ยถา ถเนหิ อนวเสสโต ขีรํ น ปคฺฆรติ, เอวํ โทหปฏิพนฺธินี กูฏเธนุ. รูปสทฺทาทิเก ปฏิจฺจ อุปฺปชฺชนกอสฺสาโท รูปารมฺมณาทิรโส. ปุพฺเพ อาจิณฺณารมฺมณนฺติ ปพฺพชฺชาโต ปุพฺเพ, อนาทิมติ วา สํสาเร ปริจิตารมฺมณํ.
นิพนฺเธยฺยาติ พนฺเธยฺย. สติยาติ สมฺมเทว กมฺมฏฺฐานสฺส สลฺลกฺขณวเสน ปวตฺตาย สติยา. อารมฺมเณติ กมฺมฏฺฐานารมฺมเณ. ทฬฺหนฺติ ถิรํ, ยถา สโตการิสฺส อุปจารปฺปนาเภโท สมาธิ อิชฺฌติ, ตถา ถามคตํ กตฺวาติ อตฺโถ.
วิเสสาธิคมทิฏฺฐธมฺมสุขวิหารปทฏฺฐานนฺติ สพฺเพสํ พุทฺธานํ, เอกจฺจานํ ปจฺเจกพุทฺธานํ, พุทฺธสาวกานญฺจ วิเสสาธิคมสฺส, อญฺเญน กมฺมฏฺฐาเนน อธิคตวิเสสานํ ทิฏฺฐธมฺมสุขวิหารสฺส จ ปทฏฺฐานภูตํ. วตฺถุวิชฺชาจริโย วิย ภควา โยคีนํ อนุรูปนิวาสฏฺฐานุปทิสนโต. ภิกฺขุ ทีปิสทิโส อรญฺเญ เอกากี วิหริตฺวา ปฏิปกฺขนิมฺมถเนน อิจฺฉิตตฺถสาธนโต. ผลมุตฺตมนฺติ สามญฺญผลํ สนฺธายาห. ปรกฺกมชวโยคฺคภูมินฺติ ภาวนุสฺสาหชวสฺส โยคฺคกรณภูมิภูตํ.
อสฺสาสปสฺสาสานํ วเสน สิกฺขโตติ อสฺสาสปสฺสาสานํ ทีฆรสฺสตาปชานน-สพฺพกายปฏิสํเวทน-โอฬาริโกฬาริกปฏิปฺปสฺสมฺภนวเสน ภาวนานุโยคํ สิกฺขโต, ตถาภูโต วา หุตฺวา ติสฺโส สิกฺขา ปวตฺตยโต. อสฺสาสปสฺสาสนิมิตฺเตติ อสฺสาสปสฺสาสสนฺนิสฺสเยน อุปฏฺฐิตปฏิภาคนิมิตฺเต. อสฺสาสปสฺสาเส ปริคฺคณฺหาติ รูปมุเขน วิปสฺสนํ อภินิวิสนฺโต, โย ‘‘อสฺสาสปสฺสาสกมฺมิโก’’ติ วุตฺโต. ฌานงฺคานิ ปริคฺคณฺหาติ อรูปมุเขน วิปสฺสนํ อภินิวิสนฺโต. วตฺถุ นาม กรชกาโย จิตฺตเจตสิกานํ ปวตฺติฏฺฐานภาวโต. อญฺโญ สตฺโต วา ปุคฺคโล วา นตฺถีติ วิสุทฺธทิฏฺฐิ ‘‘ตยิทํ ธมฺมมตฺตํ น อเหตุกํ, นาปิ อิสฺสราทิวิสมเหตุกํ, อถ โข อวิชฺชาทีหิ เอว สเหตุก’’นฺติ อทฺธตฺตเยปิ กงฺขาวิตรเณน วิติณฺณกงฺโข ‘‘ยํ กิญฺจิ รูป’’นฺติอาทินา (ม. นิ. ๑.๓๖๑; ม. นิ. ๒.๑๑๓; ม. นิ. ๓.๘๖; อ. นิ. ๔.๑๘๑; ปฏิ. ม. ๑.๔๘) กลาปสมฺมสนวเสน ติลกฺขณํ อาโรเปตฺวา อุทยพฺพยานุปสฺสนาทิวเสน วิปสฺสนํ วฑฺเฒนฺโต อนุกฺกเมน มคฺคปฏิปาฏิยา.
ปรสฺส วา อสฺสาสปสฺสาสกาเยติ อิทํ สมฺมสนจารวเสนายํ ปาฬิ ปวตฺตาติ กตฺวา วุตฺตํ, สมถวเสน ปน ปรสฺส อสฺสาสปสฺสาสกาเย อปฺปนานิมิตฺตุปฺปตฺติ เอว นตฺถีติ. อิทํ อุภยํ น ลพฺภตีติ ‘‘อชฺฌตฺตํ, พหิทฺธา’’ติ จ วุตฺตํ อิทํ ธมฺมทฺวยฆฏิตํ เอกโต อารมฺมณภาเวน น ลพฺภติ.
สมุเทติ เอตสฺมาติ สมุทโย, โส เอว การณฏฺเฐน ธมฺโมติ สมุทยธมฺโม, อสฺสาสปสฺสาสานํ ปวตฺติเหตุกรชกายาทิ. ตสฺส อนุปสฺสนสีโล สมุทยธมฺมานุปสฺสี. ตํ ปน สมุทยธมฺมํ อุปมามุเขน ทสฺเสนฺโต ‘‘ยถา นามา’’ติอาทิมาห. ตตฺถ ภสฺตนฺติ รุตฺตึ. คคฺครนาฬินฺติ อุกฺกาปนาฬึ. เตติ กรชกายาทิเก. ยถา อสฺสาสปสฺสาสกาโย กรชกายาทิสมฺพนฺธี ผลภาเวน, เอวํ เตปิ อสฺสาสปสฺสาสกายสมฺพนฺธิโน เหตุภาเวนาติ ‘‘สมุทยธมฺมา กายสฺมิ’’นฺติ วตฺตพฺพตํ ลภนฺตีติ วุตฺตํ ‘‘สมุทย…เป… วุจฺจตี’’ติ. ปกติวาจี วา ธมฺม-สทฺโท ‘‘ชาติธมฺมาน’’นฺติอาทีสุ (ม. นิ. ๑.๑๓๑; ม. นิ. ๓.๓๗๓; ปฏิ. ม. ๑.๓๓) วิยาติ กายสฺส ปจฺจยสมวาเย อุปฺปชฺชนปกติกานุปสฺสี ‘‘สมุทยธมฺมานุปสฺสี’’ติ วุตฺโต. เตนาห – ‘‘กรชกายญฺจา’’ติอาทิ. เอวญฺจ กตฺวา กายสฺมินฺติ ภุมฺมวจนญฺจ สมตฺถิตํ โหติ. วยธมฺมานุปสฺสีติ เอตฺถ อเหตุกตฺเตปิ วินาสสฺส เยสํ เหตุธมฺมานํ อภาเว ยํ น โหติ, ตทภาโว ตสฺส อภาวสฺส โหตุ วิย โวหรียตีติ อุปจารโต กรชกายาทิอภาโว อสฺสาสปสฺสาสกายสฺส วยการณํ วุตฺโต. เตนาห ‘‘ยถา ภสฺตายา’’ติอาทิ. อยํ ตาเวตฺถ ปฐมวิกปฺปวเสน อตฺถวิภาวนา. ทุติยวิกปฺปวเสน ปน อุปจาเรน วินาเยว อตฺโถ เวทิตพฺโพ. อชฺฌตฺตพหิทฺธานุปสฺสนา วิย ภินฺนวตฺถุวิสยตาย สมุทยวยธมฺมานุปสฺสนาปิ เอกกาเล น ลพฺภตีติ อาห ‘‘กาเลน สมุทยํ กาเลน วยํ อนุปสฺสนฺโต’’ติ.
อตฺถิ กาโยติ เอว-สทฺโท ลุตฺตนิทฺทิฏฺโฐติ ‘‘กาโยว อตฺถี’’ติ วตฺวา อวธารเณน นิวตฺถิตํ ทสฺเสนฺโต ‘‘น สตฺโต’’ติอาทิมาห. ตสฺสตฺโถ – โย รูปาทีสุ สตฺตวิสตฺตตาย ปเรสญฺจ สชฺชาปนฏฺเฐน, สตฺวคุณโยคโต วา ‘‘สตฺโต’’ติ ปเรหิ ปริกปฺปิโต. ตสฺส สตฺตนิกายสฺส ปูรณโต จ จวนุปปชฺชนธมฺมตาย คลนโต จ ‘‘ปุคฺคโล’’ติ. ถียติ สํหญฺญติ เอตฺถ คพฺโภติ ‘‘อิตฺถี’’ติ. ปุริ ปุเร ภาเค เสติ ปวตฺตตีติ ‘‘ปุริโส’’ติ. อาหิโต อหํมาโน เอตฺถาติ ‘‘อตฺตา’’ติ, อตฺตโน สนฺตกภาเวน ‘‘อตฺตนิย’’นฺติ. ปโร น โหตีติ กตฺวา ‘‘อห’’นฺติ, มม สนฺตกนฺติ กตฺวา ‘‘มม’’นฺติ. วุตฺตปฺปการวินิมุตฺโต อญฺโญติ กตฺวา ‘‘โกจี’’ติ, ตสฺส สนฺตกภาเวน ‘‘กสฺสจี’’ติ ปริกปฺเปตพฺโพ โกจิ นตฺถิ, เกวลํ กาโย เอว อตฺถีติ อตฺตตฺตนิยสุญฺญตเมว กายสฺส วิภาเวติ. เอวนฺติ ‘‘กาโยว อตฺถี’’ติอาทินา วุตฺตปฺปกาเรน. ญาณปมาณตฺถายาติ กายานุปสฺสนาญาณปรํ ปมาณํ ปาปนตฺถาย. สติปมาณตฺถายาติ กายปริคฺคาหิกสติปวตฺตํ สติปรํ ปมาณํ ปาปนตฺถาย. อิมสฺส หิ วุตฺตนเยน ‘‘อตฺถิ กาโย’’ติ อปราปรุปฺปตฺติวเสน ปจฺจุปฏฺฐิตา สติ ภิยฺโยโส มตฺตาย ตตฺถ ญาณสฺส สติยา จ ปริพฺรูหนาย โหติ. เตนาห ‘‘สติสมฺปชญฺญานํ วฑฺฒตฺถายา’’ติ.
อิมิสฺสา ภาวนาย ตณฺหาทิฏฺฐิคาหานํ อุชุปฏิปกฺขตฺตา วุตฺตํ ‘‘ตณฺหา…เป… วิหรตี’’ติ. ตถาภูโต จ โลเก กิญฺจิ ‘‘อห’’นฺติ วา ‘‘มม’’นฺติ วา คเหตพฺพํ น ปสฺสติ, กุโต คเณฺหยฺย. เตนาห ‘‘น จ กิญฺจี’’ติอาทิ. เอวมฺปีติ เอตฺถ ปิ-สทฺโท เหฏฺฐา นิทฺทิฏฺฐสฺส ตาทิสสฺส อตฺถสฺส อภาวโต อวุตฺตสมุจฺจยตฺโถติ ทสฺเสนฺโต ‘‘อุปริ อตฺถํ อุปาทายา’’ติ อาห. ‘‘เอว’’นฺติ ปน นิทฺทิฏฺฐาการสฺส ปจฺจามสนํ นิคมนวเสน กตนฺติ อาห ‘‘อิมินา ปน…เป… ทสฺเสตี’’ติ. ปุพฺพภาคสติปฏฺฐานสฺส อิธาธิปฺเปตตฺตา วุตฺตํ ‘‘สติ ทุกฺขสจฺจ’’นฺติ. สา ปน สติ ยสฺมึ อตฺตภาเว, ตสฺส สมุฏฺฐาปิกา ตณฺหา ตสฺสาปิ สมุฏฺฐาปิกา เอว นาม โหติ ตทภาเว อภาวโตติ อาห ‘‘ตสฺสา สมุฏฺฐาปิกา ปุริมตณฺหา’’ติ. อปฺปวตฺตีติ อปฺปวตฺตินิมิตฺตํ, น ปวตฺตติ เอตฺถาติ วา อปฺปวตฺติ. จตุสจฺจวเสนาติ จตุสจฺจกมฺมฏฺฐานวเสน. อุสฺสกฺกิตฺวาติ วิสุทฺธิปรมฺปราย อารุหิตฺวา, ภาวนํ อุปริ เนตฺวาติ อตฺโถ. นิยฺยานมุขนฺติ วฏฺฏทุกฺขโต นิสฺสรณูปาโย.
อานาปานปพฺพวณฺณนา นิฏฺฐิตา.
อิริยาปถปพฺพวณฺณนา
๑๐๘. อิริยาปถวเสนาติ อิริยนํ อิริยา, กิริยา, อิธ ปน กายิกปโยโค เวทิตพฺโพ. อิริยานํ ปโถ ปวตฺติมคฺโคติ อิริยาปโถ, คมนาทิสรีราวตฺถา. คจฺฉนฺโต วา หิ สตฺโต กาเยน กตฺตพฺพกิริยํ กเรยฺย ฐิโต วา นิสินฺโน วา นิปนฺโน วาติ. เตสํ วเสน, อิริยาปถวิภาเคนาติ อตฺโถ. ปุน จปรนฺติ ปุน จ อปรํ, ยถาวุตฺตอานาปานกมฺมฏฺฐานโต ภิยฺโยปิ อญฺญํ กายานุปสฺสนากมฺมฏฺฐานํ กเถมิ, สุณาถาติ วา อธิปฺปาโย. คจฺฉนฺโต วาติอาทิ คมนาทิมตฺตชานนสฺส คมนาทิคตวิเสสชานนสฺส จ สาธารณวจนํ. ตตฺถ คมนาทิมตฺตชานนํ อิธ นาธิปฺเปตํ, คมนาทิคตวิเสสชานนํ ปน อธิปฺเปตนฺติ ตํ วิภชิตฺวา ทสฺเสตุํ ‘‘ตตฺถ กาม’’นฺติอาทิ วุตฺตํ. สตฺตูปลทฺธินฺติ สตฺโต อตฺถีติ อุปลทฺธึ สตฺตคฺคาหํ น ชหติ น ปริจฺจชติ ‘‘อหํ คจฺฉามิ, มม คมน’’นฺติ คาหสพฺภาวโต. ตโต เอว อตฺตสญฺญํ ‘‘อตฺถิ อตฺตา การโก เวทโก’’ติ เอวํ ปวตฺตํ วิปรีตสญฺญํ น อุคฺฆาเฏติ นาปเนติ อปฏิปกฺขภาวโต, อนนพฺรูหนโต วา. เอวํ ภูตสฺส จสฺส กุโต กมฺมฏฺฐานาทิภาโวติ อาห ‘‘กมฺมฏฺฐานํ วา สติปฏฺฐานภาวนา วา น โหตี’’ติ. อิมสฺส ปนาติอาทิสุกฺกปกฺขสฺส วุตฺตวิปริยาเยน อตฺโถ เวทิตพฺโพ. ตเมว หิ อตฺถํ วิวริตุํ ‘‘อิทํ หี’’ติอาทิ วุตฺตํ. ตตฺถ โก คจฺฉตีติ คมนกิริยาย กตฺตุปุจฺฉา, สา กตฺตุภาววิสิฏฺฐอตฺตปฏิกฺเขปตฺถา ธมฺมมตฺตสฺเสว คมนสิทฺธิทสฺสนโต. กสฺส คมนนฺติ อกตฺตุตาวิสิฏฺฐอตฺตคฺคาหปฏิกฺเขปตฺถา. กึการณาติ ปน ปฏิกฺขิตฺตกตฺตุกาย คมนกิริยาย อวิปรีตการณปุจฺฉา ‘‘คมนนฺติ อตฺตา มนสา สํยุชฺชติ, มโน อินฺทฺริเยหิ, อินฺทฺริยานิ อตฺเตหี’’ติ เอวมาทิคมนการณปฏิกฺเขปนโต. เตนาห ‘‘ตตฺถา’’ติอาทิ.
น โกจิ สตฺโต วา ปุคฺคโล วา คจฺฉติ ธมฺมมตฺตสฺเสว คมนสิทฺธิโต ตพฺพินิมุตฺตสฺส จ กสฺสจิ อภาวโต. อิทานิ ธมฺมมตฺตสฺเสว คมนสิทฺธึ ทสฺเสตุํ ‘‘จิตฺตกิริยวาโยธาตุวิปฺผาเรนา’’ติอาทิ วุตฺตํ. ตตฺถ จิตฺตกิริยา จ สา วาโยธาตุยา วิปฺผาโร วิปฺผนฺทนญฺจาติ จิตฺตกิริยวาโยธาตุวิปฺผาโร, เตน. เอตฺถ จ จิตฺตกิริยคฺคหเณน อนินฺทฺริยพทฺธวาโยธาตุวิปฺผารํ นิวตฺเตติ, วาโยธาตุวิปฺผารคฺคหเณน เจตนาวจีวิญฺญตฺติเภทํ จิตฺตกิริยํ นิวตฺเตติ, อุภเยน ปน กายวิญฺญตฺตึ วิภาเวติ. ‘‘คจฺฉตี’’ติ วตฺวา ยถา ปวตฺตมาเน กาเย ‘‘คจฺฉตี’’ติ โวหาโร โหติ, ตํ ทสฺเสตุํ ‘‘ตสฺมา’’ติอาทิ วุตฺตํ. ตนฺติ คนฺตุกามตาวเสน ปวตฺตจิตฺตํ. วายํ ชเนตีติ วาโยธาตุอธิกํ รูปกลาปํ ชเนติ, อธิกตา เจตฺถ สามตฺถิยโต, น ปมาณโต. คมนจิตฺตสมุฏฺฐิตํ สหชาตรูปกายสฺส ถมฺภนสนฺธารณจลนานํ ปจฺจยภูเตน อาการวิเสเสน ปวตฺตมานํ วาโยธาตุํ สนฺธายาห ‘‘วาโย วิญฺญตฺตึ ชเนตี’’ติ. อธิปฺปายสหภาวี หิ วิกาโร วิญฺญตฺติ, ยถาวุตฺตอธิกภาเวเนว จ วาโยคหณํ, น วาโยธาตุยา เอว ชนกภาวโต, อญฺญถา วิญฺญตฺติยา อุปาทายรูปภาโว ทุรุปปาโท สิยา. ปุรโต อภินีหาโร ปุรโตภาเคน กายสฺส ปวตฺตนํ, โย ‘‘อภิกฺกโม’’ติ วุจฺจติ.
‘‘เอเสว นโย’’ติ อติเทสวเสน สงฺเขปโต วตฺวา ตเมวตฺถํ วิวริตุํ ‘‘ตตฺราปิ หี’’ติอาทิ วุตฺตํ. โกฏิโต ปฏฺฐายาติ เหฏฺฐิมโกฏิโต ปฏฺฐาย. อุสฺสิตภาโวติ อุพฺพิทฺธภาโว.
เอวํ ปชานโตติ เอวํ จิตฺตกิริยวาโยธาตุวิปฺผาเรเนว คมนาทิภาโว โหตีติ ปชานโต ตสฺส เอวํ ปชานนาย นิจฺฉยคมนตฺถํ ‘‘เอวํ โหตี’’ติ วิจารณา วุจฺจติ โลเก ยถาภูตํ อชานนฺเตหิ มิจฺฉาภินิเวสวเสน, โลกโวหารวเสน วา. อตฺถิ ปนาติ อตฺตโน เอว วีมํสนวเสน ปุจฺฉาวจนํ. นตฺถีติ นิจฺฉยวเสน สตฺตสฺส ปฏิกฺเขปวจนํ. ยถา ปนาติอาทิ ตสฺเสวตฺถสฺส อุปมาย วิภาวนํ.
นาวา มาลุตเวเคนาติ ยถา อเจตนา นาวา วาตเวเคน เทสนฺตรํ ยาติ, ยถา จ อเจตโน เตชนํ กณฺโฑ ชิยาเวเคน เทสนฺตรํ ยาติ, ตถา อเจตโน กาโย วาตาหโต ยถาวุตฺตวายุนา นีโต เทสนฺตรํ ยาตีติ เอวํ อุปมาสํสนฺทนํ เวทิตพฺพํ. สเจ ปน โกจิ วเทยฺย ‘‘ยถา นาวาย เตชนสฺส จ เปลฺลกสฺส ปุริสสฺส วเสน เทสนฺตรคมนํ, เอวํ กายสฺสาปี’’ติ, โหตุ, เอวํ อิจฺฉิโตวายมตฺโถ. ยถา หิ นาวา เตชนานํ สํหตลกฺขณสฺเสว ปุริสสฺส วเสน คมนํ, น อสํหตลกฺขณสฺส, เอวํ กายสฺสาปีติ กา โน หานิ, ภิยฺโยปิ ธมฺมมตฺตตาว ปติฏฺฐํ ลภติ, น ปุริสวาโท. เตนาห ‘‘ยนฺตํ สุตฺตวเสนา’’ติอาทิ.
ตตฺถ ปยุตฺตนฺติ เหฏฺฐา วุตฺตนเยน คมนาทิกิริยาวเสน ปโยชิตํ. ฐาตีติ ติฏฺฐติ. เอตฺถาติ อิมสฺมึ โลเก. วินา เหตุปจฺจเยติ คนฺตุกามตาจิตฺต-ตํสมุฏฺฐาน-วาโยธาตุ-อาทิเหตุปจฺจเยหิ วินา. ติฏฺเฐติ ติฏฺเฐยฺย. วเชติ วเชยฺย คจฺเฉยฺย โก นามาติ สมฺพนฺโธ. ปฏิกฺเขปตฺโถ เจตฺถ กึ-สทฺโทติ เหตุปจฺจยวิรเหน ฐานคมนปฏิกฺเขปมุเขน สพฺพายปิ ธมฺมปฺปวตฺติยา ปจฺจยาธีนวุตฺติตาวิภาวเนน อตฺตสุญฺญตา วิย อนิจฺจทุกฺขตาปิ วิภาวิตาติ ทฏฺฐพฺพา.
ปณิหิโตติ ยถา ยถา ปจฺจเยหิ ปการโต นิหิโต ฐปิโต. สพฺพสงฺคาหิกวจนนฺติ สพฺเพสํ จตุนฺนมฺปิ อิริยาปถานํ สงฺคณฺหนวจนํ, ปุพฺเพ วิสุํ วิสุํ อิริยาปถานํ วุตฺตตฺตา อิทํ เตสํ เอกชฺฌํ คเหตฺวา วจนนฺติ อตฺโถ. ปุริมนโย วา อิริยาปถปฺปธาโน วุตฺโตติ ตตฺถ กาโย อปฺปธาโน อนุนิปฺผาทีติ อิธ กายํ ปธานํ อปฺปธานญฺจ อิริยาปถํ อนุนิปฺผาทํ กตฺวา ทสฺเสตุํ ทุติยนโย วุตฺโตติ เอวมฺเปตฺถ ทฺวินฺนํ นยานํ วิเสโส เวทิตพฺโพ. ฐิโตติ ปวตฺโต.
อิริยาปถปริคฺคณฺหนมฺปิ อิริยาปถวโต กายสฺเสว ปริคฺคณฺหนํ ตสฺส อวตฺถาวิเสสภาวโตติ วุตฺตํ ‘‘อิริยาปถปริคฺคหเณน กาเย กายานุปสฺสี วิหรตี’’ติ. เตเนเวตฺถ รูปกฺขนฺธวเสเนว สมุทยาทโย อุทฺธฏา. เอส นโย เสสวาเรสุปิ. อาทินาติ เอตฺถ อาทิ-สทฺเทน ยถา ‘‘ตณฺหาสมุทยา กมฺมสมุทยา อาหารสมุทยา’’ติ นิพฺพตฺติลกฺขณํ ปสฺสนฺโตปิ รุปกฺขนฺธสฺส อุทยํ ปสฺสตีติ อิเม จตฺตาโร อาหารา สงฺคยฺหนฺติ, เอวํ ‘‘อวิชฺชานิโรธา รูปนิโรธา’’ติอาทโยปิ ปญฺจ อาการา สงฺคหิตาติ ทฏฺฐพฺโพ. เสสํ วุตฺตนยเมว.
อิริยาปถปพฺพวณฺณนา นิฏฺฐิตา.
จตุสมฺปชญฺญปพฺพวณฺณนา
๑๐๙. จตุสมฺปชญฺญวเสนาติ (ที. นิ. ฏี. ๑.๒๘๔; สํ. นิ. ๕.๓๖๘; ที. นิ. อภิ. ฏี. ๒.๒๑๔) สมนฺตโต ปกาเรหิ, ปกฏฺฐํ วา สวิเสสํ ชานาตีติ สมฺปชาโน, สมฺปชานสฺส ภาโว สมฺปชญฺญํ, ตถาปวตฺตํ ญาณํ. จตฺตาริ สมฺปชญฺญานิ สมาหฏานิ จตุสมฺปชญฺญํ, ตสฺส วเสน. อภิกฺกมนํ อภิกฺกนฺตนฺติ อาห ‘‘อภิกฺกนฺตํ วุจฺจติ คมน’’นฺติ. ตถา ปฏิกฺกมนํ ปฏิกฺกนฺตนฺติ อาห ‘‘ปฏิกฺกนฺตํ วุจฺจติ นิวตฺตน’’นฺติ. นิวตฺตนนฺติ จ นิวตฺติมตฺตํ, นิวตฺติตฺวา ปน คมนํ คมนเมว. อภิหรนฺโตติ คมนวเสน กายํ อุปเนนฺโต.
สมฺมา ปชานนํ สมฺปชานํ, เตน อตฺตนา กาตพฺพสฺส กรณสีโล สมฺปชานการีติ อาห ‘‘สมฺปชญฺเญน สพฺพกิจฺจการี’’ติ. สมฺปชานสทฺทสฺส สมฺปชญฺญปริยายตา ปุพฺเพ วุตฺตาเยว. สมฺปชญฺญํ กโรเตวาติ อภิกฺกนฺตาทีสุ อสมฺโมหํ อุปฺปาเทติ เอว. สมฺปชานสฺส วา กาโร เอตสฺส อตฺถีติ สมฺปชานการี. ธมฺมโต วฑฺฒิสงฺขาเตน สห อตฺเถน ปวตฺตตีติ สาตฺถกํ, อภิกฺกนฺตาทิ. สาตฺถกสฺส สมฺปชานนํ สาตฺถกสมฺปชญฺญํ. สปฺปายสฺส อตฺตโน อุปการาวหสฺส หิตสฺส สมฺปชานนํ สปฺปายสมฺปชญฺญํ อภิกฺกมาทีสุ ภิกฺขาจารโคจเร, อญฺญตฺถาปิ จ ปวตฺเตสุ อวิชหิเต กมฺมฏฺฐานสงฺขาเต โคจเร สมฺปชญฺญํ โคจรสมฺปชญฺญํ. อภิกฺกมาทีสุ อสมฺมุยฺหนเมว สมฺปชญฺญํ อสมฺโมหสมฺปชญฺญํ. ปริคฺคณฺหิตฺวาติ ปฏิสงฺขาย.
ตสฺมินฺติ สาตฺถกสมฺปชญฺญวเสน ปริคฺคหิตอตฺเถ. อตฺโถ นาม ธมฺมโต วฑฺฒีติ ยํ สาตฺถกนฺติ อธิปฺเปตํ คมนํ, ตํ สปฺปายเมวาติ สิยา กสฺสจิ อาสงฺกาติ ตนฺนิวตฺตนตฺถํ ‘‘เจติยทสฺสนํ ตาวา’’ติอาทิ อารทฺธํ. จิตฺตกมฺมรูปกานิ วิยาติ จิตฺตกมฺมกตปฏิมาโย วิย, ยนฺตปโยเคน วา วิจิตฺตกมฺมปฏิมาโย วิย. อสมเปกฺขนํ เคหสิตอญฺญาณุเปกฺขาวเสน อารมฺมณสฺส อโยนิโส คหณํ. ยํ สนฺธาย วุตฺตํ ‘‘จกฺขุนา รูปํ ทิสฺวา อุปฺปชฺชติ อุเปกฺขา พาลสฺส มูฬฺหสฺส ปุถุชฺชนสฺสา’’ติอาทิ (ม. นิ. ๓.๓๐๘). หตฺถิอาทิสมฺมทฺเทน ชีวิตนฺตราโย, วิสภาครูปทสฺสนาทินา พฺรหฺมจริยนฺตราโย.
ปพฺพชิตทิวสโต ปฏฺฐาย ภิกฺขูนํ อนุวตฺตนกถา อาจิณฺณา, อนนุวตฺตนกถา ปน ตสฺสา ทุติยา นาม โหตีติ อาห ‘‘เทฺว กถา นาม น กถิตปุพฺพา’’ติ.
เอวนฺติ ‘‘สเจ ปนา’’ติอาทิกํ สพฺพมฺปิ วุตฺตาการํ ปจฺจามสติ, น ‘‘ปุริสสฺส มาตุคามาสุภ’’นฺติอาทิกํ วุจฺจมานํ. โยคกมฺมสฺส ปวตฺติฏฺฐานตาย ภาวนาย อารมฺมณํ กมฺมฏฺฐานนฺติ วุจฺจตีติ อาห ‘‘กมฺมฏฺฐานสงฺขาตํ โคจร’’นฺติ. อุคฺคเหตฺวาติ ยถา อุคฺคหนิมิตฺตํ อุปฺปชฺชติ, เอวํ อุคฺคหโกสลฺลสฺส สมฺปาทนวเสน อุคฺคเหตฺวา. หรตีติ กมฺมฏฺฐานํ ปวตฺเตติ, ยาว ปิณฺฑปาตปฏิกฺกมา อนุยุญฺชตีติ อตฺโถ. นปจฺจาหรตีติ อาหารูปโภคโต ยาว ทิวาฏฺฐานุปสงฺกมนา กมฺมฏฺฐานํ น ปฏิเนติ.
สรีรปริกมฺมนฺติ มุขโธวนาทิสรีรปฏิชคฺคนํ. เทฺว ตโย ปลฺลงฺเกติ เทฺว ตโย นิสชฺชาวาเร, เทฺว ตีณิ อุณฺหาสนานิ. เตนาห ‘‘อุสุมํ คาหาเปนฺโต’’ติ. กมฺมฏฺฐานสีเสเนวาติ กมฺมฏฺฐานคฺเคเนว, กมฺมฏฺฐานํ ปธานํ กตฺวา เอวาติ อตฺโถ. เตน ‘‘ปตฺโตปิ อเจตโน’’ติอาทินา (ม. นิ. อฏฺฐ. ๑.๑๐๙) วกฺขมานํ กมฺมฏฺฐานํ, ยถาปริหริยมานํ วา อวิชหิตฺวาติ ทสฺเสติ. ‘‘ปริโภคเจติยโต สรีรเจติยํ ครุตร’’นฺติ กตฺวา ‘‘เจติยํ วนฺทิตฺวา’’ติ ปุพฺพกาลกิริยาวเสน วุตฺตํ. ตถา หิ อฏฺฐกถายํ (วิภ. อฏฺฐ. ๘๐๙; ม. นิ. อฏฺฐ. ๓.๑๒๘; อ. นิ. อฏฺฐ. ๑.๑.๒๗๕) ‘‘เจติยํ พาธยมานา โพธิสาขา หริตพฺพา’’ติ วุตฺตา.
ชนสงฺคหตฺถนฺติ ‘‘มยิ อกเถนฺเต เอเตสํ โก กเถสฺสตี’’ติ ธมฺมานุคฺคเหน ชนสงฺคหตฺถํ. ตสฺมาติ. ยสฺมา ‘‘ธมฺมกถา นาม กเถตพฺพาเยวา’’ติ อฏฺฐกถาจริยา วทนฺติ, ยสฺมา จ ธมฺมกถา กมฺมฏฺฐานวินิมุตฺตา นาม นตฺถิ, ตสฺมา. อนุโมทนํ กตฺวาติ เอตฺถาปิ ‘‘กมฺมฏฺฐานสีเสเนวา’’ติ อาเนตฺวา สมฺพนฺโธ. สมฺปตฺตปริจฺเฉเทเนวาติ ‘‘ปริจิโต อปริจิโต’’ติอาทิวิภาคํ อกตฺวา สมฺปตฺตโกฏิยาว. ภเยติ ปรจกฺกาทิภเย.
กมฺมชเตโชติ คหณึ สนฺธายาห. กมฺมฏฺฐานวีถึ นาโรหติ ขุทาปริสฺสเมน กิลนฺตกายตฺตา สมาธานาภาวโต. อวเสสฏฺฐาเนติ ยาคุยา อคฺคหิตฏฺฐาเน. โปงฺขานุโปงฺขนฺติ กมฺมฏฺฐานุปฏฺฐานสฺส อวิจฺเฉททสฺสนวจนเมตํ, ยถา โปงฺขานุโปงฺขปวตฺตาย สรปฏิปาฏิยา อวิจฺเฉโท, เอวเมตสฺสาปีติ.
นิกฺขิตฺตธุโร ภาวนานุโยเค. วตฺตปฏิปตฺติยา อปูรเณน สพฺพวตฺถานิ ภินฺทิตฺวา. ‘‘กาเม อวีตราโค โหติ, กาเย อวีตราโค, รูเป อวีตราโค, ยาวทตฺถํ อุทราวเทหกํ ภุญฺชิตฺวา เสยฺยสุขํ ปสฺสสุขํ มิทฺธสุขํ อนุยุตฺโต วิหรติ, อญฺญตรํ เทวนิกายํ ปณิธาย พฺรหฺมจริยํ จรตี’’ติ (ที. นิ. ๓.๓๒๐; ม. นิ. ๑.๑๘๖) เอวํ วุตฺต ปญฺจวิธเจโตขิลวินิพนฺธจิตฺโต. จริตฺวาติ ปวตฺติตฺวา.
อตฺตกามาติ อตฺตโน หิตสุขํ อิจฺฉนฺตา, ธมฺมจฺฉนฺทวนฺโตติ อตฺโถ. ธมฺโมติ หิ หิตํ, ตนฺนิมิตฺตกญฺจ สุขนฺติ. อถ วา วิญฺญูนํ นิพฺพิเสสตฺตา อตฺตภาวปริยาปนฺนตฺตา จ อตฺตา นาม ธมฺโม, ตํ กาเมนฺติ อิจฺฉนฺตีติ อตฺตกามา. อุสภํ นาม วีสติ ยฏฺฐิโย. ตาย สญฺญายาติ ตาย ปาสาณสญฺญาย, เอตฺตกํ ฐานํ อาคตาติ ชานนฺตาติ อธิปฺปาโย. โสเยว นโยติ ‘‘อยํ ภิกฺขู’’ติอาทิโก โย ฐาเน วุตฺโต, โส เอว นิสชฺชายปิ นโย. ปจฺฉโต อาคจฺฉนฺตานํ ฉินฺนภตฺตภาวภเยนปิ โยนิโสมนสิการํ ปริพฺรูเหติ.
พหาปธานํ ปูเชสฺสามีติ อมฺหากํ อตฺถาย โลกนาเถน ฉ วสฺสานิ กตํ ทุกฺกรจริยํ เอวาหํ ยถาสตฺติ ปูเชสฺสามีติ. ปฏิปตฺติปูชา หิ สตฺถุปูชา, น อามิสปูชา. ฐานจงฺกมนเมวาติ อธิฏฺฐาตพฺพอิริยาปถวเสน วุตฺตํ, น โภชนาทิกาเลสุ อวสฺสํ กตฺตพฺพนิสชฺชาย ปฏิกฺเขปวเสน.
วีถึ โอตริตฺวา อิโต จิโต จ อโนโลเกตฺวา ปฐมเมว วีถิโย สลฺลกฺเขตพฺพาติ อาห ‘‘วีถิโย สลฺลกฺเขตฺวา’’ติ. ยํ สนฺธาย วุจฺจติ ‘‘ปาสาทิเกน อภิกฺกนฺเตนา’’ติ, ตํ ทสฺเสตุํ ‘‘ตตฺถ จา’’ติอาทิ วุตฺตํ.
ปจฺเจกโพธึ สจฺฉิกโรติ, ยทิ อุปนิสฺสยสมฺปนฺโน โหตีติ สมฺพนฺโธ. เอวํ สพฺพตฺถ อิโต ปเรสุปิ. ตตฺถ ปจฺเจกโพธิยา อุปนิสฺสยสมฺปทา กปฺปานํ เทฺว อสงฺเขฺยยฺยานิ สตสหสฺสญฺจ ตชฺชํ ปุญฺญญาณสมฺภรณํ, สาวกโพธิยํ อคฺคสาวกานํ เอกํ อสงฺเขฺยยฺยํ กปฺปสตสหสฺสญฺจ, มหาสาวกานํ กปฺปสตสหสฺสเมว, อิตเรสํ อตีตาสุ ชาตีสุ วิวฏฺฏสนฺนิสฺสยวเสน นิพฺพตฺติตํ นิพฺเพธภาคิยํ กุสลํ. พาหิโย ทารุจีริโยติ พหิ วิสเย สญฺชาตสํวฑฺฒตาย พาหิโย, ทารุจีรปริหรเณน ทารุจีริโยติ จ สมญฺญาโต. โส หิ อายสฺมา –
‘‘ตสฺมา ติห เต, พาหิย, เอวํ สิกฺขิตพฺพํ ‘ทิฏฺเฐ ทิฏฺฐมตฺตํ ภวิสฺสติ, สุเต… มุเต… วิญฺญาเต วิญฺญาตมตฺตํ ภวิสฺสตี’ติ. ยโต โข เต, พาหิย, ทิฏฺเฐ ทิฏฺฐมตฺตํ ภวิสฺสติ, สุเต… มุเต… วิญฺญาเต วิญฺญาตมตฺตํ ภวิสฺสติ, ตโต ตฺวํ, พาหิย, น เตน. ยโต ตฺวํ, พาหิย, น เตน, ตโต ตฺวํ, พาหิย, น ตตฺถ. ยโต ตฺวํ, พาหิย, น ตตฺถ, ตโต ตฺวํ, พาหิย, เนวิธ น หุรํ น อุภยมนฺตเรน, เอเสวนฺโต ทุกฺขสฺสา’’ติ (อุทา. ๑๐) – เอตฺตกาย เทสนาย อรหตฺตํ สจฺฉากาสิ.
ตนฺติ อสมฺมุยฺหนํ. เอวนฺติ อิทานิ วุจฺจมานากาเรน เวทิตพฺพํ. อตฺตา อภิกฺกมตีติ อิมินา อนฺธปุถุชฺชนสฺส ทิฏฺฐิคฺคาหวเสน อภิกฺกเม สมฺมุยฺหนํ ทสฺเสติ, อหํ อภิกฺกมามีติ ปน อิมินา มานคฺคาหวเสน, ตทุภยํ ปน ตณฺหาย วินา น โหตีติ ตณฺหาคฺคาหวเสนปิ สมฺมุยฺหนํ ทสฺสิตเมว โหติ. ‘‘ตถา อสมฺมุยฺหนฺโต’’ติ วตฺวา ตํ อสมฺมุยฺหนํ เยน ฆนวินิพฺโภเคน โหติ, ตํ ทสฺเสนฺโต ‘‘อภิกฺกมามี’’ติอาทิมาห. ตตฺถ ยสฺมา วาโยธาตุยา อนุคตา เตโชธาตุ อุทฺธรณสฺส ปจฺจโย. อุทฺธรณคติกา หิ เตโชธาตูติ อุทฺธรเณ วาโยธาตุยา ตสฺสา อนุคตภาโว, ตสฺมา อิมาสํ ทฺวินฺนเมตฺถ สามตฺถิยโต อธิมตฺตตา, อิตราสญฺจ โอมตฺตตาติ ทสฺเสนฺโต ‘‘เอเกก…เป… พลวติโย’’ติ อาห. ยสฺมา ปน เตโชธาตุยา อนุคตา วาโยธาตุ อติหรณวีติหรณานํ ปจฺจโย. ติริยคติกาย หิ วาโยธาตุยา อติหรณวีติหรเณสุ สาติสโย พฺยาปาโรติ เตโชธาตุยา ตสฺสา อนุคตภาโว, ตสฺมา อิมาสํ ทฺวินฺนเมตฺถ สามตฺถิยโต อธิมตฺตตา, อิตราสญฺจ โอมตฺตตาติ ทสฺเสนฺโต ‘‘ตถา อติหรณวีติหรเณสู’’ติ อาห. สติปิ อนุคมนานุคนฺตพฺพตาวิเสเส เตโชธาตุ-วาโยธาตุ-ภาวมตฺตํ สนฺธาย ตถา-สทฺทคฺคหณํ. ตตฺถ อกฺกนฺตฏฺฐานโต ปาทสฺส อุกฺขิปนํ อุทฺธรณํ, ฐิตฏฺฐานํ อติกฺกมิตฺวา ปุรโต หรณํ อติหรณํ ขาณุอาทิปริหรณตฺถํ, ปติฏฺฐิตปาทฆฏฺฏนปริหรณตฺถํ วา ปสฺเสน หรณํ วีติหรณํ, ยาว ปติฏฺฐิตปาโท, ตาว อาหรณํ อติหรณํ, ตโต ปรํ หรณํ วีติหรณนฺติ อยํ วา เอเตสํ วิเสโส.
ยสฺมา ปถวีธาตุยา อนุคตา อาโปธาตุ โวสฺสชฺชนสฺส ปจฺจโย. ครุตรสภาวา หิ อาโปธาตูติ โวสฺสชฺชเน ปถวีธาตุยา ตสฺสา อนุคตภาโว, ตสฺมา ตาสํ ทฺวินฺนเมตฺถ สามตฺถิยโต อธิมตฺตตา, อิตราสญฺจ โอมตฺตตาติ ทสฺเสนฺโต อาห ‘‘โวสฺสชฺชเน…เป… พลวติโย’’ติ. ยสฺมา ปน อาโปธาตุยา อนุคตา ปถวีธาตุ สนฺนิกฺเขปนสฺส ปจฺจโย, ปติฏฺฐาภาเว วิย ปติฏฺฐาปเนปิ ตสฺสา สาติสยกิจฺจตฺตา อาโปธาตุยา ตสฺสา อนุคตภาโว, ตถา ฆฏฺฏนกิริยาย ปถวีธาตุยา วเสน สนฺนิรุมฺภนสฺส สิชฺฌนโต ตตฺถาปิ ปถวีธาตุยา อาโปธาตุอนุคตภาโว, ตสฺมา วุตฺตํ ‘‘ตถา สนฺนิกฺเขปนสนฺนิรุมฺภเนสู’’ติ. ตตฺถาติ ตสฺมึ อภิกฺกมเน, เตสุ วา วุตฺเตสุ อุทฺธรณาทีสุ ฉสุ โกฏฺฐาเสสุ. อุทฺธรเณติ อุทฺธรณกฺขเณ. รูปารูปธมฺมาติ อุทฺธรณากาเรน ปวตฺตา รูปธมฺมา, ตํสมุฏฺฐาปกา อรูปธมฺมา จ อติหรณํ น ปาปุณนฺติ ขณมตฺตาวฏฺฐานโต. ตตฺถ ตตฺเถวาติ ยตฺถ ยตฺถ อุปฺปนฺนา, ตตฺถ ตตฺเถว. น หิ ธมฺมานํ เทสนฺตรสงฺกมนํ อตฺถิ. ปพฺพํ ปพฺพนฺติอาทิ อุทฺธรณาทิโกฏฺฐาเส สนฺธาย วุตฺตํ, ตํ สภาคสนฺตติวเสน วุตฺตนฺติ เวทิตพฺพํ. อติอิตฺตโร หิ รูปธมฺมานมฺปิ ปวตฺติกฺขโณ คมนสฺสาทานํ เทวปุตฺตานํ เหฏฺฐุปริเยน ปฏิมุขํ ธาวนฺตานํ สิรสิ ปาเท จ พทฺธธุรธาราสมาคมโตปิ สีฆตโร. ยถา ติลานํ ภชฺชิยมานานํ ปฏปฏายเนน เภโท ลกฺขียติ, เอวํ สงฺขตธมฺมานํ อุปฺปาเทนาติ ทสฺสนตฺถํ ‘‘ปฏปฏายนฺตา’’ติ วุตฺตํ. อุปฺปนฺนา หิ เอกนฺตโต ภิชฺชนฺตีติ.
สทฺธึ รูเปนาติ อิทํ ตสฺส ตสฺส จิตฺตสฺส นิโรเธน สทฺธึ นิรุชฺฌนกรูปธมฺมานํ วเสน วุตฺตํ, ยํ ตโต สตฺตรสมจิตฺตสฺส อุปฺปาทกฺขเณ อุปฺปนฺนํ. อญฺญถา ยทิ รูปารูปธมฺมา สมานกฺขณา สิยุํ, ‘‘รูปํ ครุปริณามํ ทนฺธนิโรธ’’นฺติอาทิวจเนหิ (วิภ. อฏฺฐ. ๒๖) วิโรโธ สิยา, ตถา ‘‘นาหํ, ภิกฺขเว, อญฺญํ เอกธมฺมมฺปิ สมนุปสฺสามิ, ยํ เอวํ ลหุปริวตฺตํ, ยถยิทํ จิตฺต’’นฺติ เอวมาทิปาฬิยา (อ. นิ. ๑.๔๘). จิตฺตเจตสิกา หิ สารมฺมณสภาวา ยถาพลํ อตฺตโน อารมฺมณปจฺจยภูตมตฺถํ วิภาเวนฺโต เอว อุปฺปชฺชนฺตีติ เตสํ ตํสภาวนิปฺผตฺติอนนฺตรํ นิโรโธ, รูปธมฺมา ปน อนารมฺมณา ปกาเสตพฺพา, เอวํ เตสํ ปกาเสตพฺพภาวนิวตฺติ โสฬสหิ จิตฺเตหิ โหตีติ ตงฺขณายุกตา เตสํ อิจฺฉิตา, ลหุวิญฺญาณวิสยสงฺคติมตฺตปจฺจยตาย ติณฺณํ ขนฺธานํ, วิสยสงฺคติมตฺตตาย จ วิญฺญาณสฺส ลหุปริวตฺติตา, ทนฺธมหาภูตปจฺจยตาย รูปธมฺมานํ ทนฺธปริวตฺติตา, นานาธาตุยา ยถาภูตญาณํ โข ปน ตถาคตสฺเสว, เตน จ ปุเรชาตปจฺจโย รูปธมฺโมว วุตฺโต, ปจฺฉาชาตปจฺจโย จ ตสฺเสวาติ รูปารูปธมฺมานํ สมานกฺขณตา น ยุชฺชเตว, ตสฺมา วุตฺตนเยเนเวตฺถ อตฺโถ เวทิตพฺโพ.
อญฺญํ อุปฺปชฺชเต จิตฺตํ,อญฺญํ จิตฺตํ นิรุชฺฌตีติ ยํ ปุริมุปฺปนฺนํ จิตฺตํ, ตํ อญฺญํ, ตํ ปน นิรุชฺฌนฺตํ อปรสฺส อนนฺตราทิปจฺจยภาเวเนว นิรุชฺฌตีติ ตโต ลทฺธปจฺจยํ อญฺญํ อุปฺปชฺชเต จิตฺตํ. ยทิ เอวํ เตสํ อนฺตโร ลพฺเภยฺยาติ โนติ อาห ‘‘อวีจิมนุสมฺพนฺโธ’’ติ, ยถา วีจิ อนฺตโร น ลพฺภติ, ตเทเวตนฺติ อวิเสสวิทุ มญฺญนฺติ, เอวํ อนุ อนุ สมฺพนฺโธ จิตฺตสนฺตาโน รูปสนฺตาโน จ นทีโสโตว นทิยํ อุทกปฺปวาโห วิย วตฺตติ.
อภิมุขํ โลกิตํ อาโลกิตนฺติ อาห ‘‘ปุรโตเปกฺขน’’นฺติ. ยสฺมา ยํทิสาภิมุโข คจฺฉติ ติฏฺฐติ นิสีทติ วา, ตทภิมุขํ เปกฺขนํ อาโลกิตํ, ตสฺมา ตทนุคตํ วิทิสาโลกนํ วิโลกิตนฺติ อาห ‘‘วิโลกิตํ นาม อนุทิสาเปกฺขน’’นฺติ. สมฺมชฺชนปริภณฺฑาทิกรเณ โอโลกิตสฺส, อุลฺโลกหรณาทีสุ อุลฺโลกิตสฺส, ปจฺฉโต อาคจฺฉนฺตปริสฺสยสฺส ปริวชฺชนาทีสุ อปโลกิตสฺส สิยา สมฺภโวติ อาห ‘‘อิมินา วา มุเขน สพฺพานิปิ ตานิ คหิตาเนวา’’ติ.
กายสกฺขินฺติ กาเยน สจฺฉิกตวนฺตํ, ปจฺจกฺขการินนฺติ อตฺโถ. โส หิ อายสฺมา วิปสฺสนากาเล เอว ‘‘ยเมวาหํ อินฺทฺริเยสุ อคุตฺตทฺวารตํ นิสฺสาย สาสเน อนภิรติอาทิวิปฺปการํ ปตฺโต, ตเมว สุฏฺฐุ นิคฺคณฺหิสฺสามี’’ติ อุสฺสาหชาโต พลวหิโรตฺตปฺโป, ตตฺถ จ กตาธิการตฺตา อินฺทฺริยสํวเร อุกฺกํสปารมิปฺปตฺโต, เตเนว นํ สตฺถา ‘‘เอตทคฺคํ, ภิกฺขเว, มม สาวกานํ ภิกฺขูนํ อินฺทฺริเยสุ คุตฺตทฺวารานํ ยทิทํ นนฺโท’’ติ (อ. นิ. ๑.๒๓๕) เอตทคฺเค ฐเปสิ.
สาตฺถกตา จ สปฺปายตา จ อาโลกิตวิโลกิตสฺส เวทิตพฺพา. ตสฺมาติ ‘‘กมฺมฏฺฐานาวิชหนสฺเสว โคจรสมฺปชญฺญภาวโต’’ติ วุตฺตเมวตฺถํ เหตุภาเวน ปจฺจามสติ. อตฺตโน กมฺมฏฺฐานวเสเนว อาโลกนวิโลกนํ กาตพฺพํ, ขนฺธาทิกมฺมฏฺฐานา อญฺโญ อุปาโย น คเวสิตพฺโพติ อธิปฺปาโย. อาโลกิตาทิสมญฺญาปิ ยสฺมา ธมฺมมตฺตสฺเสว ปวตฺติวิเสโส, ตสฺมา ตสฺส ยาถาวโต ชานนํ อสมฺโมหสมฺปชญฺญนฺติ ทสฺเสตุํ ‘‘อพฺภนฺตเร’’ติอาทิ วุตฺตํ.
‘‘ปฐมชวเนปิ …เป… น โหตี’’ติ อิทํ ปญฺจทฺวารวิญฺญาณวีถิยํ ‘‘อิตฺถี ปุริโส’’ติ รชฺชนาทีนํ อภาวํ สนฺธาย วุตฺตํ. ตตฺถ หิ อาวชฺชนโวฏฺฐพฺพนานํ อโยนิโส อาวชฺชนโวฏฺฐพฺพนวเสน อิฏฺเฐ อิตฺถิรูปาทิมฺหิ โลโภ, อนิฏฺเฐ จ ปฏิโฆ อุปฺปชฺชติ, มโนทฺวาเร ปน ‘‘อิตฺถี ปุริโส’’ติ รชฺชนาทิ โหติ, ตสฺส ปญฺจทฺวารชวนํ มูลํ, ยถาวุตฺตํ วา สพฺพํ ภวงฺคาทิ, เอวํ มโนทฺวารชวนสฺส มูลวเสน มูลปริญฺญา วุตฺตา. อาคนฺตุกตาวกาลิกตา ปน ปญฺจทฺวารชวนสฺเสว อปุพฺพภาววเสน อิตฺตรภาววเสน จ วุตฺตา. เหฏฺฐุปริยวเสน ภิชฺชิตฺวา ปติเตสูติ เหฏฺฐิมสฺส อุปริมสฺส จ อปราปรํ ภงฺคปฺปตฺติมาห. ตนฺติ ชวนํ. ตสฺส น ยุตฺตนฺติ สมฺพนฺโธ. อาคนฺตุโก อพฺภาคโต. อุทยพฺพยปริจฺฉินฺโน ตาวตโก กาโล เอเตสนฺติ ตาวกาลิกานิ.
เอตํ อสมฺโมหสมฺปชญฺญํ. ตตฺถาติ ปญฺจกฺขนฺธวเสน อาโลกนวิโลกเน ปญฺญายมาเน ตพฺพินิมุตฺโต โก เอโก อาโลเกติ, โก วิโลเกติ. อุปนิสฺสยปจฺจโยติ อิทํ สุตฺตนฺตนเยน ปริยายโต วุตฺตํ. สหชาตปจฺจโยติ นิทสฺสนมตฺตเมตํ อญฺญมญฺญ-สมฺปยุตฺต-อตฺถิอวิคตาทิปจฺจยานมฺปิ ลพฺภนโต.
มณิสปฺโป นาม เอกา สปฺปชาตีติ วทนฺติ. ลฬนนฺติ กมฺปนนฺติ วทนฺติ, ลีฬากรณํ วา ลฬนํ.
อุณฺหปกติโก ปริฬาหพหุโล. สีลสฺส วิทูสเนน อหิตาวหตฺตา มิจฺฉาชีววเสน อุปฺปนฺนํ อสปฺปายํ. จีวรมฺปิ อเจตนนฺติอาทินา จีวรสฺส วิย ‘‘กาโยปิ อเจตโน’’ติ กายสฺส อตฺตสุญฺญตาวิภาวเนน ‘‘อพฺภนฺตเร’’ติอาทินา วุตฺตเมวตฺถํ วิภาเวนฺโต อิตรีตรสนฺโตสสฺส การณํ ทสฺเสติ. เตนาห ‘‘ตสฺมา’’ติอาทิ. จตุปญฺจคณฺฐิกาหโตติ อาหตจตุปญฺจคณฺฐิโก, จตุปญฺจคณฺฐิกาหิ วา หตโสโภ.
อฏฺฐวิโธปิ อตฺโถติ อฏฺฐวิโธปิ ปโยชนวิเสโส. ปถวีสนฺธารกชลสฺส ตํสนฺธารกวายุนา วิย ปริภุตฺตสฺส อาหารสฺส วาโยธาตุนาว อาสเย อวฏฺฐานนฺติ อาห ‘‘วาโยธาตุวเสเนว ติฏฺฐตี’’ติ. อติหรตีติ ยาว มุขา อภิหรติ. วีติหรตีติ ตโต ยาว กุจฺฉิ, ตาว หรติ. อติหรตีติ วา มุขทฺวารํ อติกฺกาเมนฺโต หรติ. วีติหรตีติ กุจฺฉิคตํ ปสฺสโต หรติ. ปริวตฺเตตีติ อปราปรํ จาเรติ. เอตฺถ จ อาหารสฺส ธารณปริวตฺตนสํจุณฺณนวิโสสนานิ ปถวีธาตุสหิตา เอว วาโยธาตุ กโรติ, น เกวลาติ ตานิ ปถวีธาตุยาปิ กิจฺจภาเวน วุตฺตานิ. อลฺลตฺตญฺจ อนุปาเลตีติ วายุอาทีหิ อติโสสนํ ยถา น โหติ, ตถา อนุปาเลติ อลฺลอาทีหิ อติโสสนํ ยถา น โหติ, ตถา อนุปาเลติ อลฺลภาวํ. เตโชธาตูติ คหณีสงฺขาตา เตโชธาตุ. สา หิ อนฺโต ปวิฏฺฐํ อาหารํ ปริปาเจติ. อญฺชโส โหตีติ อาหารสฺส ปเวสนาทีนํ มคฺโค โหติ. อาภุชตีติ ปริเยสนชฺโฌหรณชิณฺณาชิณฺณตาทึ อาวชฺเชติ, วิชานาตีติ อตฺโถ. ตํตํวิชานนนิปฺผาทโกเยว หิ ปโยโค ‘‘สมฺมาปโยโค’’ติ วุตฺโต. เยน หิ ปโยเคน ปริเยสนาทิ นิปฺผชฺชติ, โส ตพฺพิสยวิชานนมฺปิ นิปฺผาเทติ นาม ตทวินาภาวโต. อถ วา สมฺมาปโยคํ สมฺมาปฏิปตฺตึ อนฺวาย อาคมฺม อาภุชติ สมนฺนาหรติ. อาโภคปุพฺพโก หิ สพฺโพปิ วิญฺญาณพฺยาปาโรติ ตถา วุตฺตํ.
คมนโตติ ภิกฺขาจารวเสน โคจรคามํ อุทฺทิสฺส คมนโต. ปริเยสนโตติ โคจรคาเม ภิกฺขตฺถํ อาหิณฺฑนโต. ปริโภคโตติ อาหารสฺส ปริภุญฺชนโต. อาสยโตติ ปิตฺตาทิอาสยโต. อาสยติ เอตฺถ เอกชฺฌํ ปวตฺตมาโนปิ กมฺมพลวตฺถิโต หุตฺวา มริยาทวเสน อญฺญมญฺญํ อสงฺกรโต สยติ ติฏฺฐติ ปวตฺตตีติ อาสโย, อามาสยสฺส อุปริ ติฏฺฐนโก ปิตฺตาทิโก. มริยาทตฺโถ หิ อยมากาโร. นิเธติ ยถาภุตฺโต อาหาโร นิจิโต หุตฺวา ติฏฺฐติ เอตฺถาติ นิธานํ, อามาสโย. ตโต นิธานโต. อปริปกฺกโตติ คหณีสงฺขาเตน กมฺมชเตเชน อวิปกฺกโต. ปริปกฺกโตติ ยถาภุตฺตสฺส อาหารสฺส วิปกฺกภาวโต. ผลโตติ นิปฺผตฺติโต. นิสฺสนฺทโตติ อิโต จิโต จ วิสฺสนฺทนโต. สมฺมกฺขนโตติ สพฺพโส มกฺขนโต. อยเมตฺถ สงฺเขโป, วิตฺถาโร ปน วิสุทฺธิมคฺคสํวณฺณนาย (วิสุทฺธิ. มหาฏี. ๑.๒๙๔) คเหตพฺโพ.
อญฺเญ จ โรคา กณฺณสูลภคนฺทราทโย. อฏฺฐาเนติ มนุสฺสามนุสฺสปริคฺคหิเต อยุตฺเต ฐาเน เขตฺตเทวายตนาทิเก. นิสฺสฏฺฐตฺตา เนว อตฺตโน กสฺสจิ อนิสฺสชฺชิตตฺตา ชิคุจฺฉนียตฺตา จ น ปรสฺส. อุทกตุมฺพโตติ เวฬุนาฬิอาทิอุทกภาชนโต. ตนฺติ ฉฑฺฑิตอุทกํ.
อทฺธานอิริยาปถา จิรปฺปวตฺติกา ทีฆกาลิกา อิริยาปถา. มชฺฌิมา ภิกฺขาจรณาทิวเสน ปวตฺตา. จุณฺณิกอิริยาปถา วิหาเร อญฺญตฺถาปิ อิโต จิโต จ ปริวตฺตนาทิวเสน ปวตฺตาติ วทนฺติ. ‘‘คเตติ คมเน’’ติ ปุพฺเพ อภิกฺกมปฏิกฺกมคฺคหเณน คมเนนปิ ปุรโต ปจฺฉโต จ กายสฺส อติหรณํ วุตฺตนฺติ อิธ คมนเมว คหิตนฺติ เกจิ.
ยสฺมา มหาสีวตฺเถรวาเท อนนฺตเร อนนฺตเร อิริยาปเถ ปวตฺตรูปารูปธมฺมานํ ตตฺถ ตตฺเถว นิโรธทสฺสนวเสน สมฺปชานการิตา คหิตา, อิทญฺเจตฺถ สมฺปชญฺญวิปสฺสนาจารวเสน อาคตํ, ตสฺมา วุตฺตํ ‘‘ตยิทํ มหาสีวตฺเถเรน วุตฺตํ อสมฺโมหธุรํ อิมสฺมึ สติปฏฺฐานภุตฺเต อธิปฺเปต’’นฺติ. สามญฺญผเล (ที. นิ. ๑.๒๑๔; ที. นิ. อฏฺฐ. ๑.๒๑๔; ที. นิ. ฏี. ๑.๒๑๔) ปน สพฺพมฺปิ จตุพฺพิธํ สมฺปชญฺญํ ลพฺภติ ยาวเทว สามญฺญผลวิเสสทสฺสนปรตฺตา ตสฺสา เทสนาย. สติสมฺปยุตฺตสฺเสวาติ อิทํ ยถา สมฺปชญฺญกิจฺจสฺส ปธานตา, เอวํ สติกิจฺจสฺสาปีติ ทสฺสนตฺถํ, น สติยา สพฺภาวมตฺตทสฺสนตฺถํ. น หิ กทาจิ สติรหิตา ญาณปฺปวตฺติ อตฺถิ. เอตานิ ปทานีติ สมฺปชญฺญปทานิ. วิภตฺตาเนวาติ วิสุํ วิภตฺตาเนว. อิมินาปิ สมฺปชญฺญสฺส วิย สติยาปิ ปธานตํเยว วิภาเวติ.
อปโร นโย – เอโก ภิกฺขุ คจฺฉนฺโต อญฺญํ จินฺเตนฺโต อญฺญํ วิตกฺเกนฺโต คจฺฉติ, เอโก กมฺมฏฺฐานํ อวิสฺสชฺเชตฺวาว คจฺฉติ, ตถา เอโก ติฏฺฐนฺโต นิสีทนฺโต สยนฺโต อญฺญํ จินฺเตนฺโต อญฺญํ วิตกฺเกนฺโต สยติ, เอโก กมฺมฏฺฐานํ อวิสฺสชฺเชตฺวาว สยติ, เอตฺถเกน ปน น ปากฏํ โหตีติ จงฺกมเนน ทีเปนฺติ. โย หิ ภิกฺขุ จงฺกมนํ โอตริตฺวา จงฺกมนโกฏิยํ ฐิโต ปริคฺคณฺหาติ ‘‘ปาจีนจงฺกมนโกฏิยํ ปวตฺตา รูปารูปธมฺมา ปจฺฉิมจงฺกมนโกฏึ อปฺปตฺวา เอตฺเถว นิรุทฺธา, ปจฺฉิมจงฺกมนโกฏิยํ ปวตฺตาปิ ปาจีนจงฺกมนโกฏึ อปฺปตฺวา เอตฺเถว นิรุทฺทา, จงฺกมนมชฺเฌ ปวตฺตา อุโภ โกฏิโย อปฺปตฺวา เอตฺเถว นิรุทฺธา, จงฺกเม ปวตฺตา รูปารูปธมฺมา ฐานํ อปฺปตฺวา เอตฺเถว นิรุทฺธา, ฐาเน ปวตฺตา นิสชฺชํ, นิสชฺชาย ปวตฺตา สยนํ อปฺปตฺวา เอตฺเถวนิรุทฺธา’’ติ, เอวํ ปริคฺคณฺหนฺโต ปริคฺคณฺหนฺโตเยว จิตฺตํ ภวงฺคํ โอตาเรติ, อุฏฺฐหนฺโต กมฺมฏฺฐานํ คเหตฺวาว อุฏฺฐหติ, อยํ ภิกฺขุ คตาทีสุ สมฺปชานการี นาม โหติ, เอวมฺปิ สุตฺเต กมฺมฏฺฐานํ อวิภูตํ โหติ, ตสฺมา โย ภิกฺขุ ยาว สกฺโกติ, ตาว จงฺกมิตฺวา ฐตฺวา นิสีทิตฺวา สยมาโน เอวํ ปริคฺคเหตฺวา สยติ ‘‘กาโย อเจตโน, มญฺโจ อเจตโน, กาโย น ชานาติ ‘‘อหํ มญฺเจ สยิโต’ติ, มญฺโจ น ชานาติ ‘‘มยิ กาโย สยิโต’’ติ, อเจตโน กาโย อเจตเน มญฺเจ สยิโต’’ติ, เอวํ ปริคฺคณฺหนฺโตเยว จิตฺตํ ภวงฺคํ โอตาเรติ, ปพุชฺฌนฺโต กมฺมฏฺฐานํ คเหตฺวาว ปพุชฺฌติ, อยํ สุตฺเต สมฺปชานการี นาม โหตีติ.
กายาทิกิริยานิพฺพตฺตเนน ตมฺมยตฺตา อาวชฺชนกิริยาสมุฏฺฐิตตฺตา จ ชวนํ, สพฺพมฺปิ วา ฉทฺวารปฺปวตฺตํ กิริยามยปวตฺตํ นาม, ตสฺมึ สติ ชาคริตํ นาม โหตีติ ปริคฺคณฺหนฺโต ชาคริเต สมฺปชานการี นาม. อปิจ รตฺตินฺทิวํ ฉ โกฏฺฐาเส กตฺวา ปญฺจ โกฏฺฐาเส ชคฺคนฺโตปิ ชาคริเต สมฺปชานการี นาม โหติ. วิมุตฺตายตนสีเสน ธมฺมํ เทเสนฺโตปิ พาตฺตึสติรจฺฉานกถํ ปหาย ทสกถาวตฺถุนิสฺสิตํ สปฺปายกถํ กเถนฺโตปิ ภาสิเต สมฺปชานการี นาม. อฏฺฐตึสาย อารมฺมเณสุ จิตฺตรุจิยํ มนสิการํ ปวตฺเตนฺโตปิ ทุติยํ ฌานํ สมาปนฺโนปิ ตุณฺหีภาเว สมฺปชานการี นาม. ทุติยญฺหิ ฌานํ วจีสงฺขารวิรหโต วิเสสโต ตุณฺหีภาโว นาม. รูปธมฺมสฺเสว ปวตฺติอาการวิเสสา อภิกฺกมาทโยติ วุตฺตํ ‘‘รูปกฺขนฺธสฺเสว สมุทโย จ วโย จ นีหริตพฺโพ’’ติ. เสสํ วุตฺตนยเมว.
จตุสมฺปชญฺญปพฺพวณฺณนา นิฏฺฐิตา.
ปฏิกูลมนสิการปพฺพวณฺณนา
๑๑๐. ปฏิกูลมนสิการวเสนาติ (ที. นิ. ฏี. ๒.๓๗๗) ชิคุจฺฉนียตาย. ปฏิกูลเมว ปฏิกูลํ โย ปฏิกูลสภาโว ปฏิกูลากาโร, ตสฺส มนสิกรณวเสน. อนฺตเรนปิ หิ ภาววาจินํ สทฺทํ ภาวตฺโถ วิญฺญายติ ยถา ‘‘ปฏสฺส สุกฺก’’นฺติ. ยสฺมา วิสุทฺธิมคฺเค (วิสุทฺธิ. ๑.๑๘๒-๑๘๓) วุตฺตํ, ตสฺมา ตตฺถ ตํสํวณฺณนายญฺจ วุตฺตนเยน เวทิตพฺพํ. วตฺถาทีหิ ปสิพฺพกากาเรน พนฺธิตฺวา กตํ อาวฏนํ ปุโตฬิ. วิภูตากาโรติ ปณฺณตฺตึ สมติกฺกมิตฺวา อสุภภาวสฺส อุปฏฺฐิตากาโร. อิติ-สทฺทสฺส อาการตฺถตํ ทสฺเสนฺโต ‘‘เอว’’นฺติ วตฺวา ตํ การณํ สรูปโต ทสฺเสนฺโต ‘‘เกสาทิปริคฺคหเณนา’’ติ อาห.
ปฏิกูลมนสิการปพฺพวณฺณนา นิฏฺฐิตา.
ธาตุมนสิการปพฺพวณฺณนา
๑๑๑. ธาตุมนสิการวเสนาติ ปถวีธาตุอาทิกา จตสฺโส ธาตุโย อารพฺภ ปวตฺตภาวนามนสิการวเสน, จตุธาตุววตฺถานวเสนาติ อตฺโถ. ธาตุมนสิกาโร ธาตุกมฺมฏฺฐานํ จตุธาตุววตฺถานนฺติ หิ อตฺถโต เอกํ. โคฆาตโกติ ชีวิกตฺถาย คุนฺนํ ฆาตโก. อนฺเตวาสิโกติ กมฺมกรณวเสน ตสฺส สมีปวาสี. ฐิต-สทฺโท ‘‘ฐิโต วา’’ติอาทีสุ (ที. นิ. ๑.๒๖๓; อ. นิ. ๕.๒๘) ฐานสงฺขาตอิริยาปถสมงฺคิตาย, ฐา-สทฺทสฺส วา คติวินิวตฺติอตฺถตาย อญฺญตฺถ ฐเปตฺวา คมนํ เสสอิริยาปถสมงฺคิตาย โพธโก, อิธ ปน ยถา ตถา รูปกายสฺส ปวตฺติอาการโพธโก อธิปฺเปโตติ อาห ‘‘จตุนฺนํ อิริยาปถานํ เยน เกนจิ อากาเรน ฐิตตฺตา ยถาฐิต’’นฺติ. ตตฺถ อากาเรนาติ ฐานาทินา รูปกายสฺส ปวตฺติอากาเรน. ฐานาทโย หิ อิริยาปถสงฺขาตาย กายิกกิริยาย ปโถ ปวตฺติมคฺโคติ ‘‘อิริยาปโถ’’ติ วุจฺจนฺติ. ยถาฐิตนฺติ ยถาปวตฺตํ. ยถาวุตฺตฏฺฐานเมเวตฺถ ‘‘ปณิธาน’’นฺติ อธิปฺเปตนฺติ อาห ‘‘ยถาฐิตตฺตา จ ยถาปณิหิต’’นฺติ. ฐิตนฺติ วา กายสฺส ฐานสงฺขาตอิริยาปถสมาโยคปริทีปนํ. ปณิหิตนฺติ ตทญฺญอิริยาปถสมาโยคปริทีปนํ. ฐิตนฺติ วา กายสงฺขาตานํ รูปธมฺมานํ ตสฺมึ ตสฺมึ ขเณ สกิจฺจวเสน อวฏฺฐานปริทีปนํ. ปณิหิตนฺติ ปจฺจยกิจฺจวเสน เตหิ เตหิ ปจฺจเยหิ ปการโต นิหิตํ ปณิหิตนฺติ เอวมฺเปตฺถ อตฺโถ เวทิตพฺโพ. ปจฺจเวกฺขตีติ ปติ ปติ อเวกฺขติ, ญาณจกฺขุนา วินิพฺภุชิตฺวา วิสุํ วิสุํ ปสฺสติ.
อิทานิ วุตฺตเมวตฺถํ ภาวตฺถวิภาวนวเสน ทสฺเสตุํ ‘‘ยถา โคฆาตกสฺสา’’ติอาทิ วุตฺตํ. ตตฺถ โปเสนฺตสฺสาติ มํสูปจยปริพฺรูหนาย กุณฺฑกภตฺตกปฺปาสฏฺฐิอาทีหิ สํวฑฺเฒนฺตสฺส. วธิตํ มตนฺติ หึสิตํ หุตฺวา มตํ. มตนฺติ จ มตมตฺตํ. เตเนวาห ‘‘ตาวเทวา’’ติ. คาวีติ สญฺญา น อนฺตรธายติ ยานิ องฺคปจฺจงฺคานิ ยถาสนฺนิวิฏฺฐานิ อุปาทาย คาวีสมญฺญา มตมตฺตายปิ คาวิยา, เตสํ ตํสนฺนิเวสสฺส อวินฏฺฐตฺตา. วิลียนฺติ ภิชฺชนฺติ วิภุชฺชนฺตีติ พีลา ภาคา ว-การสฺส พ-การํ, อิ-การสฺส อี-การํ กตฺวา. พีลโสติ พีลํ พีลํ กตฺวา. วิภชิตฺวาติ อฏฺฐิสงฺฆาฏโต มํสํ วิเวเจตฺวา, ตโต วา วิเวจิตมํสํ ภาคโส กตฺวา. เตเนวาห ‘‘มํสสญฺญา ปวตฺตตี’’ติ. ปพฺพชิตสฺสปิ อปริคฺคหิตกมฺมฏฺฐานสฺส. ฆนวินิพฺโภคนฺติ สนฺตติสมูหกิจฺจฆนานํ วินิพฺภุชนํ วิเวจนํ. ธาตุโส ปจฺจเวกฺขโตติ ฆนวินิพฺโภคกรเณน ธาตุํ ธาตุํ ปถวีอาทิธาตุํ วิสุํ วิสุํ กตฺวา ปจฺจเวกฺขนฺตสฺส. สตฺตสญฺญาติ อตฺตานุทิฏฺฐิวเสน ปวตฺตา สญฺญาติ วทนฺติ, โวหารวเสน ปวตฺตสตฺตสญฺญายปิ ตทา อนฺตรธานํ ยุตฺตเมว ยาถาวโต ฆนวินิพฺโภคสฺส สมฺปาทนโต. เอวญฺหิ สติ ยถาวุตฺตโอปมฺมตฺเถน อุปเมยฺยตฺโถ อญฺญทตฺถุ สํสนฺทติ สเมติ. เตเนวาห ‘‘ธาตุวเสเนว จิตฺตํ สนฺติฏฺฐตี’’ติ. ทกฺโขติ เฉโก ตํตํสมญฺญาย กุสโล, ยถาชาเต สูนสฺมึ นงฺคุฏฺฐขุรวิสาณาทิวนฺเต อฏฺฐิมํสาทิอวยวสมุทาเย อวิภตฺเต คาวีสมญฺญา, น วิภตฺเต, วิภตฺเต ปน อฏฺฏึมํสาทิอวยวสมญฺญาติ ชานนโก. จตุมหาปโถ วิย จตุอิริยาปโถติ คาวิยา ฐิตจตุมหาปโถ วิย กายสฺส ปวตฺติมคฺคภูโต จตุพฺพิโธ อิริยาปโถ. ยสฺมา วิสุทฺธิมคฺเค (วิสุทฺธิ. ๑.๓๐๖) วิตฺถาริตา, ตสฺมา ตตฺถ ตํสํวณฺณนายญฺจ (วิสุทฺธิ. มหาฏี. ๑.๓๐๖) วุตฺตนเยเนว เวทิตพฺพา.
ธาตุมนสิการปพฺพวณฺณนา นิฏฺฐิตา.
นวสิวถิกปพฺพวณฺณนา
๑๑๒. สิวถิกาย อปวิทฺธอุทฺธุมาตกาทิปฏิสํยุตฺตานํ โอธิโส ปวตฺตานํ กถานํ ตทภิเธยฺยานญฺจ อุทฺธุมาตกาทิอสุภภาคานํ สิวถิกปพฺพานีติ สงฺคีติกาเรหิ คหิตสมญฺญา. เตนาห ‘‘สิวถิกปพฺเพหิ วิภชิตุ’’นฺติ. อุทฺธํ ชีวิตปริยาทานาติ ชีวิตกฺขยโต อุปริ มรณโต ปรํ. สมุคฺคเตนาติ อุฏฺฐิเตน. อุทฺธุมาตตฺตาติ อุทฺธํ อุทฺธํ ธุมาตตฺตา สูนตฺตา. เสตรตฺเตหิ วิปริภินฺนํ วิมิสฺสิตํ นีลํ วินีลํ, ปุริมวณฺณวิปริณามภูตํ วา นีลํวินีลํ, วินีลเมว วินีลกนฺติ ก-กาเรน ปทวฑฺฒนมาห อนตฺถนฺตรโต ยถา ‘‘ปีตกํ โลหิตก’’นฺติ (ธ. ส. ๖๑๖). ปฏิกูลกตฺตาติ ชิคุจฺฉนียตฺตา. กุจฺฉิตํ วินีลํ วินีลกนฺติ กุจฺฉนตฺโถ วา อยํ ก-กาโรติ ทสฺเสตุํ วุตฺตํ ยถา ‘‘ปาปโก กิตฺติสทฺโท อพฺภุคฺคจฺฉตี’’ติ (ที. นิ. ๓.๓๑๖; อ. นิ. ๕.๒๑๓; มหาว. ๒๘๕). ปริภินฺนฏฺฐาเนหิ กากกงฺกาทีหิ. วิสฺสนฺทมานํ ปุพฺพนฺติ วิสฺสวนฺตํ ปุพฺพํ, ตหํ ตหํ ปคฺฆรนฺตปุพฺพนฺติ อตฺโถ. ตถาภาวนฺติ วิสฺสนฺทมานปุพฺพภาวํ.
โส ภิกฺขูติ โย ‘‘ปสฺเสยฺย สรีรํ สิวถิกาย ฉฑฺฑิต’’นฺติ วุตฺโต, โส ภิกฺขุ. อุปสํหรติ สทิสตํ. อยมฺปิ โขติอาทิ อุปสํหรณาการทสฺสนํ. อายูติ รูปชีวิตินฺทฺริยํ, อรูปชีวิตินฺทฺริยํ ปเนตฺถ วิญฺญาณคติกเมว. อุสฺมาติ กมฺมชเตโช. เอวํปูติกสภาโวติ เอวํ อติวิย ปูติกสภาโว, น อายุอาทีนํ อวิคเม วิย มตฺตโสติ อธิปฺปาโย. เอทิโส ภวิสฺสตีติ เอวํภาวีติ อาห ‘‘เอวํอุทฺธุมาตาทิเภโท ภวิสฺสตี’’ติ.
ลุญฺจิตฺวา ลุญฺจิตฺวาติ อุปฺปาเฏตฺวา อุปฺปาเฏตฺวา. เสสาวเสสมํสโลหิตยุตฺตนฺติ สพฺพโส อขาทิตตฺตา ตหํ ตหํ เสเสน อปฺปาวเสเสน มํสโลหิเตน ยุตฺตํ. อญฺเญน หตฺถฏฺฐิกนฺติ อวิเสเสน หตฺถฏฺฐิกานํ วิปฺปกิณฺณตา โชติตาติ อนวเสสโต เตสํ วิปฺปกิณฺณตํ ทสฺเสนฺโต ‘‘จตุสฏฺฐิเภทมฺปี’’ติอาทิมาห. เตโรวสฺสิกานีติ ติโรวสฺสํ คตานิ. ตานิ ปน สํวจฺฉรํ วีติวตฺตานิ โหนฺตีติ อาห ‘‘อติกฺกนฺตสํวจฺฉรานี’’ติ. ปุราณตาย ฆนภาววิคเมน วิจุณฺณตา อิธ ปูติภาโวติ โส ยถา โหติ, ตํ ทสฺเสนฺโต ‘‘อพฺโภกาเส’’ติอาทิมาห. ขชฺชมานตาทิวเสน ทุติยสิวถิกปพฺพาทีนํ ววตฺถิตตฺถา วุตฺตํ ‘‘ขชฺชมานาทีนํ วเสน โยชนา กาตพฺพา’’ติ.
นวสิวถิกปพฺพวณฺณนา นิฏฺฐิตา.
อิมาเนว เทฺวติ อวธารเณน อปฺปนากมฺมฏฺฐานํ ตตฺถ นิยเมติ อญฺญปพฺเพสุ ตทภาวโต. ยโต หิ เอว-กาโร, ตโต อญฺญตฺถ นิยเมติ, เตน ปพฺพทฺวยสฺส วิปสฺสนากมฺมฏฺฐานตาปิ อปฺปฏิสิทฺธาติ ทฏฺฐพฺพา อนิจฺจาทิทสฺสนโต. สงฺขาเรสุ อาทีนววิภาวนานิ สิวถิกปพฺพานีติ อาห ‘‘สิวถิกานํ อาทีนวานุปสฺสนาวเสน วุตฺตตฺตา’’ติ. อิริยาปถปพฺพาทีนํ อนปฺปนาวหตา ปากฏา เอวาติ ‘‘เสสานิ ทฺวาทสาปี’’ติ วุตฺตํ. ยํ ปเนตฺถ อตฺถโต อวิภตฺตํ, ตํ สุวิญฺเญยฺยเมวาติ.
กายานุปสฺสนาวณฺณนา นิฏฺฐิตา.
เวทนานุปสฺสนาวณฺณนา
๑๑๓. สุขํ เวทนนฺติ เอตฺถ สุขยตีติ สุขา, สมฺปยุตฺตธมฺเม กายญฺจ ลทฺธสฺสาเท กโรตีติ อตฺโถ. สุฏฺฐุ วา ขาทติ, ขนติ วา กายิกํ เจตสิกญฺจ อาพาธนฺติ สุขา. สุกรํ โอกาสทานํ เอติสฺสาติ สุขาติ อปเร. เวทยติ อารมฺมณรสํ อนุภวตีติ เวทนา. เวทยมาโนติ อนุภวมาโน. กามนฺติอาทีสุ ยํ วตฺตพฺพํ, ตํ อิริยาปถปพฺเพ วุตฺตเมว. สมฺปชานสฺส เวทิยนํ สมฺปชานเวทิยนํ.
‘‘โวหารมตฺตํ โหตี’’ติ เอเตน ‘‘สุขํ เวทนํ เวทยมาโน สุขํ เวทนํ เวทยามี’’ติ อิทํ โวหารมตฺตนฺติ ทสฺเสติ. วตฺถุอารมฺมณาติ รูปาทิอารมฺมณา. รูปาทิอารมฺมณญฺหิ เวทนาย ปวตฺติฏฺฐานตาย ‘‘วตฺถู’’ติ อธิปฺเปตํ. อสฺสาติ ภเวยฺย. ธมฺมวินิมุตฺตสฺส อญฺญสฺส กตฺตุ อภาวโต ธมฺมสฺเสว กตฺตุภาวํ ทสฺเสนฺโต ‘‘เวทนาว เวทยตี’’ติ อาห. นิตฺถุนนฺโตติ. พลวโต เวทนาเวคสฺส นิโรธเน อาทีนวํ ทิสฺวา ตสฺส อวสรทานวเสน นิตฺถุนนฺโต. วีริยสมตํ โยเชตฺวาติ อธิวาสนวีริยสฺส อธิมตฺตตฺตา ตสฺส หาปนวเสน สมาธินา สมรสตาปาทเนน วีริยสมตํ โยเชตฺวา. สห ปฏิสมฺภิทาหีติ โลกุตฺตรปฏิสมฺภิทาหิ สห. โลกิยานมฺปิ วา สติ อุปฺปตฺติกาเล ตตฺถ สมตฺถตํ สนฺธายาห ‘‘สห ปฏิสมฺภิทาหี’’ติ. สมสีสีติ วารสมสีสี หุตฺวา, ปจฺจเวกฺขณวารสฺส อนนฺตรวาเร ปรินิพฺพายีติ อตฺโถ.
ยถา จ สุขํ, เอวํ ทุกฺขนฺติ ยถา ‘‘สุขํ เวทยตี’’ติอาทินา สมฺปชานเวทิยนํ สนฺธาย วุตฺตํ, เอวํ ทุกฺขมฺปิ. ตตฺถ ทุกฺขยตีติ ทุกฺขา, สมฺปยุตฺตธมฺเม กายญฺจ ปีเฬติ วิพาธตีติ อตฺโถ. ทุฏฺฐุํ วา ขาทติ, ขนติ วา กายิกํ เจตสิกญฺจ สาตนฺติ ทุกฺขา. ทุกฺกรํ โอกาสทานํ เอติสฺสาติ ทุกฺขาติ อปเร. อรูปกมฺมฏฺฐานนฺติ อรูปปริคฺคหํ, อรูปธมฺมมุเขน วิปสฺสนาภินิเวสนฺติ อตฺโถ. รูปกมฺมฏฺฐาเนน ปน สมถาภินิเวโสปิ สงฺคยฺหติ, วิปสฺสนาภินิเวโส ปน อิธาธิปฺเปโตติ ทสฺเสนฺโต อาห. ‘‘รูปปริคฺคโห อรูปปริคฺคโหติปิ เอตเทว วุจฺจตี’’ติ. จตุธาตุววตฺถานํ กเถสีติ เอตฺถาปิ ‘‘เยภุยฺเยนา’’ติ ปทํ อาเนตฺวา สมฺพนฺธิตพฺพํ. ตทุภยนฺติ จตุธาตุววตฺถานสฺส สงฺเขปวิตฺถารทฺวยมาห. สงฺเขปมนสิการวเสน มหาสติปฏฺฐาเน, วิตฺถารมนสิการวเสน ราหุโลวาท- (ม. นิ. ๒.๑๑๕-๑๑๗) ธาตุวิภงฺคาทีสุ (วิภ. ๑๗๔-๑๗๕).
เยภุยฺยคฺคหเณน ตทญฺญธมฺมวเสนปิ อรูปกมฺมฏฺฐานกถาย อตฺถิตา ทีปิตาติ ตํ วิภาเคน ทสฺเสตุํ ‘‘ติวิโธ หี’’ติอาทิ วุตฺตํ. ตตฺถ อภินิเวโสติ อนุปฺปเวโส, อารมฺโภติ อตฺโถ. อารมฺเภ เอว หิ อยํ วิภาโค, สมฺมสนํ ปน อนวเสสโตว ธมฺเม ปริคฺคเหตฺวา วตฺตติ. ปริคฺคหิเต รูปกมฺมฏฺฐาเนติ อิทํ รูปมุเขน วิปสฺสนาภินิเวสํ สนฺธาย วุตฺตํ, อรูปมุเขน ปน วิปสฺสนาภินิเวโส เยภูยฺเยน สมถยานิกสฺส อิจฺฉิตพฺโพ, โส จ ปฐมํ ฌานงฺคานิ ปริคฺคเหตฺวา ตโต ปรํ เสสธมฺเม ปริคฺคณฺหาติ. ปฐมาภินิปาโตติ สพฺเพ เจตสิกา จิตฺตายตฺตา จิตฺตกิริยภาเวน วุจฺจนฺตีติ ผสฺโส จิตฺตสฺส ปฐมาภินิปาโต วุตฺโต, อุปฺปนฺนผสฺโส ปุคฺคโล, จิตฺตเจตสิกราสิ วา อารมฺมเณน ผุฏฺโฐ ผสฺสสหชาตาย เวทนาย ตํสมกาลเมว เวเทติ, ผสฺโส ปน โอภาสสฺส วิย ปทีโป เวทนาทีนํ ปจฺจยวิเสโส โหตีติ ปุริมกาโล วิย วุจฺจติ, ยา ตสฺส อารมฺมณาภินิโรปนลกฺขณตา วุจฺจติ. ผุสนฺโตติ อารมฺมณสฺส ผุสนากาเรน. อยญฺหิ อรูปธมฺมตา เอกเทเสน อนลฺลียมาโนปิ รูปํ วิย จกฺขุ, สทฺโท วิย จ โสตํ จิตฺตํ อารมฺมณญฺจ ผุสนฺโต วิย สงฺฆฏฺเฏนฺโต วิย จ ปวตฺตติ. ตถาเหส ‘‘สงฺฆฏฺฏนรโส’’ติ วุจฺจติ.
อารมฺมณํ อนุภวนฺตีติ อิสฺสรวตาย วิสวิตาย สามิภาเวน อารมฺมณรสํ อนุภวนฺตี. ผสฺสาทีนญฺหิ สมฺปยุตฺตธมฺมานํ อารมฺมเณ เอกเทเสเนว ปวตฺติ ผุสนาทิมตฺตภาวโต, เวทนาย ปน อิฏฺฐาการสมฺโภคาทิวเสน ปวตฺตนโต อารมฺมเณ นิปฺปเทสโต ปวตฺติ. ผุสนาทิภาเวน หิ อารมฺมณคฺคหณํ เอกเทสานุภวนํ, เวทยิตาภาเวน คหณํ ยถากามํ สพฺพานุภวนํ เอวสภาวาเนว ตานิ คหณานีติ น เวทนาย วิย ผสฺสาทีนมฺปิ ยถาสกํ กิจฺจกรเณน สามิภาวานุภวนํ โจเทตพฺพํ. วิชานนฺตนฺติ ปริจฺฉินฺทนวเสน วิเสสโต ชานนฺตํ. วิญฺญาณญฺหิ มินิตพฺพวตฺถุํ นาฬิยา มินนฺโต ปุริโส วิย อารมฺมณํ ปริจฺฉิชฺช วิภาเวนฺตํ ปวตฺตติ, น สญฺญา วิย สญฺชานนมตฺตํ หุตฺวา. ตถา หิ อเนน กทาจิ ลกฺขณตฺตยวิภาวนาปิ โหติ. อิเมสํ ปน ผสฺสาทีนํ ตสฺส ตสฺส ปากฏภาโว ปจฺจยวิเสสสิทฺธสฺส ปุพฺพาโภคสฺส วเสน เวทิตพฺพา.
เอวํ ตสฺส ตสฺเสว ปากฏภาเวปิ ‘‘สพฺพํ, ภิกฺขเว, อภิญฺเญยฺย’’นฺติ (สํ. นิ. ๔.๔๖; ปฏิ. ม. ๑.๓) ‘‘สพฺพญฺจ โข, ภิกฺขเว, อภิชาน’’นฺติ (สํ. นิ. ๔.๒๖) จ เอวมาทิวจนโต สพฺเพ สมฺมสนุปคา ธมฺมา ปริคฺคเหตพฺพาติ ทสฺเสนฺโต ‘‘ตตฺถ ยสฺสา’’ติอาทิมาห. ตตฺถ ผสฺสปญฺจมเกเยวาติ อวธารณํ ตทนฺโตคธตฺตา ตคฺคหเณเนว คหิตตฺตา จตุนฺนํ อรูปกฺขนฺธานํ. ผสฺสปญฺจมกคฺคหณญฺหิ ตสฺส สพฺพจิตฺตุปฺปาทสาธารณภาวโต, ตตฺถ จ ผสฺสเจตนาคฺคหเณน สพฺพสงฺขารกฺขนฺธธมฺมสงฺคโห เจตนาปธานตฺตา เตสํ. ตถา หิ สุตฺตนฺตภาชนีเย สงฺขารกฺขนฺธวิภงฺเค (วิภ. ๑๒) ‘‘จกฺขุสมฺผสฺสชา เจตนา’’ติอาทินา เจตนาว วิภตฺตา, อิตเร ปน ขนฺธา สรูเปเนว คหิตา.
วตฺถุํ นิสฺสิตาติ เอตฺถ วตฺถุ-สทฺโท กรชกายวิสโยติ กถมิทํ วิญฺญายตีติ อาห ‘‘ยํ สนฺธาย วุตฺต’’นฺติอาทิ. กตฺถ ปน วุตฺตํ? สามญฺญผเล. โสติ กรชกาโย. ปญฺจกฺขนฺธวินิมุตฺตํ นามรูปํ นตฺถีติ อิทํ อธิการวเสน วุตฺตํ. อญฺญถา หิ ขนฺธวินิมุตฺตมฺปิ นามํ อตฺเถวาติ. อวิชฺชาทิเหตุกาติ อวิชฺชาตณฺหุปาทานาทิเหตุกา. วิปสฺสนาปฏิปาฏิยา…เป… วิจรตีติ อิมินา พลววิปสฺสนํ วตฺวา ปุน ตสฺส อุสฺสุกฺกาปนํ วิเสสาธิคมนญฺจ ทสฺเสนฺโต ‘‘โส’’ติอาทิมาห.
อิธาติ อิมิสฺสํ ทุติยสติปฏฺฐานเทสนายํ, ตสฺสา ปน เวทนานุปสฺสนาวเสน กเถตพฺพตฺตา ภควา เวทนาวเสน กเถสิ. ยถาวุตฺเตสุ จ ตีสุ กมฺมฏฺฐานาภินิเวเสสุ เวทนาวเสน กมฺมฏฺฐานาภินิเวโส สุกโร เวทนานํ วิภูตภาวโตติ ทสฺเสตุํ ‘‘ผสฺสวเสน หี’’ติอาทิ วุตฺตํ. น ปากฏํ โหตีติ อิทํ ตาทิเส ปุคฺคเล สนฺธาย วุตฺตํ, เยสํ อาทิโต เวทนาว วิภูตตรา หุตฺวา อุปฏฺฐาติ. เอวญฺหิ ยํ วุตฺตํ ‘‘ผสฺโส ปากโฏ โหติ, วิญฺญาณํ ปากฏํ โหตี’’ติ, ตํ อวิโรธิตํ โหติ. เวทนานํ อุปฺปตฺติปากฏตายาติ จ อิทํ สุขทุกฺขเวทนานํ วเสน วุตฺตํ. ตาสญฺหิ ปวตฺติ โอฬาริกา, น อิตราย. ตทุภยคฺคหณมุเขน วา คเหตพฺพตฺตา อิตรายปิ ปวตฺติ วิญฺญูนํ ปากฏา เอวาติ ‘‘เวทนาน’’นฺติ อวิเสสคฺคหณํ ทฏฺฐพฺพํ. ยทา สุขํ อุปฺปชฺชตีติอาทิ สุขเวทนาย ปากฏภาววิภาวนํ. เนว ตสฺมึ สมเย ทุกฺขํ เวทนํ เวเทตีติ ตสฺมึ สุขเวทนาสมงฺคิสมเย เนว ทุกฺขํ เวทนํ เวเทติ นิรุทฺธตฺตา, อนุปฺปนฺนตฺตา จ ยถากฺกมํ อตีตานาคตานํ, ปจฺจุปฺปนฺนาย ปน อสมฺภโว วุตฺโตเยว. สกิจฺจกฺขณมตฺตาวฏฺฐานโต อนิจฺจา. สเมจฺจสมฺภุยฺย ปจฺจเยหิ กตตฺตา สงฺขตา. วตฺถารมฺมณาทิปจฺจยํ ปฏิจฺจ อุปฺปนฺนตฺตา ปฏิจฺจสมุปฺปนฺนา. ขยวยปลุชฺชนนิรุชฺฌนปกติตาย ขยธมฺมา…เป… นิโรธธมฺมาติ ทฏฺฐพฺพา.
กิเลเสหิ อามสิตพฺพโต อามิสํ นาม ปญฺจ กามคุณา, อารมฺมณกรณวเสน สห อามิเสหีติ อามิสา. เตนาห ‘‘ปญฺจกามคุณามิสนิสฺสิตา’’ติ. อิโต ปรนฺติ ‘‘อตฺถิ เวทนา’’ติ เอวมาทิปาฬึ สนฺธายาห ‘‘กายานุปสฺสนายํ วุตฺตนยเมวา’’ติ.
เวทนานุปสฺสนาวณฺณนา นิฏฺฐิตา.
จิตฺตานุปสฺสนาวณฺณนา
๑๑๔. สมฺปโยควเสน (ที. นิ. ฏี. ๒.๓๘๑) ปวตฺตมาเนน สห ราเคนาติ สราคํ. เตนาห ‘‘โลภสหคต’’นฺติ. วีตราคนฺติ. เอตฺถ กามํ สราคปทปฏิโยคินา วีตราควเสน ภวิตพฺพํ, สมฺมสนจารสฺส ปน อิธาธิปฺเปตตฺตา เตภูมกสฺเสว คหณนฺติ ‘‘โลกิยกุสลาพฺยากต’’นฺติ วตฺวา ‘‘อิทํ ปนา’’ติอาทินา ตเมว อธิปฺปายํ วิวรติ. เสสานิ เทฺว โทสมูลานิ, เทฺว โมหมูลานีติ จตฺตาริ อกุสลจิตฺตานิ. เตสญฺหิ ราเคน สมฺปโยคาภาวโต นตฺเถว สราคตา, ตนฺนิมิตฺตกตาย ปน สิยา ตํสหิตตาเลโสติ นตฺเถว วีตราคตาปีติ ทุกวินิมุตฺตตา เอเวตฺถ ลพฺภตีติ อาห ‘‘เนว ปุริมปทํ, น ปจฺฉิมปทํ ภชนฺตี’’ติ. ยทิ เอวํ ปเทสิกํ ปชานนํ อาปชฺชตีติ? นาปชฺชติ ทุกนฺตรปริยาปนฺนตฺตา เตสํ. อกุสลมูเลสุ สห โมเหเนว วตฺตตีติ สโมหนฺติ อาห ‘‘วิจิกิจฺฉาสหคตญฺเจว อุทฺธจฺจสหคตญฺจา’’ติ. ยสฺมา เจตฺถ สเหว โมเหนาติ สโมหนฺติ ปุริมปทาวธารณมฺปิ ลพฺภติเยว, ตสฺมา วุตฺตํ ‘‘ยสฺมา ปนา’’ติอาทิ. ยถา ปน อติมูฬฺหตาย ปาฏิปุคฺคลิกนเยน สวิเสสํ โมหวนฺตตาย โมมูหจิตฺตนฺติ วตฺตพฺพโต วิจิกิจฺฉุทฺธจฺจสหคตทฺวยํ วิเสสโต ‘‘สโมห’’นฺติ วุจฺจติ, น ตถา เสสากุสลจิตฺตานีติ ‘‘วฏฺฏนฺติเยวา’’ติ วุตฺตํ. สมฺปโยควเสน ถินมิทฺเธน อนุปติตํ อนุคตนฺติ ถินมิทฺธานุปติตํ ปญฺจวิธํ สสงฺขาริกากุสลจิตฺตํ สงฺกุฏิตจิตฺตํ. สงฺกุฏิตจิตฺตํ นาม อารมฺมเณ สงฺโกจนวเสน ปวตฺตนโต. ปจฺจยวิเสสวเสน ถามชาเตน อุทฺธจฺเจน สหคตํ ปวตฺตํ สํสฏฺฐนฺติ อุทฺธจฺจสหคตํ, อญฺญถา สพฺพมฺปิ อกุสลจิตฺตํ อุทฺธจฺจสหคตเมวาติ. ปสฏจิตฺตํ นาม สาติสยํ วิกฺเขปวเสน ปวตฺตนโต.
กิเลสวิกฺขมฺภนสมตฺถตาย วิปุลผลตาย ทีฆสนฺตานตาย จ มหนฺตภาวํ คตํ, มหนฺเตหิ วา อุฬารจฺฉนฺทาทีหิ คตํ ปฏิปนฺนนฺติ มหคฺคตํ. ตํ ปน รูปารูปภูมิกํ ตโต มหนฺตสฺส โลเก อภาวโต. เตนาห ‘‘รูปารูปาวจร’’นฺติ. ตสฺส เจตฺถ ปฏิโยคี ปริตฺตเมวาติ อาห ‘‘อมหคฺคตนฺติ กามาวจร’’นฺติ. อตฺตานํ อุตฺตริตุํ สมตฺเถหิ สห อุตฺตเรหีติ สอุตฺตรํ, ตปฺปฏิปกฺเขน อนุตฺตรํ, ตทุภยํ อุปาทาย เวทิตพฺพนฺติ อาห ‘‘สอุตฺตรนฺติ กามาวจร’’นฺติอาทิ. ปฏิปกฺขวิกฺขมฺภนสมตฺเถน สมาธินา สมฺมเทว อาหิตํ สมาหิตํ. เตนาห ‘‘ยสฺสา’’ติอาทิ. ยสฺสาติ ยสฺส จิตฺตสฺส. ยถาวุตฺเตน สมาธินา น สมาหิตนฺติ อสมาหิตํ. เตนาห ‘‘อุภยสมาธิรหิต’’นฺติ. ตทงฺควิมุตฺติยา วิมุตฺตํ, กามาวจรํ กุสลํ. วิกฺขมฺภนวิมุตฺติยา วิมุตฺตํ, มหคฺคตนฺติ ตทุภยํ สนฺธายาห ‘‘ตทงฺควิกฺขมฺภนวิมุตฺตีหิ วิมุตฺต’’นฺติ. ยตฺถ ตทุภยวิมุตฺติ นตฺถิ, ตํ อุภยวิมุตฺติรหิตนฺติ คยฺหมาเน โลกุตฺตรจิตฺเตปิ สิยา อาสงฺกาติ ตนฺนิวตฺตนตฺถํ ‘‘สมุจฺเฉท…เป… โอกาโสว นตฺถี’’ติ อาห. โอกาสาภาโว จ สมฺมสนจารสฺส อธิปฺเปตตฺตา เวทิตพฺโพ. ยํ ปเนตฺถ อตฺถโต อวิภตฺตํ, ตํ เหฏฺฐา วุตฺตนยเมวาติ.
จิตฺตานุปสฺสนาวณฺณนา นิฏฺฐิตา.
ธมฺมานุปสฺสนาวณฺณนา
นีวรณปพฺพวณฺณนา
๑๑๕. ปหาตพฺพาทิธมฺมวิภาคทสฺสนวเสน ปญฺจธา ธมฺมานุปสฺสนา นิทฺทิฏฺฐาติ อยมตฺโถ ปาฬิโต เอว วิญฺญายตีติ ตมตฺถํ อุลฺลิงฺเคนฺโต ‘‘ปญฺจวิเธน ธมฺมานุปสฺสนํ กเถตุ’’นฺติ วุตฺตํ. ยทิ เอวํ กสฺมา นีวรณาทิวเสเนว นิทฺทิฏฺฐนฺติ? เวเนยฺยชฺฌาสยโต. เยสญฺหิ เวเนยฺยานํ ปหาตพฺพธมฺเมสุ ปฐมํ นีวรณานิ วิภาเคน วตฺตพฺพานิ, เตสํ วเสเนตฺถ ภควตา ปฐมํ นีวรเณสุ ธมฺมานุปสฺสนา กถิตา. ตถา หิ กายานุปสฺสนาปิ สมถปุพฺพงฺคมา เทสิตา, ตโต ปริญฺเญยฺเยสุ ขนฺเธสุ อายตเนสุ, ภาเวตพฺเพสุ โพชฺฌงฺเคสุ ปริญฺเญยาทิวิภาเคสุ สจฺเจสุ จ อุตฺตรา เทสนา เทสิตา, ตสฺมา เจตฺถ สมถภาวนาปิ ยาวเทว วิปสฺสนตฺถํ อิจฺฉิตา, วิปสฺสนาปธานา วิปสฺสนาพหุลา จ สติปฏฺฐานเทสนาติ ตสฺสา วิปสฺสนาภินิเวสวิภาเคน เทสิตภาวํ วิภาเวนฺโต ‘‘อปิจา’’ติอาทิมาห. ตตฺถ ขนฺธายตนทุกฺขสจฺจวเสน มิสฺสกปริคฺคหกถนํ ทฏฺฐพฺพํ. สญฺญาสงฺขารกฺขนฺธปริคฺคหมฺปีติ ปิ-สทฺเทน สกลปญฺจุปาทานกฺขนฺธปริคฺคหํ สมฺปิณฺเฑติ อิตเรสํ ตทนฺโตคธตฺตา. ‘‘กณฺหสุกฺกานํ ยุคนฺธตา นตฺถี’’ติ ปชานนกาเล อภาวา ‘‘อภิณฺหสมุทาจารวเสนา’’ติ วุตฺตํ. ยถาติ เยนากาเรน. โส ปน ‘‘กามจฺฉนฺทสฺส อุปฺปาโท โหตี’’ติ วุตฺตตฺตา กามจฺฉนฺทสฺส การณากาโรว, อตฺถโต การณเมวาติ อาห ‘‘เยน การเณนา’’ติ. จ-สทฺโท วกฺขมานตฺถสมุจฺจยตฺโถ.
ตตฺถาติ ‘‘ยถา จา’’ติอาทินา วุตฺตปเท. สุภมฺปีติ กามจฺฉนฺโทปิ. โส หิ อตฺตโน คหณากาเรน ‘‘สุภ’’นฺติ วุจฺจติ, เตนากาเรน ปวตฺตนกสฺส อญฺญสฺส กามจฺฉนฺทสฺส นิมิตฺตตฺตา ‘‘สุภนิมิตฺต’’นฺติ จ. อิฏฺฐํ, อิฏฺฐากาเรน วา คยฺหมานํ รูปาทิ สุภารมฺมณํ. อากงฺขิตสฺส หิตสุขสฺส อนุปายภูโต มนสิกาโร อนุปายมนสิกาโร. ตนฺติ อโยนิโสมนสิการํ. ตตฺถาติ นิปฺผาเทตพฺเพ อารมฺมณภูเต จ ทุวิเธปิ สุภนิมิตฺเต. อาหาโรติ ปจฺจโย.
อสุภมฺปีติ อสุภชฺฌานมฺปิ อุตฺตรปทโลเปน. ตํ ปน ทสสุ อวิญฺญาณกาสุเภสุ, เกสาทีสุ จ ปวตฺตํ ทฏฺฐพฺพํ. เกสาทีสุ หิ สญฺญา อสุภสญฺญาติ คิริมานนฺทสุตฺเต (อ. นิ. ๑๐.๖๐) วุตฺตาติ. เอตฺถ จ จตุพฺพิธสฺส อโยนิโสมนสิการสฺส โยนิโสมนสิการสฺส จ คหณํ นิรวเสสทสฺสนตฺถํ กตนฺติ ทฏฺฐพฺพํ. เตสุ ปน อสุเภ ‘‘สุภ’’นฺติ, ‘‘อสุภ’’นฺติ จ มนสิกาโร อิธาธิปฺเปโต, ตทนุกูลตฺตา วา อิตเรปีติ.
เอกาทสสุ (อ. นิ. ฏี. ๑.๑.๑๖) อสุเภสุ ปฏิกูลาการสฺส อุคฺคณฺหนํ, ยถา วา ตตฺถ อุคฺคหนิมิตฺตํ อุปฺปชฺชติ, ตถา ปฏิปตฺติ อสุภนิมิตฺตสฺส อุคฺคโห. อุปจารปฺปนาวหาย อสุภภาวนาย อนุยุญฺชนํ อสุภภาวนานุโยโค. โภชเน มตฺตญฺญุโน ถินมิทฺธาภิภวาภาวา โอตารํ อลภมาโน กามจฺฉนฺโท ปหียตีติ วทนฺติ. โภชนนิสฺสิตํ ปน อาหาเร ปฏิกูลสญฺญํ, ตพฺพิปริณามสฺส, ตทาธารสฺส, ตสฺส จ อุทริยภูตสฺส อสุภตาทสฺสนํ, กายสฺส อาหารฏฺฐิติกตาทสฺสนญฺจ โย สมฺมเทว ชานาติ, โส วิเสสโต โภชเน มตฺตญฺญู นาม, ตสฺส จ กามจฺฉนฺโท ปหียเตว. อสุภกมฺมิกติสฺสตฺเถโร ทนฺตฏฺฐิทสฺสาวี. อภิธมฺมปริยาเยน (ธ. ส. ๑๑๕๙, ๑๕๐๓) สพฺโพปิ โลโภ กามจฺฉนฺทนีวรณนฺติ อาห ‘‘อรหตฺตมคฺเคนา’’ติ.
ปฏิฆมฺปิ ปุริมุปฺปนฺนํ ปฏิฆนิมิตฺตํ ปรโต อุปฺปชฺชนกปฏิฆสฺส การณนฺติ กตฺวา. เมชฺชติ หิตผรณวเสน สินิยฺหตีติ มิตฺโต, ตสฺมึ มิตฺเต ภวา, มิตฺตสฺส วา เอสาติ เมตฺตา, ตสฺสา เมตฺตาย.
เมตฺตายนสฺส สตฺเตสุ หิตผรณสฺส อุปฺปาทนํ ปวตฺตนํ เมตฺตานิมิตฺตสฺส อุคฺคโห. โอธิสกอโนธิสกทิสาผรณานนฺติ อตฺตอติปิยสหายมชฺฌตฺตเวรีวเสน โอธิสกตา, สีมาสมฺเภเท กเต อโนธิสกตา, เอกาทิทิสาผรณวเสน ทิสาผรณตา เมตฺตาย อุคฺคหเณ เวทิตพฺพา. วิหารรจฺฉาคามาทิวเสน วา โอธิสกทิสาผรณํ, วิหาราทิอุทฺเทสรหิตํ ปุรตฺถิมาทิทิสาวเสน อโนธิสกทิสาผรณนฺติ เอวํ วา ทฺวิธา อุคฺคหณํ สนฺธาย ‘‘โอธิสกอโนธิสกทิสาผรณาน’’นฺติ วุตฺตํ. อุคฺคโห จ ยาว อุปจารา ทฏฺฐพฺโพ, อุคฺคหิตาย อาเสวนา ภาวนา. ตตฺถ ‘‘สพฺเพ สตฺตา, ปาณา, ภูตา, ปุคฺคลา, อตฺตภาวปริยาปนฺนา’’ติ เอเตสํ วเสน ปญฺจวิธา, เอเกกสฺมึ ‘‘อเวรา โหนฺตุ, อพฺยาปชฺชา, อนีฆา, สุขี อตฺตานํ ปริหรนฺตู’’ติ จตุธา ปวตฺติโต วีสติวิธา อโนธิสกผรณา เมตฺตา, ‘‘สพฺพา อิตฺถิโย, ปุริสา, อริยา, อนริยา, เทวา, มนุสฺสา, วินิปาติกา’’ติ สตฺโตธิกรณวเสน ปวตฺตา สตฺตวิธา อฏฺฐวีสติวิธา วา, ทสหิ ทิสาหิ ทิโสธิกรณวเสน ปวตฺตา ทสวิธา จ, เอเกกาย วา ทิสาย สตฺตาทิอิตฺถาทิอเวราทิเภเทน อสีตาธิกจตุสตปฺปเภทา จ โอธิโภผรณา เวทิตพฺพา.