๙. สมฺมาทิฏฺฐิสุตฺตวณฺณนา
๘๙. กเถตุกมฺยตาปุจฺฉา เอวาติ อวธารเณน อิตรา จตสฺโส ปุจฺฉา นิวตฺเตติ อิตราสํ อสมฺภวโต, ตตฺถ ยถาปุจฺฉิตสฺส อตฺถสฺส วิสฺสชฺชนโต จ ‘‘อยํ สมฺมาทิฏฺฐี’’ติ ยาถาวโต อชานนฺตาปิ ปุถุชฺชนา พาหิรกตาปสาทโย อตฺตโน สมานสีเล ฐิตํ สมฺมาทิฏฺฐีติ วทนฺติ. อนุสฺสวาทิวเสนาปีติ อนุสฺสวาการปริวิตกฺกทิฏฺฐินิชฺฌานกฺขนฺติวเสนปิ. ยถาสมงฺคิตาการสฺส อตฺถสฺส เอวเมตนฺติ นิชฺฌานกฺขมาปนโต เอกนฺตโต ยาถาวคฺคาโห โหตีติ อาห ‘‘อตฺตปจฺจกฺเขนปี’’ติ, ยาถาวโต ลกฺขณสฺส ปฏิวิทฺธตฺตา อตฺตโน ปจฺจกฺขภาเวนาติ อตฺโถ. พหุนฺนํ วจนํ อุปาทายาติ อิมินา สาสเน โลเก จ นิรุฬฺหตาย อยํ อาเมฑิตปโยโคติ สาสนสฺส นิรุฬฺหตาย จ สมฺปสาทํ อุปาทายปิ ตทุภยิโก อาเมฑิตปโยโค ทฏฺฐพฺโพ. อตฺถนฺติ วจนตฺถํ. ลกฺขณนฺติ สภาวํ. อุปาทายาติ คเหตฺวา. โสภนายาติ สุนฺทราย. ปสตฺถายาติ ปสํสาย. เตสุ ปุริเมน ธมฺมานํ ยถาสภาวาวโพธสงฺขาตํ สมฺมาทิฏฺฐิสภาวํ ทสฺเสติ. เตน หิ สา สพฺพธมฺเม อภิภวิตฺวา โสภติ. ทุติเยน สมฺปยุตฺตธมฺเมสุ ปริณายิกภาวํ. เตน หิ สา สมฺปยุตฺตธมฺเม ญาณมเย วิย ตํสมงฺคินญฺจ ปุคฺคลํ ญาณปิณฺฑํ วิย กโรติ, ตสฺส ‘‘ปณฺฑิโต นิปุโณ เฉโก วิญฺญู วิภาวี’’ติอาทินา ทิสาสุ ปสํสา ปตฺถรติ.
กมฺมสฺสกตาญาณนฺติ กมฺมํ สโก เอตสฺสาติ กมฺมสฺสโก, ตสฺส ภาโว กมฺมสฺสกตา, ตตฺถ ญาณํ ‘‘อิทํ กมฺมํ สตฺตานํ สกํ, อิทํ โน สก’’นฺติ เอวํ ชานนญาณํ. สจฺจานุโลมิกญาณนฺติ อริยสจฺจานํ ปฏิเวธสฺส อนุโลมโต สจฺจานุโลมิกํ ญาณํ, วิปสฺสนาญาณํ. โน สจฺจานุโลมิกายาติ พาหิรโก สจฺจานุโลมิกาย สมฺมาทิฏฺฐิยา โน สมฺมาทิฏฺฐิ สพฺเพน สพฺพํ ตสฺส อภาวโต. ตตฺถ การณมาห ‘‘อตฺตทิฏฺฐิปรามาสกตฺตา’’ติ. กมฺมสฺส กตาทิฏฺฐิ ปน พาหิรกสฺส อตฺตทิฏฺฐึ อนุรุชฺฌนฺตี ปวตฺตติ ‘‘อตฺถิ ทินฺน’’นฺติอาทินยปฺปวตฺติโต. สาสนิโก ทฺวีหิปีติ สาสนิโก ปุถุชฺชโน กมฺมสฺสกตาญาณาทีหิ ทฺวีหิปิ สมฺมาทิฏฺฐิ. โอกฺกนฺตสมฺมตฺตนิยามตฺตา ‘‘เสกฺโข นิยตายา’’ติ วุตฺตํ. อเสกฺขาย สมฺมาทิฏฺฐิยา สมฺมาทิฏฺฐีติ อาเนตฺวา สมฺพนฺธิตพฺพํ. ตีสุปิ ปุคฺคเลสุ เสกฺโข อิธ สมฺมาทิฏฺฐีติ อธิปฺเปโตติ ทสฺเสนฺโต ‘‘นิยตาย นิยฺยานิกายา’’ติอาทิมาห.
อิทานิ ยถาวุตฺตมตฺถํ ปาฬิยา วิภาเวตุํ ‘‘เตเนวาหา’’ติอาทิ วุตฺตํ. อนฺตทฺวยนฺติ ‘‘สสฺสตํ, อุจฺเฉทํ, กามสุขํ, อตฺตกิลมถ’’นฺติ เอตํ อนฺตทฺวยํ. ลีนุทฺธจฺจปติฏฺฐานายูหนนฺตทฺวยสฺส อนุปคมนํ อตฺถสิทฺธเมว. อุชุภาเวนาติ อุชุสภาเวน มคฺเคน, มชฺฌิมาย ปฏิปตฺติยาติ อตฺโถ. ธมฺเม ปสาทคฺคหเณน สตฺถริ สงฺเฆ จ ปสาโทปิ คหิโตเยว โหตีติ ‘‘ธมฺเม’’อิจฺเจว วุตฺโต ตทวินาภาวโต. ยสฺมา เอส นิยตาย สมฺมาทิฏฺฐิยา สมนฺนาคโต สมฺมาทิฏฺฐีติ อธิปฺเปโต, ตญฺจ วฏฺฏโต นิยฺยานํ วิวฏฺฏาธิคเมน โหตีติ อาห ‘‘อาคโต อิมํ สทฺธมฺม’’นฺติ. นิพฺพานญฺหิ สนฺโต สทา วิชฺชมาโน ธมฺโมติ กตฺวา สทฺธมฺโมติ อิมํ ผเลหิ อสาธารเณน ปริยาเยน วตฺตพฺพตํ ลภติ. ตยิทมสฺส อาคมํ สจฺฉิกิริยาภิสมโย, โส จ ปหานาภิสมยาทีหิ สเหว อิธ อิชฺฌตีติ ทสฺเสนฺโต ‘‘สพฺพทิฏฺฐิคหนานี’’ติอาทิมาห. ตตฺถ สพฺพทิฏฺฐิคหนานิ วินิพฺเพเฐนฺโต สพฺพกิเลเส ปชหนฺโตติ ปททฺวเยน ปน ปหานาภิสมยมาห, ชาติสํสารา นิกฺขมนฺโตติ อิมินา ปริญฺญาภิสมยํ. สมติกฺกมตฺโถ หิ ปริญฺญตฺโถ. ปฏิปตฺตึ ปรินิฏฺฐเปนฺโตติ อิมินา ภาวนาภิสมยนฺติ ทฏฺฐพฺพํ.
กาลปริจฺเฉทวจนนฺติ ปริจฺฉิชฺชตีติ ปริจฺเฉโท, กาโล เอว ปริจฺเฉโท กาลปริจฺเฉโท, โย โส อกุสลปชานนาทินา ปริจฺฉินฺโน มคฺควุฏฺฐานกาโล มคฺคกฺขโณ, ตสฺส วจนนฺติ อตฺโถ. เตนาห ‘‘ยสฺมึ กาเล’’ติ. อกุสลญฺจาติ จ-สทฺโท สมุจฺจยตฺโถ. เตน วกฺขมานํ อกุสลมูลาทึ สมุจฺจิโนติ. ทสากุสลกมฺมปถนฺติ กุโตยํ วิเสโส, ยาวตา อนิทฺธาริตวิเสสํ อกุสลํ คหิตนฺติ? น สามญฺญโชตนาย วิเสเส อวฏฺฐานโต. กึ วา อิมาย ยุตฺติจินฺตาย, ยสฺมา ปฐมวาเรน อุทฺเทสวเสน เทสิตสฺส อตฺถสฺส วิตฺถารเทสนา ทุติยวาโร. เตเนวาห ‘‘กตมํ ปนาวุโส’’ติอาทิ. ยสฺมา โลกุตฺตรา สมฺมาทิฏฺฐิ อิธ อธิปฺเปตา, ตสฺมา นิโรธารมฺมณาย ปชานนาย มคฺคปญฺญาย กิจฺจวเสน สมฺโมหโต ‘‘อิทํ ทุกฺข’’นฺติ ทสอกุสลกมฺมปถํ ปฏิวิชฺฌนฺโต ‘‘อกุสลํ ปชานาตี’’ติ วุจฺจตีติ อตฺโถ. ตสฺสาติ อกุสลกมฺมปถสงฺขาตสฺส ทุกฺขสฺส. เตเนว ปกาเรนาติ ‘‘นิโรธารมฺมณาย ปชานนาย กิจฺจวเสนา’’ติ วุตฺตปฺปกาเรน.
กุสลนฺติ เอตฺถายํ วจนตฺโถ – กุจฺฉิเต ปาปธมฺเม สลยติ จลยติ กมฺเปตีติ กุสลํ, กุจฺฉิเตน วา อากาเรน สยนฺตีติ กุสา, ปาปกา ธมฺมา. เต กุเส ลุนาติ ฉินฺทตีติ กุสลํ. กุจฺฉิตานํ วา สานโต ตนุกรณโต ญาณํ กุสํ นาม, เตน ลาตพฺพํ คเหตพฺพํ ปวตฺเตตพฺพนฺติ กุสลํ. ยถา วา กุโส อุภยภาคคตํ หตฺถปเทสํ ลุนาติ, เอวมิทํ อุปฺปนฺนานุปฺปนฺนวเสน อุภยภาคคตํ สํกิเลสปกฺขํ ลุนาติ ฉินฺทติ, ตสฺมา กุโส วิย ลุนาตีติ กุสลํ. กุจฺฉิตานํ วา สาวชฺชธมฺมานํ สลนโต สํวรณโต กุสลํ. กุสลธมฺมวเสน หิ อกุสลา มนจฺฉฏฺเฐสุ ทฺวาเรสุ อปฺปวตฺติยา สํวุตา โหนฺติ. กุจฺฉิเต วา ปาปธมฺเม สลยติ คเมติ อปเนตีติ กุสลํ. กุจฺฉิตานํ วา ปาณาติปาตาทีนํ สานโต นิสานโต เตชนโต กุสา, โทสโลภาทโย. สาทีนววเสน เจตนาย ติกฺขภาวปฺปตฺติยา ปาณาติปาตาทีนํ มหาสาวชฺชตา. เต กุเส ลุนาติ ฉินฺทตีติ กุสลํ. กุจฺฉิตานํ วา สานโต อนฺตกรณโต วินาสนโต กุสานิ, ปุญฺญกิริยวเสน ปวตฺตานิ สทฺธาทีนิ อินฺทฺริยานิ. เตหิ ลาตพฺพํ ปวตฺเตตพฺพนฺติ กุสลํ. ‘‘กุ’’อิติ วา ภูมิ วุจฺจติ, อธิฏฺฐานภาเวน ตํสทิสสฺส อตฺตโน นิสฺสยภูตสฺส รูปารูปปพนฺธสฺส สมฺปติ อายติญฺจ อนุทเหน วินาสนโต กุํ สสนฺตีติ กุสา, ราคาทโย. เต วิย อตฺตโน นิสฺสยสฺส ลวนโต ฉินฺทนโต กุสลํ. ปโยคสมฺปาทิตา หิ กุสลธมฺมา อจฺจนฺตเมว รูปารูปธมฺเม อปฺปวตฺติกรเณน สมุจฺฉินฺทนฺติ. กุสลสฺส มูลนฺติ กุสลมูลํ, สุปฺปติฏฺฐิตภาวสาธเนน กุสลสฺส ปติฏฺฐา นิทานนฺติ อตฺโถ. อกุสลมูลนฺติ เอตฺถาปิ เอเสว นโย.
อกุสลนฺติ ปน น กุสลํ อกุสลํ, กุสลธมฺมานํ ปฏิปกฺขวเสน อกุสลนฺติ ปทสฺส อตฺโถ เวทิตพฺโพ. เอวญฺหิ อาโรคฺยานวชฺชสุขวิปากโกสลฺลสมฺภูตฏฺเฐน กุสลํ วุจฺจตีติ. ยถา ยํ ธมฺมชาตํ น อโรคํ น อวชฺชํ น สุขวิปากํ น จ โกสลฺลสมฺภูตํ, ตํ อกุสลนฺติ อยมตฺโถ ทสฺสิโต โหติ. เอวํ ยํ น กุจฺฉิตานํ สลนสภาวํ, น กุเสน, กุเสหิ วา ปวตฺเตตพฺพํ, น จ กุโส วิย ลวนกํ, ตํ อกุสลํ นามาติ อยมฺปิ อตฺโถ ทสฺสิโตติ เวทิตพฺโพ. วตฺถุปชานนาติ ทุกฺขาทิวตฺถุโน ปชานนา ปฏิเวโธ. ตถา พุชฺฌนกปุคฺคลานํ อชฺฌาสยวเสน เทสนา ปวตฺตาติ อาห ‘‘อกุสลาทิปชานเนนาปี’’ติ. เตเนว จ สํขิตฺเตน เทสนา ปวตฺตา. ภาวนามนสิกาโร ปน ‘‘สพฺพํ ภิกฺขเว อภิญฺเญยฺย’’นฺติ (สํ. นิ. ๔.๔๖; ปฏิ. ม. ๑.๓) วจนโต อนวเสสโต รูปารูปธมฺมานํ ปริคฺคหวเสเนว ปวตฺตติ. เตนาห ‘‘เทสนาเยวา’’ติอาทิ. ตตฺถ มนสิการปฏิเวโธติ ปุพฺพภาเค ปวตฺตวิปสฺสนามนสิกาโร อริยมคฺคปฏิเวโธ จ. กสฺสจิ อโกปนโต วิตฺถารวเสเนว วุตฺตํ วิปสฺสนํ อนุยุญฺชนฺตา มคฺคํ ปฏิวิชฺฌนฺตาปิ วิตฺถารนเยเนว ปฏิวิชฺฌนฺตีติ อตฺโถ วิสุทฺธิกฺกมสฺส อภาวโต.
ภิกฺขูติ มหาวิหาเร ธมฺมสงฺคีติวเสน ปญฺจนิกายมณฺฑเล นิสินฺนภิกฺขู. เถโรติ ตตฺถ สงฺฆตฺเถโรติ วทนฺติ. วตฺถสุตฺตวณฺณนายํ วุตฺตนเยน ปน มหาสงฺฆรกฺขิตตฺเถรสฺส อนฺเตวาสิกภิกฺขู สนฺธาย ‘‘อาหํสู’’ติ วุตฺตํ. เถโรติ ปน มหาสงฺฆรกฺขิตตฺเถโร. โส หิ อิมสฺมึ มชฺฌิมนิกาเย ตํ ตํ วินิจฺฉยํ กเถสิ. ราสิโตติ ปิณฺฑโต, เอกชฺฌนฺติ อตฺโถ.
อกุสลกมฺมปถวณฺณนา
อโกสลฺลปฺปวตฺติยาติ โกสลฺลปฏิปกฺขโต อโกสลฺลํ วุจฺจติ อญฺญาณํ, ตโต ปวตฺตนโต, อโกสลฺลสมฺภูตตฺตาติ อตฺโถ. ญาณปฏิปกฺโข อญฺญาณํ มิตฺตปฏิปกฺโข อมิตฺโต วิย กุสลปฏิปกฺโข อกุสลํ กุสเลน ปหาตพฺพตฺตา, น ปน กุสลานํ ปหายตตฺตา. กุสลเมว หิ ปโยคสมฺปาทิตํ อกุสลํ ปชหติ. สห อวชฺเชหิ โลภาทีหิ วตฺตตีติ สาวชฺชํ. ทุกฺโข อนิฏฺโฐ จตุกฺขนฺธ-สงฺขาโต วิปาโก เอตสฺสาติ ทุกฺขวิปากํ. ตตฺถ สาวชฺชวจเนน อกุสลานํ ปวตฺติทุกฺขตํ ทสฺเสติ, ทุกฺขวิปากวจเนน วิปากทุกฺขตํ. ปุริมญฺหิ ปวตฺติสมฺภววเสน อกุสลสฺส ลกฺขณวจนํ, ปจฺฉิมํ ตาลนฺตเร วิปากุปฺปาทนสมตฺถตาวเสน. ตถา ปุริเมน อกุสลสฺส อวิสุทฺธสภาวตํ ทสฺเสติ, ปจฺฉิเมน อวิสุทฺธวิปากตํ. ปุริเมน อกุสลํ กุสลสภาวโต นิวตฺเตติ, ปจฺฉิเมน อพฺยากตสภาวโต สวิปากตฺตทีปกตฺตา ปจฺฉิมสฺส. ปุริเมน วา อวชฺชวนฺตตาทสฺสนโต กิจฺจฏฺเฐน รเสน อนตฺถชนนรสตํ ทสฺเสติ, ปจฺฉิเมน สมฺปตฺติอตฺเถน อนิฏฺฐวิปากรสตํ. ปุริเมน จ อุปฏฺฐานาการฏฺเฐน ปจฺจุปฏฺฐาเนน สํกิเลสปจฺจุปฏฺฐานตํ, ปจฺฉิเมน ผลฏฺเฐน ทุกฺขวิปากปจฺจุปฏฺฐานตํ. ปุริเมน จ อโยนิโสมนสิการํ อกุสลสฺส ปทฏฺฐานํ ปกาเสติ. ตโต หิ ตํ สาวชฺชํ ชาตํ, ปจฺฉิเมน อกุสลสฺส อญฺเญสํ ปทฏฺฐานภาวํ วิภาเวติ. ตญฺหิ ทุกฺขวิปากสฺส การณนฺติ. สํกิลิฏฺฐนฺติ สํกิเลเสหิ สมนฺนาคตํ, ทสหิ กิเลสวตฺถูหิ วิพาธิตํ, อุปตาปิตํ วา เตหิ วิทูสิตํ มลีนกตญฺจาติ อตฺโถ. อิทญฺจสฺส ทุกฺขวิปากตญฺจาติ อตฺเถ อิทญฺจ ทุกฺขวิปากตํ อปจฺจกฺขตาย อสทฺทหนฺตานํ ปจฺจกฺขโต อาทีนวทสฺสเนน สํเวชนตฺถํ วุตฺตํ. สาธารณา สพฺพสฺสปิ อกุสลสฺส.
สรเสเนว (ธ. ส. มูลฏี. ๑) ปตนสภาวสฺส อนฺตรา เอว อตีว ปาตนํ อติปาโต, สณิกํ ปติตุํ อทตฺวา สีฆํ ปาตนนฺติ อตฺโถ. อติกฺกมฺมวา สตฺถาทีหิ อภิภวิตฺวา ปาตนํ อติปาโต. ปโยควตฺถุมหนฺตตาทีหิ มหาสาวชฺชตา เตหิ ปจฺจเยหิ อุปฺปชฺชมานาย เจตนาย พลวภาวโต. เอกสฺส หิ ปโยคสฺส สหสา นิปฺผาทนวเสน สกิจฺจสาธิกาย พหุกฺขตฺตุํ ปวตฺตชวเนหิ ลทฺธาเสวนาย จ สนฺนิฏฺฐาปกเจตนาย วเสน ปโยคสฺส มหนฺตภาโว. สติปิ กทาจิ ขุทฺทเก เจว มหนฺเต จ ปาเณ ปโยคสฺส สมภาเว มหนฺตํ หนนฺตสฺส เจตนา ติพฺพาการา อุปฺปชฺชตีติ วตฺถุสฺส มหนฺตภาโว. อิติ อุภยมฺเปตํ เจตนาย พลวภาเวเนว โหตีติ. ยถาวุตฺตปจฺจยปริยาเยปิ ตํตํปจฺจเยหิ เจตนาย พลวตาย เอว มหาสาวชฺชภาโว เวทิตพฺโพ. ปโยควตฺถุอาทิปจฺจยานญฺหิ อมหตฺเตปิ หนฺตพฺพสฺส คุณวนฺตตาย มหาสาวชฺชตา, ตพฺพิปริยาเยน อปฺปสาวชฺชตา จ วตฺถุสฺส มหตฺตามหตฺเตสุ วิย ทฏฺฐพฺพา. กิเลสานํ อุปกฺกมานํ ทฺวินฺนญฺจ มุทุตาย ติพฺพตาย จ อปฺปสาวชฺชตา มหาสาวชฺชตาปิ โยเชตพฺพา. ปาโณ ปาณสญฺญิตา วธกจิตฺตญฺจ ปุพฺพภาคิยาปิ โหนฺติ, อุปกฺกโม วธกเจตนาสมุฏฺฐาปิโต. ปญฺจ สมฺภารา หิ ปาณาติปาตเจตนาติ สา ปญฺจสมฺภารวินิมุตฺตา ทฏฺฐพฺพา. อยญฺจ วิจาโร อทินฺนาทานาทีสุปิ ยถารหํ วตฺตพฺโพ. วิชฺฌนปหรณาทิวเสน สหตฺเถนนิพฺพตฺโต สาหตฺถิโก, อาณาปนวเสน ปวตฺโต อาณตฺติโก, อุสุสตฺติยนฺตปาสาณาทินิสฺสชฺชนวเสน ปวตฺโต นิสฺสคฺคิโย, อทุหลสชฺชนาทิวเสน ปวตฺโต ถาวโร, อาถพฺพณิกาทีนํ วิย มนฺตปริชปฺปนวเสน ปวตฺโต วิชฺชามโย, กมฺมวิปากชิทฺธิมโย อิทฺธิมโย ทาฐาโกฏนาทีนิ วิย.
ยทิ ‘‘มม อิท’’นฺติ ปเรน ปริคฺคหิตํ อทินฺนํ, อุตฺตานเสยฺยกทารกสนฺตเก กถํ ตสฺส ปริคฺคหสญฺญาย เอว อภาวโตติ อาห ‘‘ยตฺถ ปโร’’ติอาทิ. ปโร นาม วิญฺญู วา อวิญฺญู วา อตฺถิ ตสฺส วตฺถุสฺส สามิโก. อวิญฺญูปิ หิ วิญฺญุกาเล ยถากามํ กโรนฺโต อทณฺฑารโหติ. มนฺตปริชปฺปเนน ปรสนฺตกหรณํ วิชฺชามโย, วินา มนฺเตน ปรสนฺตกสฺส กายวจีปโยเคหิ ปริกฑฺฒนํ ตาทิเสนิทฺธิวเสน อิทฺธิมโย ปโยโคติ อทินฺนาทาเน ฉ ปโยคาสาหตฺถิกาทโย วุตฺตา. ยถานุรูปนฺติ เอตฺถ สาหตฺถิโก ตาว ปญฺจนฺนมฺปิ อวหารานํ วเสน ปวตฺตติ, ตถา อาณตฺติโย นิสฺสคฺคิโย จ. ถาวโร เถยฺยาวหารปสยฺหาวหารปฏิจฺฉนฺนาวหารวเสน. ตถา เสสาปีติ ทฏฺฐพฺพํ.
เมถุนสมาจาเรสูติ สทาราสนฺโตส-ปรทารคมนวเสน ทุวิเธสุ เมถุนสมาจาเรสุ. อยเมวหิ เภโท อิธาธิปฺเปโต. โคตฺตรกฺขิตา สโคตฺเตหิ รกฺขิตา. ธมฺมรกฺขิตา สหธมฺมิเกหิ รกฺขิตา. สารกฺขา สสามิกา. ยสฺสา คมเน รญฺญา ทณฺโฑ ฐปิโต, สา สปริทณฺฑา. ภริยภาวตฺถํ ธเนน กีตา ธนกฺกีตา. ฉนฺเทน วสนฺตี ฉนฺทวาสินี. โภคตฺถํ วสนฺตี โภควาสินี. ปฏตฺถํ วสนฺตี ปฏวาสินี. อุทกปตฺตํ อามสิตฺวา คหิตา โอทปตฺตกินี. จุมฺพฏกํ อปเนตฺวา คหิตา โอภฏจุมฺพฏา. กรมรานีตา ธชาหตา. ตงฺขณิกา มุหุตฺติกา. อภิภวิตฺวา วีติกฺกเม มิจฺฉาจาโร มหาสาวชฺโช, น ตถา ทฺวินฺนํ สมานฉนฺทตาย. อภิภวิตฺวา วีติกฺกมเน สติปิ มคฺเคนมคฺคปฏิปตฺติอธิวาสเน ปุริมุปฺปนฺนเสวนาภิสนฺธิปโยคาภาวโต มิจฺฉาจาโร น โหติ อภิภุยฺยมานสฺสาติ วทนฺติ. เสวนาจิตฺเต สติ ปโยคาภาโว อปฺปมาณํ เยภุยฺเยน อิตฺถิยา เสวนาปโยคสฺส อภาวโต. ตถา สติ ปุเรตรํ เสวนาจิตฺตสฺส อุปฏฺฐาเนปิ ตสฺสา มิจฺฉาจาโร น สิยา, ตถา ปุริสสฺสปิ เสวนาปโยคาภาเวติ, ตสฺมา อตฺตโน รุจิยา ปวตฺติตสฺส วเสน ตโย, พลกฺกาเรน ปวตฺติตสฺส วเสน ตโยติ สพฺเพปิ อคฺคหิตคฺคหเณน จตฺตาโร สมฺภาราติ วุตฺตนฺติ เวทิตพฺพํ.
อตฺถภญฺชโกติ กมฺมปถวเสน วุตฺตํ. กมฺมปถกถา เหสาติ. อสฺสาติ วิสํวาทกสฺส. มุสา วทติ เอเตนาติ เจตนา มุสาวาโท, อิมสฺมึ ปกฺเข อตถากาเรน วตฺถุโน วิญฺญาปนปโยโค มุสา, ตํสมุฏฺฐาปิกา เจตนามุสาวาโทติ วุตฺตตฺตา ตโต อญฺญถา วตฺตุํ ‘‘อปโร นโย’’ติอาทิ วุตฺตํ. อตฺตโน สนฺตกํ อทาตุกามตายาติอาทิ มุสาวาทสามญฺเญน วุตฺตํ. หสาธิปฺปาเยนปิ วิสํวาทนปุรกฺขารสฺส มุสาวาโท. ปรสฺสาติ วิสํวาทนวเสน วิญฺญาเปตพฺพสฺส. โสติ มุสาวาทปโยโค.
สุญฺญภาวนฺติ ปีติวิรหิตตาย ริตฺตภาวํ. ผรุสสทฺทตาย เนว กณฺณสุขา. อตฺถวิปนฺนตาย น หทยสุขา. สํกิลิฏฺฐจิตฺตสฺสาติ โทเสน, โลเภน วา ทูสิตจิตฺตสฺส.
เอกนฺตผรุสา เจตนาติ เอเตน ทุฏฺฐจิตฺตตํเยว วิภาเวติ, ทุฏฺฐจิตฺตตา จสฺส อมรณาธิปฺปายวเสน ทฏฺฐพฺพา. สติ หิ มรณาธิปฺปาเย อตฺถสิทฺธิ, ตทภาเว ปาณาติปาตพฺยาปาทา สิยุนฺติ. ยํ ปฏิจฺจ ผรุสวาจา ปยุชฺชติ, ตสฺส สมฺมุขาว สีสํ เอติ. ปรมฺมุขาปิ สีสํ เอติ เอวาติ อปเร. ตตฺถายํ อธิปฺปาโย ยุตฺโต สิยา – สมฺมุขา ปโยเค อคารวาทีนํ พลวภาวโต สิยา เจตนา พลวตี, ปรสฺส จ ตทตฺถวิญฺญาปนํ, น ตถา อสมฺมุขาติ. ยถา จ อกฺโกสิเต มเต อาฬหเน กตา ขมาปนา อุปวาทนฺตรายํ นิวตฺเตติ, เอวํ ปรมฺมุขา ปยุตฺตา ผรุสวาจา โหติเยวาติ สกฺกา วิญฺญาตุํ. ตสฺสาติ เอกนฺตผรุสเจตนาย เอว ผรุสวาจาภาวสฺส อาวิภาวตฺถํ. มมฺมจฺเฉทโก สวนผรุสตายาติ อธิปฺปาโย. จิตฺตสณฺหาตาย ผรุสวาจา น โหติ กมฺมปถา’ปฺปตฺตตฺตา, กมฺมภาวํ ปน น สกฺกา วาเรตุํ. เอวํ อนฺวยวเสน เจตนาผรุสตาย ผรุสวาจํ สาเธตฺวา อิทานิ ตเมว พฺยติเรกวเสน สาเธตุํ ‘‘วจนสณฺหตายา’’ติอาทิ วุตฺตํ. เอสาติ ผรุสวาจา. กมฺมปถภาวํ อปฺปตฺตา อปฺปสาวชฺชา, อิตรา มหาสาวชฺชา. ตถา กิเลสานํ มุทุติพฺพตาเภเทหิ สพฺพํ ปุริมสทิสํ.
อาเสวนํ พหุลีกรณํ. ยํ อุทฺทิสฺส ปวตฺติโต, เตน อคฺคหิเต อปฺปสาวชฺโช, คหิเต มหาสาวชฺโช กมฺมปถปฺปตฺติโต. โย โกจิ ปน สมฺผปฺปลาโป ทฺวีหิ สมฺภาเรหิ สิชฺฌติ. กิเลสานํ มุทุติพฺพตาวเสนปิ อปฺปสาวชฺชมหาสาวชฺชตา เวทิตพฺพา.
อตฺตโน ปริณามนํ จิตฺเตเนวาติ เวทิตพฺพํ. หิตสุขํ พฺยาปาทยตีติ โย ตํ อุปฺปาเทติ, ตสฺส หิตสุขํ วินาเสติ. อโห วตาติ อิมินา อจฺจนฺตวินาสจินฺตนํ ทีเปติ. เอวํ หิสฺส ทารุณปวตฺติยา กมฺมปถปฺปตฺติ. ยถาภุจฺจคหณาภาเวนาติ ยาถาวคฺคาหสฺส อภาเวน อนิจฺจาทิสภาวสฺส นิจฺจาทิโต คหเณน. มิจฺฉา ปสฺสตีติ วิตถํ ปสฺสติ. สมฺผปฺปลาโป วิยาติ อิมินา อาเสวนสฺส มนฺทตาย อปฺปสาวชฺชตํ, มหนฺตตาย มหาสาวชฺชตํ ทสฺเสติ. คหิตาการวิปรีตตาติ มิจฺฉาทิฏฺฐิยา คหิตาการสฺส วิปรีตภาโว. วตฺถุโนติ ตสฺสา อยถาภูตสภาวมาห. ตถาภาเวนาติ คหิตากาเรเนว ตสฺส ทิฏฺฐิคติกสฺส, ตสฺส วา วตฺถุโน อุปฏฺฐานํ เอวเมตํ, น อิโต อญฺญถาติ.
ธมฺมโตติ สภาวโต. โกฏฺฐาสโตติ ผสฺสปญฺจมกาทีสุ จิตฺตงฺคโกฏฺฐาเสสุ ยํ โกฏฺฐาสา โหนฺติ, ตโตติ อตฺโถ. เจตนาธมฺมาติ เจตนาสภาวา.
ปฏิปาฏิยา สตฺตาติ เอตฺถ นนุ เจตนา อภิธมฺเม กมฺมปเถสุ น วุตฺตาติ ปฏิปาฏิยา สตฺตนฺนํ กมฺมปถภาโว น ยุตฺโตติ? น, อวจนสฺส อญฺญเหตุกตฺตา. น หิ ตตฺถ เจตนาย อกมฺมปถตฺตา กมฺมปถราสิมฺหิ อวจนํ, กทาจิ ปน กมฺมปโถ โหติ, น สพฺพทาติ กมฺมปถภาวสฺส อนิยตตฺตา อวจนํ. ยทา ปน กมฺมปโถ โหติ, ตทา กมฺมปถราสิสงฺคโห น นิวาริโต. เอตฺถาห – ยทิ เจตนาย สพฺพทา กมฺมปถภาวาภาวโต อนิยโต กมฺมปถภาโวติ กมฺมปถราสิมฺหิ อวจนํ, นนุ อภิชฺฌาทีนํ กมฺมปถภาวํ อปฺปตฺตานํ อตฺถิตาย อนิยโต กมฺมปถภาโวติ เตสมฺปิ กมฺมปถราสิมฺหิ อวจนํ อาปชฺชตีติ? นาปชฺชติ กมฺมปถตาตํสภาคตาหิ เตสํ ตตฺถ วุตฺตตฺตา. ยทิ เอวํ เจตนาปิ ตตฺถ วตฺตพฺพา สิยา? สจฺจเมตํ, สา ปน ปาณาติปาตาทิกาติ ปากโฏ, ตสฺสา กมฺมปถภาโวติ น วุตฺตา สิยา. เจตนาย หิ – ‘‘เจตนาหํ, ภิกฺขเว, กมฺมํ วทามิ (อ. นิ. ๖.๖๓; กถา. ๕๓๙), ติวิธา, ภิกฺขเว, กายสญฺเจตนา อกุสลํ กายกมฺม’’นฺติอาทิวจนโต (กถา. ๕๓๙) กมฺมภาโว ปากโฏ, กมฺมํเยว จ สุคติทุคฺคตีนํ ตตฺถ อุปฺปชฺชนกสุขทุกฺขานญฺจ ปถภาเวน ปวตฺตํ กมฺมปโถติ วุจฺจตีติ ปากโฏ ตสฺสา กมฺมปถภาโว, อภิชฺฌาทีนํ ปน เจตนาสมีหนภาเวน สุจริตทุจฺจริตภาโว เจตนาชนิตปิฏฺฐิวฏฺฏกภาเวน สุคติทุคฺคติตทุปฺปชฺชนกสุขทุกฺขานํ ปถภาโว จาติ น ตถา ปากโฏ กมฺมปถภาโวติ เตเยว เตน สภาเวน ทสฺเสตุํ อภิธมฺเม เจตนา กมฺมปถราสิภาเวน น วุตฺตา, อตถาชาติยกตฺตา วา เจตนา เตหิ สทฺธึ น วุตฺตาติ ทฏฺฐพฺพํ. มูลํ ปตฺวาติ มูลเทสนํ ปตฺวา, มูลสภาเวสุ ธมฺเมสุ วุจฺจมาเนสูติ อตฺโถ.
อทินฺนาทานํ สตฺตารมฺมณนฺติ อิทํ ‘‘ปญฺจ สิกฺขาปทา ปริตฺตารมฺมณา เอว วา’’ติ อิมาย ปญฺหปุจฺฉกปาฬิยา วิรุชฺฌติ. ยญฺหิ ปาณาติปาตาทิทุสฺสีลฺยสฺส อารมฺมณํ, ตเทว ตํ เวรมณิยา อารมฺมณํ. วีติกฺกมิตพฺพวตฺถุโต เอว หิ วิรตีติ. สตฺตารมฺมณนฺติ วา สตฺตสงฺขาตํ สงฺขารารมฺมณเมว อุปาทาย วุตฺตนฺติ นายํ วิโรโธ. ตถา หิ วุตฺตํ สมฺโมหวิโนทนิยํ (วิภ. อฏฺฐ. ๗๑๔) ‘‘ยานิ สิกฺขาปทานิ เอตฺถ สตฺตารมฺมณานีติ วุตฺตานิ, ตานิ ยสฺมา สตฺโตติ สงฺขฺยํ คตํ สงฺขารเมว อารมฺมณํ กโรนฺตี’’ติ. วิสภาควตฺถุโน ‘‘อิตฺถี, ปุริโส’’ติ คเหตพฺพโต สตฺตารมฺมโณติ เอเก. ‘‘เอโก ทิฏฺโฐ, เทฺว สุตา’’ติอาทินา สมฺผปฺปลปเน ทิฏฺฐสุตมุตวิญฺญาตวเสน. ตถา อภิชฺฌาติ เอตฺถ ตถา-สทฺโท ‘‘ทิฏฺฐสุตมุตวิญฺญาตวเสนา’’ติ อิทมฺปิ อุปสํหรติ, น สตฺตสงฺขารารมฺมณตํ เอว ทสฺสนาทิวเสน อภิชฺฌายนโต. ‘‘นตฺถิ สตฺตา โอปปาติกา’’ติ ปวตฺตมานาปิ มิจฺฉาทิฏฺฐิ เตภูมกธมฺมวิสยาวาติ อธิปฺปาเยนสฺสา สงฺขารารมฺมณตา วุตฺตา. กถํ ปน มิจฺฉาทิฏฺฐิยา สพฺเพ เตภูมกธมฺมา อารมฺมณํ โหนฺตีติ? สาธารณโต. ‘‘นตฺถิ สุกตทุกฺกฏานํ กมฺมานํ ผลํ วิปาโก’’ติ หิ ปวตฺตมานาย อตฺถโต รูปารุปาวจรธมฺมาปิ คหิตา เอว โหนฺตีติ.
สุขพหุลตาย ราชาโน หสมานาปิ ‘‘โจรํ ฆาเตถา’’ติ วทนฺติ, หาโส ปน เตสํ อญฺญวิสโยติ อาห ‘‘สนฺนิฏฺฐาปก…เป… โหตี’’ติ.
เกสญฺจีติ สหชาตานํ อทินฺนาทานาทีนํ. สมฺปยุตฺตปภาวกฏฺเฐนาติ สมฺปยุตฺโต หุตฺวา อุปฺปาทกฏฺเฐน. เกสญฺจีติ อสหชาตานํ. อุปนิสฺสยปจฺจยฏฺเฐนาติ เอเตน มูลฏฺเฐน โลภสฺส อุปการตํ นิวตฺเตติ. สุปฺปติฏฺฐิตภาวสาธนฏฺโฐ หิ มูลฏฺโฐ, โส จ เหตุปจฺจยตาอวินาภาวี, เตน เจตฺถ มูลมิว มูลนฺติ คเหตพฺพํ, นิปฺปริยายโต ปน ปุพฺเพ ‘‘เกสญฺจี’’ติ วุตฺตานํ สหชาตานํ มูลภาโว เวทิตพฺโพ. รตฺโต โขติอาทินา สุตฺตปเทนปิ ปาณาติปาตาทีนํ อกุสลานํ โลภสฺส มูลการณตํ วิภาเวติ, น มูลฏฺเฐนุปการตฺถํ อวิเสสโต เตสํ เหตุปจฺจยตฺตาภาวโต.
อกุสลกมฺมปถวณฺณนา นิฏฺฐิตา.
กุสลกมฺมปถวณฺณนา
เวรนฺติ ปาณาติปาตาทิปาปธมฺมํ. โส หิ เวรเหตุตาย ‘‘เวร’’นฺติ วุจฺจติ, ตํ มณติ ‘‘มยิ อิธ ฐิตาย กถมาคจฺฉสี’’ติ ตชฺเชนฺตี วิย นิวาเรตีติ เวรมณี. เตนาห ‘‘ปชหตี’’ติ. ‘‘วิรมณี’’ติ วตฺตพฺเพ นิรุตฺตินเยน เอว-การํ กตฺวา เอวํ วุตฺตํ. วิภงฺเค (วิภ. ๗๐๓, ๗๐๔) เอว นิทฺทิสนวเสน เอวํ วุตฺตา. อสมาทินฺนสีลสฺส สมฺปตฺตโต ยถาอุปฏฺฐิตวีติกฺกมิตพฺพวตฺถุโต วิรติ สมฺปตฺตวิรติ, สมาทานวเสน อุปฺปนฺนา วิรติ สมาทานวิรติ, สมาทานวเสน อุปฺปนฺนา วิรติ สมาทานวิรติ, กิเลสานํ สมุจฺฉินฺทนวเสน ปวตฺตาวิรติ สมุจฺเฉทวิรติ.
ชีวมานสสสฺส มํสรุธิรสมฺมิสฺสตาย อลฺลสสมํสํ. มุญฺจิ สพฺพตฺถ สมกรุณตาย. สจฺจํ วตฺวา ‘‘เอเตน สจฺจวชฺเชน มยฺหํ มาตุ โรโค สมฺมตู’’ติ อธิฏฺฐาสิ.
มหาสปฺโปติ อชคโร. มุญฺจิตฺวา อคมาสิ สีลเตเชน.
โกสลฺลํ วุจฺจติ ญาณํ, โกสลฺเลน, โกสลฺลโต วา ปวตฺติยา อุปคมนโต. กุจฺฉิตสยนโตติ กุจฺฉิเตนากาเรน สยนโต อนุสยนโต, ปวตฺตนโต วา. ‘‘เวรมณิกุสลา’’ติ วตฺตพฺพาปิ ปุจฺฉานุรูปํ วิสฺสชฺชนนฺติ ‘‘กุสลา’’ติ น วุตฺตา, ‘‘กุสล’’นฺเตฺวว วุตฺตา.
กามญฺเจตฺถ ปาฬิยํ วิรติโยว อาคตา, สิกฺขาปทวิภงฺเค (วิภ. ๗๐๔) ปน เจตนาปิ อาหริตฺวา ทีปิตาติ ตทุภยมฺปิ คณฺหนฺโต ‘‘เจตนาปิ วฏฺฏนฺติ วิรติโยปี’’ติ อาห.
อนภิชฺฌา หิ มูลํ ปตฺวา กมฺมปถโกฏฺฐาสํ ปตฺวา อนภิชฺฌาติ วุตฺตธมฺโม มูลโต อโลโภ กุสลมูลํ โหตีติ เอวมตฺโถ ทฏฺฐพฺโพ. เสสปททฺวเยปิ เอเสว นโย.
ทุสฺสีลฺยารมฺมณา ตทารมฺมณา ชีวิตินฺทฺริยาทิอารมฺมณา กถํ ทุสฺสีลฺยานิ ปชหนฺตีติ ตํ ทสฺเสตุํ ‘‘ยถา ปนา’’ติอาทิ วุตฺตํ.
อนภิชฺฌา …เป… วิรมนฺตสฺสาติ อภิชฺฌํ ปชหนฺตสฺสาติ อตฺโถ. น หิ มโนทุจฺจริตโต วิรติ อตฺถิ อนภิชฺฌาทีเหว ตปฺปหานสิทฺธิโต. เตสุ อโลโภติอาทีสุ ยํ วตฺตพฺพํ, ตํ อกุสลมูเลสุ วุตฺตนเยเนว เวทิตพฺพํ.
อปฺปนาวารนฺติ นิคมนวารํ. เอเกน นเยนาติ เวทนาทิวเสน อรูปมุเขเนว อเนกวิเธสุ วิปสฺสนากมฺมฏฺฐาเนสุ เอเกน กมฺมฏฺฐานนเยน. ‘‘ฐเปตฺวา อภิชฺฌํ นว อกุสลกมฺมปถา’’ติ วตฺตพฺพํ. ทสาติ วา อิทํ ‘‘กุสลกมฺมปถา’’ติ อิมินา สมฺพนฺธิตพฺพํ ‘‘อกุสลกมฺมปถา จ ทส กุสลกมฺมปถา จา’’ติ. ‘‘ฐเปตฺวา อภิชฺฌ’’นฺติ หิ อิมินาว อกุสลกมฺมปถานํ นวภาโว วุตฺโต โหติ. อถ วา ทสาติ อิทํ อุภยถาปิ สมฺพนฺธิตพฺพํ. อภิชฺฌา หิ ปหาตพฺพาปิ สติ ปริญฺเญยฺยตํ นาติวตฺตตีติ. ตถา หิ วุตฺตํ ‘‘รูปตณฺหา ปิยรูปํ สาตรูป’’นฺติอาทิ, ตสฺมา สา ตาย ปริญฺเญยฺยตาย ทุกฺขสจฺเจปิ สงฺคหํ ลภเตว, ปหาตพฺพํ ปน อุปาทาย ‘‘ฐเปตฺวา อภิชฺฌ’’นฺติ วุตฺตํ. เตเนวาห ‘‘ปริยาเยน ปน สพฺเพปิ กมฺมปถา ทุกฺขสจฺจ’’นฺติ. อภิชฺฌาโลภานํ ปวตฺติอาการสิทฺธเภทํ อุปาทาย ‘‘อิเม เทฺว ธมฺมา’’ติ วุตฺตํ. สุตฺตนฺตนเยน ตณฺหา ‘‘สมุทยสจฺจ’’นฺติ วุตฺตาติ อาห ‘‘นิปฺปริยาเยน สมุทยสจฺจ’’นฺติ. อปฺปวตฺตีติ อปฺปวตฺตินิมิตฺตมาห ยถา ‘‘ราคกฺขโย โทสกฺขโย’’ติ (สํ. นิ. ๔.๓๑๔). สปฺปจฺจยตาย สงฺขตสภาเว ทุกฺขสจฺเจ คหิเต อปฺปจฺจยตาย อสงฺขตํ นิโรธสจฺจํ ปฏิปกฺขโต อาวตฺตติ, เอกนฺตสาวชฺเช อาจยคามิลกฺขเณ สมุทยสจฺเจ คหิเต สาวชฺชา วิคมนํ อปจยคามิลกฺขณํ มคฺคสจฺจํปฏิปกฺขโต อาวตฺตตีติ เทฺว อาวตฺตหารวเสน เวทิตพฺพานีติ วุตฺตํ. เตเนวาห เนตฺติยํ (เนตฺติ. ๔.นิทฺเทสวาร) –
‘‘เอกมฺหิ ปทฏฺฐาเน, ปริเยสติ เสสกํ ปทฏฺฐานํ;
อาวตฺตติ ปฏิปกฺเข, อาวตฺโต นาม โส หาโร’’ติ.
สพฺพากาเรนาติ กามราครูปราคาทิสพฺพปฺปกาเรหิ, สพฺพโต วา อปายคมนียาทิอาการโต, ตตฺถ กิญฺจิปิ อนวเสเสตฺวา วา. สพฺพากาเรเนวาติ สพฺพาการโต. นีหริตฺวาติ อปเนตฺวา, สมุจฺฉินฺทิตฺวาอิจฺเจว อตฺโถ. กญฺจิ ธมฺมํ อนวการีกริตฺวาติ รูปเวทนาทีสุ กญฺจิ เอกธมฺมมฺปิ อวินิพฺโภคํ กตฺวา, เอเกกโต อคฺคเหตฺวา สมูหโตว คเหตฺวาติ อตฺโถ. อสฺมีติ อหมสฺมีติ มานคฺคาหวเสน. โส ปน ยสฺมา ปญฺจกฺขนฺเธ นิรวเสสโต คณฺหาติ, ตสฺมา วุตฺตํ ‘‘สมูหคฺคหณากาเรนา’’ติ. ยสฺมา เจตฺถ อคฺคมคฺคจิตฺตํ วุจฺจติ, ตสฺมา อาห ‘‘ทิฏฺฐิสทิสํ มานานุสย’’นฺติ. ‘‘ยํ รูปํ ตํ อห’’นฺติอาทินา ยถา ทิฏฺฐิ รูปาทึ ‘‘อหมสฺมี’’ติ คณฺหนฺตี ปวตฺตติ, เอวํ มาโนปิ ‘‘เสยฺโยหมสฺมี’’ติอาทินาติ อาห ‘‘มานานุสโย อสฺมีติ ปวตฺตตฺตา ทิฏฺฐิสทิโส’’ติ. ปริจฺเฉทกโรติ โอสานปริจฺเฉทกโร อิโต ปรํ ทุกฺขสฺสาภาวกรณโต. กมฺมปถเทสนายาติ กมฺมปถมุเขน ปวตฺตจตุสจฺจเทสนาย. มนสิการปฺปฏิเวธวเสนาติ วิปสฺสนามนสิการมคฺคปฺปฏิเวธวเสน.
กุสลกมฺมปถวารวณฺณนา นิฏฺฐิตา.
อาหารวารวณฺณนา
๙๐. อาหรตีติ (สํ. นิ. ฏี. ๒.๒.๑๑) อาเนติ, อุปฺปาเทติ อุปตฺถมฺเภติ จาติ อตฺโถ. นิพฺพตฺตาติ ปสุตา. ตโต ปฏฺฐาย หิ โลเก ชาตโวหาโร. ปฏิสนฺธิคฺคหณโต ปน ปฏฺฐาย ยาว มาตุกุจฺฉิโต นิกฺขมนํ, ตาว สมฺภเวสิโน. เอส ตาว คพฺภเสยฺยเกสุ ภูตสมฺภเวสิวิภาโค, อิตเรสุ ปน ปฐมจิตฺตาทิวเสน วุตฺโต. สมฺภว-สทฺโท เจตฺถ คพฺภเสยฺยกานํ วเสน ปสูติปริยาโย, อิตเรสํ วเสน อุปฺปตฺติปริยาโย. ปฐมจิตฺตปฐมอิริยาปถกฺขเณสุ หิ เต สมฺภวํ อุปฺปตฺตึ เอสนฺติ อุปคจฺฉนฺติ นาม, น ตาว ภูตา อุปฺปตฺติยา น สุปฺปติฏฺฐิตตฺตา. ภูตาเยว สพฺพโส ภเวสนาย สมุจฺฉินฺนตฺตา. น ปุน ภวิสฺสนฺตีติ อวธารเณน นิวตฺติตมตฺถํ ทสฺเสติ, ‘‘โย จ กาลฆโส ภูโต’’ติอาทีสุ (ชา. ๑.๒.๑๙๐) ภูต-สทฺทสฺส ขีณาสววาจิตา ทฏฺฐพฺพา. วา-สทฺโท เจตฺถ สมฺปิณฺฑนตฺโถ ‘‘อคฺคินา วา อุทเกน วา’’ติอาทีสุ (อุทา. ๗๖) วิย.
ยถาสกํ ปจฺจยภาเวน อตฺตภาวสฺส ปฏฺฐปนเมเวตฺถอาหาเรหิ กาตพฺพอนุคฺคโหติ อธิปฺปาเยนาห ‘‘วจนเภโท…เป… เอโกเยวา’’ติ. สตฺตสฺส อุปฺปนฺนธมฺมานนฺติ สตฺตสฺสสนฺตาเน อุปฺปนฺนธมฺมานํ. ยถา ‘‘วสฺสสตํ ติฏฺฐตี’’ติ วุตฺเต อนุปฺปพนฺธวเสน ปวตฺตตีติ วุตฺตํ โหติ, เอวํ ฐิติยาติ อนุปฺปพนฺธวเสน ปวตฺติยาติ อตฺโถ, สา ปน อวิจฺเฉโทติ อาห ‘‘อวิจฺเฉทายา’’ติ. อนุปฺปพนฺธธมฺมุปฺปตฺติยา สตฺตสนฺตาโน อนุคฺคหิโต นาม โหตีติ อาห ‘‘อนุปฺปนฺนานํ อุปฺปาทายา’’ติ. เอตานีติ ฐิติอนุคฺคหปทานิ. อุภยตฺถ ทฏฺฐพฺพานิ, น ยถาสงฺขฺยํ.
วตฺถุคตา โอชา วตฺถุ วิย เตน สทฺธึ อาหริตพฺพตํ คจฺฉตีติ วุตฺตํ ‘‘อชฺโฌหริตพฺพโต อาหาโร’’ติ. นิพฺพตฺติตโอชํ ปน สนฺธาย ‘‘กพฬีการาหาโร โอชฏฺฐมกรูปานิ อาหรตี’’ติ วกฺขติ. โอฬาริกตา อปฺโปชตาย, น วตฺถุโน ถูลตาย, กถินตาย วา, ตสฺมา ยสฺมึ วตฺถุสฺมึ ปริตฺตา โอชา โหติ, ตํ โอฬาริกํ. สปฺปาทโย ทุกฺขุปฺปาทกตาย โอฬาริกาเวทิตพฺพา. วิสาณาทีนํ ติวสฺสฉฑฺฑิตานํ ปูติภูตฺตตา มุทุกตาติ วทนฺติ, ตรจฺฉเขฬเตมิกตาย ปน ตถาภูตานํ เตสํ มุทุกตา. ธมฺมสภาโว เหส. สสานํ อาหาโร สุขุโม ตรุณติณสสฺสขาทนโต. สกุณานํ อาหาโร สุขุโม ติณพีชาทิขาทนโต. ปจฺจนฺตวาสีนํ สุขุโม, เตสญฺหิ สากปณฺณสุกฺขกุรปทุมปตฺตมฺปิ อาหาโรติ. เตสํ ปรนิมฺมิตวสวตฺตีนํ. สุขุโมเตฺววาติ น กิญฺจิ อุปาทาย, อถ โข สุขุโม อิจฺเจว นิฏฺฐํ ปตฺโต ตโต ปรํ สุขุมสฺส อภาวโต.
วตฺถุวเสน ปเนตฺถ อาหารสฺส โอฬาริกสุขุมตา วุตฺตา, สา จสฺส อปฺโปชมโหชตาหิ เวทิตพฺพาติ ทสฺเสตุํ ‘‘เอตฺถ จา’’ติอาทิ วุตฺตํ. ปริสฺสมนฺติ ขุทาวเสน อุปฺปนฺนํ สรีรเขทํ. วิโนเทตีติ วตฺถุ ตสฺส วิโนทนมตฺตํ กโรติ. น ปน สกฺโกติ ปาเลตุนฺติ สรีรํ ยาเปตุํ นปฺปโหติ นิสฺสารตฺตา. น สกฺโกติ ปริสฺสมํ วิโนเทตุํ อามาสยสฺส อปูรณโต.
ฉพฺพิโธปีติ อิมินา กสฺสจิปิ ผสฺสสฺส อนวเสสิตพฺพตมาห. อาหารสฺสเทสนากฺกเมเนเวตฺถ ผสฺสาทีนํ ทุติยาทิตา, น อญฺเญน การเณนาติ อาห ‘‘เทสนานโย เอวา’’ติอาทิ. มนโส สญฺเจตนา, น สตฺตสฺสาติ ทสฺสนตฺถํ มโนคหณํ ยถา ‘‘จิตฺตสฺส ฐิติ (ธ. ส. ๑๑), เจโตวิมุตฺติ จา’’ติ (ม. นิ. ๑.๖๙) อาห ‘‘มโนสญฺเจตนาติ เจตนา เอวา’’ติ. จิตฺตนฺติ ยํ กิญฺจิ จิตฺตํ, น วิปากวิญฺญาณเมว.
ปุพฺเพ ‘‘อาหารนฺติ ปจฺจย’’นฺติ วุตฺตตฺตา ‘‘ยทิ ปจฺจยฏฺโฐ อาหารฏฺโฐ’’ติอาทินา โจเทติ. อถ กสฺมา อิเมเยว จตฺตาโร วุตฺตาติ อถ กสฺมา จตฺตาโรว วุตฺตา, อิเม เอว จ วุตฺตาติ โยชนา. วิเสสปจฺจยตฺตาติ เอเตน ยถา อญฺเญ ปจฺจยธมฺมา อตฺตโน ปจฺจยุปฺปนฺนสฺส ปจฺจยาว โหนฺติ, อิเม ปน ตถา จ โหนฺติ อญฺญถา จาติ สมาเนปิ ปจฺจยตฺเต อติเรกปจฺจยา โหนฺติ, ตสฺมา อาหาราติ วุตฺตาติ อิมมตฺถํ ทสฺเสติ. อิทานิ ตํ อติเรกปจฺจยตํ ทสฺเสตุํ ‘‘วิเสสปจฺจโย หี’’ติอาทิ อารทฺธํ. วิเสสปจฺจโย รูปกายสฺส กพฬีกาโร อาหาโร อุปตฺถมฺภกภาวโต. เตนาห อฏฺฐกถายํ (วิสุทฺธิ. ๒.๗๐๘; ปฏฺฐา. อฏฺฐ. ปจฺจยุทฺเทสวณฺณนา) ‘‘รูปารูปานํ อุปตฺถมฺภกตฺเตน อุปการกา จตฺตาโร อาหารา อาหารปจฺจโย’’ติ. อุปตฺถมฺภกตฺตญฺหิ สติปิ ชนกตฺเต อรูปีนํ อาหารานํ อาหารชรูปสมุฏฺฐาปกรูปาหารสฺส จ โหติ, อสติ ปน อุปตฺถมฺภกตฺเต อาหารานํ ชนกตฺตํ นตฺถีติ อุปตฺถมฺภกตฺตํ ปธานํ. ชนยมาโนปิ หิ อาหาโร อวิจฺเฉทวเสน อุปตฺถมฺภยมาโน เอว ชเนตีติ อุปตฺตมฺภกภาโว เอว อาหารภาโว. เวทนาย ผสฺโส วิเสสปจฺจโย. ‘‘ผสฺสปจฺจยา เวทนา’’ติ หิ วุตฺตํ. ‘‘สงฺขารปจฺจยา วิญฺญาณ’’นฺติ (อุทา. ๑; ม. นิ. ๓.๑๒๖) วจนโต วิญฺญาณสฺสมโนสญฺเจตนา. ‘‘เจตนา ติวิธํ ภวํ ชเนตี’’ติ หิ วุตฺตํ. ‘‘วิญฺญาณปจฺจยา นามรูป’’นฺติ ปน วจนโต นามรูปสฺส วิญฺญาณํ วิเสสปจฺจยา. น หิ โอกฺกนฺติวิญฺญาณาภาเว นามรูปสฺส อตฺตสมฺภโว. ยถาห ‘‘วิญฺญาณญฺจ หิ, อานนฺท, มาตุกุจฺฉิสฺมึ น โอกฺกมิสฺสถ, อปิ นุ โข นามรูปํ มาตุกุจฺฉิสฺมึ สมุจฺจิสฺสถา’’ติอาทิ (ที. นิ. ๒.๑๑๕). วุตฺตเมวตฺถํ สุตฺเตน สาเธตุํ ‘‘ยถาหา’’ติอาทิ วุตฺตํ.
เอวํ ยทิปิ ปจฺจยฏฺโฐ อาหารฏฺโฐ, วิเสสปจฺจยตาย ปน อิเม เอว อาหาราติ วุตฺตาติ ตํ เนสํ วิเสสปจฺจยตํ อวิภาคโต ทสฺเสตฺวา อิทานิ วิภาคโต ทสฺเสตุํ ‘‘โก ปเนตฺถา’’ติอาทิ อารทฺธํ. มุเข ฐปิตมตฺโตเยว อสงฺขาทิโต, ตตฺตเกนปิ อพฺภนฺตรสฺส อาหารสฺส ปจฺจโย โหติ เอว. เตนาห ‘‘อฏฺฐ รูปานิ สมุฏฺฐาเปตี’’ติ. สุขเวทนาย หิโต สุขเวทนิโย. สพฺพถาปีติ จกฺขุสมฺผสฺสาทิวเสน. ยตฺตกา ผสฺสสฺส ปการเภทา, เตสํ วเสน สพฺพปฺปกาโรปิ ผสฺสาหาโร. ยถารหํ ติสฺโส เวทนา อาหรติ, อนาหารโก นตฺถิ.
สพฺพถาปีติ อิธาปิ ผสฺสาหาเร วุตฺตนยานุสาเรน อตฺโถ เวทิตพฺโพ. ติสนฺตติวเสนาติ กายทสกํ ภาวทสกํ วตฺถุทสกนฺติ ติวิธสนฺตติวเสน. สหชาตาทิปจฺจยนเยนาติ สหชาตาทิปจฺจยวิธินา. ปฏิสนฺธิวิญฺญาณญฺหิ อตฺตนา สหชาตนามสฺส สหชาตอญฺญมญฺญนิสฺสยวิปากินฺทฺริยสมฺปยุตฺตอตฺถิอวิคตปจฺจเยหิ ปจฺจโย โหนฺโตเยว อาหารปจฺจยตาย ตํ อาหาเรตี วุตฺตํ, สหชาตรูเปสุ ปน วตฺถุโน สมฺปยุตฺตปจฺจยํ ฐเปตฺวา วิปฺปยุตฺตปจฺจเยน, เสสรูปสฺส อญฺญมญฺญปจฺจยญฺจ ฐเปตฺวา วุตฺตนเยเนวโยชนา กาตพฺพา. ตานีติ นปุํสกนิทฺเทโส อนปุํสกานมฺปิ นปุํสเกหิ สห วจนโต.
สาสวา กุสลากุสลเจตนาว วุตฺตา. วิเสสปจฺจยภาวทสฺสนํ เหตนฺติ. เตนาห ‘‘อวิเสเสน ปนา’’ติอาทิ. ปฏิสนฺธิวิญฺญาณเมว วุตฺตนฺติ เอตฺถาปิ เอเสว นโย. ยถา ตสฺส ตสฺส ผลสฺส วิเสสโต ปจฺจยตาย เอเตสํ อาหารฏฺโฐ, เอวํ อวิเสสโตปีติ ทสฺสนฺเตน ‘‘อวิเสเสน ปนา’’ติอาทิ วุตฺตํ. ตตฺถ ตํสมฺปยุตฺตตํสมุฏฺฐานธมฺมานนฺติ เตหิ ผสฺสาทีหิ สมฺปยุตฺตธมฺมานญฺเจว ตํสมุฏฺฐานรูปธมฺมานญฺจ. ตตฺถ สมฺปยุตฺตคฺคหณํ ยถารหโต ทฏฺฐพฺพํ, สมุฏฺฐานคฺคหณํ ปน อวิเสสโต.
อุปตฺถมฺเภนฺโต อาหารกิจฺจํ สาเธตีติ อุปตฺถมฺเภนฺโตเยว รูปํ สมุฏฺฐาเปติ, โอชฏฺฐมกรูปสมุฏฺฐาปเนเนว ปนสฺส อุปตฺถมฺภนกิจฺจสิทฺธิ. ผุสนฺโตเยวาติ ผุสนกิจฺจํ กโรนฺโต เอว. อายูหมานาวาติ เจตยมานา เอว อภิสนฺทหนฺตี เอว. วิชานนฺตเมวาติ อุปปตฺติปริกปฺปนวเสน วิชานนฺตเมว อาหารกิจฺจํ สาเธตีติ โยชนา. เสสปททฺวเยปิ เอเสว นโย. อาหารกิจฺจสาธนญฺจ เตสํ เวทนาทิอุปฺปตฺติเหตุตาย อตฺตภาวสฺส ปวตฺตนเมว.
กายฏฺฐปเนนาติ กสฺมา วุตฺตํ? นนุ กมฺมชาทิรูปํ กมฺมาทินาว ปวตฺตตีติ โจทนํ สนฺธายาห ‘‘กมฺมชนิโตปี’’ติอาทิ. อุปาทินฺนรูปสนฺตติยา อุปตฺถมฺภเนเนว อุตุจิตฺตชรูปสนฺตตีนมฺปิ อุปตฺถมฺภนสิทฺธิ โหตีติ ‘‘ทฺวินฺนํ รูปสนฺตตีน’’นฺติ วุตฺตํ. อุปตฺถมฺภนเมว สนฺธาย ‘‘อนุปาลโก หุตฺวา’’ติ จ วุตฺตํ. รูปกายสฺส ฐิติเหตุตา หิ ยาปนา อนุปาลนา.
สุขาทิวตฺถุภูตนฺติ สุขาทีนํ ปวตฺติฏฺฐานภูตํ. อารมฺมณมฺปิ หิ วสติ เอตฺถ อารมฺมณกรณวเสน ตทารมฺมณา ธมฺมาติ วตฺถูติ วุจฺจติ. ผุสนฺโตเยวาติ อิทํ ผสฺสสฺส ผุสนสภาวตฺตา วุตฺตํ. น หิ ธมฺมานํ สภาเวน วินา ปวตฺติ อตฺถิ. เวทนาปวตฺติยา วินา สตฺตานํ สนฺธาวนตา นตฺถีติ อาห ‘‘สุขาทิ…เป… โหตี’’ติ, น เจตฺถ สญฺญีภวกถายํ อสญฺญีภโว ทสฺเสตพฺโพ, ตสฺสาปิ วา การณภูตเวทนาปวตฺติวเสเนว ฐิติยา เหตุโน อพฺยาปิตา. ตถา หิ ‘‘มโนสญฺเจตนา…เป… ภวมูลนิปฺผาทนโต สตฺตานํ ฐิติยา โหตี’’ติ วุตฺตา, ตโต เอว ‘‘วิญฺญาณํ วิชานนฺตเมวาติ อุปปตฺติปริกปฺปนวเสน วิชานนฺตเมวา’’ติ วุตฺโตวายมตฺโถติ.
จตฺตาริ ภยานิ ทฏฺฐพฺพานิ อาทีนววิภาวนโต. นิกนฺตีติ นิกามนา. รสตณฺหํ สนฺธาย วทติ. สา หิ กพฬีกาเร อาหาเร พลวตี. เตเนว ตตฺถ อวธารณํ กตํ. ภายติ เอตสฺมาติ ภยํ, นิกนฺติเยวภยํ มหานตฺถเหตุโต. อุปคมนํ วิสยินฺทฺริยวิญฺญาเณสุ วิสยวิญฺญาเณสุ เอว จ สงฺคติวเสน ปวตฺติ, ตํ เวทนาทิอุปฺปตฺติเหตุตาย ‘‘ภย’’นฺติ วุตฺตํ. อวธารเณ ปโยชนํ วุตฺตนยเมว. เสสทฺวเยปิ เอเสวนโย. อายูหนํ อภิสนฺทหนํ, สํวิธานนฺติปิ วทนฺติ. ตํ ภวูปปตฺติเหตุตาย ‘‘ภย’’นฺติ วุตฺตํ. อภินิปาโต ตตฺถ ตตฺถ ภเว ปฏิสนฺธิคฺคหณวเสน นิพฺพตฺติ. โส ภวูปปตฺติเหตุกานํ สพฺเพสํ อนตฺถานํ มูลการณตฺตา ‘‘ภย’’นฺติ วุตฺโต. อิทานิ นิกนฺติอาทีนํ สปฺปฏิภยตํ วิตฺถารโต ทสฺเสตุํ ‘‘กึการณา’’ติอาทิ อารทฺธํ. ตตฺถ นิกนฺตึ กตฺวาติ อาลยํ ชเนตฺวา, ตณฺหํ อุปฺปาเทตฺวาติ อตฺโถ.
ผสฺส อุปคจฺฉนฺตาติ จกฺขุสมฺผสฺสาทิเภทํ ผสฺสํ ปวตฺเตนฺตา. ผสฺสสฺสาทิโนติ กายสมฺผสฺสวเสน โผฏฺฏพฺพสงฺขาตสฺส ผสฺสสฺส อสฺสาทนสีลา. กายสมฺผสฺสวเสน หิ สตฺตานํ โผฏฺฐพฺพตณฺหา ปวตฺตตีติ ทสฺเสตุํ ผสฺสาหาราทีนวทสฺสเน โผฏฺฐพฺพารมฺมณํ อุทฺธฏํ ‘‘ปเรสํ รกฺขิตโคปิเตสู’’ติอาทินา. ผสฺสสฺสาทิโนติ วา ผสฺสาหารสฺสาทิโนติ อตฺโถ. สติ หิ ผสฺสาหาเร สตฺตานํ ผสฺสารมฺมเณ อสฺสาโท, นาสตีติ. เตนาห ‘‘ผสฺสสฺสาทมูลก’’นฺติอาทิ.
ชาตินิมิตฺตสฺส ภยสฺส อภินิปาตสภาเวน คหิตตฺตา ‘‘ตมฺมูลก’’นฺติ วุตฺตํ, กมฺมายูหนนิมิตฺตนฺติ อตฺโถ.
อภินิปตตีติ อภินิพฺพตฺตติ. ปฐมาภินิพฺพตฺติ หิ สตฺตานํ ตตฺถ ตตฺถ องฺคารกาสุสทิเส ภเว อภินิปาตสทิสีติ. ตมฺมูลกตฺตาติ นามรูปนิพฺพตฺติมูลกตฺตา.
ตตฺราติ ตาสุ อุปมาสุ. ภูตมตฺถํ กตฺวาติ น ปริกปฺปิตมตฺถํ, อถ โข ภูตํ ภูตปุพฺพํ อตฺถํ กตฺวา. ปาเถยฺยหตฺเถสุ คจฺฉนฺเตสุ ปาเถยฺยํ, คจฺฉนฺตํ วิย โหตีติ วุตฺตํ ‘‘คนฺตฺวา ปาเถยฺยํ นิฏฺฐาสี’’ติ. คนฺตฺวาติ วาคมนเหตูติ อตฺโถ. ขุปฺปิปาสาตุรตาย ฆนจฺฉายํ รุกฺขํ อุปคนฺตุํ อสมตฺถา วิรฬฺหจฺฉายายํ นิสีทึสุ. น ทานิ สกฺกา ตํ มยา กาตุํ อติทุพฺพลภาวโต. ปริกฺขลิตคติตรุณทารโก ขุปฺปิปาสาภิภูโต จ, ตสฺมา คจฺฉนฺโตเยว มโต.
สชาติมํสตายาติ (สํ. นิ. ฏี. ๒.๒.๖๓) สมานชาติมํสตาย, มนุสฺสมํสตายาติ อตฺโถ. ยํ มนุสฺสมํสํ, ตญฺหิ โลเก ชิคุจฺฉนียตฺตา ปฏิกุลํ. ตถา หิ ตํ วิญฺญูหิ วชฺชิตํ, มนุสฺสมํเสสุปิ ญาติมํสํ อยุตฺตปริโภคตาย ปฏิกูลํ, ตตฺถาปิ ปุตฺตมํสํ, ตตฺถาปิ ปิยปุตฺตมํสํ, ตตฺถาปิ ตรุณมํสํ, ตตฺถาปิ อามกมํสํ, ตตฺถาปิ อโครสาภิสงฺขตํ, ตตฺถาปิ อโลณํ, ตตฺถาปิ อธูปิตนฺติ เอวํ เหฏฺฐิมโต อุตฺตรุตฺตรสฺส ปฏิกูลตรภาวการณตา ทฏฺฐพฺพา. ปุตฺตมํสสทิสนฺติ ปฏิกูลตาอุปฏฺฐาปเนน ปุตฺตมํสสทิสํ กตฺวา ปสฺสติ. ตตฺถ นิกนฺตึ ปริยาทิยตีติ อริยมคฺเคน อาหาเร สาเปกฺขํ เขเปติ.
สา คาวีติ ‘‘เสยฺยถาปิ ภิกฺขเว คาวี’’ติ (สํ. นิ. ๒.๖๓) เอวํ สุตฺเต วุตฺตคาวี. อุทฺทาเลตฺวาติ อุปฺปาเฏตฺวา. นิสฺสาย ติฏฺฐตีติ ปฏิจฺจปจฺจยํ กตฺวา ปวตฺตติ. ทุกฺขทุกฺขตาทิวเสน ติณฺณมฺปิ เวทยิตานํ ทุกฺขภาวํ สนฺธายาห ‘‘เวทยิตทุกฺขสฺสา’’ติ.
สาธุสมฺมตาปิ คติ วิปริณามสงฺขารทุกฺขตาวเสน กิเลสทุกฺขวเสน จ มหาปริฬาหาเยวาติ วุตฺตํ ‘‘มหาปริฬาหฏฺเฐน ตโย ภวา’’ติ. ยถา อุปกฑฺฒกา เทฺว ปุริสา, เอวํ กุสลากุสลวเสน เทฺว มโนสญฺเจตนา. ยถา มโนสญฺเจตนา น ปวตฺตติ, ตถา ปฏิปชฺชนฺโต ตตฺถ นิกนฺตึ ปริยาทิยตีติ เวทิตพฺโพ.
สตฺติสเตน หตา เอว อุปมา สตฺติสตหตูปมา, ตสฺสํ สตฺติสตหตูปมายํ. ตํ สตฺติสตํ. อสฺส ปุริสสฺส. ปติโตกาเสติ ปุริมสตฺตีหิ ปติตปฺปเทเส. ทุกฺขสฺส ปมาณํ นตฺถิ อเนกสฺส อปราปรํ อุปฺปชฺชนโต. ขนฺธชนนนฺติ ขนฺธานํ อปราปรุปฺปาโท, ปฐมาภินิพฺพตฺติ ปน ปฏิสนฺธิ เอว. อาคุจารี ปุริโส วิย ปฏิสนฺธิวิญฺญาณํ นานปฺปการทุกฺขุปฺปาทสนฺนิสฺสยโต, เตหิ จ ทุกฺเขหิ อุปคนฺตพฺพโต. สมฺปยุตฺตธมฺมานํ ปมุขภาเวน ปวตฺติยา ‘‘วิญฺญาณสฺส ทุกฺขุปฺปาโทติ วุตฺตา. ตถา หิ วุตฺตํ ‘‘มโนปุพฺพงฺคมา ธมฺมา’’ติ (ธ. ป. ๑, ๒) ยถา วิญฺญาณํ อายตึ ปฏิสนฺธิวเสน น ปวตฺตติ, เอวํ กรณํ ตตฺถ นิกนฺติปริยาทานํ ทฏฺฐพฺพํ.
ปริญฺญาตํ วตฺถูติ ทุกฺขสจฺจมาห. ปญฺจกามคุณิโก ราโคติ ปญฺจกามคุณารมฺมโณ ราโค. ปริญฺญาโต โหตีติ ปริจฺฉิชฺช ชานเนน สมติกฺกนฺโต โหติ. รสตณฺหาย หิ สมฺมเทว วิคตาย รูปตณฺหาทโยปิ วิคตาเยว โหนฺติ. ตถา จ สติ กามราคสํโยชนํ สมุจฺฉินฺนเมว โหติ, เอวํ กรณํ ตตฺถ นิกนฺติปริยาทานํ ทฏฺฐพฺพํ. ปริญฺญาภิสมเย หิ สิทฺเธ ปหานาภิสมโย สิทฺโธ เอวาติ. ปหีเน จ กามราคสํโยชเน โอรมฺภาคิยสํโยชนานํ เลโสปิ นาวสิสฺสตีติ ทสฺเสนฺโต อาห ‘‘นตฺถิ ตํ สํโยชน’’นฺติอาทิ. เตน กพฬีการาหารปริญฺญา อนาคามิตํ ปาเปตีติ ทสฺเสติ. เสสาหารปริญฺญา ปน อรหตฺตนิฏฺฐา เอวาติ ทสฺเสนฺโต ‘‘ผสฺเส ภิกฺขเว’’ติอาทิมาห. ตตฺถ ติสฺโส ตณฺหาติ กามตณฺหา รูปตณฺหา อรูปตณฺหาติ อิมา ติสฺโส ตณฺหา.
‘‘ปุริมตณฺหาสมุทยา’’ติ สงฺเขปโต วุตฺตมตฺถํ วิตฺถารโต ทสฺเสตุํ ‘‘กถ’’นฺติอาทิ อารทฺธํ. ตตฺถ ตณฺหาปจฺจยนิพฺพตฺตาติ ตณฺหาปจฺจยา นิพฺพตฺตา. ปฏิสนฺธิกฺขเณ ปุริมตณฺหาสมุทยา อาหารานํ สมุทยทสฺสเนเนว ปวตฺติกฺขเณปิ อุปาทินฺนกอาหารสมุทโย ทสฺสิโต โหตีติ ตํ อนามสิตฺวา อนุปาทินฺนกานํ ตณฺหาสมุทยํ ทสฺเสตุํ ‘‘ยสฺมา ปนา’’ติอาทิ วุตฺตํ. อิธาติ อิมสฺมึ สุตฺเต มิสฺสิตฺวา กถิตา อวิเสสิตตฺตา. สหชาตตณฺหาปจฺจยนิพฺพตฺโตติ เอตฺถ สหชาตคฺคหณํ อสหชาตตณฺหาปจฺจยนิพฺพตฺโตปิ อนุปาทินฺนกอาหาโร ลพฺภตีติ ทสฺสนตฺถํ. โส ปน อสหชาตตณฺหาปจฺจยนิพฺพตฺตตาสามญฺเญนปิ ยถาวุตฺตอุปาทินฺนกาหาเรน สํสยํ ชเนยฺยาติ น อุทฺธโฏ, น จ เอตํ การณํ ‘‘ราคํ อุปนิสฺสาย โทมนสฺสํ อุปฺปชฺชตี’’ติ วจนโต, ตโณฺหปนิสฺสยปฏิฆจิตฺตสมุฏฺฐานาย จ โอชาย วเสน อนุปาทินฺนกอาหารสฺส ลพฺภนโต. กถํ ปน ตณฺหา โอชาย อุปนิสฺสยปจฺจโย; น หิ ปฏฺฐาเน กตฺถจิ รูปสฺส อุปนิสฺสยปจฺจโย วุตฺโต อตฺถีติ. นายํ วิโรโธ ‘‘ยสฺมึ สติ ยํ โหติ, โส ตสฺส อุปนิสฺสโย’’ติ สุตฺตนฺตนยสฺส อธิปฺเปตตฺตา ยถาวุตฺตตฺถสมฺภวโต. เตเนวาห ‘‘อิมิสฺสา…เป… ตณฺหาย นิโรเธนา’’ติ.
การเณ สพฺพโส นิรุทฺเธ ผลมฺปิ สพฺพโส นิรุชฺฌตีติ อาห ‘‘อาหารนิโรโธ ปญฺญายตี’’ติ. อาหารานํ ทุกฺขสจฺเจกเทสตฺตา อาหารคฺคหณํ ทุกฺขสจฺจคฺคหณเมว โหตีติ อาห ‘‘อิธ จตฺตาริปิ สจฺจานิ สรูเปเนว วุตฺตานี’’ติ. สจฺจเทสนา ทุกฺขาทีนํ ยาวเทว ปริญฺเญยฺยาทิภาวสนฺทสฺสนตฺถา, ตสฺมา ชรามรณาทีสุ ปริญฺเญยฺยาทิภาโว อสมฺโมหโต สลฺลกฺเขตพฺโพติ ทสฺเสนฺโต ‘‘สพฺพตฺถ อสมฺมุยฺหนฺเตน สจฺจานิ อุทฺธริตพฺพานี’’ติ อาห.
อาหารวารวณฺณนา นิฏฺฐิตา.
สจฺจวารวณฺณนา
๙๑. เยน เยน ปริยาเยน พฺยากโรตีติ เยน เยน ทุกฺขาทิชรามรณาทิปริยาเยน อริยสจฺจานิ สงฺเขปโต จ วิตฺถารโต จ กเถติ. ทุกฺขนฺติ ทุกฺขสจฺจํ ทุกฺขํ, น ทุกฺขมตฺตํ.
สจฺจวารวณฺณนา นิฏฺฐิตา.
ชรามรณวารวณฺณนา
๙๒. เตสํ เตสนฺติ พฺยาปนิจฺฉาวเสนายํ นิทฺเทโส กโต, ตสฺมา ยถา ‘‘คาโม คาโม รมณีโย’’ติ วุตฺเต รมณียตาย ตาทิสา สพฺเพปิ คามา สงฺคหํ คจฺฉนฺติ, เอวํ ‘‘เตสํ เตสํ สตฺตานํ ชาตี’’ติ วุตฺเต ชาติสงฺขาตวิการวเสน สพฺเพปิ สตฺตา สงฺคหํ คจฺฉนฺติ. เตนาห ‘‘สงฺเขปโต อเนเกสํ สตฺตานํ สาธารณนิทฺเทโส’’ติ.
คติชาติวเสนาติ (สํ. นิ. ฏี. ๒.๑.๒) ปญฺจคติวเสน, ตตฺถาปิ เอเกกาย คติยา ขตฺติยาทิภุมฺมเทวาทิหตฺถิอาทิชาติวเสน จ. นิกิยฺยนฺติ สตฺตา เอตฺถ, เอเตน วาติ นิกาโย, โคตฺตจรณาทิวิภาโค. ชราย สภาโว นาม วโยหานิ, ตสฺมา ชราติ วโยหานิสงฺขาตสฺส สภาวสฺส นิทฺเทโส, ปากฏชราวเสน นิทฺเทโส ขณฺฑิจฺจาทิวเสน คหณโต. ชีรณเมว ชีรณตา, ชีรนฺตสฺส วา อากาโร ตา-สทฺเทน วุตฺโต. เตนาห ‘‘อยํ อาการนิทฺเทโส’’ติ. ทนฺตาทีนํ วเสน ขณฺฑํ ชาตํ เอตสฺสาติ ขณฺฑิโต, ปุคฺคโล. ตสฺส ภาโว ขณฺฑิจฺจํ. ปลิตํ เอตสฺส อตฺถีติ ปลิโต, ตสฺส ภาโว ปาลิจฺจํ. วลิ ตโจ เอตสฺสาติ วลิตฺตโจ, ตสฺส ภาโว วลิตฺตจตา. อิเม ขณฺฑิจฺจาทโย ชรา. วิการานํ ทสฺสนวเสนาติ วิปตฺติทสฺสนวเสน. วาตสฺสาติ มหโต วาตกฺขนฺธสฺส. ขณฺฑิจฺจาทิวเสน คตมคฺโค ปากโฏ, ตสฺมา ขณฺฑิจฺจาทิคฺคหณํ ชราย กิจฺจนิทฺเทโสติ วุตฺตนฺติ ทสฺเสติ. น จ ขณฺฑิจฺจาทีเนว ชราติ กลลกาลโต ปภุติ ปุริมรูปานํ ชราปตฺตกฺขเณ อุปฺปชฺชมานานิ ปจฺฉิมรูปานิ ปริปกฺกรูปานุรูปานิ ปริณตปริณตานิ อุปฺปชฺชนฺตีติ อนุกฺกเมน สุปริณตรูปานํ ปริปากกาเล อุปฺปชฺชมานานิ ขณฺฑิจฺจาทิสภาวานิ อุปฺปชฺชนฺติ, ตานิ อุทกาทิมคฺเคสุ ติณรุกฺขสํภคฺคตาทโย วิย ปริปากคตมคฺคสงฺขาเตสุ ปริปกฺกรูเปสุ อุปฺปนฺนานิ ‘‘ชราย คโต มคฺโค’’อิจฺเจว วุตฺตานิ, น ชราติ.
ปกติยาติ ผลวิปจฺจนปกติยา, ชราย วา ปาปุณิตพฺพํ ผลเมวปกติ, ตาย ชรา ทีปิตา. สุปฺปสนฺนานีติ สุฏฺฐุ ปสนฺนานิ. ตเมว สุปฺปสนฺนตํ กิจฺจโต ทสฺเสตุํ ‘‘สุขุมมฺปี’’ติอาทิ วุตฺตํ. ติกฺขวิสทตา หิ เตสํ อินฺทฺริยานํ สุปฺปสนฺนตา. อาลุฬิตานีติ อากุลานิ. อวิสทานีติ อพฺยตฺตานิ.
กามํ รูปธมฺเมสุปิ ขณิกชรา ทุรุปลกฺขิตา ปฏิจฺฉนฺนาว, สา ปน ยสฺมา สนฺตานวเสน ปวตฺติยา ปริพฺยตฺตาว โหตีติ ‘‘ปากฏชรา’’อิจฺเจว วุตฺตา. อวีจิ นิรนฺตรา ชรา อวีจิชรา สติ สนฺตาเน สตฺตานํ อนุปฺปพนฺธโต. ตโต อญฺเญสูติ มนฺททสกาทีสุ ปุพฺพทสกาทิปริจฺเฉทโต อญฺเญสุ ยถาวุตฺเตสุ. อนฺตรนฺตราติ เตสุ เอว วุตฺตปฺปกาเรสุ ปุริมทสกาทิโต ปจฺฉิมทสกาทีนํ อนฺตรนฺตรา. วณฺณวิเสสาทีนนฺติ วณฺณวิเสสสณฺฐานวิเสสสมฺผสฺสวิเสสาทีนํ.
วจนกวเสนาติ ก-กาเรน หิ ปทํ วฑฺเฒตฺวา วุตฺตํ, ตสฺมา จวนํ จุตีติ วุตฺตํ โหติ. ตํ ปน เอกจตุปญฺจโวการภเวสุ จุติยา อวิเสสโต คหณนฺติ อาห ‘‘เอกจตุปญฺจกฺขนฺธานํ สามญฺญวจน’’นฺติ. จวนกวเสนาติ วา จวนกสฺส ปุคฺคลสฺส วเสนาติ อตฺโถ. จวนเมว จวนตาติ อาห ‘‘ภาววจเนนา’’ติ. ลกฺขณนิทสฺสนนฺติ วยสงฺขาตสฺส ลกฺขณสฺส นิทสฺสนํ. จวนฺตสฺส วา อากาโร ตา-สทฺเทน วุตฺโต ‘‘จวนตา’’ติ. ภิชฺชนํ เภโทติ วุตฺตํ ‘‘จุติกฺขนฺธานํ ภงฺคุปฺปตฺติปริทีปน’’นฺติ. ยถา ภินฺนสฺส ฆฏสฺส เกนจิ ปริยาเยน ฆนฆฏภาเวน ฐานํ นตฺถิ, เอวํ ภินฺนานํ ขนฺธานนฺติ จวนํ อนฺตรหิตํ นามาติ อาห ‘‘อนฺตรธานนฺติ…เป… ปริทีปน’’นฺติ. โย มจฺจูติ วุจฺจติ เภโท, ยญฺจ มรณํ ปาณจาโค, ตทุภยํ เอกชฺฌํ กตฺวา วุตฺตํ ‘‘มจฺจุ มรณ’’นฺติ เอวํ วา เอตฺถ อตฺโถ ทฏฺฐพฺโพ. กาลสฺส อนฺตกสฺส กิริยาติ ยา โลเก วุจฺจติ, สา จุติ, มรณนฺติ อตฺโถ. จวนกาโล เอว วา อนติกฺกมนียตฺตา วิเสเสน กาโลติ วุตฺโตติ ตสฺส กิริยา อตฺถโต จุติกฺขนฺธานํ เภทปฺปตฺติเยว. ‘‘จุติ จวนตา’’ติอาทินา ปุพฺเพ โวหารมิสฺสเกน นิทฺทิฏฺฐํ.
อิทานิ นิพฺพตฺติตปรมตฺถนเยเนว นิทฺเทโสติ ทสฺเสตุํ ‘‘ปรมตฺเถน ทีเปตุ’’นฺติ วุตฺตํ. ‘‘จวนกวเสนา’’ติอาทินา หิ ปุคฺคลวเสน จ โวหาราธิฏฺฐานา สํวณฺณนา กตา. น กิญฺจิ กเฬวรํ นิกฺขิปกิ โอปปาติกานํ จุติกฺขนฺธานํ อนฺตรธานเมวโหติ, ตโต ปรํ อุตุสมุฏฺฐานรูปสนฺตติ น ปวตฺตติ. ‘‘ชาติสมุทยา’’ติอาทีสุ ยํ วตฺตพฺพํ, ตํ ‘‘ตณฺหาสมุทยา’’ติอาทีสุ วุตฺตนยเนว สกฺกา วิญฺญาตุนฺติ น วุตฺตํ.
ชรามรณวารวณฺณนา นิฏฺฐิตา.
ชาติวารวณฺณนา
๙๓. ชายนฏฺเฐนาติอาทิ อายตนวเสน โยนิวเสน จ ทฺวีหิ ทฺวีหิ ปเทหิ สพฺพสตฺเต ปริยาทิยิตฺวา ชาตึ ทสฺเสตุํ วุตฺตํ. สมฺโมหวิโนทนิยํ (วิภ. อฏฺฐ. ๑๙๑) ปน ‘‘ชายมานกวเสน ชาติ, สญฺชายนวเสน สญฺชาตี’’ติ วุตฺตตฺตา ตตฺถ เอเกเกเนว ปเทน สพฺพสตฺเต ปริยาทิยิตฺวา ชาตึ ทสฺเสตีติ ทฏฺฐพฺพํ. สมฺปุณฺณา ชาติ สญฺชาตีติ กตฺวา ‘‘สา ปริปุณฺณายตนวเสน ยุตฺตา’’ติ วุตฺตํ. เอเตเนว เกวลํ ชาติสทฺเทน วุตฺตาย ชาติยา อปริปุณฺณายตนตา ทฏฺฐพฺพา. อภิพฺยตฺตา นิพฺพตฺติ อภินิพฺพตฺติ, ปากฏา นิพฺพตฺตีติ อตฺโถ. ‘‘เตสํ เตสํ สตฺตานํ…เป… อภินิพฺพตฺตี’’ติ สตฺตวเสน ปวตฺตตฺตา โวหารเทสนา.
ตตฺร ตตฺราติ เอตฺถ จตุโวการภเว ทฺวินฺนํ, เอกโวการภเว ทฺวินฺนํ, เสสรูปธาตุยํ ปฏิสนฺธิกฺขเณ อุปฺปชฺชมานานํ ปญฺจนฺนํ, กามธาตุยํ วิกลาวิกลินฺทฺริยวเสน สตฺตนฺนํ นวนฺนํ ทสนฺนํ, ปุน ทสนฺนํ, เอกาทสนฺนญฺจ อายตนานํ วเสน สงฺคโห เวทิตพฺโพ. ยทิปิ จุติกฺขนฺธา อนนฺตรานํ ปฏิสนฺธิกธมฺมานํ อนนฺตราทินา ปจฺจยา โหนฺติ, เย ปน สมุทยา อชนกา, เต เอตฺถ อุปปตฺติภโวติ อธิปฺเปตา. ชนโก เอว ภโวติ อธิปฺเปโตติ ทสฺเสนฺโต ‘‘ชาติยา ปจฺจยภูโต กมฺมภโว เวทิตพฺโพ’’ติ อาห.
ชาติวารวณฺณนา นิฏฺฐิตา.
ภววารวณฺณนา
๙๔. ภาวนภวนฏฺเฐน ภโว ทุวิโธ. ตตฺถ กมฺมภโว ‘‘ภวติ เอตสฺมา อุปปตฺติภโว’’ติ ภาวนฏฺเฐน ภโว. อฏฺฐกถายํ ปน อุปปตฺติภวํ ‘‘ภวตีติ ภโว’’ติ วตฺวา ตสฺส การณตฺตา กมฺมํ ผลูปจาเรน ภโวติ อยมตฺโถ วุตฺโต, อุภยตฺถาปิ อุปปตฺติภวเหตุภาวเนตฺถ กมฺมสฺส กมฺมภวปริยาโยติ ทสฺสิตํ โหติ. สพฺพถาปีติ ภาวนภวนกุสลากุสลอุปปตฺติสมฺปตฺติภวหีนปณีตาทินา สพฺพปฺปกาเรนปิ. กามภโวติ วุตฺตํ กามตณฺหาเหตุกโต กามตณฺหาย อารมฺมณภาวโต จ. รูปภวูปคกมฺมํ รูปภโว, ตถา อรูปภวูปคกมฺมํ อรูปภโว, ตํตํนิพฺพตฺตกฺขนฺธา รูปารูปุปตฺติภวา, รูปารูปภวภาโว ปน เตสํ ‘‘กามภโว’’ติ เอตฺถ วุตฺตนเยเนว เวทิตพฺโพ.
ภววารวณฺณนา นิฏฺฐิตา.
อุปาทานวารวณฺณนา
๙๕. อุปาทานนฺติ จตุพฺพิธมฺปิ อุปาทานํ. ยถา หิ กามสฺสาทวเสน, ภวสฺสาทวเสน วา ตํตํสุคติภวูปคํ กมฺมํ กโรนฺตสฺส กามุปาทานํ, เอวํ อุจฺเฉทาทิมิจฺฉาภินิเวสวเสนาติ จตฺตาริปิ อุปาทานานิ ยถารหํ ตสฺส ตสฺส กุสลกมฺมภวสฺส อุปนิสฺสยวเสเนว ปจฺจยา โหนฺติ, อกุสลกมฺมภวสฺส อสหชาตสฺส อนนฺตรสฺส อุปนิสฺสยวเสนปิ อารมฺมณวเสนปิ. สหชาตสฺส กามุปาทานํ สหชาต-อญฺญมญฺญ-นิสฺสย-สมฺปยุตฺต-อตฺถิ-อวิคต-เหตุ-วเสน สตฺตธา, เสสอุปาทานานิ ตตฺถ เหตุปจฺจยภาวํ ปหาย มคฺคปจฺจยํ ปกฺขิปิตฺวา สตฺตธาว ปจฺจยา โหนฺติ. อนนฺตรสฺส ปน อนนฺตรสมนนฺตรอนนฺตรูปนิสฺสยนตฺถิวิคตาเสวนวเสน ปจฺจยา โหนฺติ. ตสฺสิทมฺปิ สหชาตาทีติ อาทิ-สทฺเทน สงฺคหิตนฺติ ทฏฺฐพฺพํ. วตฺถุกามํ อุปาทิยติ จิตฺตํ, ปุคฺคโล วา เอเตนาติ อตฺโถ. ตนฺติ วตฺถุกามํ. กาเมตีติ กาโม จ โส อุปาทิยตีติ อุปาทานญฺจาติ โยชนา. วุตฺตนเยนาติ อภิธมฺเม วุตฺตนเยน.
สสฺสโต อตฺตาติ อิทํ ปุริมทิฏฺฐึ อุปาทิยมานํ อุตฺตรทิฏฺฐึ นิทสฺเสตุํ วุตฺตํ. ยถา เอสา ทิฏฺฐิ ทฬฺหีกรณวเสน ปุริมํ ปุริมํ อุตฺตรา อุตฺตรา อุปาทิยติ, เอวํ ‘‘นตฺถิ ทินฺน’’นฺติอาทิกาปีติ. อตฺตคฺคหณํ ปน อตฺตวาทุปาทานนฺติ นยิทํ ทิฏฺฐุปาทานทสฺสนนฺติ ทฏฺฐพฺพํ. โลโก จาติ อตฺตคฺคหณวินิมุตฺตคหณํ ทิฏฺฐุปาทานภูตํ อิธ ปุริมทิฏฺฐิอุตฺตรทิฏฺฐิวจเนหิ วุตฺตนฺติ เวทิตพฺพํ. สพฺพทิฏฺฐิคตสฺส ‘‘ทิฏฺฐุปาทาน’’นฺติ เอตํ อธิวจนํ ‘‘สพฺพาปิ ทิฏฺฐิ ทิฏฺฐุปาทาน’’นฺติ วจนโต.
สีลพฺพตํ อุปาทิยนฺตีติ สีลพฺพตํ ‘‘สุทฺธิมคฺโค’’ติ อุปาทิยนฺติ. เอเตน มิจฺฉาภินิเวเสน. สยํ วา ตํ มิจฺฉาภินิเวสสหคตํ. สีลพฺพตสหจรณโต สีลพฺพตญฺจ ตํ ทฬฺหคฺคาหภาวโต อุปาทานญฺจาติ สีลพฺพตุปาทานํ. เอวํ สุทฺธีติ อภินิเวสโตติ เอวํ โคสีลโควตาทิจรเณน สํสารสุทฺธีติ อภินิเวสภาวโต. เอเตน ตํ สหจรณโต อภินิเวสสฺส ตํสทฺทารหตํ ทสฺเสติ.
วทนฺตีติ ‘‘อตฺถิ เม อตฺตา’’ติอาทินา โวหรนฺติ. เอเตน ทิฏฺฐิคเตน. อตฺตวาทมตฺตเมวาติ อตฺตาติ วาจามตฺตเมว. เอเตน วาจาวตฺถุมตฺตเมตํ, ยทิทํ พาหิรกปริกปฺปิโต อตฺตาติ ทสฺเสติ.
ตณฺหา กามุปาทานสฺสาติ เอตฺถ ‘‘ตตฺถ กตมํ กามุปาทานํ? โย กาเมสุ กามจฺฉนฺโท กามราโค กามนนฺที กามตณฺหา กามเสฺนโห กามปริฬาโห กามมุจฺฉา กามชฺโฌสานํ. อิทํ วุจฺจติ กามุปาทาน’’นฺติ วจนโต ตณฺหาทฬฺหตฺตํ กามุปาทานํ. ตณฺหาทฬฺหตฺตนฺติ จ ปุริมตณฺหาอุปนิสฺสยปจฺจยโต ทฬฺหภูตา อุตฺตรตณฺหา เอว. เกจิ ปนาหุ –
‘‘อปฺปตฺตวิสยปตฺถนา ตณฺหา อนฺธกาเร โจรสฺสหตฺถปฺปสารณํ วิย, สมฺปตฺตวิสยคฺคหณํ อุปาทานํ ตสฺเสว ภณฺฑคฺคหณํ วิยา’’ติ. อปฺปิจฺฉสนฺตุฏฺฐิปฏิปกฺขา เอเต ธมฺมา ปริเยสนารกฺขทุกฺขมูลานิ, ตสฺมา วุตฺตลกฺขณา ตณฺหา วุตฺตลกฺขณสฺเสว อุปาทานสฺส อนานนฺตรสฺส อุปนิสฺสยวเสน ปจฺจโย, อารมฺมณาทิวเสนปิ ปจฺจโย โหติเยว, อนนฺตราทีนํ ปน อนนฺตราทิวเสน ปจฺจโย. สพฺพสฺสปิ หิ โลภสฺส ตณฺหาปริยาโยปิ กามุปาทานปริยาโยปิ ลพฺภเตวาติ. อวเสสานนฺติ ทิฏฺฐุปาทานาทีนํ. สหชาตาทิวเสนาติ สหชาตานํ สหชาตาทิวเสน, อสหชาตานํ อนนฺตรอุปนิสฺสยาทิวเสนาติ สพฺพํ เหฏฺฐา วุตฺตนเยเนว เวทิตพฺพํ.
อุปาทานวารวณฺณนา นิฏฺฐิตา.
ตณฺหาวารวณฺณนา
๙๖. ‘‘จกฺขุสมฺผสฺโส’’ติอาทิ ผสฺสสฺส มาติโต นามํ วิย ปุตฺตสฺส วตฺถุโต ตสฺส นิสฺสยภาเวน อุปฺปตฺติเหตุตฺตา, อารมฺมณํ ปน เกวลํ อุปฺปตฺติเหตูติ วุตฺตํ ‘‘เสฏฺฐิ…เป… นาม’’นฺติ. กามราคภาเวนาติ วตฺถุกามสฺส รชฺชนวเสน. รูปํ อสฺสาเทนฺตีติ รุปารมฺมณํ ตณฺหาภินนฺทนาวเสน อภิรมมานา เอว อสฺสาเทนฺตี. นิจฺจนฺติอาทินา ทิฏฺฐาภินนฺทนามุเขน รูปํ อภิรมนฺตี. เปจฺจ น ภวิสฺสตีติ ภิชฺชิตฺวา น โหติ ปุน อนุปฺปชฺชนโต. ตถา สทฺทกณฺหาทโยปีติ ยถา รูปตณฺหา กามราคภาเวน สสฺสตราควเสน อุจฺเฉทราควเสนาติ จ ปวตฺติยา ติสฺโส ตณฺหา, ตถา สทฺทตณฺหา คนฺธรสโผฏฺฐพฺพธมฺมตณฺหาปิ. ตณฺหาวิจริตานีติ ตณฺหาสมุทาจารา, สมุทาจารวเสน ปวตฺตตณฺหาติ อตฺโถ.
อชฺฌตฺติกสฺสุปาทายาติ (วิภ. อฏฺฐ. ๙๗๓; สํ. นิ. ฏี. ๒.๒.๒) อชฺฌตฺติกํ ขนฺธปญฺจกํ อุปาทาย. อุปโยคตฺเถ หิ อิทํ สามิวจนํ. อสฺมีติ โหตีติ ยเทตํ อชฺฌตฺตํ ขนฺธปญฺจกํ อุปาทาย ตณฺหามานทิฏฺฐิวเสน สมูหคาหโต อสฺมีติ เอวํ โหติ, ตสฺมึ สตีติ อตฺโถ. อิตฺถสฺมีติ โหตีติ ขตฺติยาทีสุ ‘‘อิทํปกาโร อห’’นฺติ เอวํ ตณฺหามานทิฏฺฐิวเสน โหตีติ อิทเมตฺถ อนุปนิธาย คหณํ. เอวมาทินาติ อาทิ-สทฺเทน ‘‘เอวํสฺมีติ, อญฺญถาสฺมีติ, ภวิสฺสนฺติ, อิตฺถํ ภวิสฺสนฺติ, เอวํ ภวิสฺสนฺติ, อญฺญถา ภวิสฺสนฺติ, อสสฺมีติ, สตสฺมีติ, สิยนฺติ, อิตฺถํ สิยนฺติ, เอวํ สิยนฺติ, อญฺญถา สิยนฺติ, อปาหํ สิยนฺติ, อปาหํ อิตฺถํ สิยนฺติ, อปาหํ เอวํ สิยนฺติ, อปาหํ อญฺญถา สิย’’นฺติ (วิภ. ๙๗๓) อิเมสํ ตณฺหาวิจริตานํ คหณํ. ตตฺถ เอวํสฺมีติ อิทํ สมโต อุปนิธาย คหณํ, ยถา อยํ ขตฺติโย, ยถา อยํ พฺราหฺมโณ, เอวํ อหมฺปีติ อตฺโถ. อญฺญถาสฺมีติ อิทํ อสมโณ อุปนิธาย คหณํ, ยถา อยํ ขตฺติโย, ยถา อยํ พฺราหฺมโณ, ตโต อญฺญถา อหํ หีโน วา อธิโก วาติ อตฺโถ. อิติ อิมานิ ปุพฺเพ วุตฺตานิ เทฺวติ เอตานิ ปจฺจุปฺปนฺนวเสน จตฺตาริ ตณฺหาวิจริตานิ. ภวิสฺสนฺติอาทีนิ ปน จตฺตาริ อนาคตวเสน วุตฺตานิ. เตสํ ปุริมจตุกฺเก วุตฺตนเยเนว อตฺโถ เวทิตพฺโพ. อสสฺมีติ อสตีติ อสํ. นิจฺจสฺเสตํ อธิวจนํ, ตสฺมา สสฺสโต อสฺมีติ อตฺโถ. สตสฺมีติ สีทตีติ สตํ. อนิจฺจสฺเสตํ อธิวจนํ, ตสฺมา อสสฺสโต อสฺมีติ อตฺโถ. อิติ อิมานิ เทฺว สสฺสตุจฺเฉทวเสน วุตฺตานิ. อิโต ปรานิ สิยนฺติอาทีนิ จตฺตาริ สํสยปริวิตกฺกวเสน วุตฺตานิ, ตานิ ปุริมจตุกฺเก วุตฺตนเยน อตฺถโต เวทิตพฺพานิ. อปาหํ สิยนฺติอาทีนิ จตฺตาริ ‘‘อปิ นามาหํ ภเวยฺย’’นฺติ เอวํ ปตฺถนากปฺปนวเสน วุตฺตานิ, ตานิ ปุริมจตุกฺเก วุตฺตนเยเนว เวทิตพฺพานิ.
เอตฺถ จ สสฺสตุจฺเฉทวเสน วุตฺตา เทฺว ทิฏฺฐิสีสา นาม, อสฺมิ, ภวิสฺสํ, สิยํ, อปาหํ สิยนฺติ เอเต ปน จตฺตาโร สุทฺธสีสา เอว, ‘‘อิตฺถสฺมี’’ติอาทโย ตโย ตโยติ ทฺวาทส สีสมูลกา นาม. เอวเมตานิ เทฺว ทิฏฺฐิสีสา, จตฺตาโร สุทฺธสีสา, ทฺวาทส สีสมูลกาติ อชฺฌตฺติกสฺสุปาทาย อฏฺฐารสฺส ตณฺหาวิจริตานิ เวทิตพฺพานิ.
พาหิรสฺสุปาทายาติ พาหิรํ ขนฺธปญฺจกํ อุปาทาย. อิทมฺปิ หิ อุปโยคตฺเถ สามิวจนํ. อิมินาติ อิมินา รุเปน วา…เป… วิญฺญาเณน วาติ เอวํ รูปาทีสุ เอกเมว ‘‘อห’’นฺติ, อิตรํ กิญฺจนปลิโพธภาเวน คเหตฺวา ตณฺหาทิวเสน ‘‘อสฺมี’’ติ อภินิวิสติ, ‘‘อิมินา’’ติ อยเมตฺถ วิเสโส. อสฺมีติ อิมินา ขคฺเคน วา ฉตฺเตน วา อภิเสเกน วา ‘‘ขตฺติโยหมสฺมี’’ติ อภินิวิสติ. พาหิรรูปาทินิสฺสิตานีติ พาหิรานิ ปรสนฺตติปริยาปนฺนานิ รูปเวทนาทีนิ นิสฺสิตานิ. อฏฺฐารสาติ อิมินา ‘‘อสฺมี’’ติอาทินยปฺปวตฺตานิ อฏฺฐารส, ตานิ ปุพฺเพ วุตฺตนเยเนว เวทิตพฺพานิ. ‘‘อิมินา’’ติ หิ อยเมเวตฺถ วิเสโส, ตสฺมา ‘‘เทฺว ทิฏฺฐิสีสา’’ติอาทินา วุตฺตนเยเนว นิทฺธาเรตฺวา เวทิตพฺพา. อุภยํ ปน เอกชฺฌํ กตฺวา อาห ‘‘ฉตฺตึสา’’ติ.
นิทฺเทสตฺเถนาติ ‘‘ฉยิเม อาวุโส ตณฺหากายา’’ติอาทินิทฺเทสปาฬิยา อตฺถวจเนน. นิทฺเทสวิตฺถาราติ ตสฺส จ นิทฺเทสสฺส อฏฺฐสตตณฺหาวิจริตวเสน วิตฺถาเรน. วิตฺถารสฺส จ ปุน สงฺคหโตติ ทฺวีหิ อากาเรหิ วิตฺถาริตสฺส อฏฺฐารสตณฺหาวิจริตปเภทสฺส ฉเฬว ติสฺโสเยวาติ จ ปุน สงฺคหณโต จ.
วิปากเวทนา อธิปฺเปตา วิเสสโต อตฺตานํ อสฺสาเทตพฺพโต. ตเมว หิสฺสา อสฺสาเทตพฺพตํ ปกาเสตุํ ‘‘กถ’’นฺติอาทิ วุตฺตํ. อสฺสาทเนนาติ อภิรติยา. มมายนฺตาติ ธนายนฺตา. จิตฺตการาทีนนฺติ อาทิ-สทฺเทน อิฏฺฐวณฺณารมฺมณทายกานํ สงฺคโห. สิปฺปสนฺทสฺสนกาทีนนฺติ อาทิ-สทฺเทน เวชฺชาทีนํ สงฺคโห. เวชฺชา หิ รสายตโนชาวเสน ตทุปตฺถมฺภิตวเสน จ ธมฺมารมฺมณสฺส ทายกา. สฺวายํ อาทิ-สทฺโท ‘‘วีณาวาทกาที’’ติอาทินา ปจฺเจกญฺจ โยเชตพฺโพ, ปุตฺตํ มมายนฺตาติ ปุตฺตํ สมฺปิยายนฺตา. ปุตฺโต วิย เจตฺถ เวทนา ทฏฺฐพฺพา, สปฺปายสปฺปิขีราทีนิ วิย เวทนาย ปจฺจยภูตานิ อิฏฺฐรูปาทิอารมฺมณานิ, ธาติ วิย รูปาทิฉฬารมฺมณทายกา จิตฺตการาทโย ทฏฺฐพฺพา.
ตณฺหาวารวณฺณนา นิฏฺฐิตา.
เวทนาวารวณฺณนา
๙๗. จกฺขุสมฺผสฺสชา เอว เวทนา อตีตาทิเภทภินฺนา ราสิวเสน เอกชฺฌํ คเหตฺวา เอโก เวทนากาโย ยถา เวทนากฺขนฺโธ, เอวํ โสตสมฺผสฺสชาทิกาติ ปาฬิยํ ‘‘ฉยิเม อาวุโส เวทนากายา’’ติ วุตฺตนฺติ อาห ‘‘เวทนากายาติ เวทนาสมูหา’’ติ. จกฺขุสมฺผสฺสโต ชาตา จกฺขุสมฺผสฺสชา เวทนา. สา ปน อุปาทินฺนาปิ อนุปาทินฺนาปิ, ตทุภยสฺสปิ สงฺคณฺหนฺเตน อตฺถวณฺณนาย กตตฺตา อาห ‘‘อยํ ตาเวตฺถ สพฺพสงฺคาหิกกถา’’ติ. อิทานิ ‘‘วิปากวิธิ อย’’นฺติ อุปาทินฺนเยว คณฺหนฺโต ‘‘วิปากวเสนา’’ติอาทิมาห. มโนทฺวาเร มโนวิญฺญาณธาตุสมฺปยุตฺตาติ ตทารมฺมณมโนวิญฺญาณธาตุสมฺปยุตฺตา.
อวเสสานนฺติ สมฺปฏิจฺฉนาทิเวทนานํ. อุปนิสฺสยาทีติ อาทิ-สทฺเทน อนนฺตราทีนํ สงฺคโห ทฏฺฐพฺโพ. อนนฺตรานญฺหิ อนนฺตราทิวเสน, อิตเรสํ อุปนิสฺสยวเสน ผสฺโส ปจฺจโย โหติ, มโนทฺวาเร ปน ตทารมฺมณเวทนานํ มโนสมฺผสฺโส อุปนิสฺสยวเสน ปจฺจโย. อทฺวาริกานนฺติ ทฺวารรหิตานํ. น หิ ปฏิสนฺธิอาทิเวทนานํ กิญฺจิ ทฺวารํ อตฺถิ. สหชาตมโนสมฺผสฺสสมุทยาติ เอเตนสฺส ตาสํ สหชาตโกฏิยา ปจฺจยภาวมาห.
เวทนาวารวณฺณนา นิฏฺฐิตา.
ผสฺสวารวณฺณนา
๙๘. จกฺขุํ นิสฺสาย อุปฺปนฺโน สมฺผสฺโส จกฺขุสมฺผสฺโส. ปญฺจวตฺถุกาติ จกฺขาทิปญฺจวตฺถุกา จกฺขาทิปญฺจวตฺถุสนฺนิสฺสยา. ‘‘อุปาทินฺนกกถา เอสา’’ติ พาวีสติคฺคหณํ, ปวตฺติกถาภาวโต โลกิยคฺคหณํ. วิปากมนสมฺปยุตฺตผสฺสาติ วิปากมโนวิญฺญาณสมฺปยุตฺตา ผสฺสา. ปจฺจยุปฺปนฺเนน วิย ปจฺจเยนปิ อุปาทินฺนเกเนว ภวิตพฺพนฺติ ‘‘ฉนฺนํ จกฺขาทีนํ อายตนาน’’นฺติ วุตฺตํ.
ผสฺสวารวณฺณนา นิฏฺฐิตา.
สฬายตนวารวณฺณนา
๙๙. นิทสฺสนมตฺตญฺเจตํ, ตสฺมา ยถา เอตฺถ อรูปโลกาเปกฺขาย ฉฏฺฐายตนญฺจ สฬายตนญฺจ สฬายตนนฺติ เอกเสโส อิจฺฉิตพฺโพ, เอวํ เยสํ ปจฺจยุปฺปนฺโน อุปาทินฺโน, ปจฺจโย ปน อนุปาทินฺโนติปิ อิจฺฉิตพฺโพ. เตสํ มเตน พาหิรายตนวเสนปิ เอกเสโส เวทิตพฺโพ ‘‘ฉฏฺฐายตนญฺจ สฬายตนญฺจ สฬายตนญฺจ สฬายตน’’นฺติ. วิสุทฺธิมคฺโคปิ อิมสฺส อาคมสฺส อตฺถสํวณฺณนาติ อาห ‘‘วิสุทฺธิมคฺเค…เป… วุตฺตนยเมวา’’ติ. เอส นโย อญฺญตฺถาปิ วิสุทฺธิมคฺคคฺคหเณ.
สฬายตนวารวณฺณนา นิฏฺฐิตา.
นามรูปวารวณฺณนา
๑๐๐. นมนลกฺขณนฺติ อารมฺมณาภิมุขํ นมนสภาวํ เตน วินา อปวตฺตนโต. รุปฺปนํ สีตาทิวิโรธิปจฺจยสนฺนิปาเต วิสทิสุปฺปตฺติ. อิเม ปน ตโยติอาทินา สพฺพจิตฺตุปฺปาทสาธารณวเสเนว ตํสงฺขารกฺขนฺธคฺคหณํ, ตสฺมา เย ยตฺถ อสาธารณา, เตปิ อตฺถโต คหิตาเยวาติ ทสฺเสติ.
อุปาทิยิตฺวาติ ปจฺจเย กตฺวา. ปจฺจยกรณเมว หิ ปจฺจยุปฺปนฺนสฺส ปจฺจยภูตธมฺมานํ อุปาทิยนํ. สมูหสมฺพนฺเธ สามิวจนํ เอตนฺติ ‘‘สมูหตฺเถ เอตํ สามิวจน’’นฺติ วุตฺตํ เตน วินา สมฺพนฺธสฺส อภาวโต. เตนาติ ตสฺมา. ตํ สพฺพมฺปีติ ตํ ภูตุปาทายปเภทํ สพฺพมฺปิ สตฺตวีสติวิธํ. ยสฺส นามสฺสาติ จตุโวการภเว นามสฺส. วิญฺญาณมฺปิ ตปฺปริยาปนฺนเมว เวทิตพฺพํ. รูปสฺสาติ เอกโวการภเว รูปสฺส. วิญฺญาณํ ปน ปญฺจโวการภเว สงฺขารวิญฺญาณเมว. ยสฺส ปญฺจโวการภเว นามรูปสฺส. ตสฺส วเสนาติ สหชาตสฺส สหชาตาทิวเสน, อนนฺตรสฺส อนนฺตราทิวเสน, อิตรสฺส อุปนิสฺสยาทิวเสน ตสฺส นามสฺส ยถารหํ ตสฺส ตสฺส วิญฺญาณสฺส ปจฺจยภาโว เวทิตพฺโพ.
นามรูปวารวณฺณนา นิฏฺฐิตา.
วิญฺญาณวารวณฺณนา
๑๐๑. เตภูมกวิปากคฺคหเณ การณํ เหฏฺฐา วุตฺตเมว. สงฺขาโร ยสฺส วิญฺญาณสฺสาติ เอตฺถ อฏฺฐวิโธปิ กามาวจรปุญฺญาภิสงฺขาโร โสฬสวิธสฺส กามาวจรวิปากวิญฺญาณสฺส, ปญฺจวิโธปิ รูปาวจรปุญฺญาภิสงฺขาโร ปญฺจวิธสฺส รูปาวจรวิปากวิญฺญาณสฺส, ทฺวาทสวิโธปิ อปุญฺญาภิสงฺขาโร สตฺตวิธสฺส อกุสลวิปากวิญฺญาณสฺส, จตุพฺพิโธปิ อาเนญฺชาภิสงฺกาโร จตุพฺพิธสฺส อรูปาวจรวิปากวิญฺญาณสฺส ยถารหํ ปฏิสนฺธิปวตฺตีสุ กมฺมปจฺจเยน เจว อุปนิสฺสยปจฺจเยน จ ปจฺจโย โหติ. อยเมตฺถ สงฺเขโป, วิตฺถาโร ปน วิสุทฺธิมคฺเค (วิสุทฺธิ. ๒.๖๒๐) วุตฺตนเยน เวทิตพฺโพ.
วิญฺญาณวารวณฺณนา นิฏฺฐิตา.
สงฺขารวารวณฺณนา
๑๐๒. อภิสงฺขรณลกฺขโณติ อภิสญฺเจตยิตสภาโว, อายูหนลกฺขโณติ อตฺโถ. โจปนวเสนาติ กายวิญฺญตฺติสงฺขาตโจปนวเสน. เตน ปญฺจทฺวาริกเจตนา ปฏิกฺขิปติ. วจนเภทวเสนาติ วาจานิจฺฉารณวเสน. วจีวิญฺญตฺติสมุฏฺฐาปนวเสนาติ อตฺโถ. ยถาวุตฺตา วีสติ, นว มหคฺคตกุสลเจตนา จาติ เอกูนตึส มโนสญฺเจตนา. ‘‘กุสลานํ อุปนิสฺสยวเสนา’’ติ วุตฺตํ, เอกจฺจานํ อารมฺมณวเสนปีติ วตฺตพฺพํ. สหชาตาทิวเสนาติ สหชาต-อญฺญมญฺญ-นิสฺสย-สมฺปยุตฺต-อตฺถิ-อวิคตเหตุวเสน, อนนฺตรานํ อนนฺตรสมนนฺตรอนนฺตรูปนิสฺสยนตฺถิวิคตาเสวนเสน ปจฺจโย. อปิ-สทฺเทน อุปนิสฺสยํ สงฺคณฺหาติ.
สงฺขารวารวณฺณนา นิฏฺฐิตา.
อวิชฺชาวารวณฺณนา
๑๐๓. ‘‘ทุกฺขสจฺเจอญฺญาณ’’นฺติ สงฺเขปโต วุตฺตมตฺถํ วิวริตุํ ‘‘ตตฺถา’’ติอาทิ อารทฺธํ. ตนฺติ อญฺญาณํ. สติปิ ปหาตพฺพตฺเต ปริญฺเญยฺยตฺตวเสน อนฺโตคธํ. ทุกฺขสจฺจญฺจสฺสาติ วตฺถุสงฺขาตํ สมฺปยุตฺตขนฺธสงฺขาตญฺจ ทุกฺขสจฺจํ อสฺส อญฺญาณสฺส. ตํ หิสฺส นิสฺสยปจฺจโย โหติ. ตสฺสาติ ทุกฺขสจฺจสฺส. ยาถาวลกฺขณปฏิเวธนิวารเณนาติ สงฺขตอวิปรีตสภาวปฏิวิชฺฌนสฺส นิวารเณน. เอเตนสฺส ปริญฺญาภิสมยสงฺขาตสฺส อริยมคฺคปฏิเวธสฺส วิพนฺธกภาวมาห. ญาณปฺปวตฺติยาติ ‘‘อิทํ ทุกฺขํ, เอตฺตกํ ทุกฺข’’นฺติ อนุพุชฺฌนาการาย ปุพฺพภาคญาณปฺปวตฺติยา. เอตฺถาติ ทุกฺขสจฺเจ. อปฺปทาเนนาติ อวิสฺสชฺชเนน. เอเตนสฺสา อนุโพธญาณสฺสปิ วิพนฺธกตมาห.
ตีหิ การเณหิ เวทิตพฺพํ อนฺโตคธาภาวโต. อิธ สมฺปยุตฺตขนฺธวเสเนว วตฺถุโต สมุทเย อญฺญาณํ ทฏฺฐพฺพํ. เอเกเนวาติ อิตรํ การณตฺตยํ ปฏิกฺขิปติ. ยทิปิ อญฺญาณํ นิโรธมคฺเค อารมฺมณํ น กโรติ, กุโต ตทนฺโตคธตพฺพตฺถุตา, เต ปน ชานิตุกามสฺส ตปฺปฏิจฺฉาทนวเสน อนิโรธมคฺเคสุ นิโรธมคฺคคฺคาหเหตุตาวเสน จ ปวตฺตมานํ ‘‘นิโรเธ ปฏิปทายญฺจ อญฺญาณ’’นฺติ วุจฺจติ. เตนาห ‘‘ปฏิจฺฉาทนโต’’ติอาทิ. ตสฺสตฺโถ วุตฺโตเยว. คมฺภีรตฺตาติ สภาเวเนว คมฺภีรตฺตา. อคาธอปติฏฺฐาภาเวน ตํวิสยสฺส ญาณสฺส อุปฺปาเทตุํ อสกฺกุเณยฺยตฺตา ทุทฺทสํ. ปุริมํ ปน สจฺจทฺวยํ. วญฺจนียฏฺเฐนาติ วญฺจกภาเวน อยาถาวภาเวน อุปฏฺฐานโต ทุทฺทสตฺตา คมฺภีรํ, น สภาวโต, ตสฺมา ตํวิสยํ อญฺญาณํ อุปฺปชฺชติ. ตตฺถาติ ตสฺมึ ปุริมสจฺจทฺวเย อนิจฺจาทิสภาวลกฺขณสฺส ทุทฺทสตฺตา เอว นิจฺจาทิวิปลฺลาสวเสน ปวตฺตติ อญฺญาณนฺติ อาเนตฺวา สมฺพนฺธิตพฺพํ.
อิทานิ นิทฺเทสวิภาเคนปิ อวิชฺชาย สจฺเจสุ ปวตฺติวิภาคํ ทสฺเสตุํ ‘‘อปิจา’’ติอาทิ วุตฺตํ. ตตฺถ ทุกฺเขติ เอตฺตเกน ภุมฺมนิทฺเทเสน. สงฺคหโตติ ปริญฺเญยฺยตาย ทุกฺเขน สงฺคเหตพฺพโต. เตน นิทฺธารณตฺถํ ทสฺเสติ. ทุกฺขสฺมิญฺหิ อวิชฺชา นิทฺธารียติ, น อญฺญสฺมึ. วตฺถุโตติ อาธารตฺถํ. ทุกฺขสนฺนิสฺสยา หิ อวิชฺชา. อารมฺมณโตติ วิสยตฺถํ ตํ อารพฺภ ปวตฺตนโต. กิจฺจโตติ พฺยาปนตฺถํ ฉาทนวเสน ตํ พฺยาเปตฺวา ปวตฺตนโต. อิมินา นเยน เสเสสุปิ อตฺโถ เวทิตพฺโพ. อวิเสสโตติ วิเสสาภาวโต, วุตฺตนเยน ทุกฺขาทีสุ ปวตฺติอาการวิเสสํ อคฺคเหตฺวาติ อตฺโถ. สภาวโตติ สรสลกฺขณโต. จตุนฺนมฺปิ สจฺจานํ อชานนสภาวา หิ อวิชฺชา. กามราคภวราคา กามาสวภวาสวาติ อาห ‘‘สหชาตาทิวเสนา’’ติ. นนุ อวิชฺชา เอว อวิชฺชาสโว, โส กถํ อวิชฺชาย ปจฺจโยติ อาห ‘‘ปุพฺพุปฺปนฺนา’’ติอาทิ.
อวิชฺชาวารวณฺณนา นิฏฺฐิตา.
อาสววารวณฺณนา
๑๐๔. อาสววาเร อาสว-สทฺทตฺโถ อาสววิจาโร จ เหฏฺฐา วุตฺโตเยว. กสฺมา ปนายํ วาโร วุตฺโต, นนุ อวิชฺชาทิกาว ปฏิจฺจสมุปฺปาทเทสนาติ โจทนํ สนฺธาย ‘‘อยํ วาโร’’ติอาทิ อารทฺธํ. ปฏิจฺจสมุปฺปาทปเทสูติ ปฏิจฺจสมุปฺปาทโกฏฺฐาเสสุ. ทฺวาทสโกฏฺฐาสา หิ สตฺถุ ปฏิจฺจสมุปฺปาทเทสนา. ตสฺสาปิ ปจฺจยทสฺสนวเสนาติ นายํ กาปิลานํ มูลปกติ วิย อปฺปจฺจยา, อถ โข สปฺปจฺจยาติ อวิชฺชายปิ ปจฺจยทสฺสนวเสน. อาสวสมุทเยนาติ อตีตภเว อาสวานํ สมุทเยน เอตรหิ อวิชฺชาย สมุทโย, เอตรหิ อวิชฺชาย สมุทเยน อนาคเต อาสวสมุทโยติ เอวํ อาสวาวิชฺชานํ ปจฺจยปจฺจยุปฺปนฺนกภาเวน อปราปรํ ปวตฺตมานํ อาทิโกฏิอภาเวเนว ตนฺนิมิตฺตสฺส สํสารสฺส อาทิโกฏิอภาวโต อนมตคฺคตาสิทฺธิ เวทิตพฺพา.
ทฺวตฺตึส ฐานานีติ ทฺวตฺตึส สจฺจปฺปฏิเวธการณานิ, ทฺวตฺตึส วา จตุสจฺจกมฺมฏฺฐานานิ. อิมมฺหา สมฺมาทิฏฺฐิสุตฺตาติ ยาย อริยสาวโก สมฺมาทิฏฺฐิ นาม โหติ, สา อริยา สมฺมาทิฏฺฐิ เอตฺถ วุตฺตาติ สมฺมาทิฏฺฐิสุตฺตํ, อิโต สมฺมาทิฏฺฐิสุตฺตโต.
จตุสจฺจปริยาเยหีติ จตุสจฺจาธิคมการเณหิ. อรหตฺตปริยาเยหีติ ‘‘โส สพฺพโส ราคานุสยํ ปหายา’’ติอาทินา อรหตฺตาธิคมการเณหิ. เตนาห ‘‘จตุสฏฺฐิยา การเณหี’’ติ.
อาสววารวณฺณนา นิฏฺฐิตา.
สมฺมาทิฏฺฐิสุตฺตวณฺณนาย ลีนตฺถปฺปกาสนา สมตฺตา.