๘. สลฺเลขสุตฺตวณฺณนา

๘๑. ‘‘จุนฺโท’’ติ ตสฺส มหาเถรสฺส นามํ, ปูชาวเสน ปน มหาจุนฺโทติ วุจฺจติ ยถา ‘‘มหาโมคฺคลฺลาโน’’ติ. อตฺตโน วา จุนฺทํ นาม ภาคิเนยฺยตฺเถรํ อุปาทาย อายสฺมโต สาริปุตฺตตฺเถรสฺส ภาตา อยํ มหาเถโร ‘‘มหาจุนฺโท’’ติ ปญฺญายิตฺถ ยถา ‘‘มหาปนฺถโก’’ติ. สายนฺหสมยนฺติ ภุมฺมตฺเถ เอกํ อุปโยควจนนฺติ อาห ‘‘สายนฺหกาเล’’ติ. น เหตฺถ อจฺจนฺต สํโยโค สมฺภวตีติ. สตฺตสงฺขาเรหีติ สทฺธิวิหาริกอนฺเตวาสิกอุปาสกาทิสตฺเตหิ เจว รูปารมฺมณาทิสงฺขาเรหิ จ. ปฏินิวตฺติตฺวาติ อปสกฺกิตฺวา. นิลียนนฺติ วิเวจนํ กายจิตฺเตหิ ตโต วิวิตฺตตา. เอกีภาโวติ หิ กายวิเวกมาห, ปวิเวโกติ จิตฺตวิเวกํ. ตโต วุฏฺฐิโตติ ตโต ทุวิธวิเวกโต ภวงฺคุปฺปตฺติยา, สพฺรหฺมจารีหิ สมาคเมน จ อเปโต. อภิวาทาเปตฺวาติ อภิวาทํ กาเรตฺวา. เอวนฺติ ยถาวุตฺตอภิวาทวเสน. ปคฺคยฺหาติ อุนฺนาเมตฺวา. อนุปจฺฉินฺนภวมูลานํ ตาว เอวํ อภิวาโท โหตุ, อุจฺฉินฺนภวมูลานํ กิมตฺถิโยติ อาห ‘‘เอตํ อาจิณฺณํ ตถาคตาน’’นฺติ. เตน น ตถาคตา สมฺปรายิกํเยว สตฺตานํ สุขํ อาสีสนฺติ, อถ โข ทิฏฺฐธมฺมิกมฺปีติ ทฏฺฐพฺพํ. กสฺมา เอวํ ตถาคตา อภิวทนฺตีติ ตตฺถ การณมาห ‘‘สุขกามา หี’’ติอาทิ. ปุถุกายาติ พหู สตฺตกายา. ยกฺขาติ เทวา. เต หิ ปูชนียตาย ‘‘ยกฺขา’’ติ วุจฺจนฺติ. อภิวทนฺตีติ อาสีสิตเมวตฺถํ ญาณกรุณาหิ อภิมุขํ กตฺวา วทนฺติ.

ยาติ อนิยมโต คหิตา นิยมโต ทสฺเสนฺโต ‘‘อิมา’’ติ อาห. อิมาติ จ อาสนฺนปจฺจกฺขวจนนฺติ อาห ‘‘อภิมุขํ กโรนฺโตวิยา’’ติ, ตํ ตํ ทิฏฺฐิคติกํ จิตฺตคตํ สมฺมุขา วิย กโรนฺโตติ อตฺโถ. ทิฏฺฐิโยติ ปุริมปทโลเปน ปาฬิยํ วุตฺตนฺติ ทสฺเสนฺโต ‘‘มิจฺฉาทิฏฺฐิโย’’ติ อาห. สตฺเตสุ ทิฏฺฐิคตจิตฺตุปฺปาเทสุ อุปฺปชฺชมานา, สตฺเตสุ วา วิสยภูเตสุ อารพฺภ อุปฺปชฺชมานา ‘‘สตฺเตสุ ปาตุภวนฺตี’’ติ วุตฺตา. อตฺตวาเทนาติ อตฺตานํ อารพฺภ ปวตฺเตน วจเนน. ปฏิสํยุตฺตาติ ‘‘อตฺถิ อตฺตา’’ติ คาเห คาหเณ จ วิสยภาเวน ปฏิสํยุตฺตา. ทิฏฺฐิคติเกน ทิฏฺฐึ คาหนฺเตหิ คหเณ คาหาปเณ จ ทิฏฺฐิ ทิฏฺฐิวาทสฺส วิสโยติ เตน ปฏิสํยุตฺตา นาม โหติ. ‘‘อตฺถิ อตฺตา’’ติ เอวํ ปวตฺตา ทิฏฺฐิ อิธ อตฺตวาทปฏิสํยุตฺตา, น ตสฺสา วิสยภูโต อตฺตา. สา จ วิสยภาวโต ตถาปวตฺเตน วาเทน ปฏิสํยุตฺตา. โลกวาทปฺปฏิสํยุตฺตาติ เอตฺถาปิ เอเสว นโย. วีสติ ภวนฺติ ตโต ปรํ อตฺตวาทวตฺถุโน อภาวา. ปญฺจปิ หิ อุปาทานกฺขนฺเธ ปจฺเจกํ ‘‘อตฺตา’’ติ เต จ อตฺตโน นิสฺสยภาเวน คณฺหโต เอตาสํ ทิฏฺฐีนํ สมฺภโว, ตพฺพินิมุตฺโต ปนายํ วิสโย อตฺตคฺคหณากาโร จ นตฺถีติ. สสฺสโต อตฺตา จ โลโก จาติ รูปาทีสุ อญฺญตรํ ‘‘อตฺตา’’ติ, ‘‘โลโก’’ติ วา คเหตฺวา ตํ สสฺสโต สพฺพกาลภาวี นิจฺโจ ธุโวติ. ยถาห ‘‘รูปี อตฺตา เจว โลโก จ สสฺสโต จาติ อตฺตานญฺจ โลกญฺจ ปญฺญเปตี’’ติอาทิ. สสฺสโตติอาทีสุ ปฐโม สสฺสตวาทวเสน อตฺตคฺคาโห, ทุติโย อุจฺเฉทวาทวเสน, ตติโย เอกจฺจสสฺสตวาทวเสน, จตุตฺโถ ตกฺกีวาทวเสน ปวตฺโต, อมราวิกฺเขปวเสน วา ปวตฺโต อตฺตคฺคาโห. อนฺตวาติ อตฺตโน ปริจฺเฉทตาวเสน. อนนฺตวาติ อปริจฺเฉทตาวเสน. อนฺตวา จ อนนฺตวา จาติ ตทุภยวเสน, อิตโร ตกฺกีวาทวเสน ปวตฺโต อตฺตคฺคาโห. เอวํ ปวตฺตตฺตา อฏฺฐ โหนฺตีติ โยชนา.

อาทิเมวาติ อาทิมนสิการเมว. ตํ ปน สรูปโต ทสฺเสนฺโต ‘‘วิปสฺสนามิสฺสกปฐมมนสิการเมวา’’ติ อาห. อปฺปตฺวาปิ โสตาปตฺติมคฺคนฺติ อิมินา อวธารเณน นิวตฺติตํ ทสฺเสติ. นามรูปปริจฺเฉทโต ปภุติ ยาว อุทยพฺพยทสฺสนํ, อยํ อิธ อาทิมนสิกาโรติ อธิปฺเปโต ปญฺญาภาวนาย อารมฺภภาวโต. อุทยพฺพยานุปสฺสนาสหิตตาย จสฺส วิปสฺสนามิสฺสกตา วจนํ. เอวนฺติ อิมสฺส อตฺถวจนํ ‘‘เอตฺตเกเนวอุปาเยนา’’ติ, ยถาวุตฺตอาทิมนสิกาเรนาติ อตฺโถ. เอตาสนฺติ ยถาวุตฺตานํ อตฺตวาทโลกวาทปฏิสํยุตฺตานํ ทิฏฺฐีนํ. กามญฺจ ตาสํ เตน ตทงฺควเสน ปหานํ โหติเยว, ตํ ปน นาธิปฺเปตํ, ตสฺมา สมุจฺเฉทวเสน ปหานํ ปฏินิสฺสคฺโค จ โหตีติ ปุจฺฉติ. สพฺพโส สมุจฺฉินฺนสํโยชนตาย อนธิมานิโกปิ สมาโน. ‘‘อริยธมฺโม อธิคโต’’ติ มาโน อธิมาโน, โส เยสํ อตฺถิ เต อธิมานิกา, เตสํ อุทยพฺพยญาณาธิคเมน อธิมานุปฺปตฺติ ตทวสาโน จ มนสิกาโรติ อธิปฺเปโต. เตน ทิฏฺฐีนํ ปหานํ น โหตีติ กถาปนตฺถํ อยํ ปุจฺฉาติ อาห ‘‘อธิมานปฺปหานตฺถํ ปุจฺฉตี’’ติ. ‘‘อาทิเมว นุ โข…เป… ปฏินิสฺสคฺโค โหตี’’ติ อนภิสเมตาวี วิย วทนฺโต อธิมาเน ฐิโต วิย โหตีติ อาห ‘‘อธิมานิโก วิย หุตฺวา’’ติ. โสติ เถโร. เตสํ อตฺถายาติ เตสํ อตฺตโน อนฺเตวาสิกานํ ภควตา เอตสฺส มิจฺฉาคาหสฺส วิเวจนตฺถาย. เถโร กิร ธมฺมเสนาปติ วิย สทฺธึ อตฺตโน อนฺเตวาสิเกหิ ภควนฺตํ อุปสงฺกมิ.

๘๒. ยตฺถาติ วิสเย ภุมฺมํ. ทิฏฺฐีนญฺหิ อารมฺมณนิทสฺสนเมตนฺติ. ยสฺมา ทิฏฺฐีนํ อนุสยนภูมิปิ สมุทาจรณฏฺฐานมฺปิ ขนฺธา เอว, ตสฺมา อาห ‘‘ยตฺถ เจตา ทิฏฺฐิโย อุปฺปชฺชนฺตี ติอาทิ ปญฺจกฺขนฺเธ สนฺธาย วุตฺต’’นฺติ. รูปํ อภินิวิสฺสาติ ‘‘อิทํ รูปํ มม อตฺตา’’ติ ทิฏฺฐาภินิเวสวเสน อภินิวิสิตฺวา อารพฺภ. อภินิวิสมานา เอว หิ ทิฏฺฐิ นํ อารมฺมณํ กตฺวา อุปฺปชฺชติ. ‘‘โส อตฺตา’’ติอาทีสุ ยทิทํ จกฺขาทิสงฺคหํ รูปํ, สหพุทฺธินิพนฺธนตาย โส เม อตฺตา, สุขาสุขํ เอตฺถ โลกิยตีติ โส โลโก. ‘‘โสเอวาหํ เปจฺจ ปรโลเก ภวิสฺสามีติ ตถาภาเวน นิจฺโจ, ถิรภาเวน ธุโว, สพฺพทาภาวิตาย สสฺสโต, นิพฺพิการตาย อวิปริณามธมฺโมติ อตฺโถ. ยทิ ปญฺจกฺขนฺเธ สนฺธาย วุตฺตํ, กถเมกวจนนฺติ อาห ‘‘อารมฺมณวเสนา’’ติอาทิ. นานา กรียติ เอเตนาติ นานากรณํ, วิเสโส. ชาติวเสนาติ อุปฺปตฺติวเสน. เย หิ อนิพฺพตฺตปุพฺพา สมานาวตฺถา, เต อุปฺปาทสงฺขาตวิการสมงฺคิตาย อุปฺปชฺชนฺตีติ สมญฺญํ ลภนฺติ. เตนาห ‘‘ชาติวเสนา’’ติอาทิ. ปุนปฺปุนํ อาเสวิตาติ อนาทิมติ สํสาเร อปราปรุปฺปตฺติยา ลทฺธาเสวนา. เอเตน กิเลสานํ ภาวนฏฺเฐน อนุสยตฺถํ วิเสเสติ. ถามคตาติ ถามภาวํ อุปคตา. เอเตน อนุสเย สภาวโต ทสฺเสติ. ถามคมนนฺติ จ กามราคาทีนํ อนญฺญสาธารโณ สภาโว. ตถา หิ วุตฺตํ ‘‘ถามคโต อนุสเย ปชหตี’’ติ (ปฏิ. ม. ๓.๒๑). อปฺปฏิวินีตาติ สมุจฺเฉทวินยวเสน น ปฏิวินีตา. อปฺปหีนา หิ ถามคตา กิเลสา อนุเสนฺตีติ วุจฺจนฺติ. เอเตน เตสํ การณลาเภ สติ อุปฺปชฺชนารหตํ ทสฺเสติ. สมุทาจรนฺตีติ อภิภวนฺติ. เอเตน เตสํ วีติกฺกมปฺปตฺตตํ ทสฺเสติ. อุปฺปชฺชนฺตีติ ปน อิมินาว ปริยุฏฺฐานาวตฺถา ทสฺสิตา.

ตํ ปญฺจกฺขนฺธปฺปเภทํ อารมฺมณนฺติ ยํ ตํ ‘‘ยตฺถ เจตา ทิฏฺฐิโย อุปฺปชฺชนฺตี’’ติอาทินา วุตฺตํ รูปุปาทานกฺขนฺธาทิปญฺจกฺขนฺธปเภทํ ทิฏฺฐีนํ อารมฺมณํ. เอตํ มยฺหํ น โหตีติ เอตํ ขนฺธปญฺจกํ มยฺหํ สนฺตกํ น โหติ มม กิญฺจนปลิโพธภาเวน คเหตพฺพตาย อภาวโต. เตนสฺส ปรมตฺถโต ตณฺหาวตฺถุภาวํ ปฏิกฺขิปติ ตาวกาลิกาทิภาวโต. อหมฺปิ เอโส น อสฺมีติ เอโส ปญฺจกฺขนฺธปเภโท อหมฺปิ น อสฺมิ, อหนฺติ โส คเหตพฺโพ น โหตีติ อตฺโถ. เอเตนสฺส มานวตฺถุภาวํ ปฏิกฺขิปติ อนิจฺจทุกฺขเชคุจฺฉาทิภาวโต. เอโส เม อตฺตาปิ น โหติ อตฺตสภาวสฺส ตตฺถ อภาวโต มมญฺจสฺส กิญฺจนปลิโพธภาเวน คเหตพฺพตาย อภาวโต.

ตณฺหาว มมนฺติ คณฺหาติ เอเตนาติ ตณฺหาคาโห. ตํ คณฺหนฺโตติ ตํ อุปฺปาเทนฺโต. เตนาห ‘‘ตณฺหาปปญฺจํ คณฺหาตี’’ติ. ปปญฺเจติ สนฺตานํ วิตฺถาเรนฺโต สตฺเต สํสาเร จิรายตีติ ปปญฺโจ. ยถา วุตฺตปเภทนฺติ อฏฺฐสตตณฺหาวิจริตปเภทํ. ตณฺหาปปญฺจํ ปฏิกฺขิปติ ขนฺธปญฺจกสฺส ตณฺหาวตฺถุกาภาววิภาวเนนาติ อธิปฺปาโย. ปรโต ปททฺวเยปิ เอเสว นโย. ทิฏฺเฐกฏฺฐาติ ทิฏฺฐิยา ปหาเนกฏฺฐา. เตน เตสํ ปฐมมคฺควชฺฌตํ ทสฺเสติ. สหเชกฏฺฐา ปน ทิฏฺฐิยา ตณฺหา เอว, น มาโน, สา จ โข อปายคมนียา. ยถา อตฺถีติ เยน อนิจฺจทุกฺขาสุภานตฺตากาเรน อตฺถิ, ตถา ปสฺสนฺโต ยถาภูตํ ปสฺสติ นาม. เตนาห ‘‘ขนฺธปญฺจกญฺหี’’ติอาทิ. เอเตเนว อากาเรนาติ รุปฺปนาทิอนิจฺจาทิอากาเรเนว. คยฺหมานมฺปิ อปฺปหีนวิปลฺลาเสหิ. เตนากาเรนาติ ‘‘เอตํ มม’’นฺติอาทิอากาเรน. เนวตฺถิ ยถาภูตทสฺสนวิปลฺลาสานํ ตทภาวโต. สุฏฺฐุ ปสฺสนฺตสฺสาติ ยถา ปุน ตถา น ปสฺสิตพฺพํ, เอวํ สุฏฺฐุ สาติสยํ ปสฺสนฺตสฺส.

น อาทิมนสิกาเรเนว ทิฏฺฐิปฺปหานํ โหติ, อธิมานิกานํ ปน อธิมานมตฺตเมตํ ทสฺสนํ. มคฺเคเนว ตํ โหตีติ อิมมตฺถํ วิภาเวนฺโต ‘‘โสตาปตฺติมคฺเคน ทิฏฺฐิปฺปหานํ ทสฺเสตฺวา’’ติ อาห. วิภชนฺโตติ อธิมานิกานํ ฌานานิ อสลฺเลขภาเวน วิภชนฺโต. พาลปุถุชฺชนานํ เนว อุปฺปชฺชติ อการกภาวโต. น อริยสาวกานํ ปหีนาธิมานปจฺจยตฺตา. น อฏฺฐานนิโยชโก สปฺปายกมฺมฏฺฐาเนเยว นิโยชนโต.

เถโร ‘‘ยทตฺถํ สงฺโฆ ปกฺโกสติ, โส อตฺโถ ตตฺถ วาสีนํ อาคตาคตานํ อิธ อิชฺฌตี’’ติ ตํ อุทิกฺขนฺโต สงฺเฆน ยาวตติยํ ปหิโตปิ น คโต น อคารเวน. เตนาห ‘‘กิเมต’’นฺติอาทิ. ปณฺฑิโต หิ ตตฺถ อตฺตโน กิจฺจเมว กโรตีติ อญฺญตรํ วุฑฺฒปพฺพชิตํ ปาเหสิ. กิเมตนฺติ สงฺฆสฺส อาณาย อกรณํ นาม กิเมตนฺติ กรเณ อาทรํ ทีเปนฺโต เอวมาห. สฏฺฐิวสฺสาตีโตติ อปฺปตฺเต ปตฺตสญฺญี เอว สฏฺฐิวสฺสาตีโต. ยสฺมา เปสลา เปสเลหิ สทฺธึ สํสนฺทนฺติ สมานาธิมุตฺติตาย, ตสฺมา เถโร ‘‘สาธาวุโส’’ติ วตฺวา หตฺถิมาปนาทึ สพฺพํ อกาสิ.

ตาทิโสวาติ อนนฺตรํ วุตฺตตฺเถรสทิโสว อปฺปตฺเต ปตฺตสญฺญี เอว สฏฺฐิวสฺสาตีโตติ อตฺโถ. ปทุมคุมฺพนฺติ กมลสณฺฑํ. ปาสาทํ ปาวิสิ วิสฺสฏฺฐํ โอโลกเนนสฺส ปุถุชฺชนภาโว อตฺตนาว ปญฺญายิสฺสตีติ. ติสฺสมหาวิหาเร กิร เถรา ภิกฺขู ตทา ‘‘สกจิตฺตํ ปสีทตี’’ติ วจนํ ปูเชนฺตา กาลสฺเสว เจติยงฺคณํ สมฺมชฺชิตฺวา เอตฺตการมฺมณเมว พุทฺธารมฺมณปีตึ อุปฺปาเทตฺวา ทิวเส ทิวเส ตถา กโรนฺติ. เตน วุตฺตํ ‘‘ตสฺมิญฺจ สมเย’’ติอาทิ. ‘‘ธมฺมทินฺน, อิธ ปตฺตจีวรํ ฐเปตี’’ติ วตฺตาปิ ปฏิสนฺถารวเสน กิญฺจิ ปุจฺฉิตาปิ นาโหสิ. คุณํ ชานาตีติ นิมุชฺชนาทีสุ วิวรทานาทินา คุณํ ชานาติ วิย. ตุเมฺห ปน น ชานิตฺถ อาคนฺตุกวตฺตสฺสปิ อกรณโต. สตฺถุอาณาวิลงฺฆินี กีทิสี สา สงฺฆสฺส กติกา? กติกา จ นาม สิกฺขาปทาวิโรเธน อนุวตฺเตตพฺพา, เอตฺตกมฺปิ อชานนฺเตหิ เม สํวาโส นตฺถีติ อากาเส อพฺภุกฺกมิ.

ยํ ตสฺส เอวมสฺส สลฺเลเขน วิหรามีติ โย ‘‘ปฐมชฺฌานํ อุปสมฺปชฺช วิหเรยฺยา’’ติ วุตฺโต, ตสฺส ภิกฺขุโน ยํ ‘‘ปฐมชฺฌานสงฺขาตํ ปฏิปตฺติวิธานํ กิเลเส สลฺเลขติ, เตน สลฺเลเขน อหํ วิหรามี’’ติ อธิมานวเสน เอวมสฺส เอวํ ภเวยฺย ฐานเมตํ วิชฺชตีติ เอวเมตฺถ สมฺพนฺโธ เวทิตพฺโพ. ตํ น ยุชฺชตีติ ตํ อธิมานิกสฺส ‘‘ยถาวิภงฺคํ ปฐมชฺฌานํ สลฺเลโข’’ติ ปริวิตกฺกิตํ น ยุชฺชติ ยุตฺตํ น โหติ. เตนาห ‘‘น หี’’ติอาทิ. ตตฺถ สมฺมา สพฺพโส จ กิเลเส ลิขตีติ สลฺเลโข, อริยมคฺโค. ตทุปายวิปสฺสนา สลฺเลขปฏิปทา. ยํ ปน ฌานํ วิปสฺสนาปาทกํ, ตมฺปิ ฌานํ ปริยาเยน มคฺคปาทกํ โหติเยว. เตนาห ‘‘อวิปสฺสนาปาทกตฺตา’’ติอาทิ.

ฌานธมฺมวเสนาติ วิตกฺกาทิปญฺจกชฺฌานธมฺมวเสน. จิตฺตุปฺปาทวเสน อเนกวารํ ปวตฺตมานมฺปิ ฌานํ เอกาวชฺชนตาย เอกวีถิปริยาปนฺนตฺตา เอกา สมาปตฺติ เอวาติ ‘‘ปุนปฺปุนํ สมาปตฺติวเสนา’’ติ วุตฺตํ. จตฺตาริ อรูปชฺฌานานิ ยถาสกํ เอเกกสฺมึเยว อารมฺมเณ ปวตฺตนฺตีติ อาห ‘‘อารมฺมณเภทาภาวโต’’ติ. ปุริมการณทฺวยวเสเนวาติ ‘‘ฌานธมฺมวเสน, ปุนปฺปุนํ สมาปตฺติวเสนา’’ติ ปุพฺเพ วุตฺตปฺปการการณทฺวยวเสเนว.

เตสํ อรูปชฺฌานานํ กิเลสปริฬาหาภาเวน นิพฺพุตานิ องฺคานิ, ภาวนาวิเสสวเสน สุขุมานิ อารมฺมณานิ. ตสฺมา ตานีติ เตสํ วเสน ตานิ ฌานานิ สนฺตานิ, ตสฺมา ‘‘สนฺตา เอเต วิหารา’’ติ วุตฺตํ. เตสํ จตุนฺนมฺปีติ จตุนฺนมฺปิ เตสํ อรูปชฺฌานานํ.

๘๓. โสติ อธิมานิโก ภิกฺขุ, อญฺโญ วา อิโต พาหิรโก ตาปสปริพฺพาชกาทิโก น หิ สมฺมสติ. ตตฺถ อธิมานิโก อปฺปตฺเต ปตฺตสญฺญิตาย น สมฺมสติ, อิตโร อวิสยตาย. ยตฺถาติ ยสฺมึ สลฺเลขวตฺถุสฺมึ, อวิหึสกตาทีหิ จตุจตฺตาลีสาย อากาเรหิ.

อฏฺฐ สมาปตฺติโย นาม กิเลสานํ วิกฺขมฺภนวเสน ปวตฺตา อุตฺตรุตฺตริ สนฺตปณีตา ธมฺมา, น ตถา โลกิยา อวิหึสาทโย. ตตฺถ กถํ อวิหึสาทโย เอว สลฺเลขภาเวน วุตฺตา, น อิตราติ อิมมตฺถํ วิภาเวนฺโต โจทโก ‘‘กสฺมา ปนา’’ติอาทิมาห. อิตโร กามํ สมาปตฺติโย สนฺตปณีตสภาวา, วฏฺฏปาทกตาย ปน กิเลสานํ สลฺเลขปฏิปทา น โหนฺติ, อวิหึสาทโย ปน วิวฏฺฏปาทกา สลฺเลขปฏิปทาติ อิมมตฺถํ วิภาเวนฺโต ‘‘โลกุตฺตรปาทกตฺตา’’ติอาทิมาห. อิมินาเยว อฏฺฐสมาปตฺตีหิ อวิหึสาทีนํ วิเสสทีปเกน สุตฺเตน ยถา มหปฺผลตรํ โหติ, ตํ ปการชาตํ เวทิตพฺพํ. อิทญฺหิ ทกฺขิเณยฺยตรตาย ทกฺขิณาย มหปฺผลตรตํ สนฺธาย วุตฺตนฺติ สมฺพนฺโธ. นนุ ตตฺถ ‘‘โสตาปตฺติผลสจฺฉิกิริยาย ปฏิปนฺโน’’ติ อาคตํ, น ‘‘สรณคโต’’ติ โจทนํ สนฺธายาห ‘‘สรณคมนโต ปฏฺฐายา’’ติอาทิ. วุตฺตเญฺหตํ อฏฺฐกถายํ (ม. นิ. อฏฺฐ. ๓.๓๗๙) ‘‘เหฏฺฐิมโกฏิยา ติสรณํ คโต อุปาสโกปิ โสตาปตฺติผลสจฺฉิกิริยาย ปฏิปนฺโน นามา’’ติ. โย หิ วฏฺฏทุกฺขํ สมติกฺกมิตุกาโม ปสนฺนจิตฺโต รตนตฺตยํ สรณํ คจฺฉติ, ตสฺส ตํ อธิสีลาทีนํ อุปนิสฺสโย หุตฺวา อนุกฺกเมน ทสฺสนมคฺคาธิคมาย สํวตฺเตยฺยาติ.

วิหึสาทิวตฺถุนฺติ ยเทตํ วิหึสาทีนํ วตฺถุํ วทาม, อิมสฺมึ วิหึสาทิวตฺถุสฺมึ. อนฺตมิจฺฉาทิฏฺฐิญฺจ มิจฺฉตฺตานํ อาทิมิจฺฉาทิฏฺฐิญฺจาติ อิทํ เทสนากฺกมํ สนฺธาย วุตฺตํ. มิสฺเสตฺวาติ มิจฺฉาทิฏฺฐิภาวสามญฺเญน เอกชฺฌํ กตฺวา. ตถาติ อิมินา ยถา กมฺมปถมิจฺฉตฺตานํ อนฺเต อาทิมฺหิ จ วุตฺตมิจฺฉาทิฏฺฐึ มิสฺเสตฺวา เอกชฺฌํ วุตฺตํ, ตถา เตสํ อนฺเต วุตฺตสมฺมาทิฏฺฐีติ อิมมตฺถํ อุปสํหรติ.

ปาณนฺติ โวหารโต สตฺตํ, ปรมตฺถโต ชีวิตินฺทฺริยํ. อติปาเตนฺติ สรเสเนว ปตนสภาวํ อติจฺจ อนฺตรา เอว ปาเตนฺติ, อติกฺกมฺม วา สตฺถาทีหิ อภิภวิตฺวา ปาเตนฺติ. อทินฺนนฺติ ปรสนฺตกํ. อาทิยนฺตีติ คณฺหนฺติ. สลฺเลขตีติ สมํ เลขติ, ปชหตีติ อตฺโถ. กมฺมปถกถา เอสาติ ‘‘อตฺถภญฺชนก’’นฺติ วุตฺตํ. ปิยสุญฺญกรณโต ปิสุณา, ปิสติ ปเร สตฺเต หึสตีติ วา ปิสุณา. ผรุสาติ ลูขา, นิฏฺฐุราติ อตฺโถ. นิรตฺถกนฺติ อตฺถรหิตํ อตฺตโน ปเรสญฺจ หิตวินิมุตฺตํ. มิจฺฉาติ วิปรีตา นิจฺจาทิวเสน ปวตฺติยา. ปาปิกาติ ลามิกา. เอกนฺตากุสลตาย วิญฺญูหิ พุทฺธาทีหิ ครหิตา. นตฺถิ ทินฺนนฺติ อาทิวตฺถุกายาติ ทสวตฺถุกมิจฺฉาทิฏฺฐิมาห. นตฺถิกภาวาภินิเวสนวเสน กมฺมปถปฺปตฺติเยวสฺสา กมฺมปถปริยาปนฺนตา. ‘‘รูปํ อตฺตา’’’ติอาทินยปฺปวตฺตา อตฺตทิฏฺฐิ มคฺคนฺตรายกรตฺตา อนิยฺยานิกทิฏฺฐิ. อนิยฺยานิกตฺตา เอว หิสฺสา มิจฺฉตฺตปริยาปนฺนตา. สมฺมาติ อวิปรีตา, ตโต เอว โสภนา สุนฺทรา, พุทฺธาทีหิ ปสตฺถตฺตา วิญฺญุปฺปสตฺถา. เสสเมตฺถ มิจฺฉาทิฏฺฐิยํ วุตฺตนเยน เวทิตพฺพํ.

อสุภาทีสุ สุภาทิอาการคฺคหณโต อยาถาวอนิยฺยานิกา อโยนิโส อุปฺปตฺติยา. อกุสลาติ อยาถาวาอนิยฺยานิกา อกุสลา สงฺกปฺปา. เอส นโยติ อิมินา ‘‘อยาถาวา อนิยฺยานิกา อกุสลา วาจา’’ติอาทินา ตตฺถ ตตฺถ อยาถาวาทิอตฺถํ อติทิสติ. วาจาติ เจตนา อธิปฺเปตา, ตถา กมฺมนฺตาชีวาสติ จ. เยภุยฺเยน อตีตานุสฺสรณวเสน ปวตฺติโต ‘‘อตีตํ จินฺตยโต’’ติ วุตฺตํ. ตถา หิ โลเก เอวํ วทนฺติ ‘‘ยํ เม ปหูตํ ธนํ อโหสิ, ตํ ปมาทวเสน ปน พหุํ ขีณ’’นฺติ. สติปติรูปเกนาติ ‘‘จิรกตมฺปิ จิรภาสิตมฺปิ สริตา’’ติ เอวํ วุตฺตสตุปฺปตฺติปติรูปเกน. อุปฺปตฺตินฺติ จิตฺตุปฺปตฺตึ. ตถาปวตฺตจิตฺตุปฺปาโท หิ มิจฺฉาสติ. สา ปน โกธวเสน วา ‘‘อกฺโกจฺฉิ มํ อวธิ ม’’นฺติอาทินา (ธ. ป. ๓) อุปนยฺหนฺตสฺส, ราควเสน วา ‘‘ยานิสฺส ตานิ ปุพฺเพ มาตุคาเมน สทฺธึ หสิตลปิตกีฬิตานิ อนุสฺสรตี’’ติ (อ. นิ. ๗.๕๐) วุตฺตนเยน สุภโต อนุสฺสรนฺตสฺส, ทิฏฺฐิวเสน วา ‘‘โส โข ปน เม อตฺโต นิจฺโจ ธุโว’’ติอาทินา มิจฺฉาอภินิวิสนฺตสฺสาติ เอวมาทินา นเยน ปวตฺตตีติ เวทิตพฺพา.

อุปายจินฺตาวเสนาติ ขิปฺปชาลกุมินาทุหลาทิอุปกรณสํวิธานาทีสุ ยุตฺติจินฺตนาทิวเสน ปาปํ กตฺวา วิปฺปฏิสารนิมิตฺตํ, ‘‘สุกตํ มยา’’ติ ปาโมชฺชนิมิตฺตํ กตฺวา ปจฺจเวกฺขณากาเรน โมโห อญฺญาณํ. ตตฺถ ปน ‘‘อสิเว สิวา’’ติ โวหาโร วิย ญาณโวหาโร. มิจฺฉาสภาวตฺตา ปน มิจฺฉาญาณํเตฺวว วุจฺจติ. เอกูนวีสติเภทํ ปจฺจเวกฺขณญาณํ สมฺมา เปกฺขิตตฺตา สมฺมาญาณํ วุจฺจติ, อิตรํ ปน ฌานาทิปจฺจเวกฺขณญาณํ สมฺมาทิฏฺฐิยาว สงฺคยฺหติ. รูปารูปสมาปตฺติลาภิตามตฺเตน วฏฺฏโต อวิมุตฺตาเยว สมานา ‘‘วิมุตฺตา มย’’นฺติ เอวํสญฺญิโน. ปกติปุริสนฺตรญาณสงฺขาตายํ, คุณวิยุตฺตสฺส อตฺตโน สกตฺตนิ อวฏฺฐานสงฺขาตายํ, อตฺตโน มหาพฺรหฺมุนา สโลกตา ตสฺส สมีปตาสํยุชฺชนสงฺขาตายํ วา อวิมุตฺติยํ วิมุตฺติสญฺญิโน. เอกนฺตากุสลตาย หีนตฺตา ปาปิกา. อยาถาวตาย วิปรีตา. ยถาวุตฺเตนาติ ‘‘อวิมุตฺตาเยว สมานา’’ติ วุตฺตปฺปกาเรน. ‘‘มยเมตฺถ สมฺมาทิฏฺฐิ ภวิสฺสามา’’ติอาทีสุ ผลสมฺมาทิฏฺฐิอาทีนิปิ มคฺคสมฺมาทิฏฺฐิอาทิปกฺขิกาเนวาติ อธิปฺปาเยน ‘‘ผลสมฺปยุตฺตานิ…เป… เวทิตพฺพา’’ติ วุตฺตํ. สพฺเพปิ ปน ผลธมฺเม วิมุตฺติกฺขนฺธสงฺคหโต ‘‘วิมุตฺตี’’ติ วุจฺจมาเน น โกจิ วิโรโธ. เอตฺถ สมฺมาวิมุตฺติสงฺขาเต สลฺเลขวตฺถุมฺหิ.

ยทิ นีวรณวเสน วุตฺตานิ, ตสฺมา ตีเณว วุตฺตานีติ อาห ‘‘อภิชฺฌาลู’’ติอาทิ. ปริยุฏฺฐานปฺปตฺตา ถินมิทฺธปริยุฏฺฐิตา. ยสฺส ธมฺมสฺส อตฺถิตาย อุทฺธตา นาม โหนฺติ, โส ธมฺโม อุทฺธจฺจนฺติ อาห ‘‘อุทฺทจฺเจน สมนฺนาคตาติ อุทฺธตา’’ติ. วิจินนฺตาติ ธมฺโมติ วา อธมฺโมติ วา อาทินา ยํ กิญฺจิ สภาวํ วินิจฺฉินนฺตา. อุปนาหนสีลาติ ปรสฺส อตฺตโน จิตฺเต อนุพนฺธนสีลา. อิสฺสนฺตีติ อุสูยนฺติ. สฐยนฺตีติ สฐา อญฺญถา อตฺตานํ อญฺญถา ปเวทนกา. เต ปน ยสฺมา น ยถาภูตวาทิโน, ตสฺมา อาห ‘‘น สมฺมา ภาสนฺตีติ วุตฺตํ โหตี’’ติ. วุตฺตปจฺจนีกนเยนาติ ‘‘น โกธนา อกฺโกธนา’’ติอาทินา วุตฺตอตฺถปฏิปกฺขนเยน.

ทุกฺขํ วโจ เอเตสุ วิปฺปฏิกูลคฺคาหิตาย วิปจฺจนีกคาเหสูติ ทุพฺพจา. เต ปน วจนกฺขมา น โหนฺตีติ อาห ‘‘วตฺตุํ ทุกฺขา’’ติอาทิ. หีนาจารตาย ทุกฺขสฺส วา สมฺปาปกตาย ปาปกา. อสทฺธมฺมวเสนาติ อสปฺปุริสธมฺมวเสน. อตฺตนา วิเสสิตพฺพวเสน กายวิญฺญตฺติอาทีนํ กายกมฺมทฺวาราทิภาโว วิย อสฺสทฺธิยาทิอสทฺธมฺมสมนฺนาคเมนอสตํ อสปฺปุริสานํ ธมฺมานนฺติ ตานิเยว อสฺสทฺธิยาทีนิ อสทฺธมฺมา นาม, เตสํ วเสนาห ‘‘สทฺธา เอเตสํ นตฺถี’’ติ ยถา ตํ ‘‘ทุปฺปญฺญา’’ติ. สุตฺตเคยฺยาทิ อปฺปํ สุตํ เอเตสนฺติ อปฺปสฺสุตา, สุเตน อนุปปนฺนา. นตฺถีติ คเหตพฺพนฺติ อิมินา อภาวตฺโถ อยํ อปฺป-สทฺโท ‘‘อปฺปฑํสมกสวาตาตปสรีสปสมฺผสฺสาน’’นฺติอาทีสุ (อ. นิ. ๑๐.๑๑) วิยาติ ทสฺเสติ. สมฺมาปฏิปตฺติยา อนารมฺภนโต กุจฺฉิตา คารยฺหา สีทนฺติ โอสีทนฺติ สํกิเลสปกฺเขติ กุสีตา ท-การสฺส ต-การํ กตฺวา. อกุสลานํ ธมฺมานํ ปหานาย กุสลานํ ธมฺมานํ อุปสมฺปทาย อารทฺธํ ปคฺคหิตํ วีริยํ เอเตสนฺติ อารทฺธวีริยา. อนุปฺปาทเนน มุฏฺฐา นฏฺฐา สติ เอเตสนฺติ มุฏฺฐสฺสตี. ทุฏฺฐาติ ทูสิตา. ทุปฺปญฺญา นาม ทูสิตภาโว ปฏิปกฺเขน วินาสิตภาโวติ อาห ‘‘นฏฺฐปญฺญาติ วุตฺตํ โหตี’’ติ. เหฏฺฐา สมฺมาทิฏฺฐิคฺคหเณน กมฺมสฺสกตาปญฺญาย มคฺคสมฺมาทิฏฺฐิยา จ คหิตตฺตา สุพฺพจกลฺยาณมิตฺตตาปริวาราหิ อิธ สทฺธาทีหิ วิปสฺสนาสมฺภารสฺส อุทฺธฏตฺตา จ วุตฺตํ ‘‘อิธ วิปสฺสนาปญฺญา เวทิตพฺพา’’ติ. เตนาห ‘‘วิปสฺสนาสมฺภาโร หี’’ติอาทิ. ยุตฺตึ อนเปกฺขิตฺวาปิ อยมตฺโถ คเหตพฺโพติ ทสฺเสนฺโต อาห ‘‘โปราณานํ อาณา’’ติ.

โลกุตฺตรคุณานํ อนฺตรายกรนฺติ โลกุตฺตรคุณานํ อธิคมสฺส อนฺตรายกรํ. สนฺทิฏฺฐินฺติ สํ อตฺตโน ทิฏฺฐึ, ยํ วา ตํ วา อตฺตนา ยถาคหิตทิฏฺฐินฺติ อตฺโถ. สภาวํ อติกฺกมิตฺวา ปรโต อามสนโต ปรามาสี. ทฬฺหคฺคาหีติ ‘‘อิทเมว สจฺจ’’นฺติ ถิรคฺคาหคฺคาหี. ปฏินิสฺสคฺคีติ ปฏินิสฺสชฺชนโก. กุมฺโมวาติ ยถา กจฺฉโป อตฺตโน ปาทาทิเก องฺเค เกนจิ ฆฏฺฏิโต สพฺพานิ องฺคานิ อตฺตโน กปาเลเยว สโมทหติ, น พหิ นีหรติ, เอวมยมฺปิ ‘‘น สุนฺทโร ตว คาโห, ฉฑฺเฑหิ น’’นฺติ วุตฺโต ตํ น วิสฺสชฺเชติ. อนฺโตเยว อตฺตโน หทเย เอว ฐเปตฺวา ตํ วทติ. กุมฺภีลคฺคาหนฺติ สํสุมารคฺคาหํ. คณฺหนฺตีติ ยถา สํสุมารา คหิตํ น วิสฺสชฺเชนฺติ, เอวํ คณฺหนฺติ.

๘๔. เอวํ จตุจตฺตาลีสาย อากาเรหีติ อวิหึสนาทีหิ จตุอธิกจตฺตาลีสปฺปกาเรหิ. กสฺมา ปเนตฺถ อวิหึสา อาทิโต วุตฺตา? สพฺพคุณานํ มูลภาวโต. อวิหึสาติ หิ กรุณาเยตํ อธิวจนํ, สา จ วิเสสโต สีลสฺส มูลการณํ ปรูปฆาตลกฺขณา ทุสฺสีลฺยา โอรมาปนโต. ยถา หิ ปาณาติปาโต ปรูปฆาตลกฺขโณ, ตถา ปเรสํ สาปเตยฺยาวหรณํ, สตฺติปฺปหารโตปิ ธนสฺสาวหาโร ครุตโรติ. ตถา อพฺรหฺมจริยํ คพฺภธารณาทิทุกฺขาวหนโต, ปรทาราติกฺกเม ปน วตฺตพฺพเมว นตฺถิ. ปเรสํ วิสํวาทนเภทนมมฺมฆฏฺฏนานํ ปรูปฆาตภาโว ปากโฏ เอว, สมฺผปฺปลาโป อตฺถคฺคาหาปนโต อนตฺถุปฺปาทนโต, อภิชฺฌา อทินฺนาทานาทิเหตุโต, พฺยาปาโท ปาณาติปาตาทิเหตุโต, มิจฺฉาทิฏฺฐิ สพฺพานตฺถเหตุโต ปรูปฆาตลกฺขณา, มิจฺฉาทิฏฺฐิ ธมฺมิกปฏิญฺโญปิ ปาณาติปาตาทีนิ กโรติ, ปเร จ ตตฺถ นิโยเชติ, กิมงฺคํ ปน อิตเร. วิหึสลกฺขณา ทุสฺสีลฺยา โอรมา อวิหึสลกฺขณา วิเสสโต สีลสฺส พลวการณํ. สีลปทฏฺฐาโน จ สมาธิ, สมาธิปทฏฺฐานา จ ปญฺญาติ สพฺพคุณานํ มูลภูตา อวิหึสา. อปิจ อุฬารชฺฌาสยานํ นิสมฺมการีนํ ธีรานํ อุตฺตมปุริสานํ สีลํ วิย สมาธิปญฺญาปิ ปเรสํ หิตสุขาวหาว สมฺปชฺชนฺตีติ เอวมฺปิ กรุณา สพฺพคุณานํ มูลนฺติ สา อาทิโต วุตฺตา.

ตโต ปรํ วิเสสโต ‘‘อวิหึสาสมุฏฺฐานา อิเม ธมฺมา’’ติ ทสฺสนตฺถํ กุสลกมฺมปถธมฺมา คหิตา. ตโต อิทํ คุณานํ มูลภูตํ สีลํ, เอตฺถ ปติฏฺฐิเตน อิเม ธมฺมา อุปฺปาเทตพฺพาติ ทสฺสนตฺถํ อฏฺฐ สมฺมตฺตา คหิตา. เตสํ วิโสธนาย ปฏิปนฺนสฺส อาทิโต เอวํ โหตีติ ทสฺสนตฺถํ นีวรณวิเวโก คหิโต, อาทิโต นีวรณทฺวยสฺส อคฺคหเณ คหิตาคหิตการณํ อฏฺฐกถาย วุตฺตเมว. โกธสฺส ปน พฺยาปาทโต เภโท วตฺถสุตฺตวณฺณนายํ (ม. นิ. อฏฺฐ. ๑.๗๑) วุตฺตนเยเนว เวทิตพฺโพ. โกธาทิปฺปหาเนน เจตฺถ สลฺเลขสิทฺธีติ ทสฺสนตฺถํ ตโต อุปกฺกิเลสวิสุทฺธิ คหิตา. สา จ สุพฺพจกลฺยาณมิตฺตอปฺปมตฺตตาหิ สิชฺฌตีติ ทสฺสนตฺถํ ปกิณฺณกา คหิตา. สมฺปนฺนโสวจสฺสตาทิคุณสฺส อิเม ธมฺมา ปาริปูรึ คจฺฉนฺติ, วิปสฺสนํ ปริพฺรูเหตฺวา อริยมคฺคาธิคมาย สํวตฺตนฺตีติ ทสฺสนตฺถํ สทฺธมฺมา คหิตา. เอวํภูตสฺส อยํ มิจฺฉาคาโห โลกุตฺตรคุณาธิคมสฺส อนฺตรายกโร, ตสฺมา โส ทูรโต วชฺเชตพฺโพ, เอวํ ยถาวุตฺตาย สมฺมาปฏิปตฺติยา อริยมคฺคํ อธิคจฺฉนฺโต สลฺเลขํ มตฺถกํ ปาเปตีติ ทสฺสนตฺถํ ‘‘สนฺทิฏฺฐิปรามาสี’’ติอาทิ วุตฺตนฺติ เอวเมเตสํ จตุจตฺตาลีสาย สลฺเลขาการานํ คหณปโยชนํ อนุปุพฺพี จ เวทิตพฺพา. ปโยคโต สลฺเลขปฏิปทํ ปฏิปชฺชิตุํ อสกฺโกนฺตานํ จิตฺตุปฺปาโทปิ พหูปกาโรติ อาห ‘‘จิตฺตุปฺปาทสฺสปิ พหูปการตํ ทสฺเสตุ’’นฺติ.

กุสเลสุ ธมฺเมสูติ อวิหึสาทีสุ ยถาวุตฺตอนวชฺชธมฺเมสุ. อนุวิธิยนาติ จิตฺตุปฺปาทสฺส กายวาจาหิ อนุวิธานา. เตสํ ธมฺมานนฺติ อวิหึสาทิธมฺมานํ, เตสํ วา จิตฺตุปฺปาทวเสน ปวตฺตธมฺมานํ. อิทานิ ยถาวุตฺตธมฺมํ วิตฺถารโต ทสฺเสตุํ ‘‘กสฺมา ปนา’’ติอาทิ อารทฺธํ. สรณคมนํ วาจาย วิญฺญาเปตุํ อสกฺโกนฺตสฺส วเสน วุตฺตํ ‘‘กาเยน วา’’ติ. ‘‘สีลํ กาเยน สมาทิยตี’’ติ เอตฺถาปิ เอเสว นโย. เอตฺถ จ ตถา ตถา ปวตฺตสลฺลหุกกามาวจรกุสลจิตฺตุปฺปตฺตึ อุปาทาย ตถารูปกุสลกายวจีกมฺมานํ พหูปการตา วุตฺตาติ น สภาวโต จิตฺตุปฺปาทสฺส พหูปการตํ ญายตีติ ทฏฺฐพฺพํ.

๘๕. หิตาธิคมายาติ ทิฏฺฐธมฺมิกาทิหิตสมฺปตฺติยา, อริยมคฺคาธิคมาย เอว วา. อริยมคฺโค หิ เอกนฺตหิตตฺตา หิโต นาม. ปริวชฺชนวเสน กมนํ ปวตฺติ ปริกฺกมนนฺติ อาห ‘‘ปริกฺกมนาย ปริวชฺชนตฺถายา’’ติ. สมฺมาทสฺสนุปายสํวิธาเนน อวิหึสา ปฏิยตฺตา สมฺมาสมฺพุทฺเธน. สุเขเนวาติ อกิจฺเฉเนว. เอเตเนว อุปาเยนาติ เอเตเนว อวิหึสาปเท วุตฺเตน วิธินา. สพฺพปทานีติ เสสานิ เตจตฺตาลีส ปทานิ.

๘๖. อกุสลา ปฏิสนฺธิอชนกา นาม อุทฺธจฺจสหคตจิตฺตุปฺปาทธมฺมา อญฺเญปิ ปวตฺติวิปากมตฺตทายิโน, ทินฺนาย ปฏิสนฺธิยา วิปากชนกา, ปจฺจยเวกลฺเลน วิปจฺจิตุํ อลทฺโธกาสา อโหสิกมฺมาทโย วา อชนกา. ชาติวเสนาติ อกุสลชาติวเสน. อโธภาคงฺคมนียาติ อปายคมนียา. เอวํนามาติ นามคฺคหเณน สภาวํ อุปลกฺเขติ สติ ปจฺจยสมวาเย ตํสภาวานติวตฺตนโต. เตนาห ‘‘วิปากกาเล อนิฏฺฐากนฺตวิปากตฺตา’’ติ. วุตฺตนเยเนว กุสลปกฺโข เวทิตพฺโพ. อยํ ปน วิเสโส, อิธ ปฏิสนฺธิอชนกา อภิญฺญาสหคตธมฺมา, เสสํ วุตฺตสทิสเมว. สพฺเพ อกุสลาติ เอตฺถ วิหึสเมกํ ฐเปตฺวา อิตเร สพฺเพ อกุสลา อุปมาภูตา. วิหึสา หิ อุปเมยฺยํ. สพฺเพ กุสลาติ เอตฺถาปิ เอเสว นโย. เอเตเนว อุปาเยนาติ ยถา วิหึสานํ อุปเมยฺยตา, ตทวเสสานํ กุสลากุสลานํ อุปมาภาโว วุตฺโต, อิมินา นเยน อกุสลํ ปาณาติปาตาทิอกุสเลน อิตเรน, กุสลญฺจ ปาณาติปาตาปฏิวิรติอาทิกุสเลน อิตเรน อุปเมตพฺพํ.

๘๗. ปรินิพฺพาปเนติ กิเลสปริฬาหวูปสมเน. ปริโต ลิมฺปนฏฺเฐน ปลิปํ วุจฺจติ มหากทฺทมํ, ตํ ปน เอกนฺตโต คมฺภีรมฺปิ โหตีติ ‘‘คมฺภีรกทฺทเม นิมุคฺโค’’ติ วุตฺตํ. ปลิปํ วิย ปลิปนฺติ ปญฺจ กามคุณา วุจฺจนฺติ, ตสฺมา เอวํ อิทานิ วุจฺจมาเนน อุปโมปเมยฺยสํสนฺทนนเยน เอตฺถ อิมสฺมึ ฐาเน อตฺถโยชนา เวทิตพฺพา. น หิ ตํ การณนฺติ เอตฺถ การณํ นาม หตฺถสฺส วา ปาทสฺส วา อปลิปนฺนภาโว, โส ปน นตฺถิ. เอส นโย อุปเมยฺเยปิ.

ตตฺถ สิยา กสฺสจิ ปริวิตกฺโก ‘‘ภควโต เทสนานุภาเวน ภิกฺขุอาทโย กเถนฺตี’’ติ. ‘‘ภควาเยว หิ ตตฺถ อุทฺธรตี’’ติ วตฺวา อุปมาย ตทตฺถํ วิภาเวตุํ ‘‘รญฺโญ’’ติอาทิ วุตฺตํ. ปุถุชฺชนา ตาวติฏฺฐนฺตุ, สาวกสิขาปฺปตฺตวิเสสานมฺปิ อริยานํ เทสนา สตฺถุเยว เทสนาติ ทสฺเสตุํ ‘‘กิญฺจาปี’’ติอาทิมาห. ตถา หิ เตหิ เทสิตสุตฺตานิ พุทฺธวจนเมว, เตสํ เทสนาย ลทฺธวิเสสาปิ อริยา พุทฺธปุตฺตาเยวาติ.

อนิพฺพิสตายาติ อนิพฺพิเสวนตาย. อสิกฺขิตวินยตายาติ ปญฺจนฺนํ วินยานํ สาทรํ อสิกฺขิตภาเวน. เต ปน วินยา ติสฺสนฺนํ สิกฺขานํ สิกฺขาปเนน โหตีติ อาห ‘‘ติสฺโส สิกฺขา สิกฺขาเปสฺสตี’’ติ. กึ ปน ตนฺติ? ‘‘ฐานเมตํ วิชฺชตี’’ติ เอตฺถ วุตฺตํ กึ ปน ฐานนฺติ อาห ‘‘อปลิปปลิปนฺนตฺต’’นฺติอาทิ. ยสฺมา ปาฬิยํ ‘‘โส วต จุนฺทา’’ติอาทินา สามญฺญตฺถํ อุปมาภาเวน คเหตฺวา วิเสสตฺโถ อุปเมยฺยภาเวน วุตฺโต, ตสฺมา ตมตฺถํ ‘‘เอวมตฺโถ เวทิตพฺโพ’’ติอาทินา สาธารณโต วตฺวา ปุน อสาธารณโต วิวรนฺโต ‘‘กึ วุตฺตํ โหตี’’ติอาทิมาห. ปรสฺส วิหึสาเจตนํ นิพฺพาเปสฺสตีติ อิทํ โย อวิหึสาสงฺขาตํ สมฺมาปฏิปตฺตึ ทิสฺวา ทิฏฺฐานุคตึ อาปชฺชนฺโต ธมฺมเทสนาย ปโร อวิหึสโก โหติ, ตาทิสํ สนฺธาย วุตฺตํ. อาเทสนญฺหิ ตสฺส วจนนฺติ. เตนาห ‘‘อยํ ยา เอสา วิหึสกสฺสา’’ติ. ปุพฺเพ วิหึสกสฺส มิจฺฉาปฏิปชฺชนฺตสฺส. วิหึสาปหานาย มคฺคํ ภาวยโตติอาทินา อตฺตโน เอว อวิหึสาย วิหึสาปรินิพฺพานาย สํวตฺตนมาห. เตนาห ‘‘ปรินิพฺพุโต วิยา’’ติอาทิ. สพฺพปเทสูติ ‘‘ปาณาติปาติสฺสา’’ติอาทินา อาคเตสุ เตจตฺตาลีสาย ปเทสุ.

๘๘. เอวนฺติ เทสิตาการปรามสนํ. ตสฺสาติ สลฺเลขสฺส. ‘‘อตฺถิ เขฺวส พฺราหฺมณ, ปริยาโย’’ติอาทีสุ (อ. นิ. ๘.๑๑; ปารา. ๓-๑๐) วิย ปริยาย-สทฺโท การณตฺโถติ อาห ‘‘สลฺเลขการณ’’นฺติ. เตสํ วเสนาติ สลฺเลขานํ วเสน. เมตฺตาย อุปสํหรณวเสน หิตํ เอสนฺเตน. กรุณาย วเสน อนุกมฺปมาเนน. ปริคฺคเหตฺวาติ ปริโต คเหตฺวา, ปริตฺวาติ อตฺโถ. ปริจฺจาติ ปริโต อิตฺวา, สมนฺตโต ผริตฺวา อิจฺเจว อตฺโถ. มา ปมชฺชิตฺถาติ ‘‘ฌายถา’’ติ วุตฺตสมถวิปสฺสนานํ อญฺญาเณน, อญฺเญน วา เกนจิ ปมาทการเณน มา ปมาทํ อาปชฺชิตฺถ. นิยฺยานิกสาสเน หิ อกตฺตพฺพกรณมฺปิ ปมาโทติ. วิปตฺติกาเลติ สตฺตอสปฺปายาทิวิปตฺติยุตฺตกาเล. ยถาวุตฺตา ปญฺจ ปริยายา อญฺเญปิ สพฺเพ สาสนคุณา อิเธว สงฺคหํ คจฺฉนฺตีติ อาห ‘‘ฌายถ, มา ปมาทตฺถาติ ตุมฺหากํ อนุสาสนี’’ติ.

สลฺเลขสุตฺตวณฺณนาย ลีนตฺถปฺปกาสนา สมตฺตา.