๒. วิจยหารวณฺณนา

มญฺญนานํ สกฺกายสฺส อวิเสสเหตุภาวโต, กสฺสจิปิ ตตฺถ อเสสิตพฺพโต จ สพฺพคหณํ, สภาวธารณโต นิสฺสตฺตนิชฺชีวโต จ ธมฺมคฺคหณํ, ปติฏฺฐาภาวโต อาเวณิกเหตุภาวโต จ มูลคฺคหณํ, การณภาวโต เทสนตฺถสมฺภวโต จ ปริยายคฺคหณํ, สมฺมุขภาวโต สมฺปทานตฺถสมฺภวโต จ ‘‘โว’’ติ วจนํ, ตถารูปคุณโยคโต อภิมุขีกรณโต จ ‘‘ภิกฺขเว’’ติ อาลปนํ. เทเสตุํ สมตฺถภาวโต เตสํ สตุปฺปาทนตฺถญฺจ ‘‘เทเสสฺสามี’’ติ ปฏิชานนํ, เทเสตพฺพตาย ปฏิญฺญาตภาวโต, ยถาปฏิญฺญญฺจ เทสนโต ‘‘ต’’นฺติ ปจฺจามสนํ, โสตพฺพภาวโต, สวนตฺถสฺส จ เอกนฺเตน นิปฺผาทนโต ‘‘สุณาถา’’ติ วุตฺตํ. สกฺกาตพฺพโต, สกฺกจฺจกิริยาย เอว จ ตทตฺถสิทฺธิโต ‘‘สาธุก’’นฺติ วุตฺตํ. ธมฺมสฺส มนสิกรณียโต ตทธีนตฺตา จ สพฺพสมฺปตฺตีนํ ‘‘มนสิ กโรถา’’ติ วุตฺตํ ยถาปริญฺญาตาย เทสนาย ปริพฺยตฺตภาวโต วิตฺถารตฺถสมฺภวโต จ ‘‘ภาสิสฺสามี’’ติ วุตฺตํ. ภควโต สเทวเกน โลเกน สิรสา สมฺปฏิจฺฉิตพฺพวจนตฺตา, ตสฺส จ ยถาธิปฺเปตตฺถสาธนโต ‘‘เอว’’นฺติ วุตฺตํ. สตฺถุ อุตฺตมคารวฏฺฐานภาวโต, ตตฺถ จ คารวสฺส อุฬารปุญฺญภาวโต ‘‘ภนฺเต’’ติ วุตฺตํ. ภิกฺขูนํ ตถากิริยาย นิจฺฉิตภาวโต วจนาลงฺการโต จ ‘‘โข’’ติ วุตฺตํ. สวนสฺส ปฏิชานิตพฺพโต, ตถา เตหิ ปฏิปนฺนตฺตา จ ‘‘ปจฺจสฺโสสุ’’นฺติ วุตฺตํ ปจฺจกฺขภาวโต, สกลสฺสปิ เอกชฺฌํ กรณโต ‘‘เอต’’นฺติ วุตฺตํ.

วุจฺจมานสฺส ปุคฺคลสฺส โลกปริยาปนฺนตฺตา โลกาธารตฺตา จ โลกํ อุปาทาย ‘‘อิธา’’ติ วุตฺตํ. ปฏิเวธพาหุสจฺจาภาวโต ปริยตฺติพาหุสจฺจาภาวโต จ ‘‘อสฺสุตวา’’ติ วุตฺตํ. ปุถูสุ, ปุถุ วา ชนภาวโต ‘‘ปุถุชฺชโน’’ติ วุตฺตํ. อนริยธมฺมวิรหโต อริยธมฺมสมนฺนาคมโต จ ‘‘อริยาน’’นฺติ วุตฺตํ. อริยภาวกราย ปฏิปตฺติยา อภาวโต, ตตฺถ โกสลฺลทมถาภาวโต ‘‘อริยานํ อทสฺสาวี’’ติอาทิ วุตฺตํ. อสนฺตธมฺมสฺสวนโต สนฺตธมฺมสมนฺนาคมโต สพฺภิ ปาสํสิยโต จ ‘‘สปฺปุริสาน’’นฺติ วุตฺตํ. สปฺปุริสภาวกราย ปฏิปตฺติยา อภาวโต, ตตฺถ จ โกสลฺลทมถาภาวโต ‘‘สปฺปุริสานํ อทสฺสาวี’’ติอาทิ วุตฺตํ. ปถวีวตฺถุกานํ มญฺญนานํ, อุปริ วุจฺจมานานญฺจมญฺญนานํ มูลกตฺตา ปปญฺจสงฺขานํ ‘‘ปถวึ ปถวิโต สญฺชานาตี’’ติ วุตฺตํ. อนฺธปุถุชฺชนสฺส อหํการ-มมํการานํ กตฺถจิปิ อปฺปหีนตฺตา ‘‘ปถวึ มญฺญตี’’ติอาทิ วุตฺตํ.

ปุพฺเพ อคฺคหิตตฺตา, สามญฺญโต จ คยฺหมานตฺตา, ปุคฺคลสฺส ปถวีอาทิอารมฺมณสภาคตาย ลพฺภมานตฺตา จ ‘‘โยปี’’ติ วุตฺตํ. ‘‘โย’’ติ อนิยเมน คหิตสฺส นิยเมตพฺพโต ปฏินิทฺทิสิตพฺพโต จ; ‘‘โส’’ติ วุตฺตํ สาติสยํ สํสาเร ภยสฺส อิกฺขนโต กิเลสเภทนสมฺภวโต จ ‘‘ภิกฺขู’’ติ วุตฺตํ. สิกฺขาหิ สมนฺนาคมโต เสกฺขธมฺมปฏิลาภโต จ ‘‘เสกฺโข’’ติ วุตฺตํ. มนสา ลทฺธพฺพสฺส อรหตฺตสฺส อนธิคตตฺตา อธิคมนียโต จ ‘‘อปฺปตฺตมานโส’’ติ วุตฺตํ. อปเรน อนุตฺตรณียโต, ปรํ อนุจฺฉวิกภาเวน อุตฺตริตฺวา ฐิตตฺตา จ ‘‘อนุตฺตร’’นฺติ วุตฺตํ. โยเคน ภาวนาย กามโยคาทิโต จ เขมํ สิวํ อนุปทฺทวนฺติ ‘‘โยคกฺเขม’’นฺติ วุตฺตํ. ฉนฺทปฺปวตฺติยา อุสฺสุกฺกาปตฺติยา จ ‘‘ปตฺถยมาโน’’ติ วุตฺตํ. ตทตฺถสฺส สพฺพโส สพฺพอิริยาปถวิหารสฺส สมถวิปสฺสนาวิหารสฺส ทิพฺพวิหารสฺส จ วเสน ‘‘วิหรตี’’ติ วุตฺตํ. เสกฺขสฺส สพฺพโส อภิญฺเญยฺยภาวญฺเจว ปริญฺเญยฺยภาวญฺจ ญาเณน อภิภวิตฺวา ชานนโต ‘‘อภิชานาตี’’ติ วุตฺตํ. เสกฺขสฺส สพฺพโส อปฺปหีนมญฺญนตาย อภาวโต ‘‘มา มญฺญี’’ติ วุตฺตํ. เสสํ วุตฺตนยานุสาเรน เวทิตพฺพํ. อิมินา นเยน อิโต ปรํ สพฺพปเทสุ วินิจฺฉโย กาตพฺโพ. สกฺกา หิ อฏฺฐกถํ ตสฺสา ลีนตฺถวณฺณนญฺจ อนุคนฺตฺวา อยมตฺโถ วิญฺญูหิ วิภาเวตุนฺติ อติวิตฺถารภเยน น วิตฺถารยิมฺห. อิติ อนุปทวิจยโต วิจโย หาโร.