โสฬสหารวณฺณนา

๑. เทสนาหารวณฺณนา

ตตฺถ เย อุปาทานกฺขนฺธธมฺเม อุปาทาย ปถวีอาทิภูตาทิเภทา ปญฺญตฺติ, เต ปญฺญตฺติปฏิปาทนภาเวน ชาติชรามรณวิเสสนทุกฺขปริยาเยน จ วุตฺตา ตณฺหาวชฺชา เตภูมกธมฺมา ทุกฺขสจฺจํ. มญฺญนาภินนฺทนนนฺทีปริยาเยหิ วุตฺตา ตณฺหา สมุทยสจฺจํ. อยํ ตาว สุตฺตนฺตนโย. อภิธมฺมนเย ปน ยถาวุตฺตตณฺหาย สทฺธึ ‘‘อสฺสุตวา’’ติอาทินา ทีปิตา อวิชฺชาทโย, มญฺญนาปริยาเยน คหิตา มานทิฏฺฐิโย, ภวปเทน คหิโต กมฺมภโว จาติ สพฺเพปิ กิเลสาภิสงฺขารา สมุทยสจฺจํ. อุภินฺนํ อปฺปวตฺติ นิโรธสจฺจํ. อริยธมฺมคฺคหเณน, ปริญฺญาภิกฺขุเสกฺขาภิญฺญาคหเณหิ, ราคาทิขยวจเนหิ, สมฺมาสมฺโพธิคหเณน จ มคฺคสจฺจํ. เกจิ ปน ตณฺหากฺขยาทิวจเนหิ นิโรธสจฺจํ อุทฺธรนฺติ, ตํ อฏฺฐกถาย วิรุชฺฌติ ตตฺถ ตณฺหากฺขยาทีนํ มคฺคกิจฺจภาวสฺส อุทฺธฏตฺตา.

ตตฺถ สมุทเยน อสฺสาโท, ทุกฺเขน อาทีนโว, มคฺคนิโรเธหิ นิสฺสรณํ, เตสํ ภิกฺขูนํ มานภญฺชนํ ผลํ, ตถา ‘‘ยถาวุตฺตวิภาคาวโพโธ’’ติอาทินา วุตฺตํ ปโยชนญฺจ. ตสฺส นิปฺผตฺติการณตฺตา เทสนาย วิจิตฺตตา จตุนฺนํ ปุคฺคลานํ ยาถาวโต สภาวูปธารณญฺจ อุปาโย, ปถวีอาทีสุ ปุถุชฺชนาทีนํ ปวตฺติทสฺสนาปเทเสน ปถวีอาทโย เอกนฺตโต ปริชานิตพฺพา, มญฺญนา จ ปหาตพฺพาติ อยเมตฺถ ภควโต อาณตฺตีติ. อยํ เทสนาหาโร.

๒. วิจยหารวณฺณนา

มญฺญนานํ สกฺกายสฺส อวิเสสเหตุภาวโต, กสฺสจิปิ ตตฺถ อเสสิตพฺพโต จ สพฺพคหณํ, สภาวธารณโต นิสฺสตฺตนิชฺชีวโต จ ธมฺมคฺคหณํ, ปติฏฺฐาภาวโต อาเวณิกเหตุภาวโต จ มูลคฺคหณํ, การณภาวโต เทสนตฺถสมฺภวโต จ ปริยายคฺคหณํ, สมฺมุขภาวโต สมฺปทานตฺถสมฺภวโต จ ‘‘โว’’ติ วจนํ, ตถารูปคุณโยคโต อภิมุขีกรณโต จ ‘‘ภิกฺขเว’’ติ อาลปนํ. เทเสตุํ สมตฺถภาวโต เตสํ สตุปฺปาทนตฺถญฺจ ‘‘เทเสสฺสามี’’ติ ปฏิชานนํ, เทเสตพฺพตาย ปฏิญฺญาตภาวโต, ยถาปฏิญฺญญฺจ เทสนโต ‘‘ต’’นฺติ ปจฺจามสนํ, โสตพฺพภาวโต, สวนตฺถสฺส จ เอกนฺเตน นิปฺผาทนโต ‘‘สุณาถา’’ติ วุตฺตํ. สกฺกาตพฺพโต, สกฺกจฺจกิริยาย เอว จ ตทตฺถสิทฺธิโต ‘‘สาธุก’’นฺติ วุตฺตํ. ธมฺมสฺส มนสิกรณียโต ตทธีนตฺตา จ สพฺพสมฺปตฺตีนํ ‘‘มนสิ กโรถา’’ติ วุตฺตํ ยถาปริญฺญาตาย เทสนาย ปริพฺยตฺตภาวโต วิตฺถารตฺถสมฺภวโต จ ‘‘ภาสิสฺสามี’’ติ วุตฺตํ. ภควโต สเทวเกน โลเกน สิรสา สมฺปฏิจฺฉิตพฺพวจนตฺตา, ตสฺส จ ยถาธิปฺเปตตฺถสาธนโต ‘‘เอว’’นฺติ วุตฺตํ. สตฺถุ อุตฺตมคารวฏฺฐานภาวโต, ตตฺถ จ คารวสฺส อุฬารปุญฺญภาวโต ‘‘ภนฺเต’’ติ วุตฺตํ. ภิกฺขูนํ ตถากิริยาย นิจฺฉิตภาวโต วจนาลงฺการโต จ ‘‘โข’’ติ วุตฺตํ. สวนสฺส ปฏิชานิตพฺพโต, ตถา เตหิ ปฏิปนฺนตฺตา จ ‘‘ปจฺจสฺโสสุ’’นฺติ วุตฺตํ ปจฺจกฺขภาวโต, สกลสฺสปิ เอกชฺฌํ กรณโต ‘‘เอต’’นฺติ วุตฺตํ.

วุจฺจมานสฺส ปุคฺคลสฺส โลกปริยาปนฺนตฺตา โลกาธารตฺตา จ โลกํ อุปาทาย ‘‘อิธา’’ติ วุตฺตํ. ปฏิเวธพาหุสจฺจาภาวโต ปริยตฺติพาหุสจฺจาภาวโต จ ‘‘อสฺสุตวา’’ติ วุตฺตํ. ปุถูสุ, ปุถุ วา ชนภาวโต ‘‘ปุถุชฺชโน’’ติ วุตฺตํ. อนริยธมฺมวิรหโต อริยธมฺมสมนฺนาคมโต จ ‘‘อริยาน’’นฺติ วุตฺตํ. อริยภาวกราย ปฏิปตฺติยา อภาวโต, ตตฺถ โกสลฺลทมถาภาวโต ‘‘อริยานํ อทสฺสาวี’’ติอาทิ วุตฺตํ. อสนฺตธมฺมสฺสวนโต สนฺตธมฺมสมนฺนาคมโต สพฺภิ ปาสํสิยโต จ ‘‘สปฺปุริสาน’’นฺติ วุตฺตํ. สปฺปุริสภาวกราย ปฏิปตฺติยา อภาวโต, ตตฺถ จ โกสลฺลทมถาภาวโต ‘‘สปฺปุริสานํ อทสฺสาวี’’ติอาทิ วุตฺตํ. ปถวีวตฺถุกานํ มญฺญนานํ, อุปริ วุจฺจมานานญฺจมญฺญนานํ มูลกตฺตา ปปญฺจสงฺขานํ ‘‘ปถวึ ปถวิโต สญฺชานาตี’’ติ วุตฺตํ. อนฺธปุถุชฺชนสฺส อหํการ-มมํการานํ กตฺถจิปิ อปฺปหีนตฺตา ‘‘ปถวึ มญฺญตี’’ติอาทิ วุตฺตํ.

ปุพฺเพ อคฺคหิตตฺตา, สามญฺญโต จ คยฺหมานตฺตา, ปุคฺคลสฺส ปถวีอาทิอารมฺมณสภาคตาย ลพฺภมานตฺตา จ ‘‘โยปี’’ติ วุตฺตํ. ‘‘โย’’ติ อนิยเมน คหิตสฺส นิยเมตพฺพโต ปฏินิทฺทิสิตพฺพโต จ; ‘‘โส’’ติ วุตฺตํ สาติสยํ สํสาเร ภยสฺส อิกฺขนโต กิเลสเภทนสมฺภวโต จ ‘‘ภิกฺขู’’ติ วุตฺตํ. สิกฺขาหิ สมนฺนาคมโต เสกฺขธมฺมปฏิลาภโต จ ‘‘เสกฺโข’’ติ วุตฺตํ. มนสา ลทฺธพฺพสฺส อรหตฺตสฺส อนธิคตตฺตา อธิคมนียโต จ ‘‘อปฺปตฺตมานโส’’ติ วุตฺตํ. อปเรน อนุตฺตรณียโต, ปรํ อนุจฺฉวิกภาเวน อุตฺตริตฺวา ฐิตตฺตา จ ‘‘อนุตฺตร’’นฺติ วุตฺตํ. โยเคน ภาวนาย กามโยคาทิโต จ เขมํ สิวํ อนุปทฺทวนฺติ ‘‘โยคกฺเขม’’นฺติ วุตฺตํ. ฉนฺทปฺปวตฺติยา อุสฺสุกฺกาปตฺติยา จ ‘‘ปตฺถยมาโน’’ติ วุตฺตํ. ตทตฺถสฺส สพฺพโส สพฺพอิริยาปถวิหารสฺส สมถวิปสฺสนาวิหารสฺส ทิพฺพวิหารสฺส จ วเสน ‘‘วิหรตี’’ติ วุตฺตํ. เสกฺขสฺส สพฺพโส อภิญฺเญยฺยภาวญฺเจว ปริญฺเญยฺยภาวญฺจ ญาเณน อภิภวิตฺวา ชานนโต ‘‘อภิชานาตี’’ติ วุตฺตํ. เสกฺขสฺส สพฺพโส อปฺปหีนมญฺญนตาย อภาวโต ‘‘มา มญฺญี’’ติ วุตฺตํ. เสสํ วุตฺตนยานุสาเรน เวทิตพฺพํ. อิมินา นเยน อิโต ปรํ สพฺพปเทสุ วินิจฺฉโย กาตพฺโพ. สกฺกา หิ อฏฺฐกถํ ตสฺสา ลีนตฺถวณฺณนญฺจ อนุคนฺตฺวา อยมตฺโถ วิญฺญูหิ วิภาเวตุนฺติ อติวิตฺถารภเยน น วิตฺถารยิมฺห. อิติ อนุปทวิจยโต วิจโย หาโร.

๓. ยุตฺติหารวณฺณนา

สกฺกายสฺส สพฺพมญฺญนานํ มูลภาโว ยุชฺชติ ปริกปฺปมตฺตกตฺตา โลกวิจิตฺตสฺส. พฺยาหุสจฺจทฺวยรหิตสฺส อนฺธปุถุชฺชนภาโว ยุชฺชติ ปุถุกิเลสาภิสงฺขารชนนาทิสภาวตฺตา. ยถาวุตฺตปุถุชฺชนสฺส วา วุตฺตปฺปการพาหุสจฺจาภาโว ยุชฺชติ ตสฺมึ สติ สพฺภาวโต. ตตฺถ อสฺสุตวโต ปุถุชฺชนสฺส อริยานํ สปฺปุริสานญฺจ อทสฺสาวิตาทิ ยุชฺชติ อริยกรธมฺมานํ อริยภาวสฺส จ เตน อทิฏฺฐตฺตา อปฺปฏิปนฺนตฺตา จ ตถา ตสฺส ปถวิยา ‘‘อหํ ปถวี, มม ปถวี, ปโร ปถวี’’ติ สญฺชานนํ ยุชฺชติ อหํการมมํการานํ สพฺเพน สพฺพํ อปฺปหีนตฺตา. ตถา สญฺชานโต จสฺส ปถวึ กมฺมาทิกรณาทิวเสน คเหตฺวา นานปฺปการโต มญฺญนาปวตฺติ ยุชฺชติ สญฺญานิทานตฺตา ปปญฺจสงฺขานํ. โย มญฺญติ, ตสฺส อปริญฺญาตวตฺถุกตา ยุชฺชติ ปริญฺญาย วินา มญฺญนาปหานาภาวโต. ‘‘อาปํ อาปโต สญฺชานาตี’’ติอาทีสุปิ เอเสว นโย. อปริโยสิตสิกฺขสฺส อปฺปตฺตมานสตา ยุชฺชติ กตกิจฺจตาภาวโต. เสกฺขสฺส สโต โยคกฺเขมปตฺถนา ยุชฺชติ ตทธิมุตฺตภาวโต. ตถา ตสฺส ปถวิยา อภิชานนา ยุชฺชติ ปริญฺญาปหาเนสุ มตฺตโส การิภาวโต. ตโต เอว จสฺส ‘‘มา มญฺญี’’ติ วตฺตพฺพตา ยุชฺชติ วตฺถุปริญฺญาย วิย มญฺญนาปหานสฺสปิ วิปฺปกตภาวโต. เสกฺขสฺส ปถวิยา ปริญฺเญยฺยตา ยุชฺชติ ปริญฺญาตุํ สกฺกุเณยฺยตฺตา สพฺพโส อปริญฺญาตตฺตา จ. ‘‘อาปํ อาปโต’’ติอาทีสุปิ เอเสว นโย. อรหตฺตาทิยุตฺตสฺส ปถวิยาทีนํ อภิชานนา มญฺญนาภาโว จ ยุชฺชติ สงฺขาตธมฺมตฺตา, สพฺพโส กิเลสานํ ปหีนตฺตา, ตโต เอว จสฺส วีตราคาทิภาโว ตโต สมฺมเทว จ ปฏิจฺจสมุปฺปาทสฺส ปฏิวิทฺธตาติ. อยํ ยุตฺติหาโร.

๔. ปทฏฺฐานหารวณฺณนา

กิสฺโสปิ มญฺญนา สกฺกายสฺส ปทฏฺฐานํ, มญฺญนานํ อโยนิโสมนสิกาโร ปทฏฺฐานํ, สุตทฺวยวิรโห อนฺธปุถุชฺชนภาวสฺส ปทฏฺฐานํ, โส อริยานํ อทสฺสาวิตาย ปทฏฺฐานํ, สา อริยธมฺมสฺส อโกวิทตาย ปทฏฺฐานํ, สา อริยธมฺเม อวินีตตาย ปทฏฺฐานํ. ‘‘สปฺปุริสานํ อทสฺสาวี’’ติ เอตฺถาปิ เอเสว นโย. สญฺญาวิปลฺลาโส มญฺญนานํ ปทฏฺฐานํ. สญฺญานิทานา หิ ปปญฺจสงฺขาติ. มญฺญนาสุ จ ตณฺหามญฺญนา อิตรมญฺญนานํ ปทฏฺฐานํ ‘‘ตณฺหาคตานํ ปริตสฺสิตวิปฺผนฺทิต’’นฺติ, (ที. นิ. ๑.๑๐๕-๑๐๙) ‘‘ตณฺหาปจฺจยา อุปาทาน’’นฺติ (ม. นิ. ๓.๑๒๖; มหาว. ๑) จ วจนโต, ตณฺหาคตสฺเสว จ ‘‘เสยฺโยหมสฺมิ’’นฺติอาทินา มานชปฺปนาสพฺภาวตา. สพฺพาปิ วา มญฺญนา สพฺพาสํ มญฺญนานํ ปทฏฺฐานํ. ‘‘อุปาทานปจฺจยา ตณฺหา’’ติ หิ วจนโต ทิฏฺฐิปิ ตณฺหาย ปทฏฺฐานํ. ‘‘อหมสฺมิ พฺรหฺมา มหาพฺรหฺมา’’ติ (ที. นิ. ๑.๔๒; ๓.๓๙) อาทิวจนโต มาโนปิ ทิฏฺฐิยา ปทฏฺฐานํ. ตถา ‘‘อสฺมีติ สติ อิตฺถํสฺมีติ โหติ, เอวํสฺมีติ โหติ, อญฺญถาสฺมีติ โหตี’’ติอาทิวจนโต มานสฺสปิ ตณฺหาย ปทฏฺฐานตา ลพฺภเตว. เสกฺขา ธมฺมา สปฺปเทสโต มญฺญนาปหานสฺส ปทฏฺฐานํ. อเสกฺขา นิปฺปเทสโต มญฺญนาปหานสฺส ปทฏฺฐานํ. กมฺมภโว จ ชาติยา ปทฏฺฐานํ. ชาติ ชรามรณสฺส ปทฏฺฐานํ. ปจฺจยาการสฺส ยถาภูตาวโพโธ สมฺมาสมฺโพธิยา ปทฏฺฐานนฺติ. อยํ ปทฏฺฐาโน หาโร.

๕. ลกฺขณหารวณฺณนา

‘‘สพฺพธมฺมมูลปริยาย’’นฺติ เอตฺถ มูลคฺคหเณน มูลปริยายคฺคหเณน วา ยถา ตณฺหามานทิฏฺฐิโย คยฺหนฺติ, เอวํ โทสโมหาทีนมฺปิ สกฺกายมูลธมฺมานํ สงฺคโห ทฏฺฐพฺโพ สกฺกายสฺส มูลภาเวน เอกลกฺขณตฺตา. ‘‘อสฺสุตวา’’ติ อิมินา ยถา ตสฺส ปุคฺคลสฺส ปริยตฺติปฏิเวธสทฺธมฺมานํ อภาโว คยฺหติ, เอวํ ปฏิปตฺติสทฺธมฺมสฺสปิ อภาโว คยฺหติ สทฺธมฺมภาเวน เอกลกฺขณตฺตา. อริยานํ อทสฺสนกามตาทิลกฺขณา. ‘‘อริยธมฺมสฺส อโกวิโท’’ติ อิมินา อริยธมฺมาธิคมสฺส วิพนฺธภูตํ อญฺญาณํ. ‘‘อริยธมฺเม อวินีโต’’ติ อิมินา อริยวินยาภาโว. โส ปนตฺถโต อริยวินเย อปฺปฏิปตฺติ เอว วาติ ตีหิปิ ปเทหิ ยถาวุตฺตวิสยา มิจฺฉาทิฏฺฐิ วิจิกิจฺฉา จ คหิตาว โหนฺติ. ตคฺคหเณน จ สพฺเพปิ อกุสลา ธมฺมา สงฺคหิตาว โหนฺติ สํกิเลสลกฺขเณน เอกลกฺขณตฺตา. ‘‘สปฺปุริสานํ อทสฺสาวี’’ติ เอตฺถาปิ เอเสว นโย.

‘‘ปถวึ ปถวิโต สญฺชานาตี’’ติ อิทํ ทิฏฺฐิมญฺญนาทีนํ สญฺญาย การณภาวทสฺสนํ. ตตฺถ ยถา สญฺญา, เอวํ วิตกฺกผสฺสาวิชฺชาอโยนิโสมนสิการาทโยปิ ตาสํ การณนฺติ อตฺถโต เตสมฺเปตฺถ สงฺคโห วุตฺโต โหติ มญฺญนานํ การณภาเวน เอกลกฺขณตฺตา. ‘‘มญฺญตี’’ติ อิมินา มญฺญนากิจฺเจน ตณฺหามานทิฏฺฐิโย คหิตา ตาสํ กิเลสสภาวตฺตา. ตคฺคหเณเนว วิจิกิจฺฉาทินมฺปิ สงฺคโห ทฏฺฐพฺโพ กิเลสลกฺขเณน เอกลกฺขณตฺตา. ตถา ตณฺหาย เหตุสภาวตฺตา ตคฺคหเณเนว อวสิฏฺฐากุสลเหตูนํ สงฺคโห ทฏฺฐพฺโพ เหตุลกฺขเณน เอกลกฺขณตฺตา. ตถา ตณฺหาทิฏฺฐีนํ อาสวาทิสภาวตฺตา ตคฺคหเณเนว อวสิฏฺฐาสโวฆโยคคนฺถนีวรณาทีนมฺปิ สงฺคโห ทฏฺฐพฺโพ อาสวาทิสภาวตฺตา เอกลกฺขณตฺตา. ตถา ‘‘ปถวึ มญฺญตี’’ติอาทินา ปถวีอาทีนํ รูปสภาวตฺตา ตพฺพิสยานญฺจ มญฺญนานํ รูปวิสยตฺตา ตคฺคหเณเนว สกลรูปกฺขนฺธวิสยาปิ มญฺญนา ทสฺสิตา โหนฺติ รูปวิสยลกฺขเณน อาสํ เอกลกฺขณตฺตา. เอวํ จกฺขายตนาทิวิสยาปิ มญฺญนา นิทฺธาเรตพฺพา. ‘‘อปริญฺญาต’’นฺติ ปริญฺญาปฏิกฺเขเปน ตปฺปฏิพทฺธกิเลสานํ ปหานปฏิกฺเขโปติ ทฏฺฐพฺโพ มคฺคกิจฺจภาเวน ปริญฺญาปหานานํ เอกลกฺขณตฺตา. อิมินา นเยน เสเสสุปิ ยถารหํ เอกลกฺขณา นิทฺธาเรตพฺพาติ. อยํ ลกฺขโณ หาโร.

๖. จตุพฺยูหหารวณฺณนา

ปถวีอาทีสุ วตฺถูสุ พฺยญฺชนจฺฉายาย อตฺถํ คเหตฺวา ธมฺมคมฺภีรตํ อสลฺลกฺเขตฺวา อสทฺธมฺมสฺสวนาทินา วญฺจิตา หุตฺวา สทฺธมฺมสฺสวนธารณปริจยมนสิการวิมุขา ปถวีอาทีสุ วตฺถูสุ ปุถุชฺชนเสกฺขาเสกฺขตถาคตานํ ปฏิปตฺติวิเสสํ อชานนฺตา จ เวเนยฺยา อิมิสฺสา เทสนาย นิทานํ. เต ‘‘กถํ นุ โข ยถาวุตฺตโทสวินิมุตฺตา ยถาวุตฺตญฺจ วิเสสํ ชานนฺตา สมฺมาปฏิปตฺติยา อุภยหิตปรายณา สเวยฺยุ’’นฺติ อยเมตฺถ ภควโต อธิปฺปาโย. ปทนิพฺพจนํ นิรุตฺตํ, ตํ ‘‘เอว’’นฺติอาทินิทานปทานํ, ‘‘สพฺพธมฺมมูลปริยาย’’นฺติอาทิปาฬิปทานญฺจ อฏฺฐกถายํ, ตสฺสา ลีนตฺถวณฺณนายญฺเจว วุตฺตนเยน สุวิญฺเญยฺยตฺตา อติวิตฺถารภเยน น วิตฺถารยิมฺห.

ปทปทตฺถเทสนานิกฺเขปสุตฺตสนฺธิวเสน ปญฺจวิธา สนฺธิ. ตตฺถ ปทสฺส ปทนฺตเรน สมฺพนฺโธ ปทสนฺธิ, ตถา ปทตฺถสฺส ปทตฺถนฺตเรน สมฺพนฺโธ ปทตฺถสนฺธิ, โย ‘‘กิริยาการกสมฺพนฺโธ’’ติ วุจฺจติ. นานานุสนฺธิกสฺส สุตฺตสฺส ตํตํอนุสนฺธีหิ สมฺพนฺโธ, เอกานุสนฺธิกสฺส ปน ปุพฺพาปรสมฺพนฺโธ เทสนาสนฺธิ. ยา อฏฺฐกถายํ ‘‘ปุจฺฉานุสนฺธิ อชฺฌาสยานุสนฺธิ ยถานุสนฺธี’’ติ ติธา วิภตฺตา. อชฺฌาสโย เจตฺถ อตฺตชฺฌาสโย ปรชฺฌาสโยติ ทฺวิธา เวทิตพฺโพ. ยํ ปเนตฺถ วตฺตพฺพํ, ตํ เหฏฺฐา นิทานวณฺณนายํ วุตฺตเมว. นิกฺเขปสนฺธิ จตุนฺนํ สุตฺตนิกฺเขปานํ วเสน เวทิตพฺโพ. สุตฺตสนฺธิ อิธ ปฐมนิกฺเขปวเสเนว เวทิตพฺโพ. กสฺมา ปเนตฺถ มูลปริยายสุตฺตเมว ปฐมํ นิกฺขิตฺตนฺติ? นายมนุโยโค กตฺถจิ นปฺปวตฺตติ, อปิจ ยสฺมา มญฺญนามูลกํ สกฺกายํ, สพฺพมญฺญนา จ ตตฺถ เอว อเนกเภทภินฺนา ปวตฺตติ, น ตสฺสา สวิสยาย เลสมตฺตมฺปิ สารํ อตฺถีติ ปถวีอาทิวิภาคภินฺเนสุ มญฺญนาสุ จ สาติสยํ นิพฺเพธวิราคสญฺชนนี อุปริ เสกฺขาเสกฺขตถาคตคุณวิภาวนี จ อยํ เทสนา. สุตฺตนฺตเทสนา จ วิเสสโต ทิฏฺฐิวินิเวฐนกถา, ตสฺมา สนิสฺสยสฺส ทิฏฺฐิคฺคาหสฺส อาทิโต อสารภาวทีปนํ อุปริ จ สพฺเพสํ อริยานํ คุณวิเสสวิภาวนมิทํ สุตฺตํ ปฐมํ นิกฺขิตฺตํ. กิญฺจ สกฺกาเย มญฺญนามญฺญนามุเขน ปวตฺตินิวตฺตีสุ อาทีนวานิสํสวิภาวนโต สพฺเพสํ ปุคฺคลานํ ปฏิปตฺติวิภาคโต จ อิทเมว สุตฺตํ ปฐมํ นิกฺขิตฺตํ.

ยํ ปน เอกิสฺสา เทสนาย เทสนนฺตเรน สทฺธึ สํสนฺทนํ, อยมฺปิ เทสนาสนฺธิ, สา เอวํ เวทิตพฺพา. ‘‘อสฺสุตวา ปุถุชฺชโน…เป… นิพฺพานํ อภินนฺทตี’’ติ อยํ เทสนา. ‘‘อิธ, ภิกฺขเว, อสฺสุตวา ปุถุชฺชโน…เป… สปฺปุริสธมฺเม อวินีโต มนสิกรณีเย ธมฺเม นปฺปชานาติ, อมนสิกรณีเย จ ธมฺเม นปฺปชานาติ, โส มนสิกรณีเย ธมฺเม อปฺปชานนฺโต อมนสิกรณีเย จ ธมฺเม อปฺปชานนฺโต เย ธมฺมา น มนสิกรณียา, เต ธมฺเม มนสิ กโรติ…เป… อนุปฺปนฺโน วา กามาสโว อุปฺปชฺชติ, อุปฺปนฺโน วา กามาสโว ปวฑฺฒติ. อนุปฺปนฺโน วา ภวาสโว อุปฺปชฺชติ, อุปฺปนฺโน วา ภวาสโว ปวฑฺฒติ, อนุปฺปนฺโน วา อวิชฺชาสโว อุปฺปชฺชติ, อุปฺปนฺโน วา อวิชฺชาสโว ปวฑฺฒตี’’ติ (ม. นิ. ๑.๑๗) อิมาย เทสนาย สํสนฺทติ. ตถา ‘‘ตสฺเสตํ ปาฏิกงฺขํ สุภนิมิตฺตํ มนสิ กริสฺสติ, ตสฺส สุภนิมิตฺตสฺส มนสิการา ราโค จิตฺตํ อนุทฺธํเสสฺสติ, โส สราโค สโทโส สโมโห สางฺคโณ สํกิลิฏฺฐจิตฺโต กาลํ กริสฺสตี’’ติ (ม. นิ. ๑.๕๙) อิมาย เทสนาย สํสนฺทติ. ตถา ‘‘จกฺขุญฺจาวุโส ปฏิจฺจ รูเป จ อุปฺปชฺชติ จกฺขุวิญฺญาณํ, ติณฺณํ สงฺคติ ผสฺโส, ผสฺสปจฺจยา เวทนา. ยํ เวเทติ ตํ สญฺชานาติ, ยํ สญฺชานาติ ตํ วิตกฺเกติ, ยํ วิตกฺเกติ ตํ ปปญฺเจติ, ยํ ปปญฺเจติ ตโตนิทานํ ปุริสํ ปปญฺจสญฺญาสงฺขา สมุทาจรนฺตี’’ติ (ม. นิ. ๑.๒๐๔) อิมาย เทสนาย สํสนฺทติ. ตถา ‘‘อิธ, ภิกฺขเว, อสุตวา ปุถุชฺชโน…เป… สปฺปุริสธมฺเม อวินีโต รูปํ ‘เอตํ มม, เอโสหมสฺมิ, เอโส เม อตฺตา’ติ สมนุปสฺสติ. เวทนํ…เป…, สญฺญํ…เป…, สงฺขาเร…เป…, วิญฺญาณํ ‘เอตํ มม, เอโสหมสฺมิ, เอโส เม อตฺตา’ติ สมนุปสฺสติ. ยมฺปิ ตํ ทิฏฺฐํ…เป… ยมฺปิ ตํ ทิฏฺฐิฏฺฐานํ, โส โลโก โส อตฺตา โส เปจฺจ ภวิสฺสามิ นิจฺโจ ธุโว สสฺสโต อวิปริณามธมฺโม สสฺสติสมํ ตเถว ฐสฺสามีติ, ตมฺปิ ‘เอตํ มม, เอโสหมสฺมิ, เอโส เม อตฺตา’ติ สมนุปสฺสตี’’ติ (ม. นิ. ๑.๒๔๑) อิมาย เทสนาย สํสนฺทติ.

‘‘โยปิ โส, ภิกฺขเว, ภิกฺขุ…เป… นิพฺพานํ มาภินนฺที’’ติ อยํ เทสนา. ‘‘อิธ, เทวานมินฺท, ภิกฺขุโน สุตํ โหติ ‘สพฺเพ ธมฺมา นาลํ อภินิเวสายา’ติ, เอวญฺเจตํ, เทวานมินฺท, ภิกฺขุโน สุตํ โหติ ‘สพฺเพ ธมฺมา นาลํ อภินิเวสายา’ติ, โส สพฺพํ ธมฺมํ อภิชานาติ, สพฺพํ ธมฺมํ อภิญฺญาย สพฺพํ ธมฺมํ ปริชานาติ, สพฺพํ ธมฺมํ ปริญฺญาย ยํ กิญฺจิ เวทนํ เวเทติ สุขํ วา ทุกฺขํ วา อทุกฺขมสุขํ วา, โส ตาสุ เวทนาสุ อนิจฺจานุปสฺสี วิหรติ, วิราคานุปสฺสี วิหรติ, นิโรธานุปสฺสี วิหรติ, ปฏินิสฺสคฺคานุปสฺสี วิหรตี’’ติ (ม. นิ. ๑.๓๙๐) อิมาย เทสนาย สํสนฺทติ. ‘‘โยปิ โส, ภิกฺขเว, ภิกฺขุ อรหํ…เป… อภิสมฺพุทฺโธติ วทามี’’ติ อยํ เทสนา ‘‘สุตวา จ โข, ภิกฺขเว, อริยสาวโก…เป… สปฺปุริสธมฺเม สุวินีโต รูปํ ‘เนตํ มม, เนโสหมสฺมิ, น เมโส อตฺตา’ติ สมนุปสฺสติ, เวทนํ…เป…, สญฺญํ…เป…, สงฺขาเร…เป…, วิญฺญาณํ ‘เนตํ มม, เนโสหมสฺมิ, น เมโส อตฺตา’ติ สมนุปสฺสติ. ยมฺปิ ตํ ทิฏฺฐํ สุตํ วิญฺญาตํ ปตฺตํ ปริเยสิตํ อนุวิจริตํ มนสา, ตมฺปิ ‘เนตํ มม, เนโสหมสฺมิ, น เมโส อตฺตา’ติ สมนุปสฺสติ. ยมฺปิ ตํ ทิฏฺฐิฏฺฐานํ, โส โลโก โส อตฺตา โส เปจฺจ ภวิสฺสามิ ‘นิจฺโจ ธุโว สสฺสโต อปิ ปริณามธมฺโม สสฺสติสมํ ตเถว ฐสฺสามี’ติ, ตมฺปิ ‘เนตํ มม, เนโสหมสฺมิ, น เมโส อตฺตา’ติ สมนุปสฺสติ. โส เอวํ สมนุปสฺสนฺโต น ปริตสฺสตี’’ติ (ม. นิ. ๑.๒๔๑) เอวมาทิเทสนาหิ สํสนฺทตีติ, อยํ จตุพฺยูโห หาโร.

๗. อาวตฺตหารวณฺณนา

‘‘อสฺสุตวา ปุถุชฺชโน’’ติ อิมินา โยนิโสมนสิการปฏิกฺเขปมุเขน อโยนิโสมนสิการปริคฺคโห ทีปิโต. ‘‘อริยานํ อทสฺสาวี’’ติอาทินา สปฺปุริสูปนิสฺสยาทิปฏิกฺเขปมุเขน อสปฺปุริสูปนิสฺสยาทิปริคฺคโห ทีปิโต. เตสุ ปุริมนเยน อาสยวิปตฺติ กิตฺติตา, ทุติเยน ปโยควิปตฺติ. ปุริเมน จสฺส กิเลสวฏฺฏํ, ตญฺจ ยโต วิปากวฏฺฏนฺติ สกลํ สํสารจกฺกมาวตฺตติ. ‘‘ปถวึ มญฺญตี’’ติอาทินา ตตฺถ ติสฺโส มญฺญนา วุตฺตา. ตาสุ ตณฺหามญฺญนา ‘‘เอตํ มมา’’ติ ตณฺหาคฺคาโห, มานมญฺญนา ‘‘เอโสหมสฺมี’’ติ มานคฺคาโห, ทิฏฺฐิมญฺญนา ‘‘เอโส เม อตฺตา’’ติ ทิฏฺฐิคฺคาโห. ตตฺถ ตณฺหาคฺคาเหน ‘‘ตณฺหํ ปฏิจฺจปริเยสนา’’ติอาทิกา (ที. นิ. ๒.๑๐๓; ที. นิ. ๓.๓๕๙; อ. นิ. ๓.๒๓; วิภ. ๙๖๓) นว ตณฺหามูลกา ธมฺมา อาวตฺตนฺติ. มานคฺคาเหน ‘‘เสยฺโยหมสฺมี’’ติอาทิกา นว มานวิธา อาวตฺตนฺติ. ทิฏฺฐิคฺคาเหน ‘‘รูปํ อตฺตโต สมนุปสฺสตี’’ติอาทิกา (สํ. นิ. ๔.๓๔๕) วีสติวตฺถุกา สกฺกายทิฏฺฐิ อาวตฺตติ. ตีสุ จ คาเหสุ ยาย สญฺญาย ตณฺหาคฺคาหสฺส วิกฺขมฺภนา, สา ทุกฺขสญฺญา ทุกฺขานุปสฺสนา. ยาย สญฺญาย มานคฺคาหสฺส วิกฺขมฺภนา, สา อนิจฺจสญฺญา อนิจฺจานุปสฺสนา. ยาย ปน สญฺญาย ทิฏฺฐิคฺคาหสฺส วิกฺขมฺภนา, สา อนตฺตสญฺญา อนตฺตานุปสฺสนา. ตตฺถ ปฐมคฺคาหวิสภาคโต อปฺปณิหิตวิโมกฺขมุขํ อาวตฺตติ, ทุติยคฺคาหวิสภาคโต อนิมิตฺตวิโมกฺขมุขํ อาวตฺตติ, ตติยคฺคาหวิสภาคโต สุญฺญตวิโมกฺขมุขํ อาวตฺตติ.

เสกฺขคฺคหเณน อริยาย สมฺมาทิฏฺฐิยา สงฺคโห, ตโต จ ปรโตโฆสโยนิโสมนสิการา ทีปิตา โหนฺติ. ปรโตโฆเสน จ สุตวา อริยสาวโกติ อาวตฺตติ, โยนิโสมนสิกาเรน นว โยนิโสมนสิการมูลกา ธมฺมา อาวตฺตนฺติ, จตุพฺพิธญฺจ สมฺปตฺติจกฺกํ. ‘‘มา มญฺญี’’ติ มญฺญนานํ วิปฺปกตปฺปหานตาคหเณน เอกจฺจาสวปริกฺขโย ทีปิโต โหติ, เตน จ สทฺธาวิมุตฺตทิฏฺฐิปฺปตฺตกายสกฺขิภาวา อาวตฺตนฺติ. ‘‘อรหํ ขีณาสโว’’ติอาทินา อเสกฺขา สีลกฺขนฺธาทโย ทสฺสิตา โหนฺติ, สีลกฺขนฺธาทิปาริปูริยา จ ทส นาถกรณา ธมฺมา อาวตฺตนฺติ. ‘‘น มญฺญตี’’ติ มญฺญนาปฏิกฺเขเปน ปญฺจสุ อุปาทานกฺขนฺเธสุ ‘‘เนตํ มม, เนโสหมสฺมิ, น เมโส อตฺตา’’ติ สมฺมาปฏิปตฺติ ทสฺสิตา, ตาย จ สาติสยา นิกนฺติปริยาทานมานสมุคฺฆาฏนทิฏฺฐิอุคฺฆาฏนานิ ปกาสิตานีติ อปฺปณิหิตานิมิตฺต-สุญฺญตวิโมกฺขา อาวตฺตนฺติ.

‘‘ตถาคโต’’ติอาทินา สพฺพญฺญุคุณา วิภาวิตาติ ตทวินาภาวโต ทสพล-จตุเวสารชฺชอสาธารณญาณอาเวณิกพุทฺธธมฺมา อาวตฺตนฺติ. ‘‘นนฺที ทุกฺขสฺส มูล’’นฺติอาทินา สทฺธึ เหตุนา วฏฺฏวิวฏฺฏํ กถิตนฺติ ปวตฺตินิวตฺติตทุภยเหตุวิภาวเนน จตฺตาริ อริยสจฺจานิ อาวตฺตนฺติ. ‘‘ตณฺหานํ ขยา’’ติอาทินา ตณฺหปฺปหานาปเทเสน ตเทกฏฺฐภาวโต ทิยฑฺฒสฺส กิเลสสหสฺสสฺส ปหานํ อาวตฺตติ. ‘‘สพฺพโส ตณฺหานํ ขยา สมฺมาสมฺโพธึ อภิสมฺพุทฺโธ’’ติ จ วุตฺตตฺตา ‘‘นนฺที ทุกฺขสฺส มูล’’นฺติ, ‘‘อิติ วิทิตฺวา’’ติอาทินา วุตฺตสฺส มญฺญนาภาวเหตุภูตสฺส ปจฺจยาการเวทนสฺส สาวเกหิ อสาธารณญาณจารภาโว ทสฺสิโต, เตน จตุวีสติโกฏิสตสหสฺสสมาปตฺติสญฺจาริ ภควโต มหาวชิรญาณํ อาวตฺตตีติ. อยํ อาวตฺโต หาโร.

๘. วิภตฺติหารวณฺณนา

‘‘สพฺพธมฺมมูลปริยาย’’นฺติ เอตฺถ สพฺพธมฺมา นาม เตภูมกา ธมฺมา สกฺกายสฺส อธิปฺเปตตฺตา. เตสํ มญฺญนา ปทฏฺฐานํ ปปญฺจสงฺขานิมิตฺตตฺตา โลกวิจิตฺตสฺส. ตยิเม กุสลา อกุสลา อพฺยากตาติ ติวิธา. เตสุ กุสลานํ โยนิโสมนสิการาทิ ปทฏฺฐานํ, อกุสลานํ อโยนิโสมนสิการาทิ, อพฺยากตานํ กมฺมภวอาวชฺชนภูตรูปาทิ ปทฏฺฐานํ. ตตฺถ กุสลา กามาวจราทิวเสน ภูมิโต ติวิธา, ตถา อพฺยากตา จิตฺตุปฺปาทสภาวา, อจิตฺตุปฺปาทสภาวา ปน กามาวจราว ตถา อกุสลา. ปริยตฺติปฏิปตฺติปฏิเวธสุตกิจฺจาภาเวน ติวิโธ อสฺสุตวา. อนฺธกลฺยาณวิภาเคน ทุวิโธ ปุถุชฺชโน. สมฺมาสมฺพุทฺธปจฺเจกพุทฺธสาวกเภเทน ติวิธา อริยา. มํสจกฺขุทิพฺพจกฺขุปญฺญาจกฺขูหิ ทสฺสนาภาเวน ติวิโธ อทสฺสาวี. มคฺคผลนิพฺพานเภเทน ติวิโธ, นววิโธ วา อริยธมฺโม. สวนธารณปริจยมนสิการปฏิเวธวเสน ปญฺจวิธา อริยธมฺมสฺส โกวิทตา. ตทภาวโต อโกวิโท. สํวรปหานเภเทน ทุวิโธ, ทสวิโธ วา อริยธมฺมวินโย, ตทภาวโต อริยธมฺเม อวินีโต. เอตฺถ ปทฏฺฐานวิภาโค เหฏฺฐา ทสฺสิโตเยว. ‘‘สปฺปุริสานํ อทสฺสาวี’’ติอาทีสุปิ เอเสว นโย. ‘‘ปถวึ มญฺญตี’’ติอาทีสุ มญฺญนาวตฺถุวิภาโค ปาฬิยํ อาคโตว, ตถา อชฺฌตฺติกพาหิราทิโก จ อนฺตรวิภาโค.

มญฺญนา ปน ตณฺหามานทิฏฺฐิวเสน สงฺเขปโต ติวิธา, วิตฺถารโต ปน ตณฺหามญฺญนา ตาว กามตณฺหาทิวเสน อฏฺฐสตวิธา, ตถา ‘‘อสฺมีติ สติ อิตฺถํสฺมีติ โหตี’’ติอาทินา. เอวํ มานมญฺญนาปิ. ‘‘อสฺมีติ สติ อิตฺถํสฺมีติ โหตี’’ติอาทินา ปปญฺจตฺตยํ อุทฺทิฏฺฐํ นิทฺทิฏฺฐญฺจาติ. เอเตน ทิฏฺฐิมญฺญนายปิ อฏฺฐสตวิธตา วุตฺตาติ เวทิตพฺพา. อปิจ เสยฺยสฺส ‘‘เสยฺโยหมสฺมี’’ติอาทินา มานมญฺญนาย นววิธตา ตทนฺตรเภเทน อเนกวิธตา จ เวทิตพฺพา. อยญฺจ อตฺโถ หีนตฺติกตฺถวณฺณนาย วิภาเวตพฺโพ. ทิฏฺฐิมญฺญนาย ปน พฺรหฺมชาเล อาคตนเยน ทฺวาสฏฺฐิวิธตา ตทนฺตรเภเทน อเนกวิธตา จ เวทิตพฺพา. ‘‘อปริญฺญาต’’นฺติ เอตฺถ ญาตปริญฺญาทิวเสน เจว รูปมุขาทิอภินิเวสเภทาทิวเสน จ ปริญฺญานํ อเนกวิธตา เวทิตพฺพา. ตถา อฏฺฐมกาทิวเสน เสกฺขวิภาโค ปญฺญาวิมุตฺตาทิวเสน อเสกฺขวิภาโค จ. อยเมตฺถ ธมฺมวิภาโค. ปทฏฺฐานวิภาโค จ ภูมิวิภาโค จ วุตฺตนยานุสาเรน เวทิตพฺพาติ. อยํ วิภตฺติหาโร.

๙. ปริวตฺตหารวณฺณนา

‘‘สพฺพธมฺมมูลปริยาย’’นฺติ เอตฺถ ‘‘สพฺพธมฺมา’’ติ ปญฺจุปาทานกฺขนฺธา คหิตา, เตสํ มูลการณนฺติ จ ตณฺหามานทิฏฺฐิโย. ตถา อสฺสุตวา ปุถุชฺชโน…เป… สปฺปุริสธมฺเม อวินีโตติ. ยาวกีวญฺจ ปญฺจสุ อุปาทานกฺขนฺเธสุ สุภโต สุขโต นิจฺจโต อตฺตโต สมนุปสฺสนวเสน ‘‘เอตํ มม, เอโสหมสฺมิ, เอโส เม อตฺตา’’ติ ตณฺหามานทิฏฺฐิคาหา น สมุจฺฉิชฺชนฺติ, ตาว เนสํ ปพนฺธูปรโม สุปินนฺเตปิ น เกนจิ ลทฺธปุพฺโพ. ยทา ปน เนสํ อสุภโต ทุกฺขโต อนิจฺจโต อนตฺตโต สมนุปสฺสนวเสน ‘‘เนตํ มม, เนโสหมสฺมิ, น เมโส อตฺตา’’ติ ปวตฺตมานา อปฺปณิหิตานิมิตฺตสุญฺญตานุปสฺสนา อุสฺสกฺกิตฺวา อริยมคฺคาธิคมาย สํวตฺตนฺติ, อถ เนสํ ปพนฺธูปรโม โหติ อจฺจนฺตอปฺปญฺญตฺติกภาวูปคมนโต. เตน วุตฺตํ ‘‘สพฺพธมฺมาติ ปญฺจุปาทานกฺขนฺธา คหิตา, เตสํ มูลการณนฺติ จ ตณฺหามานทิฏฺฐิโย’’ติ. ตถา อสฺสุตวา ปุถุชฺชโน…เป… สปฺปุริสธมฺเม อวินีโต ตีหิปิ มญฺญนาหิ ปถวึ มญฺญติ ยาว นิพฺพานํ อภินนฺทติ, ตีหิปิ ปริญฺญาหิ ตสฺส ตํ วตฺถุ อปริญฺญาตนฺติ กตฺวา. ยสฺส ปน ตํ วตฺถุ ตีหิ ปริญฺญาหิ ปริญฺญาตํ, น โส อิตโร วิย ตํ มญฺญติ. เตนาห ภควา ‘‘สุตวา จ โข, ภิกฺขเว, อริยสาวโก…เป… สปฺปุริสธมฺเม สุวินีโต รูปํ ‘เนตํ มม, เนโสหมสฺมิ, น เมโส อตฺตา’ติ สมนุปสฺสติ, เวทนํ…เป… อสติ น ปริตสฺสตี’’ติ (ม. นิ. ๑.๒๔๑). เสกฺโข ปถวึ มา มญฺญิ, ยาว นิพฺพานํ มาภินนฺทิ, อรหา สมฺมาสมฺพุทฺโธ จ ปถวึ น มญฺญติ, ยาว นิพฺพานํ นาภินนฺทติ, มญฺญนามญฺญิเตสุ วตฺถูสุ มตฺตโส สพฺพโส จ ปริญฺญาภิสมยสํสิทฺธิยา ปหานาภิสมยนิพฺพตฺติโต. ยสฺส ปน เตสุ วตฺถูสุ สพฺพโส มตฺตโส วา ปริญฺญา เอว นตฺถิ, กุโต ปหานํ, โส ยถาปริกปฺปํ นิรงฺกุสาหิ มญฺญนาหิ ‘‘เอตํ มมา’’ติอาทินา มญฺญเตว. เตนาห ภควา ‘‘อิธ, ภิกฺขเว, อสฺสุตวา ปุถุชฺชโน…เป… สปฺปุริสธมฺเม อวินีโต รูปํ ‘เอตํ มม, เอโสหมสฺมิ, เอโส เม อตฺตา’ติ สมนุปสฺสติ, เวทนํ…เป…, สญฺญ…เป…’’นฺติอาทิ (ม. นิ. ๑.๒๔๑). อยํ ปริวตฺโต หาโร.

๑๐. เววจนหารวณฺณนา

‘‘สพฺพธมฺมา สกลธมฺมา อนวเสสธมฺมา’’ติ ปริยายวจนํ, ‘‘มูลปริยายํ มูลการณํ อสาธารณเหตุ’’นฺติ ปริยายวจนํ, ‘‘มูลปริยายนฺติ วา มูลเทสนํ การณตถน’’นฺติ ปริยายวจนํ, ‘‘โว ตุมฺหากํ ตุมฺห’’นฺติ ปริยายวจนํ, ‘‘ภิกฺขเว, สมณา ตปสฺสิโน’’ติ ปริยายวจนํ, ‘‘เทเสสฺสามี กเถสฺสามี ปญฺญเปสฺสามี’’ติ ปริยายวจนํ, ‘‘สุณาถ โสตํ โอทหถ โสตทฺวารานุสาเรน อุปธาเรถา’’ติ ปริยายวจนํ, ‘‘สาธุกํ สมฺมา สกฺกจฺจ’’นฺติ ปริยายวจนํ, ‘‘มนสิ กโรถ จิตฺเต ฐเปถ สมนฺนาหรถา’’ติ ปริยายวจนํ, ‘‘ภาสิสฺสามิ พฺยตฺตํ กเถสฺสามิ วิภชิสฺสามี’’ติ ปริยายวจนํ, ‘‘เอวํ, ภนฺเต, สาธุ สุฏฺฐุ ภนฺเต’’ติ ปริยายวจนํ, ‘‘ปจฺจสฺโสสุํ สมฺปฏิจฺฉึสุ สมฺปฏิคฺคเหสุ’’นฺติ ปริยายวจนํ. อิมินา นเยน สพฺพปเทสุ เววจนํ วตฺตพฺพนฺติ. อยํ เววจโน หาโร.

๑๑. ปญฺญตฺติหารวณฺณนา

‘‘สพฺพธมฺมมูลปริยาย’’นฺติ เอตฺถ สพฺพธมฺมา นาม สกฺกายธมฺมา, เต ขนฺธวเสน ปญฺจธา ปญฺญตฺตา, อายตนวเสน ทฺวาทสธา, ธาตุวเสน อฏฺฐารสธา ปญฺญตฺตา. ‘‘มูล’’นฺติ วา ‘‘มูลปริยาย’’นฺติ วา มญฺญนา วุตฺตา, ตา ตณฺหามานทิฏฺฐิวเสน ติธา อนฺตรเภเทน อเนกธา จ ปญฺญตฺตา. อถ วา ‘‘สพฺพธมฺมา’’ติ เตภูมกธมฺมานํ สงฺคหปญฺญตฺติ, ‘‘มูลปริยาย’’นฺติ เตสํ ปภวปญฺญตฺติ, ‘‘โว’’ติ สมฺปทานปญฺญติ, ‘‘เทเสสฺสามิ ภาสิสฺสามี’’ติ ปฏิญฺญาปญฺญตฺติ, ‘‘สุณาถ สาธุกํ มนสิ กโรถา’’ติ จ อาณาปนปญฺญตฺติ, ‘‘อสฺสุตวา’’ติ ปฏิเวธวิมุขตาปญฺญตฺติ เจว ปริยตฺติวิมุขตาปญฺญตฺติ จ, ‘‘ปุถุชฺชโน’’ติ อนริยปญฺญตฺติ, สา อริยธมฺมปฏิกฺเขปปญฺญตฺติ เจว อริยธมฺมวิรหปญฺญตฺติ จ, ‘‘อริยาน’’นฺติ อสมปญฺญตฺติ เจว สมปญฺญตฺติ จ. ตตฺถ อสมปญฺญตฺติ ตถาคตปญฺญตฺติ, สมปญฺญตฺติ ปจฺเจกพุทฺธานญฺเจว อุภโตภาควิมุตฺตาทีนญฺจ วเสน อฏฺฐวิธา เวทิตพฺพา. ‘‘อริยานํ อทสฺสาวี’’ติอาทิ ทสฺสนภาวนาปฏิกฺเขปปญฺญตฺติ, ‘‘ปถวึ มญฺญตี’’ติอาทิ ปญฺจนฺนํ อุปาทานกฺขนฺธานํ ทฺวาทสนฺนํ อายตนานํ อฏฺฐารสนฺนํ ธาตูนํ สมฺมสนุปคานํ อินฺทฺริยานํ นิกฺเขปปญฺญตฺติ เจว ปภวปญฺญตฺติ จ, ตถา วิปลฺลาสานํ กิจฺจปญฺญตฺติ ปริยุฏฺฐานํ ทสฺสนปญฺญตฺติ กิเลสานํ ผลปญฺญตฺติ อภิสงฺขารานํ วิรูหนปญฺญตฺติ ตณฺหาย อสฺสาทนปญฺญตฺติ ทิฏฺฐิยา วิปฺผนฺทนปญฺญตฺติ, ‘‘เสกฺขา’’ติ สทฺธานุสารีสทฺธาวิมุตฺตทิฏฺฐิปฺปตฺตกายสกฺขีนํ ทสฺสนปญฺญตฺติ เจว ภาวนาปญฺญตฺติ จ ‘‘อปฺปตฺตมานโส’’ติ เสกฺขธมฺมานํ ฐิติปญฺญตฺติ, ‘‘อนุตฺตรํ โยคกฺเขมํ ปตฺถยมาโน’’ติ ปญฺญาย อภินิพฺพิทาปญฺญตฺติ, ‘‘อภิชานาตี’’ติ อภิญฺเญยฺยธมฺมานํ อภิญฺญาปญฺญตฺติ, ทุกฺขสฺส ปริญฺญาปญฺญตฺติ, สมุทยสฺส ปหานปญฺญตฺติ, นิโรธสฺส สจฺฉิกิริยาปญฺญตฺติ, มคฺคสฺส ภาวนาปญฺญตฺติ, ‘‘มา มญฺญี’’ติ มญฺญนานํ ปฏิกฺเขปปญฺญตฺติ, สมุทยสฺส ปหานปญฺญตฺติ. อิมินา นเยน เสสปเทสุปิ วิตฺถาเรตพฺพํ. อยํ ปญฺญตฺติ หาโร.

๑๒. โอตรณหารวณฺณนา

‘‘สพฺพธมฺมมูลปริยาย’’นฺติ เอตฺถ สพฺพธมฺมา นาม โลกิยา ปญฺจกฺขนฺธา ทฺวาทสายตนานิ อฏฺฐารส ธาตุโย เทฺว สจฺจานิ เอกูนวิสติ อินฺทฺริยานิ ทฺวาทสปทิโก ปจฺจยากาโรติ, อยํ สพฺพธมฺมคฺคหเณน ขนฺธาทิมุเขน เทสนาย โอตรณํ. ‘‘มูล’’นฺติ วา ‘‘มูลปริยาย’’นฺติ วา มญฺญนา วุตฺตา, ตา อตฺถโต ตณฺหา มาโน ทิฏฺฐิ จาติ เตสํ สงฺขารกฺขนฺธสงฺคโหติ อยํ ขนฺธมุเขน โอตรณํ. ตถา ‘‘ธมฺมายตนธมฺมธาตูหิ สงฺคโห’’ติ อยํ อายตนมุเขน ธาตุมุเขน จ โอตรณํ. ‘‘อสฺสุตวา’’ติ อิมินา สุตสฺส วิพนฺธภูตา อวิชฺชาทโย คหิตา, ‘‘ปุถุชฺชโน’’ติ อิมินา เยสํ กิเลสาภิสงฺขารานํ ชนนาทินา ปุถุชฺชโนติ วุจฺจติ, เต กิเลสาภิสงฺขาราทโย คหิตา, ‘‘อริยานํ อทสฺสาวี’’ติอาทินา เยสํ กิเลสธมฺมานํ วเสน อริยานํ อทสฺสาวิอาทิภาโว โหติ, เต ทิฏฺฐิมานาวิชฺชาทโย คหิตาติ สพฺเพหิ เตหิ สงฺขารกฺขนฺธสงฺคโหติ ปุพฺเพ วุตฺตนเยเนว โอตรณํ เวทิตพฺพํ. ‘‘สญฺชานาติ มญฺญติ อภิชานาติ น มญฺญตี’’ติ เอตฺถาปิ สญฺชานนมญฺญนาอภิชานนานุปสฺสนานํ สงฺขารกฺขนฺธปริยาปนฺนตฺตา วุตฺตนเยเนว โอตรณํ เวทิตพฺพํ. ตถา เสกฺขคฺคหเณน เสกฺขา, ‘‘อรห’’นฺติอาทินา อเสกฺขา สีลกฺขนฺธาทโย คหิตาติ เอวมฺปิ ขนฺธมุเขน โอตรณํ, อายตนธาตาทิมุเขน จ โอตรณํ เวทิตพฺพํ. ตถา ‘‘น มญฺญตี’’ติ ตณฺหาคาหาทิปฏิกฺเขเปน ทุกฺขานุปสฺสนาทโย คหิตา, เตสํ วเสน อปฺปณิหิตวิโมกฺขมุขาทีหิ โอตรณํ เวทิตพฺพํ. ‘‘ปริญฺญาต’’นฺติ อิมินา ปริชานนกิจฺเจน ปวตฺตมานา โพธิปกฺขิยธมฺมา คยฺหนฺตีติ สติปฏฺฐานาทิมุเขน โอตรณํ เวทิตพฺพํ. นนฺทิคฺคหเณน ภวคฺคหเณน ตณฺหาคหเณน จ สมุทยสจฺจํ, ทุกฺขคฺคหเณน ชาติชรามรณคฺคหเณน จ ทุกฺขสจฺจํ, ‘‘ตณฺหานํ ขยา’’ติอาทินา นิโรธสจฺจํ, อภิสมฺโพธิยา คหเณน มคฺคสจฺจํ คหิตนฺติ อริยสจฺเจหิ โอตรณนฺติ. อยํ โอตรโณ หาโร.

๑๓. โสธนหารวณฺณนา

‘‘สพฺพธมฺมมูลปริยายํ โว, ภิกฺขเว…เป… อิธ, ภิกฺขเว, อสฺสุตวา…เป… ปถวึ ปถวิโต สญฺชานาตี’’ติ อารมฺโภ. ‘‘ปถวึ ปถวิยา สญฺญตฺวา ปถวึ มญฺญตี’’ติ ปทสุทฺธิ, โน อารมฺภสุทฺธิ. ตถา ‘‘ปถวิยา มญฺญติ ปถวิโต มญฺญติ ปถวึ เมติ มญฺญติ ปถวึ อภินนฺทตี’’ติ ปทสุทฺธิ, โน อารมฺภสุทฺธิ. ‘‘ตํ กิสฺส เหตุ อปริญฺญาตํ ตสฺสาติ วทามี’’ติ ปทสุทฺธิ เจว อารมฺภสุทฺธิ จ. เสสวาเรสุปิ เอเสว นโยติ. อยํ โสธโน หาโร.

๑๔. อธิฏฺฐานหารวณฺณนา

‘‘สพฺพธมฺมมูลปริยาย’’นฺติ เอตฺถ สพฺพธมฺมคฺคหณํ สามญฺญโต อธิฏฺฐานํ. ‘‘ปถวึ อาป’’นฺติอาทิ ปน ตํ อวิกปฺเปตฺวา วิเสสวจนํ. ตถา ‘‘มูลปริยาย’’นฺติ สามญฺญโต อธิฏฺฐานํ, ตํ อวิกปฺเปตฺวา วิเสสวจนํ ‘‘ปถวึ มญฺญติ…เป… อภินนฺทตี’’ติ. ‘‘ปถวึ มญฺญตี’’ติ จ สามญฺญโต อธิฏฺฐานํ ตณฺหาทิคฺคาหานํ สาธารณตฺตา มญฺญนาย, ตํ อวิกปฺเปตฺวา วิเสสวจนํ ‘‘เอตํ มม, เอโสหมสฺมิ, เอโส เม อตฺตา’’ติ, เอวํ สุตฺตนฺตรปทานิปิ อาเนตฺวา วิเสสวจนํ นิทฺธาเรตพฺพํ. เสสวาเรสุปิ เอเสว นโย. ‘‘เสกฺโข’’ติ สามญฺญโต อธิฏฺฐานํ, ตํ อวิกปฺเปตฺวา วิเสสวจนํ ‘‘กายสกฺขี ทิฏฺฐิปฺปตฺโต สทฺธาวิมุตฺโต สทฺธานุสารี ธมฺมานุสารี’’ติ. ตถา ‘‘เสกฺโข’’ติ สามญฺญโต อธิฏฺฐานํ, ตํ อวิกปฺเปตฺวา วิเสสวจนํ ‘‘อิธ, ภิกฺขเว, ภิกฺขุ เสกฺขาย สมฺมาทิฏฺฐิยา สมนฺนาคโต โหติ…เป… เสกฺเขน สมฺมาสมาธินา สมนฺนาคโต โหตี’’ติ (สํ. นิ. ๕.๑๓). ‘‘อรห’’นฺติ สามญฺญโต อธิฏฺฐานํ, ตํ อวิกปฺเปตฺวา วิเสสวจนํ ‘‘อุภโตภาควิมุตฺโต ปญฺญาวิมุตฺโต (ปุ. ป. ๑๓.๒; ๑๕.๑ มาติกา), เตวิชฺโช ฉฬภิญฺโญ’’ติ (ปุ. ป. ๗.๒๖, ๒๗ มาติกา) จ. ‘‘ขีณาสโว’’ติ สามญฺญโต อธิฏฺฐานํ, ตํ อวิกปฺเปตฺวา วิเสสวจนํ ‘‘กามาสวาปิ จิตฺตํ วิมุจฺจิตฺถ, ภวาสวาปิ จิตฺตํ วิมุจฺจิตฺถา’’ติอาทิ (ปารา. ๑๔). เสสปเทสุปิ เอเสว นโย. ‘‘อภิชานาตี’’ติ สามญฺญโต อธิฏฺฐานํ, ตํ อวิกปฺเปตฺวา วิเสสวจนํ ‘‘มญฺญตี’’ติ. มญฺญนาภาโว หิสฺส ปหานปฏิเวธสิทฺโธ, ปหานปฏิเวโธ จ ปริญฺญาสจฺฉิกิริยาภาวนาปฏิเวเธหิ น วินาติ สพฺเพปิ อภิญฺญาวิเสสา มญฺญนาปฏิกฺเขเปน อตฺถโต คหิตาว โหนฺตีติ. ตถา ‘‘อรห’’นฺติ สามญฺญโต อธิฏฺฐานํ, ตํ อวิกปฺเปตฺวา วิเสสวจนํ ‘‘วีตราคตฺตา วีตโทสตฺตา วีตโมหตฺตา’’ติ. อิมินา นเยน เสสปเทสุปิ สามญฺญวิเสสนิทฺธารณา เวทิตพฺพา. อยํ อธิฏฺฐาโน หาโร.

๑๔. ปริกฺขารหารวณฺณนา

‘‘สพฺพธมฺมมูลปริยาย’’นฺติ เอตฺถ สพฺพธมฺมา นาม ปริยาปนฺนธมฺมา, เต กุสลากุสลาพฺยากตเภเทน ติวิธา. เตสุ กุสลานํ โยนิโสมนสิกาโร อโลภาทโย จ เหตู, อกุสลานํ อโยนิโสมนสิกาโร โลภาทโย จ เหตู, อพฺยากเตสุ วิปากานํ ยถาสกํ กมฺมํ, อิตเรสํ ภวงฺคมาวชฺชนสมนฺนาหาราทิ จ เหตู. เอตฺถ จ สปฺปุริสูปนิสฺสยาทิโก ปจฺจโย เหตุมฺหิ เอว สมวรุโฬฺห, โส ตตฺถ อาทิ-สทฺเทน สงฺคหิโตติ ทฏฺฐพฺโพ. ‘‘มูล’’นฺติ วุตฺตานํ มญฺญนานํ เหตุภาโว ปาฬิยํ วุตฺโต เอว. มญฺญนาสุ ปน ตณฺหามญฺญนาย อสฺสาทานุปสฺสนา เหตุ. ‘‘สญฺโญชนิเยสุ ธมฺเมสุ อสฺสาทานุปสฺสิโน ตณฺหา ปวฑฺฒตี’’ติ (สํ. นิ. ๒.๕๒) หิ วุตฺตํ. มานมญฺญนาย ทิฏฺฐิวิปฺปยุตฺตโลโภ เหตุ เกวลํ สํสคฺควเสน ‘‘อหมสฺมี’’ติ ปวตฺตนโต. ทิฏฺฐิมญฺญนาย เอกตฺตนยาทีนํ อยาถาวคฺคาโห เหตุ, อสฺสุตภาโว ปุถุชฺชนภาวสฺส เหตุ, โส อริยานํ อทสฺสนสีลตาย, สา อริยธมฺมสฺส อโกวิทตาย, สา อริยธมฺเม อวินีตตาย เหตุ, สพฺพา จายํ เหตุปรมฺปรา ปถวีอาทีสุ ‘‘เอตํ มม, เอโสหมสฺมิ, เอโส เม อตฺตา’’ติ ติสฺสนฺนํ มญฺญนานํ เหตุ, เสกฺขารหาทิภาวา ปน มตฺตโส สพฺพโส จ มญฺญนาภาวสฺส เหตูติ. อยํ ปริกฺขาโร หาโร.

๑๖. สมาโรปนหารวณฺณนา

‘‘สพฺพธมฺมมูลปริยาย’’นฺติอาทีสุ มูลปริยายคฺคหเณน อสฺสุตวาคหเณน สญฺชานนมญฺญนาปริญฺญาคหเณหิ จ สํกิเลสธมฺมา ทสฺสิตา, เต จ สงฺเขปโต ติวิธา ตณฺหาสํกิเลโส ทิฏฺฐิสํกิเลโส ทุจฺจริตสํกิเลโสติ. ตตฺถ ตณฺหาสํกิเลโส ตณฺหาสํกิเลสสฺส, ทิฏฺฐิสํกิเลสสฺส, ทุจฺจริตสํกิเลสสฺส จ ปทฏฺฐานํ, ตถา ทิฏฺฐิสํกิเลโส ทิฏฺฐิสํกิเลสสฺส, ตณฺหาสํกิเลสสฺส, ทุจฺจริตสํกิเลสสฺส จ ปทฏฺฐานํ, ทุจฺจริตสํกิเลโสปิ ทุจฺจริตสํกิเลสสฺส, ตณฺหาสํกิเลสสฺส, ทิฏฺฐิสํกิเลสสฺส จ ปทฏฺฐานํ. เตสุ ตณฺหาสํกิเลโส อตฺถโต โลโภว, โย ‘‘โลโภ ลุพฺภนา ลุพฺภิตตฺตํ สาราโค สารชฺชนา สารชฺชิตตฺต’’นฺติอาทินา (ธ. ส. ๓๘๙) อเนเกหิ ปริยาเยหิ วิภตฺโต. ตถา ทิฏฺฐิเยว ทิฏฺฐิสํกิเลโส, โย ‘‘ทิฏฺฐิคตํ ทิฏฺฐิคหนํ ทิฏฺฐิกนฺตาโร ทิฏฺฐิวิสูกํ ทิฏฺฐิวิปฺผนฺทิต’’นฺติอาทินา (ธ. ส. ๑๑๐๕) อเนเกหิ ปริยาเยหิ, ‘‘สนฺติ, ภิกฺขเว, เอเก สมณพฺราหฺมณา’’ติอาทินา (ที. นิ. ๑.๓๐) ทฺวาสฏฺฐิยา ปเภเทหิ จ วิภตฺโต. ทุจฺจริตสํกิเลโส ปน อตฺถโต ทุสฺสีลฺยเจตนา เจว เจตนาสมฺปยุตฺตธมฺมา จ, ยา ‘‘กายทุจฺจริตํ วจีทุจฺจริตํ กายวิสมํ วจีวิสม’’นฺติ (วิภ. ๙๑๓, ๙๒๔), ‘‘ปาณาติปาโต อทินฺนาทาน’’นฺติ (วิภ. ๙๑๓) จ อาทินา อเนเกหิ ปริยาเยหิ, อเนเกหิ ปเภเทหิ จ วิภตฺตา.

เตสุ ตณฺหาสํกิเลสสฺส สมโถ ปฏิปกฺโข, ทิฏฺฐิสํกิเลสสฺส วิปสฺสนา, ทุจฺจริตสํกิเลสสฺส สีลํ ปฏิปกฺโข. เต ปน สีลาทโย ธมฺมา อิธ ปริญฺญาคหเณน เสกฺขคฺคหเณน ‘‘อรห’’นฺติอาทินา อริยตาทิคฺคหเณน จ คหิตา. ตตฺถ สีเลน ทุจฺจริตสํกิเลสปฺปหานํ สิชฺฌติ, ตถา ตทงฺคปฺปหานํ วีติกฺกมปฺปหานญฺจ, สมเถน ตณฺหาสํกิเลสปฺปหานํ สิชฺฌติ, ตถา วิกฺขมฺภนปฺปหานํ ปริยุฏฺฐานปฺปหานญฺจ. วิปสฺสนาย ทิฏฺฐิสํกิเลสปฺปหานํ สิชฺฌติ, ตถา สมุจฺเฉทปฺปหานํ อนุสยปฺปหานญฺจ. ตตฺถ ปุพฺพภาเค สีเล ปติฏฺฐิตสฺส สมโถ, สมเถ ปติฏฺฐิตสฺส วิปสฺสนา, มคฺคกฺขเณ ปน สมกาลเมว ภวนฺติ. ปุพฺเพเยว หิ สุปริสุทฺธกายวจีกมฺมสฺส สุปริสุทฺธาชีวสฺส จ สมถวิปสฺสนา อารทฺธา คพฺภํ คณฺหนฺติโย ปริปากํ คจฺฉนฺติโย วุฏฺฐานคามินิวิปสฺสนํ ปริพฺรูเหนฺติ, วุฏฺฐานคามินิวิปสฺสนา ภาวนาปาริปูรึ คจฺฉนฺตี มคฺเคน ฆเฏนฺติ มคฺคกฺขเณ สมถวิปสฺสนา ปริปูเรติ. อถ มคฺคกฺขเณ สมถวิปสฺสนาภาวนาปาริปูริยา อนวเสสสํกิเลสธมฺมํ สมุจฺฉินฺทนฺติโย นิโรธํ นิพฺพานํ สจฺฉิกโรนฺตีติ. อยํ สมาโรปโน หาโร.

โสฬสหารวณฺณนา นิฏฺฐิตา.