๑๖. สมาโรปนหารวณฺณนา
‘‘สพฺพธมฺมมูลปริยาย’’นฺติอาทีสุ มูลปริยายคฺคหเณน อสฺสุตวาคหเณน สญฺชานนมญฺญนาปริญฺญาคหเณหิ จ สํกิเลสธมฺมา ทสฺสิตา, เต จ สงฺเขปโต ติวิธา ตณฺหาสํกิเลโส ทิฏฺฐิสํกิเลโส ทุจฺจริตสํกิเลโสติ. ตตฺถ ตณฺหาสํกิเลโส ตณฺหาสํกิเลสสฺส, ทิฏฺฐิสํกิเลสสฺส, ทุจฺจริตสํกิเลสสฺส จ ปทฏฺฐานํ, ตถา ทิฏฺฐิสํกิเลโส ทิฏฺฐิสํกิเลสสฺส, ตณฺหาสํกิเลสสฺส, ทุจฺจริตสํกิเลสสฺส จ ปทฏฺฐานํ, ทุจฺจริตสํกิเลโสปิ ทุจฺจริตสํกิเลสสฺส, ตณฺหาสํกิเลสสฺส, ทิฏฺฐิสํกิเลสสฺส จ ปทฏฺฐานํ. เตสุ ตณฺหาสํกิเลโส อตฺถโต โลโภว, โย ‘‘โลโภ ลุพฺภนา ลุพฺภิตตฺตํ สาราโค สารชฺชนา สารชฺชิตตฺต’’นฺติอาทินา (ธ. ส. ๓๘๙) อเนเกหิ ปริยาเยหิ วิภตฺโต. ตถา ทิฏฺฐิเยว ทิฏฺฐิสํกิเลโส, โย ‘‘ทิฏฺฐิคตํ ทิฏฺฐิคหนํ ทิฏฺฐิกนฺตาโร ทิฏฺฐิวิสูกํ ทิฏฺฐิวิปฺผนฺทิต’’นฺติอาทินา (ธ. ส. ๑๑๐๕) อเนเกหิ ปริยาเยหิ, ‘‘สนฺติ, ภิกฺขเว, เอเก สมณพฺราหฺมณา’’ติอาทินา (ที. นิ. ๑.๓๐) ทฺวาสฏฺฐิยา ปเภเทหิ จ วิภตฺโต. ทุจฺจริตสํกิเลโส ปน อตฺถโต ทุสฺสีลฺยเจตนา เจว เจตนาสมฺปยุตฺตธมฺมา จ, ยา ‘‘กายทุจฺจริตํ วจีทุจฺจริตํ กายวิสมํ วจีวิสม’’นฺติ (วิภ. ๙๑๓, ๙๒๔), ‘‘ปาณาติปาโต อทินฺนาทาน’’นฺติ (วิภ. ๙๑๓) จ อาทินา อเนเกหิ ปริยาเยหิ, อเนเกหิ ปเภเทหิ จ วิภตฺตา.
เตสุ ตณฺหาสํกิเลสสฺส สมโถ ปฏิปกฺโข, ทิฏฺฐิสํกิเลสสฺส วิปสฺสนา, ทุจฺจริตสํกิเลสสฺส สีลํ ปฏิปกฺโข. เต ปน สีลาทโย ธมฺมา อิธ ปริญฺญาคหเณน เสกฺขคฺคหเณน ‘‘อรห’’นฺติอาทินา อริยตาทิคฺคหเณน จ คหิตา. ตตฺถ สีเลน ทุจฺจริตสํกิเลสปฺปหานํ สิชฺฌติ, ตถา ตทงฺคปฺปหานํ วีติกฺกมปฺปหานญฺจ, สมเถน ตณฺหาสํกิเลสปฺปหานํ สิชฺฌติ, ตถา วิกฺขมฺภนปฺปหานํ ปริยุฏฺฐานปฺปหานญฺจ. วิปสฺสนาย ทิฏฺฐิสํกิเลสปฺปหานํ สิชฺฌติ, ตถา สมุจฺเฉทปฺปหานํ อนุสยปฺปหานญฺจ. ตตฺถ ปุพฺพภาเค สีเล ปติฏฺฐิตสฺส สมโถ, สมเถ ปติฏฺฐิตสฺส วิปสฺสนา, มคฺคกฺขเณ ปน สมกาลเมว ภวนฺติ. ปุพฺเพเยว หิ สุปริสุทฺธกายวจีกมฺมสฺส สุปริสุทฺธาชีวสฺส จ สมถวิปสฺสนา อารทฺธา คพฺภํ คณฺหนฺติโย ปริปากํ คจฺฉนฺติโย วุฏฺฐานคามินิวิปสฺสนํ ปริพฺรูเหนฺติ, วุฏฺฐานคามินิวิปสฺสนา ภาวนาปาริปูรึ คจฺฉนฺตี มคฺเคน ฆเฏนฺติ มคฺคกฺขเณ สมถวิปสฺสนา ปริปูเรติ. อถ มคฺคกฺขเณ สมถวิปสฺสนาภาวนาปาริปูริยา อนวเสสสํกิเลสธมฺมํ สมุจฺฉินฺทนฺติโย นิโรธํ นิพฺพานํ สจฺฉิกโรนฺตีติ. อยํ สมาโรปโน หาโร.
โสฬสหารวณฺณนา นิฏฺฐิตา.